“ดร.แก้ว” นำคณะทำงานร่วม สืบสานประเพณี รดน้ำขอพร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เนื่องในวันปีใหม่ไทยและวันสงกรานต์ 2569

“ดร.แก้ว“ นำคณะทำงานร่วม สืบสานประเพณี รดน้ำขอพร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เนื่องในวันปีใหม่ไทยและวันสงกรานต์ 2569

เมื่อวันพุธที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 17.00 น. ณ ห้องทำงานรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 อาคารรัฐสภา (สัปปายะสภาสถาน) ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ (ดร.แก้ว) ที่ปรึกษารองประธานสภาผู้แทนราษฎร,อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี, ผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” พร้อมคณะเข้าร่วมรดน้ำดำหัวขอพร เนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย โดยได้ร่วมรดน้ำดำหัวขอพร นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ณ ห้องทำงานรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 อาคารรัฐสภา (สัปปายะสภาสถาน) นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 กล่าวอวยพรตอนหนึ่งว่า ขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมรดน้ำดำหัวตามประเพณีไทย

ในช่วงท้าย นายเลิศศักดิ์ ได้กล่าวอวยพรให้ (ดร.แก้ว) และคณะทำงานและช้าราชการของสำนักงานงานรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทุกคนประสบความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจในการทำงาน และขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้ปลอดภัย แก่ทุกคน


สุรเชษ ศิลานนท์ รายงาน

วิทยาลัยโลจิสติกส์ฯ มภร.สวนสุนันทา จับมือ 3 ยักษ์ใหญ่ด้านความปลอดภัย ยกระดับหลักสูตร “Logistics x Security” รับเทรนด์แรงงานโลก

วิทยาลัยโลจิสติกส์ฯ มภร.สวนสุนันทา จับมือ 3 ยักษ์ใหญ่ด้านความปลอดภัย ยกระดับหลักสูตร “Logistics x Security” รับเทรนด์แรงงานโลก

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหา วิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้ก้าวไปอีกขั้นในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรวิชาชีพ โดยจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ 3 องค์กรชั้นนำด้านความปลอดภัย เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยเข้ากับงานโลจิสติกส์อย่างครบวงจร

การลงนามในครั้งนี้ฝ่ายมหาวิทยาลัยฯ ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร แสง ทอง (ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ) ได้รับมอบหมายจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ ในการลงนาม พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชณิชา หมอยาดี (คณบดีวิทยาลัยโลจิสติกส์ฯ) ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมีผู้บริหารจากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมลงนาม ดังนี้:

  • ฝ่ายสมาคมผู้รักษาความปลอดภัยโรงแรม : ได้รับเกียรติจาก นายธัชวุฒิ บัวคลัง (นายกสมาคมฯ) และ นายปาน สิงห์คำ (ที่ปรึกษาสมาคมฯ)
  • ฝ่ายบริษัท รักษาความปลอดภัย เอสเอ็มเอส จำกัด และ สถาบันฝึกอบรมบอดี้การ์ดแห่งประเทศไทย : ได้รับเกียรติจาก นายปาน สิงห์คำ (กรรมการผู้อำนวยการ บจก.รักษาความปลอดภัย เอสเอ็มเอส) และ ว่าที่พันตรี อมร ย่อจันทร์ (ผู้อำนวยการสถาบันฝึกอบรมบอดี้การ์ดฯ)

นอกจากนี้บรรยากาศภายในงานยังมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากทุกหน่วยงาน เข้าร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อร่วมแสดงความยินดีในก้าวสำคัญของการพัฒนาหลักสูตร ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันสร้างสรรค์บุคลากรคุณภาพสู่สังคม โดยการลงนามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความร่วมมือทางเอกสาร แต่เป็นการเปิดประตูสู่การฝึกปฏิบัติงานจริงและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่จับต้องได้ระหว่างภาคการศึกษาและภาควิชาชีพอย่างแท้จริง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อ.ต.ก. ขับเคลื่อนนโยบายรัฐ ยกระดับผลไม้ไทยสู่ผู้บริโภค ในงาน “แอ่วเมืองเหนือ ชิมผลไม้ถิ่นล้านนา” ระหว่างวันที่ 22-26 เม.ย.69 ณ มีโชค พลาซ่า จ.เชียงใหม่

อ.ต.ก. ขับเคลื่อนนโยบายรัฐ ยกระดับผลไม้ไทยสู่ผู้บริโภค ในงาน “แอ่วเมืองเหนือ ชิมผลไม้ถิ่นล้านนา” ระหว่างวันที่ 22-26 เมษายน 2569 ณ มีโชค พลาซ่า จ.เชียงใหม่

องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดผู้บริโภคผลไม้ไทยกลุ่มภาคเหนือ ภายใต้ชื่องาน “แอ่วเมืองเหนือ ชิมผลไม้ถิ่นล้านนา” ระหว่างวันที่ 22–26 เมษายน 2569 ณ มีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ และในวันที่ 23 เมษายน 2569 ได้จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พรเทพ ศรีธนาธร ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันเกษตรกร และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

การจัดงานในครั้งนี้ อ.ต.ก. มุ่งเน้นการตลาดที่เกษตรกรจำหน่ายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เรียกว่า “การตลาดแบบตรง” (Direct Marketing) หรือในบริบทของเกษตรกรรมมักเรียกกันว่า “Direct-to-Consumer (D2C) Marketing” ลดข้อจำกัดด้านช่องทางจำหน่าย และเพิ่มโอกาสในการสร้างมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือที่มีศักยภาพสูงในเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ อ.ต.ก. ยังคงขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้แนวคิด “อ.ต.ก.แฟร์ 4 ภาค” อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายผลผลิตตามฤดูกาลไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยการจัดงานในจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอันดับ 1 ของภาคเหนือ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบตลาดภายในประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถต่อยอดโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างเป็นรูปธรรม

อ.ต.ก. คัดสรรผลไม้สดจากแหล่งผลิตและสินค้าเกษตรแปรรูปคุณภาพ จากผู้ประกอบการกว่า 60 ร้านค้า พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ออกแบบให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค อาทิ กิจกรรมนาทีทอง การแสดงดนตรีมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง และกิจกรรมบนเวทีตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการลุ้นรับของรางวัลประจำวัน โดยผู้เข้าร่วมงานซื้อสินค้าครบ 100 บาท จะได้รับคูปอง สำหรับ ชิงโชค 1 ใบ เพื่อลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 150,000 บาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกในการกระตุ้นการจับจ่ายและสร้างแรงจูงใจให้เกิดการบริโภคอย่างต่อเนื่อง อ.ต.ก.ขอเชิญทุกท่านสนับสนุนสินค้าเกษตรไทย ในงาน “แอ่วเมืองเหนือ ชิมผลไม้ถิ่นล้านนา” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 เมษายน 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ มีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รพ.พญาไท 3 ขอน้อมรำลึกด้วยความเคารพและอาลัยยิ่งต่อการจากไปของ นายแพทย์ ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ก่อตั้งบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)

โรงพยาบาลพญาไท 3 ขอน้อมรำลึกด้วยความเคารพและอาลัยยิ่งต่อการจากไปของ นายแพทย์ ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ก่อตั้งบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยความสงบ สิริอายุ 93 ปี ณ โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2569

คณะผู้บริหาร แพทย์และบุคลากร โรงพยาบาลพญาไท3 นำโดย นายแพทย์ สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท3, นพ.อภิชัย โตวณะบุตร รักษาการผู้อำนวยแพทย์ฯ, คุณณัฐชานันท์ นิธิโชติวรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดฯ, คุณนิตยา กฤตธนเวท ผู้อำนวยการบริหารฯ, พว.ภาวิณี วัยปัทมะ ผู้อำนวยการพยาบาล

ขอแสดงความเสียใจ ในการสูญเสีย และร่วมรำลึกถึงคุณูปการของท่านตลอดไป

#phyathai3hospital
#น้อมรำลึกด้วยความเคารพ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

คอนเสิร์ตการกุศลเชื่อมหัวใจคน 3 GEN “The Giving Concert” 3 Generations • 1 HEART

คอนเสิร์ตการกุศลเชื่อมหัวใจคน 3 GEN “The Giving Concert” 3 Generations • 1 HEART คอนเสิร์ตแรก “Sing History เพลงรักในวันวาน” พบกัน 9 พฤษภาคมนี้
ทุกที่นั่งคือเงินบริจาค พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า ได้บุญ ได้บัตร แล้ววันนี้ ที่ www.iredcross.org

สภากาชาดไทย โดย DONATION HUB และเวิร์คพอยท์ กรุ๊ป นำประสบการณ์ทางดนตรีและภารกิจของการให้ มาร้อยเรียงเป็นคอนเสิร์ตการกุศลเชื่อมหัวใจคน 3 GEN “The Giving Concert” 3 Generations • 1 HEART จาก 1 ปณิธานแห่งการให้ สู่ 3 Generations สืบสานพันธกิจสภากาชาดไทย สร้าง 3 ปรากฏการณ์ทางดนตรี เพื่อการแบ่งปัน จากคนรุ่นใหญ่ สู่คนรุ่นกลาง และส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ ที่จะเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดปณิธานแห่งการให้และร่วมสนับสนุนภารกิจสภากาชาดไทยในการให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้อย่างยั่งยืน ผ่านเสียงดนตรีที่จะเป็นสื่อกลางและเชื่อมโยงน้ำใจของคนไทยทุกวัยเข้าด้วยกัน

THE GIVING CONCERT ที่ 1 : Sing History เพลงรักในวันวาน คอนเสิร์ตที่ถ่ายทอดพลังแห่งการให้ในรูปแบบ Story Concert พาย้อนวันวานไปกับบทเพลงอันไพเราะจากภาพยนตร์และละครในความทรงจำ เชื่อมโยงเหตุการณ์สำคัญๆ ของสภากาชาดไทย ให้ทุกคนซาบซึ้งไปกับบทเพลงแห่งความทรงจำจาก โหมโรง เดอะมิวสิคัล, สุนทราภรณ์ เดอะมิวสิคัล, ทองกวาว เดอะมิวสิคัล และการแสดงของนักร้องคุณภาพบนเวทีเดียวกัน

เต็มอิ่มกับพลังเสียงจาก DIVA สายบุญ สุนารี ราชสีมา, ตั๊ก-ศิริพร อยู่ยอด, ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์ และการรวมตัวครั้งสำคัญของศิลปินที่มีเสียงเป็นเอกลักษณ์ ไรอัล – กาจบัณฑิต จำปาศิลป์, ธัช – กิตติธัช แก้วอุทัย, แบ็งค์-เฉลิมรัฐ จุลโลบล, อลิศ – ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน ร่วมด้วย 2 พิธีกรคุณภาพ เกลือ-กิตติ เชี่ยววงศ์กุล และเสนาลิง-สมเกียรติ จันทร์พราหมณ์

The Giving Concert ไม่ได้มอบเพียงความสุขผ่านบทเพลงอันไพเราะ หากยังเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการส่งต่อโอกาสและความช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนภารกิจของสภากาชาดไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ที่มีความหมายผ่านบทเพลงอันไพเราะ ทุกที่นั่งคือเงินบริจาค พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า บัตรบริจาคราคา 7,000 / 5,000 / 4,000 / 3,000 และ 2,000 บาท ได้บุญ ได้บัตร แล้ววันนี้ ที่ www.iredcross.org Line: @iredcross หรือ โทรศัพท์: 02 2564440 กด 7 มาร่วมร้อง ร่วมซึ้ง และร่วมส่งต่อการให้กับสภากาชาดไทยไปด้วยกัน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พล.ต.ท.ศักย์ศิราฯ ผบช.ทท. นำคณะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทย–จีน อย่างเป็นรูปธรรม

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. นำคณะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธ ศาสตร์ระหว่างไทย–จีน อย่างเป็นรูปธรรม

ตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำคณะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 22–28 เมษายน 2569 เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทย–จีนอย่างเป็นรูปธรรม

ในห้วงระหว่างวันที่ 23-24 เมษายน 2569 ได้เข้าพบ Mr.Gao Junyi รองอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ และ Mr.Li Zejun รองผู้อำนวยการคณะกรรมการคมนาคมขนส่งเทศบาลกรุงปักกิ่ง มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนแนวทางเชิงรุกในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทย พร้อมยกระดับการบริหารจัดการจราจรในเมืองท่องเที่ยวสำคัญให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ คณะยังได้ศึกษาดูงาน ณ BAIC GROUP หนึ่งในรัฐวิสาหกิจและผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของจีน เพื่อรับฟังแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านคมนาคมและความปลอดภัย โดยมุ่งต่อยอดสู่การพัฒนาระบบสนับสนุนงานตำรวจท่องเที่ยวของไทย ทั้งด้านการยกระดับมาตรการดูแลนักท่องเที่ยว การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลความปลอดภัย และการบริหารจัดการจราจรในแหล่งท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ

การเยือนครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือไทย–จีน สู่การสร้าง “ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย” ให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในเวทีนานาชาติให้มั่นคง น่าเชื่อถือ และแข่งขันได้ในระดับโลก


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วศ. ผนึก วว. เสริมศักยภาพห้องปฏิบัติการไทยสู่มาตรฐานสากล ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ

วศ. ผนึก วว. เสริมศักยภาพห้องปฏิบัติการไทยสู่มาตรฐานสากล ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ

วันที่ 22 เมษายน 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยมี ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทน อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ และ ดร.โศรดา วัลภา รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม ผู้แทน ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ร่วมลงนาม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากรจากทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom) วัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการให้บริการทดสอบและสอบเทียบของประเทศให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล

เป้าหมายสำคัญภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว ทั้ง (วศ.) และ (วว.) มุ่งสนับสนุนและส่งเสริมการให้บริการทดสอบและสอบเทียบให้สามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม วิสาหกิจชุมชน และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล พร้อมทั้งส่งเสริมการถ่ายโอนภารกิจในขอบข่ายที่หน่วยงานมีศักยภาพ ตลอดจนร่วมกันกำหนดทิศทางและวางแผนพัฒนาขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ของประเทศ

ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดี (วศ.) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการภารกิจด้านห้องปฏิบัติการของประเทศ เพื่อยกระดับงานทดสอบและสอบเทียบให้มีความน่าเชื่อถือ ได้มาตรฐานสากล และสามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม วิสาหกิจชุมชน และประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมถึงการถ่ายโอนภารกิจที่เหมาะสมและการใช้ทรัพยากรและศักยภาพร่วมกันอย่างคุ้มค่า อันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันยังมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ด้าน ดร.โศรดา วัลภา รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโล ยีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรามีเป้าหมายสำคัญในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัต กรรมมาใช้เป็นกลไกในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และขีดความสามารถของประเทศ โดยความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นการสนับสนุนและส่งเสริมการให้บริการทดสอบและสอบเทียบให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล สามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม วิสาหกิจชุมชน และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งดำเนินการถ่ายโอนภารกิจในขอบข่ายที่ (วว.) มีศักยภาพและความพร้อมควบคู่กับการร่วมกำหนดทิศทางและพัฒนาขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ของประเทศ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิธีการทดสอบและสอบเทียบ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร รวมถึงการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ โดยจะร่วมกันดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือ สนับสนุนการใช้ทรัพยากร องค์ความรู้ และบุคลากรร่วมกัน พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลการให้บริการ เพื่อยกระดับห้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 และขับเคลื่อนการพัฒนาห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยให้ก้าวสู่ระบบคุณภาพอย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ระทึก ! สืบ ตม.3 ไล่ล่าข้ามจังหวัด รวบหนุ่มแคนาดาเอี่ยวแก๊งยานรก คาสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนเผ่นหนีออกนอกประเทศ

ระทึก ! สืบ ตม.3 ไล่ล่าข้ามจังหวัด รวบหนุ่มแคนาดาเอี่ยวแก๊งยานรก คาสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนเผ่นหนีออกนอกประเทศ

ตามนโยบาย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้สั่งการเข้มให้ทุกหน่วยเร่งปราบปรามอาชญากรข้ามชาติที่แฝงตัวในคราบนักท่องเที่ยว โดยล่าสุด พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา สั่งการชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ลงพื้นที่ติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่พัทยา

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 เม.ย.2569 เวลาประมาณ 12.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเป้าหมายในพื้นที่พัทยา ปรากฏว่าผู้ต้องสงสัยไหวตัวทัน หลบหนีขึ้นรถออกจากที่พัก มุ่งหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด ก่อนกระจายกำลังค้นหาภายในโถงผู้โดย สารขาออก กระทั่งพบตัว MR.WESLEY อายุ 37 ปี สัญชาติแคนาดา กำลังปะปนผู้โดยสารและเตรียมเช็คอินเพื่อหลบหนีออกนอกประเทศ จึงเข้าควบคุมตัวเพื่อตรวจสอบ โดยไม่พบยาเสพติดในตัว

แต่จากการตรวจสอบฐานข้อมูลตำรวจสากลพบว่า เป็นบุคคลตามหมายแดง ที่ทางการเกา หลีใต้ต้องการตัวในคดี “ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ” เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวตรวจสอบอัตลักษณ์ด้วยระบบไบโอเมตริกซ์ ยืนยันตัวบุคคลตรงตามหมายจับ ก่อนเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12 (7) และดำเนินการผลักดันออกนอกราชอาณาจักร พร้อมประสานส่งตัวให้ทางการเกาหลีใต้รับไปดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. มีนโยบายป้องกันและปราบคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองและกระทำผิดกฎหมาย โดยให้ สตม. วางมาตรการเชิงรุก สกัดกั้น ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าว รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของประชาชนและชาวต่างชาติในประเทศไทย


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

รถพยาบาลคันนี้ จะได้ช่วยชีวิตคนไปอีกนานเท่านาน….

ที่อาคารใหญ่ มูลนิธิร่วมกตัญญู นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์ ผู้จัดการ เป็นตัวแทน ท่านประธาน มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อม นายมนตรี ขาวสะอาด หัวหน้าฝ่ายบุคคลฯ, นายฐิติกร เศวตนันท์ รองผู้จัดการฯ, นายศุภสิน เรืองสว่าง หัวหน้ากู้ชีพฯ ร่วมกันให้การต้อนรับ ทพญ.ภุริกาญจน์ ยั่งยืนยง และ คุณปิยะศักดิ์ อุกฏษฏ์นุกูล ได้เดินทางมาส่งมอบ “รถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตประจำรถ“ ให้กับ มูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่อจะได้นำรถพยาบาลคันนี้ เข้าร่วมทีมกู้พชีพ ของ มูลนิธิร่วมกตัญญู ในภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ, ผู้ป่วย

ณ ปัจจุบันนี้ มูลนิธิร่วมกตัญญู นอกจากจะมีรถกู้ภัยที่เข้าร่วมกับ ทุกสถาบันนิติเวช ช่วยเหลือเก็บร่างผู้เสียชีวิต ทั่วทั้งในเขตพื้นที่นครบาล และ ปริมนฑล แล้ว ยังมีรถพยาบาล ที่เข้าร่วมกับทาง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ออกช่วยเหลือประชาชน ทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ป่วย ตลอด24 ชม. และ ตั่งแต่ เวลา 08.00น. – 24.00 น. มูลนิธิร่วมกตัญญู ยังได้รับอนุญาต ยกระดับให้ จัดทีมรถกู้ชีพ Advance ร่วมปฏิบัติการ ในระบบสั่งการ ในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน อีกด้วย

จึงขอขอบพระคุณ และ ขออนุโมทนา บุญ กับ ทพญ.ภุริกาญจน์ ยั่งยืนยง และ คุณ ปิยะศักดิ์ อุกฤษฏ์นุกูล และครอบครัว ให้จงมีสุขภาพที่แข็งแรง ให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง และ ให้จงมีแต่ความสุขความเจริญในทุกสิ่งยิ่งๆขึ้นไปเทอญ …


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สื่อมะกันเตือนนักท่องเที่ยว ห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าในไทย โทษปรับ 1,500 ดอลลาร์ฯ

สำนักข่าวเดอะนิวยอร์กโพสต์ออกข่าวเตือนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะมาเที่ยวมายังประเทศไทยว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมายในไทย และกฎหมายจะไม่ผ่อนปรนต่อนักท่องเที่ยวที่ฝ่าฝืนข้อห้ามการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศ

ซาราห์ กรีน นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษกล่าวกับสำนักข่าวออนไลน์แห่งหนึ่งว่า ตนใช้บุหรี่ไฟ ฟ้าอยู่ริมชายหาด ณ เมืองท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในประเทศไทย ต่อมามีเจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้งว่าพฤติกรรมของพวกเขาไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและ “ไม่เท่” ในสายตาของกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังผิดกฎหมายอีกด้วย

“มันเป็นประสบการณ์ที่ตึงเครียดมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในต่างประเทศ และพวกเราไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น” ซาราห์กล่าว

กรีนและเพื่อนของเธอถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจเพื่อสอบสวน ซึ่งเธออธิบายว่าเป็นประสบ การณ์ที่ “น่ากลัว” และสถานีตำรวจนั้นเป็นสถานที่ที่ “ทำให้ทุกอย่างดูร้ายแรงมากขึ้น” ต่อมาทั้งคู่ได้รับการปล่อยตัวหลังจากจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 40,000 บาท หรือประมาณ 1,126 ดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทั้งคู่ทราบว่า หากถูกจับได้ว่ามีการละเมิดกฎหมายห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าอีกครั้ง อาจต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 5 ปี

ในขณะที่สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม ได้ออกประกาศบนเว็บไซต์ว่า “แม้ว่าจะมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายทั่วโลกเพื่อเป็นแนวทางช่วยเลิกบุหรี่ แต่นักท่องเที่ยว รวมถึง ชาวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยควรจะทราบว่าอุปกรณ์เหล่านี้ผิดกฎหมายในราชอาณาจักร”

ในประกาศของสถานทูตยังอธิบายเพิ่มเติมว่าผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกหรือปรับเป็นจำนวนเงินหลายเท่าเทียบกับมูลค่าของสิ่งของที่ผิดกฎหมายนั้นๆ มีผลบังคับใช้กับทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย”

สถานทูตไทยยังระบุว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่ทราบว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอาชญา กรรมในประเทศไทย และได้ทำการฝ่าฝืนกฎหมายโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้ถูกปรับหรือถูกจับกุม ณ ที่เกิดเหตุในทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐได้มีการเรียกร้องให้นักท่องเที่ยวงดใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเขตราชอาณาจักร และ บริษัทนำเที่ยวทั้งหลายควรเน้นย้ำถึงอันตรายและ บทลงโทษ ต่อลูกค้าชาวต่างชาติทั้งหลาย

ประเทศไทยมีกฎหมายห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวดตั้งแต่ปี 2557 และยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะมีการพูดถึงนโยบายบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา แต่รัฐบาลก็ยังเพิ่มมาตรการในการจับกุมและปราบปรามการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน