ชวน ชิม ช๊อป ในงาน “Green Local Market ตลาดสินค้าเกษตรดี วิถีชุมชน” ณ ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ กรุงเทพฯ

ชวน ชิม ช๊อป ในงาน “Green Local Market ตลาดสินค้าเกษตรดี วิถีชุมชน” ณ ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ กรุงเทพฯ

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ประกอบด้วย จังหวัดอุทัยธานี, พิจิตร, กำแพงเพชร, นคร สวรรค์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุทัยธานี จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร เกษตรปลอดภัย สินค้า GCG และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และการเจรจาจับคู่ธุรกิจการค้า (Business Matching) ในรูปแบบ Online และ Offline ภายใต้ชื่องาน “Green Local Market ตลาดสินค้าเกษตรดี วิถีชุมชน”

นายศรณ์จักร์ชัย ชูวาพิทักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ประธานในพิธีเปิดงานกล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ได้ให้ความสำคัญต่อนโยบายของรัฐบาลในการสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการตั้งแต่ระดับฐานราก และส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรเกษตรปลอดภัย เกษตรแปรรูป สินค้า BCG และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เชื่อมโยงการตลาดให้ชุมชนมีแหล่งจำหน่ายสินค้า และขยายช่องทางการตลาด ให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น และเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้รับรู้ว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรแปรรูป สินค้า BCG และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็ง มีมาตรฐานในการผลิตและจำหน่ายสินค้า

งานในวันนี้ ถือเป็นการร่วมบูรณาการทั้งภาคเอกชนและภาคราชการ ที่ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการผลิตสินค้าและผู้บริโภค มีสินค้ามาจำหน่ายรวมจำนวน 80 ร้านค้า ล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าที่ได้รับคุณภาพมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค จึงเป็นโอกาสอันดีของพี่น้องประชาชนกรุงเทพมหานคร และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง จะได้เลือกซื้อสินค้าที่ดีมีคุณภาพจากเกษตรกรผู้ผลิต และผู้ประกอบการโดยตรง

นาง ศรนภา ศรีประทุม พาณิชย์จังหวัดอุทัยธานี ในนามของผู้ดำเนินการจัดงานกล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรตามแผนปฏิบัติราชการของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมการตลาดภายใน และภายนอกประเทศ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตร เกษตรปลอดภัย เกษตรแปรรูป สินค้า BCG และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ให้เป็นที่รับรู้และเป็นที่ยอมรับ   เพื่อสร้างรายได้ ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับเกษตรกรผู้ผลิตผู้ประกอบการได้อย่างยั่งยืนสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจตามประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด ที่ 1 พัฒนาภาคการเกษตรด้วยแนวทางเกษตรสมัยใหม่ในการยกระดับระบบการผลิตภาคการเกษตรสู่เกษตรอัจฉริยะและเกษตรปลอดภัยเพื่อสร้างสินค้าเกษตรมูลค่าสูง และมีศักยภาพทางการแข่งขัน   และยุทธ ศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยการนำสินค้าในภาคการผลิตออกจำหน่ายในตลาด ให้ความสำคัญกับห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ส่งเสริมกิจกรรมตั้งแต่ตันน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน

ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเที่ยว ชิม ช๊อป ได้ในงาน “Green Local Market ตลาดสินค้าเกษตรดี วิถีชุมชน” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–27 กรกฏาคม 2568 รวม 5 วัน ณ ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. นำนวัตกรรมสนับสนุนภารกิจ กองทัพภาคที่ 2 เพื่อช่วยเหลือทหารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน

วช. นำนวัตกรรมสนับสนุนภารกิจ กองทัพภาคที่ 2 เพื่อช่วยเหลือทหารและประชา ชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน

วันที่ 27 กรกฎาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับคณะนักประดิษฐ์นักวิจัย จากสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ,มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ แก่กองทัพภาคที่ 2 นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหาร (วช.) โดยมี พลตรีนรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2 รับมอบนวัตกรรม ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า (วช.) ให้ความสำคัญกับการนำงานวิจัยและนวัตกรรม ร่วมใช้ประโยชน์ในทุกสถานการณ์เร่งด่วนของประเทศ โดยขณะนี้ กองทัพภาคที่ 2 มีภารกิจสำคัญในการดูแลสถานการณ์ชายแดน และผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทั้งทหารและประชาชน ดังนั้น การส่งมอบนวัตกรรมที่ช่วยสนับสนุนภารกิจกองทัพภาคที่ 2 จึงเป็นความมุ่งมั่นนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยมาใช้ประโยชน์ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ในการนี้ ผลงานนวัตกรรมภายใต้การสนับสนุนของ (วช.) ที่ได้นำมาส่งมอบเพื่อสนับสนุนภารกิจแก่กองทัพภาคที่ 2 ได้แก่

  1. โดรนสำรวจระบุตำแหน่งระยะไกล โดย สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ
  2. บล็อกผนังจากนวัตกรรมสีเขียว โดย ผศ.ดร.เวชสวรรค์ หล่ากาศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
  3. เท้าเทียมไดนามิก “sPace” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

(วช.) มีความมุ่งหวังว่า เมื่อสถานการณ์ของประเทศอยู่ในเหตุภัยพิบัติหรือภาวะวิกฤต งานวิจัยและนวัตกรรมจะสามารถเป็นส่วนสำคัญ ในการสนับสนุน บรรเทา และฟื้นฟูได้อย่างเร่งด่วนในทุกภาวะการณ์ พร้อมมุ่งมั่นการนำงานวิจัยและนวัตกรรม นำไปสู่การใช้ประโยชน์ในทุกมิติ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ททท.ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมทำบุญ ห่มผ้า “หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่” ครั้งที่ 12 วัดห้วยมงคล ประจวบคีรีขันธ์ 8-9 สค. 2568

ททท. ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมทำบุญ ห่มผ้า “หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่” ครั้งที่ 12 วัดห้วยมงคล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 8-9 สิงหาคม 2568

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชน ร่วมกิจกรรม “ตัดเคราะห์ต่อชะตาพรมน้ำมนต์พลังศรัทธาห่มผ้าหลวงปู่ทวด ณ วัดห้วยมงคล ครั้งที่ 12” ระหว่างวันที่ 8-9 สิงหาคม 2568 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเพิ่มวันพักค้างในการเดินทาง เป็นการกระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น

นางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการ (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง กล่าวว่า (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเดินทางท่องเที่ยวสายศรัทธา ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สอดแทรกอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีความสำคัญทางศาสนา วัฒนธรรม หรือความเชื่อ เพื่อเสริมสิริมงคล เสริมดวงชะตา สร้างกำลังใจให้ตัวเอง และประกอบกับช่วงเดือนสิงหาคม 2568 เป็นช่วงที่ตรงกับวันหยุดยาว วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “วันแม่แห่งชาติ” นักท่องเที่ยวต้องการท่องเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัว การได้ท่องเที่ยวและได้ทำบุญไปด้วยจะเป็นอีกทางเลือกสำคัญของนักท่องเที่ยว (ททท.) จึงได้กำหนดจัดกิจกรรมตัดเคราะห์ต่อชะตาพรมน้ำมนต์พลังศรัทธาห่มผ้าหลวงปู่ทวด ณ วัดห้วยมงคล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 8-9 สิงหาคม 2568 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวและเพิ่มวันพักค้างในการเดินทาง และยังเป็นการกระจายรายได้สู่ประชาชนในท้องถิ่น

โดยกิจกรรมหลัก ในวันที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 18.00–20.00 น. พิธีสวดตัดเคราะห์ต่อชะตาบริเวณลานหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ และในวันที่ 9 สิงหาคม 2568 เวลา 18.00–20.30 น. คณะสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ นักท่องเที่ยวและประชาชนทุกคนร่วมบุญห่มจีวรสีพระราชทาน ความยาว 247 เมตร เดินเวียนทักษิณาขึ้นห่มหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เดินทางไปร่วมงาน สามารถลงทะเบียนรับหลวงปู่ทวดหลังเตารีดที่ผ่านการปลุกเสกจากวัดวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร จังหวัดกรุงเทพมหานคร มีชื่อเสียงด้าน“คุ้มครอง ป้องกันภัย เสริมบารมี เมตตามหานิยม” และวัดวัดราชประดิษฐาน (วัดพะโคะ) อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เป็นสถานที่ต้นกำเนิดพุทธคุณของ “หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” เป็นสถานที่ที่หลวงปู่ทวดเคยจำพรรษาและบำเพ็ญเพียร การปลุกเสกที่วัดพะโคะจึงเปรียบเสมือนการ “เชิญดวงจิตแห่งหลวงปู่ทวด” มาสถิตในองค์พระโดยตรงให้ผลในด้าน “คุ้มครอง ปลอดภัย เมตตา และแคล้วคลาด” เพื่อเป็นการเสริมพลังใจแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนที่มีจิตศรัทธา

สำหรับการรับ “หลวงปู่ทวดหลังเตารีด” ทาง (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง จะทำการแจกให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เข้าร่วมงานในวันที่ 8–9 สิงหาคม 2568 วันละ 500 องค์ โดยจะเปิดรับลงทะเบียนในเวลา 18.00 น. นักท่องเที่ยวและประชาชนที่เข้าร่วมงานเพียงแจ้งชื่อ-นามสกุล ตรงจุดลงทะเบียนเพื่อรับริสต์แบนด์ (จำกัดท่านละ 1 ชิ้น) และอยู่ร่วมกิจกรรมจนจบพิธี จากนั้นนำริสต์แบนด์มาคืนต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับ “หลวงปู่ทวดหลังเตารีด” (1 ริสต์แบนด์ ต่อ 1 องค์) นอกจากนี้ภายในงานมีโรงทานอาหารและเครื่องดื่มสำหรับแจกจ่ายให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่ร่วมงานวันละ 1,000 ชุด

(ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทุกท่านที่มีจิตศรัทธา ร่วมพิธีมหากุศล “ห่มผ้าหลวงปู่ทวด ครั้งที่ 12” ณ วัดห้วยมงคล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สร้างความสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว และคาดว่ากิจกรรมดังกล่าวจะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพิ่มวันพักค้างในการเดินทาง กระจายรายได้สู่ประชาชนในท้องถิ่น และคนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“บิ๊กอ้อ” นำคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจในสังกัด กก.ตชด.21 ในพื้นที่เสี่ยงภัยจากการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา

“บิ๊กอ้อ” พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษตร. นำคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจในสังกัด กก.ตชด.21 ในพื้นที่เสี่ยงภัยจากการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา

วันที่ 27 ก.ค.2568 เวลา 12.30 น. ณ กก.ตชด.21 ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ : พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./ผอ. ศนรด.ตร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศราวุธ สวัสดิชัย รอง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี/หน.สง.ฯ และคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจในสังกัด กก.ตชด.21 ในพื้นที่เสี่ยงภัยจากการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา

โดยมี พ.ต.อ.จักริน อุ่นดี ผกก.ตชด.21, พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ พรมจันทร์ รองผกก.ตชด.21, พ.ต.ท.อัครพนธ์ เนียมสุวรรณ รอง ผกก.ตชด.21, พ.ต.ท.หญิงดรุณี มีสวัสดิ์ รอง ผกก. ตชด. 21 พร้อมด้วย สว.กก.ตชด.21,ผบ.ร้อย ตชด.211–213 และข้าราชการตำรวจในสังกัด กก. ตชด.21 ให้การต้อนรับ ในการนี้ ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์การสู้รบระหว่างประเทศ ไทยกับประเทศกัมพูชา สอบถามชีวิตความเป็นอยู่ของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าแนวการปะทะ ปัญหาอุปสรรคและข้อขัดข้องของหน่วย

จากนั้นได้มอบเงินสด จำนวน 20,000 บาท และสิ่งของบำรุงขวัญประกอบด้วย
1.น้ำดื่ม จำนวน 1,500 แพ็ค
2.ข้าวสารถุงละ 15 กิโลกรัม จำนวน 50 ถุง
3.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จำนวน 30 ลัง
4.ปลากระป๋อง จำนวน 100 แพ็ค (10 ลัง)
5.นมกล่อง จำนวน 90 ลัง
6.แป้งโรยเท้าโยคี จำนวน 40 แพ็ค (240 กระปุก)
7.ขนมอบกรอบ จำนวน 6 ลัง
8.พัดลมตั้งพื้น จำนวน 40 ตัว
9.ผ้าอนามัย จำนวน 20 แพ็ค
10.ยาดม จำนวน 20 แพ็ค
11.ของใช้ส่วนตัว อาทิ สบู่ก้อนเล็ก ยาสีฟัน และยากันยุงอีกจำนวนหลายรายการ

มอบให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัด กก.ตชด.21 ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ดูความสงบเรียบร้อย และปกป้องอธิปไตยของชาติต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช.นำเสนอ “ธนาคารปูม้า” เข้าชิงรางวัลเลิศรัฐ สำนักงาน ก.พ.ร. พร้อมสร้างการบริหารแบบมีส่วนร่วมและความยั่งยืนให้ชุมชน “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย”

วช. นำเสนอ “ธนาคารปูม้า” เข้าชิงรางวัลเลิศรัฐ สำนักงาน ก.พ.ร. พร้อมสร้างการบริหารแบบมีส่วนร่วมและความยั่งยืนให้ชุมชน “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย”

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ลงพื้นที่ โครงการขยายผลธนาคารปูม้าเพื่อ “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” ณ ศูนย์เรียนรู้ธนาคารปูม้าและประมงชายฝั่งบ้านในถุ้ง อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อร่วมต้อนรับและรับการตรวจประเมิน ณ พื้นที่ปฎิบัติงาน จากคณะกรรมการตรวจประเมินรางวัลเลิศรัฐ สำนักงาน ก.พ.ร.

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามผลงานเพื่อรับการตรวจประเมินรางวัลเลิศรัฐ สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทสัมฤทธิ์ผลประชาชนมีส่วนร่วม ผลงานการขยายผลธนาคารปูม้าเพื่อ “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย”

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวถึงความมุ่งมั่นและความสำเร็จของโครงการธนาคารปูม้า ว่า (วช.) มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ผลงานภายใต้โครงการขยายผลธนาคารปูม้า “เพื่อคืนปูม้าสู่ทะเลไทย” ได้เข้ารับการประเมินเพื่อพิจารณารางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568 ในการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม โครงการธนาคารปูม้านี้เริ่มต้นจากงานวิจัยสู่การขยายผลในเชิงพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรปูม้าให้กลับคืนสู่ทะเลอย่างยั่งยืน ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชาวประมงชายฝั่ง ชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐ และนักวิจัย โดย (วช.) ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลางในการใช้กลไกการวิจัยและนวัตกรรมในหลากหลายมิติ” ที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ นำองค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติ ส่งเสริมการปล่อยแม่ปูไข่นอกกระดอง ซึ่งจะเห็นพลังของชุมชนที่ร่วมแรงร่วมใจกันอนุรักษ์และเห็นประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับท้องถิ่น การต่อยอดขยายผลให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันก็ยังส่งผลต่อระบบนิเวศชายฝั่งของประเทศไทยในภาพรวม

รศ.ดร.วาริท เจาะจิตต์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และผศ.ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี หัวหน้าโครงการธนาคารปูม้าในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี ได้ร่วมกล่าวให้ข้อมูลว่า โครงการธนาคารปูม้าของชุมชนบ้านในถุ้ง มีความมุ่งมั่นที่ร่วมบริหารแบบมีส่วนร่วม ในการพัฒนาทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่ โดยได้รับการสนับสนุนจาก (วช.) การเกิดขึ้นและความสำเร็จของโครงการธนาคารปูม้าเป็นผลจากความร่วมมือและความตั้งใจในการฟื้นฟูทรัพยากรในพื้นที่ ในการดำเนินโครงการธนาคารปูม้าในพื้นที่ ณ ศูนย์เรียนรู้ธนาคารปูม้าและประมงชายฝั่งบ้านในถุ้ง อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ทำให้โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล แต่ยังสามารถเชื่อมโยงกับมิติของการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการสนับสนุนการศึกษาและวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่ช่วยเสริมสร้างข้อมูลในการส่งออกปูม้าอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจและการจัดการทรัพยากรในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยผู้เข้าร่วมการประเมินโครงการธนาคารปูม้าจากในพื้นที่ ประกอบด้วย รศ.ดร.วาริท เจาะจิตต์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผศ.ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นายกอบศักดิ์ เกตุเหมือน ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช นายพศิน กาญจนะ ปลัดอาวุโส อำเภอท่าศาลา นายอภินันท์ เชาวลิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าศาลา นายอยุทธ์ เชาวลิต นายกเทศมนตรีตำบลท่าศาลา นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย นายเจริญ โต๊ะอิแต (บังมุ) นายกสมาคมประมงพื้นบ้านในถุ้ง นายธนวัฒน์ มีศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านในถุ้ง และนายวิรชัช เจ๊ะเหล็ม ตัวแทนประมงชาวบ้าน เข้าร่วมกิจกรรม

นอกจากนี้ ศูนย์เรียนรู้ธนาคารปูม้าในพื้นที่ต่างๆ ที่เข้าร่วมการประชุมพร้อมกัน ผ่านระบบ Zoom ประกอบด้วย ศูนย์เรียนรู้ธนาคารสัตว์ทะเลเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ศูนย์เรียนรู้ธนาคารปูม้าบ้านปากคลอง จังหวัดตรัง ธนาคารปูม้าบ้านน้ำเชี่ยว จังหวัดตราด และธนาคารปูม้าบ้านท้องโตนด จังหวัดชุมพร

โครงการธนาคารปูม้า ได้ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยังสนับสนุนการวิจัยด้านการจัดการทรัพยากรทางทะเล การศึกษา และการส่งออกปูม้าอย่างยั่งยืน ทั้งยังสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ผ่านการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมที่เหมาะสม

การดำเนินงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ นักวิจัย และประชาชน ที่สามารถผลักดันแนวทางการอนุรักษ์สู่ความยั่งยืน และยังเป็นต้นแบบให้แก่ชุมชนชายฝั่งอื่นๆ ในประเทศไทยต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง รวมพลัง ! จัดทีมเจ้าหน้าที่-อาสาสมัคร เร่งแพ็กถุงยังชีพฉุกเฉินช่วยเหลือชาวน่านในพื้นที่น้ำท่วม

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมพลัง ! จัดทีมเจ้าหน้าที่-อาสาสมัคร เร่งแพ็กถุงยังชีพฉุกเฉิน ณ ลานสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย ส่งออกเสริมทัพทีมบรรเทาสาธารณภัย ป่อเต็กตึ๊ง ที่กำลังลุยช่วยเหลือชาวน่านในพื้นที่น้ำท่วมในขณะนี้

ตามที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุวิภา เป็นเหตุให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดวิกฤตน้ำท่วมหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดน่าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และเสียหายเป็นจำนวนมาก บ่ายวานนี้ (วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2568) นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบหมายให้นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย นำโดย นายวรพจน์ จรัสเศรษฐสิริ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ นำทีมกู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร พร้อมเรือท้องแบน อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า รถยกสูง 4×4 รถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ เสื้อชูชีพ น้ำดื่ม ชุดยาสามัญประจำบ้าน อาหารสุนัขและแมว เร่งลงพื้นที่จังหวัดน่าน ให้ความช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในทันที

โดยมูลนิธิฯ ได้เดินทางถึงจังหวัดน่านเวลาประมาณ 01.30 น. และเร่งดำเนินการจัดตั้งกองอำนวยการและโรงครัวประกอบอาหารปรุงสุก ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน พร้อมจัดทีมปฏิบัติการเร่งให้ความช่วยเหลือในทันที โดยเร่งอพยพประชาชน ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ผู้ป่วย และสัตว์เลี้ยง ออกนอกพื้นที่ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมี หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ และในขณะนี้ มูลนิธิฯ ยังคงให้ความช่วยเหลือ และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป

และเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2568 นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ นำทีมเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และจิตอาสา “รวมพลัง ส่งต่อธารน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม” เร่งบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภค รวมทั้งสิ่งของที่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค อาทิ อาหารสำเร็จรูป, ไฟฉาย, ผ้าอนามัย, ถุงขยะดำ, ทิชชู่เปียก, ทิชชูแห้ง, สบู่เหลว, ยากันยุง, แปรงสีฟัน, ยาสีฟัน, ชุดยาสามัญประจำบ้าน บรรจุถุงมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดเป็น “ถุงยังชีพฉุกเฉิน” กว่าหนึ่งพันชุด และข้าวสารอีกจำนวนหนึ่ง นำส่งสมทบให้ทีมบรรเทาสาธารณภัยนำออกแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ ณ บริเวณลานสำนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่มีความประสงค์จะบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หรือติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือ ติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ทางรอดภาคอุตสาหกรรมไทย : ต้องปฏิรูปพลังงานสะอาด ดึงดูดการลงทุนให้ทันท่วงที

ทางรอดภาคอุตสาหกรรมไทย : ต้องปฏิรูปพลังงานสะอาด ดึงดูดการลงทุนให้ทันท่วงที

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 08:30 น. ถึง 13:30 น. ณ ห้องแพลตตินั่มชั้น2 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ถนนเพลินจิต กรุงเทพฯ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน สมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย(RE100) กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้า มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษา “เมื่อรัฐช้า ทางรอดของภาคอุตสาหกรรมในวันที่ไฟสะอาดไม่เพียงพอ” (สายส่งไฟฟ้าพลังงานสะอาดในพื้นที่ EEC)  
ทีมนโยบายพลังงาน นำโดย ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการ และนายชาคร เลิศนิทัศน์ นักวิจัยอาวุโส ทีดีอาร์ไอ

โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานคณะกรรมการมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน, นที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.),คุณวีระเดช เตชะไพบูลย์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (อาร์อี100),คุณอาทิตย์ เวชกิจ นายกสมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (อาร์อี100),คุณพรอรัญ สุวรรณพลาย อุปนายกสมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (อาร์อี100) พร้อมคณะกรรมการ ร่วมการสัมมนาในครั้งนี้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ช่องบกสู้ศึกจิตอาสา

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ร้านอาหารเซามีแฮง อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี โดย คุณศยามล กาญจนพัฒน์ และ นายศักดา กาญจนพัตน์ ได้ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา เปิดโรงครัวช่วยเหลือพี่น้องประชาชน,ตำรวจ และทหาร ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ละแวกช่องบก จ.อุบลราชธานี โดยได้รับกาสนับสนุนจากภาคเอกชน คณะผู้บริหาร และพนักงานบริษัท TPBI (จำกัดมหาชน) จ.ระยอง

TPBI PUBLIC COMPANY LIMITED.
https://www.tpbigroup.com ผู้นำด้านการผลิตและส่งออกบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรระดับสากล ในประเทศไทย

ช่องบก

เซามีแฮงนาจะหลวย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

จังหวัดแพร่ จัดงาน “Phrae Trade Fair 2025” ครั้งที่ 3 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

จังหวัดแพร่ จัดงาน “Phrae Trade Fair 2025” ครั้งที่ 3 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

จังหวัดแพร่ มีผลิตภัณฑ์เด่นที่สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ได้แก่ ผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ เกษตรแปรรูป และผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น ผลิตภัณฑ์จากไม้สัก ผ้าทอ ผ้าหม้อห้อม สุรากลั่นชุมชน ฯลฯ ซึ่งได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ส่งผลให้ช่องทางการตลาดและยอดการจำหน่ายลดลง เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุน เสริมสร้าง ความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร/กลุ่มเกษตรกร/สถาบันเกษตรกร/ ผู้ประกอบการ SMEs/OTOP ของจังหวัดแพร่ ควรดำเนินการเชื่อมโยงตลาด และขยายช่องทางการจำหน่าย เพื่อรองรับผลผลิตสินค้าและบริการให้เกษตรกร/กลุ่มเกษตรกร/สถาบันเกษตรกร/ผู้ประกอบการ SMEs/OTOP ของจังหวัดแพร่ ได้อย่าง “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ตามนโยบายของรัฐบาล

จังหวัดแพร่ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่ จึงได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการและสินค้า อัตลักษณ์แพร่สู่ตลาดยุคใหม่ ภายใต้โครงการส่งเสริมและสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์จากอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ตลาดยุคใหม่ (Local wisdom to global) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ภายใต้ชื่องาน “Phrae Trade Fair 2025” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ สินค้าดี สินค้าเด่นและสินค้าอัตลักษณ์ของจังหวัดแพร่ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ สร้างโอกาสทางการค้า ขยายช่องทางการตลาด/ช่องทางการจำหน่าย รวมถึงการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพให้กับเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกร/สถาบันเกษตรกร/ผู้ประกอบการ/SMEs/OTOP สินค้าและบริการของจังหวัดแพร่ ให้มีความเข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยมีกิจกรรมในโครงการ ดังนี้

  • กิจกรรมการจำหน่ายสินค้าภายในงานแสดงและจำหน่ายสินค้าที่จัดขึ้นภายในประเทศ
  • Phrae Trade Fair 2025 @ บ้านและสวนแฟร์ Select 2025 วันที่ 22-30 มีนาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา กรุงเทพมหานคร
  • กิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าประกอบด้วย ในพื้นที่ต่างจังหวัด 3 ครั้ง
  • Phrae Trade Fair 2025 ครั้งที่ 1 วันที่ 28 พฤษภาคม -1 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุดร อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
  • Phrae Trade Fair 2025 ครั้งที่ 2 วันที่ 19-23 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
  • Phrae Trade Fair 2025 ครั้งที่ 3 วันที่ 23 – 27 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

สำหรับการจัดงาน “Phrae Trade Fair 2025” ครั้งที่ 3 นี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–27 กรกฎาคม 2568 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต อ.บางใหญ่ จ.นนท บุรี และในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ได้รับเกียรติจาก ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ (นายคุณากร คชหิรัญ) เป็นประธานพิธีเปิดงาน

ภายในงานพบกับ… สินค้าเด่น จากผู้ประกอบการจากจังหวัดแพร่ กว่า 50 คูหา ช้อป…ชิม สินค้าเกษตรแปรรูป ผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าภูมิปัญญา OTOP / SMEs สินค้า GI สินค้านวัตกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งอาหาร ของใช้ของตกแต่ง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์จากไม้สัก ชม นิทรรศการผลิตภัณฑ์ดี ผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดแพร่ เพลิดเพลินกับการแสดงจากศิลปินและวงดนตรี อาทิ

  • วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 พบศิลปิน “Foolstep GMM Grammy”
  • วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 พบศิลปิน “เชน เดอะสตาร์”
  • วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 พบศิลปิน “Clockwork Motionless GMM Grammy”
  • วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 พบศิลปิน “ไข่มุก รุ่งรัตน์ เดอะวอยซ์”
  • วันที่ 27 กรกฎาคม 2568 พบศิลปิน “Lingrom GMM Grammy”

เมื่อวันที่ 23–24 กรกฎาคม 2568 พบ Influencer “Nursery Channel” มา Live สินค้าภายในงาน พิเศษ!! แจกคูปองเงินสดแลกซื้อสินค้าภายในงานมูลค่า 50 บาท ทุกวัน
ลุ้น!! ซื้อสินค้าในงานครบทุก 300 บาท ลุ้นรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกวัน และวันสุดท้ายลุ้นรางวัลใหญ่ทองคำแท่ง 2 รางวัล

ห้ามพลาด!! 23–27 กรกฎาคม 2568 นี้ ในงาน “Phrae Trade Fair 2025 ครั้งที่ 3” ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

จัดโดย… จังหวัดแพร่ โดย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เทศบาลบ้านกรูด เปิดกิจกรรม “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์” BANKRUT RUNDERLAND 2025

ประจวบคีรีขันธ์ – เทศบาลบ้านกรูด เปิดกิจกรรม “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์” BANKRUT RUNDERLAND 2025

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่บริเวณหน้าชายหาด โรงแรมริมทะเลบ้านกรูด หมู่ที่ 3 ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์” BANKRUT RUNDERLAND 2025

โดยมี นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด นายเอกนิรันดร์ จันทร์งาม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลร่อนทอง น.ส.สมหญิง ปานทอง นายกอบต.ธงชัย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา สมาชิกสภาจังหวัด ( สจ. )เขตอำเภอบางสะพาน สมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านกรูด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมนักวิ่งในพื้นที่อำเภอบางสะพานและใกล้เคียง กว่า 1,500 คน ร่วมกิจกรรม

นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด กล่าวว่า ในนามของเทศบาลตำบลบ้านกรูด รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทุกท่านสู่ กิจกรรม “บ้านกรูดรัน เดอร์แลนด์ 2025” ณ ชายหาดบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน ที่เต็มไปด้วยความสวยงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โครงการกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์ 2025” จัดขึ้นโดยเทศบาลตำบลบ้านกรูด เป็นกิจกรรมที่สนับสนุนการกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว และนันทนาการ มีวัตถุ ประสงค์เพื่อส่งเสริมการตลาด ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ส่งเสริมการออกกำลังกาย อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองการขับเคลื่อนนโยบายจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” โดยได้มีการจัดทำเสื้อ บ้านกรูดรันเดอร์
นด์ 2025 เพื่อเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้การจัดกิจกรรมให้ทุกภาคส่วนได้ทราบอย่างทั่วถึง โดยรายได้จากการจัดกิจกรรม จะนำไปมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรือนโรงเรียนในเขตพื้นที่ตำบลธงชัย และพื้นที่ใกล้เคียง

นอกจากนี้ บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์ 2025 จะกลายเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะเป็นการสนับสนุน และสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในปีต่อๆ ไป หลังเสร็จกิจกรรมวิ่ง นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางมามอบรางวัลกับนักวิ่งผู้ชนะแต่ละรุ่น


ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443