รพ.พญาไท 3 ขอน้อมรำลึกด้วยความเคารพและอาลัยยิ่งต่อการจากไปของ นายแพทย์ ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ก่อตั้งบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)

โรงพยาบาลพญาไท 3 ขอน้อมรำลึกด้วยความเคารพและอาลัยยิ่งต่อการจากไปของ นายแพทย์ ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ก่อตั้งบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยความสงบ สิริอายุ 93 ปี ณ โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2569

คณะผู้บริหาร แพทย์และบุคลากร โรงพยาบาลพญาไท3 นำโดย นายแพทย์ สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท3, นพ.อภิชัย โตวณะบุตร รักษาการผู้อำนวยแพทย์ฯ, คุณณัฐชานันท์ นิธิโชติวรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดฯ, คุณนิตยา กฤตธนเวท ผู้อำนวยการบริหารฯ, พว.ภาวิณี วัยปัทมะ ผู้อำนวยการพยาบาล

ขอแสดงความเสียใจ ในการสูญเสีย และร่วมรำลึกถึงคุณูปการของท่านตลอดไป

#phyathai3hospital
#น้อมรำลึกด้วยความเคารพ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

คอนเสิร์ตการกุศลเชื่อมหัวใจคน 3 GEN “The Giving Concert” 3 Generations • 1 HEART

คอนเสิร์ตการกุศลเชื่อมหัวใจคน 3 GEN “The Giving Concert” 3 Generations • 1 HEART คอนเสิร์ตแรก “Sing History เพลงรักในวันวาน” พบกัน 9 พฤษภาคมนี้
ทุกที่นั่งคือเงินบริจาค พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า ได้บุญ ได้บัตร แล้ววันนี้ ที่ www.iredcross.org

สภากาชาดไทย โดย DONATION HUB และเวิร์คพอยท์ กรุ๊ป นำประสบการณ์ทางดนตรีและภารกิจของการให้ มาร้อยเรียงเป็นคอนเสิร์ตการกุศลเชื่อมหัวใจคน 3 GEN “The Giving Concert” 3 Generations • 1 HEART จาก 1 ปณิธานแห่งการให้ สู่ 3 Generations สืบสานพันธกิจสภากาชาดไทย สร้าง 3 ปรากฏการณ์ทางดนตรี เพื่อการแบ่งปัน จากคนรุ่นใหญ่ สู่คนรุ่นกลาง และส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ ที่จะเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดปณิธานแห่งการให้และร่วมสนับสนุนภารกิจสภากาชาดไทยในการให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้อย่างยั่งยืน ผ่านเสียงดนตรีที่จะเป็นสื่อกลางและเชื่อมโยงน้ำใจของคนไทยทุกวัยเข้าด้วยกัน

THE GIVING CONCERT ที่ 1 : Sing History เพลงรักในวันวาน คอนเสิร์ตที่ถ่ายทอดพลังแห่งการให้ในรูปแบบ Story Concert พาย้อนวันวานไปกับบทเพลงอันไพเราะจากภาพยนตร์และละครในความทรงจำ เชื่อมโยงเหตุการณ์สำคัญๆ ของสภากาชาดไทย ให้ทุกคนซาบซึ้งไปกับบทเพลงแห่งความทรงจำจาก โหมโรง เดอะมิวสิคัล, สุนทราภรณ์ เดอะมิวสิคัล, ทองกวาว เดอะมิวสิคัล และการแสดงของนักร้องคุณภาพบนเวทีเดียวกัน

เต็มอิ่มกับพลังเสียงจาก DIVA สายบุญ สุนารี ราชสีมา, ตั๊ก-ศิริพร อยู่ยอด, ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์ และการรวมตัวครั้งสำคัญของศิลปินที่มีเสียงเป็นเอกลักษณ์ ไรอัล – กาจบัณฑิต จำปาศิลป์, ธัช – กิตติธัช แก้วอุทัย, แบ็งค์-เฉลิมรัฐ จุลโลบล, อลิศ – ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน ร่วมด้วย 2 พิธีกรคุณภาพ เกลือ-กิตติ เชี่ยววงศ์กุล และเสนาลิง-สมเกียรติ จันทร์พราหมณ์

The Giving Concert ไม่ได้มอบเพียงความสุขผ่านบทเพลงอันไพเราะ หากยังเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการส่งต่อโอกาสและความช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนภารกิจของสภากาชาดไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ที่มีความหมายผ่านบทเพลงอันไพเราะ ทุกที่นั่งคือเงินบริจาค พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า บัตรบริจาคราคา 7,000 / 5,000 / 4,000 / 3,000 และ 2,000 บาท ได้บุญ ได้บัตร แล้ววันนี้ ที่ www.iredcross.org Line: @iredcross หรือ โทรศัพท์: 02 2564440 กด 7 มาร่วมร้อง ร่วมซึ้ง และร่วมส่งต่อการให้กับสภากาชาดไทยไปด้วยกัน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พล.ต.ท.ศักย์ศิราฯ ผบช.ทท. นำคณะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทย–จีน อย่างเป็นรูปธรรม

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. นำคณะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธ ศาสตร์ระหว่างไทย–จีน อย่างเป็นรูปธรรม

ตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำคณะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 22–28 เมษายน 2569 เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทย–จีนอย่างเป็นรูปธรรม

ในห้วงระหว่างวันที่ 23-24 เมษายน 2569 ได้เข้าพบ Mr.Gao Junyi รองอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ และ Mr.Li Zejun รองผู้อำนวยการคณะกรรมการคมนาคมขนส่งเทศบาลกรุงปักกิ่ง มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนแนวทางเชิงรุกในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทย พร้อมยกระดับการบริหารจัดการจราจรในเมืองท่องเที่ยวสำคัญให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ คณะยังได้ศึกษาดูงาน ณ BAIC GROUP หนึ่งในรัฐวิสาหกิจและผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของจีน เพื่อรับฟังแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านคมนาคมและความปลอดภัย โดยมุ่งต่อยอดสู่การพัฒนาระบบสนับสนุนงานตำรวจท่องเที่ยวของไทย ทั้งด้านการยกระดับมาตรการดูแลนักท่องเที่ยว การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลความปลอดภัย และการบริหารจัดการจราจรในแหล่งท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ

การเยือนครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือไทย–จีน สู่การสร้าง “ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย” ให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในเวทีนานาชาติให้มั่นคง น่าเชื่อถือ และแข่งขันได้ในระดับโลก


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วศ. ผนึก วว. เสริมศักยภาพห้องปฏิบัติการไทยสู่มาตรฐานสากล ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ

วศ. ผนึก วว. เสริมศักยภาพห้องปฏิบัติการไทยสู่มาตรฐานสากล ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ

วันที่ 22 เมษายน 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยมี ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทน อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ และ ดร.โศรดา วัลภา รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม ผู้แทน ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ร่วมลงนาม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากรจากทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom) วัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการให้บริการทดสอบและสอบเทียบของประเทศให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล

เป้าหมายสำคัญภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว ทั้ง (วศ.) และ (วว.) มุ่งสนับสนุนและส่งเสริมการให้บริการทดสอบและสอบเทียบให้สามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม วิสาหกิจชุมชน และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล พร้อมทั้งส่งเสริมการถ่ายโอนภารกิจในขอบข่ายที่หน่วยงานมีศักยภาพ ตลอดจนร่วมกันกำหนดทิศทางและวางแผนพัฒนาขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ของประเทศ

ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดี (วศ.) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการภารกิจด้านห้องปฏิบัติการของประเทศ เพื่อยกระดับงานทดสอบและสอบเทียบให้มีความน่าเชื่อถือ ได้มาตรฐานสากล และสามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม วิสาหกิจชุมชน และประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมถึงการถ่ายโอนภารกิจที่เหมาะสมและการใช้ทรัพยากรและศักยภาพร่วมกันอย่างคุ้มค่า อันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันยังมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ด้าน ดร.โศรดา วัลภา รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโล ยีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรามีเป้าหมายสำคัญในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัต กรรมมาใช้เป็นกลไกในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และขีดความสามารถของประเทศ โดยความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นการสนับสนุนและส่งเสริมการให้บริการทดสอบและสอบเทียบให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล สามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม วิสาหกิจชุมชน และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งดำเนินการถ่ายโอนภารกิจในขอบข่ายที่ (วว.) มีศักยภาพและความพร้อมควบคู่กับการร่วมกำหนดทิศทางและพัฒนาขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ของประเทศ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิธีการทดสอบและสอบเทียบ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร รวมถึงการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ โดยจะร่วมกันดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือ สนับสนุนการใช้ทรัพยากร องค์ความรู้ และบุคลากรร่วมกัน พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลการให้บริการ เพื่อยกระดับห้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 และขับเคลื่อนการพัฒนาห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยให้ก้าวสู่ระบบคุณภาพอย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ระทึก ! สืบ ตม.3 ไล่ล่าข้ามจังหวัด รวบหนุ่มแคนาดาเอี่ยวแก๊งยานรก คาสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนเผ่นหนีออกนอกประเทศ

ระทึก ! สืบ ตม.3 ไล่ล่าข้ามจังหวัด รวบหนุ่มแคนาดาเอี่ยวแก๊งยานรก คาสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนเผ่นหนีออกนอกประเทศ

ตามนโยบาย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้สั่งการเข้มให้ทุกหน่วยเร่งปราบปรามอาชญากรข้ามชาติที่แฝงตัวในคราบนักท่องเที่ยว โดยล่าสุด พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา สั่งการชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ลงพื้นที่ติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่พัทยา

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 เม.ย.2569 เวลาประมาณ 12.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเป้าหมายในพื้นที่พัทยา ปรากฏว่าผู้ต้องสงสัยไหวตัวทัน หลบหนีขึ้นรถออกจากที่พัก มุ่งหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด ก่อนกระจายกำลังค้นหาภายในโถงผู้โดย สารขาออก กระทั่งพบตัว MR.WESLEY อายุ 37 ปี สัญชาติแคนาดา กำลังปะปนผู้โดยสารและเตรียมเช็คอินเพื่อหลบหนีออกนอกประเทศ จึงเข้าควบคุมตัวเพื่อตรวจสอบ โดยไม่พบยาเสพติดในตัว

แต่จากการตรวจสอบฐานข้อมูลตำรวจสากลพบว่า เป็นบุคคลตามหมายแดง ที่ทางการเกา หลีใต้ต้องการตัวในคดี “ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ” เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวตรวจสอบอัตลักษณ์ด้วยระบบไบโอเมตริกซ์ ยืนยันตัวบุคคลตรงตามหมายจับ ก่อนเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12 (7) และดำเนินการผลักดันออกนอกราชอาณาจักร พร้อมประสานส่งตัวให้ทางการเกาหลีใต้รับไปดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. มีนโยบายป้องกันและปราบคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองและกระทำผิดกฎหมาย โดยให้ สตม. วางมาตรการเชิงรุก สกัดกั้น ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าว รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของประชาชนและชาวต่างชาติในประเทศไทย


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

รถพยาบาลคันนี้ จะได้ช่วยชีวิตคนไปอีกนานเท่านาน….

ที่อาคารใหญ่ มูลนิธิร่วมกตัญญู นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์ ผู้จัดการ เป็นตัวแทน ท่านประธาน มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อม นายมนตรี ขาวสะอาด หัวหน้าฝ่ายบุคคลฯ, นายฐิติกร เศวตนันท์ รองผู้จัดการฯ, นายศุภสิน เรืองสว่าง หัวหน้ากู้ชีพฯ ร่วมกันให้การต้อนรับ ทพญ.ภุริกาญจน์ ยั่งยืนยง และ คุณปิยะศักดิ์ อุกฏษฏ์นุกูล ได้เดินทางมาส่งมอบ “รถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตประจำรถ“ ให้กับ มูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่อจะได้นำรถพยาบาลคันนี้ เข้าร่วมทีมกู้พชีพ ของ มูลนิธิร่วมกตัญญู ในภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ, ผู้ป่วย

ณ ปัจจุบันนี้ มูลนิธิร่วมกตัญญู นอกจากจะมีรถกู้ภัยที่เข้าร่วมกับ ทุกสถาบันนิติเวช ช่วยเหลือเก็บร่างผู้เสียชีวิต ทั่วทั้งในเขตพื้นที่นครบาล และ ปริมนฑล แล้ว ยังมีรถพยาบาล ที่เข้าร่วมกับทาง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ออกช่วยเหลือประชาชน ทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ป่วย ตลอด24 ชม. และ ตั่งแต่ เวลา 08.00น. – 24.00 น. มูลนิธิร่วมกตัญญู ยังได้รับอนุญาต ยกระดับให้ จัดทีมรถกู้ชีพ Advance ร่วมปฏิบัติการ ในระบบสั่งการ ในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน อีกด้วย

จึงขอขอบพระคุณ และ ขออนุโมทนา บุญ กับ ทพญ.ภุริกาญจน์ ยั่งยืนยง และ คุณ ปิยะศักดิ์ อุกฤษฏ์นุกูล และครอบครัว ให้จงมีสุขภาพที่แข็งแรง ให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง และ ให้จงมีแต่ความสุขความเจริญในทุกสิ่งยิ่งๆขึ้นไปเทอญ …


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สื่อมะกันเตือนนักท่องเที่ยว ห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าในไทย โทษปรับ 1,500 ดอลลาร์ฯ

สำนักข่าวเดอะนิวยอร์กโพสต์ออกข่าวเตือนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะมาเที่ยวมายังประเทศไทยว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมายในไทย และกฎหมายจะไม่ผ่อนปรนต่อนักท่องเที่ยวที่ฝ่าฝืนข้อห้ามการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศ

ซาราห์ กรีน นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษกล่าวกับสำนักข่าวออนไลน์แห่งหนึ่งว่า ตนใช้บุหรี่ไฟ ฟ้าอยู่ริมชายหาด ณ เมืองท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในประเทศไทย ต่อมามีเจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้งว่าพฤติกรรมของพวกเขาไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและ “ไม่เท่” ในสายตาของกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังผิดกฎหมายอีกด้วย

“มันเป็นประสบการณ์ที่ตึงเครียดมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในต่างประเทศ และพวกเราไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น” ซาราห์กล่าว

กรีนและเพื่อนของเธอถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจเพื่อสอบสวน ซึ่งเธออธิบายว่าเป็นประสบ การณ์ที่ “น่ากลัว” และสถานีตำรวจนั้นเป็นสถานที่ที่ “ทำให้ทุกอย่างดูร้ายแรงมากขึ้น” ต่อมาทั้งคู่ได้รับการปล่อยตัวหลังจากจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 40,000 บาท หรือประมาณ 1,126 ดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทั้งคู่ทราบว่า หากถูกจับได้ว่ามีการละเมิดกฎหมายห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าอีกครั้ง อาจต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 5 ปี

ในขณะที่สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม ได้ออกประกาศบนเว็บไซต์ว่า “แม้ว่าจะมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายทั่วโลกเพื่อเป็นแนวทางช่วยเลิกบุหรี่ แต่นักท่องเที่ยว รวมถึง ชาวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยควรจะทราบว่าอุปกรณ์เหล่านี้ผิดกฎหมายในราชอาณาจักร”

ในประกาศของสถานทูตยังอธิบายเพิ่มเติมว่าผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกหรือปรับเป็นจำนวนเงินหลายเท่าเทียบกับมูลค่าของสิ่งของที่ผิดกฎหมายนั้นๆ มีผลบังคับใช้กับทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย”

สถานทูตไทยยังระบุว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่ทราบว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอาชญา กรรมในประเทศไทย และได้ทำการฝ่าฝืนกฎหมายโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้ถูกปรับหรือถูกจับกุม ณ ที่เกิดเหตุในทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐได้มีการเรียกร้องให้นักท่องเที่ยวงดใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเขตราชอาณาจักร และ บริษัทนำเที่ยวทั้งหลายควรเน้นย้ำถึงอันตรายและ บทลงโทษ ต่อลูกค้าชาวต่างชาติทั้งหลาย

ประเทศไทยมีกฎหมายห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวดตั้งแต่ปี 2557 และยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะมีการพูดถึงนโยบายบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา แต่รัฐบาลก็ยังเพิ่มมาตรการในการจับกุมและปราบปรามการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“เคนโด้” อดีตผู้ประกาศคนดัง เข้าแจ้งความ โดนอินฟลูฯ หญิงรายหนึ่ง โพสต์คุกคาม 2 ปี เกิดความกังวลจะถึงตัวถึงชีวิต

“เคนโด้” อดีตผู้ประกาศคนดัง เข้าแจ้งความ โดนอินฟลูฯ หญิงรายหนึ่ง โพสต์คุกคาม 2 ปี ข้อความมีลักษณะอาฆาตมาดร้าย และติดตามความเคลื่อนไหวในการดำเนินชีวิตตลอดเวลา เกิดความกังวลจะถึงตัวถึงชีวิต

เรียกว่าทนมาอย่างยาวนาน สำหรับอดีตผู้ประกาศคนดัง “เคนโด้” เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร ที่มีบทบาทช่วยเหลือประชาชนมาในหลายคดีดัง วันนี้ขอช่วยเหลือตัวเองบ้าง เพราะโดนอินฟลูฯหญิงรายหนึ่ง โพสต์โซเชียลข้อความมีลักษณะ ใส่ความ คุกคาม อาฆาตมาดร้าย ต่อเนื่องถึง 2 ปี มากกว่า 100 โพสต์ ใช้ภาษาหยาบคาย ซึ่งหลายโพสต์เป็นข้อความลักษณะใส่ความ หมิ่นประมาท จนเคนโด้ได้ดำเนินคดีอาญาไปก่อนหน้า และศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องเรียบร้อยแล้ว

เคนโด้เผย อินฟลูฯ รายนี้ Inbox มาของานเคนโด้ทำ โดยบอกว่าตัวเองไม่มีปัญหาคดียก ฟ้องทั้งหมด เคนโด้จึงให้โอกาสเข้ามาร่วมกัน แต่สุดท้ายร่วมงานกันแล้วเคนโด้เพิ่งทราบข้อเท็จจริงบางอย่างจนเคนโด้ไม่ไว้วางใจที่จะร่วมงานกันต่อไป แต่เธอคนนี้ไม่หยุดโจมตีทางโซเชียล บางวันโพสต์พาดพิงเคนโด้ถึง 20-30 โพสต์ ต่อวัน ล่าสุดนำรูปเคนโด้ไปแขวนและใส่ร้ายโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เคนโด้กังวลใจในความปลอดภัยต่อชีวิต เพราะอินฟลูฯหญิงรายนี้ ได้โพสต์ถึงเคนโด้เนื้อหาโพสต์มีลักษณะรู้ความเคลื่อนไหวของเคนโด้ตลอดเวลา ไม่ว่าเคนโด้จะไปที่ไหน จะทำอะไร โดยข้อความในโพสต์หลายข้อความยังมีลักษณะใส่ความ คุกคาม อาฆาตมาดร้ายด้วย จนกระทั่งวันที่ 23 เม.ย.2569 เวลา 14.00 น.”เคนโด้” เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร จึงเข้าแจ้งความกับ กองบังคับการ 1 (บก.สอท.1 ศูนย์ราชการฯ) อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมี ว่าที่ พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์ นัยผ่องศรี ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการ 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (ผกก.2 บก.สอท.1) เป็นนายตำรวจ หัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน รับเอกสาร เรื่องราวร้องทุกข์ ในข้อหา “หมิ่นประมาท คุกคาม พรบ.คอมพิวเตอร์” เพื่อให้ดำเนินคดีถึงที่สุดกับ อินฟลูฯหญิงรายนี้ต่อไป

เคนโด้กล่าวทิ้งท้ายว่า พฤติกรรมของอินฟลูฯหญิงรายนี้ ทำให้ตนมีความกังวลในการใช้ชีวิตเดินทางไปไหนมาไหน เพราะจากเนื้อหาการโพสต์ของอินฟลูฯ หญิงรายนี้ มีพฤติกรรมสอดส่องคอยติดตามเคนโด้ตลอด จึงต้องมาแจ้งความเพื่อปกป้องตัวเองและใช้สิทธิทางกฎหมายและให้สื่อมวลชนได้รับรู้ว่าเคนโด้โดนกระทำจริง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษา ตร. และ กลุ่ม ตท.25 ร่วมพิธีรดน้ำศพ นายเดชาธร รุ่งเรือง (ตูน) ผู้สื่อข่าวอาวุโส ณ วัดสะพานสูง

พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษา ตร. และ กลุ่ม ตท.25 ร่วมพิธีรดน้ำศพ นายเดชาธร รุ่งเรือง (ตูน) ผู้สื่อข่าวอาวุโส ณ วัดสะพานสูง

วันที่ 22 เม.ย.2569 เวลา 16.00 น. พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษา ตร., พล.อ.อ.วรชาติ ฟองชล, พล.ร.ท.นิรัตน์ ทากุดเรือ, ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ (กลุ่ม ตท.25) ได้เดินทางมาร่วมพิธีรดน้ำศพ นายเดชาธร รุ่งเรือง (ตูน) ผู้สื่อข่าวอาวุโส ณ วัดสะพานสูง ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี


ศาลอาญาให้ประกัน “อัจฉริยะ” พร้อมพวก วงเงิน 4 แสนบาท สั่งห้ามยุ่งเหยิงพยาน-ข่มขู่ผู้เสียหาย

ศาลอาญาให้ประกัน “อัจฉริยะ” พร้อมพวก วงเงิน 4 แสนบาท สั่งห้ามยุ่งเหยิงพยาน-ข่มขู่ผู้เสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญาว่า ภายหลังพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาในคดีสำคัญ ล่าสุดศาลอาญาได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของ พ.ต.อ.กวินศักดิ์ (ผู้ต้อง หาที่ 1), น.ส.วิภาดา (ผู้ต้องหาที่ 2) และ นายอัจฉริยะ (ผู้ต้องหาที่ 3) ที่ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวในชั้นฝากขัง รายละเอียดการอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย โดยพิจารณาตีราคาหลักประกัน ดังนี้

  • ผู้ต้องหาที่ 1 (พ.ต.อ.กวินศักดิ์) วงเงินประกัน 200,000 บาท
  • ผู้ต้องหาที่ 2 (น.ส.วิภาดา) วงเงินประกัน 100,000 บาท
  • ผู้ต้องหาที่ 3 (นายอัจฉริยะ) วงเงินประกัน 400,000 บาท

เงื่อนไขสำคัญในการประกันตัว โดยเฉพาะในส่วนของ นายอัจฉริยะ ผู้ต้องหาที่ 3 ศาลได้กำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวไว้อย่างเข้มงวด ดังนี้

  1. ห้ามยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือกระทำการใดๆ อันจะเป็นอุปสรรค หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวน
  2. ห้ามเข้าใกล้หรือข่มขู่ผู้เสียหาย ห้ามพบ เข้าใกล้ ยุ่งเกี่ยว หรือกระทำการใดๆ กับผู้เสียหายหรือพยานในคดี ในลักษณะเดียวกับที่ถูกกล่าวหา
  3. การทำสัญญาประกัน ให้ยึดหลักประกันและทำสัญญาประกัน โดยจะคืนหลักประกันเมื่อสัญญาประกันสิ้นสุดลง

ทั้งนี้คำเตือนจากศาล หากผู้ต้องหาที่ 3 กระทำการฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าว ศาลจะพิจารณา เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว ทันที


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน