ทบ. รับมอบอาหารสำเร็จรูป พร้อมสิ่งของจำเป็น เพื่อส่งมอบกำลังใจให้กับกำลังพลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ทบ. รับมอบอาหารสำเร็จรูป พร้อมสิ่งของจำเป็น เพื่อส่งมอบกำลังใจให้กับกำลังพลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (16 ธ.ค. 68) เวลา 09.00 น. ณ ห้องรับรอง 211 กองบัญชาการกองทัพบก กองทัพบกดำเนินการรับอาหารสำเร็จรูป พร้อมสิ่งของจำเป็น เพื่อนำไปมอบให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีฯ พร้อมด้วย พันเอก สุรพร สุธรานันท์ รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ผู้แทนกองทัพภาคที่ 1 เป็นผู้รับมอบ ดังนี้

  1. บริษัท นวนครบิสสิเนส 2012 จำกัด นำโดย พันโท ธรรมรัตน์ ธานีโต ประธานบริษัท นวนครบิสสิเนส 2012 จำกัด และคณะ มอบห่อหมกกระป๋อง 3,840 กระป๋อง มูลค่า 268,800 บาท
  2. สหายธรรมกลุ่มเสียงบุญ กรุงเทพมหานคร และสหายธรรมทางเพจเฟซบุ๊ก นำโดย นางสาว อุไร ตั้งอุดมมงคล และคณะ มอบผ้าห่ม 400 ผืน และสเปรย์กันยุงซอฟเฟล 400 ขวด รวมมูลค่า 50,800 บาท

กองทัพบก ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบกำลังใจให้กับกำลังพลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ถือเป็นพลังน้ำใจในความห่วงใยที่มีต่อทหารผู้กล้าให้พร้อมทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติอย่างดีที่สุดต่อไป



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ศอ.จอส.ภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่า หมอกควัน) บูรณาการร่วมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์รณรงค์ สร้างฝายชะลอน้ำ ในพื้นที่ จ.ตาก จ.เชียงใหม่ และ จ.แม่ฮ่องสอน

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่า หมอกควัน) บูรณาการร่วมกับ มณ ฑลทหารบกที่ 310 หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง เขตพื้นที่ กองพลพัฒนาที่ 3 จัดกิจกรรมประชา สัมพันธ์รณรงค์ สร้างฝายชะลอน้ำ ตามมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในพื้นที่จังหวัดตาก จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อวันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติมณฑลทหารบกที่ 310 (ไฟป่า หมอกควัน) จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ให้ประชาชนรับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดจากไฟป่า ณ บ้านคลองขยางโพรง หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำรึม อำเภอเมือง จังหวัดตาก

ขณะที่ กองบังคับการควบคุมหน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท ร่วมกับ หมวดปืนเล็กที่ 4 กองร้อยทหารราบที่ 1733 พร้อมกับหน่วยพิทักษ์ป่าปางมะผ้า เข้าร่วมกิจกรรมการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ให้กับ บุคคลากรนักเรียน และประชาชนในพื้น ที่ ณ บ้านเมืองแพม ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อแนะนำให้ความรู้เบื้องต้น “เผาป่ามีความผิด คิดก่อนทำลาย” ความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และให้ความรู้เรื่อง ฝุ่นละออง PM 2.5, PM 10 ทำการแจกเอกสารแผ่นพับความรู้เรื่องไฟป่า หมอกควัน และร่วมปลูกป่ากับประชาชนในพื้นที่

และ ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง เขตพื้นที่ กองพลพัฒนาที่ 3 มอบหมายให้ ชุดปฏิบัติการโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราช ดำริ บ้านนาเกียน ตำบลนาเกียน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับราษฎร บ้านนาเกียน ได้ดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำชั่วคราว โดยใช้วัสดุธรรมชาติ จำนวน 1 ฝาย ขนาดความสูง 0.5 เมตร กว้าง 0.7 เมตร ยาว 2.2 เมตร เพื่อชะลอการไหลของน้ำ ดักตะกอนธรรมชาติ เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผืนป่าในพื้นที่โครงการฯ ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 รับคณะ นายทหารนักเรียน หลักสูตรการจัดงานส่งกำลังบำรุงชั้นสูง รุ่นที่ 68 ประจำปีงบประมาณ 2569

กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 รับคณะ นายทหารนักเรียน หลักสูตรการจัดงานส่งกำลังบำรุงชั้นสูง รุ่นที่ 68 โรงเรียนส่งกำลังบำรุงทหารบก และ คณะทำงานด้านส่งกำลังบำรุง ประจำปีงบประมาณ 2569

เมื่อวันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2568 ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 มอบหมายให้ พันเอก รัฐวิชญ์ ณรงค์พนารัตน์ เสนาธิการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อมด้วยฝ่ายเสนาธิการ ร่วมให้การต้อนรับคณะ โรงเรียนส่งกำลังบำรุงทหารบก และนำเสนอสรุปภารกิจ, การจัด และการดำเนินงานด้านส่งกำลังบำรุงของ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ให้กับคณะผู้บังคับบัญชา, อาจารย์ และนายทหารนักเรียน หลักสูตรการจัดงานส่งกำลังบำรุงชั้นสูง รุ่นที่ 68 มี พันเอก พีรวัส สุขการค้า รองผู้บัญชาการโรงเรียนส่งกำลังบำรุงทหารบก เป็นหัวหน้าคณะฯ โดยมี พันเอกมนตรี พูลทวี รองเสนาธิการ กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธาน ณ ห้องประชุมคชรัตน์ 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก..

ต่อจากนั้น ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 มอบหมายให้ พันเอก ศักดิ์สิทธิ์ นิลจันทร์ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อมด้วย พันเอก ระพิน ร่ำรวย ผู้บังคับศูนย์ควบคุมการส่งกำลังบำรุง กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และเจ้าหน้าที่ของหน่วยให้การต้อนรับ พลตรี รัฏฐกรณ์ ไทยสีหราช หัวหน้าคณะทำงานด้านส่งกำลังบำรุง ประจำปีงบประมาณ 2569 และคณะฯ พร้อมทั้งชี้แจงผลการดำเนินงาน และปัญหาข้อขัดข้องของหน่วยให้กับคณะฯ รับทราบ ณ ห้องประชุม ศูนย์ควบคุมการส่งกำลังบำรุง กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก


นที มีเดช รายงาน

“สดุดีวีรชน” แม่ทัพภาคที่ 4 รับร่างทหารกล้าเสียชีวิตจากเหตุปะทะพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งกลับสู่บ้านเกิด จังหวัดนราธิวาส

“สดุดีวีรชน” แม่ทัพภาคที่ 4 รับร่างทหารกล้าเสียชีวิตจากเหตุปะทะพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งกลับสู่บ้านเกิด จังหวัดนราธิวาส

จากเหตุการณ์การปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาด้านจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 10.00 น. ขณะกำลังพลกองทัพบกปฏิบัติภารกิจผลักดันอริราชศัตรูในพื้นที่ยุทธภูมิ ช่องอานม้า เขตตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ได้เกิดเหตุข้าศึกใช้อาวุธหนักและอาวุธวิถีโค้ง ยิงเข้ามายังจุดวางกำลังฝ่ายเรา ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และเสียชีวิตทันที 4 นาย หนึ่งในนั้นคือ พลอาสาสมัคร มุสตากีม มาเจ๊ะมะ สังกัด กองพันจู่โจม หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

วันนี้ (14 ธันวาคม 2568) เวลา 13.45 น. ณ ท่าอากาศยานนราธิวาส ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เป็นประธานในพิธีสดุดีและรับศพ พลอาสาสมัคร มุสตากีม มาเจ๊ะมะ เพื่อส่งร่างทหารกล้ากลับสู่ภูมิลำเนา ท่ามกลางบรรยา กาศแห่งความโศกเศร้าอาลัย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานในพื้นที่ ผู้นำท้องถิ่น และมวลชนจังหวัดนราธิวาส เข้าร่วมพิธีอย่างสมเกียรติ

พลอาสาสมัคร มุสตากีม มาเจ๊ะมะ อายุ 21 ปี สังกัดกองพันจู่โจม กรมรบพิเศษที่ 3 เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2547 บรรจุเข้ารับราชการทหารเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ 3 ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ได้เสียสละชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติ บริเวณเนิน 677 ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ทหารกล้าผู้นี้เดินทางไกลกว่าพันกิโลเมตรจากบ้านเกิดในจังหวัดนรา ธิวาส เพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการปกป้องผืนแผ่นดินไทย ถือได้ว่าทหารกล้าผู้นี้ได้ต่อสู้อย่างเข้มแข็ง กล้าหาญ และเสียสละเลือดเนื้อชีวิต เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไทยอย่างแท้จริง สมควรที่ได้กล่าวอย่างภาคภูมิใจ สมศักดิ์ศรี ว่า เป็น “วีรบุรุษจากชายแดนใต้ สู่แนวหน้าชายแดนไทย–กัมพูชา” ทั้งนี้ พลอาสาสมัคร มุสตากีมฯ ถือเป็นสายเลือดทหารโดยแท้ เนื่องจากมารดาเป็นทหารหญิง ปัจจุบันรับราชการอยู่ที่จังหวัดสระบุรี โดยเจ้าตัวสมัครเข้ารับราชการทหารด้วยความตั้งใจแน่วแน่ เพื่อแบ่งเบาภาระของมารดา และตอบแทนคุณแผ่นดิน

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ พลอาสาสมัคร มุสตากีม มาเจ๊ะมะ เคยปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สมรภูมิ ภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 20–28 กรกฎาคม 2568 แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ อดทน และเสียสละตลอดแนวการปฏิบัติภารกิจ สำหรับกำหนดการพิธีศพ ครอบครัวกำหนดจัดพิธีทางศาสนาอิสลาม ณ กุโบสะบือรัง (บ้านสุแฆ) หมู่ 3 ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส

ในโอกาสนี้ ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอร่วมสดุดีและไว้ อาลัยแด่วีรกรรมอันกล้าหาญของทหารกล้าผู้ได้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินด้วยชีวิต การเสียสละของ พลอาสาสมัคร มุสตากีม มาเจ๊ะมะ นับเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่า แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และความจงรักภักดีต่อประเทศชาติ ศาสนา และประชาชน วีรกรรมของท่านจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำของกองทัพและคนไทยทั้งชาติ ในฐานะวีรบุรุษนักรบผู้ยืนหยัดปกป้องอธิปไตยของแผ่นดินจนวาระสุดท้าย สมศักดิ์ศรีทหารผู้กล้าของไทย และจะเป็นแรงบันดาลใจให้อนุชนรุ่นหลังยึดถือเป็นแบบอย่างแห่งการรับใช้ชาติด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์สืบไป

#แม่ทัพภาคที่4 #กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


นที มีเดช รายงาน

ตำรวจ ฝ่ายปกครองโคราช ตรวจเข้มโรงแรมกลางเมือง ไม่พบทหารรับจ้างหรือบุคคลต้องสงสัย

ตำรวจ ฝ่ายปกครองโคราช ตรวจเข้มโรงแรมกลางเมือง ไม่พบทหารรับจ้างหรือบุคคลต้องสงสัย

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ระหว่างเวลา 10.00–12.30 น. สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราช สีมา บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบ ร้อยและความมั่นคง ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังบุคคลต่างชาติที่อาจเข้ามาพักอาศัยในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นทหารรับจ้าง

การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พ.ต.ท.ยุทธพงษ์ โคขุนทด รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมด้วย ร.ต.อ.สากล รอดคำทุย รองสารวัตรป้องกันปราบปราม (ร้อยเวร 20) และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับ นางสาวสมทรง เขียวเกษม ปลัดอำเภอเมืองนคร ราชสีมา รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองนครราชสีมา และคณะฝ่ายปกครอง

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบโรงแรมและที่พักในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ โรงแรมเดอร์ฟอร์จูน, โรงแรม KS พาวิลเลี่ยน, โรงแรมซิตี้ ปาร์ค, โรงแรมแคนทารี่, โรงแรมโครานารี, โรงแรมเดอ วี ลอฟท์, โรงแรมเซ็นเตอร์ พอยต์ และโรงแรมไทยโฮเต็ล 2

จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีบุคคลต้องสงสัยหรือชาวต่างชาติที่เข้าข่ายเป็นทหารรับจ้างเข้าพักแต่อย่างใด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้กำชับและประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการโรงแรม หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือมีพฤติการณ์ผิดปกติ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่โดยทันที เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย

การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการเชิงรุกในการดูแลความสงบเรียบร้อยและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา.


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ / ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สภ.เมืองโคราช ตั้งด่านความมั่นคง คุมเข้มถนนราชสีมา–โชคชัย รวบ 2 หนุ่ม ซุกปืนเถื่อน–ยาเสพติด เสพยาขณะขับรถ

สภ.เมืองโคราชตั้งด่านความมั่นคง คุมเข้มถนนราชสีมา–โชคชัย รวบ 2 หนุ่ม ซุกปืนเถื่อน–ยาเสพติด เสพยาขณะขับรถ

เมื่อค่ำวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ภายใต้การอํานวยการของ พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนคร ราชสีมา นำโดย พ.ต.ท.ยุทธพงษ์ โคขุนทด รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองนคร ราชสีมา (หัวหน้าชุด) พร้อมด้วย พ.ต.ท.อนนต์ มีมานะ สวป.สภ.เมืองนครราชสีมา และ ร.ต.ท.นิมนต์ ชำนินอก รอง สว.(ป.)สภ.เมืองนครราชสีมา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจความมั่นคงบนถนนราชสีมา–โชคชัย ขาเข้าเขตเมืองนครราชสีมา

ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีดำ ทะเบียน ยบ 4823 นครราชสีมา ขับเข้ามาที่จุดตรวจด้วยท่าทีมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจสอบ พบผู้ขับขี่คือ นายชัยยุทธ อายุ 26 ปี และมี นายสุรเชษฐ์ อายุ 26 ปี นั่งโดยสารมาด้วย

จากการตรวจค้นภายในรถ พบอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด .380 มม. จำนวน 3 นัด ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้า รวมทั้งพบยาบ้า จำนวน 4 เม็ด และยาไอซ์ น้ำหนักรวมถุง 0.58 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าสีเหลืองบริเวณช่องเก็บของหลังเบาะคนขับ โดย นายสุรเชษฐ์ รับสารภาพว่าอาวุธปืนและยาเสพติดทั้งหมดเป็นของตน

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งสองไปยัง สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อตรวจหาสารเสพติดในร่าง กาย ผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี พบว่าทั้งสองมีสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา นายสุรเชษฐ์ ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร ครอบครองและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย ส่วน นายชัยยุทธ ถูกแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ขณะขับขี่ยานพาหนะ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกการจับกุม พร้อมนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองและของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ตำรวจย้ำเดินหน้าตั้งจุดตรวจเข้มในพื้นที่เมืองโคราช เพื่อป้องกันอาชญากรรมและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง


ตำรวจทางหลวงลำตะคอง สกัดไอซ์ล็อตใหญ่ 500 กก. มูลค่าเกือบ 300 ล้าน

ตำรวจทางหลวงลำตะคองสกัดไอซ์ล็อตใหญ่ 500 กก. มูลค่าเกือบ 300 ล้าน กลางดึกสีคิ้ว คนร้ายไหวตัวทิ้งรถหลบหนี

เมื่อคืนวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้นโยบาย “ห่วงใยทุกชีวิต เป็นมิตรทุกเส้นทาง” สามารถสกัดตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เมทเอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ ได้จำนวนมากถึง 12 กระสอบ รวมน้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม บริเวณริมถนนหน้าหน่วยสอบสวนตำรวจทางหลวงสีคิ้ว กิโลเมตรที่ 155 อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พ.ต.ท.ปริญญ์ โคตรมณี สวญ.ส.ทล.3 กก.8 บก.ทล. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภาณุ พละศักดิ์ สว.ส.ทล.3 กก.8 บก.ทล., พ.ต.ต.ธีรพงศ์ ตาบัวตูม สว.(สอบสวน), ร.ต.อ.ณัฐพล ฤทธิรงค์ รอง สว.(สอบสวน) รวมถึงข้าราชการตำรวจทางหลวงชุดปฏิบัติการ

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากสายลับไม่ประสงค์ออกนาม ว่าจะมีขบวนการลำ เลียงยาเสพติดใช้รถยนต์กระบะสี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ต้นทาง มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าระวังบนถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 เมื่อพบรถต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ได้ส่งสัญญาณเรียกให้หยุดตรวจ แต่ผู้ขับขี่ได้จอดรถบริเวณไหล่ทาง ก่อนเปิดประตูวิ่งหลบหนีไปในความมืด ทิ้งรถยนต์ไว้ในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบภายในรถ พบกระสอบสีดำจำนวน 12 กระสอบ บรรจุยาไอซ์เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังตรวจยึดรถยนต์กระบะสี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ซึ่งตรวจสอบพบว่าใช้ทะเบียน กษ 7347 นครราชสีมา และพบแผ่นป้ายทะเบียน กษ 183 พระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 แผ่น คาดว่าเป็นการสวมทะเบียนเพื่ออำพรางการขนส่ง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด และนำส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีมาดำเนินคดี


ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

พลเอก ดร.ดิเรก ดีประเสริฐ ประธานกรรมการสถาบันการบินพลเรือน เป็นประธานมอบประกาศนียบัตร หลักสูตรวิชาภาคพื้น ประจำปีการศึกษา 2567

สถาบันการบินพลเรือน ขอขอบคุณ พลเอก ดร.ดิเรก ดีประเสริฐ ประธานกรรมการสถาบันการบินพลเรือน ผู้แทน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอย่างสูงยิ่ง ที่ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตร หลักสูตรวิชาภาคพื้น ประจำปีการศึกษา 2567 และได้กรุณาให้คำอวยพรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา นับเป็นเกียรติและขวัญกำลังใจอย่างยิ่งแก่คณะผู้บริหาร บุคลากร และผู้สำเร็จการศึกษาทุกคน


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ญาติของ ครอบครัวทหารที่เสียชีวิตจากชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 14.45 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายาองคมนตรี เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ญาติของ ครอบครัวจ่าสิบตรี จิรวัฒน์ มุ่งกลาง ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชาย แดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ในโอกาส นี้ องคมนตรี ได้เชิญพระ กระแสทรงเสียพระราชหฤทัย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวกับครอบครัว ให้ได้รับทราบ พร้อมกับพูดคุยให้กำลังใจ ยังความปลื้มปิติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้น

ในการนี้ องคมนตรี ได้เป็นประธาน ในพิธีพระราชทานเพลิงศพจ่าสิบตรี จิรวัฒน์ มุ่งกลาง ณ เมรุวัดวังน้ำเย็น อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีข้าราชการ และประชาชน เข้าร่วมแสดงความไว้อาลัยและเข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก


สมาคมนักศึกษาเก่า นิด้า จัดโครงการ “ร่วมใจพัฒนาอย่างยั่งยืน 44 ปี แห่งการก่อตั้งสมาคมนักศึกษาเก่าสถาบันบัณฑิ พัฒนบริหารศาสตร์ ในพระบรมราชูถัมภ์”

สมาคมนักศึกษาเก่า นิด้า จัดโครงการ “ร่วมใจพัฒนาอย่างยั่งยืน 44 ปี แห่งการก่อตั้งสมาคมนักศึกษาเก่าสถาบันบัณฑิ พัฒนบริหารศาสตร์ ในพระบรมราชูถัมภ์”

วัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจ เชิดชูศิษย์เก่าดีเด่นนิด้าที่เคยได้รับรางวัลจากสถาบัน ตั้งแต่ปี 2529 ถึงปัจจุบัน ปี 2568 จัดทำ “ทำเนียบเกียรติยศศิษย์เก่าดีเด่นของสถาบัน ติดตั้ง ณ Hall of Fame ภายในสำนักงานสมาคม ชั้น1 อาคารนวมินทราธิราช

เพื่อรวมพลศิษย์เก่าดีเด่น และศิษย์เก่านิด้าที่สนใจ ร่วมฟัง Lunch Talk “การปรับตัวเศรษฐกิจไทยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก ปี 2026” ในวันอาทิตย์ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00-14.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (สปท.) ถ.วิภาวดี กรุงเทพฯ

ติดต่อสอบถาม ได้ที่
สำนักงานสมาคมฯ ชั้น 1 อาคารนวมินทราธิราช วันเวลาราชการ โทรศัพท์ : 0 2727 3342
มือถือ 093 062 9456 (Line) :Nida Alumni44


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน