กองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมเป็นครอบครัวกองทัพบก

กองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมเป็นครอบครัวกองทัพบก

ตามที่ ผู้บัญชาการทหารบก มีนโยบายในการพัฒนาระบบการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการในกองทัพบก โดยให้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 ด้วยการรับการสมัครสอบผ่านระบบออนไลน์ นั้น

ทั้งนี้ กองทัพบก ได้เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานในกองทัพบก ตามโครง การ One Stop Service ประจำปีงบประมาณ 2569 ประเภทนายทหารประทวน จำนวน 2,350 อัตรา เพื่อบรรจุเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก จำนวน 2,200 อัตรา และบรรจุลงในตำแหน่งในหน่วยต่างๆ ในกองทัพบก จำนวน 150 อัตรา โดยเริ่มรับสมัครทางระบบออนไลน์ ตั้งแต่ในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึง 14 มกราคม 2569

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดการรับสมัคร และสอบคัดเลือก พร้อมทั้ง Download ระเบียบการสมัครสอบตัดเลือกฯ เพื่อศึกษาคุณสมบัติของผู้สมัครแต่ละประเภท ตามเงื่อนไขการรับสมัครตามที่กรมยุทธศึกษาทหารบกกำหนด ได้ทางเว็บไซต์ https://recruitment.rta.mi.th (สมัครสอบออนไลน์กองทัพบก), https://atc.rta.mith (กรมยุทธศึกษาทหารบก) และ https://radd-atc.rta.mi.th (กองคัดสรรและพัฒนาบุคลากร) และสามารถสอบถามมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมยุทธศึกษาทหารบก กรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์กองอำนวยการรับสมัคร 0 2241 4037 หรือ 0 2241 4629 หรือ 0 2241 4068 – 9 ต่อ 89100, 89108 และ 89109 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชวนให้บุคคลที่มีความประสงค์ ร่วมเป็นครอบครัวกองทัพบก และมีคุณสมบัติที่เหมาะสมครบถ้วน สมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการในกองทัพบกได้ในรูปแบบใหม่ ที่สร้างโอกาสในการเข้าถึงของทุกกลุ่มบุคคล ในสังคมไทยอย่างเท่าเทียมต่อไป


กิจกรรม “งานกาชาดทหารพันธุ์ดี กองทัพภาคที่ 3” ประจำปี 2568

ตามที่ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ริเริ่มให้มีการจัดกิจกรรม “งานกาชาดทหารพันธุ์ดี กองทัพภาคที่ 3” ประจำปี 2568 ขึ้น โดยได้มอบหมายให้หน่วยกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และหน่วยทหารภายในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ที่ดำเนินโครงการทหารพันธุ์ดี ร่วมจัดงานกาชาด คู่ขนานกับส่วนกลาง เพื่อจำหน่ายผลผลิตในโครงการอีกทางหนึ่ง

สำหรับการจัดงานกาชาดทหารพันธุ์ดี กองทัพภาคที่ 3 ประจำปี 2568 นั้น จัดขึ้น ณ สวนสุขภาพ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ระหว่างวันที่ 15 – 21 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 17.00 – 21.00 น. รวม 7 วัน โดยได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อจัดหารายได้บำรุงสภากาชาดไทย

ภายในงานจะมีการจัดแสดงนิทรรศการโครงการทหารพันธุ์ดี, การจำหน่ายผลผลิตในโครงการทหารพันธุ์ดี, ผักปลอดสารพิษ, ผลิตภัณฑ์จากสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3, การจำหน่ายสินค้าของครอบครัวกำลังพล, ซุ้มอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภค บริโภคต่างๆ มากมาย รวมทั้งกิจกรรมนันทนาการ อาทิ การแสดงดนตรี การวดภาพระบายสี และกิจกรรมการละเล่น สอยดาว สลากกาชาด โดยเน้นการจำหน่วยสินค้าคุณภาพดี ราคาย่อมเยา

สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ เป็นจัดหารายได้เพื่อทูลเกล้าถวาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย และเผยแพร่กิจกรรมทางทหารต่อการช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ นอกจากนั้นเป็นการประชาสัมพันธ์การเปิดค่ายทหารให้ กำลังพลได้มาออกกำลังกาย ณ สวนสุขภาพ โดยประตูค่ายจะเปิดจนถึงเวลา 22.00 น. ของทุกวัน จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกิจกรรมตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวต่อไป


“เคาะแล้ว” ว่าที่ผู้สมัคร เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์

“เคาะแล้ว” ว่าที่ผู้สมัคร เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ส่ง “นายกเดียร์” นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก ลงสู้สึกเลือกตั้งครั้งนี้ “นายกเดียร์” ดำรงตำแหน่ง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก มา 15 ปี ลูกหม้อ ภูมิใจไทย ที่รับอาสาดูแลพี่น้องประชาชน เขต 3 ในครั้งนี้ สำหรับ เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีเขตเลือกตั้ง ต.ห้วยทราย อ.เมืองจ.ประจวบ อ.ทับสะแก อ.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย โดย กกต. กำหนดเลือกตั้ง วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569


ตำรวจสืบสวนภาค 7 จับขบวนการลักลอบขนต่างด้าวกว่า 50 คน

สุพรรณบุรี – ตำรวจสืบสวนภาค 7 จับขบวนการลักลอบขนต่างด้าวกว่า 50 คน

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 ได้รับการร้องเรียนว่ามีขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่ตำบลสระกระโจม อำเภอดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี อย่างต่อเนื่อง จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.พุฒิเศรษฐ์ ใหลประเสริฐ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส. ภ.7 พ.ต.ท.ศักดิ์สยาม จิตวิสุทธิ์ศรี สว.กก.สืบสวน 2 นำกำลังสืบสวนหาข่าวและจับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้ประสานกำลังกับ พ.ต.ท.ธนชาติ เกิดผล สว.กก.ปพ. บก.สส.ภ.7 ร่วมกับ พ.ต.ท.ธนพล จันทร สว. ตม. จว.สุพรรณบุรี ร.ต.อ.นิธิพัฒน์ ศิริอนันต์ ร.ต.อ.สุรพล ชูช่าง ร.ต.ต.รวิญช์ สืบใหม่ รอง สว(สส) ตม.จว.สุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี สนธิกำลังร่วมกัน

จากการสืบสวนทราบว่าที่บริเวณป่าละเมาะริมถนนสาย 333 ด่านช้าง – อู่ทอง พบหลักฐานร่องรอยของกลุ่มคนเข้ามาใช้พื้นที่ มีเศษกล่องใส่อาหาร ขวดน้ำดื่ม ถุงขนมต่างๆ กระจายเกลื่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมั่นใจว่าเป็นสถานที่ ที่ขบวนการลักลอบขนแรงงานต่าง นำพาต่างด้าวเข้ามาพักหลบซ่อน เพื่อรอเคลื่อนย้ายกระจายไปตามที่ต่างๆ จึงวางกำลังดักซุ่ม กระทั่งเช้ามืดของวันที่ 16 ธ.ค. 2568 ได้มีรถกระบะมีคอก 2 คันและรถกระบะสี่ประตู 1 คัน ขับเข้ามาจอด ซึ่งรถยนต์ทั้ง 3 คัน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้า ซึ่งผิดปกติของรถปกติทั่วไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบพบภายในรถกระบะ พบที่ท้ายรถมีแรงงานต่างด้าวทั้งชาย-หญิงและเด็ก กว่า 50 คน จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนขยายผลต่อที่ สภ.ดอนเจดีย์

ซึ่งเป็นแรงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ผู้ต้องหาทั้งหมด 49 คน หญิง 22 คน ชาย 27 คน และเด็ก 3 คน รวม 52 คน ซึ่งแรงงานต่างด้าวทั้ง 49 คน มีบัตรจุดผ่านแดน ข้ามสะพานแม่น้ำสายแห่งที่ 1 จังหวัดเชียงราย สอบถามนายเด่น ขอสงวนนามสกุล อายุ 40 ปี นายพิชัย อายุ 35 ปี และนายวาทิต อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะทั้ง 3 คัน เบื้องต้นให้การว่าได้รับการว่าติดต่อจ้างมาจากนายหน้าทางโทรศัพท์ ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร แจ้งว่าให้ไปรับลูกค้าที่บริเวณบ้านตาก จังหวัดตาก นำไปส่งปลายทางที่จังหวัดสุพรรณบุรี จะจ่ายค่านำพาหัวละ 500 บาท จึงได้ตกลงรับงานและชวนกันมา ขับมาตามเส้นทางกำแพงเพชร เข้าโป่งแดงออก วังเจ้า คลองลาน ผ่านจังหวัดอุทัยธานี อ.บ้านไร่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ไปตามถนนสาย 333 มุ่งหน้าเข้า อำเภออู่ทอง จ.สุพรรณบุรี แล้วไปจอดให้แรงงานด่างด้าวลงรถที่เนินป่าข้างทาง เสร็จขับรถกลับไปรอรับเงินค่าจ้าง ซึ่งผู้ว่าจ้างจะติดต่อมาหาให้ไปรับเงินตามจุดที่นายหน้า จะให้ลูกน้องเอาค่าจ้างมาวางไว้ พวกตนทำมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว แต่ว่าครั้งนี้โชคไม่ดีเลยถูกตำรวจจับกุมได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาคนขับรถทั้ง 3 คน ที่เป็นผู้นำพาแรงงานต่างด้าวมา ข้อหาผู้นำพาซ่อนเร้น ช่วยเหลือหรือช่วยด้วยประการใดๆแก่บุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย” ส่วนต่างด้าวทั้ง 52 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ประสานผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ร่วมกับฝ่ายข่าวความมั่นคง กอ.รมน.พบพื้นว่าที่ดังกล่าวเป็นเนินดินของชาวบ้านที่ถมดินไว้มีป่าหญ้าและมีต้นไม้ขึ้นรกทึบรอบบริเวณ เหมาะแก่การซ่อนอำพรางตัว ในบริเวณเนินดินดังกล่าวยังพบกล่องโฟมสำหรับใส่อาหาร ขวดน้ำดื่ม ถุงใส่ขนม ซองบุหรี่ ของประเทศเมียนมา และเศษขยะกระจายเกลื่อน สอบถามชาวบ้านใกล้เคียงทราบว่าบริเวณดังกล่าวมักจะมีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวมาลงเพื่อกระจายไปตามสถานที่ต่างๆ นานแล้ว โดยจะมาทั้งกลางวันและกลางคืน ส่วนมากจะเป็นช่วงเช้ามืด ชาวบ้านเคยแจ้งเบาะแส ให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หลายครั้งแต่ไม่ปรากฎว่ามีการดำเนินการอย่างไร จึงร้องเรียนไปที่ตำรวจภาค 7 จนนำไปสู่การจับกุมได้แรงงานต่างด้าวได้จำนวนมากดังกล่าว


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

นครปฐม แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด อาวุธปืน บุคคลตามหมายจับ และการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง ภายใต้ปฏิบัติการ “อรุณ พิทักษ์นครปฐม”

จังหวัดนครปฐม ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด อาวุธปืน บุคคลตามหมายจับ และการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง ภายใต้ปฏิบัติการ “อรุณ พิทักษ์นครปฐม”

วันที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ภายในศูนย์ราชการจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พลตำรวจตรี พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นครปฐม ปลัดจังหวัด นครปฐม พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล

ผกก.สภ.ดอนตูม อ.ดอนตูม จ .นครปฐมร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด อาวุธปืน บุคคลตามหมายจับ และการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง ภายใต้ปฏิบัติการ “อรุณ พิทักษ์นครปฐม” ระหว่างวันที่ 8 – 15 ธันวาคม 2568 เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ซึ่งการดำเนินการมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในทุกมิติ ได้แก่ การปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การกวดขันรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่มีการดัดแปลงสภาพ ท่อไอเสียเสียงดัง การป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง รวมถึงการปราบปรามขบวนการใช้ บัญชีม้า ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฉ้อโกงประชาชน

เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ได้ร่วมกันดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด คดีอาวุธปืน บุคคลตามหมายจับ รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง อันเป็นการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมีผลการปฏิบัติ ดังนี้

  1. สรุปผลการตรวจค้นตามหมายค้น จำนวน 38 เป้าหมาย พบการกระทำผิด 18 เป้าหมาย
  2. ผลการจับกุมอาวุธปืน ผู้ต้องหา จำนวน 10 ราย พร้อมของกลาง อาวุธปืน จำนวน 8 กระบอก แบ่งเป็น อาวุธปืนที่มีทะเบียน 4 กระบอก และอาวุธปืนไม่มีทะเบียน 4 กระบอก กระสุนปืน 106 นัด
  3. ผลการจับกุมยาเสพติด ผู้ต้องหา จำนวน 96 ราย 97 คน แบ่งเป็น
    1. ข้อหาจำหน่าย 10 ราย 11 คน
    2. ข้อหาเพื่อจำหน่าย 4 ราย 4 คน
    3. ข้อหาเพื่อครอบครอง 32 ราย 32 คน
    4. ข้อหาเพื่อครอบครองเพื่อเสพ 5 ราย 5 คน
    5. ข้อหาเสพ 29 ราย 29 คน
    6. ข้อหาขับเสพ 16 ราย 16 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 96,958 เม็ด ยาไอซ์ 14.61 กรัม เคตามีน 15.14 กรัม ยาอี 2.0 กรัม และยึดทรัพย์มูลค่าทั้งสิ้น 2,923,500 บาท
  4. ผลการจับป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง แบ่งเป็น
    1. การตรวจร้านขายอะไหล่ 17 แห่ง
    2. การตรวจร้านอู่ซ่อมรถ 53 แห่ง
    3. การยึดรถดัดแปลงสภาพ 37 คัน
    4. การยึดท่อไอเสียไม่ได้มาตรฐาน 40 อัน

โดยแถลงผลการปฏิบัติคดีสำคัญ 4 ราย ดังนี้ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 สภ. ดอนตูม เข้าตรวจสอบพบรถยนต์ต้องสงสัย เป็นรถยนต์เก๋ง toyota cross หมายเลขทะเบียน 5 ขถ 5936 กรุงเทพมหานคร บริเวณหมู่ที่ 5 ตำบลดอนรวก อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัว แต่ผู้ต้องสงสัยขับขี่หลบหนีการตรวจค้นมุ่งหน้าเส้นทาง ไปยังดอนรวก- พะเนียงแตก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการติดตามเข้าคู่ขนานมอเตอร์เวย์ m81 รถผู้ต้องหาพลิกคว่ำ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ดอนตูม สภ.สามควายเผือก และสภ. เมืองนครปฐม ได้เข้าทำการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 95,400 เม็ด

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ได้ดำเนินยุทธการ “ปิดเมืองสยบแว้นนครปฐม” โดยได้จับกลุ่มผู้ต้องหาจำนวน 7 ราย บริเวณถนนสาธารณะเส้นทางหน้าศาลากลางจังหวัดนครปฐม ในข้อหาร่วมกันพยายามแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานจราจร และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ศาลแขวงนครปฐม ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 7 คน จำคุกคนละ 1 เดือน ปรับคนละ 2,500 บาท ทั้งนี้โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และริบรถจักรยานยนต์ของกลางตกเป็นของแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 19.54 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน ได้รับแจ้งจากกำลังตำบลนราภิรมย์ นึกว่ามีคนร้ายลักทรัพย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด “ปะ ฉะ ดะ” สภ.บางเลน ถึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบผู้ต้องหา และได้ตรวจสอบพบของกลางเป็นหัวก๊อกน้ำยี่ห้อ Sanwa 12 อัน มีดปลายแหลม 20 ซม. ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พร้อมพาไปชี้จุดที่หลักทรัพย์ จึงทำการควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางเลน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 17:00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน ตั้งจุดตรวจเส้นทางบางเลน-ไทรน้อย ตรวจค้นรถกระบะต้องสงสัยพบผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมโทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคารหลายรายการ ผู้ต้องหารับสารภาพมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีม้าเพื่อส่งต่อให้กระบวนการอาชญากรรมทางการเงิน ตรวจปัสสาวะผู้โดยสาร 2 ราย พบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ. บางเลน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ สภ.บางเลนได้ตรวจประวัติไม่พบประวัติการต้องโทษหรือหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว

พิธีเปิดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ประจำปี 2568 ของ ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา

นครนายก – พิธีเปิดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ประจำปี 2568 ของมหา วิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา

วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่วัดสุวรรณ ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนคร นายก พระราชวัชรคุณบัณฑิต รศ. ดร. รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา รองอธิการบดี มหา วิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา เป็นประธานองค์ประธานเปิดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ประจำปี 2568 พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่พระนิสิตและนิสิตคฤหัสถ์ นายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ โดยมี พระครูขันติธรรมธารี ดร. เจ้าคณะตำบลศรีนาวา เขต2 เจ้าอาวาสวัดสุวรรณ ประธานดำเนินงานจัดโครงการฯ ถวายการต้อนรับ พระเถรานุเถระ เจ้าคณะพระสังฆาธิการ , ผศ.ไพรัตน์ เอิบสำโรง ประธานหลักสูตรสาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ กล่าวถวายรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการฯ

พร้อมด้วย นายกองโท สมศักดิ์ แย้มพันธุ์นุ้ย นายอำเภอเมืองนครนายก วัฒนธรรมจังหวัดนครนายก ศึกษาธิการจังหวัดนครนายก สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายก พระนิสิตและนิสิตคฤหัสถ์ เข้าร่วมพิธีเปิดโดยพร้อมเพรียง ซึ่งระยะเวลาการจัดโครงการฯ ระหว่างวันที่ 15 – 25 ธันวาคม 2568 รวม 10 วัน มีพระนิสิตและนิสิต ระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ จำนวน 52 รูป/คน หลักสูตรระดับปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ (เฉพาะคฤหัสถ์) จำนวน 52 คน หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ป.บส.) จำนวน 29 รูป หลักสูตรระดับปริญญาโท สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ รุ่นที่ 3 จำนวน 17 รูป/คน รุ่นที่ 4 จำนวน 18 รูป/คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 221 รูป/คน ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และเป็นกฎระเบียบข้อบังคับที่ได้กำหนดให้นิสิตทุกรูป/คน จำเป็นต้องปฎิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานประจำปีของการศึกษาทุกระดับชั้นต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

รองผบช.สตม.ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายที่ ตม.นครราชสีมา เน้นย้ำการบริการเพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความสุข

รองผบช.สตม.ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายที่ ตม.นครราชสีมา เน้นย้ำการบริการเพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความสุข

เมื่อวันที่(16ธ.ค.68) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ และมอบนโยบายที่ ตม.จว.นครราชสีมา โดยมี พ.ต.อ.เกรียงไกร อาริยะยิ่ง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดร่วมรับมอบนโยบาย

ในการนี้ รอง ผบช.สตม. ได้รับทราบข้อมูลของตม.นครราชสีมาพร้อมกับมอบนโยบายการปฏิบัติราชการ ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด โดยกำชับให้มีการบริการนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่จ.นครราชสีมาอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับกรณีนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานมีเหตุฉุกเฉินหรือได้รับความเดือดร้อนขอให้ตม.นครราชสีมาบูรณาการกับตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและผู้ที่เข้ามาทำงานให้ได้รับการดูแลและท่องเที่ยวหรือพักอาศัยในประเทศไทย และที่จังหวัดนครราชสีมาอย่างมีความสุข เพื่อที่เขากลับไปแล้วจะได้บอกต่อนักท่องเที่ยวคนอื่นถึงความประทับใจต่อบริการของตำรวจไทยต่อไป


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา / รายงาน

ลพบุรีเตรียมงานใหญ่ หลังควบคุมประชากรลิงในโครงการ อะเมซิ่งลพบุรี

จังหวัดลพบุรี – เตรียมจัดงานใหญ่ หลังมีการควบคุมประชากรลิง ภายใต้โครงการ อะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) และกิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์” 3 วัน 3 คืน ชมฟรี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569

ที่บริเวณถนน คนเดิน เลียบพระปรางค์สามยอด อำเภอเมืองลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธาน ในการแถลงข่าว การจัดโครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) และ กิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์” โดยจังหวัดลพบุรี ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี เทศบาลเมืองลพบุรี ได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการยกระดับจังหวัดลพบุรี ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งในมิติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะร่วมสมัย

นายวีระพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้กล่าวถึง นโยบายการส่งเสริมและสนับ สนุนด้านการท่องเที่ยว โดยย้ำว่าจังหวัดให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ ผ่านการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ การจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดปี และการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนยกระดับภาพลักษณ์ลพบุรีให้เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่นในระดับประเทศ พร้อมมั่นใจว่ากิจกรรมภายใต้โครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายมหิธธร สุรบุญจรัส ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี ได้กล่าวนำเสนอภาพรวม กิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์” ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) โดยมุ่งนำเสนอเอกลักษณ์ของลพบุรีผ่านนิทรรศการศิลปะ การแสดงวัฒนธรรม การเดินชมเมืองเก่า เส้นทางท่องเที่ยวโบราณสถาน และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน โดยมีเป้าหมายให้ลพบุรีเป็นเมืองศิลป์และเมืองสร้างสรรค์แห่งภูมิภาคกลาง พร้อมทั้งเป็นเวทีให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอด 3 วัน 3 คืน ชมฟรี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569

นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี กล่าวถึง ศักยภาพและความพร้อมของเทศ บาลเมืองลพบุรี หลังมีการควบคุมประชากรลิงได้อย่างเป็นรุปธรรม โดยระบุว่าเทศบาลเมืองลพบุรี ได้เตรียมความพร้อมด้านสถานที่ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบความปลอดภัย การจราจร และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งบูรณาการกับชุมชนและภาคเอกชนเพื่อให้กิจกรรมสามารถนำเสนอตัวตนของเมืองได้อย่างมีเอกลักษณ์และมีมาตรฐาน

ขณะที่ นายสิทธิชัย หล่อประสงค์สุข ที่ปรึกษาโครงการ ได้กล่าวถึงการขับเคลื่อนทรัพยากร เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยยืนยันว่าจะผลักดันงบประมาณ และนโยบายจากส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์โบราณสถาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการท่องเที่ยว การส่งเสริมผู้ประกอบการ และการสร้างกิจกรรมที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม พร้อมเน้นย้ำถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญในการทำให้ลพบุรีก้าวสู่จังหวัดท่องเที่ยวคุณภาพในอนาคต

สำหรับการจัดงาน Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์ มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 30-31 ธันวาคม 2568 และวันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นการส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ ที่ สนามโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จังหวัดลพบุรี พบกับการแสดงศิลปพื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรม ดนตรี การออกร้านอาหาร ที่สุดอะเมซิ่ง จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวประชาชนในจังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมสัมผัสเสน่ห์ประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัดลพบุรี แบบจัดหนักจัดเต็มทุกรายการโดยเฉพาะขบวนแห่ประวัติศาสตร์จินตนาการ กว่า 300 ชีวิตที่ร่วมขบวน และในภาคกลางคืนยังจัดให้มีการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดังก้องประเทศ และตลาดวัฒนธรรมวิถีท้องถิ่นของจังหวัดลพบุรี อีกมากมายหลากหลายรายการ อย่าลืมอย่าพลาด!!! น่ะครับ

ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันของจังหวัดลพบุรี หลังมีการควบคุมประชากรลิง เพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการทรัพยากร นโยบาย และความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพและผลักดันลพบุรีให้เป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นของประเทศไทย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

เปิดภาพปฏิบัติราชการสนามของ ‘แม่ทัพเติ่ง’ นำกำลังพลออกปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อีสานใต้ และ 3 จังหวัดชายแดนใต้

เปิดภาพปฏิบัติราชการสนามของ ‘แม่ทัพเติ่ง’ พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 นำกำลังพลออกปฏิบัติภารกิจราชการสนามสำคัญในพื้นที่อีสานใต้ และ 3 จังหวัดชายแดนใต้

จากลูกชาวนาเมืองร้อยเอ็ด สู่ขุนศึกใหญ่แห่งแดนอีสานใต้ จึงรู้คน รู้พื้นที่ ใจซื่อถือสัตย์ต่อแผ่นดิน สำหรับ พลโทวีระยุทธ รักศิลป์” แม่ทัพภาคที่ 2 ชื่อเล่นว่าเติ่ง เป็นนักเรียนเตรียม ทหารรุ่นที่ 26 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 37รุ่นเดียวกับ พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พลโทบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่2 และที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก เหลืออายุราชการถึงปี 2570

ข้อมูลประวัติการปฏิบัติหน้าที่สนามในอดีต ตำแหน่งการรับราชการที่สำคัญ ได้แก่

  • ผู้บังคับกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 ( ผบ.ร้อย.ลว.ไกล 6)
  • ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 16 (ผบ.ร.16 พัน.1)
  • ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 16 (ผบ.ร.16)
  • ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 / ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี (ผบ.พล.ร.6 / ผบ.กกล.สุรนารี), รองแม่ทัพภาคที่ 2 (รอง มทภ.2)และก้าวสู่ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 อย่างสมภาคภูมิ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบ.ร.16 พัน.1 ได้นำกำลังพลออกปฏิบัติภารกิจราชการสนามสำคัญ ได้แก่
    • ราชการสนาม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานีที่ 21 (ฉก.ปัตตานี 21 ) จ.ปัตตานี
    • ราชการสนาม พัน.ร.161 พื้นที่ตามาเรีย-ภูมะเขือ-พลาญยาว-พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

ในสถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมา พลโทวีระยุทธ ในฐานะแม่ทัพภาค2 มีบทบาทสำคัญ ในการควบคุมบังคับบัญชากองบัญชาการส่วนหน้า การปกป้องอธิปไตยชายแดน คือภารกิจอันทรงเกียรติในการเป็นผู้นำของเหล่าทหารกล้าของกองทัพภาคที่ 2
วันนี้ พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 บุรุษพูดน้อยต่อยหนัก ได้เรียกศักดิ์ศรี “แม่ทัพ” กลับคืนโดยไม่ต้องเรียกหา แต่ประจักษ์ด้วยตา และมาพร้อมหัวใจของคนไทยทั้งชาติ
เมื่อกัมพูชาเปิดก่อน ในวันที่ 7 ธันวาคม 2568 จึงขอความเห็นชอบที่จะตอบโต้เต็มรูปแบบ หลังได้รับไฟเขียวจากนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการเหล่าทัพ จึงบัญชาการรบ สั่งยกระดับปรับกำลังภายหลังเหตุปะทะระหว่างกองกำลังฝ่ายไทยและกัมพูชา โดยสั่งการให้หน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เข้าสู่โหมด “รบทุกมิติ” เพื่อเฝ้าระวังและปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง และมีคำสั่งชัดเจนว่า ให้ดำเนินการตอบโต้ภายใต้กรอบยุทธวิธีอย่างเป็นระบบ มุ่งปกป้องอธิปไตยไทย รักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ลั่น “แผ่นดินไทยนี้ ต้องไม่ถูกท้าทายอีกต่อไป”


พรพิพัฒน์ รายงาน

ตาวัย 70 ปี ขับรถลงเขา เสียหลักหลุดโค้งพุ่งลงเหวลึก ดับ 1 เจ็บ 1

อุทัยธานี – ตาวัย 70 ปี ขับรถขึ้นเขาขาลงเขา เสียหลักหลุดโค้งพุ่งลงเหวลึกดับ 1 เจ็บ 1

วันที่ 15 ธ.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งจากนายนเรศ กีตา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ บ้านหนองปรือ อ.บ้านไร่ ว่ามีรถยนต์กระบะตกเหวมีความลึกประมาณ 18-20 เมตร ที่บริเวณถนนสายขึ้นเขาบ้านอีมาดอีทราย เส้นบ้านเจ้าวัดบริเวณทางโค้งน้ำตกผาร่มเย็น หมู่ 5 บ้านเจ้าวัด ต.เจ้าวัด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี มีผู้ติดภายใน 2 รายอาการสาหัส

หลังจากได้รับแจ้งจึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณ์ภัย อบจ.อุทัยธานี ชมรมบรร เทาสาธารณภัยอุทัยธานี กู้ชีพกู้ภัยบ้านไร่ กู้ภัยอุทัยธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ ตัดถ่างรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ ภายในเหวด้างล่างพบรถกระยี่ห้ออีซูซุ สุพรรณบุรี ซุกอยู่ในซอกหิน พลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้า สภาพรถยนต์พังยับเยิน มีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 1 ราย ร้องขอความช่วยเหลือ ทราบชื่อ น.ส.วิจิตรา ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัย ธานี เจ้าหน้าที่รีบนำเครื่องตัดถ่าง รีบนำตัวผู้บาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลบ้านไร่อย่างเร่งด่วน

ด้านคนขับ ได้เสียชีวิตคาพวงมาลัยทราบชื่อ นายพิศ อายุ 70 ปี ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัย ธานี เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิต ออกมาจากตัวรถ ใช้เวลา 30 นาที หลังจากนั้นได้ช่วยกันหามผู้บาดเจ็บไตร่เขาขึ้นมาด้วยความทุลักทุเล โดยมีลูกชายของผู้ตายที่ทราบข่าวรีบเดินทางมาดูด้วยอาการเศร้าโศกเสียใจ

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ นายนเรศ กีตา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ บ้านหนองปรือ ว่าช่วงนั้นตนเองได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณนั้น ได้เห็นรถกระบะคันดังกล่าว ขับขึ้นเขาที่สูงชันมาจากทางบ้านเจ้าวัด ในอาการกล้าๆ กลัว ๆ หลังจากนั้น รถกระบะคันดังกล่าว ได้ขับผ่านตนเองขึ้นเขาไปยังแก่นมะกรูดเพื่อชมดอกไม้งาม และไปกลับรถยนต์บริเวณทางโค้ง จุดชมวิวน้ำตกผาร่มเย็น บริเวณศาลา 8 เหลี่ยม หลังจากนั้นได้ขับลงมาจากเขา ซึ่งช่วงนั้นเป็นทางลงเขาที่ลาดชัน และเป็นทางโค้งหักศอก ทำให้รถวิ่งเลยทางโค้ง ตรงไปตกลงไปเหว ตนเองจึงรีบวิ่งตามลงไปดู และพบผู้หญิงร้องโอดโอย ขอความช่วยเหลือ ส่วนคนขับช่วงนั้นยังพูดคุยกับตนเอง ได้ ตนเองจึงขึ้นมาจากเหว รีบแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอกำลังเจ้าหน้าที่มูลนิธิต่างๆ พอกลับมาคนขับได้เสียชีวิตแล้ว


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน