กระบะหลุดโค้ง “สามแยกวัดใจ” พุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูง หักโค่นทำไฟดับทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านวอนเร่งแก้ไขจุดเสี่ยง

นครพนม – กระบะหลุดโค้ง “สามแยกวัดใจ” พุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูง หักโค่นทำไฟดับทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านวอนเร่งแก้ไขจุดเสี่ยง

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 19.40 น. เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักหลุดโค้งพุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูง บริเวณทางโค้งใกล้กับวัดวังยาง อำเภอวังยาง จังหวัดนคร พนม ส่งผลให้เสาไฟฟ้าได้รับความเสียหายอย่างหนักและกระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างทั้งหมู่บ้าน ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า ไทเกอร์ (Toyota Tiger) สีบรอนซ์ทอง สภาพด้านหน้ารถพังยับเยินจากการกระแทกอย่างรุนแรง โดยมีเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นลงมาทับตัวรถ ส่วนผู้ขับขี่เป็นชาย ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาล

เบื้องต้นทราบว่า ผู้ขับขี่กำลังอยู่ระหว่างเดินทางมุ่งหน้ากลับภูมิลำเนาที่จังหวัดสกลนคร แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งสามแยก คาดว่าผู้ขับขี่อาจจะไม่ชำนาญเส้นทาง ประกอบกับทัศนวิสัยที่มืด จึงทำให้รถเสียหลักหลุดโค้งและพุ่งชนเข้ากับเสาไฟฟ้าอย่างจัง

ทางด้านชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุดังกล่าวเรียกว่า “โค้งสามแยกวัดใจ” ที่ผ่านมามักเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากลักษณะการออกแบบทางกายภาพของถนนไม่สอด คล้องกับการขับขี่ อีกทั้งยังไม่มีสัญญาณไฟจราจรหรือไฟเตือนที่ชัดเจน ทำให้เกิดอันตรายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่มาจากนอกพื้นที่

ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากวิงวอนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบ ให้เร่งเข้ามาตรวจสอบ ติดตั้งไฟสัญญาณเตือน และปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างจุดเสี่ยงนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อป้อง กันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนจนนำไปสู่ความสูญเสียในอนาคต


ภาพ/ข่าว กิตติ หงษาวงศ์ / เทพข่าวร้อน

ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ มอบถุงยังชีพสภากาชาดไทยช่วยผู้ประสบวาตภัยอำเภอหล่มสัก 645 ครัวเรือน บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

เพชรบูรณ์ – ผู้ว่าฯ มอบถุงยังชีพสภากาชาดไทยช่วยผู้ประสบวาตภัยอำเภอหล่มสัก 645 ครัวเรือน บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีมอบถุงยังชีพของสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภา กาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 645 ชุด โดยมี นางรุ่งระวี มีทองคำ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายอำเภอหล่มสัก สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ กิ่งกาชาดอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ทั้งนี้ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เกิดสถานการณ์วาตภัยจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักในช่วงวันที่ 8 – 9 พฤษภาคม 2569 ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน สถานที่ราชการ วัด ถนน และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 15 ตำบล 17 หมู่บ้าน 645 ครัวเรือน ผู้ประสบภัย 2,300 ราย ภายหลังเกิดเหตุ อำเภอหล่มสักได้เร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น พร้อมประสานขอรับการสนับสนุนถุงยังชีพจากสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ผ่านระบบแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” โดยอาศัยการแจ้งข้อมูลจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก่อนรวบรวมและส่งต่อข้อมูลมายังอำเภอเพื่อขอรับความช่วยเหลือ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย จึงได้อนุเคราะห์ถุงยังชีพ จำนวน 645 ชุด เพื่อมอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่อำเภอหล่มสัก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

หนุ่มน้ำก่ำควบ MSX เสียหลักล้มคว่ำเจ็บสาหัสกู้ชีพเร่งหามส่ง รพ.

นครพนม – หนุ่มน้ำก่ำควบ MSX เสียหลักล้มคว่ำเจ็บสาหัสกู้ชีพเร่งหามส่ง รพ.

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มเอง มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส 1 รายเป็นชาย เหตุเกิดบริเวณสะพานเหล็กทางเข้าโรงฆ่าสัตว์ บ้านโพธิ์ทอง หมู่ 4 ถนนน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

​ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงก่อสร้างซ่อมแซมถนน พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda MSX สีดำ สภาพไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มคว่ำอยู่กลางถนน ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บนอนหมดสติ ทราบชื่อต่อมาคือ นายวารุธ อนันท์ เป็นชาวบ้านน้ำก่ำ หมู่ที่ 17 ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จัง หวัดนครพนม จากการตรวจสอบเบื้องต้นในตัวผู้บาดเจ็บพบกระเป๋าสตางค์ ซึ่งภายในมีบัตรประจำตัวประชาชนระบุตัวตนชัดเจน ชาวบ้านและพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพและรถพยาบาลให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้า ที่เพื่อช่วยติดต่อหาญาติให้รับทราบเรื่อง

​เบื้องต้นจากการสันนิษฐานและคำบอกเล่าของชาวบ้าน คาดว่าจุดเกิดเหตุดังกล่าวอยู่ระหว่างการซ่อมแซมและก่อสร้างถนน ทำให้ช่องทางการจราจรบีบแคบลงกว่าปกติ ประกอบกับความมืดและอาจจะไม่ทันสังเกตเห็นสิ่งกีดขวางหรือผิวถนนที่ขรุขระ ส่งผลให้ผู้บาดเจ็บเสียหลักล้มคว่ำจนได้รับบาดเจ็บสาเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


ภาพ/ข่าว กิตติ หงษาวงศ์/เทพข่าวร้อน รายงาน

น้ำใจไร้พรมแดน ! ทหารพราน 2101 รุดช่วยเด็กหญิงลาววัย 12 เจ็บฉุกเฉินข้ามโขง ส่งโรงพยาบาลบ้านแพงปลอดภัย

นครพนม – สายน้ำโขงไม่อาจกั้นน้ำใจและความผูกพันของพี่น้องสองฝั่งโขง เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารพรานไทยเร่งเข้าช่วยเหลือเด็กหญิงชาว สปป.ลาว ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างเร่งด่วน จนสามารถส่งถึงมือแพทย์ได้อย่างปลอดภัย สะท้อนภาพมิตรภาพและความสามัคคีอันงดงามระหว่างไทย-ลาว

24 พ.ค 2569 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 (ร้อย. ฉก.ทพ.2101) หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 ภายใต้การควบคุมทางยุทธการของกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กำลังปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนตามปกติ ได้ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์ลำหนึ่งแล่นข้ามมาจากฝั่ง สปป.ลาว และเข้าเทียบท่าที่บริเวณบ้านดอนแพง หมู่ 7 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบด้วยความห่วงใย ก่อนจะพบภาพอันบีบหัวใจ เมื่อคนบนเรือคือครอบครัวราษฎรชาว สปป.ลาว ที่อยู่ในอาการตื่นตระหนกและพยายามหามบุตรสาวขึ้นฝั่ง ทราบชื่อต่อมาคือ เด็กหญิงมะปราง อายุ 12 ปี เป็นราษฎรบ้านบุ่งกวาง เมืองปากกระดิ่ง แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ซึ่งประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์จนได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง และจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางอย่างเร่งด่วนที่สุด

ด้วยหลักมนุษยธรรมเหนือสิ่งอื่นใดและหัวใจของทหารไทยที่ไม่เคยทอดทิ้งผู้ตกทุกข์ได้ยาก เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้เข้าอำนวยความสะดวกในทันที โดยช่วยประคองหามร่างของเด็กหญิงขึ้นจากริมฝั่งโขงอย่างระมัดระวัง พร้อมทั้งประสานรถสามล้อเครื่องของชาวบ้านในพื้นที่เพื่อส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินชั่วคราว นำตัวเด็กหญิงมะปรางส่งไปยังโรงพยาบาลบ้านแพงอย่างเร่งด่วนที่สุด

เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยชีวิตเยาวชนคนหนึ่งให้ทันท่วงที แต่ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึง “น้ำใจไร้พรมแดน” และความผูกพันอันแน่นแฟ้นของพี่น้องไทย-ลาว ที่พร้อมยื่นมือเข้าช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามวิกฤตเสมอ


กิตติ หงษาวงศ์(หลาวเหล็ก) / เทพข่าวร้อน รายงาน

ชนแล้วหนี ! ทิ้งหลักฐานเด็ด “ยาบ้า 1 ถุง” ตกเกลื่อน

นครพนม – ชนแล้วหนี! มอเตอร์ไซค์ซิ่งชนจักรยานชายสติไม่ดี เจ็บกลางถนนบายพาส ทิ้งหลักฐานเด็ด “ยาบ้า 1 ถุง” ตกเกลื่อน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.10 น. เกิดเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานแล้วหลบหนี บนถนนบายพาส บริเวณใกล้สี่แยกไฟแดง หมู่ 9 บ้านดอนกลาง อำเภอธาตุพนม ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญ คาดเป็นของผู้ก่อเหตุทำตกไว้

หลังรับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานล้มอยู่พร้อมผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนปั่นจักรยาน ทราบว่าเป็นชายสติไม่ดีพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง อายุประมาณ 50 ปี มีบาดแผลและได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ ได้พบวัตถุต้องสงสัยตกอยู่บนพื้นถนน พบว่าเป็น ยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกใสจำนวน 1 ถุง รวมทั้งสิ้น 20 เม็ด พร้อมอุปกรณ์การเสพเ(หลอดไม้ไผ่ไทยประดิษฐ์ ) ตกอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเป็นของคนขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่ก่อเหตุเฉี่ยวชนแล้วขี่หลบหนี

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง เพื่อเร่งสืบสวนและติดตามตัวคนขับรถจักรยานยนต์รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งในข้อหาขับรถเฉี่ยวชนแล้วหนี และข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองต่อไป

หากใครเป็นเจ้าของยาบ้าถุงดังกล่าว หรือรู้ตัวว่าเป็นคนทำตกไว้ สามารถเดินทางมารับคืนได้ที่ สภ.ธาตุพนม เจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันและเก็บรักษาไว้ให้เป็นอย่างดี พร้อมเตรียมห้องควบคุมตัวไว้ต้อนรับเรียบร้อยแล้ว


ภาพข่าว หลาวเหล็ก/เทพข่าวร้อน รายงาน

คลิปวีดีโอโจรขโมยรถจักรยานร้านผ้าหอม


มุกดาหาร – คลิปวีดีโอชายใส่เสื้อยืดสีเขียวมาขโมยรถจักรยานที่จอดไว้ข้างร้านผ้าหอม ไว้ให้พนักงานที่ร้านใช้งานทั่วไป

วันที่ 24 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าของร้านผ้าหอม บ้านเลขที่ 15/9 ถ.มุกดาหาร-ดอน ตาล ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร ได้โพสต์คลิปวีดีโอ มีชายใส่เสื้อสีเขียวแขนยาว ใส่กางเกงขายาว เข้ามาขโมยจักรยานบริเวณข้างร้านไป

จากการสอบถามน.ส.ศิริพร มุกดาจารุจินดา (เจ้าของร้านและรถจักรยาน) ได้แจ้งทางโทรศัพท์ว่า รถจักรยานดังกล่าวมีไว้ให้พนักงานที่ร้านใช้งานทั่วไป และจอดไว้ข้างร้านเป็นประจำทุกวันมานานแล้วและเหตุเกิด วันที่ 19 พ.ค 2569 เวลาประมาณ 12:00 น. (จากกล้องวงจรปิด) ทราบเหตุประมาณ 17:00 น. เมื่อคนงานจะนำรถจักรยานไปซื้อของแต่ไม่พบรถจักร ยาน จึงแจ้งให้เจ้าของร้านทราบ หลังจากตรวจสอบกล้องจึงทราบว่าชายใส่เสื้อยืดสีเขียวเป็นคนขโมยจักรยานไป และกล้องวงจรอีกมุมต้องขอขอบคุณร้านหลอมทองมุกดาหารที่อยู่อีกฝั่งของซอยนำภาพวีดิโออีกมุมมามอบให้ด้วย

ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุเจ้าของร้านผ้าหอมไม่อยู่ ไปเยี่ยมบุตรสาวที่ไปเรียนประเทศจีน หากกลับมาถึงมุกดาหารเมื่อไหร่ จะได้รีบเข้าแจ้งความ พร้อมนำคลิปวีดีโอ ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีกับชายที่อยู่ในคลิปวีดีโอต่อไป..


ทรงสิทธิ์ สาระกิจ มุกดาหาร 0988699888

หนุ่มซื้อของไม่จ่าย ทวงถามโมโหทุบกระทบประตูแตกทั้งบาน


มุกดาหาร – หนุ่ม 26 ปี ไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อจำนวน 80 บาท พนักงานทวงไม่มีเงินจ่าย โมโหใช้มีดตัดสายไฟเครื่องชั่งน้ำหนักลัวทุบที่ประตูแตกทั้งบาน

วันที่ 24 พค. 69 ร.ต.อ.จิรวุฒิ เทพบำรุง ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากพนักงานร้านสะดวกซื้อ 7-11 ปตท.คำอาฮวน ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ว่ามีคนร้ายเข้าไปซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ (7-11 ) ภายในปั้ม ปตท.คำอาฮวน ไม่มีเงินจ่ายพอทวงถามไม่จ่ายโมโหแล้วเดินไปเอาเครื่องชั่งน้ำหนักมาทุบกระจกเสียหาย จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ทราบ พร้อมสั่งการให้ชุดสายตรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ลงพื้นที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบชายสวมชุดสีขาวก่อเหตุอาละวาดบริเวณร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. คำอาฮวน โดยใช้เครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญที่ตั้งอยู่หน้าร้านทุ่มใส่ประตูกระจกของร้านจนได้รับความเสียหาย สร้างความตกใจให้กับพนักงานและลูกค้าที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก

จากการสอบถามพนักงานร้านสะดวกซื้อ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุชายคนดังกล่าวได้เดินเข้าไปหยิบสินค้าภายในร้านสะดวกซื้อ คือน้ำดื่ม และบุหรี่ จำนวนเงิน 80 บาท แล้วพยายามเดินออกจากร้านโดยไม่ชำระเงิน พนักงานจึงได้เดินตามออกมาทวงถามค่าใช้จ่าย แต่ชายคนดังกล่าวกลับมีท่าทีไม่พอใจ พร้อมท้าทายให้แจ้งตำรวจ และจะให้ตำรวจมาจ่ายให้ หลังจากนั้นพนักงานร้านจึงรีบกลับเข้าไปภายในร้าน และล็อกประตูเพื่อความปลอดภัย แต่ชายผู้ก่อเหตุได้เดินย้อนกลับมาบริเวณหน้าร้าน พร้อมถือมีดไว้ในมือ 2 เล่ม ก่อนจะใช้อุปกรณ์เครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญที่ตั้งอยู่หน้าร้าน ยกขึ้นทุ่มใส่ประตูกระจกจนแตกเสียหาย

เบื้องต้นผู้ก่อเหตุชื่อนายพนวิทย์ แปทา หรือ “บรีส” อายุ 26 ปี จากการตรวจสอบสารเสพติดไม่พบสารเสพติด การก่อเหตุในครั้งนี้เกิดจากอาการมึนเมาาสุราอาระวาด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ได้เข้าควบคุมตัวชายผู้ก่อเหตุไว้ได้ทันที ก่อนนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ทรงสิทธิ์ สาระกิจ มุกดาหาร 098869988

ชาวใต้เทใจ ! มติเอกฉันท์เลือก “บิ๊กโจ๊ก” นั่งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ ต่ออีกสมัย

ชาวใต้เทใจ! มติเอกฉันท์เลือก “บิ๊กโจ๊ก” นั่งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ ต่ออีกสมัย โชว์ผลงาน 4 ปีปั๊มเงินเข้าองค์กรร่วม 100 ล้าน สานต่อโครงการ “พาคนใต้กลับบ้าน” และบิ๊กโปรเจกต์อาคารใหม่คืบหน้า 85%

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระราชูปถัมภ์ ได้จัดการประชุมสามัญประจำปีขึ้น ณ ที่ทำการสมาคมฯ โดยมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นายกสมาคมฯ เป็นประธานในการประชุม เพื่อแถลงผลการดำเนินงานในรอบปีและวาระที่ผ่านมา

วาระสำคัญของการประชุมในครั้งนี้คือการเลือกตั้งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ คนใหม่ ซึ่งที่ประชุมและตัวแทนสมาชิกชาวใต้จากทั่วประเทศ มีมติเป็นเอกฉันท์ไว้วางใจให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระราชูปถัมภ์ ต่ออีกหนึ่งสมัย เพื่อสานต่อภารกิจและขับเคลื่อนสมาคมฯ ให้เติบโตอย่างมั่นคง

โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้แถลงผลงานชิ้นโบแดงตลอดวาระ 4 ปีที่ผ่านมา ที่สามารถระดมทุนและสร้างรายได้เข้าสมาคมฯ รวมแล้วร่วม 100 ล้านบาท (นับรวมรายได้ในปี 2569 ที่ยังไม่สิ้นปีภาษี) สะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดยุคหนึ่ง พร้อมกันนี้ยังได้ย้ำถึงผลงานการพัฒนาและเชิดชูวัฒนธรรมใต้ให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล ผ่านโครงการสำคัญ ได้แก่:

  • โครงการ “เทริดโนราที่ใหญ่ที่สุดในโลก”: สมาคมฯ ได้จัดทำพิธีอัญเชิญ “เทริดโนรา” ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขึ้นสู่จุดสูงสุดเหนือยอดอาคารที่ทำการสมาคมฯ เพื่อความเป็นสิริมงคลและแสดงถึงความเคารพสูงสุดต่อศิลปวัฒนธรรมปักษ์ใต้
  • ​นิทรรศการมรดกโนราใต้: ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการโนรา ณ อาคารสมาคมฯ ยกระดับคุณค่าศิลปะการแสดงท้องถิ่นสู่สายตาคนรุ่นใหม่
  • ​โครงการ “พาคนใต้กลับบ้าน”: มุ่งมั่นช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก ส่งพี่น้องชาวใต้กลับสู่อ้อมกอดครอบครัวอย่างปลอดภัยในทุกเทศกาลสำคัญ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ​โครงการ “ก่อสร้างปรับปรุงอาคารที่ทำการและภูมิสถาปัตย์” ปัจจุบันภาพรวมมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 85% โดยคงเหลือเก็บงานสถาปัตย์และงานตกแต่งภายในชั้น 2 และชั้น 3

ซึ่งการบริหารงานก่อสร้างทั้งหมด นายกสมาคมฯ ได้มอบหมายให้ นายฐาวร ทองอุ่น (บุคคลภายนอก) เข้ามาดูแลบริหารโครงการแบบจิตอาสา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ร่วมกับคณะกรรมการสมาคมฯ เพื่อความโปร่งใสสูงสุด ซึ่งเมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ อาคารแห่งนี้จะเป็นแลนด์มาร์กศูนย์รวมจิตใจที่สวยงามและสง่างามสมเกียรติชาวปักษ์ใต้ทุกคน


กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดติดตามการบริหารกำลังพลและแผนบรรเทาสาธารณภัย มทบ.27

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดติดตามการบริหารกำลังพลและแผนบรรเทาสาธารณภัย มทบ.27

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569 ภาคเช้า คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยรองประธานคณะกรรมาธิการ เลขานุการคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร และอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงานเพื่อรับทราบแนวทางการบริหารจัดการกำลังพลและการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ มณฑลทหารบกที่ ๒๗ ค่ายประเสริฐสงคราม จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นการติดตามการดำเนินงานของกองทัพภายใต้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 52 วรรคสองที่ระบุว่ากําลังทหารให้ใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศด้วย

ในการนี้ นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา และคณะ ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานเพื่อแสวงหาข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงและการบริหารงานภายในหน่วยงาน โดยมุ่งเน้นเรื่องการบริหารจัดการกำลังพล การฝึกการตรวจเลือกทหารกองเกิน และกระบวนการฝึกวิชาทหาร (รด.) ให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้ติดตามพันธกิจด้านการพัฒนาและการเตรียมความพร้อมในการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อสร้างความมั่นใจในการเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดยโสธร ได้อย่างทันท่วงทีและเป็นระบบ

นอกจากภารกิจด้านการทหาร คณะกรรมาธิการยังได้เข้าศึกษาการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเฉพาะ “โครงการทหารพันธุ์ดี” และศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อติดตามผลสัมฤทธิ์ในการเป็นแหล่งเรียนรู้และการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับกำลังพลและชุมชนโดยรอบ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยงานในพื้นที่ได้นำเสนอข้อมูลปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานจริง เพื่อให้คณะกรรมาธิการได้รับทราบมุมมองเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ประธานคณะกรรมาธิการได้ให้ข้อแนะนำต่อการบริหารกำลังพลและแผนบรรเทาสาธารณภัย มทบ.27 ในการตระหนักถึงความสำคัญและหน้าที่ของทหารตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 52 ว่ารัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพ แห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ รัฐต้องจัดให้มีการทหาร การทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ กําลังทหารให้ใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศด้วยเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของกองทัพในการพิทักษ์ความมั่นคงและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความมั่นคงภายในและการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ณ ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความมั่นคงภายในและการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ณ ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ภาคเช้า คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ, ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่หนึ่ง, นายธณัญชพงศ์ วงศ์มุลาลี เลขานุการคณะกรรมาธิ การ, ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์, นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ, อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร และอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงานเพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการบริหารจัดการความมั่นคงภายใน การป้องกันภัยคุก คามรูปแบบใหม่ และการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนของฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายพลเรือน ณ ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นการติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานภายใต้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณา จักร พ.ศ. 2551 อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเป็นสำคัญ โดยมีนายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดให้การต้อนรับ

ในการนี้ นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการฯ และคณะ ได้ประชุมหารือร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะกรรมาธิการได้รับทราบ

(1) กลไกหลักในการบริหารงานความมั่นคงที่มีการดำเนินการผ่านคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดมหาสารคามที่มีลักษณะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายพลเรือน รวมถึงมีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมหาสารคาม (กอ.รมน.จว.มค.) เป็นหน่วยงานประสานการปฏิบัติเพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ
(2) การจัดการยาเสพติดถือเป็นวาระสำคัญที่มีการประชุมควบคู่ไปกับการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมี ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดมหาสารคาม เป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการปราบปรามและบำบัดรักษา
(3) ในเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงปลอดภัยที่มีจังหวัดมหาสารคามและองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคามได้ประกาศนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (โดยเฉพาะด้านสารสนเทศและข้อมูล) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการบริหารจัดการความมั่นคงภายในและงานมวลชนสัมพันธ์ที่เน้นการบูรณาการแผนความมั่นคงร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงยังได้ให้ความสำคัญกับการสกัดกั้นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เป็นปัญหาเร่งด่วนของสังคมในปัจจุบัน ทั้งการแก้ไขปัญหายาเสพติด การติดตามแนวทางเฝ้าระวังขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการพนันออนไลน์ เพื่อปกป้องผลประโยชน์และสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน

นอกจากภารกิจด้านความมั่นคง คณะกรรมาธิการยังได้ติดตามความพร้อมด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะแผนเผชิญเหตุอุทกภัยในพื้นที่ ซึ่งเน้นย้ำบทบาทของ กองทัพในการเป็นตัวกลางประสานงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้การเข้าช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดวิกฤตเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมไปถึงการวาง แผนฟื้นฟูและเยียวยาหลังเกิดเหตุอุทกภัย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยงานในพื้นที่นำเสนอข้อมูลปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดความคล่องตัวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ประธานคณะกรรมาธิการได้ให้ข้อแนะนำต่อการดำเนินงานโดยขอให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551เพื่อป้องกัน ควบคุม แก้ไข และฟื้นฟูภัยหรืออาจเป็นภัยที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบสุข เสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือความ มั่นคงของรัฐในพื้นที่รับผิดชอบและในภาพรวมของประเทศ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของหน่วยงานความมั่นคงในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมสืบไป