กองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชมแหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร เหนือสุดแดนสยาม “Army Land ค่ายเม็งรายมหาราช” จังหวัดเชียงราย

กองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชมแหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร เหนือสุดแดนสยาม “Army Land ค่ายเม็งรายมหาราช” จังหวัดเชียงราย

ตามที่ รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพื่อให้สอดคล้องตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการกระจายความมั่นคงทางเศรษฐกิจสู่ชุมชน นั้นกองทัพบก ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตทหาร ภายใต้โครงการ “Army Land” ดินแดนท่องเที่ยวในเขตทหาร เพื่อเปิดบริการให้ประชาชนได้เข้ามาท่องเที่ยว พักผ่อน หรือร่วมกิจกรรมนันทนาการ ซึ่งเป็นการสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ เป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้เลือกใช้บริการแหล่งท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ชุมชนทหารและครอบครัว รวมถึงประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ได้เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ และพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป นั้น

กองทัพภาคที่ 3 โดย มณฑลทหารบกที่ 37 ขอเชิญชมแหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร เหนือสุดแดนสยาม “Army Land ค่ายเม็งรายมหาราช” จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ดังนี้.-

  1. อนุสาวรีย์ผู้เสียสละ ค่ายเม็งรายมหาราช : อนุสรณ์แห่งความกล้าหาญและเสียสละชีวิตเป็นชาติพลี การปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 ตั้งอยู่หน้ากองบังคับการกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17
  2. พุทธสถานดอยเจดีย์ : โบราณสถานที่มีอายุกว่า 600 ปี มีก้อนอิฐโบราณทอดตัว ในแนวทิศตะวันออก-ตก ลักษณะคล้ายวัด เมื่อปี พ.ศ. 2527 ได้ขุดพบพระพุทธรูปพระสิงห์ 3 ปางมารวิชัย เป็นศิลปะผสมล้านช้างกับล้านนา ตั้งอยู่บริเวณทางแยกสนามกอล์ฟ แม่กกกอล์ฟคลับ
  3. ศาลารอยพระบาท รัชกาลที่ 9 : อนุสรณ์สถานเมื่อครั้ง รัชกาลที่ 9 เสด็จเยี่ยมทหารหาญบนดอยพญาพิภักดิ์ ทรงประทับรอยพระบาทไว้บนแผ่นปูนปลาสเตอร์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ตั้งอยู่บริเวณดอยโหยด
  4. พิพิธภัณฑ์ทหาร มณฑลทหารบกที่ 37 : ศูนย์การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม หนึ่งในสิบแหล่งท่องเที่ยวในเขตเมือง บ้านปูน หลังแรกที่เคยเป็นที่บัญชาการสนามกองทัพภาคพายัพ ศิลปะแบบโคโลเนียล ที่หาดูได้ยาก อีกทั้งของโบราณยุคประวัติศาสตร์ล้านนา และสงครามโลกครั้งที่ 2 (มหาเอเชียบูรพา) ตั้งอยู่บริเวณม่อนจอมแจ้ง ชุมชนดอยทอง

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ขอเชิญชวนข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3, พี่น้องประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และเหล่านักท่องเที่ยวมาสัมผัส เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ แหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร “Army Land” แบบวิถีใหม่ New Normal ทั้งนี้ การเข้ามาท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ทหาร นักท่องเที่ยวจะได้รับความปลอดภัย ความสะอาด ความสะดวกสบาย และความประทับใจอย่างแน่นอน


การจัดตั้ง “จุดบริการประชาชน” ห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569

ตามที่ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้หน่วยทหารของกองทัพบก ให้การดูแลประชา ชน สร้างความปลอดภัยในการเดินทาง ลดอุบัติเหตุ ด้วยการจัดตั้ง “จุดบริการประชาชน” บริเวณด้านหน้าค่ายทหาร ในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ร่วมกับส่วนราชการ และภาคเอกชนในพื้นที่ โดยเฉพาะที่เป็นเส้นทางคมนาคมหลัก, แหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่สำคัญอื่นๆ ตามความเหมาะสม โดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง นั้น ในการนี้ กองทัพภาคที่ 3 / ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 3 ได้เตรียมการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอด ภัยให้กับพี่น้องประชาชน ในการเดินทางกลับภูมิลำเนาตนเอง หรือไปท่องเที่ยวในห้วงเทศ กาล ปีใหม่ 2569

โดยให้หน่วยและค่ายทหารในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3 ดำเนินการดังนี้.-

  1. จัดตั้งจุดบริการและช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ภาคเหนือ ตั้งแต่ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 โดยได้จัดเตรียมชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น, ชุดช่างซ่อมแซมรถยนต์ และจักรยานยนต์เบื้องต้น, เจ้าหน้าที่แนะนำเส้นทาง และเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางตลอด 24 ชั่วโมง จำนวนทั้งสิ้น 13 จุด ดังนี้.-
    1. บริเวณหน้าค่ายจิรประวัติ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์
    2. บริเวณจุดประสานงานหน้าค่ายสุรศักดิ์มนตรี (สถานีสารวัตรทหาร) อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
    3. บริเวณจุดรับประสานงานหน้าค่ายฝึกรบพิเศษประตูผา อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
    4. บริเวณลานจอดรถด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
    5. บริเวณจุดตรวจร่วมกับเทศบาลตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา
    6. บริเวณหน้าค่ายขุนจอมธรรม อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
    7. บริเวณจุดตรวจสี่แยกสนามบินเก่า อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
    8. บริเวณหน้าวัดพระยืน อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
    9. บริเวณสี่แยกไร่ยาสูบ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์
    10. บริเวณหน้าแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
    11. บริเวณป้อมตำรวจบ้านพญาวัด อำเภอเมือง จังหวัดน่าน
    12. บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.ศรีสุธาออยล์ อำเมือง จังหวัดพิษณุโลก
    13. บริเวณประตูทางเข้า – ออก มณฑลทหารบกที่ 310 อำเภอเมือง จังหวัดตาก
  2. บูรณาการร่วมกับส่วนราชการและเอกชนในพื้นที่ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในจุดบริการประชาชน เช่น น้ำดื่ม, ผ้าเย็น, กาแฟ, เจ้าหน้าที่เสนารักษ์พร้อมชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น, เจ้าหน้าที่ช่างพร้อมอุปกรณ์การช่างที่จำเป็น, นวดแผนไทยผ่อนคลาย, อุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าสำหรับมือถือ, ห้องน้ำ และสุขา เป็นต้น
  3. ประสานสื่อมวลชนร่วมทำข่าวประชาสัมพันธ์ และจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์เส้นทางการจราจรที่แออัด รวมทั้งหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ชำรุด
  4. จัดเตรียมชุดปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือประชาชนประจำจุดบริการประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้แล้ว กองทัพภาคที่ 3/ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและทุกภาคส่วน ร่วมกันรณรงค์ ประชาสัมพันธ์การสร้างความปลอดภัยในการขับขี่ยานพาหนะ ช่วงเทศกาล สงกรานต์ปีนี้ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติภัยทางถนน ภายใต้แนวความคิด “ขับรถดี มีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” ตามที่รัฐบาลได้พยายามดำเนินการอย่างจริงจัง


ตำรวจโพธิ์กลาง บุกมหาวิทยาลัย เตือนภัยไซเบอร์ 1,000 นศ. หลังสถิติถูกโกงออนไลน์พุ่ง

นครราชสีมา – ตำรวจโพธิ์กลาง บุกมหาวิทยาลัย เตือนภัยไซเบอร์ 1,000 นศ. หลังสถิติถูกโกงออนไลน์พุ่ง

สถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในกลุ่มเยาวชนและนักศึกษาเริ่มน่าเป็นห่วง หลังพบว่านักศึกษาถูกหลอกลวงทางออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง ผนึกกำลังภาคการศึกษา เดินหน้าเชิงรุกจัดกิจกรรมให้ความรู้ ปิดช่องโหว่อาชญากรรมไซเบอร์ถึงรั้วมหาวิทยาลัย

พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผู้กำกับการ สภ.โพธิ์กลาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.มารุต สันติเศรษฐสิน รองผู้กำกับการ (สอบสวน) และ พ.ต.ท.อนนท์ สาจันทึก สารวัตร (สอบสวน) นำข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้าบรรยายให้ความรู้ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิศวกรรมศาสตร์ จำนวนกว่า 1,000 คน ณ อาคารเรียนรวม 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ สืบเนื่องจากสถิติการแจ้งความของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พบการตกเป็นเหยื่อ คดีฉ้อโกงออนไลน์ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้โอนเงิน การชักชวนลงทุน หลอกซื้อ–ขายสินค้าออนไลน์ รวมถึงภัยจาก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ธนาคาร หรือหน่วยงานต่าง ๆ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการ แฮกบัญชีโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ อีเมล แอปพลิเคชันธนาคาร ตลอดจนกลโกงการหลอกให้กดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแฝง ที่อาจนำไปสู่การดูดข้อมูลส่วนตัวหรือควบคุมโทรศัพท์ของเหยื่อโดยไม่รู้ตัว

ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง ระบุว่า การสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ให้กับนักศึกษา ถือเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันอาชญากรรมยุคดิจิทัล พร้อมย้ำให้นักศึกษาตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนโอนเงิน ไม่หลงเชื่อข้อความหรือสายโทรศัพท์ที่สร้างความตื่นตระหนก และหากพบความผิดปกติสามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที เพื่อหยุดยั้งความเสียหายก่อนจะสายเกินไป.


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าวจ.นครราชสีมา

พระสงฆ์ 1,142 รูป ธรรมยาตราเจริญสมาธิภาวนา ถวายสมเด็จพระพันปีหลวง

สุพรรณบุรี – พระสงฆ์ 1,142 รูป ธรรมยาตราเจริญสมาธิภาวนาถวายสมเด็จพระพัน ปีหลวง

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี พระภาวนาธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นำคณะสงฆ์ธรรมยาตรา 1,142 รูปและสาธุชน เจริญสมาธิภาวนา อธิษฐานจิต อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานฆราวาส ณ อนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

จากนั้น พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหาร น้อมนำพวงมาลัยถวายบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และรูปหล่อพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พร้อมด้วย พระปริยัติวรคุณ เจ้าคณะอำเภอสองพี่น้อง เจ้าอาวาสวัดสองพี่น้อง พระอารามหลวง นำคณะสงฆ์ธรรมยาตรา 1,142 รูป และพุทธศาสนิกชนจุดประทีปถวายเป็นพุทธบูชา และบูชาธรรมพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) โดยพระภาวนาธรรมวิเทศ แสดงพระธรรมเทศนาเรื่อง ความสำคัญของสถานที่เกิดด้วยรูปกายเนื้อ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ความตอนหนึ่งว่า “อนุสรณ์สถานบ้านเกิดพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) สถานที่เกิดรูปกายเนื้อของพระมงคลเทพมุนี ตั้งอยู่บนแผ่นดินรูปดอกบัว มีน้ำล้อมรอบ ตรงข้ามวัดสองพี่น้อง มีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ คณะศิษยานุศิษย์ได้ร่วมกันจัดสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เป็นรูปทรงภูเขาทอง 8 เหลี่ยม ภายในบันทึกประวัติการสร้างบารมีของท่านตั้งแต่ปฐมวัย มัชฌิมวัย และปัจฉิมวัย บริเวณกลางมหาวิหารฯ ประดิษฐานรูปหล่อทองคำของพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี เพื่อให้สาธุชนได้กราบไหว้”

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า กิจกรรมธรรมยาตราจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 มุ่งเน้นการฝึกพระภิกษุบวชใหม่ให้เจริญภาวนาด้วยอิริยาบถเดินอีกทั้งยังเป็นบทฝึกความอดทน บำเพ็ญตบะตลอดระยะเวลา 1 เดือนของพระธรรมทายาทไปพร้อมกับการมีส่วนร่วมของสาธุชนผู้ศรัทธาในปฏิปทาของพระมงคลเทพมุนี ที่จะมาต้อนรับคณะสงฆ์ด้วยการกล่าวสาธุและโปรยกลีบดอกไม้เหมือนครั้งสมัยพุทธ กาล เป็นการแสดงความเคารพในพระรัตนตรัย ตามหลักคารวะ 7 จัดโดยเครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก, องค์การพุทธโลก (พล), วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรม กาย และภาคีเครือข่ายชาวพุทธกว่า 20 องค์กร ระหว่างวันที่ 2 ถึง 31 มกราคม พ.ศ 2569 ณ อนุสรณ์สถานที่เกี่ยวเนื่องด้วยพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)

โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมต้อนรับพระธรรมยาตรา ในวันที่ 3, 7, 11, 14, 18 และ 25 พิธีตัก บาตรพระ 1,142 รูป วันที่ 7, 11, 14, 18, และ 24 พิธีจุดประทีป วันที่ 6 ,10, 13, 17, 23, 24 และ 31 พิธีถวายสังฆทานรวม 360 กว่าวัด วันที่ 6, 17 และ 23 พิธีทอดผ้าป่าบำรุงวัดรวม 32 วัด วันที่ 5, 9, 12, 15, 16, 20, 22, 27 และ 28 พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 31 มกราคม ทั้งนี้ คณะศิษยานุศิษย์พระมงคลเทพมุนีได้มอบกองทุนการศึกษาจำนวน 10 โรงเรียน และร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ปฏิบัติธรรม และถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 142 วัด ในเส้นทางธรรมยาตราอีกด้วย

ติดตามข่าวสารกิจกรรมโครงการได้ทาง www.gbnus.com และ เฟซบุ๊กแฟนเพจ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร.02-831-1234


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ร.พ.นครปฐม จัดโครงการ ฝึกอบรมการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน กิจกรรม “รวมพลังแห่งความดี”

โรงพยาบาลนครปฐม จัดโครงการฝึกอบรมการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน กิจกรรม “รวมพลังแห่งความดี”

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม มอบหมายให้ แพทย์หญิงบุญเพ็ญ จงเสรีจิตต์ รองผู้อำนวยการด้านตรวจอบภายใน เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบอรมการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (BLS) ภายใต้กิจกรรม “รวมพลังแห่งความดี” เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี้พันปีหลวง

โดยมี คุณสุรักขณา คงคาเพชร รองหัวหน้าพยาบาลด้านยุทธศาสตร์และสารสนเทศ กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการช่วยฟื้นคืนชีพ ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สำหรับบุคลากรของโรงพยาบาลนครปฐมให้ สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตได้เหมาะสมกับผู้รับบริการ เพื่อให้มีความรู้และทักษะในการปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (BLS) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ทั้งในและนอกโรงพยาบาล สมารถนำไปใช้ได้ ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้ข่าว นครปฐม

นครชัยศรี เปิดปฏิบัติการ “เมืองพระปฐมเจดีย์ ไม่มีผู้เสพ”

อำเภอนครชัยศรี เปิดปฏิบัติการ “เมืองพระปฐมเจดีย์ ไม่มีผู้เสพ”

วันอังคารที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 10.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยนายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหาร/ผู้แทน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 25 แห่ง ธรรมาภิบาลอำเภอนครชัยศรี ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการเปิดปฏิบัติการ “เมืองพระปฐมเจดีย์ ไม่มีผู้เสพ” ของอำเภอนครชัยศรี บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจคัดกรองสารเสพติดตรวจหาสารเสพติดในบุคลากร หัวหน้าส่วนราชการอำเภอ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อส. และ ลูกจ้าง ในสังกัดอำเภอนครชัยศรี จำนวน 100 ราย ผลการปฏิบัติ “ไม่พบสารเสพติด” ในผู้เข้ารับการตรวจแต่อย่างใด

ปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามนโยบายจังหวัดนครปฐม กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทย อย่างเคร่งครัด


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผบช.ภ. 7 ตรวจเยี่ยม มอบสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สามพราน จว.นครปฐม

วันที่ 4 ม.ค.2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ. 7 เดินทางตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สามพราน จว.นครปฐม โดยมี พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณี รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ. สาม พราน, พ.ต.ท.ธนบดี รัชญ์พัฒน์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน, พ.ต.ท.ฉัตรธวัชร์ ศักดิ์ดรินทร์ รอง ผกก.สส.สภ.สามพราน, พ.ต.ท.พนม ประทุมแสง สวป.สภ.สามพราน, พ.ต.ท. มานะ ศิริเขตรกรณ์ สวป.(ชส.) สภ.สามพราน, พ.ต.ท.ไพรัตน์ เกษตรศรี สว.(สอบสวน) หน. ห้องคดี สภ.สามพราน, พ.ต.ต.สมเกียรติ บูชาวงศ์ภิวัฒน์ สว.อก.สภ.สามพราน พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับ

ในการตรวจเยี่ยม ได้ตรวจแถวข้าราชการตำรวจ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบนโยบายให้ยึดมั่นในความมีวินัย ความสุภาพเรียบร้อย และการให้บริการประชาชนด้วยความจริงใจ

จากนั้นได้ตรวจจุดให้บริการประชาชน One Stop Service ซึ่งจัดให้มีการให้บริการหลายด้านในจุดเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ และตรวจสอบ ห้องควบคุมผู้ต้องหา ซึ่งมีความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย พร้อม มีกล้องวงจรปิด (CCTV) ติดตั้งในสภาพใช้งานได้ดี สามารถดูภาพได้ทั้งปัจจุบันและย้อนหลังจากข้อมูลที่บันทึกไว้ เพื่อความโปร่งใสและความปลอดภัยในการควบคุมดูแล

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยม บ้านพักข้าราชการตำรวจ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความสะอาด ปลอด ภัย และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน โดยเน้นการปรับปรุงและดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยและการพักผ่อนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผู้บริหารสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมความพร้อมด้านการแพทย์ในช่วงเทศกาลปีใหม่

ผู้บริหารสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมความพร้อมด้านการแพทย์ในช่วงเทศกาลปีใหม่

เวลา 09.00 น. นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นายเเพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมด้านการแพทย์ และสาธารณสุข พร้อมให้กำลังใจ แพทย์ พยาบาล และ เจ้าหน้า ที่ ที่ปฏิบัติงานห้องฉุกเฉิน ศูนย์สั่งการ เพื่อพร้อมรับ สถานการณ์ อุบัติเหตุอุบัติภัย ที่อาจเกิดขึ้น ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ที่โรงพยาบาลนครปฐม และโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง เพื่อสร้างความมั่นใจในระบบบริการสาธารณสุข และลดความเสี่ยงให้กับประชาชนที่เดินทางสัญ จรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผบก.ภ.จวนครปฐม ตรวจเยี่ยมข้าราชการ ตํารวจ สภ.กำแพงแสน ที่ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร ช่วงเทศการปีใหม่ 2569

ผบก.ภ.จวนครปฐม ได้มาตรวจเยี่ยมข้าราชการ ตํารวจ สภ.กำแพงแสน ที่ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร ช่วงเทศการปีใหม่ 2569

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว. นครปฐม พร้อมด้วย ว่าที่ พ.ต.อ.สถาพร พาหา ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวนฯ, พ.ต.อ. ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผกก.สภ.กำแพงแสน, พ.ต.ท.ยศพงศ์ พันธุ รอง ผกก.ป.สภ.กำแพงแสน
พ.ต.ท.อุทัย สุมาลัย รอง ผกก.ป.สภ.บางเลน, พ.ต.ท.วีระพล ลิ้มวัฒนานิมิตกุล รอง ผกก. สอบสวน สภ.กำแพงแสน, พ.ต.ท.ไชยวัฒน์ ทองคงหาญ สวป.สภ.กำแพงแสน และข้าราช การตำรวจในสังกัด ภ.จว.นครปฐม ได้มาตรวจเยี่ยมข้าราชการ ตํารวจ สภ.กำแพงแสน ที่ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร โดยมอบสิ่งของให้แก่ ร.ต.ต.พิเชษฐ์ กลิ่นบุปผา รอง สวป.(ป.) สภ. กำแพงแสน เพื่อขอบคุณในการทำงานและเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

พร้อมกันนี้ได้ประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ที่มีบุคคลถ่ายทอดวีดีโอเผยแพร่ภาพในสื่อโซเชี่ยลมีเดียและแจ้งความดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ บริเวณจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร หน้า สภ.กำแพงแสน เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริง ตลอดจนกำหนดแนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง เป็นธรรมตามกฏหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

จากกรณีดังกล่าวมีข้อพิจารณาใน 2 ประเด็น คือ

  1. กรณีบุคคลดังกล่าวแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.กำแพงแสน​ ในข้อหา “ทำร้ายร่างกายและกระทำอนาจาร” ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบคำให้การและส่งตัวไปตรวจบาดแผลที่โรงพยาบาลกำแพงแสนเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
  2. กรณีบุคคลที่เข้ามารบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสภ.กำแพงแสน ฝ่ายกฎหมายพิจารณาแล้วมีความเห็นว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดดังนี้
    1. ข้อหา “แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวนซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเสียหายอันเป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ โดยรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น” ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 174 ประกอบมาตรา 172 และ 173
    2. ข้อหา “กระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ อันเป็นการกระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล ”ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397
    3. ข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน โดยทุจริตหรือหลอกลวง” ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1)

โดยได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องดำเนินการ สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีอย่างรอบคอบ รวดเร็วและให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ณ สภ.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จว.นครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ชาวบ้านผวา !! ตื่นเช้าวันปีใหม่มีหัวกระสุนปืนปริศนาตกทะลุหลังคาใส่ห้องนอน

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่ามีบ้านประชาชนถูกกระสุนปืนปริศนาตกใส่หลังคาทะลุลงที่นอน เหตุเกิดที่หมู่บ้านพลับพลาไชย หมู่ 6 ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพบผู้เสียหายและญาติยืนคุยให้กำลังใจกันอยู่ที่เพิงหน้าบ้านที่เกิดเหตุ

น.ส.เอ และน.ส.บี สองพี่น้อง เจ้าของห้องได้พาผู้สื่อข่าวเข้าไปดูที่ห้องนอนจุดเกิดเหตุพบที่หลังคาเมทัลชีท มีรูกระสุนทะลุ 1 รู ที่ผนังข้างที่นอนมีรอยถูกกระสุน บนที่นอนามีรอยถูกกระสุนถาก น.ส.เอ และน.ส.บี นามสมมติ สองพี่น้อง เจ้าของห้องเล่าว่า ปกติตนจะนอนที่ห้องนี้ประจำ แต่เมื่อคืนตนไม่อยู่ มีพ่อกับแม่ อยู่บ้านกระทั่งสายตนจึงกลับ พอมาถึงบ้านพ่อกับแม่ก็ถามว่าที่นอน มีรอยอะไรมาก่อนหรือไม่ตนตอบว่าไม่มี พ่อกับแม่จึงบอกว่าที่นอนมีรอยผิดปกติ นอกจากนี้ที่หลังคาก็มีรูทะลุ และที่ข้างที่นอนก็พบหัวกระสุนปืนตกอยู่ 1 หัว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

default

คาดว่าช่วง countdown น่าจะมีคนยิงปืนขึ้นฟ้าแล้วหัวกระสุนปืน ตกมาใส่หลังคาบ้านโดนผนังห้องนอนแล้วกระเด็นมาใส่ที่นอนแล้วหัวกระสุนตกอยู่ที่พื้น ซึ่งปกติจะนอนอยู่ที่ห้องนี้แต่เมื่อคืนโชคดีที่ตนไปเค้าดาวที่บ้านเพื่อน จนเช้ากลับมา แม่เปิดประตูเข้ามาดูก็เห็นมีหัวกระสุนเลยเรียกพ่อมาช่วยดู เลยถามน้องว่ามีรอยบนที่นอนหรือไม่ ซึ่งขอดูก็มีรอยถาก อยากให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดมากขึ้นไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ถ้าเมื่อคืนตนนอนอยู่ตรงนี้ ยังไงก็บาดเจ็บแน่ไม่มากก็น้อย รู้สึกตกใจมากเพราะที่บ้านไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แม่บอกเมื่อคืนได้ยินเสียงดังเหมือนนกชนหลังคาแต่รอบนี้จะดังกว่าก็เลยสงสัย อยากฝากทุกคนว่าที่สาธารณะไม่ใช่สถานที่ยิงปืนถ้าอยากจะเก่งให้ไปที่สนามยิงปืนและอยากฝากถึงความปลอดภัยควรคิดถึงคนอื่นให้มากๆ

ทางด้านนางแดง นามสมมติ เจ้าของบ้านเล่าว่าเมื่อคืนนี้ได้ยินเสียงพุเสียงดังตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ จากนั้นก็นอนหลับได้ยินอีกทีตอนเที่ยงคืนเหมือนเสียง พลุ countdown พอตอนเช้า มาเปิดห้องลูกสาวปุ๊บก็เจอหัวกระสุนวางอยู่ข้างที่นอนจึงเรียกสามีมาดูเมื่อรู้ว่าเป็นลูกปืนเลยแจ้งให้ตำรวจมาดู น่ากลัวมาก โชคดีที่ลูกสาวไม่อยู่ห้อง มาคิดดูว่าถ้าลูกสาวอยู่ห้องจะเกิดอันตรายกับลูกตรงไหนบ้าง อยากฝากว่าพวกคุณยิงปืนคุณสนุกและความทุกข์ของชาวบ้านลูกปืนลองใส่บ้านทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนโชคดีที่ลูกสาวไม่มีใครอยู่ในห้อง ถ้าลูกอยู่ในห้องจะเกิดอะไรขึ้น และฝากเจ้าหน้าที่ขอให้ช่วยดูแลและเข้มงวดให้มากกว่านี้อีกตนอยู่ที่นีมานานไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ ครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งแรกและบ้านของตนน่าจะเป็นหลังแรกที่ถูกกระสุนปืนตกใส่

ทางด้านนายปลื้ม นามสมมติ เล่าว่าไม่เคยมีปัญหากับใคร ส่วนใหญ่ก็มีแต่บ้านญาติทั้งหมด ส่วนการทำมาหากินไม่เคยมีปัญหากับใครแต่พอมาเจอแบบนี้ ก็รู้สึกตกใจกลัวมันร้ายแรงกว่านี้โชคดีที่ไม่มีใครอยู่ในห้องครั้งนี้ถือว่าโชคดีไม่มีคนอยู่ในห้องนอนเลยไม่มีใครเป็นอะไร ไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี