ผู้การประจวบฯ ทำพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมเทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ 2569

ประจวบคีรีขันธ์ – ผู้การประจวบฯ ทำพิธีปล่อยแถวระดมควาดล้างอาชญากรรมเทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ 2569

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่หน้าสถานี ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมี ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.ประ จวบคีรีขันธ์ ผกก.สภ.ต่างๆในจังหวัดประจวบฯ ตร.ตชด 14 หน่วยปฐิบัติการพิเศษ ภ.จว.ประจวบฯ ฝ่ายปกครองจังหวัดประจวบฯ อาสามูลนิธิฯ และส่วนราชการ เข้าร่วมพิธี

ตามที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 ได้กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
และให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนเทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2569 นั้น ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการรักษาความสงบเรียบร้อย และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวดังกล่าว จึงได้จัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมขึ้นในวันนี้

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความพร้อมของกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่เชิงรุก ป้องกันและ
ปราบปรามอาชญากรรมทั่วไป รวมถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบฯ


ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

นายก อบจ.นครปฐม มอบอุปกรณ์กีฬาให้กับ กลุ่มท่าจีนก้าวหน้า “ท่าจีนเกมส์” ครั้งที่ 10

นายก อบจ .นครปฐม มอบอุปกรณ์กีฬาให้กับ กลุ่มท่าจีนก้าวหน้า “ท่าจีนเกมส์” ครั้งที่ 10

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 อบจ.นครปฐม โดยการนำของ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม มอบอุปกรณ์การแข่งกันกีฬา เหรียญรางวัล และถ้วยรางวัล ให้แก่ กลุ่มโรง เรียนท่าจีน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐมเขต 2 ซึ่งจะใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด เสริมความสามัคคี กลุ่มท่าจีนก้าวหน้า “ท่าจีนเกมส์“ ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 22 – 24 ธันวาคม 2568 ณ สนามกีฬาโรงเรียนบ้านบางม่วง สนามกีฬาโรงเรียนวัดเชิงเลน และสนามกีฬาโรงเรียนวัดบางช้างใต้


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ปกครอง อ.นาแก บุกวัดดังเคาะประตูค้นกุฏิอลัชชี สะเทือนใจซุกยาบ้าในบาตร เสพจนหลอนพร่ำทั้งคืน

นครพนม – ปกครอง อ.นาแก บุกวัดดังเคาะประตูค้นกุฏิอลัชชี สะเทือนใจซุกยาบ้าในบาตร เสพจนหลอนพร่ำทั้งคืน

นายอิศรา โพธิ์เงิน นายอำเภอนาแก จ.นครพนม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอนาแก และ จ่าเอกไพศาล ปรัญญา ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองฯ ได้รับการร้องเรียนจากพระ และ กรรมการวัดชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 4 ต.นาแก ว่า มีพระรูปหนึ่งที่จำพรรษาอยู่ในวัด มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด กลางคืนไม่หลับไม่นอน และไม่ออกบิณฑบาต จึงมอบหมายให้ นายคณินทร์ ผมงาม ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอนาแก ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามโครงการ รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ ภายใต้แนวคิด Quick Big Win ปิดล้อมตรวจค้นบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ทราบว่าพระลูกวัดต้องสงสัยรายนี้ชื่อวีระวัฒน์ หรือพระติ่ง อายุ 47 ปี โดยได้ข้อมูลเบื้องต้นจากกรรมการวัด ว่า พระติ่งเพิ่งมาขอจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ได้ประมาณ 3 เดือนท่านั้น โดยมีพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่เคารพครูบาอาจารย์ ไม่ยอมรับคำว่ากล่าวตักเตือน และข่มขู่พระด้วยกัน โดยเวลากลางคืนจะออกจากกุฏิมาเดินรอบวัดและพูดคนเดียว ขณะให้ข้อมูลเป็นเวลาบ่ายโมงเศษ พบพระติ่งล็อคกลอนประตูกุฏิเพื่อหลับนอน โดยไม่ให้ใครไปรบกวน

ปลัดคณินทร์ไม่ยอมให้พระติ่งนอนอย่างมีความสุข ที่ห้ามใครรบกวนในเวลาพักผ่อน เดินไปเคาะประตูห้องเรียกพระติ่งออกมา ในสภาพนุ่งผ้าสบงไม่สวมอังสะ งัวเงียขี้ตาแบบงงๆ ที่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมาปลุก ก่อนนิมนต์ไปพบเจ้าอาวาสเป็นพยาน เพื่อขอตรวจสารเสพติดในร่างกายพบฉี่เป็นสีม่วง พระติ่งจึงจำนนด้วยหลักฐาน ยอมรับว่าเสพยาบ้าจริง

จากนั้นได้พาเจ้าหน้าที่ไปค้นกุฏิ ชี้ที่ซุกซ่อนยาบ้าอยู่ภายในบาตร จำนวน 16 เม็ด โดยให้การว่าได้เงินที่ญาติโยมถวาย โทรสั่งซื้อยาบ้าจากเอเยนต์รายย่อยครั้งละ 20 เม็ด ราคา 800 บาท ยอมรับว่าพูดจาข่มขู่พระลูกวัด ไม่เว้นแม้แต่เจ้าอาวาส เพราะเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของตน เจ้าหน้าที่จึงให้เจ้าอาวาสดำเนินการสึก ก่อนนำตัวอดีตพระติ่งผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาแก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

“กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว”

“กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” กองกำลังผาเมือง พร้อม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 จิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพะเยา จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดน่าน และจังหวัดพิษณุโลก ที่ประสบภัยหนาว

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 กองบังคับการผาดง หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ นำกำลังพลจิตอาสา ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ มอบผ้าห่มกันหนาว เสื้อผ้ากันหนาว ให้กับประชา ชน กลุ่มเปาะบาง ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ณ บ.ดอยนาหลวง ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ ตามนโยบายของกองทัพบกในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว โครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากสภาพอากาศหนาวเย็น และเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร กับประชาชน ในพื้นที่ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เรื่องปัญหาหมอกควันไฟป่าให้กับประชาชนได้รับรู้

ด้าน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 จัดกำลังพล ลงพื้นที่มอบผ้าห่มกันหนาว ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผู้สูงอายุ และผู้พิการทางด้านการเคลื่อนไหว ในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ในห้วงฤดูหนาว จำนวน 8 ราย ใน พื้นที่ บ้านหัวนา หมู่ที่ 6 ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดย ชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์ที่ 3203 มอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชน จำนวน 2 ราย , พื้นที่ บ้านร่มไทย หมู่ที่ 14 และบ้านท่าตอน หมู่ที่ 3 ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดย ชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์ที่ 3204 มอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชน จำนวน 5 ราย และ พื้นที่ บ้านสุมข้าม หมู่ 4 ตำบลนาขุม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ โดย ชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์ที่ 3219 มอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชน จำนวน 1 ราย

ขณะที่ กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพลลงพื้นที่มอบผ้าห่มกันหนาว ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผู้สูงอายุ และผู้พิการทางด้านการเคลื่อนไหว ในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา และจังหวัดน่าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ในห้วงฤดูหนาว จำนวน 6 ราย ได้แก่ใน พื้นที่ บ้านดง หมู่ที่ 2 ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 313 มอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชน จำนวน 2 ราย ในพื้นที่ บ้านนาหนุน หมู่ที่ 2 ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา โดย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 315 มอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชน จำนวน 2 ราย และ พื้นที่ บ้านงอบศาลา หมู่ที่ 1 ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน โดย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 316 มอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชน จำนวน 2 ราย

นอกจากนี้ กองร้อยทหารพรานที่ 3203 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 จัดกำลังพล จิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ร่วมกับ ผู้นำชุมชน, อสม.บ.นุชเทียนฯ จัดกิจกรรม “ทหารพราน 32 ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว” โดยลงพื้นที่มอบผ้าห่มกันหนาว ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุ ในพื้นที่ บ.นุชเทียน หมู่7 ต.บ่อภาค อ.ชาติตระการ จว.พิษณุโลก เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย และเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป จำนวน 6 ราย

นอกจากนั้น กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพล ลงพื้นที่มอบผ้าห่มกันหนาว ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผู้สูงอายุ และผู้พิการทางด้านการเคลื่อนไหว ในพื้นที่ อ.สองแคว, อ.แม่จริม และ อ.ทุ่งช้าง จว.น่าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ในห้วงฤดูหนาว จำนวน 11 ราย ได้แก่ในพื้นที่ บ้านใหม่ชายแดน หมู่ที่ 9 อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน จำนวน 5 ราย พื้นที่ บ้านพรหม หมู่ที่ 1 ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน จำนวน 5 ราย และ พื้นที่ บ้านทุ่งอ้าว หมู่ที่ 1 ตำบลและ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน จำนวน 1 ราย

และ กองกำลังผาเมือง ร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 จัดชุดปฏิบัติการกิจกรรมพลเรือนที่ 310 และชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์ที่ 3203 พร้อม อาสาสมัครกิจการพลเรือนตำบลม่อนปิ่น จัดกิจกรรมช่วยเหลือประชาชน ลงพื้นที่มอบผ้าห่มกันหนาวให้กับผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ในพื้นที่ ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ จำนวน 2 ราย

ทั้งนี้ ตามนโยบายของกองทัพบกในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว และการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องตามโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” โดยมีเป้าหมายในการบรรเทาความเดือดร้อนจากสภาพอากาศหนาวเย็นในพื้นที่ที่ประสบภัย การช่วยเหลือจะครอบคลุมทั้งการ แจกจ่ายผ้าห่มกันหนาว และการให้บริการด้านสุขภาพ โดยเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ยากไร้ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารตามแนวชายแดน

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีรเดช รายงาน

โครงการทหารพันธุ์ดี อารยเกษตรวิถี มทบ. 37 ให้การต้อนรับคณะครู-น.ร.โรงเรียนเทศบาล 1 ศรีเกิด ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย

โครงการทหารพันธุ์ดี อารยเกษตรวิถี มณฑลทหารบกที่ 37 ให้การต้อนรับคณะครู และนักเรียน โครงการทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกสถานที่ ของโรงเรียนเทศบาล 1 ศรีเกิด ต.เวียง อ.เมือง จว.ช.ร

โครงการทหารพันธุ์ดี อารยเกษตรวิถี มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่โครงการฯ ให้การต้อนรับ และบรรยายการดำเนินงานของโครงการฯ ให้กับคณะครู และนักเรียน โรงเรียนเทศบาล 1 ศรีเกิด ต.เวียง อ.เมือง จว.ช.ร เข้าศึกษาดูงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฯสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน มียอดครู 8 ท่านและนักเรียน 118 คน ยอดรวมทั้งสิ้น 126 คน โดยเข้าศึกษาเรียนรู้การดำเนินงานของโครงการทหารพันธุ์ดีฯ เพื่อเปิดโลกทัศน์ ส่งเสริมพัฒนาการ เสริมทักษะความรู้ จากประสบการณ์จริง ตลอดจนปลูกฝังแนวคิดตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้สามารถเติบโตเป็นเยาวชนที่ดีมีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป

พร้อมกันนี้ได้ศึกษาภายในโครงการทหารพันธุ์ดีอารยเกษตรวิถี มณฑลทหารบกที่ 37 ได้แก่

  • โครงการ “มินิซู” (Mini SU) ของ มณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37) หรือที่รู้จักในชื่อ “โครงการทหารพันธุ์ดี” เป็นการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ค่ายเม็งรายมหาราชให้เป็นศูนย์การเรียนรู้และทดลองโครงการต่างๆ โดยมีที่มาจากพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีพระประสงค์ให้ค่ายทหารเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับทหารและชุมชน.
  • โครงการเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นแนวทางการดำเนินงานเพื่อสร้างรายได้จากการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด โดยต้องมีการเตรียมพื้นที่และโรงเรือน, คัดเลือกพันธุ์จิ้งหรีดที่แข็งแรง, จัดหาแหล่งอาหารที่หลากหลายทั้งพืชและอาหารเสริม, เตรียมภาชนะให้น้ำและอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัยของจิ้งหรีด, และดูแลเรื่องสุขอนามัยเพื่อป้องกันศัตรูและโรคระบาด.
  • โครงการเลี้ยงไส้เดือนเป็นการเพาะเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดต้นทุนการเกษตร ส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์ และสร้างรายได้ให้เกษตรกร กระบวนการประกอบด้วยการเตรียมสถานที่เลี้ยงที่ร่มและมีความชื้นเหมาะสม การจัดหาอาหารจากมูลสัตว์หรือเศษอินทรีย์วัตถุ การดูแลให้ไส้เดือนมีสภาพแวดล้อมที่ดี และการเก็บเกี่ยวปุ๋ยมูลไส้เดือนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร

นที มีเดช รายงาน

ครั้งแรกของโลก ! ซ้อมกู้ภัยร่วม “ช้าง–สุนัข–มนุษย์” ฝึก TIMS 2025 ที่เชียงใหม่ บูรณาการพลังสัตว์–คน รับมือภัยพิบัติยุคใหม่

ครั้งแรกของโลก! ซ้อมกู้ภัยร่วม “ช้าง–สุนัข–มนุษย์” ฝึก TIMS 2025 ที่เชียงใหม่ บูรณาการพลังสัตว์–คน รับมือภัยพิบัติยุคใหม่

เชียงใหม่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการกู้ภัยโลก เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่บ้านช้างตระกูลแสน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีการฝึกซ้อมการค้นหาและกู้ภัยระดับนานาชาติ Thailand International Multi-Hazard SAR Exercise (TIMS 2025) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการนำ “ช้าง” และ “สุนัข K9” เข้าร่วมฝึกปฏิบัติการกู้ภัยร่วมกับมนุษย์อย่างเป็นระบบ ท่ามกลางความสนใจจากหน่วยงานด้านความมั่นคงและการช่วยเหลือภัยพิบัติทั้งในและต่างประเทศ

นายไชยเชษฐ์ พัดสี ผู้อำนวยการฝึกอบรมและกู้ภัย ประจำภูมิภาคเอเชีย สมาพันธ์การค้นหาและกู้ภัยนานาชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงและเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย ดินถล่ม หรืออุบัติเหตุขนาดใหญ่ การเตรียมความพร้อมด้านการค้นหาและกู้ภัยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง การฝึก TIMS 2025 ครั้งนี้ มุ่งเน้นการบูรณาการศักยภาพของมนุษย์และสัตว์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตอบโต้ภัยพิบัติและลดการสูญเสียในสถานการณ์จริง

การฝึกซ้อมครั้งนี้มีช้างจากบ้านช้างตระกูลแสนเข้าร่วมจำนวน 4 เชือก นำทีมโดย พลายแสนทรัพย์ พลายแสนตัน พลายวาเลนไทน์ และพลายงาม พร้อมด้วยสุนัขค้นหาและกู้ภัย (K9) จำนวน 6 ตัว พันธุ์ลาบราดอร์และโกลเดนรีทรีฟเวอร์ โดยแบ่งการฝึกออกเป็น 4 สถานีหลัก ประกอบด้วย การตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ สถานการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก สถานการณ์ดินสไลด์และแพคว่ำ และสถานการณ์อุบัติเหตุรถตกเหว เสมือนเหตุการณ์ภัยพิบัติจริงในพื้นที่ทุรกันดาร

นายไชยเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดเด่นของการฝึกครั้งนี้คือการนำจุดแข็งของสัตว์แต่ละชนิดมาใช้ร่วมกันอย่างเหมาะสม สุนัข K9 มีความสามารถในการดมกลิ่นและค้นหาผู้สูญหายในพื้นที่ซับซ้อน ขณะที่ช้างมีพละกำลัง แข็งแรง และคุ้นเคยกับภูมิประเทศทุรกันดาร สามารถลุยน้ำ ลุยโคลน และลำเลียงอุปกรณ์หรือผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ยานพาหนะหรือเครื่องจักรหนักไม่สามารถเข้าถึงได้

ด้านนายสุทธิเกียรติ โสภณิก ผู้อำนวยการองค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ K9 USAR Thailand ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการฝึก TIMS 2025 ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกของความร่วมมือระหว่างสุนัขกู้ภัยและช้างอย่างเป็นรูปธรรม สุนัขมีความคล่องตัวและรวดเร็ว ส่วนช้างมีพละกำลังและความทนทาน เมื่อนำมาประสานการทำงานร่วมกัน จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการตอบสนองต่อภัยพิบัติได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ในปี 2569 มีแผนขยายความร่วมมือในระดับนานาชาติ โดยเชิญประเทศที่มีช้าง เช่น สปป.ลาว เมียนมา มาเลเซีย และไต้หวัน เข้าร่วมการฝึก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมกันพัฒนามาตรฐานการกู้ภัยในระดับภูมิภาค

ขณะที่พระครูสังฆรักษ์วีรวัฒน์ วีรวฑุฒโน หรือพระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวง ผู้ก่อตั้งบ้านช้างตระกูลแสน กล่าวว่า แนวคิดการพัฒนาช้างกู้ภัยเกิดขึ้นจากประสบการณ์ตรงในช่วงอุทกภัยครั้งใหญ่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อปี 2567 ที่มีการนำช้างจำนวน 4 เชือก เข้าช่วยลำเลียงอาหารและสิ่งของไปยังชุมชนที่ถูกตัดขาด จึงเห็นศักยภาพของช้างในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และพัฒนาทักษะให้สามารถปฏิบัติงานด้านกู้ภัยได้อย่างจริงจัง

พระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวงเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันช้างของบ้านช้างตระกูลแสนผ่านการฝึกด้านการกู้ภัยแล้ว 8 เชือก และพร้อมเข้าปฏิบัติการทันทีหากเกิดภัยพิบัติในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ลดความสูญเสีย และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ประสบภัย นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างทีมกู้ภัยมนุษย์ ช้าง และสุนัข ไม่ว่าจะเป็นโดรนทางอากาศหรือโดรนตรวจจับความร้อน เพื่อสำรวจเส้นทางและวางแผนก่อนเข้าพื้นที่จริงอย่างรอบคอบและปลอดภัย

การฝึก TIMS 2025 ครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการพัฒนาระบบกู้ภัยแบบบูรณาการ และอาจกลายเป็นต้นแบบใหม่ของการใช้ “พลังสัตว์” ควบคู่เทคโนโลยีและมนุษย์ เพื่อรับมือภัยพิบัติในอนาคตอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

ผบ.มทบ.39 ร่วมให้ความรู้ แก่เยาวชน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จ.พิษณุโลก

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 พร้อมหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 วิทยากรจิตอาสา 904 ร่วมให้ความรู้ แก่เยาวชน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก ตามโครงการเฉลิมพระเกียรติและร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสม ภพ วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ

พลตรี นพดล วัชรจิตรบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39/วิทยากรจิตอาสา 904 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติและร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ โดยมี นางลดาวัลย์ ปั่นเงิน ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก ให้การต้อนรับ ซึ่งในกิจกรรมจัดให้มีการกล่าวน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณา ธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และกิจกรรมเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ พลตรี นพดล วัชรจิตรบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ในฐานะ วิทยากรจิตอาสา 904 พร้อมด้วย พันเอก เสรี ทองคู่ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระ ราชทานภาค 3 ได้ร่วมจัดกิจกรรมบรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ณ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก


นที มีเดช รายงาน

จิตอาสาพระราชทานมทบ.310 พร้อม นศท.จิตอาสา ร่วมรณรงค์ให้ความรู้ การป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน พร้อมมอบผ้าห่ม พื้นที่ อ.แม่ระมาด จ.ตาก

จิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 310 พร้อมนักศึกษาวิชาทหารจิตอาสา ร่วมรณรงค์ให้ความรู้ การป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน พร้อมทั้งมอบผ้าห่มกันหนาวให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 310 จัดจิตอาสาพระราชทาน และ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 310 จาก หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 310 จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ และ นักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับเทศบาลตำบลแม่จะเรา เดินทางเข้าชุมชน ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด จว.ตาก ให้ความรู้เรื่องไฟป่าและหมอกควัน ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยที่เกิดจากการเผาป่า เผาไร่นา ในพื้นที่ ในกลุ่มเป้าหมายประมาณ 30 ครัวเรือน

ต่อจากนั้น ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 310 มอบหมายให้ หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 310 จัดกำลังพลจิตอาสา 904 พร้อมด้วย ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน, นักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับเ ทศบาลตำบลแม่จะเรา จิตอาสาผู้นำชุมชน นำผ้าห่มคลายหนาว ถุงยังชีพมอบให้กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง (เปราะบาง) จำนวน 5 ราย ในพื้นที่ชุมชนตำบลแม่จะเรา ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด จังหวัดตาก และ นักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน ได้มอบติดโบว์ให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ร่วมถวายอาลัยแด่แม่หลวงแห่งดิน สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.น่าน ร่วมบูรณาการกับส่วนราชการมอบเครื่องกันหนาว อุปกรณ์กีฬาและอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ร่วมบูรณาการกับส่วนราชการในพื้นที่มอบเครื่องกันหนาว อุปกรณ์กีฬาและอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียน พร้อมรณรงค์ประชา สัมพันธ์การป้องกันไฟป่าหมอกควันในพื้นที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ร่วมบูรณาการกับ ศาลเยาวชนและครอบ ครัวจังหวัดน่าน โรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ มณฑลทหารบกที่ 38 กรมทหารพรานที่ 32 และส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดน่าน ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนโครงการ “อุ่นรัก อิ่มใจ สู้ภัยหนาว ภูเค็งพัฒนา“ โดยได้นำเครื่องนุ่งห่มกันหนาว อุปกรณ์กีฬาและอาหารกลางวัน มอบให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนภูเค็งพัฒนา ตำบลแม่ขะนิง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนจากภัยหนาวและลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

ในการนี้ได้ประชาสัมพันธ์ปลูกฝังและสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในชุมชน การให้บริการตรวจโรคและทันตกรรมเบื้องต้น เพื่อแนะนำการปฏิบัติตัวและการป้องกันโรค การให้บริการตัดผม พร้อมทั้งเชิญชวนบุตรหลานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการ ทหารกองประจำการด้วยวิธีร้องขอด้วยระบบออนไลน์ของกองทัพบก

โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น สร้างรอยยิ้มจากผู้ให้สู่ผู้รับ เด็กนักเรียนมีความสุขที่ได้รับการแบ่งปันสิ่งดีๆ ในครั้งนี้ และประชาชนในชุมชนเกิดทัศนคติที่ดีต่อปัญหาไฟป่า อันจะเป็นผลนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในชุมชน และพร้อมใจกันร่วมมือกันป้องกันไฟป่าอย่างมีส่วนร่วมของภาคประชาชน


นที มีเดช รายงาน

ทหารพรานผาเมือง สนธิกำลังตำรวจ สภ.เทิง ยึดยาบ้า 7 หมื่นเม็ด ผู้ต้องสงสัยไหวตัวหลบหนีไปได้

ทหารพรานผาเมือง สนธิกำลังตำรวจ สภ.เทิง ยึดยาบ้า 7 หมื่นเม็ด ผู้ต้องสงสัยไหวตัวหลบหนีไปได้

วันที่ 17 ธ.ค.2568 เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.3105 ฉก.ทพ.31 กองกำลังผาเมือง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เทิง จ.เชียงราย ได้ตรวจยึดของกลางยาเสพติดประเภทยาบ้า จำนวนประมาณ 70,000 เม็ด เพื่อดำเนินการขยายผลตามกฎหมาย หลังจากกลางดึกวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ทพ.3105 ได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนนพื้นที่หมู่บ้านดอนไชย หมู่ 6 ต.หงาว อ.เทิง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติด ต่อมาได้พบรถจักรยานยนต์ไม่ทราบป้ายทะเบียนจำนวน 1 คัน มีคนขับขี่และซ้อนท้ายกันมารวม 2 คัน เมื่อจะถึงจุดตรวจจุดสกัดกลับพากันแตกตื่นเลี้ยวรถหลบหนี

เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่ามีพิรุธจึงได้นำรถออกติดตามไปจนถึงบริเวณข้างแยกอ่างเก็บน้ำห้วยดี หมี หมู่บ้านหัวดง หมู่ 12 ต.หงาว อ.เทิง จ.เชียงราย คนบนรถจักยานยนต์ได้ทิ้งสิ่งของบางอย่างเอาไว้ข้างทางก่อนจะอาศัยความมืดขับหลบหนีไปได้

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจวัตถุที่ทิ้งเอาไว้พบเป็นกระเป๋าใบเล็กเมื่อเปิดดูภายในปรากฎว่าบรรจุยาเสพติดประเภทยาบ้ารวมจำนวน 70,000 เม็ดดังกล่าว จึงทำการตรวจยึดไว้และนำส่ง สภ. เทิง ตามกฏหมายต่อไป


นที มีเดช รายงาน