ชาว อ.กำแพงแสน พร้อมใจกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดปี 2569

ชาวบ้านอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม พร้อมใจกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดปี 2569

วันที่ 1 มกราคม 2569 ที่วัดหนองปลาไหล ตำบลทุ่งกระพังโหม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยพระครูวิมล จินดากร เจ้าอาวาสวัดหนองปลาไหล นำคณะสงฆ์ออกรับบิณฑบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง โดยมี ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านบ้านหนองปลาไหล บ้านกระถินแดง และใกล้เคียง เป็นจำนวนมาก ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระสงฆ์ เนื่องในโอกาสต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคล ความสงบสุขแก่ชีวิตและครอบครัว ตลอดปี 2569

โดยพระครูวิมล จินดากร เจ้าอาวาสวัดหนองปลาไหล ได้นำพระสงฆ์ออกบินฑบาตรจากตลาดหนองปลาไหลไปยังตลาดกระถินแดง และมาสิ้นสุดที่หน้า อบต.ทุ่งกระพังโหม โดยในปีนี้มีชาวบ้านร่วมทำบุญตักบาตร เป็นจำนวนมากกว่าทุกทุกปี

ทั้งนี้ สำหรับข้าวสารอาหารแห้งที่ที่รับบิณฑบาตรจากชาวบ้านในครั้งนี้ ทางวัดจะนำไปมอบให้กับโรงเรียนเพื่อแจกจ่ายให้กับเด็กๆ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติต่อไป


นายสมคิด พรมมี
ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครปฐม

ร.พ.นครปฐม จัดกิจกรรม ร่วมใจรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569

โรงพยาบาลนครปฐม จัดกิจกรรม ร่วมใจรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569

นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดกิจกรรม โรงพยาบาลนครปฐม ร่วมใจรณรงค์ ”ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวรายงาน พร้อมด้วย พันตำรวจเอก อชิรวัตต์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมกิจกรรม ภายในงาน มีการมอบ หมวกนิรภัย ให้กับผู้สมัครเข้าร่วมขบวนรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย

จากนั้นมีการปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์ ตามเส้นทางที่กำหนดเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ณ บริเวณโดม อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

เต้ พระราม 7 ฟาดแรง โดรมลูกใครก็ไม่ควร ขอเสียงหนุนแคนดีเดตนายกเพื่อจัดการตัดเส้นเงินตระกูลฮุนสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก

เต้ พระราม 7 ฟาดแรงโดรมลูกใครก็ไม่ควร ขอเสียงหนุนแคนดีเดตนายกเพื่อจัดการตัดเส้นเงินตระกูลฮุนสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก

วันที่ 31 ธันวาคม 68 ผู้อสื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดแทมมารีนกลางเมืองหัวหิน อ.หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ“เต้ พระราม 7” สส.บัญชีรายชื่อพรรคทางเลือกใหม่ ได้พาครอบครัวภรรยาและลูกอีก 4คน เดินทางมาเที่ยวพักผ่อน และหาเสียงพูดคุยกับประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ภายในตลาดแทมมารีนกลางเมืองหัวหิน ซึ่งปกติจะมาพาครอบครัวมาเที่ยวพักผ่อนและมาเคาท์ดาวน์ที่เมืองหัวหินเป็นประจำทุกปี ก่อนได้พบปะพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาด พบว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวของเมืองหัวหินดีขึ้นเยอะ เท่าที่ดูรายได้ด้านการท่องเที่ยวในปี 2567 เข้ามาที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ประมาณ 44,000 ล้าน มีต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวประมาณ 11ล้านคน โดยปีนี้ 68 ในภาพรวมมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากขึ้น มีรายได้จากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวประมาณ 1.9 ล้านๆ บาท

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (เต้ พระราม 7) กล่าวว่า กรณีที่คุณโดมปกรณ์ ลัม ไปโพสต์ข้อความคุกคามทางเพศบุตรสาวของคุณหญิงสุดารัตน์ ทราบว่า คุณหญิงได้มอบฝ่ายกฎ หมายเข้าดำเนินคดีกับคุณโดมแล้ว โดยคุณโดมใช้คำไม่สุภาพไปโพสต์ใน Facebook คุณโดมอ้างว่า ตัวเองมึนเมาหากทราบว่าเป็นลูกคุณหญิงก็จะไม่ทำนั้น ตนขอแจ้งคุณโดมว่าลูกใครคุณโดมก็ไม่มีสิทธิ์ทำไม่ว่าจะเป็นช่วงที่มีสติหรือไม่มีสติก็ตาม ตามประมวลกฎหมายอาญา 2499 แก้ไขเพิ่มเติม 2568 เริ่มมีผลบังคับใช้วันนี้ หรือที่เรียกว่ากฎหมายคุกคามทางเพศในส่วนของออนไลน์ ในอดีตกฎหมายข้อนี้อัตราโทษไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท แต่ปัจจุบันบังคับใช้วันนี้วันแรกการคุกคามทางเพศทางออนไลน์มีอัตราโทษสูงไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกิน 6 แสนบาท เคสนี้เป็นโทษทางอาญาแผ่นดิน ซึ่งคุณโดมบอกว่ามีแอดมินอยู่ประมาณ 6-7คน แต่ภายหลังปรากฏว่า ตัวเองออกมายอมรับว่าเป็นคนโพสต์เอง และทราบว่าโทรไปหาคุณหญิงและน้องเจนนี่เพื่อขอโทษแล้ว แต่ก็ไม่ทันเพราะถูกดำเนินคดีแล้ว. อัตราโทษหากรับสารภาพจะถูกจำคุกประมาณ1ปีรอลงอาญา ปรับอาจจะเหลือ 20,000 บาท ประเด็นสำคัญคือสิ่งที่จะโดนต่อไปในอนาคต คือ ถ้าคุณโดมคิดจะเล่นการเมืองในอนาคตเพราะส่วนใหญ่มีดาราจำนวนมากหันมาเล่นการเมือง จะผิดมาตรฐานจริยธรรม สส. สว. คณะรัฐมนตรี ในหวดที่ 2 เกี่ยวกับเรื่องคุกคามทางเพศ. ซึ่งถ้าผิดตรงนี้แล้วมีโอกาสสูงที่จะผิดจะจริยธรรมร้ายแรง ไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้เลย. ไม่ว่าจะเป็นสส. รัฐมนตรี สว. ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้านกำนันก็เป็นไม่ได้. เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้คุณโดมว่าจะทำอะไรไปต้องมีสติ และยิ่งเป็นดาราดังรุ่นใหญ่ยิ่งต้องใช้สติและระวังให้มาก อย่างน้อยก็เป็นตัวอย่างการคุกคามทางเพศทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ปัจจุบันกฎหมายข้อนี้ค่อนข้างที่จะร้ายแรงเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นบุตรหลานใคร หรือเป็นลูกคนใหญ่คนโตก็ไม่เกี่ยวเพราะทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ฉะนั้นพรรคทางเลือกใหม่ 1 ในนโยบายของพรรค คือการปกป้องสิทธิของสตรีผู้เป็นแม่ ใครก็คุกคามไม่ได้คือดสิ่งสำคัญ

ส่วนประเด็นการสู้รบระหว่างไทยกับเขมร เรารบกันมา 2 รอบแล้ว มีการหยุดยิง 72 ชั่วโมง ถามว่าจะเป็นการหยุดยิงระยะยาวหรือไม่ตนตอบเลยว่าไม่ใช่ ตอนนี้การหยุดยิงเพื่อให้เขมรมาเก็บศพทหารของตัวเอง แต่ปัจจุบันฝ่ายไทยต้องเป็นคนมาเก็บศพทหารเขมร เพราะทางเขมรไม่ยอมรับว่าทหารที่ตายเป็นทหารเขมร ซึ่งการหยุดยิงไม่ใช่การเจรจาหยุดยิงระยะยาวเป็นเพียงแค่การหยุดปีใหม่. ทหารไทยก็จะเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพิ่มเติม ตนทราบว่าทางฝ่ายเขรมกำลังไปหาอาวุธและกระสุนมาเพิ่ม จากประเทศที่3 เป็นจำนวนมากพอสมควร ซึ่งเขรมมีอาวุธที่ร้ายแรงเยอะที่ได้จากประเทศที่3 ขายให้ ผ่านประเทศที่ 3-4 และมีเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องของการสู้รบระหว่างไทยกับเขรมแล้ว แต่มีประเทศที่ 3-4 เข้ามาเกี่ยวข้องหนุนหลังให้เขรมโดยมีสหรัฐหนุนหลังอยู่ โดยสังเกตว่ามีการบินโดรนพลีชีพในไทยจำนวนมากคนที่มาบังคับโดรนเป็นชาวต่างชาติสัญชาติอเมริกันผ่านในรูปแบบบริษัทอาวุธมาใหม่ หากเขมรไม่ชำนาญก็จะจ้างนักรบต่างชาติเข้ามารบแทน เขมรได้งบจากสแกมเมอร์ในไทยปีละ 120,000 ล้าน คนไทยที่ถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์ที่เขมรจะโดนไปเปิดบัญชีม้า พอบัญชีม้าถูกล็อคจะถูกดำเนินคดี พรบ.คอมพิวเตอร์จะถูกออกหมายจับค้างไว้คนไทยไม่สามารถกลับเข้าประเทศไทยได้ เพราะกลับเข้าประเทศเมื่อใดก็ถูกจับทันที มีคนไทยจำนวนมาก ไม่กล้ากลับประเทศจึงหันไปเป็นสแกมเมอร์เลยที่เขมร ก็คือไทยหลอกไทย มีอยู่ประมาณ 30,000 คน สแกมเมอร์ตรงนี้ ไม่สามารถกำจัดได้เลยเพราะเราไม่สามารถเข้าประเทศเขาได้ ซึ่งสงครามระยะยาวไม่ใช่ว่าเราจะกำจัดก่อนกองทัพ กำจัดตระกูลฮุนเพียงอย่างเดียว เราต้องลุกคืบเข้าไปถึงชั้นในของเข้าเลย ระเบิดรังสแกมเมอร์ที่เป็นบริษัททั้งหมด เพราะบริษัทเหล่านี้เมื่อก่อนเปิดเป็นแค่บอนก่อนมีสแกมเมอร์ไปร่วมเปิดเป็นบริษัทและนำเงินส่วนหนึ่งให้ฮุนเซ็นนำเงินไปซื้ออาวุธภายนอกนำกลับมารบกับไทย ตอนนี้เขมรมีอาวุธจำนวนมาก สังเกตจากการยิงBM21ใส่ไทย จะยิ่งแบบไม่อั้นวันละ5,000นัดยังได้ แต่ไทยเหนือกว่าคือมีกองทัพอากาศ กองทัพเรือ และที่ยังไม่เหนือกว่าคืออาวุธของกองทัพภาคพื้นดิน สังเกตุจากไทยจะยิงอาวุ ธแต่ละนัดนั้นต้องระมัดระวัง และตรงลงเป้าหมาย ไม่ยิงมั่วแบบเขมร

ในอนาคตตนมองว่าตอนนี้มีกำลังทหา ร360,000 นาย แบ่งเป็นทหารเกณฑ์ 160,000 นาย การที่เราจะลุกคืบเข้าพื้นที่ชั้นในของเขมรนั้นทำไม่ได้เราทำได้แค่ปกป้องพื้นที่ของเรา ในฐานะที่ผมเป็นแคนดีเดตนายกในฐานะภาคทางเลือกใหม่ และเป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้มีนโยบา เงินผดุงเกียรติให้พี่น้องทหารผ่านศึกเดือนละ3,000 บาท นโยบายของเราต้องดูแลทหารปลดประจำการและในประจำการขวัญกำลังใจต้องดีกำลังพลต้องมากพอ. ในมุมของตนการเลือกตั้งในวันที่ 8 อาจจะมีหรือไม่มี หรืออาจจะเลื่อนบ้างไม่รู้กี่วัน นโยบายของเราต้องการเพิ่มกำลังพลทหาร2แสนนายให้เป็นนักรบอาชีพ ไม่ใช่เอานักรบไปล้างจาน ตัดหญ้า หรือไปอยู่กับผู้พันอะไรแบบนั้นไม่เอา ขอเตรียมกำลังพล ปี ของบเพิ่มอีก2พันล้านบาท เพื่อจัดซื้ออาวุธ ยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัย สวัสดิการทหารเพิ่มเข้าไป ซึ่งจะมีทหารเพิ่ม 560,000 นาย ทำให้กำลังรบเราพร้อม ซึ่งพรรคทางเลือกใหม่หากมีพี่น้องประชาชนเลือกเยอะๆ จะมี สส.ในสภาเพิ่มเยอะขึ้น ที่ผ่านมาอยากได้บริหารด้านกระทรวงศึกษา ด้านการคมนาคมแต่ตอนนี้มีสงคราม ไปโรงเรียนก็ไม่ได้ ค้าขายก็ไม่ได้ ไปเที่ยวก็ไม่ได้ อยู่บ้านก็ไม่ได้ ฉะนั้นกระทรวงที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือกระทรวงกลาโหม ผมจึงขออาสาเป็นรัฐมนตรีกลาโหม ขอใช้เวลา 1 ปี ในการเตรียมกำลังพลเตรียมอาวุธทุกอย่างให้พร้อม หากฮุนเซ็นหันกลับมาเล่นไทยอีกเราจำเป็นต้องเผด็จศึกตระกูลฮุนให้หมดสภาพจากการเป็นผู้นำประเทศ
เราไม่ต้องการประหักประหารพี่น้องประชาชนชาวเขมร เราต้องการทำลายศักยภาพกองทัพและธุรกิจมืดของสมเด็จตระกูลฮุนให้หมดโดยเฉพาะสแกมเมอร์ จำเป็นต้องตระกูลฮุนและคณะบริหารชุดปัจจุบัน รวมทั้งอาวุธที่ร้ายแรงต้องกำจัดให้หมด เพื่อไม่ให้เป็นภัยคุกคามต่อไทยในอนาคต หากสามารถกำจัดสแกมเมอร์และยึดพื้นที่ชั้นในได้แล้ว ไทยก็จะพบกับความสงบสุขในระยะยาว. หากเจรจาและปล่อยให้มีการปะทะกันแบบนี้เรื่อยๆ ตอนนั้นเขรมจะมี F16 มี F35 ตอนนั้นไทยจะเหนื่อยมาก

ตนมองว่าระยะยาวทหารนั้นสำคัญ มีความสำคัญต่อนักการเมือง สส. หรือคณะรัฐมนตรี เพราะเงินเดือนทหารสตาร์ทพี่หมื่นกว่าบาท ต่อให้เสียชีวิตได้เงินเป็นล้านก็ไม่คุ้ม ตนจึงอยากได้คะแนนเสียงจากประชาชนมากพอสมควร เพื่อที่จะได้อำนาจที่ได้รับมา support กองทัพ ทำให้กองทัพเข้มแข็ง และอีกนโยบายหนึ่งที่สามารถทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้คือ เรามีเงินทุนเจ้าบ้าน 36,000 บาท ต่อหลังคาเรือนจำนวน 25 ล้านครัวเรือน 9 แสนล้านบาท ไม่เป็นหนี้สาธารณะเพราะปล่อยกู้ วินัยการเงินดีไม่คิดดอกเบี้ย วินัยการเงินดีปีแรกได้ 36,000 บาท ต่อครัวเรือน 25 ล้านครัวเรือน ปีที่ 2 ทบไป 2 เท่า ปีที่ 3 ทบไป 3 เท่า นำมาใช้หนี้นอกระบบได้การจับจ่ายใช้สอยทั้งระบบเศรษฐกิจทั้งภาษี Vat ภาษีส่วนบุคคล จะได้ return กลับมา 2แสนล้านต่อปี ตรงจุดนี้ขอแค่เจ้าบ้านบ้านละ 1 เสียง ถ้า 25 ล้านเสียง ให้เราสัก 10 ล้านเสียง เราจะมี สส.ในสภา ไม่น้อยกว่า 25 คน ก็สามารถเสนอแคนดีเดตนายกได้ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ขอให้ประชาชนไว้วางใจพรรคทางเลือกใหม่ หมายเลข 10 จะทำให้คุณเห็นว่า เต้ พระราม 7 จะทำให้มากกว่าที่คุณคาดหวัง และจะทำให้สำเร็จเพื่อทดแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

ผู้สมัคร ส.ส. เขต6 พรรคเพื่อไทยเบอร์ 4 ลุยพื้นที่ขอคะแนนเสียงกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในตลาดนัด

นครปฐม – ผู้สมัคร ส.ส. เขต6 พรรคเพื่อไทยเบอร์ 4ลุยพื้นที่ขอคะแนนเสียงกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในตลาดนัด

นาย ศิรวริศ สวนแก้วหรือทนายหมู ผู้สมัครส.ส.นครปฐม เขต 6 พรรคเพื่อไทยเบอร์ 4 ลุยลงพื้นที่ขอคะแนนเสียง กับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชน ที่มาเดินจับจ่ายใช้สอย ที่ตลาดนัดหน้าโรงเรียนวัดไร่ขิง โดยพี่น้องประชาชนให้ความสนใจ นโยบายของพรรคเพื่อไทย เพราะมีผลงานในอดีตที่ผ่านมาทุกนโยบายสามารถจับต้องและทำได้จริง และได้ผู้สมัคร ส.ส. หนุ่มไฟแรง หวังปักธงส.ส.นครปฐม ในนามพรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้ง 6 ได้ในครั้งนี้


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ประเพณี “ยกดาบชาติพันธุ์” ถวายหลวงพ่อขุนด่านแห่งเดียวในโลก

สุพรรณบุรี – พิธีแห่ผ้าห่มหลวงพ่อขุนด่าน และงานประเพณีนุ่งชุดไทยมายกดาบชาติพันธุ์ แห่ดาบถวายหลวงพ่อขุนด่าน หนึ่งเดียวในโลก ชาวบ้านเชื่อว่าจะช่วยตัดกรรม ตัดทุกข์ ตัดโศก ตัดโรค ตัดภัย ตัดสิ่งไม่ดีให้หายไป จะมีแต่สิ่งมงคล สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต และมีโชคลาภ ส่งท้ายปีเก่า ต้อนร้อนปีใหม่ ส่วนที่แปลกและฮือฮามาก อยู่ที่กิจกรรมธาราพาโชคการกุศล ที่มีรางวัลใหญ่เป็นรางวัลพิเศษ “โลงศพ” ปริศนาธรรม เตือนสติให้ทุกคนได้ปล่อยวางการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ก่อนพิธีเปิดงานทุกคนได้ยืนสดุดีให้ทหารกล้าทุกนาย ที่พลีชีพปกป้องอธิปไตยของชาติไทย และได้เปิดเพลงชาติไทย ทุกคนยืนตรงเครารพธงชาติ แสดงถึงความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ธงชาติไทยโบกสะบัดพลิ้วสวยงาม

ที่วัดดงเสลา ตำบลองค์พระ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี พระครูโสภิตสุวรรณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดดงเสลา ร่วมกับคณะกรรมวัด ผู้นำชุมชน ประชาชน จัดพิธีแห่ผ้า ห่มหลวงพ่อ ขุนด่าน ปีนี้ผ้าสีเหลือง เป็นสีธงชัย ผ้าขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 13 เมตร งานประเพณีนุ่งชุดไทยมายกดาบชาติพันธุ์ ถวายหลวงพ่อขุนด่าน และงานประจำปีปิดทองหลวงพ่อขุนด่าน หนึ่งปีมีครั้งเดียว งานมีไปจนถึงวันที่ 2 มกราคม 2569

ก่อนเริ่มพิธีเปิดผู้ที่มาร่วมงานทุกคนได้ยืนสดุดีให้ทหารกล้าทุกนาย ที่พลีชีพปกป้องอธิป ไตยของชาติไทย และได้เปิดเพลงชาติไทย ทุกคนยืนตรงเครารพธงชาติ แสดงถึงความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งธงชาติไทยได้โบกสะบัดพลิ้วสวยงาม ทั้งที่ช่วงนั้นไม่มีลมพัด แต่เบื้องหลังนั้นได้มีเจ้าหน้าที่นำพัดลมตัวใหญ่มาเปิดเป่าลมให้ธงชาติไทยได้โบกสะบัดพลิ้วอย่างสวยงาม ซึ่งผู้ที่มาร่วมพิธีจะแต่งชุดไทยพื้นถิ่นกับชุดไทยย้อนยุค และมีกลุ่มชาติพันธุ์มาร่วมพิธี ประกอบด้วย ชาวไทยพื้นถิ่น-ชาวไทยเชื้อสายจีน-ลาวครั่ง-ไทยพวน-ไทยมอญ-กะเหรี่ยง-ไทยทรงดำ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ จะถือดาบมาร่วมขบวนแห่กันอย่างคึกคัก โดยได้อัญเชิญดาบขึ้นแท่นบนเวที พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ ประกอบพิธี เจิมและ ผูกผ้าแพรที่ดาบใหญ่มหามงคล

จากนั้นอัญเชิญดาบใหญ่มหามงคล 2 เล่ม ยาว 3 เมตร หนักเกือบ 100 กิโลกรัม โดยมีชายแต่งชุดทหารโบราณแบกดาบ ใหญ่มหามงคล 2 เล่ม นำหน้าขบวนแห่ดาบไปถวายหลวงพ่อขุนด่าน ตามด้วยข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน และกลุ่มชาติพันธุ์ แต่งกายมาในชุดของแต่ละชาติพันธุ์ ทุกคนจะเดินถือดาบร่วมขบวนแห่ดาบใหญ่

โดยในขบวนแห่ดาบ มีเครื่องขยายเสียง นักดนตรีและนักร้องมาร้องเพลงให้นางรำได้เต้นกันอย่างสนุกสนาน ส่วนนักดนตรี มือกลอง มือกีต้าร์ มือเบส แต่งกายชุดทหารโบราณ สีแดง ขบวนแห่ดาบเดินลอดผ่านซุ้มดาบยักษ์ 8 อรหันต์ เชื่อว่าจะช่วยตัดกรรม ตัดทุกข์ ตัดโศก ตัดโรค ตัดภัย ตัดสิ่งไม่ดีให้หายไป ให้มีแต่สิ่งมงคล สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต ขบวนแห่ดาบจะไปวนรอบอุโบสถมหาอุตม์ 3 รอบ แล้วนำดาบไปถวายดาบหลวงพ่อขุนด่าน ภายในอุโบสถมหาอุตม์ เพื่อความเป็นสิริมงคล

default

ภายในงานประชาชนและนักท่องเที่ยว สามารถมาร่วมสนุกกับกิจกรรมการกุศล “ธาราพาโชคการกุศล” รายได้เข้ากองทุนมูลนิธิหลวงพ่อขุนด่าน เพื่อการกุศลและสาธารณประโยชน์ นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยยากไร้ และผู้ที่ประสบอุทกภัย ภัยพิบัติต่างๆ ส่วนสีสันที่ฮือฮาอยู่ที่กิจกรรมธาราพาโชคการกุศล ทางวัดจัดหนักรางวัลใหญ่ เป็นรางวัลพิเศษ “โลงศพ” ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะว่าเป็นปริศนาธรรม ในการเตือนสติให้ทุกคนได้ปล่อยวางเรื่องการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เท่านั้น ส่วนใครที่ได้รางวัลพิเศษโลงศพ สามารถนำเอารางวัลโลงศพกลับบ้านก็ได้ แต่ถ้าไม่เอารางวัลโลงศพกลับบ้าน ก็สามารถบริจาคโลงศพให้กับทางวัดได้ เพื่อเป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา จะได้กุศลแรงและจะทำให้มีโชคลาภนอกจากกิจกรรมธารพาโชค จะมีรางวัลพิเศษโลงศพแล้ว ทุกคนจะได้ลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า พัดลม ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ของใช้ต่างๆ อีกจำนวนมาก

ด้านพระครูโสภิตสุวรรณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดดงเสลา เปิดเผยว่า หลวงพ่อขุดด่าน พระประ ธานประจำอุโบสถมหาอุตม์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ศิลปะอู่ทองปางพิจารณาชราธรรม หน้าตักกว้าง 16 ศอก สูง 20 ศอก ส่วนประเพณีถวายดาบหลวงพ่อขุนด่าน มีมาตั้งแต่สร้างองค์หลวงพ่อขุนด่าน ซึ่งเป็นปริศนาธรรมสอนให้รู้ว่า เพื่อให้พุทธบริษัททั้งหลาย ตัดซึ่งกิเลส ความโลภ โกรธ หลง ในจิตใจ เป็นการตัดทุกข์ ตัดเคราะห์ ให้เบาบางลง ให้เรื่องร้ายๆ กับกลายเป็นดี ประเพณียกดาบถวายหลวงพ่อขุนด่าน มีหนึ่งเดียวในโลก ชาวบ้านเชื่อว่าได้มาร่วมพิธีแห่ดาบ ยกดาบถวายหลวงพ่อขุนด่าน และได้กราบไหว้ขอพรหลวงพ่อขุนด่าน จะเป็นการตัดกรรม ตัดทุกข์ ตัดโศก ตัดโรค ตัดภัย ตัดสิ่งไม่ดีให้หายออกไปจากชีวิตและครอบครัว และจะมีแต่สิ่งมงคล สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตและจะทำให้มีโชคมีลาภ


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

มทภ.2 ค้างคืนอยู่กับลูกน้องในฐานปฏิบัติการ พื้นที่แนวหน้า

มทภ.2 ค้างคืนอยู่กับลูกน้องในฐานปฏิบัติการ พื้นที่แนวหน้า

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่แนวตามาเรีย–สัตตะโสม อยู่ร่วมกับกำลังพล ใช้ชีวิตเรียบง่าย ให้กำลังใจ และกำชับการปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย เพราะเป็นพื้นที่ที่เคยทำงานและปฏิบัติการมาก่อน ตรวจเยี่ยมกำลังพลแนวตามาเรีย–สัตตะโสม ติดตามสถานการณ์จริง เข้าใจภูมิประเทศจากประสบการณ์ตรง พร้อมกำชับการปฏิบัติภารกิจอย่า’รอบคอบและปลอดภัยสูงสุด


พรพิพัฒ รายงาน

แม่ทัพเติ่ง ตรวจเยี่ยมเวลากลางคืน เห็นสภาพจริง เข้าใจความเป็นอยู่จริง เพื่อขวัญและกำลังใจของกำลังพลหน่วยพร้อมรบ RDF-X พร้อมให้กำลังใจและมอบของเยี่ยมปีใหม่

แม่ทัพเติ่ง ตรวจเยี่ยมเวลากลางคืน เห็นสภาพจริง เข้าใจความเป็นอยู่จริง เพื่อขวัญและกำลังใจของกำลังพลหน่วยพร้อมรบ RDF-X พร้อมให้กำลังใจและมอบของเยี่ยมปีใหม่

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่เนิน 225 เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติภารกิจของหน่วยพร้อมรบ RDF-X ในช่วงเวลากลางคืน เพื่อรับทราบสภาพการปฏิบัติงานจริง สภาพความเป็นอยู่ และความพร้อมของกำลังพลในพื้นที่ปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด
ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะพูดคุย ให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจ พร้อมมอบของเยี่ยมเนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยมีเสนาธิการหน่วยพร้อมรบ RDF-X และผู้บังคับกองร้อย ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน

โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำและกำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ รอบรู้สถานการณ์ และยึดหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ ควบคู่กับการดูแลสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของกำลังพลให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และภารกิจ

การตรวจเยี่ยมในช่วงเวลากลางคืนครั้งนี้ สะท้อนถึงความห่วงใยของผู้บังคับบัญชาที่ต้องการเห็นสภาพการทำงานและชีวิตความเป็นอยู่จริงของกำลังพลในพื้นที่ พร้อมเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง


พรพิพัฒน์ รายงาน

ทบ. สดุดีทหารกล้า สละชีพจากการปฏิบัติหน้าที่ชายแดน ไทย -กัมพูชา จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ แด่วีรชนผู้ปกป้องผืนแผ่นดินไทย

ทบ. สดุดีทหารกล้า สละชีพจากการปฏิบัติหน้าที่ชายแดน ไทย -กัมพูชา จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ แด่วีรชนผู้ปกป้องผืนแผ่นดินไทย

จากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ส่งผลให้กำลังพลกองทัพบกซึ่งปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละ กองทัพบกจึงได้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพแก่ทหารหาญผู้กล้า เพื่อเชิดชูเกียรติและสดุดีการอุทิศชีวิตเพื่อประเทศชาติอย่างสมเกียรติ

วันนี้ (29 ธันวาคม 2568) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้ พลเอก ศานติ ศกุนตนาค ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก เข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพกำลังพลผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบ โดยมีนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ณ วัดเชือกนอก อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ

สำหรับการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่ พลทหาร ธนพัฒน์ นันทะวงศ์ สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างการสู้รบบริเวณ บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยกองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานชั้นยศ เป็น ร้อยตรี และจะได้รับเงินพระราชทาน, เงินบำรุงขวัญ, เงินสินไหมทดแทนในการประกันชีวิตของกองทัพบก (ภัยสงคราม), เงินช่วยเหลือและเงินบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท และเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรีและเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบฯ ตามมติ ครม. รวมประมาณ 11,105,264 บาท

พิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้

กองทัพบกขอสดุดีแด่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ยืนยันจะดูแลสิทธิ สวัสดิการ รวมทั้งความเป็นอยู่ของครอบครัวและทายาทของทหารกล้าทุกนายอย่างดีที่สุด ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความจงรักภักดีที่ทหารหาญทุกท่านได้อุทิศให้แก่ประเทศชาติ นับเป็นเกียรติภูมิสูงสุดของกองทัพบก และจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำ ตลอดจนอยู่ในหัวใจของประชาชนไทยตลอดไป


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

เชียงใหม่ เตรียมจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 24 มกราคม 2569

จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความจงรักภักดี สำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 24 มกราคม 2569

วันนี้ (29 ธ.ค. 68) ที่ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการจัดกิจกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับงานพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้ส่วนราชการและทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอแนะ และพิจารณารูปแบบการจัดกิจกรรมในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ทุกจังหวัดจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความจงรักภักดีในห้วงระยะเวลาภายใน 100 วัน แห่งการสวรรคต ทั้งในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับหน่วยงาน องค์กร สมาคม สถาบัน สถานศึกษา หรือชุมชน โดยกำหนดวัน เวลา สถานที่ และรูปแบบกิจกรรมภายในงานให้มีความเหมาะสมและสมพระเกียรติ

โดยกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์

สำหรับกิจกรรมหลักระดับจังหวัดในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ประชุมมีมติกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ ที่ 24 มกราคม 2569 โดยเลือกอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่จัดกิจกรรมของจังหวัด เนื่องจากมีความพร้อมในหลายด้าน เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญและเกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ มีจุดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้ผู้ร่วมงานได้ศึกษา สถานที่มีความสวยงาม อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถรองรับผู้ร่วมงานได้เป็นจำนวนมาก และการเดินทางสะดวก

ในเบื้องต้นกิจกรรมภายในงานจะประกอบด้วย การฟ้อนแบบล้านนา การแสดงโขน การแสดงดนตรีพระราชนิพนธ์เทิดพระเกียรติ จุดเทียนแสดงความอาลัย การจัดนิทรรศการเฉลิมพระ เกียรติ และการแสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ นอกจากนี้ยังอยู่ในช่วงที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์กำลังจัดงาน “เทศกาลชมสวน : Flora Festival 2025“ ทำให้ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสกับความสวยงามของสวนไม้ดอกไม้ประดับนานาพรรณ โดยเฉพาะโซน “บุปผาราชินี” ที่เป็นกลุ่มพรรณไม้ทรงคุณค่าที่ได้รับพระราชทานนาม หรือเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเฉลิมพระเกียรติในฐานะนักอนุรักษ์ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ เช่น กุหลาบควีนสิริกิติ์ , แคทลียาควีนสิริกิติ์” และบัวควีนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความงามคู่แผ่นดินไทยและพระจริยวัตรอันอ่อนโยนของพระองค์ โดยคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานนับหมื่นคน

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ จึงขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่ รวมถึงพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มาร่วมแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีที่มีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันเสาร์ ที่ 24 มกราคม 2569 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

ผบช.ภ.3 ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน สภ.มะเริง กำชับเข้มจัดการจราจร–ดูแลความปลอดภัยเต็มกำลังช่วงปีใหม่ 2569

ผบช.ภ.3 ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน สภ.มะเริง กำชับเข้มจัดการจราจร–ดูแลความปลอดภัยเต็มกำลังช่วงปีใหม่ 2569

นครราชสีมา เมื่อวันที่ (30 ธันวาคม 2568) เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความพร้อมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 บริเวณตู้ยามบ้านใหม่ สังกัดสถานีตำรวจภูธรมะเริง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ และกำชับมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ

ในการนี้ มี พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พ.ต.อ. โกสินทร์ สะอาดวงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรมะเริง พร้อมด้วยผู้บริหารและข้าราชการตำรวจในสังกัด อาทิ พ.ต.ท.สุทธิรักษ์ ลัคนาลิขิต รอง ผกก.ป.สภ.มะเริง, พ.ต.ท.ชีวิน กสิ กรรม รอง ผกก.สส.สภ.มะเริง, พ.ต.ท.สุพีร์ ชัยสูงเนิน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.มะเริง, พ.ต.ท. บรรลือศักดิ์ โพธิ์นวลศรี สวป.สภ.มะเริง, พ.ต.ท.โสวัฒน์ สุระเสน สว.สส.สภ.มะเริง และ พ.ต.ท.จักรา พรหมดีสาร สว.อก.สภ.มะเริง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จิตอาสา ผู้นำชุมชน ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตำรวจอาสา และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ สภ.มะเริง ร่วมบูรณาการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดบริการประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลประชา ชนตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมกำชับแนวทางการปฏิบัติอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกรณีเกิดเหตุทางการจราจรที่อาจส่งผลให้การจราจรติดขัดหรือมีรถสะสม ขอให้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาในทันที เพื่อเร่งระบายรถและทำให้การจราจรกลับสู่สภาพคล่องตัวโดยเร็ว ลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่หมั่นประชาสัมพันธ์ข้อมูลสภาพการจราจร เส้นทางเลี่ยง และสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านสื่อออนไลน์และช่องทางประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างปลอดภัยและสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับการป้องกันเหตุอาชญากรรม การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการให้บริการด้วยความสุภาพ เป็นมิตร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่

การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำนโยบายของตำรวจภูธรภาค 3 ที่มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก บูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อให้การดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย และอุ่นใจตลอดการเดินทาง


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์เรืองประโคน จ.นครราชสีมา