กอ.รมน.ภาค 3 ส่วนแยก 1 รณรงค์ประชาสัมพันธ์การป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน และจ.ตาก

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 จัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน บูรณาการผู้นำชุมชน รณรงค์ประชาสัมพันธ์การป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 307 และชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 308 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 พบปะ และประ สานงานกับ เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน และ ผู้ใหญ่บ้านปางบอน เพื่อขับเคลื่อนงานด้านกิจการพลเรือน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ณ บ.นาปลาจาด ต.ห้วยผา อ.เมืองแม่ฮ่องสอน และ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านปางบอน ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

ด้านในพื้นที่จังหวัดตาก ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 301 ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 304 แล้วชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 305 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 พบปะพัฒนาสัมพันธ์กับประชาชน และประสานงานกับ กำนันตำบลขะเนจื้อ เพื่อขับเคลื่อนงานด้านกิจการพลเรือน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) โดยเน้นย้ำขอความร่วมมือ “หยุดเผาเด็ดขาด” ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม – 30 เมษายน 2569 ณ ที่ทำการกำนันตำบลขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด , บ.แม่อุสุ ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง และ ในพื้นที่ บ.เดลอคี ต.หนองหลวง อ.อุ้มผาง จ.ตาก


นที มีเดช รายงาน

รองผู้บัญชาการ “นบ.ยส.๓๕” เยี่ยมชายแดนเชียงใหม่ วางแผนแนวทางการปฏิบัติในการสกัดกั้นยาเสพติด พร้อมกำชับความปลอดภัยของกำลังพลเป็นสิ่งสำคัญ

รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ เยี่ยมชายแดนเชียงใหม่วางแผนแนวทางการปฏิบัติในการสกัดกั้นยาเสพติด พร้อมกำชับความปลอดภัยของกำลังพลเป็นสิ่งสำคัญ

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชาย แดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของหน่วยขึ้นตรงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมกำลังพลรับมือสถานการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดในช่วงเทศกาลปีใหม่ และวางแผนการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ 2569 ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติ เพื่อปิดช่องโหว่ของการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ โดยเน้นการเฝ้าระวังเส้นทางลำเลียงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเส้นทางรองที่อาจถูกใช้เป็น เส้นทางลำเลียงยาเสพติด ขณะเดียวกันได้ยกระดับการทำงานเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งการตรวจสอบจุดสำคัญอย่างศูนย์กระจายสินค้า (Logistics Hub) และคลังสินค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการปรับตัวของชุดปฏิบัติการให้เท่าทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน โดยอาศัยการบูรณาการด้านการข่าวที่แม่นยำและการประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ

พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ ยังได้แสดงความห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยกล่าวย้ำว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ต้องศึกษาคู่มือการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันความสูญเสีย หมั่นตรวจสอบความพร้อมทั้งด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ ให้มีความพร้อมใช้งานอยู่สม่ำเสมอ

ทั้งนี้ การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นความพร้อมและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) จะทำหน้าที่สกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอย่างเต็มกำลัง ควบ คู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละทุกคน เพื่อให้ภารกิจลุล่วงไปได้อย่างยั่งยืนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ทบ.เผยพบ PMN-2 อีก 4 ทุ่น ใกล้จุดทหารไทยเหยียบกับระเบิด เตรียมส่งหลักฐานให้เวทีโลก ชี้กัมพูชายังฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวา

ทบ.เผยพบ PMN-2 อีก 4 ทุ่น ใกล้จุดทหารไทยเหยียบกับระเบิด เตรียมส่งหลักฐานให้เวทีโลก ชี้กัมพูชายังฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวา

วันนี้ (25 ธันวาคม 2568) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ได้รายงานความคืบหน้าภายหลังเหตุการณ์กำลังพลกองทัพภาคที่ 2 ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิด ระหว่างการปฏิบัติภารกิจเสริมความมั่นคงในพื้นที่ ปราสาทตาควาย

จากการตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุเพิ่มเติมโดยหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิด พบการติดตั้งทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 อีกจำนวน 4 ทุ่น วางเรียงต่อเนื่องตามเส้นทางเคลื่อนที่ของกำลังพล โดยอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียงประมาณ 30 เซนติเมตร ลักษณะการวางทุ่นดังกล่าวสะท้อนถึงการจงใจมุ่งหมายให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่และบุคคลที่สัญจรผ่านพื้นที่อย่างชัดเจน

กองทัพบกขอยืนยันว่า หลักฐานเชิงประจักษ์ดังกล่าวบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า ฝ่ายกัมพูชายังคงมีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศตามอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) อย่างร้ายแรง และเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรมสากล

ทั้งนี้ กองทัพบกจะรวบรวมข้อมูล หลักฐาน และรายละเอียดทั้งหมด ส่งมอบให้กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางการทูต และยกระดับการชี้แจงต่อประชาคมระหว่างประเทศในเวทีนานาชาติอย่างเป็นทางการต่อไป โดยกองทัพบกขอประณามการกระทำดังกล่าวอย่างถึงที่สุด และขอย้ำว่าการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในทุกกรณี เป็นการกระทำที่ไม่อาจยอมรับได้ในสังคมโลก


นที มีเดช รายงาน

“ทหารราบ” เหยียบพื้นที่ไหนที่นั่นคือถิ่นไทย เตรียมสถาปนาพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี และ ปราสาทคนา จ.สุรินทร์

ทหารราบ เหยียบพื้นที่ไหนที่นั่นคือถิ่นไทย เตรียมสถาปนาพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี และ ปราสาทคนา จ.สุรินทร์

26 ธ.ค. 68 เพจ SMART Soldiers Update ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์เสนาธิการทหารบก/เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 และคณะ ลงพื้นที่ตรวจภูมิประเทศ เพื่อเตรียมการด้านยุทธการและควบคุมพื้นที่บริเวณ ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี และ ปราสาทคนา จ.สุรินทร์ ซึ่งกองทัพบกสามารถควบคุมพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

การตรวจพื้นที่มุ่งเน้นการประเมินแนวการวางกำลัง การใช้ภูมิประเทศ และความพร้อมของที่มั่นตลอดแนวพื้นที่สำคัญ โดยกำลังพลในพื้นที่มีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม พร้อมปฏิบัติภาร กิจอย่างเต็มกำลัง

โอกาสนี้ เสนาธิการทหารบก ได้กล่าวขอบคุณในความเสียสละของกำลังพลทุกนาย มอบสิ่งของบำรุงขวัญ ตรวจสอบอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยึดได้จากทหารกัมพูชา และกำชับการปฏิบัติให้ยึดหลักความพร้อมรบ ความปลอดภัย และการรักษาอธิปไตยของชาติอย่างเด็ดขาด


พรพิพัฒน์ รายงาน

“บิ้กเปีย” ผู้ช่วย ผบ.ตร. บินตรงโคราช ตรวจความพร้อมจุดบริการประชาชน รับปีใหม่ 2569 เน้นลดอุบัติเหตุ ดูแลประชาชนตลอดเส้นทาง

“บิ้กเปีย” ผู้ช่วย ผบ.ตร. บินตรงโคราช ตรวจความพร้อมจุดบริการประชาชน รับปีใหม่ 2569 เน้นลดอุบัติเหตุ ดูแลประชาชนตลอดเส้นทาง

เมื่อวันที่ (26 ธันวาคม 2568) ที่จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และมาตรการป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569โดยมี พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง รอง ผบช ภ.3 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา

พร้อมด้วย พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผู้กำกับการ สภ.โพธิ์กลาง พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล., พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ นนทะโชติ สวป.สภ.โพธิ์กลาง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมของ จุดบริการประชาชนบนเส้นทางมอเตอร์เวย์ M6 และเส้นทางหลักเข้า–ออกจังหวัดนครราชสีมา เพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับฟังบรรยายสรุปการจัดการจราจร การเปิดใช้เส้นทางพิเศษ มาตรการลดอุบัติเหตุ รวมถึงแผนการช่วยเหลือประชาชนกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มงวด แต่เป็นมิตรกับประชาชน

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน มอบสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ ย้ำชัด เป้าหมายสำคัญคือ ลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ดูแลความปลอดภัยประชาชนทุกเส้นทาง ให้เดินทางอุ่นใจตลอดเทศกาล ในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ เริ่มตั้งแต่ วันที่ 30 ธันวาคม 68 ถึง 5 มกราคม 69


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

“บังเอียด เกาะเพชร” นักค้ารายใหญ่หยุดกิจการแบบฉุกเฉิน หลัง ตร.สภ.หัวไทร มาเยือนเชิญตัวไปพักยาว

“บังเอียด เกาะเพชร” นักค้ารายใหญ่หยุดกิจการแบบฉุกเฉิน หลัง ตร.สภ.หัวไทร มาเยือนเชิญตัวไปพักยาว

เมื่อ 26 ธันวาคม 2568 พันตำรวจเอกสมพร รักแก้ว ผู้กำกับการ สภ.หัวไทร พันตำรวจโทเกียรติชัย มีสุข รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.หัวไทร พร้อมกำลังชุดสืบสวน ได้ใช้อำนาจเจ้าพนักงาน ปปส. เข้าติดตามพฤติการณ์ของนายสหภัทร – อายุ 47 ปี หรือ “บังเอียด เกาะเพชร” หลังจากพบว่า “บังเอียด” มีพฤติกรรมเป็นผู้ค้ารายใหญ่ โดยทำตัวเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในขนำนากุ้ง ท้องที่หมู่ 7 ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร เป็นแล่งพักยาและนำออกจำหน่ายตามคำสั่งซื้อของผู้ค้ารายย่อย รวมไปถึงผู้เสพ

ตำรวจพบว่านายสหภัทร หรือบังเอียด กำลังหิ้วถังสีขาวคล้ายถังอาหารกุ้ง เมื่อเห็นตำรวจเข้าไปถึงนายสหภัทรหรือบังเอียดรีลวิ่งหนีเข้าไปในป่ากกข้างนากุ้งมีน้ำท่วมขัง ตำรวจได้ไล่กวดติดตามจับกุมจึงพบว่าภายในถังมียาบ้ารวม 4 มัดรวม 4 หมื่นเม็ด ในกระเป๋ากางเกงมีอีก 184 เม็ด อยู่ในสภาพเปียกทั้งตำรวจทั้งผู้ต้องหาส่วนยาบ้าถูกห่อมัดด้วยพลาสติคกันน้ำอย่างดี เบื้องต้นยอมรับสารภาพว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตัวเอง

สำหรับทางการสืบสวนตำรวจพบว่าบังเอียดอำพรางตัวเองเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง แต่ตำรวจพบข้อมูลการจำหน้ายยาเสพติดจากต่างถิ่นโยงมายังบังเอียดกระทั่งได้เฝ้าติดตามจนพบว่าเมื่อสั่งยาบ้ามาจะนำไปซ่อนในป่ากกข้างนากุ้ง เมื่อมีคนซื้อจะนำออกไปจำหน่าย ตำรวจจึงจู่โจมเข้าจับกุมได้เป็นผลสำเร็จ และได้มีการขยายผลเชื่อมโยงไปยังขบวนการในพื้นที่แล้วด้วย


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

“เด่นลาย ท่าหลา” สิ้นลายประวัติคดียาวเป็นหางว่าว

ที่นครศรีธรรมราช ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการ ปคม. และชุดสืบสวน สภ.ท่าศาลา นครศรีธรรมราช เข้าทำการจับกุมนายชัยชาญ – หรือ “เด่นลายท่าหลา” อายุ 43 ปี ชาวตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา นครศรีธรรมราช ขณะติดตามผู้ต้องหารายนี้และพบนายชัยชาญอยู่ข้างถนนในพื้นที่ หมู่ 7 ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จึงเข้าทำการจับกุมคุมตัวตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ 489/2568 ในความผิดฐานครอบครอง และเสพยาเสพติดประเภท 1

ทั้งนี้นายชัยชาญ ได้ต้องคดียาเสพติดได้ไปขึ้นศาลเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีแล้ว แต่ปรากฎว่าก่อนมีคำพิพากษานายชัยชาญ หรือเด่นลาย ได้หลบหนีไม่มาขึ้นศาล เมื่อถูกจับกุมอ้างว่าไม่มีเงินเสียค่าปรับจึงหลบหนีกระทั่งถูกตำรวจจับกุม อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบประวัติคดีพบว่าตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมานายชัยชาญ หรือเด่นลาย ต้องคดีลักทรัพย์ และคดียาเสพติดในท้องที่ สภ.ท่าศาลา สภ.เมืองนครศรีธรรมราช สภ.คอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ รวมแล้ว 9 คดี และคดีล่าสุดนี้เป็นคดีที่ 10 ส่วนสาเหตุที่ได้ฉายาว่า “เด่นลาย” สืบเนื่องจากนายชัยชาญ ได้สักลายทั้งตัวตั้งแต่ใบหน้าจนถึงปลายเท้า ลายพร้อมไปทั้งร่างเป็นที่มาของชื่อฉยาว่า “เด่นลาย” นั่นเอง


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

งานฌาปนกิจ คุณแม่สงัด รุ่งเรือง อายุ 77 ปี ซึ่งเป็นโยมย่าของพระครูโอม ผู้สร้างตำนานปลดหนี้ร้อยล้าน พร้อมส่องเลขเด็ดใต้ฝาโลง หวังเสี่ยงโชครับปีใหม่

เพชรบูรณ์ – งานฌาปนกิจ คุณแม่สงัด รุ่งเรือง อายุ 77 ปี ซึ่งเป็นโยมย่าของพระครูโอม ผู้สร้างตำนานปลดหนี้ร้อยล้าน พร้อมส่องเลขเด็ดใต้ฝาโลง หวังเสี่ยงโชครับปีใหม่

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 15.00 น. ที่บริเวณเมรุ วัดใหม่สามัคคี (หนองโสน) หรือ “วัดหลวงพ่อห้ามจน” ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลห้วยโป่ง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้กำหนดจัดงานบำเพ็ญกุศลฌาปนกิจศพ คุณแม่สงัด รุ่งเรือง อายุ 77 ปี ซึ่งถือเป็นโยมย่า ของพระครูปลัดปริยัติวัฒน์ หรือพระครูโอม ผู้สร้างตำนานปลดหนี้ร้อยล้าน ประธานสงฆ์วัดใหม่สามัคคี – ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ พระอารามหลวง ที่ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ไปเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

โดยมี นายสมชาย เย็นจิต ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.นาเฉลียง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และมี พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรานุวัตร กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าอาวาสวัดบพิตรพิมุข วรวิหาร กรุงเทพมหานคร เดินทางมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระราชพัชรธรรมเมธี เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ พระอารามหลวง , พระครูอุปถัมภ์พัชรากร เจ้าคณะตำบลนาเฉลียง – เจ้าอาวาสวัดใหม่สามัคคี และคณะสงฆ์ร่วมทำพิธี เทศน์อานิสงส์หน้าศพ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ

จากนั้น ทางญาติพี่น้อง ได้ช่วยกันนำร่างคุณแม่สงัด รุ่งเรือง โยมย่าพระครูโอม เดินเวียน 3 รอบ ก่อนนำขึ้นสู่เมรุ และได้เปิดโลงศพให้ลูกหลานได้เห็นหน้า ไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อส่งไปสู่ภพภูมิที่ดีตามความเชื่อทางพุทธศาสนา และขณะเดียวกัน ชาวบ้าน นักเสี่ยงโชคและบรรดาเซียนหวย ก็ตาดีกันสุดๆ เมื่อสังเกตไปที่ฝาโลงศพผู้ตาย ซึ่งสัปเหร่อได้นำไปตั้งไว้ข้างเตาเผา ได้ปรากฏตัวเลขให้เห็นเด่นชัด เป็นเลข 95 และผู้ที่เห็นก็ได้บอกต่อๆ กันไปอย่างรวดเร็ว จนสร้างความฮือฮาแก่ผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก ต่างก็ไม่พลาดที่จะนำเลขเด็ด 95 – 59 – 959 หรือเลขอายุผู้ตาย 77 ไปเสี่ยงดวงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569 ที่กำลังจะถึงนี้ เพราะต่างเชื่อว่า ผู้ตายมักให้โชคจากเลขฝาโลง


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

กอ.รมน. รับมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อส่งมอบให้กับทหารและผู้ประสบภัยตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา

กอ.รมน. รับมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อส่งมอบให้กับทหารและผู้ประสบภัยตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา

วันนี้ (26 ธันวาคม 2568) พลโท ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. (สมท.กอ.รมน.) และคณะ ร่วมรับมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค ได้แก่ ผ้าห่ม 495 ผืน, กระดาษทิชชู่ 10 ลัง, กระดาษเปียก 20 ลัง, สบู่ล้างมือ 10 ลัง, ถุงเท้า 400 คู่ และแพมเพิส จาก ดร. แก้วเก้า เผอิญโชค ประธานมูลนิธิ คิดดี พูดดี ทำดี และพันธมิตร เพื่อส่งมอบให้กับทหารและผู้ประสบภัยตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ณ กอ.รมน. สวนรื่นฤดีกอ.รมน. พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อส่งต่อความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้แก่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา


กองทัพบก จัดพิธีส่งมอบความช่วยเหลือจาก บ.กัลฟ์ฯ 23 ล้านบาท แก่ครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา

กองทัพบกจัดพิธีส่งมอบความช่วยเหลือจาก บริษัท กัลฟ์ฯ 23 ล้านบาท แก่ครอบ ครัวกำลังพลผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา

วันนี้ (25 ธันวาคม 2568) กองทัพบก จัดพิธีส่งมอบเงินช่วยเหลือจาก บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ให้แก่ครอบครัวกำลังพลกองทัพบกที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์กรณีพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา จำนวน 23 ครอบครัว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 23,000,000 บาท

พิธีจัดขึ้น ณ ห้อง 321 อาคาร 3 ชั้น 2 กองบัญชาการกองทัพบก เวลา 09.30 น. โดยคุณสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร เป็นผู้มอบเงินช่วยเหลือให้แก่ญาติของกำลังพลผู้เสียชีวิต โดยมี พลเอก ชัย พฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พร้อมด้วย พลโท บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก และคณะผู้บังคับบัญชากองทัพบก เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

การจัดพิธีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิต เป็นการแสดงความห่วงใยและร่วมดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างเต็มที่ เสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลและครอบครัว ตลอดจนสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างกองทัพบกกับภาคเอกชนในการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่อง

ในโอกาสนี้ เสนาธิการทหารบก ได้กล่าวขอบคุณบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหา ชน) ที่ให้การสนับสนุนกองทัพบกอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ทั้งในด้านการสนับสนุนระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมในพื้นที่ปฏิบัติการ ซึ่งช่วยให้กำลังพลแนวหน้าสามารถติดต่อสื่อสารกับครอบครัวได้ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือกำลังพลและครอบครัวมาโดยตลอด

พร้อมกันนี้ เสนาธิการทหารบกได้กล่าวถึงกำลังพลผู้เสียชีวิตว่า “กำลังพลทุกนายได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสมเกียรติ ด้วยความเสียสละอย่างสูงสุด กองทัพบกยืนยันว่าจะดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง”

ด้านคุณสารัชถ์ รัตนาวะดี กล่าวว่า “บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มีความยินดีในการสนับสนุนกองทัพบกอย่างต่อเนื่อง และพร้อมยืนเคียงข้างกำลังพลและครอบครัวในทุกสถานการณ์”

กองทัพบกขอขอบคุณ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมแสดงน้ำใจและให้การช่วยเหลือครอบครัวกำลังพลผู้เสียสละ พร้อมยืนยันว่าจะดูแลสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และความเป็นอยู่ของครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการปฏิบัติภารกิจในการรักษาความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก