ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.) ชี้แจงกรณี“ลูกเรือไทย ถูกนายจ้างไทยทอดทิ้งกลางทะเลโซมาเลีย”

         วันนี้ (7 สิงหาคม 2562) เวลา 15.00 น. พลเรือโทรณภพ กาญจนพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ยุทธการ ศรชล.ชี้แจ้งกรณี “ลูกเรือไทยถูกนายจ้างไทยทอดทิ้งกลางทะเลโซมาเลีย” ว่า

         ตามรายงานข่าวกรณีลูกเรือไทย ถูกนายจ้างไทยทอดทิ้งกลางทะเลโซมาเลียนั้น สรุปได้ดังนี้ เรือที่อยู่ในข่าว ชื่อ WADANI 1 ซึ่งกรมเจ้าท่าตรวจสอบแล้วว่า เจ้าของเรือได้ขายเรือดังกล่าวให้กับเจ้าของเรือชาวอิหร่าน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 และกรมเจ้าท่าได้เพิกถอนทะเบียนเรือไทยเรียบร้อยแล้ว และกรมประมงได้ตรวจสอบฐานข้อมูลเรือประมงแล้ว ไม่อยู่
ในบัญชีรายชื่อเรือประมงนอกน่านน้ำไทย ดังนั้น โดยสถานะทางกฎหมายเรือดังกล่าวไม่ใช่เรือไทย ขณะนี้จอดเทียบท่าอยู่ที่เมืองโบซาโซ (Bosasso) อย่างไรก็ดี เรือลำดังกล่าว อยู่ในกิจการทำประมงในน่านน้ำโซมาเลีย และส่งสินค้ากลับมายังประเทศไทย ซึ่งการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำดังกล่าว กรมประมงมีอำนาจและกลไกการตรวจสอบไม่ให้เป็นสินค้าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงผิดกฎหมาย แม้โดยสถานะทางกฎหมายเรือลำดังกล่าวไม่ใช่เรือไทย แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของไทย  เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของคนไทยที่ทำงานบนเรือขณะอยู่ในทะเล
   

         เมื่อทราบเหตุ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. ได้แจ้งศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ซึ่งได้มอบหมายให้นายทหารประสานงานของกองทัพเรือประจำกองเรือเฉพาะกิจผสม CTF151 มีที่ตั้งอยู่ ณ ราชอาณาจักรบาห์เรน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้ทราบว่า CTF-151 มีเครื่องบินตรวจการณ์แบบ JN41 ของ กองทัพเรือญี่ปุ่น ขึ้นทำการบินลาดตระเวน โดยมีเส้นทางบินห่างประมาณ 30 – 40 ไมล์ จากเมือง Bosaso และนายทหารประสานงานฯ ได้ร้องขอกองกำลังทางเรือสหภาพยุโรป (EUNAVFOR) ใช้เครื่องมือดักรับสัญญาณช่วยเหลือทางทะเล หรือสัญญาณวิทยุขอความช่วยเหลือ ซึ่งอาจเข้าไปทำการช่วยเหลือโดยทันที แต่จากการตรวจสอบทราบว่าเรือประมง WADANI 1 จอดเทียบท่าเรือของโซมาเลีย ในเบื้องต้นจึงคาดว่ายังไม่มีสถานการณ์ที่เป็นภัยอันตรายร้ายแรง
     

          ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของ ศรชล. ได้สนทนากับลูกเรือ WADANI 1 กลุ่มที่ขอกลับบ้าน 17 คน ในการให้ความช่วยเหลือ และประเมินว่าขณะนี้ยังไม่มีอันตรายร้ายแรงที่จำเป็นต้องแทรก
แซงโดยทันที การปฏิบัติโดยทั่วไปจึงยังต้องดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้จากการติดตามสถานการณ์ทราบว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี ประเทศเคนย่า (นายเชิดเกียรติ อัตถากร เอกอัครราชทูต) ได้ประสานงานเพื่อให้การช่วยเหลือลูกเรือประมงดังกล่าว และได้รับการตอบรับจากบุคคลระดับผู้นำของรัฐในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว และจากการเฝ้าฟังอย่างใกล้ชิดทราบว่า ลูกเรือได้รับเสบียงและน้ำเพิ่มเติมแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่กระทรวงการต่างประเทศ กำลังเตรียมการเพื่อดูแลการเดินทางกลับของลูกเรือ โดยประสานงานกับองค์การเพื่อการย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ (International Organization for Migration) ทั้งนี้ คาดว่าลูกเรือดังกล่าวจะสามารถเดินทางกลับได้ภายในปลายสัปดาห์นี้    
     

          สำหรับกองเรือเฉพาะกิจผสม CTF151 นั้น ไทยได้เคยส่งเรือ อากาศยาน และกำลังพลเข้าร่วมปราบปรามโจรสลัด และคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของไทย ถึง 2 ครั้ง ในปี พ.ศ.2553 และ พ.ศ.2554 และยังปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือเฉพาะกิจผสม CTF151 ในกองกำลังผสมทางทะเลของนานาชาติ” (Combined Maritime Force : CMF) เมื่อปีพ.ศ.2555 อีกด้วย
      

         ซึ่งการส่งกำลังเข้าร่วมในระดับนานาชาติเช่นนี้ มีผลทำให้ไทยสามารถประสานการขอความช่วยเหลือได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จะร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปในทางเลวร้าย จะได้แจ้งให้นายทหารประสานงาน ติดตามความเคลื่อนไหวของเรือต่อไป

*********************************

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าว : ประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)

ตราด/โรงพยาบาลคลองใหญ่ จัดมหกรรมรวมพลคนกินนมแม่ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา

         ณ.อาคารศูนย์เอี้ออาทรผู้สูงอายุโรงพยาบาลคลองใหญ่ เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 7 สิงหาคม 2562 โดยมีแพทย์หญิงศิรดา วงศ์วานวัฒนา ผู้อํานวยการโรงพยาบาลคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีเปิด มหกรรมรวมพลคนกินนมแม่ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา

          โดยมี นายสิทธิกร เลิศสิทธิกุล เลขานุการนายกเทศมนตรี ต.คลองใหญ่ ในฐานะ ประธานชมรมสายใย สายใจผูกพัน กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การเปิดงาน พร้อมด้วยประธานชมรมสายใย สายใจผูกพัน และสมาชิกแกนนํานมแม่ร่วมจัดงานมหกรรมรวมพลคนกินนมแม่ เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลคลองใหญ่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขคลองใหญ่เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน เพื่อเทิดพระเกียรติเดือนแห่งวันแม่แห่งชาติ เพื่อส่งเสริมให้แม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยเฉพาะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือน ซึ่งจะส่งผลดีเป็นอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยทั้งทางด้านร่างกาย ด้านจิตใจ และส่งผลต่อการเสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก ทําให้มีความฉลาดทั้งทางด้านสติปัญญา มีความฉลาดทางด้านอารมณ์และสังคม เติบโตเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว เป็นเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีสุขภาพกาย สุจภาพจิตที่ดี ไม่ก่อปัญหาสังคมต่อไป

          และในการจัดงานในวันนี้ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 ที่พระองค์ท่าน ได้ทรงให้ความสําคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การพัฒนาศักยภาพของเด็กปฐมวัย เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดผลสําเร็จที่เป็นรูปธรรม จึงได้ร่วมมือร่วมใจกันจัดกิจกรรม เพื่อสร้างความตระหนักในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อย่างเดียวถึง 6 เดือน จึงได้เข้าร่วมกิจกรรม เช่น การแข่งขันการคานเร็ว วิ่ง เต้น จากนั้นได้ประกวดหนูน้อยสุขภาพดีและมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่มารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวถึง 6 เดือน พร้อมด้วย นส.ลภัสปภา วงค์อยู่ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 31 หมู่ 7 ต.คลองใหญ่ ได้กล่าวว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มันก็ดีไปอย่างไม่ค่อยจะเจ็บป่วย เพราะว่ามีลูกมาถึง 2 คนแล้ว เจริญเติบโตดีสุขภาพก็ดีฉลาดดี และกินอาหารคบทุกหมู่เพราะว่ากินนมแม่มาโดยตลอดจนว่าเติบโตก็ยังกินอยู่

…………………………………………………………

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร# ทหารพราน 2110 ปฏิบัติการจู่โจม ปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายเครือข่ายค้ายานรก

          มุกดาหาร กองร้อยทหารพรานที่ 2110 สนธิกำลังฝ่ายความมั่นคง นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย แหล่งมั่วสุมเสพยา และจำหน่ายยาเสพติด จำนวน 2 เป้าหมาย

          เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.สุภัททร ชูตินันทร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้สั่งการให้ พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อย ทหารพราน 2110 ประสารฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ นำกำลังปฏิบัติการจู่โจม เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย แหล่งมั่วสุมยาเสพติด และจำหน่ายยาเสพติด จำนวน 2 เป้าหมาย หลังได้รับทราบจากแหล่งข่าว

          เวลา 09.30 น.ร้อย ทพ.2110 จัดกำลังพลเข้าปิดล้อมตรวจค้น กระท่อมไม่มีเลขที่ พิกัด VD 725100 บ้านโคกตระแบง ม.5 ต.ดงเย็น อ.เมือง จว.มุกดาหาร ตรวจพบชาย 2 คน กำลังมั่วสุมเสพยาเสพติด (ยาบ้า) อยู่บริเวณกระท่อมหลังดังกล่าว จึงได้เข้าตรวจค้นภายใน พบยาบ้า จำนวน 1 เม็ด ทราบชื่อภายหลัง นายสมฉา คนยืน อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 70 ม.5 บ้านโคกตระแบง อ.เมือง จว.มุกดาหาร (ซึ่งได้ยอมรับว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของตน) และนายอานนท์ บุตธิจักร อายุ 23 ปี ไม่มีบ้านเลขที่ เจ้าหน้าที่ทำการตรวจปัสสาวะ หาสารเสพติดในร่างกาย ผลเป็นบวก

          ต่อมาเวลา 10.00 น.ร้อย.ทพ.2110 นำกำลังพลเข้าปิดล้อมตรวจค้น บ้านเลขที่ 49 ม.12 บ้านนาทอง ต.ดงเย็น อ.เมือง จว.มมุกดาหาร พิกัด VD 675119 ตรวจพบชาย 1 คน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจค้นตัว พบยาบ้าบรรจุอยู่ในขวดพลาสติกใสเล็ก จำนวน 5 เม็ด ซึ่งชายดังกล่าวได้นั่งทับไว้ และเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นภายในบ้านหลังดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบยาบ้า บรรจุอยู่ในขวดสเปย์ระงับกลิ่นกาย จำนวน 15 เม็ด วางอยู่บนตู้เสื้อผ้า ทราบชื่อภายหลังคือนายบันเทิง ชินวงศ์ อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 49 ม.12 บ้านนาทอง ต.ดงเย็น อ.เมือง จว.มุกดาหาร ( มียาบ้าไว้ในครอบครอง จำนวน 20เม็ด ซึ่งเจ้าตัวได้ยอมรับว่ายาบ้าเป็นของตน ) เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องพร้อมของกลาง นำส่ง ปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์จัดอบรมการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อให้นักเรียนในสถานศึกษา

          วันนี้ 7ส.ค.62 นายไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ มอบหมายให้ นาย ประสงค์ เอี่ยมสุข รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ มาเป็นประธานในพิธีเปิด โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อประจำท้องถิ่น ณ โรงเรียนสัตหีบเขตกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการ คณะครูอาจารย์ ตลอดจนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 50 คน เข้าร่วมรับการอบรม และในวันนี้ยังมีวิทยากรจาก สาธารณสุขอำเภอสัตหีบ มาบรรยายให้ความรู้ ความเข้าใจให้กับผู้เข้ารับการอบรมอีกด้วย

          สำหรับโรคติดต่อ เป็นโรคที่เกิดจากการมีเชื้อโรคเข้าไปเพิ่มจำนวนในร่างกายจนทำให้เกิดอาการปวย และสามารถถ่ายทอดจากผู้ป่วยโดยตรง หรือโดยอ้อมไปสู่คนปกตีได้ บางครั้งเรียกว่า “โรคติดเชื้อ” แทนคำว่า โรคติดต่อ ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อน อากาศร้อนจนถึงร้อนจัดตลอดปี เป็นผลให้เชื้อโรคเจริญได้ดี เช่น โรคบิด จะมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง ถ่ายอุจจาระบ่อย ปวดท้องป็นพัก ๆหากได้รับการรักษาไม่ทันท่วงที ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตได้ ซึ่งในปัจจุบัน พบว่ามีรายงานผู้ป่วยโรคบิดในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วประเทศ เนื่องจากมีการสุขาภิบาลค้นอาหารและน้ำตีมที่ไม่ดีพอ จึงถือว่า โรคบิดเป็นโรคติดต่อประจำถิ่น รวมทั้งโรคไข้เลือดออก โรคมือ เท้า ปากเมื่อเกิดโรคขึ้น และไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง โรคก็จะติดต่อไปยังผู้อื่น กิดการแพร่ระบาดของโรค จนเกิดเป็นโรคระบาด ดังนั้น จึงต้องมีมาตรการควบคุม ที่ถูกต้อง มีมาตรฐานกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงความสำคัญในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรค

          นาย ประสงค์ เอี่ยมสุข กล่าวว่า เมื่อเกิดโรคติดเชื้อ หรือโรคติดต่อแล้วไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง โรคก็จะติดต่อยังผู้อื่นได้ เกิดการแพร่ระบาดของโรค จนเกิดเป็นโรคระบาด การเพิ่มองค์ความรู้ เพิ่มศักยภาพ และเพิ่มความตระหนักให้กับแกนนำของโรงเรียน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ เข้าใจบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำโรงเรียนสามารถป้องกันโรคเบื้องต้นได้ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงได้จัดทำโครงการครั้งนี้ขึ้นเพื่อให้มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำโรงเรียน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในระดับพื้นที่ ระดับอำกอ และจังหวัดต่อไป

*****************************

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สัตหีบ-เสี่ยปูใจบุญลงพื้นที่มอบเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมให้กำลังใจผู้ป่วยผู้สูงวัยผู้พิการ

          วันนี้ 7 ส.ค.62 นาย กิตติ วุฒิปัญญารัตนกุล เจ้าของบริษัทดงลานศิลาขอนแก่น และเหรัญญิกกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกลสัตหีบพร้อมด้วย นาย สุรินทร์ เกิดภาคี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 พลูตาหลวง คุณ สมนึก ทองลอย สมาชิก อบต.หมู่ที่5 คุณ ณัชปภา คุณากรณ์ประทีป คุณ สุนิษา สนามชัย สมาชิกอบต.หมู่ที่7 ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผุ้พิการ ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลพลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมกับมอบเครื่องอุปโภค บริโภค ข้าวสาร พัดลม เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขในเบื้องต้น

          นาย กิตติ วุฒิปัญญารัตนกุล กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านและผู้ใจบุญในวันนี้นั้น เป็นการไปบริจาคข้าวสารอาหารแห้งและเครื่องใช้ประเภท พัดลม ให้กับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ หมู่ที่ 5 ตำบลพลูตาหลวง จำนวนทั้งหมด 5 ครัวเรือน ซึ่งในแต่บ้านจะผ่านการตรวจสอบจากผู้ใหญ่บ้าน ว่ามีลูกบ้านที่เป็นเป็น สูงวัย ผู้พิการ และเป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งอยากจะทำให้ประชาชนในแต่ละท้องถิ่นในแต่ละหมู่บ้าน ได้รับการสงเคราะห์ช่วยเหลือให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
และยังกล่าวต่อว่า ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หลายรายในสังคมมีโรคประจำตัวหรือต้องเป็นผู้ติดเตียง ไม่มีโอกาสออกมาทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มหรือชมรมต่าง ๆ บางรายอาจเกิดความน้อยใจหรือหมดกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป จึงได้ออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ในตำบลพลูตาหลวง เพื่อให้เกิดการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ โดยจะมีการลงพื้นที่ ออกเยี่ยมบ้านเมื่อมีโอกาส พร้อมทั้งมีการพูดคุยถามไถ่ปัญหา ในเบื้องต้น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยติดเตียงผู้สูงอายุ และผู้พิการ ต่อไป

***************************

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก งูเห่าเลื้อยเข้าร้านสเต็กลูกค้าตกใจลูกหนีเตลิด

          งูเห่าเลื้อยเข้าร้านสเต็กลุงหนวดลูกค้าเห็นตกใจลุกหนีเตลิด สุดท้ายงูเลื้อยไปเข้ารถยนต์แจ้งกู้ภัยฯ มาจับส่งคืนแหล่งธรรมชาติ

          เมื่อเวลา19.30 น. ของวันที่ 6 สิงหาคม 2562 ศูนย์วิทยุ191 สถานีตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก ได้รับแจ้งเหตุจากนางนาตยา พ้นเคราะห์ อายุ 46 ปี เจ้าของร้านสเต็กลุงหนวด ใกล้ธนาคาร ธกส.จังหวัดนครนายก ว่ามีงูเห่าเลื้อยเข้ามาในร้านและขณะที่หนีงูเห่าได้เข้าไปใต้ท้องรถยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานแจ้งศูนย์วิทยุกู้ภัยสว่างอริยะจัดเจ้าหน้าที่ไปยังที่รับแจ้งพบนางนาตยา เจ้าของร้านสเต็กพาเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ไปจับงูเห่าที่รถยนต์มาสด้าสีเทา ทะเบียน ฆพ 6716 กทม. จังหวะนั้นงูได้เลื้อยออกมาพอดีเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯจึงได้ใช้อุปกรณ์ที่นำมาใช้ค้องคองูเห่าไว้ได้พบว่าเป็นลูกงูเห่าสีดำอายุประมาณ 3-4 เดือนยาวกว่า12 เซ็นติเมตรซึ่งมีพิษร้ายแรง เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงนำงูเห่าใส่กระสอบเพื่อนำไปปล่อยสู่แหล่งธรรมชาตต่อไป

          ต่อมานางนาตยา เจ้าของร้านสเต็กลุงหนวดได้เล่าว่าตนนั้นกำลังขายอาหารอยู่ในร้านได้มีงูเห่าได้เลี้อยเข้ามาทำให้ลูกค้าในร้านตกใจลุกขึ้นจากโต๊ะรีบลุกหนี ต่อมางูเห่าได้เลื้อยหนีออกมาจากร้านมาเข้าใต้ท้องรถยนต์ของตนจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยจับงูเห่าตัวดังกล่าว

*******************************

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-สร้างฝายชะลอน้ำเฉลิมพระเกียรติ

          อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก จัดกิจกรรมจิตอาสาสร้างฝายชะลอน้ำ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

         ที่บริเวณน้ำตกวังม่วง ตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก อำเภอปากพลีร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาหินลาด ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาสร้างฝายชะลอน้ำ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเป็นการรักษาแหล่งน้ำตามธรรมชาติ โดยการชะลอการไหลของน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ พื้นดินมีความชุ่มชื้น อันเป็นการอนุรักษ์ดินและแหล่งน้ำในช่วงฤดูฝนจะสามารถเก็บกักน้ำได้เป็นอย่างดี ในกิจกรรมครั้งนี้ได้มีนายปพนศักดิ์ ขันติชัยมงค ปลัดอาวุโสอำเภอปากพลี เป็นประธานในพิธี พร้อมจิตอาสาทหาร ข้าราชการ ประชาชนและนักเรียน ร่วมกันพัฒนาเก็บกวาดทำความสะอาดโดยรอบพื้นที่น้ำตกวังม่วงและสร้างฝายชะลอน้ำ ไว้ต้อนรับนักท่อเที่ยว เพื่อความร่มรื่น สวยงามของสถานที่ต่อไป

*******************************

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชลบุรี-ที่ปรึกษานายกเล็ก อ่างศิลา ต่อยอดถ่านอัดแท่งไร้มลพิษสร้างอาชีพให้ชุมชน

         ในวันนี้ 7 ส.ค.62 ที่บริเวณศูนย์การเรียนรู้วิสาหกิจ ชุมชน หมู่ที่ 4 ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี นายวินัย พ้นภัยพาล อดีตกำนันตำบลเสม็ด ที่ปรึกษาพิเศษนายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา พร้อมด้วย สมาชิกสภาเทศบาลเมืองอ่างศิลา ซึ่งเป็นกลุ่มพัฒนาอ่างศิลา ได้เข้าดูการผลิตถ่านอัดแท่งไร้มลพิษ ที่ทำจากเศษไม้เหลือใช้ อาทิกระบอกข้าว ซึ่งหมดประโยชน์ แล้วต้องมีการแยกไปทิ้ง เพราะหากมีการเผารวม จะทำให้เกิดควัน ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาต่อยอด สร้างอาชีพ สร้างรายได้เพิ่มขึ้น ให้กับชาวบ้าน

จากการสอบถามนายชัยสิทธิ์ แก้วละมูน อายุ 55 ปี เผยว่า โดยโครงการนี้ ได้มีการประสบสำเร็จ มาแล้วในจังหวัดสมุทรสงคราม ลพบุรี ที่มีการจัดให้ชาวบ้านนำวัตถุดิบ เข้ามาฝึกการเผา และทางโรงงาน ก็จะรับซื้อ กิโลกรัมละ 4 บาท โดย 1 เตาเผา ถัง 200 ลิตร สามารถ ผลิตได้ 7- 8 กิโลกรัม ใช้เวลาประมาณ 3 -4 ชั่วโมง เท่านั้น

ทางด้านนายวินัย พ้นภัยพาล ที่ปรึกษาพิเศษนายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา กล่าวว่า ได้เห็นว่าการเผาถ่าน ด้วยถังไร้มลพิษ เป็นประโยชน์ จึงจะนำเป็นช่องทาง ให้ชาวบ้าน ที่ได้ตัดกิ่งไม้ โดยเฉพาะกิ่งมะม่วง เพื่อเป็นการต่อยอดของการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ที่จะมีการจัดหาสถานที่ สำหรับให้ชาวบ้านนำไม้มากอง บริเวณหน้าเพชรการาจ หมู่ที่ 6 ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี และมีการนำวิทยากรไปฝึกสอน อีกด้วย

***************************

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รพ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เชิญชวนประชาชน ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนการก่อสร้าง อาคารสงฆ์ รพ.เขาคิชฌกูฏ ที่ยังขาดปัจจัยอีกกว่า 20 ล้านบาท

          รพ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เชิญชวนประชาชน ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนการก่อสร้าง อาคารสงฆ์ รพ.เขาคิชฌกูฏ ที่ยังขาดปัจจัยอีกกว่า 20 ล้านบาท เพื่อให้พระสงฆ์ และ ประชาชนทั่วไป ผู้ยากไร้ ด้อยโอกาสได้พักรักษาตัวแบ่งเบาภาระ และ ความแออัดของโรงพยาบาลพระปกเกล้า

          พระครูประดิษฐ์ ศาสนการ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอินทร์ ประธานฝ่ายสงฆ์กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี และ นายแพทย์สมยศ พลธารา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเขาคิชฌกูฎ เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะสงฆ์ พุทธศาสนิกชน และประชาชนได้ร่วมบริจาคปัจจัยสมทบการก่อสร้างอาคารสงฆ์ กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงโรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏ และได้เริ่มวางศิลาฤกษ์ เทปูนฐานราก วางเสาเอกการก่อสร้างเมื่อกลางเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา การก่อสร้างคืบหน้าตามลำดับคาดแล้วเสร็จภายใน 3 ปี แต่ยังขาดปัจจัยการก่อสร้างอีกประมาณ 20 ล้านบาท จากทุนในการก่อสร้าง ประมาณ 43 ล้านบาทเศษ เป็นอาคาร 2 ชั้น 30 เตียง เพื่อเป็นการรองรับการอาพาตของพระภิกษุสงฆ์ สามเณร และนักบวชรวมทั้งประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสที่เจ็บป่วย สามารถที่จะเข้ามาใช้บริการที่อาคารสงฆ์ กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงแห่งนี้ได้ อำนวยความสะดวกผู้ป่วย และ ญาติ อีกทั้งเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย และไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปรักษาถึงตัวเมืองจันทบุรี ที่ในปัจจุบันโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี มีความแออัดเนื่องจากมีประชาชนในภาคตะวันออกเดินทางมารักษาที่นี้โรงพยาบาลพระปกแกล้าเป็นจำนวนมาก

          อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่จะร่วมบริจาคสมทบทุนการก่อสร้างอาคารสงฆ์ รพ.เขาคิชฌกูฏ ที่ยังขาดอีกกว่า 20 ล้านบาท สามารถบริจาคได้โดยตรง ที่โรงพยาบาลเขาคิชฌกูฎ หรือ ที่ ธกส.สาขา อ.เขาคิชฌกูฏ

********************************

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดนราธิวาส-ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ ดำเนินกิจกรรม “มอบสิ่งของพระราชทาน”

    ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข (ชุด ทสพ.๔๑๒/ สทสพ.๔๐๒) ร่วมกับโฆษกชาวบ้าน เข้าพบปะเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ และมอบสิ่งของพระราชทาน ให้กับ นาย ดอรอแม ยูโซะ ผู้ป่วยพิการทางขา ทั้งนี้ เพื่อใช้ในการดำรงชีพและเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิต ให้กับประชาชนในพื้นที่ ณ บ้านปราลี หมู่ที่ ๑๐ ตำบลรือเสาะออก อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส