คลั่งยาก่อนฟ้าสาง หลอนจนจำหน้าใครไม่ได้ คว้าเหล็กแป๊บฟาดหัวน้องชาย ฟัดเหวี่ยงจมโคลนจับมัดสยบฤทธิ์บ้า

นครพนม – คลั่งยาก่อนฟ้าสาง หลอนจนจำหน้าใครไม่ได้ คว้าเหล็กแป๊บฟาดหัวน้องชาย ฟัดเหวี่ยงจมโคลนจับมัดสยบฤทธิ์บ้า

วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณตีสามก่อนฟ้าสาง ร.ต.อ.สุระชัย นครคำสิงห์ รอง สวป.สภ.เมืองนครพนม ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีเหตุชายคลุ้มคลั่งอาละวาดบริเวณบ้านเลขที่ 14 หมู่ 9 บ้านคำพอก ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม จึงประสานผู้นำหมู่บ้านลงพื้นที่ตรวจสอบ พบคนที่คลุ้มคลั่งทราบว่าชื่อนายคมสัน ศรีประประจักษ์ หรือฟอร์ซ อายุ 29 ปี เป็นลูกชายคนโตของนางบุญโฮม ศรีประจักษ์ อายุ 48 ปี ในสภาพถูกมัดแขนไขว้หลังและมัดขาด้วยเชือกไนล่อน นอนคว่ำอยู่ที่หน้าบ้านเลขที่ดังกล่าว ตามเนื้อตัวเลอะไปด้วยโคลนตม พูดวกวนไปมาคล้ายคนเมายาเสพติด

สอบถามนางบุญโฮม ซึ่งเป็นคนแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาควบคุมตัวลูกชาย ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟัง ว่ามีลูกรวม 3 คน ชาย 2 หญิง 1 โดยนายฟอร์ซเป็นคนโต ซึ่งลูกทั้งสามจะอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง แต่ในบริเวณเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุตอนเวลาเกือบตีสาม ได้ยินเสียงลูกชายทั้งสองคน ส่งเสียงเอะอะโวยวาย จึงลุกออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นนายศุภกิจ ศรีประจักษ์ หรือต้น อายุ 25 ปีลูกชายคนที่สอง กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับพี่ชายคือนายฟอร์ซในโคลนตม รู้ทันทีเลยว่านายฟอร์ซคลั่งยาอีกแล้ว จึงปลุกสามีให้ออกไปช่วยกันจับตัวมัดมือมัดขา อาการของลูกชายคนโตจึงสงบลง ตนได้รีบโทรศัพท์แจ้งศูนย์วิทยุ 191 เพื่อให้มารับตัวไปส่งสถานบำบัด

นางบุญโฮมยอมรับว่าเคยส่งลูกชายคนนี้ ไปเข้าศูนย์บำบัดยาเสพติดมาแล้วครั้งหนึ่ง ประมาณ 1 เดือนก็กลับมามียาจิตเวชให้กินตามแพทย์สั่ง แต่นายฟอร์ซไม่ยอมกิน บางครั้งก็โยนทิ้ง อ้างกินแล้วทำให้นอนอย่างเดียว สุดท้ายก็หวนกลับไปเสพยาบ้าจนหลอน ถึงขั้นจำหน้าพ่อหน้าแม่ญาติพี่น้องไม่ได้

จากการสอบถามนายฟอร์ซผู้คลั่งยา ทราบว่ามีอาชีพซ่อมรถจักรยานยนต์ในหมู่บ้าน ถ้ามีคนเอารถจยย.ให้ซ่อม ได้เงินก็ไปซื้อยาบ้ามาเสพ ยิ่งวันไหนได้เงินเยอะก็จะซื้อเสพเยอะ โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แอบไปเสพยาติดต่อกันหลายวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่สอบถามว่าเสพยาอะไร นายฟอร์สบอกเสพยาไอซ์ พวกญาติๆยืนยันว่าที่ไม่หลับไม่นอนจนหลอนก็เพราะเสพยาบ้า

ด้านนายศุภกิจ ศรีประจักษ์ หรือต้น อายุ 25 ปี ผู้เป็นน้องชายเล่าว่าขณะนอนหลับอยู่ภายในห้อง นายฟอร์ซพี่ชายได้เดินเข้ามาเตะประตูหน้าห้อง ปลุกเรียกให้ตนออกมาถามว่า “ต้นมึงไปฆ่าน้อง(สาว)ใช่หรือไม่” ตนรู้ทันทีว่าอาการนี้พี่ชายหลอนยาอีกแล้ว จึงไม่อยากตอบโต้และจะปิดประตูเข้าไปนอนต่อ แต่นายฟอร์ซได้ถือเหล็กแป๊บไว้ในมือ จึงเงื้อฟาดที่หัวและแขนจนบาดเจ็บ ตนได้วิ่งออกมาและเกิดการต่อสู้กันในโคลนตมที่หน้าบ้าน ส่งเสียงดังโวยวายจนคนรอบบริเวณตกใจตื่นกันหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ศูนย์บำบัดยาเสพติดในจังหวัดนครพนม แม้จะมีอยู่หลายแห่งตามอำเภอ แต่เหมือนยักษ์ไม่มีกระบอง เพราะไม่มีกฎหมายฉบับใดรองรับ กรณีจะนำผู้ป่วยจิตเวชที่เสพยาเสพติดไปบำบัด ต้องได้รับการยินยอมจากผู้ป่วยเท่านั้น หากเขาไม่ยินยอมกฎหมายก็ทำอะไรไม่ได้


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

บ้านเอื้ออาทร ม.9 ปากแคว สุโขทัย อ่วม เจ้าหน้าที่เร่งช่วยอพยพ

น้ำจากแม่น้ำยมที่มีกำลังแรงและไหลเชี่ยว ได้ไหลล้นพนังกั้นน้ำ ที่ ม.4 ต.ปากแคว และด้านหลังวัดปากแคว ทำให้ที่จุดนี้ มีบ้านเรือนประชาชนหลายหลังถูกน้ำท่วมสูง ชาวบ้านต้องเร่งอพยพตัวเองและสิ่งของเครื่องใช้ไปอยู่ในที่สูง และน้ำยมที่จุดนี้ ยังได้ ไหลเข้าท่วม ยังชุมชนวังหิน ต.ธานี และ ตีโอบเข้าท่วม หมู่บ้านเอื้ออาทร ม.9 ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย ซึ่งที่หมู่บ้านเอื้ออาทรนี้ มีประชาชนอาศัยอยู่ มากถึง 300 หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องหนีน้ำออกมาอยู่ด้านนอก และระดับน้ำที่ท่วมได้ท่วมมากขึ้น จนสูงถึงระดับปลักไฟที่อยู่ในบ้าน ทางเจ้าหน้าที่ ไฟฟ้า ต้องทำการตัดไฟเพื่อความปลอดภัยของผู้ประสบภัย ทำให้บริเวณนี้ไม่มีไฟใช้ ชาวบ้านอีกหลายร้อยคน ที่มีความต้องการอพยพออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย โดยทางกู้ภัยบางแก้ว และเจ้าหน้าที่ทหาร จาก กอ รมน.ต้องนำรถหกล้อ เข้าไปช่วยในการอพยพผู้คน และสัตว์เลี้ยงและช่วยเคลื่อนย้ายข้าวของยกขึ้นไว้ที่สูง คาดว่าในคืนนี้ระดับน้ำที่ท่วม ในบริเวณหมู่บ้านเอื้ออาทร จะมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

กองทัพภาคที่ 3 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

กองทัพภาคที่ 3 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 28 กรกฎาคม 2568 ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พันเอกหญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธี ซึ่งจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยร่วมพิธีประกอบ พิธีตักบาตรพระสงฆ์ ถวายเป็นพระระราชกุศล, พิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีถวายเครื่องราชสักการะ ถวายราชสดุดี ถวายพระพรชัยมง คล และการถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน, พิธีมอบโค ถวายเป็นพระราชกุศล , ลงนามถวายพระพรชัยมงคล

ต่อจากนั้น แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 พร้อมด้วย ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานกิจกรรมบริจาคโลหิต ณ ศาสนสถาน กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน จิตอาสา 904 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราช ทานภาค 3 ครอบครัวกำลังพล เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

โอกาสนี้ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ได้นำจิตอาสา 904 และจิตอาสาพระราช ทานร่วมอำนวยความสะดวกตลอดพิธีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทั้งนี้ หน่วยขึ้นตรงของกองทัพภาคที่ 3 ในแต่ละจังหวัดทั่วพื้นที่ความรับผิดชอบ ยังได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ พร้อมเพรียงกัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในวาระอันเป็นมิ่งมงคลยิ่งนี้

ตลอดเดือน กรกฎาคม 2568 กองทัพบกและหน่วยทหาร ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้ร่วมกับทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยพร้อมเพรียงทั่วประเทศ เพื่อรวมพลังแห่งความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุด พร้อมทั้งส่งเสริมให้กำลังพลและประชาชนร่วมกันทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศล อันเป็นการยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ และเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชาติอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 ร่วมบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568

ศอ.จอส.พระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.30 น. พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 นำกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 เข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ณ มูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือของศูนย์รับบริจาคโลหิต โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้รับปริมาณโลหิตรวมทั้งสิ้น 15,750 ซีซี เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้โลหิตอย่างเร่งด่วน

การร่วมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกในการเสียสละเพื่อส่วนรวมของกำลังพลจิตอาสา ตลอดจนเป็นการสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานด้านสาธารณสุข และร่วมบรร เทาความเดือดร้อนของประชาชน อันเป็นการสืบสานพระราชปณิธาน “จิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”


นที มีเดช รายงาน

จังหวัดลำพูน จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ครั้งที่ 7 ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร

จังหวัดลำพูน จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ครั้งที่ 7 ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 16.00 น. ที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ครั้งที่ 7 โดยมีพระครูวิทิตเจติยานุรักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดลำพูนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธี

โอกาสนี้ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้นำพระสงฆ์ สามเณร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และพุทธศาสนิกชน ร่วมเดินเวียนเทียนรอบองค์เจดีย์พระธาตุหริภุญชัย เนื่องในวันธรรมสวนะ หรือวันพระ ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่พุทธศาสนิกชนจะไปวัดเพื่อฟังธรรมและปฏิบัติธรรม

ทั้งนี้ จังหวัดลำพูน ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดลำพูน จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประจำปี 2568 ซึ่งได้กำหนดให้ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เป็นสถานที่ประกอบพิธีของจังหวัด และให้อำเภอต่างๆ ในจังหวัดลำพูนประกอบพิธี ณ วัดของเจ้าคณะอำเภอทั้ง 8 อำเภอ โดยจะมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติฯ ทุกวันที่ 28 ของทุกเดือน เพื่อเป็นการถวายพระราชกุศล และถวายพระพรชัยมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนส่วนราชการ และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลำพูน ร่วมพิธีในวัน และเวลาดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน


นที มีเดช รายงาน

ทบ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

ทบ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

วันนี้ (25 ก.ค.68) ในช่วงเช้า ณ กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ. ณัฐวุฒิ นาคะนคร รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก นำกำลังพลประกอบกิจกรรมเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยร่วมพิธีประกอบ พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 74 รูป ถวายเป็นพระระราชกุศล, พิธีถวายเครื่องราชสักการะ ถวายราชสดุดี ถวายพระพรชัยมงคล และการถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน, พิธีเจริญพระพุทธมนต์, พิธีไถ่ชีวิตกระบือ ถวายเป็นพระราชกุศลและพิธีมอบบัตรประจำตัวสัตว์, ลงนามถวายพระพรชัยมงคล เยี่ยมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและกิจกรรมบริจาคโลหิต

นอกจากนี้ กองทัพบกร่วมกับชุมชนในพื้นที่เขตพระนคร กำหนดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 28 ก.ค.68 ณ วัดมหรรณพารามวรวิหาร เขตพระนคร กทม. ซึ่งจะประกอบพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง, พิธีถวายเครื่องราชสักการะ ถวายราชสดุดีและถวายพระพรชัยมงคล, ลงนามถวายพระพร, สักการะไหว้ขอพรพระร่วงทองคำและสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 พร้อมเยี่ยมชมการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทั้งนี้ ตลอดเดือน กรกฎาคม 2568 กองทัพบกและหน่วยทหาร ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้ร่วมกับทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยพร้อมเพรียงทั่วประเทศ เพื่อรวมพลังแห่งความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุด พร้อมทั้งส่งเสริมให้กำลังพลและประชาชนร่วมกันทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศล อันเป็นการยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ และเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชาติอย่างยั่งยืน


แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

มูลนิธิโครงการหลวง ขอเชิญร่วมเฝ้ารับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในพิธีเปิด “งานโครงการหลวง 56”

มูลนิธิโครงการหลวง ขอเชิญประชาชนร่วมเฝ้ารับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในพิธีเปิด “งานโครงการหลวง 56” และสัมผัสเรื่องราว “Farm to City Farmtime Stories น้ำพระราชหฤทัย จากฟ้าสู่มหา นคร” เริ่ม 1-12 ส.ค. 68 นี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์

วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 มูลนิธิโครงการหลวง โดยพลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการ และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ ดร. ดำรง ศรีพระราม ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้แทนจากบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และคุณกลอยตา ณ ถลาง ผู้แทนจากบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัด “งานโครงการหลวง 56” ภายใต้แนวคิด “Farm To City Farmtime Stories น้ำพระราชหฤทัย จากฟ้าสู่มหานคร” โดยจัดขึ้นเพื่อเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์นายกกิตติมศักดิ์มูลนิธิโครงการหลวง และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง นอกจากนี้ ยังร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2568

โดยทั้งหมดจะถูกถ่ายทอดผ่านนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “น้ำพระราชหฤทัย จากฟ้าสู่มหานคร” 4 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 “ธ สืบสานงานพ่อ จากภูผาสู่มหานคร”, ชุดที่ 2 “เอเดลไวส์…ดอกไม้แห่งพระเมตตา นำพาสู่งานวิจัย”, ชุดที่ 3 “ศิลปาชีพพื้นที่สูง สืบสานใต้ร่มพระบารมี”, ชุดที่ 4 “กาแฟของพ่อ จากดอยสู่เมือง”

และพบกับผลิตผลและผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรบนพื้นที่สูงกว่า 3,000 รายการ กว่า 22 ชนิดที่ไม่ควรพลาด อาทิ มะเขือเทศเชอร์รี่สีเขียว, ฝรั่งเนื้อแดง, น้ำผึ้งสวนบ๊วย, ชาเขียวป่าดอกเก็กฮวย, กาแฟชุด Royal Coffee The Legend และโลชั่นกันแดดเอเดลไวส์ พร้อมสินค้าแนะนำ 10 รายการ อาทิ องุ่น 3 สี, กุหลาบกระถางดอกหอม, น้ำแร่ธรรมชาติโครงการหลวง และผลิตภัณฑ์จากกัญชงผสมฝ้าย/เส้นใยรีไซเคิล ชิมเมนูเครื่องดื่มเย็นสูตรเฉพาะของโครงการฯ พร้อมบูธอาหารจากครัวโครงการหลวง 6 แห่ง ได้แก่ ทุ่งเริง, อินทนนท์, ห้วยลึก, อ่างขาง, ตีนตก และครัวโครงการหลวง ภายใต้บรรยากาศการตกแต่งงานสุดสร้างสรรค์โดย “จูน จิรภาส” ศิลปิน Illustrator ชาวไทย ถ่ายทอดผ่านงานศิลปะลายเส้นร่วมสมัย พร้อมด้วย จุดถ่ายภาพ Art Installation ที่ออกแบบให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และสะท้อนคุณค่าของโครงการหลวงได้อย่างงดงาม

