ผบก.ภ.จ.ลพบุรี เป็นประธานพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็นข้าราชการที่ดี และพลังของแผ่นดิน

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.30 น. พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก. ภ. จว. ลพบุรี (ประธานพิธี) พร้อมด้วย รองผบก.ภ.จว.ลพบุรี, ผกก.ฝอ.ภ.จว.ลพบุรี, ผกก.(สอบ สวน)ฯ, ผกก.สส.ภ.จว.ลพบุรี, ผกก.สภ.เมืองลพบุรี, รอง ผกก.ฝอ.ฯ/สว.ฝอ.ภ.จว.ลพบุรี/สว. ศูนย์ 191 ฯ และ ข้าราชตำรวจในสังกัด ภ.จว.ลพบุรี ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดี และพลังของแผ่นดิน ณ บริเวณลานหน้าอาคารที่ทำการ ภ.จว.ลพบุรี

ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี


พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

ภารกิจงานสำคัญประจำวัน ที่ตำรวจภูธรภาค1 ปฎิบัติให้กับหน่วยงาน ประชาชน และ สังคม

ภารกิจงานสำคัญประจำวัน ที่ตำรวจภูธรภาค 1 ปฎิบัติให้กับหน่วยงาน ประชาชนและ สังคม

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ รับผิดชอบงานแถลงข่าว ประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า วันที่ 25 ก.ค. 68 งานประชาสัม พันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 3 เรื่อง คือ

1.) สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘

2.) รัฐบาลเชิญชวนพสกนิกรทุกหมู่เหล่าสวมเสื้อสีเหลือง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘

รัฐบาลจึงขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานความมั่นคง ภาคเอกชนและประชาชน พร้อมใจกันแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองเพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ตั้งแต่ วันจันทร์ที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ถึงวันศุกร์ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๘

3.) กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษา 28กรกฎาคม2568

วันที่ 25 ก.ค. 68 เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1, พล.ต.ท.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. ช่วยราชการ ภ.1, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด และคณะแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 ได้ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568
โดยได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 10 รูป ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ภายหลังเสร็จพิธี ผบช.ภ.1 และคณะ ได้ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม และภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ และได้ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จากนั้น ได้ประกอบพิธีถวายพระพรชัยมงคล พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน และพิธีลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล นำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1

กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ วันเฉลิมพระชนมพรรษา สวมเสื้อสีเหลือง


พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

ผบช.ภ.1 และข้าราชการตำรวจในสังกัด จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตักบาตรทำบุญ ลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

“…พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1และ ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10 ตักบาตรทำบุญ ลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568…”

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ รับผิดชอบงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า วันที่ 25 ก.ค. 68 เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1, พล.ต.ท.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. ช่วยราชการ ภ.1, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช. ภ.1, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด และคณะแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 ได้ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

โดยได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 10 รูป ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ภายหลังเสร็จพิธี ผบช.ภ.1 และคณะ ได้ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม และภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ และได้ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว จากนั้นได้ประกอบพิธีถวายพระพรชัยมงคล พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน และพิธีลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้กราบบังคมทูลถวายพระพรชัย มงคล นำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1


พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

นทท.ผวา !! ไฟไหม้โรงจอดรถ ทำรถยนต์วอด เสียหายหลายคัน

อุทัยธานี – นทท.ผวาเช้ามืดไฟไหม้โรงจอดรถ ทำเอารถยนต์วอด เสียหายหลายคัน

ช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 ก.ค.68 เกิดเหตุเพลิงไหม้ โรงจอดรถของโรงแรมชื่อดัง ที่อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ส่งผลให้รถยนต์ของลูกค้าที่ไปใช้บริการโรงแรมเสียหาย ราว8 คัน ล่าสุด พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดอุทัยธานี พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจ เข้าตรวจสอบรถยนต์จำนวน 8 คัน ที่ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ ในจำนวนนี้ เสียหายเชิงลึกจำนวน 6 คัน ลามไปถึงอีก 2 คัน ที่จอดบริเวณใกล้กัน รวมถึงทรัพย์สินของเจ้าของรถ ที่อยู่ในรถ เสียหายวอดไปกับไฟ

หลังจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ต้นเหตุน่าจะเกิดจากสายไฟฟ้าโรงจอดรถ ของโรงแรมฯ ซึ่งอยู่ห่างจากอาคารที่พักประมาณ 30 เมตร เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ส่งผลให้เกิดประกายไฟลามไปติดสแลนพีวีซี ซึ่งมีใบไม้แห้งปกคลุมอยู่ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี แล้วเกิดไฟลามไหม้หลังคาสะแลนอย่างรวดเร็ว จนลูกไฟหล่นใส่รถยนต์ที่จอดเรียงราย ด้านล่างเกิดไฟไหม้ได้รับความเสียหาย คาดว่าประมาณค่าเสียหายมากกว่า 5 ล้านบาท ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งบริษัทประกันภัยเข้าร่วมตรวจสอบ และเตรียมชดเชยความเสียหายตามหลักเกณฑ์ ต่อไป


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์ และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.00 นาฬิกา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธาน คณะกรรมาธิ การการทหารและความมั่นคงของรัฐ และคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา อัญเชิญแจกันดอกไม้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหน้าพระ บรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

โดยมี ผู้แทนคณะกรรมาธิการทั้ง 2 คณะเข้าร่วมลงนามถวายพระพรและอัญเชิญแจกันดอก ไม้ร่วมกัน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลปล่อยโค นก และปลา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลปล่อยโค นก และปลา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2568

วันนี้ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.02 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล ปล่อยโค นก และปลา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในการนี้ ประธานองคมนตรี ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ที่โคและปล่อยโค จำนวน 1 คู่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานแก่ครอบครัวเกษตรกร นางสาวกมลชนก บุรานอก อยู่บ้านเลขที่ 107 ตำบลโคกสูง อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อนำไปเลี้ยงขยายพันธุ์เพิ่มผลผลิต กับประพรมน้ำพระพุทธมนต์ที่กรงนก ปล่อยนกเขาชวา จำนวน 74 ตัว กลับคืนสู่ธรรมชาติ และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ที่ตู้ปลา ตัดแถบแพรตู้ปลาปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด จำนวน 1,000,000 ตัว ซึ่งกรมประมงน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย ประกอบด้วย ปลาตะเพียนขาว, ปลาตะเพียนทอง, ปลายี่สกไทย, ปลาแก้มช้ำ, ปลาสร้อยขาว, ปลากระแห, ปลาโพง, ปลาเทพา และปลาชะโอน ลงแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้เจริญเติบโตเพาะขยายพันธุ์ตามธรรมชาติและรักษาความสมดุล ตามระบบนิเวศน์ ต่อไป


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2568 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการฯ, นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการฯ,นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิกฯ, นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ นำคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ททท.ชวนสายคอนเทนต์ตัวแม่! “เสิร์ฟภาพถ่าย” แชร์โมเมนต์ไลฟ์สไตล์ในแบบ “ชีเสิร์ฟไม่พัก” ภายใต้โครงการ “เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration”

ททท.ชวนสายคอนเทนต์ตัวแม่! “เสิร์ฟภาพถ่าย” แชร์โมเมนต์ไลฟ์สไตล์ในแบบ “ชีเสิร์ฟไม่พัก” ภายใต้โครงการ “เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างสร้างสรรค์ พร้อมกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยวให้คึกคักในช่วง Green Season ขอเชิญชวนนักเดินทางสายคอนเทนต์ตัวแม่ตัวมัม ที่หลงใหลการท่องเที่ยว ถ่ายภาพ ร่วมสนุกกับแคมเปญ “ชีเสิร์ฟไม่พัก” ภายใต้โครงการ “เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration” ออกเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศ 55 เมืองน่าเที่ยวทั่วไทยในฤดูฝนค้นหาพิกัดเด็ดสำหรับถ่ายรูปสวยสะกดทุกสายตา พร้อมเสิร์ฟไลฟ์สไตล์ปังๆ ภาพโมเมนต์สุดเก๋ลงโซเชียลมีเดียแบบคนมีสไตล์ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายถ่ายภาพ คาเฟ่ สโลว์ไลฟ์ หรือสายชิคสายชิล ก็มีจุดเช็กอินให้เสิร์ฟคอนเทนต์ได้ไม่พักทั้งทริป

โดย ททท. ได้จับมือกับพันธมิตรท่องเที่ยวและพันธมิตรไลฟ์สไตล์ มอบสิทธิพิเศษและโปรโมชันสุดคุ้มให้กับนักท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • แพลตฟอร์มจองทริปท่องเที่ยว Gother มอบส่วนลดสูงสุด 800 บาท เมื่อจองเที่ยวบิน, ที่พัก, รถเช่า และกิจกรรมท่องเที่ยวผ่านเว็บไซต์ หรือ แอปพลิเคชัน Gother
  • Chic Car Rent บริการรถเช่า มอบส่วนลดสูงสุด 500 บาท พิเศษ รับฟรี! ประกัน Platinum จองในวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่บวกเพิ่ม เพียงแจ้งโค้ด CHICxCLBT ทุกครั้งก่อนจองใช้บริการ
  • สายการบิน Nok Air มอบส่วนลด 100 บาท ทันที! เพียงกรอกโค้ด NOKMNT25 เมื่อจองเที่ยวบินเส้นทาง 12 เมืองน่าเที่ยว ได้แก่ จังหวัด น่าน,ชุมพร,สุราษฎร์ธานี,พิษณุโลก,สกลนคร,อุดรธานี,อุบลราชธานี,เชียงราย,นครศรีธรรมราช,ตรัง,หาดใหญ่ และ กระบี่
  • ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ แลกคะแนนสะสมเท่ายอดใช้จ่าย/เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% สำหรับ บัตรเครดิตท่องเที่ยว,บัตรพินนาเคิล,บัตรอินฟินิท และบัตรผู้นำแพลทินัม รับเครดิตเงิน 13% สำหรับบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพประเภทอื่นๆ
  • มาดามฟิน จัดทำ Box Set ชีเสิร์ฟไม่พัก จากราคาปกติ 4,335 บาท ลดเหลือเพียง 1,990 บาท
  • Flash 2112 มอบส่วนลดสูงสุด 200 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 2,000 บาทขึ้นไป เพียงแจ้งโค้ด FLAT2112TAT (สำหรับสั่งซื้อผ่านทางเพจ และ Line OA เท่านั้น)
  • Gowabi มอบส่วนลดดีลทำสวย อาทิ สปา ความงาม Wellness สูงสุด 50 บาท เพียงใส่โค้ด gwsmp50 ตั้งแต่วันนี้–31 สิงหาคม 2568

ติดตามข่าวสารและร่วมกิจกรรมได้ที่ เว็บไซต์ : www.เมืองน่าเที่ยว2568.com, Facebook : เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration, TikTok : @yearofcelebration

AmazingThailand #AmazingThailandGrandTourismAndSportsYear2025 #เมืองน่าเที่ยว #YearOfCelebration #ชีเสิร์ฟไม่พัก #รูปไม่ปังยังไม่กลับ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุทัยธานี จัดกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจการค้า (Business Matching) “Green Local Market ตลาดสินค้าเกษตรดี วิถีชุมชน”

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุทัยธานีจัดกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจการค้า (Business Matching) “Green Local Market ตลาดสินค้าเกษตรดี วิถีชุมชน”

นายศรณ์จักร์ชัย ชูวาพิทักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน เจรจาจับคู่ธุรกิจการค้า(Business Matching) ในรูปแบบ Online และ Offline กลุ่มจัง หวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ประจำปีงบประมาณ 2568 จัดโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุทัย ธานี วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องสุโขทัย ชั้น 7 ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

งานในวันนี้ ถือเป็นการร่วมบูรณาการทั้งภาคเอกชนและภาคราชการ ที่ให้ความสำคัญกับขยายช่องทางการตลาดสินค้าเกษตร และเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการผลิตสินค้าเกษตร เกษตรปลอดภัย สินค้าเกษตรแปรรูป สินค้า BCG และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มพูนทักษะการดำเนินธุรกิจให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับประเทศ และนานาชาติได้

นายศรณ์จักร์ชัย ชูวาพิทักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุทัยธานี จัดพิธีเปิดกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ภายใต้ชื่องาน “Green Local Market ตลาดสินค้าเกษตรดี วิถีชุมชน” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–27 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ กรุงเทพมหานคร โดยกิจกรรมเจรจาธุรกิจจัดขึ้นในวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดเวทีการเชื่อมโยงธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ระหว่าง ผู้ประกอบการสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป สินค้า BCG และ GI จากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 (อุทัยธานี พิจิตร กำแพงเพชร และนครสวรรค์) กับ ผู้ซื้อเป้าหมาย ได้แก่ ร้านอาหาร ร้านค้าจำหน่ายสินค้าอาหาร ผู้แทนส่งออก ผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด และกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารและของใช้เพื่อสุขภาพ

กิจกรรม Business Matching ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร และส่งเสริมการตลาดของกลุ่มจังหวัด โดยเน้นการ เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยนวัตกรรม สอดคล้องกับแนวคิด BCG Economy และการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมเชื่อมโยงการค้าให้เกิดจริง ทั้งในรูปแบบ Online และ Offline เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้ซื้อที่หลากหลาย และขยายโอกาสให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าสู่ตลาดได้กว้างขึ้น เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมยุทธศาสตร์ ด้านการ สร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจการค้าภายในประเทศ ตลอดจนสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โดยกลุ่มผู้ขายในกิจกรรม Business Matching ประกอบด้วยผู้ประกอบการที่เป็น เกษตรกร ผู้แปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ ของที่ระลึกจากวัสดุธรรมชาติ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่น จาก 4 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ซึ่งล้วนผ่านการคัดสรรจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด มีคุณภาพ มีศักยภาพในการผลิตและจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการตกลงซื้อขายจริงในอนาคต โดยภายในงานมีระบบสนับสนุนทั้งด้านล่าม ภาพรวมข้อมูลผู้ขาย/ผู้ซื้อ และพื้นที่เจรจาที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการพูดคุยโดยเฉพาะ

นางศรนภา ศรีประทุม พาณิชย์จังหวัดอุทัยธานี กล่าวเสริมว่า การจัดงานเจรจาจับคู่ธุรกิจการค้า (Business Matching) ในรูปแบบ Online และ Offline กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ประจำปีงบประมาณ 2568เป็นการดำเนินงานภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรตามแผนปฏิบัติราชการของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ประจำปีงบประมาณ 2568 ตามประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด ที่ 1 มุ่งเน้นพัฒนาภาคการเกษตรด้วยแนวทางเกษตรสมัยใหม่ ยกระดับระบบการผลิตภาคการเกษตรสู่เกษตรอัจฉริยะและเกษตรปลอดภัย เพื่อสร้างสินค้าเกษตรมูลค่าสูงและมีศักยภาพทางการแข่งขัน และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยการนำสินค้าในภาคการผลิตออกจำหน่ายในตลาด ให้ความสำคัญกับห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ส่งเสริมกิจกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

การจัดงานในครั้งนี้ เป็นการนำผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร เกษตรปลอดภัย เกษตรแปรรูป สินค้า BCG และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 มาเจรจาจับคู่ธุรกิจการค้า(Business Matching) ในรูปแบบ Online และ Offline โดยจัดขึ้นในวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร มีผู้ประกอบการค้า จำนวน 50 ราย ที่ได้รวบรวมของดีของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 มาเพื่อเจรจาจับคู่ธุรกิจการค้าเพื่อให้ผู้ประกอบการค้าทั้งภายในและภายนอกประเทศได้เข้าถึงแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตร สินค้าเกษตร เกษตรปลอดภัย เกษตรแปรรูป สินค้า BCG และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุทัยธานีเชื่อว่า กิจกรรม Business Matching ครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขยายเครือข่ายธุรกิจ สร้างโอกาสทางการตลาด และเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการในระดับชุมชนให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“สุดาวรรณ” แถลงความพร้อมใช้วิจัยและนวัตกรรม รับมือภัยภิบัติ พร้อมชูโครงการ “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด”

“สุดาวรรณ” แถลงความพร้อมใช้วิจัยและนวัตกรรม รับมือภัยภิบัติ พร้อมชูโครงการ “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด” หนุนเตรียมระบบเตือนภัย แผนป้องกันรับมือน้ำท่วมในอนาคต

เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว “การรับมือภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ “พายุวิภา” ในมุมวิจัยและนวัตกรรม” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.),ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม,ศาสตราจารย์ รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ (ววน.) ด้านบริหารน้ำ (วช.) คณะผู้บริหาร นักวิจัย และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช. 1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า กระทรวง (อว.) ได้ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เสี่ยงภัย สนับสนุนข้อมูลและงานวิจัยที่เป็นประโยชน์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติ ได้แก่

  1. การพัฒนาแนวทางปฏิบัติตามแผน SOP (Standard Operating Procedure) ด้วยระบบสนับสนุนการเตือนภัยน้ำท่วม ผ่านเครื่องมือ Flood Map, Flood Pole และ Flood Mark ซึ่งสามารถสนับสนุนชุดข้อมูลเตือนภัย และเฝ้าระวัง และได้มีการกำหนดมาตรารองรับสถานการณ์น้ำท่วมที่คาดการณ์ได้อย่างเหมาะสม
  2. การจัดทำฐานข้อมูลติดตามสถานการณ์ระดับน้ำรายชั่วโมงและแจ้งผ่านระบบการเตือนภัยและแนวทางการป้องกันน้ำท่วม ในเขตเมือง จังหวัดเชียงราย
  3. การจัดทำสรุปสถานการณ์พายุวิภาและดำเนินการจำลองสภาพน้ำท่วมในสถานการณ์ต่างๆ จากการคาดการณ์สภาพอากาศ และ
  4. การจำลองแนวโน้มดินถล่มของประเทศ ด้วยรูปแบบการจัดการภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน

นางสาวสุดาวรรณฯ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา กระทรวง อว. โดย วช. ได้นำแผนงานวิจัยด้านการบริหารจัดการน้ำมาดำเนินโครงการสำคัญอย่าง “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด” เพื่อสนับสนุนการจัดเตรียมระบบเตือนภัยและเตรียมแผนป้องกันรับมือภาวะน้ำท่วมในอนาคต ซึ่งถือเป็นการนำองค์ความรู้และชุดข้อมูลจากงานวิจัยมาบูรณาการการทำงานกับองค์กรวิจัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนจากสถานการณ์น้ำ

“กระทรวง (อว.) พร้อมด้วยสรรพกำลังและทีมหลังบ้านที่เข้มแข็งพร้อมดำเนินการตามเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ (ววน.) โดยนำเอาผลงานวิจัยและนวัตกรรม ระบบติดตามและเตือนภัยในระดับพื้นที่ สนับสนุนการทำงานของทีมจังหวัด พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาการพยากรณ์ล่วงหน้าให้มีความแม่นยำและสามารถระบุความเสี่ยงในระดับพื้นที่ เพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมความพร้อม แจ้งเตือน ดูแลประชาชน ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือในการลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยพิบัติในอนาคต เราจะเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญให้กับหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมรับมือกับภัยพิบัติด้วยองค์ความรู้และข้อมูลทางวิชาการ เราจะเปลี่ยน “ข้อมูลวิจัย” เป็น “ข้อมูลช่วยชีวิต” ที่แม่นยำ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที” รมว.อว. กล่าว

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวถึงประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พายุ “วิภา” และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้หลายพื้นที่ของประเทศไทยเผชิญฝนตกหนักถึงหนักมาก ระหว่างวันที่ 20–24 กรกฎาคม 2568 และเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม สร้างความเสียหายอย่างกว้างขวาง แม้พายุจะเริ่มอ่อนกำลังลง แต่หลายพื้นที่ยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง (วช.) แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมขับเคลื่อนผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อป้องกัน รับมือ ฟื้นฟู และลดผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ (วช.) ได้สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ องค์ความรู้ และเทคโนโลยีเพื่อการเตรียมความพร้อมรับมือพายุวิภาในทุกมิติ รวมถึงประเมินความเสี่ยงระดับพื้นที่และถ่ายทอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงปฏิบัติ โดยอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายวิจัยทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ทั้งนี้ (วช.) มุ่งหวังให้การประยุกต์ใช้งานวิจัยในพื้นที่จริงเป็นบทเรียนสำคัญในการยกระดับองค์ความรู้ สู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

นอกจากนี้ (อว.) ยังได้ส่งมอบนวัตกรรมช่วยบรรเทาและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่

  • เทคโนโลยีโดรน มอบให้แก่ ศูนย์การจัดการภัยพิบัติเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตำบลเจดีย์ชัย อำกอปัว จังหวัดน่าน เพื่อช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ ส่งอาหารและเวชภัณฑ์ให้ผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ใช้บินสำรวจเส้นทาง ไหลของน้ำ และสำรวจหาผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในพื้นที่
  • SANSO KUN (ซังโซะคุง) นวัตกรรมออกซิเจนความเข้มข้นสูงอัดกระป๋อง มอบให้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อให้สามารถพกพาและ
    ใช้สำหรับช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางที่เดินทางไปโรงพยาบาลลำบาก
  • Agent29: คอปเปอร์นาโนรูปเข็ม มอบให้แก่ นายอำเภอเวียงสา และ นายอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เพื่อการป้องกันเชื้อราในอาคาร พรม ไม้ ผนังปูน หลังสถานการณ์น้ำลด ช่วยให้การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตประชาชนกลับมาเป็นปกติได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ผลิตภัณฑ์เคลียร์ซอยด์ เคลียร์ซอยด์ มอบให้แก่ เครือข่ายหมอดินอาสา ตำบลเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดหวัดน่าน และเครือข่ายหมอดินอาสา บำนน้ำครกใหม่ ตำบลกอกองควาย อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดปริมาณโลหะหนักในดินหลังน้ำท่วม ได้แก่ สารหนู (As) แคดเมียม (Cd) และตะกั่ว (Pb) ซึ่งโลหะหนักเหล่านี้มักถูกพัดพามากับตะกอนดิน และสะสมในแปลงปลูกพืช การใช้ผลิตภัณฑ์เคลียร์ซอยด์จะช่วยลดปริมาณสารพิษตกค้าง ได้ภายใน 1 เดือน
  • ถุงยังชีพและที่นอนยางพารา มอบให้แก่ อว. ส่วนหน้าเพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ

ภายในงาน ยังมีการเสวนา เรื่อง “การรับมือภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ “พายุวิภา” ในมุมวิจัยและนวัตกรรม” ซึ่งดำเนินรายการเสวนา โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. วช. และผู้ร่วมเสวนาในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

  • เรื่อง : พร้อมหรือยัง? กับการทำนายพายุหลัง “วิภา” โดย นายสมควร ต้นจาน จากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • เรื่อง : ระบบเตือนภัยที่เราเตรียมไว้ใช้ได้ผลหรือไม่? บทเรียนที่ได้ โดย รองศาสตราจารย์ ชูโชค อายุพงศ์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • เรื่อง : สถานการณ์น้ำฝน และน้ำท่า ระบบเตือนภัยช่วยอย่างไร? โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อังกูร ว่องตระกูล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
  • เรื่อง : การประเมินความเสียหายและเตรียมพร้อมสำหรับพายุลูกต่อไปได้อย่างไร? โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ และ
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.วินัย แก้วละมุล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • เรื่อง : ภาวะฝนแบบนี้ จะมีดินถล่มหรือไม่ จะเตือนภัยอย่างไร? โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • เรื่อง : คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติช่วยการเตือนภัยได้อย่างไร? โดย ดร.ศรเทพ วรรณรัตน์ จากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)

ทั้งนี้ การแถลงข่าวและเสวนาการรับมือภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ “พายุวิภา” ในมุมวิจัย และนวัตกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเน้นย้ำการรับมือภัยพิบัติในยุคปัจจุบันต้องอาศัยความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ และให้ความสำคัญกับการนำผลงานวิจัยมาใช้จริงเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน