อลังการอะเมซิ่ง เสน่ห์เมืองลพบุรี เชิญชวนชมเมือง ดูศิลป์

จังหวัดลพบุรี – อลังการอะเมซิ่ง เสน่ห์เมืองลพบุรี เชิญชวนชมเมือง ดูศิลป์ จัดงานแถลงข่าวการจัดโครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) และกิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์”

วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณถนนข้างพระปรางค์สามยอด นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นายมหิทธร สุรบุญจรัส ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี และ นายสิทธิชัย หล่อประสงค์สุข ที่ปรึกษาโครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi )ร่วมกันแถลงข่าวการจัดโครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) และกิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์” ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับลพบุรีให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะร่วมสมัย

โดยนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวถึง นโยบายการส่งเสริมและสนับ สนุนด้านการท่องเที่ยว โดยย้ำว่าจังหวัดลพบุรีให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ ผ่านการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ การจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดปี และการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนยกระดับภาพลักษณ์ลพบุรีให้เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่นในระดับประเทศ พร้อมมั่นใจว่ากิจกรรมภายใต้โครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi)จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ซึ่งกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) โดยมุ่งนำเสนอเอกลักษณ์ของลพบุรีผ่านนิทรรศการศิลปะการแสดงวัฒนธรรม การเดินชมเมืองเก่า เส้นทางท่องเที่ยวโบราณสถาน และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน โดยมีเป้าหมายให้ลพบุรีเป็นเมืองศิลป์และเมืองสร้างสรรค์แห่งภูมิภาคกลาง พร้อมทั้งเป็นเวทีให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี กล่าวถึง ศักยภาพและความพร้อมของเทศบาลเมืองลพบุรีในการรองรับและสนับสนุนการจัดกิจกรรม โดยระบุว่าเทศบาลได้เตรียมความพร้อมด้านสถานที่ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบความปลอดภัย การจราจร และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งบูรณาการกับชุมชนและภาคเอกชนเพื่อให้กิจกรรมสามารถนำเสนอตัวตนของเมืองได้อย่างมีเอกลักษณ์และมีมาตรฐาน

นายสิทธิชัย หล่อประสงค์สุข ที่ปรึกษาโครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) กล่าวถึง การขับเคลื่อนทรัพยากรเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยยืนยันว่าจะผลักดันงบประมาณและนโยบายจากส่วนกลางอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์โบราณสถาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการท่องเที่ยว การส่งเสริมผู้ประกอบการ และการสร้างกิจกรรมที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม พร้อมเน้นย้ำถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญในการทำให้ลพบุรีก้าวสู่จังหวัดท่องเที่ยวคุณภาพในอนาคต

สำหรับงาน LOPBURI FEST — เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์ กำหนดจัดในวันที่ 30–31 ธันวาคม 2568 และ 1 มกราคม 2569 ณ บริเวณโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จังหวัดลพบุรี เป็นงานการแสดงศิลปพื้นบ้าน การแสดงวัฒนธรรม ดนตรี และออกร้านอาหาร ที่สุดยิ่งใหญ่ตระการตา ขอเชิญพี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีและจังหวัดข้างเคียงร่วมสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมลพบุรีแบบจัดเต็ม ขบวนแห่ประวัติศาสตร์กว่า 300 ชีวิต การแสดงดนตรีสดจากศิลปินชื่อดัง และตลาดวัฒนธรรมรวมของดีของเด่นจากชุมชนมากมาย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ผบก.ตม.4 ร่วมกับด่านศุลกากรนครพนม ตรวจเข้มน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านชายแดนด้าน จ.นครพนม

ผบก.ตม.4 ร่วมกับด่านศุลกากรนครพนม ตรวจเข้มน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านชายแดนด้าน จ.นครพนม

ตามที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้มีคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง ยุทธภัณฑ์ ที่บริเวณด่านช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา ตรวจสอบพบการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง ในปริมาณมากกว่าปกติ ซึ่งในปัจจุบัน จ. นครพนม ที่มีพรมแดนติดกับ สปป.ลาว ยังไม่มีคำสั่งจากทางการ ให้ห้ามการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 มีความกังวลว่า เมื่อมีมาตร การการสกัดห้ามส่งออกน้ำมันผ่านทางด่านช่องเม็กแล้ว มีความเป็นไปได้ที่รถขนส่งน้ำมันอาจจะเปลี่ยนช่องทางในการส่งออกไปยังด่านอื่นๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ติดกับ สปป.ลาว และอาจจะถูกขายส่งไปยังกัมพูชาต่อไปได้ จึงต้องลงพื้นที่มาสังเกตุการณ์และให้ข้อมูลกับหน่วยงานชายแดน จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผกก.ตม.จว. นคร พนม ร่วมมือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลการส่งออกน้ำมันผ่านด่านพรมแดน นำข้อมูลมาร่วมกันตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่า บริษัทที่ส่งออกน้ำมันผ่านด่านพรมแดนไทย-ลาว โดยใช้บรรทุกน้ำมัน นำน้ำมันไปเก็บหรือส่งที่ใด นำเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของทหารไทยที่ปกป้องอธิปไตยของชาติและประชาชนคนไทย



เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

มทบ. 37 จัดกิจกรรม “ช่วยด้วยใจ ลดรายจ่าย สร้างรายได้” ด้วยการช่วยราษฎรเก็บข้าวโพด พร้อมขนย้ายไปเก็บไว้ในโรงเก็บ บ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพล จัดกิจกรรม “ช่วยด้วยใจ ลดรายจ่าย สร้างรายได้” ด้วยการช่วยราษฎรเก็บข้าวโพด พร้อมขนย้ายไปเก็บไว้ในโรงเก็บข้าวโพด เพื่อนำส่งให้กับพ่อค้า ณ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพล นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการช่วยราษฎรเก็บข้าวโพด พร้อมขนย้ายไปเก็บไว้ในโรงเก็บข้าวโพด เพื่อนำส่งให้กับพ่อค้า ซึ่งเป็นราษฎรที่อาศัยในโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

โดยได้เมล็ดข้าวประมาณ 160 กระสอบ เพื่อเป็นการลดรายจ่ายในการจ้างค่าแรงคนงาน และเป็นลดต้นทุนในการใช้เครื่องจักรในการเก็บเกี่ยว และเป็นการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว รวมทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนในพื้นที่โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ #เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

รพ.ค่ายกาวิละ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม เสริมความพร้อมสิ่งอุปกรณ์สายแพทย์

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม เสริมความพร้อมสิ่งอุปกรณ์สายแพทย์

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 ได้ดำเนินการตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำด้านการส่งกำลังบำรุงสายแพทย์ ตามแนวทาง Area Medical Support แก่หน่วยทหารในพื้นที่รับผิดชอบ ณ หมวดเสนารักษ์ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 7 ค่ายพิชิตปรีชากร อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมด้านการแพทย์และการสนับสนุนทางการแพทย์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เป็นไปตามมาตรการของกรมแพทย์ทหารบก โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาสิ่งอุปกรณ์สายแพทย์ที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุ พร้อมให้คำแนะ นำด้านการบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์อย่างถูกต้อง ครอบคลุมการเบิกจ่าย การปรับปรุงพื้นที่คลังให้ได้มาตรฐาน การจัดเก็บตามหลัก First In First Out (FIFO) การขึ้นบัญชีควบคุมสิ่งอุปกรณ์ที่ได้รับจากการบริจาค รวมถึงการตรวจความพร้อมใช้งานของเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED)

นอกจากนี้ ยังได้แนะนำแนวทางการดำเนินกรรมวิธีจำหน่ายสิ่งอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพหรือล้าสมัย เพื่อให้สามารถเบิกทดแทนได้อย่างถูกต้องตามระเบียบ อันจะช่วยให้หน่วยมีสิ่งอุปกรณ์สายแพทย์ที่มีความพร้อมใช้งาน สนับสนุนภารกิจด้านการแพทย์และการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพต่อไป


นที มีเดช รายงาน

จิตอาสา 904 ภาค​ 3 อำนวยความสะดวกเดินทางเพื่อเข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จิตอาสา 904 ภาค​ 3 อำนวยความสะดวกเดินทางเพื่อเข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 21:00 – วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 10:00 น. จิตอาสา 904 หลักสูตร​พื้นฐานภาค​ 3 รุ่นที่ 2/2565 หลักสูตร​พื้นฐานภาค​ 3 รุ่นที่ 3/2566 หลักสูตร​พื้นฐานภาค​ 3 รุ่นที่ 4/2567 จังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกิจกรรม เดินทางเพื่อเข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รอบที่ 2

จุดรวมพลอำเภอหนองไผ่ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบหมายให้ป้องกันจังหวัดพร้อมเจ้าที่ปกครองอำเภอหนองไผ่ วังโป่ง ชนแดน จิตอาสา 904 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก พร้อมส่งประชาชน ที่ร่วมเดินทางเข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นรอบที่ 2 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และญาติ พี่น้องชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมขบวน ที่บรรทุกประชาชน กว่า 700 คน จำนวน 17 คัน ให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ

โดยจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี สำหรับการนำประชาชนเตรียมพร้อมเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยได้ประชุมทุกภาคส่วน ในการจัดหารถ อำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง การดูแลสุขภาพของผู้เดินทาง การตรวจสภาพรถ ตรวจความพร้อมคนขับ เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางมีความสะดวกสบาย และปลอดภัย เดินทางไปกลับโดยสวัสดิภาพสูงสุด

ตามที่สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายกราบบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ในการนี้จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จัดขบวนรถนำประชาชนเตรียมพร้อม เข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ในการเดินทางไปกราบพระบรมศพ ฯ ครั้งที่ 2 ในวันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม 2568 ของ จังหวัดเพชรบูรณ์ เวลา 04.10 น. เดินทางถึงจุดพักคอย สนามกีฬาธูปเตมีย์ (กองทัพอากาศ) เวลา 06.45 น . เดินทางถึงจุดพักคอยสนามหลวง เวลา 07.40 น เข้าจุดคัดกรองประวัติ ผ่านการคัดกรองทั้งหมด เวลา 08.00 น.ประชาชนเริ่มเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ ประชาชนเดินทางออกจากพระบรมมหาราชวัง 10.30 น เดินทางกลับจังหวัดเพชรบูรณ์


นที มีเดช รายงาน

หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท มอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชนบนยอดดอย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท มอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชนบนยอดดอย อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนขณะที่ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ตรวจโครงการจัดหาน้ำกินน้ำใช้ และมอบผ้าห่มกันหนาวให้นักเรียนพุทธเกษตรบรรเทาความเดือดร้อนจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท กองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย ชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์ที่ 3110 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “1 เดือน 1 รอยยิ้ม” เข้าเยี่ยมเยือนประชาชนกลุ่มผู้เปราะบาง ในพื้นที่รับผิดชอบ ตามแนวชายแดน ที่ได้รับผลกระทบ จากอากาศที่หนาวเย็น พร้อมมอบผ้าห่ม จำนวน 5 ราย ณ บ.แพมกลาง ต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

และ พลโท หม่อมหลวงประวีร์ จักรพันธุ์ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจติดตามผลการปฏิบัติงานโครงการประจำปีงบประมาณ 2569 ของ น่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชา การทหารพัฒนา โดยมี เสนาธิการสำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมด้วยนายทหาร กำลังพล หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ให้การต้อนรับ นำตรวจโครงการจัดหาน้ำกินน้ำใช้ งานอาคารบริการน้ำดื่ม ระบบ Ro อัตราการผลิต 250 ลิตร/ชม. ให้กับโรงเรียนพุทธเกษตร เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน

ในโอกาสนี้ พลโท หม่อมหลวงประวีร์ จักรพันธุ์ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ได้มอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 100 ผืน ให้แก่คณะครูและนัก เรียน โรงเรียนพุทธเกษตร ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น จากอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 15-19 องศาเซลเซียล บนยอดดอย 10-12 องศาเซลเซียล เพื่อบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือในเบื้องต้น ทั้งนี้ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานราชการ กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย


นที มีเดช รายงาน

รองผอ.รมน.จ.สุโขทัย (ฝ่ายทหาร) ร่วมประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย (ฝ่ายทหาร) ร่วมประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 พันเอก พงศธร นิพภยะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย (ฝ่ายทหาร) เข้าร่วมประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM๒.๕) ปี 2568 – 2569 จังหวัดสุโขทัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2569 ครั้งที่ 1

โดยมี นาย นพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานการประชุมฯ เพื่อบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อม วางแนวทาง และกำหนดมาตรการในการป้องกัน เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ณ ห้องประชุมศรีสัชนาลัย ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุโข ทัย ตำบลธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.แพร่ บูรณาการ สร้างการรับรู้ พร้อมทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่าหมอกควันและลดฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่อำเภอเมืองแพร่

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่ บูรณาการ สร้างการรับรู้รณรงค์พร้อมทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่าหมอกควันและลดฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่อำเภอเมืองแพร่

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 พันเอก จิตรเทพ ตรีวิมล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่น คงภายในจังหวัดแพร่ ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ ร้อยโท ธวัชชัย สกุลอ๊อด รองหัวหน้าฝ่ายประสานการปฏิบัติ และกำลังพลกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่ ร่วมกับ เทศบาลตำบลช่อแฮ ลงพื้นที่รณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

จากนั้นได้ดำเนินการบูรณาการร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจแนวกันไฟเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ที่มีความสูงชัน ณ วัดดอยเล็ง ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

ต่อจากนั้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่ เข้าพบปะและหารือแนวทางการบูรณาการการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลช่อแฮ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.พิจิตร พร้อม จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน รุ่น 3/62 ร่วมกิจกรรมจัดระเบียบสายสื่อสาร จังหวัดพิจิตร

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร พร้อม จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน รุ่นที่ 3/62 ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาจัดระเบียบสายสื่อสาร จังหวัดพิจิตร

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 พันเอก สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนาสกุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร ฝ่ายทหาร พร้อมด้วย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพิจิตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน รุ่นที่ 3/62 จังหวัดพิจิตร และจิตอาสาภาคประชาชน จำนวน 30 คน ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาจัดระเบียบสายสื่อสาร ดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมบนเสาไฟฟ้าของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย และสายสื่อสารที่ไม่ใช้งานในพื้นที่จังหวัดพิจิตร บริเวณถนนสระหลวง (ฝั่งซ้าย)

โดยเริ่มจากปั๊มน้ำมันบางจาก – สี่แยกไฟแดงทางเข้าตลาดเทศบาล 1 อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร ช่วยทำให้สายสื่อสารบริเวณถนนเส้นสระหลวง เป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้งเป็นการสร้างความรักความสามัคคีในหมู่คณะ


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.ภาค 3 ประชุมคณะกรรมการฯ ประจำปี 2569

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ประชุมคณะกรรมการฯ ประจำปี 2569

วันที่ 16 ธันวาคม 2569 เวลา 10.00 นาฬิกา ที่ห้องบันเทิงทัพ 1 สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 จัดการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 และคณะกรรมการที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมันคงภายในภาค 3 ประจำปี 2569 เพื่อพบปะและประสานความร่วมมือของคณะกรรมการอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายใน ฯ

โดยมี พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ, ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทนจังหวัด, รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจัง หวัด (ฝ่ายทหาร) เข้าร่วมการประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งมีหัวข้อเรื่องสำคัญที่นำเสนอให้คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 และผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อทราบและพิจารณา ในหัวข้อต่าง ๆ โดยมีการสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ กองอำนวยการรักษาความมันคงภายในภาค 3 และ ข้อสั่งการของอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน โดยการรับชมวีดีทัศน์ การบูรณาการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ประจำปี 2569 รวมไปถึงการหารือและข้อคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมฯ ประเด็น “การดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันฯ และแผนการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันฯ อย่างยั่งยืน การบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และการเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่า เป็นต้น

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งจะได้ข้อแนะนำ และแนวทางการปฏิบัติต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบคุณการนำเสนอผลงานการแก้ปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด รวมถึงการคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งพื้นที่ชายแดน และพื้นที่ตอนในที่ผ่านมา กอ.รมน.ทุกจังหวัด ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ต้องขอบคุณเป็นพิเศษ สำหรับ เรื่องไฟป่า หมอกควัน นับเป็นปัญหาที่ต้องเผชิญในช่วงเวลานี้ทุกปี ซึ่งได้จัดประชุมฯ มอบแนวทางการปฏิบัติให้กับ ผอ.รมน.จังหวัดไปเรียบร้อยแล้ว

ปัญหาสำคัญอีกปัญหาหนึ่ง คือ ปัญหาน้ำ และป่าต้นน้ำ เพื่อให้การขับเคลื่อนงานในระดับจังหวัดมีความต่อเนื่องขอหมอบหมายให้ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ฝ่ายทหาร) เป็นผู้ปฏิบัติงานหลักในคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด เพื่อแบ่งเบางานจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด/ ผอ.รมน.จังหวัด เนื่องจากในระดับภาคนั้น สทนช.ภาค 1 ได้ประสานงานกับ กอ.รมน.ภาค 3 อยู่แล้ว การใช้งาน รอง ผอ.รมน.จังหวัด (ท.) ในระดับจังหวัด จึงสอดคล้องกับการทำงานในระดับภาค ขอขอบคุณ ผอ.รมน.จังหวัด, คณะกรรมการอำนวยการฯ และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านที่ให้คำแนะนำ อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในวันนี้ กอ.รมน.ภาค 3 จะนำข้อแนะนำเหล่านี้ ไปใช้แก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป


นที มีเดช รายงาน