พร้อมเมนูอาหารและเครื่องดื่มพิเศษจาก Royal Project Kitchen, The Royal Project Ice Cream Parlour & Café และ Royal Bistro Gala Night โดยเชฟผู้ชนะจากรายการ MasterChef และ Iron Chef Thailand พร้อมพบโปรโมชั่นพิเศษ Royal choice ซื้อครบ 500 บาท รับฟรี น้ำแร่, ซื้อครบ 1,000 บาท รับฟรี ข้าวเกรียบทอด, ซื้อครบ 1,500 บาท รับฟรี ถั่วอะซูกิ, ซื้อครบ 2,000 บาท รับฟรี กระเป๋าผ้าโครงการหลวง 56 limited Edition


นที มีเดช รายงาน

ปลัดจังหวัดลำพูน มอบบ้านตามโครงการบ้านกาชาด ปันรัก สร้างสุข จังหวัดลำพูน

ปลัดจังหวัดลำพูน มอบบ้านตามโครงการบ้านกาชาด ปันรัก สร้างสุข จังหวัดลำพูน เฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ประจำปี 2568

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2568) เวลา 15.00 น. ณ บ้านเลขที่ 117 หมู่ที่ 6 ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน เป็นประธานพิธีมอบบ้านโครงการบ้านกาชาด ปันรัก สร้างสุข จังหวัดลำพูน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ประจำปี 2568 ให้แก่ นายอุทัย นาคะป่า โดยมี พระครูสัทธาภิมณฑ์ เจ้าคณะอำเภอป่าซาง เจ้าอาวาสวัดมะกอก และนางวรรณกร สมชัย รองนายกฯเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน นายอำเภอป่าซาง หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ นายกเทศมนตรีตำบลมะกอก กำนันและผู้ใหญ่บ้านเข้าร่วมในพิธี

ตามที่ เหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน ได้จัดทำโครงการบ้านกาชาด ปันรัก สร้างสุข จังหวัดลำพูน และได้อนุมัติงบประมาณในการซ่อมแซมบ้านให้กลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดลำพูน รวม 16 หลัง งบประมาณทั้งสิ้น 800,000 บาท เฉพาะนายอุทัย นาคะป่า ได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 50,000 บาท เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ซึ่งการซ่อมแซมบ้านครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากอำเภอป่าซาง คณะสงฆ์อำเภอป่าซาง สวนราชการเทศบาลตำบลมะกอก กำนันผู้ใหญ่บ้านและพี่น้องประชาชนกิจอาสาที่ช่วยเหลือด้านแรงงานในการซ่อมแซมให้มีความมั่นคงแข็งแรง

นายอุทัย นาคะป่า ปัจจุบันอายุ 50 ปี เป็นผู้มีรายได้น้อย และอาศัยอยู่กับบุตรสาว ซึ่งเป็นครัวเรือนที่ประสบปัญหาทั้งอยู่ในสภาพที่ไม่เอื้อต่อการพักอาศัยขาดแคลนกำลังทรัพย์ ในการซ่อมแซมหรือปลูกสร้าง จึงเห็นควรได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วน ซึ่งการช่วยเหลือดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้ด้อยโอกาสมีที่พักอาศัยและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป


นที มีเดช รายงาน

เหล่ากาชาด จ.ลำพูน จัดโครงการพัฒนาศักยภาพสมาชิกเหล่ากาชาด และกิ่งกาชาดอำเภอ จังหวัดลำพูน ประจำปี 2568

เหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน จัดโครงการพัฒนาศักยภาพสมาชิกเหล่ากาชาด และกิ่งกาชาดอำเภอ จังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 เทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 70 พรรษา นารีรัตนา 49 ปี องค์อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย

วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมแกรนด์ ปา แอนด์ รีสอร์ท ลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพสมาชิกเหล่ากาชาด และกิ่งกาชาดอำเภอ จังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 เทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี 70 พรรษา นารีรัตนา 49 ปี องค์อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย โดยมีนางศลิษา ภิรมย์รัตน์ อดีตนายกเหล่ากาชาดจังหวัด 4 จังหวัด (แพร่ ลำพูน ตาก และอุบลราชธานี) นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน กิ่งกาชาดอำเภอ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นางสายธาร ประสงค์ความดี รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน กล่าวว่า เหล่ากาชาดจังหวัดลำพูนเป็นตัวแทนของสภากาชาดไทยในจังหวัดลำพูน มีภารกิจในการบรรเทาทุกข์ แก่ผู้ประสบ สาธารณภัยให้การสังคมสงเคราะห์แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและผู้ด้อยโอกาส รับบริจาคโลหิต ดวงตา และอวัยวะ ส่งเสริมสุขภาพอนามัย พัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนส่งเสริมและเผยแพร่อุดมการณ์และหลักการกาชาด โดยปฏิบัติงาน ร่วมกับกิ่งกาชาดอำเภอในพื้นที่จังหวัดลำพูน

ทั้งนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน ได้จัด “โครงการพัฒนา ศักยภาพสมาชิกเหล่ากาชาดและกิ่งกาชาดอำเภอจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 เทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี 70 พรรษา นารีรัตนา 49 ปี องค์อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย” โดยเชิญคณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน คณะกรรมการและสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอทุกอำเภอ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมกว่า 120 คน เข้าร่วมการอบรมฯ เพื่อพัฒนาบุคลากรของเหล่ากาชาดจังหวัด และกิ่งกาชาดอำเภอ โดยมีเนื้อหาการอบรม อาทิ การจัดหาดวงตาและอวัยวะ การทบทวนภารกิจและขับเคลื่อนงานกาชาด การเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และระดมความคิด เพื่อพัฒนาการทำงานของเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอ

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า เหล่ากาชาดจังหวัดลำพูนได้ขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบาย ของสภากาชาดไทยอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดกิจกรรมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ผู้ด้อยโอกาสและผู้ประสบสาธารณภัย การรับบริจาคโลหิต การขับเคลื่อนการสังคมสงเคราะห์ และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวจังหวัดลำพูน ซึ่งได้รับความร่วมมือ จากสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน และสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอเป็นอย่างดี

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ มุ่งเน้นสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของเหล่ากาชาด และเพิ่มศักยภาพการขับเคลื่อนภารกิจของสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด และกิ่งกาชาดอำเภอ เพื่อให้สามารถบูรณาการ ความร่วมมือและปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การบรรยาย เรื่องการจัดหาดวงตา และอวัยวะ โดยวิทยากรจากพยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลลำพูน เลขาศูนย์รับบริจาคดวงตาและอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายอวัยวะ สภากาชาดไทย, การบรรยาย เรื่องการทบทวนภารกิจและเคล็ดลับการทำงานให้ประสบความสำเร็จ ของเหล่ากาชาดจังหวัด และกิ่งกาชาดอำเภอ โดยนางศลิษา ภิรมย์รัตน์ อดีตนายกเหล่ากาชาดจังหวัด 4 จังหวัด (แพร่ ลำพูน ตาก และอุบล ราชธานี), การ แบ่งกลุ่ม (6 กลุ่ม) ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติ ภารกิจของสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด และกิ่งกาชาดอำเภอ โดยให้ตัวแทนกลุ่ม นำเสนอการระดมความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะ จากวิทยากร โดยนางศลิษา ภิรมย์รัตน์ อดีตนายกเหล่ากาชาดจังหวัด 4 จังหวัด (แพร่ ลำพูน ตาก และอุบลราชธานี), การบรรยายเรื่อง การเสริมสร้างบุคลิกภาพในการปฏิบัติงานของสมาชิกเหล่ากาชาด โดยนางศลิษา ภิรมย์รัตน์ อดีตนายกเหล่ากาชาดจังหวัด 4 จังหวัด (แพร่ ลำพูน ตาก และอุบลราชธานี) จากนั้น เวลา 15.45 น. นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.สุโขทัย ร่วมช่วยเหลืออพยพประชาชนออกจากพื้นที่อุทกภัย ท่ามกระแสน้ำไหลแรง

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย พร้อมชุดบรรเทาสาธารณ ภัยและจิตอาสาภัยพิบัติ มณฑลทหารบกที่ 39 และกองพันทหารเสนารักษ์ที่ 23 ร่วมให้ความช่วยเหลือในการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่อุทกภัย ท่ามกระแสน้ำไหลแรง

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 มอบหมายให้ กองพันทหารเสนารักษ์ที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ ร่วมให้ความช่วยเหลือประชาชนบรรจุกระสอบทรายเพื่อเสริมแนวผนังกั้นน้ำ ในพื้นที่ประสบภัย เนื่องจากน้ำแม่น้ำยมน้ำล้นทะลักแนวพนังกั้นน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ชุมชนวัดคูหาสุวรรณ หมู่ที่ 1 ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย

จากนั้น กำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยและจิตอาสาภัยพิบัติ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 ร่วมให้ความช่วยเหลือในการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่อุทกภัย ไปในพื้น ที่ปลอดภัย เนื่องจากน้ำแม่น้ำยมน้ำล้นทะลักแนวพนังกั้นน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ชุมชนวัดคูหาสุวรรณ หมู่ที่ 1 ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย

ต่อจากงานเมื่อ เวลา 11.00 น. พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย ฝ่ายทหาร จัดชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ มณฑลทหารบกที่ 39 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย ร่วมให้ความช่วยเหลือในการอพยพประชา ชนออกจากพื้นที่อุทกภัย ชุมชนวัดคูหาสุวรรณ หมู่ที่ 1 ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จัง หวัดสุโขทัย เพื่อย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย เนื่องจากสถานการณ์น้ำแม่น้ำยมล้นทะลักแนวพนังกั้นน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน

ส่วนที่ ชุมชนวังหิน ซอยดำริพัฒนา (หลังโรงเบียร์) ตำบลธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย ฝ่ายทหาร นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ ปลัดจังหวัดสุโขทัย นายทองพูน เทียมแสน ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสุโขทัย นายสมพงค์ ชมชัย นายอำเภอเมืองสุโขทัย นางพัฒสอน ดอนพิมพา นายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัยธานี หัวหน้าส่วนราชการและผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ตรวจสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง พร้อมเร่งประสานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ ล่าสุดสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยและคณะ ร่วมประชุมสรุปสถานการณ์อุทกภัย ณ ห้องประชุมสำนักงานชลประทานสุโขทัย โดยนายชวนินทร์ สุภาษา ผู้อำนวยการโครงการชล ประทานสุโขทัย นายพล เชื้อทหาร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย ร่วมประชุม ได้มีการสรุปเหตุการณ์อุทกภัยตั้งแต่ช่วงเช้า พร้อมหารือร่วมกันถึงปัญ หาและแนวทางแก้ไข ตามที่เกิดเหตุอุทกภัยที่ตำบลวังใหญ่ ตำบลวังทอง อำเภอศรีสำโรง และอำเภอเมืองสุโขทัย บริเวณหมู่ที่ 1 ตำบลปากแคว, ชุมชนวัดคูหาสุวรรณ, ชุมชนพระแม่ย่า, หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด และหมู่ 11 ต.คลองยาง อำเภอสวรรคโลก ซึ่งจังหวัดได้ระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วนเข้าให้การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาสถานการณ์ โดยคืนนี้ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องในทุกจุดเสี่ยง คาดการณ์ว่า ในวันนี้ 27 กรกฎาคม 2568) มวลน้ำอีกระลอกจะมาถึงจังหวัดสุโขทัยในเวลาประมาณ 12.00 น. ย้ำให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากราชการอย่างใกล้ชิดจะมีการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเมื่อเวลา 12:41 น. เจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยกู้ภัย พร้อม ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสุโข ทัย ได้พบผนังริมยม ถนนพระเเม่ย่า อำเภอเมืองสุโขทัย พบจุดแตกหน้าจวนผู้ว่าราชการ จัง หวัดสุโขทัย

นอกจากนี้ น้ำแม่น้ำยมน้ำล้นทะลักแนวพนังกั้นน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ชุมชนวัดคูหาสุวรรณ หมู่ที่ 1 ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย บริเวณจุดนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณ ภัย และจิตอาสาภัยพิบัติมณฑลทหารบกที่ 39 พร้อมหน่วยกู้ภัย ร่วมเข้าช่วยเหลือในการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่อุทกภัย ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลแรง แถบต้านทานไม่ไหว

นอกจากนี้ในพื้นที่อำเภอศรีสำโรง บริเวณหมู่ที่ 5 ตำบลวัดเกาะ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโข ทัย บริเวณตรงจุดออกกำลังกาย มีน้ำผุดขึ้นมา ฝ่ายปกครองอำเภอศรีสำโรง นำกระสอบทรายทำการปิดรูน้ำ เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมเขตพื้นที่ชุมชน

ขณะที่ นายวัจน์พล ศรชัย นายกเทศมนตรีตำบลศรีสำโรง พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่กองช่าง เทศบาลตำบลศรีสำโรง ดำเนินการวางบิ๊กแบ็คทำเป็นแนวป้องกันน้ำยมล้นตลิ่ง บริเวณคอสะพานพัฒนาภาคเหนือ 6 อำเภอศรีสำโรง เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่เขตตลาดศรีสำโรง

ด้าน นายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย นายอำเภอสวรรคโลก ผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุโขทัย ตำรวจจิตอาสาภัยพิบัติ และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และร่วมมอบน้ำดื่ม ข้าวกล่องจากวัดพลายชุมพล ณ หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 5 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองยาง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย จำนวน 6 ครัวเรือน มีจำนวนประชาชนอาศัยจำนวนรวม 20 คน

และ นางสาวกรรณิกา ดาดาษ นายกเทศมนตรีตำบลป่ากุมเกาะอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล ผู้ใหญ่บ้านพระสงฆ์ และประชาชนในพื้นที่ หมู่ 4, 5, 14 ช่วยกันตั้งแนวกระสอบทรายป้องกันแม่น้ำยมล้นตลิ่ง เนื่องจากประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมาก จากอิทธิพลของพายุ “วิภา” โดยเฉพาะภาคเหนือบริเวณต้นแม่น้ำยม ทำให้น้ำสาขาไหลลงสู่แม่น้ำยมในปริมาณมากทำให้แม่น้ำยมสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลให้น้ำล้นตลิ่ง คันดินพังทลายหลายจุดแต่ก้อได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ของเทศบาลป่ากุมเกาะนำทรายมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและพี่น้องประชาชนช่วยกันใส่ทรายนำกระสอบทรายไปปิดกั้นป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน และเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น้ำล้นกระสอบ หมู่ 4 และ 9 แล้ว

ตนจึงแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำยมป่ากุมเกาะทั้ง 2 ฝั่งน้ำ มี หมู่ 1 ,2 ,3, 4, 9 (ฝั่งขวา)และ หมู่ 6, 14, 5, 13 ((ฝั่งซ้าย) และในจุดเสี่ยงที่เคยถูกน้ำท่วมที่ผ่านมา เฝ้าระวัง เก็บของอุปกรณ์เครื่องใช้และรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งคาดการณ์ปริมาณน้ำวิกฤตจะถึงตำบลป่ากุมเกาะ ในบ่ายวันนี้ เนื่องจากปริมารน้ำแม่น้ำยมทางจังหวัดแพร่ยังไหลลงมาสมทบอีกระลอก ตำบลป่ากุมเกาะเป็นหมู่บ้านที่อยู่เหนือประตูน้ำหาดสะพานจันทร์ประกอบกับมีการปิดประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ เพื่อป้องกันน้ำไหลสู่พื้นที่ด้านล่างมากจนวิกฤต ทำให้ตำบลป่ากุมเกาะ ซึ่งเป็นพื้นที่เหนือประตูระบายน้ำถูกน้ำไหลล้นตลิ่งแม่น้ำยม ประกอบกับบริเวณหมู่ 4 แนวกระสอบทรายที่วางไว้ริมแม่น้ำยมเกิดการพังทลาย ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน และถ้าปริมาณน้ำที่กำลังมาในบ่ายวันนี้มีจำนวนมากก็อาจจะไหลท่วมพื้นที่เกษตรกรกว่า 1000 ไร่