เลขาธิการคณะกรรมการ อาชีวศึกษา มอบนโยบายผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐ ทั่วประเทศที่สุโขทัย

          สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้จัดประชุมสัมมนาผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐทั่วประเทศ ที่สุโขทัย เพื่อนำนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการสถานศึกษาสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยและทีมอาชีวสุโขทัยให้การต้อนรับ

         วันที่ 23 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น.นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เป็นประธานเปิดการประชุมและมอบนโยบายให้ผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ณ ณ โรงแรมสุโขทัย เทรเชอร์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จังหวัดสุโขทัย

          โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา ประกอบด้วย ผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการสำนัก / หน่วย / ศูนย์ รวมทั้งสิ้น 480 คน เพื่อนำนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการสถานศึกษาสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม การขับเคลื่อนสะพานความเชื่อมโยงการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานกับการอาชีวศึกษา การดำเนินงานด้านงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 การขับเคลื่อนงานวิชาการและการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาใช้เป็นกลไกลหลักในการพัฒนาคุณภาพการอาชีวศึกษาให้มีมาตรฐานและสอดคล้องกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงไปของกระแสโลกาภิวัฒน์ในโลกศตวรรษที่ 21 และการปรับเปลี่ยนแนวทางการบริหารงานใหม่ตามนโยบายการเปลี่ยนแปลงโดยการนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการบริหารงานเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมและสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน พร้อมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษารวมถึงโครงการโรงเรียนคุณธรรมอาชีวศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

พัฒนาสตรีจังหวัดชลบุรี จัดประชุมสัญจรขับเคลื่อนแผนงานสตรี ระดับท้องถิ่น จ.ว.ประจำเดือน ส.ค.2562

          ที่ เทศบาลเมืองหนองปรือ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง นางสติล คุณปลื้ม ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการสตรีสันจร ประจำเดือน สิงหาคม 2562 โดยมีวาระ สำคัญ คือ สรุปผลการดำเนินงานของ กพ.สจ.(จังหวัดชลบุรี) ชี้แจงข้อมูลข่าวสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มสตรีจังหวัดชลบุรี ซึ่งมี ดร.มาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือและนางจำเนียร ไชยนิตย์ประธานคณะกรรมการกลุ่มพัฒนาสตรีอำเภอบางละมุง นำคณะกลุ่มพัฒนาสตรีฯร่วมให้การต้อนรับ

          โดยในที่ประชุม ชี้แจงในเรื่องการคัดเลือกครัวเรือนสัมมาชีพชุมชนตัวอย่างระดับจังหวัด อำเภอ ๆ ละ 1 ครัวเรือน เพื่อเข้าคัดเลือกเป็นครัวเรือนสัมมาชีพชุมชนตัวอย่างระดับจังหวัด จาก 7 อำเภอ ซึ่งที่ประชุมได้รับคัดเลือกนางสาวภัณญารัตน์ หนองใหญ่ ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง เป็นตัวแทนครัวเรือนสัมมาชีพชุมชนตัวอย่างระดับจังหวัด แข่งระดับภาค

          จากนั้นเป็นการรายงานการกิจกรรมเพื่อหารายได้ให้กับ กพ.สจ.ที่ประชุมได้เสนอ 3 กิจกรรม ประกอบด้วย การจัดกิจกรรมงานเลี้ยงสรรค์ การจัดกิจกรรมการโยนโบลิ่ง รวมทั้งให้แต่ละอำเภอร่วมสมทบเงินเข้าบัญชี กพ.สจ.อำเภอละ 5,000 บาท จากนั้นได้กำหนดการประชุมคณะกรรมการสตรีสันจรครั้งต่อไปในเดือนพฤศจิกายน 2562

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร -ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

เพชรบูรณ์ แม่ค้าทุเรียนสุดปลื้ม ทำกระปุกใส่เงินหล่นหายเกือบหมื่นบาท มีผู้เก็บได้ นำไปส่งมอบไว้กับตำรวจ

https://drive.google.com/file/d/1uvTPKsR15oq0thFOnbMmQ57wO_CDhVp4/view?usp=sharing

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชิงชัย ธาดาอักษรณรงค์ หรือ ผู้ดำเนินรายการ ตามั่นข่าวยามเช้า ได้โพสต์ข้อความ “ประกาศด่วน” ใครเก็บกระปุกพลาสติก ใส ภายในมีตังอยู่ประมาณ 7,000 กว่าบาท ได้ช่วยส่งคืนเจ้าของด้วยครับ เป็นของรถขายทุเรียน วิ่งจากวัดใน มาถึงหน้าวัดหลวงพ่อทบ จึงทราบว่าหล่นหายครับ เจ้าของทุกข์ใจมากครับ เก็บได้ โทร.06-4321-6066 เจ้าของครับ กระทั่งเวลาต่อมาได้อัพเดทว่า (ได้คืนแล้วน่ะครับ ท่าน สท.ชม สุขประเสริฐ เทศบาลชนแดนเก็บได้ครับ)

          ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่ สภ.ชนแดน อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ พบกับ นายชม สุขประเสริฐ สท.เทศบาลชนแดน (ผู้เจอกระปุกเงิน) ได้ทำการส่งมอบ เงินสดกว่า 7,000 บาท พร้อมกระปุกใส่เงิน มอบให้แก่ นางสมเนตร อุณชาติ อายุ 45 ปี (เจ้าของเงิน) โดยมี ร.ต.อ.อำนาจ นิติลียานนท์ ร้อยเวร สภ.ชนแดน ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมทั้งกล่าวชื่นชม ประกาศคุณงามความดีของสังคม ที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ สร้างความดีใจ และปลาบปลื้มใจแก่เจ้าของเงินเป็นอย่างมาก

          สอบถาม นางสมเนตร อุณชาติ อายุ 45 ปี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าขณะที่ตน และ นายรัตน หวานชอบ อายุ 38 ปี สามี กำลังเตรียมตัวออกมาขายทุเรียน ได้หยิบกระปุกใส่เงิน ซึ่งภายในบรรจุ ธนบัตรฉบับละ 20 – 100 – 1,000 และ เงินเหรียญ รวมกว่า 7,000 บาท โดยนำไปวางไว้ตรงกันชนหลังรถ พร้อมทั้งหยิบจับสิ่งของสำหรับค้าขายขึ้นไปไว้บนรถ จนลืมไปว่าวางกระปุกเงินไว้ตรงจุดดังกล่าว จากนั้นได้ขับรถออกมาจากภายในซอยวัดใน หมู่ที่ 4 ต.ชนแดน อ.ชนแดน เพื่อจะออกมาขายทุเรียนที่บริเวณหน้าวัดพระพุทธบาทชนแดน กระทั่งมานึกออกตอนกำลังตั้งแผง จึงรีบออกตามหา พร้อมประสานไปยัง รายการ ตามั่นข่าวยามเช้า เพื่อให้ช่วยประกาศตาม และโพสต์เฟสบุ๊คช่วยอีกทาง โดยหลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้รับการติดต่อกลับมาว่า มีผู้เก็บเงินได้ และนำไปส่งมอบไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชนแดน สร้างความดีใจและปลาบปลื้มใจแก่ตนและสามีเป็นอย่างมาก ที่ได้เจอคนดีเช่นนี้ ซึ่งไม่คิดว่าจะได้คืนแล้ว

          ด้าน นายชม สุขประเสริฐ อายุ 68 ปี สท.เทศบาลชนแดน ผู้เก็บเงินได้ กล่าวว่า ขณะที่ขับรถผ่าน ภายในซอยชุมชน 12 ริมคลองบุษบง ได้สังเกตุเห็นกระปุกหล่นอยู่ จึงจอดเก็บขึ้นมาดู พอเปิดออก ก็พบว่ามีเงินอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้นำไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชนแดน พร้อมลงบันทึกประจำวัน เพื่อประกาศตามหาเจ้าของ กระทั่งพบว่า เป็นเงินของแม่ค้าทุเรียน ที่ได้ทำหล่นหายจากท้ายรถ ดังกล่าว

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

จิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ ร่วมพัฒนา ทำความสะอาดวัดเขาชีจรรย์

          วันนี้ 22 ส.ค.62 ที่ วัดเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จ.ชลบุรี นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมพิธีเปิดและร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” โดยมี นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ตลอดจน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชน ทหาร ประชาชน นักเรียน ภายใต้โครงการจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ เข้าร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพรียงกัน

          สำหรับกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า มีความสมัครสมาน สามัคคี ร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์แก่สังคม ชุมชน และประเทศชาติโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อีกทั้ง เป็นการสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งอันเป็นสาธารณประโยชน์ต่างๆ

          โดยในวันนี้ได้นำจิตอาสา และประชาชนทั่วไป ร่วมกันพัฒนาและทำความสะอาด ตัดหญ้าในบริเวณถนนรอบวัดเขาชีจรรย์ ,ล้างถนนบริเวณวัดเขาชีจรรย์ ,ทำความสะอาดศาสนสถานบริเวณวัดเขาชีจรรย์ ให้สะอาดน่ามอง ถือเป็นการช่วยกันดูแลรักษาพุทธศาสนาสถาน อันเป็นสาธารณประโยชน์ในพื้นที่

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สถาปนาครอบรอบ 22 ปี โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

          วันนี้ 22 ส.ค.62 พลเรือตรี สุรสิงห์ ประไพพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ พร้อมด้วยคณะแพทย์ พยาบาล ข้าราชการ ทหาร และลูกจ้างในสังกัด ได้ร่วมจัดกิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบปีที่ 22 ณ ห้องประชุม รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พลเรือโทพรชัย แย้มกลิ่น เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ ผู้บังคับบัญชาชั้นผู้ใหญ่ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาล ตลอดจน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เดินทางนำกระเช้าดอกไม้ และของที่ระลึก เข้าร่วมแสดงความยินดี

          จากนั้นได้ประกอบพิธีทางศาสนา โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ และฉันภัตราหารเพล เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงาน และเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ให้แก่ข้าราชการ ทหาร และลูกจ้างในสังกัด ตลอดจน บุคคลโดยทั่วไปที่เสียชีวิตขณะเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ แห่งนี้

          พลเรือตรี สุรสิงห์ ประไพพานิช กล่าวว่า นับจากโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2539 รวมระยะเวลา 22 ปี โรงพยาบาลฯ ได้ให้บริการประชาชนด้วยดีมาโดยตลอด ด้วยแพทย์ และพยาบาล ตลอดจน เจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญในทุก ๆ ด้าน พร้อมทั้งด้วยอุปกรณ์ ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ทำให้สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการเป็นอย่างมาก

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รพ. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ก้าวหน้าทางการแพทย์โรคหัวใจ ผ่าตัดรักษาไปแล้ว 200 ราย

          วันนี้ 22 ส.ค.62 พลเรือโท พรชัย แย้มกลิ่น เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ ได้เป็นประธานเปิดโครงการความก้าวหน้าทางการแพทย์โรคหัวใจ ของทีมแพทย์ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ณ ห้องภูหลวง หอประชุมโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ โดยมี พลเรือตรี สุรสิงห์ ประไพพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ และทีมแพทย์ คนไข้ที่เคยได้รับการรักษาผ่าตัดรักษาโรคหัวใจ กว่า 100 ราย

         พลเรือตรี สุรสิงห์ ประไพพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์โรงพยาบาล กำหนดด้านการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสู่การเป็นโรงพยาบาลตติยภูมิ เน้นการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ โดยมีการกำหนดแผนการพัฒนาแบบระยะสั้น และระยะยาว

          จากผลการดำเนินงาน ตั้งแต่มกราคม 2559 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 3 ปี 7 เดือน มีการพัฒนาศักยภาพการผ่าตัดหัวใจ โดยมีผู้ป่วย จำนวนทั้งสิ้น 200 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ และการผ่าตัดผนังหลอดเลือดแดงโป่งพอง ผู้ป่วยจะถูกส่งต่อจากโรงพยาบาลต่างๆ ในเขตภาคตะวันออกอันได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชทวี ณ ศรีราชา,โรงพยาบาลระยอง, โรงพยาบาลเมืองพัทยา เป็นต้น ซึ่งแสดงถึงศักยภาพในการผ่าตัดและการรักษาพยาบาล รวมทั้งยังเป็นการตอบสนอง นโยบายเจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ ด้านการพัฒนากรมแพทย์ทหารเรือ ให้เป็นที่ยอมรับของกองทัพเรือ ครอบครัว ทหารเรือ และประชาชนทั่วไปให้มากยิ่งขึ้น ทั้งด้านการแพทย์ทหารและการแพทย์ทั่วไป จากอดีตถึงปัจจุบัน เราได้รับเกียรติจากท่านอาจารย์ แพทย์พยาบาลจากโรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นผู้สละเวลาช่วยให้คำปรึกษาในการผ่าตัด,การรักษา และถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจการนำเสนอผลงานความก้าวหน้าทางการแพทย์โรคหัวใจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลัก คือ เป็นการพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาศักยภาพให้ไปสู่การเป็น Cardiac center level 2 ในอนาคตซึ่งกำหนดเป็นแผนพัฒนาระยะยาวในปี งบประมาณ .2561-2565

          พลเรือตรี สุรสิงห์ ประไพพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ได้กล่าวขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์หรือเครื่องมือแพทย์ที่ขาดแคลนและจำเป็นต่อการให้บริการ เพื่อช่วยเหลือและนำมารักษาและดูแลกำลังพลของกองทัพเรือ และประชาชน ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ ในพื้นที่อำเภอสัตหีบและใกล้เคียง ต่อไป

         และในโอกาสนี้ พลเรือโทพรชัย แย้มกลิ่น เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ ได้รับมอบเงินจาก พลเรือเอก ธนะกาญจน์ ใคร่ครวญ อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน นายพนธกร ใคร่ครวญ รองนายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ นายอมตะ ใคร่ครวญ เลขานุการนายก อบต.พลูตาหลวง บุตรชาย จำนวน 200,000 บาท ในนามโครงการหมู่บ้านนาวีเฮ้าส์ โดยคุณปัญชริน ใคร่ครวญ ภรรยาและครอบครัว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้บริจาคไปจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจซึ่งโครงการหมู่บ้านนาวีเฮ้าส์ อยากจะตอบแทนสังคมในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ในเรื่องการรักษาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่ ให้มีความทันสมัยและเพียงพอต่อกำลังพลทหารเรือและประชาชนในพื้นที่ เพื่อที่จะคอยดูแลรักษาในเวลาเจ็บป่วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด/ ชาวบ้านดีใจบ้านริมนํ้าถูกกฎหมาย จํานวน 294 ครัวเรือน ครั้งที่ 1/2562

          วันที่ 22 สิงหาคม 2562 ที่ศาลาอเนกประสงค์หมู่บ้านคลองจาก หมู่ 9 บ้านร่มเย็น ชาวบ้านหมู่ 8-9 บ้านคลองจาก ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ชาวบ้านดีใจบ้านริมนํ้าถูกกฎหมาย จํานวน 294 ครัวเรือน ครั้งที่ 1/2562

         นําโดย นายวงศกร นราธาวา ผู้อํานวยการสํานักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาจังหวัดตราด ได้เป็นประธาน ในพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมได้กล่าวถึงกระบวนการออกใบอนุญาตของพื้นที่บ้านคลองจาก ต.คลองใหญ่ และยังกล่าวว่า มีความยินดีด้วยที่หมู่บ้านคลองจาก ต.คลองใหญ่ ได้ร่วมมือร่วมใจกันเป็นจํานวนมากที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ มีจํานวนที่ได้รับอนุญาตเกือบ 8,000 รายแล้ว จึงได้รวมตัวกระบวนการขับเคลื่อนและการพัฒนาที่อยู่อาศัยของตําบลคลองใหญ่และหมู่บ้านชาวบ้านคลองจากต่อไป

          โดยมีนายอาภากร เจริญผล นายกองค์การบริหารส่วนตําบลคลองใหญ่ ได้กล่าวรายงานและต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่และผู้อํานวยการสํานักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาจังหวัดตราด พร้อมกล่าวปัญหาของประชาชนที่ได้สร้างบ้านในที่ปลูกสร้างล่วงลํ้าลําแม่นํ้ายังอยู่อีกหลายหมู่บ้านที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบลคลองใหญ่ และผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมในพิธีและร่วมกันรับมอบใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าลําแม่นํ้าจํานวน 294 ครัวเรือน ในหมู่บ้านคลองจาก ตั้งแต่ หมู่ 8-9 ตําบลคลองใหญ่ จํานวน 294 ครัวเรือน หลังจากมอบใบอนุญาตเสร็จสิ้นทั้งหมู่ 8-9 แล้ว ได้ร่วมกันนําเงินมาชําระค่าเช่ารายปี ตารางเมตรละ 5 บาท พร้อมกันด้วย ที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงลํ้าลําแม่นํ้าด้วย ตามกฎหมายกระทรวงฯต่อไป…

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รพ.จุฬาภรณ์ จัดกิจกรรม”โครงการทศวรรษรพ.จุฬาภรณ์ธรรมสัญจรเพื่อศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชนุสรณ์” ที่จ.จันทบุรี พร้อมมอบชุดยาพระราชทานให้แก่หน่วยงานต่างๆ

          วันนี้ ( 22 ส.ค.62 ) ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ศาลากระต่ายเทศบาลเมืองจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้กล่าวต้อนรับคณะแพทย์โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ที่ออกให้บริการ “โครงการทศวรรษโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ธรรมสัญจร เพื่อศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชนุสรณ์” ที่จังหวัดจันทบุรี

         โดยนางมาริษา สมบัติบูรณ์ ผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการที่มุ่งเน้นสนองพระราชปณิธานในสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงมีพระดำริจัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เมื่อปีพุทธศักราช 2552 ขึ้น และได้พัฒนาก้าวหน้ามาโดยลำดับ สามารถรองรับดูแลประชาชนให้กว้างขวางและทั่วถึง มีศักยภาพและคุณภาพด้านการแพทย์ การวิจัย การบริการทางการแพทย์ที่สอดประสานกับยุคปัจจุบัน สามารถยกระดับมาตรฐานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้ก้าวสู่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย

          ในโอกาสครบ 10 ปีแห่งการก่อตั้ง จึงจัดให้มี “โครงการทศวรรษโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ธรรมสัญจร เพื่อศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์” โดยมีพระอาจารย์ธวัชชัย ธัมมทีโป และพระอาจารย์ สุรพจน์ สัทธาธิโก ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ บ้านวังเมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เดินทางมาบรรยายธรรม ฝึกสมาธิ กำหนดจิตใจแก่ผู้เข้าร่วมงานแสดงความจงรักภักดี อุทิศถวายพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมทั้งมีการจัดหน่วยแพทย์พระราชทานจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ให้บริการตรวจ รักษาผู้ป่วย / มอบชุดยาพระราชทานให้แก่หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และองค์กรภาคเอกชน

          อีกทั้งเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาที่มีกำลังได้ร่วมกันสมทบทุนการสร้างศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์โรงพยาบาล ตึก 17 ชั้น ขนาด 400 เตียง โดยบริจาคได้ที่หมายเลขบัญชีธนาคารดังนี้ ชื่อบัญชี : โครงการครบรอบ 10 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ธรรมสัญจรเพื่อศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ ธนาคารกรุงไทย สาขาเซ็นทรัลพระราม 3 เลขที่บัญชี 768-0-36559-8 // ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลพระราม 3 เลขที่บัญชี 056-3-20246-7

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สืบสวนสตม.จับผู้ต้องหาชาวจีน​ ขายยาลดความอ้วนปลอม ผู้เสียหายกินแล้วต้องหามส่ง​โรงพยาบาล

     วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 22 ส.ค.62 เวลา 10.30 น.​ณ โถงทางเข้าชั้น 1 อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.​ พร้อม​ด้วยพล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์,พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ,พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รองผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีสำคัญ

     จากการที่ พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ได้กำชับให้ทุก บก. ระดมกวาดล้างการกระทำผิดของคนต่างด้าวที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นที่กระทำความผิด หรือก่อคดีแล้วอาศัยไทยเป็นพื้นที่หลบซ่อน โดยประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งของไทย และหน่วยงานระหว่างประเทศ ผลการปฏิบัติ สามารถติดตามจับกุม ผู้ต้องหาสัญชาติจีนนาย QINGLI อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจจีน

     พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ เจ้าหน้าที่​ชุดจับกุม​ สืบทราบว่า​ นาย QINGLIฯ​ ผู้ต้องหา​ร่วมกันขายยาลดความอ้วนปลอมออนไลน์ทางแอปพลิเคชั่นวีแชท (WeChat) ผู้เสียหายชาวจีนซื้อกินแล้วเกิดเป็นพิษต่อร่างกายต้องเข้าโรงพยาบาล แห่แจ้งความ ตำรวจจีนส่งตรวจพบ มีสารพิษอันตรายเจือปนไม่ได้มาตราฐาน จึงได้ออกหมายจับ ผู้ต้องหาและเพื่อนร่วมแก๊งได้เงินไปประมาณ 3 ล้านหยวน หรือประมาณ 15 ล้านบาท โดยเพื่อนร่วมแก๊งถูกตำรวจจีนจับกุมได้หลายราย ส่วนนาย QINGLIฯ ได้เดินทางหลบหนีเข้ามากบดานที่ประเทศไทย ทางการจีนจึงประสานข้อมูลมายัง สตม. กก.2 บก.สส.สตม. ได้สืบสวนตรวจสอบเฝ้าดูพฤติการณ์เกรงจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำผิด และได้จับกุมสอบถามให้การรับสารภาพ และควบคุมตัวนำส่งห้องกัก สตม.เพื่อประสานทางการประเทศจีนต่อไป

     สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ระดมกวาดล้างจับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย และได้ออกตรวจสถานบริการ สถานประกอบการ โรงงาน ที่มีคนต่างด้าวทำงาน โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวผู้กระทำผิดใช้ประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อน หรือใช้เป็นฐานที่มั่นในการกระทำผิด

     หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ใประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย​ กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนสตม.จับผู้ต้องหาชาวจีน​ ขายยาลดความอ้วนปลอม ผู้เสียหายกินแล้วต้องหามส่ง​โรงพยาบาล

     วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 22 ส.ค.62 เวลา 10.30 น.​ณ โถงทางเข้าชั้น 1 อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.​ พร้อม​ด้วยพล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์,พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ,พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รองผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีสำคัญ

     จากการที่ พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ได้กำชับให้ทุก บก. ระดมกวาดล้างการกระทำผิดของคนต่างด้าวที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นที่กระทำความผิด หรือก่อคดีแล้วอาศัยไทยเป็นพื้นที่หลบซ่อน โดยประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งของไทย และหน่วยงานระหว่างประเทศ ผลการปฏิบัติ สามารถติดตามจับกุม ผู้ต้องหาสัญชาติจีนนาย QINGLI อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจจีน

     พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ เจ้าหน้าที่​ชุดจับกุม​ สืบทราบว่า​ นาย QINGLIฯ​ ผู้ต้องหา​ร่วมกันขายยาลดความอ้วนปลอมออนไลน์ทางแอปพลิเคชั่นวีแชท (WeChat) ผู้เสียหายชาวจีนซื้อกินแล้วเกิดเป็นพิษต่อร่างกายต้องเข้าโรงพยาบาล แห่แจ้งความ ตำรวจจีนส่งตรวจพบ มีสารพิษอันตรายเจือปนไม่ได้มาตราฐาน จึงได้ออกหมายจับ ผู้ต้องหาและเพื่อนร่วมแก๊งได้เงินไปประมาณ 3 ล้านหยวน หรือประมาณ 15 ล้านบาท โดยเพื่อนร่วมแก๊งถูกตำรวจจีนจับกุมได้หลายราย ส่วนนาย QINGLIฯ ได้เดินทางหลบหนีเข้ามากบดานที่ประเทศไทย ทางการจีนจึงประสานข้อมูลมายัง สตม. กก.2 บก.สส.สตม. ได้สืบสวนตรวจสอบเฝ้าดูพฤติการณ์เกรงจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำผิด และได้จับกุมสอบถามให้การรับสารภาพ และควบคุมตัวนำส่งห้องกัก สตม.เพื่อประสานทางการประเทศจีนต่อไป

    สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ระดมกวาดล้างจับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย และได้ออกตรวจสถานบริการ สถานประกอบการ โรงงาน ที่มีคนต่างด้าวทำงาน โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวผู้กระทำผิดใช้ประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อน หรือใช้เป็นฐานที่มั่นในการกระทำผิด

     หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ใประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย​ กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​