งานแถลงข่าว “วิ่ง ปั่นรวมใจ อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” วัดสัมปัตตะวนาราม จ.นครราชสีมา

งานแถลงข่าว วิ่ง ปั่นรวมใจ อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม จ.นครราชสีมา

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2568 นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าววิ่ง ปั่นรวมใจ อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ณ วาไรตี้ฮอลล์ หน้า MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์โคราช กิจกรรมเดินวิ่งปั่น ณ อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม จ.นครราชสีมาจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2568

โดยโครงการดังกล่าว เป็นการจัดกิจกรรม วิ่ง ปั่นรวมใจ เพื่อสร้างอุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม ตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีพลเอกชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการโครงการ ฯ เพื่อส่งเสริมให้วัดสัมปัตตะวนาราม จังหวัดนครราชสีมา เป็นที่รู้จักและส่งเสริมการออกกำลังกาย ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้นักกีฬาจักรยาน ในจังหวัดนครราชสีมาได้มีพื้นที่ในการแข่งขัน และเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่า ของการปฏิบัติธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

การชิงโล่รางวัลเกียรติยศจากพลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรีการเข้าร่วมกิจกรรม จะแบ่งออกเป็น การเดิน วิ่ง และการปั่นจักรยานโดย แบ่งกิจกรรมดังต่อไปนี้

  1. ประเภทถนนระยะทาง 44 กิโลเมตร โล่รางวัลและเงินรางวัลแบ่งเป็น 3 รุ่น รุ่นละ 5 รางวัล เป็นเงินรางวัล 1,000 / 900 / 800 /700 / 600 บาทตามลำดับรวม 15 รางวัล
    1. เยาวชนชายไม่เกิน 17 ปี
    1. ประชาชนชาย ( OPEN )
    2. ประชาชนหญิง ( OPEN )
  2. ประเภทท่องเที่ยว ระยะทาง 14 กิโลเมตร ( ไม่มีการแข่งขัน )
  3. ประเกทระยะสั้น 1 กิโลเมตร โล่รางวัลและเงินรางวัลแบ่งเป็น 3 รุ่น รุ่นละ 3 รางวัล เป็นเงินรางวัล 1,000 / 900 / 800 บาทตามลำดับ
    1. เยาวชนชายไม่เกิน 17 ปี
    2. ประชาชนชาย ( OPEN )
    3. ประชาชนหญิง ( OPEN )
  4. วิ่งเพื่อสุขภาพระยะทาง 5 กิโลเมตร (ไม่มีการแข่งขัน) รางวัลพิเศษส่งเสริมการร่วมกิจกรรมเพื่อสุขภาพ
    1. โล่รางวัลประกวดการแต่งกายแฟนซี จำนวน 10 รางวัล
    2. โล่รางวัลประเภททีม ผู้ที่เข้าร่วมวิ่งตั้งแต่ 26 ท่านขึ้นไป นักกีฬาร่วมเป็นหมู่คณะร่วมทุกประเภท (วิ่งปั่น) จะได้รับโล่รางวัลประเภททีม ทุกทีมไม่จำกัดทีม

ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านที่สมัครแบ่งตามประเภทดังต่อไปนี้

  • ปั่นระยะทาง 44 กิโลเมตร และ 14 กิโลเมตร ค่าสมัคร 500 บาท/ท่าน สิ่งที่ได้รับ เสื้อคอโปโล + เหรียญที่ระลึก + อาหาร + อุปกรณ์การแข่งขัน (BIB)
  • วิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร ค่าสมัคร 399/ท่าน สิ่งที่ได้รับ เสื้อคอกลม + เหรือยู่ที่ระลึก + อาหาร + อุปกรณ์การแข่งขัน (BIB)
  • ประเภท VIP ( สามารถร่วมกิจกรรมได้ทุกประเภท ( วิ่ง-ปั่น ทุกระยะ ) ค่าสมัคร 1,000 บาท/ท่าน สิ่งที่ได้รับ เสื้อไปโล 1 ตัว + รูปหล่อเหมือนหลวงปู่มั่น หน้าตัก 5 นิ้วเนื้อนิล + อาหาร + อุปกรณ์การแข่งขัน ( BIB )

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ที่เว็บไซด https://race.thai.run/runbike ที่สโมสรกีฬาจักรยานจังหวัดนครราชสีมา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  • คุณกฤตชัย โทร 086-7717779
  • คุณลิขิต โทร 092-966-2291
  • คุณวรินทร โทร 095-6145492
  • สโมสรกีฬาจักรยาน จังหวัดนครราชสีมา
  • ติดต่อร้านแชมป์สปอร์ต โทร 0444-267411

และติดตามข่าวสารได้ที่เพจ “อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม นครราชสีมา”


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

ตม.นครพนม ทลายแก๊งแรงงานเวียดนาม ลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน

ตม.นครพนม ทลายแก๊งแรงงานเวียดนาม ลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ได้บูรณาการร่วมกับ สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครพนม ได้ร่วมกันจับกุม MR.CAO XUAN VAN สัญชาติเวียดนาม พร้อมพวกรวม 9 คน ในความผิดฐาน “เป็นต่าง ด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ตามมาตรา 8 ประกอบมาตรา 101 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561” และกล่าวหานายชัชวาลฯ ซึ่งเป็นนายจ้างรับแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าทำในงานในสถานประกอบกิจการของตน ซึ่งเป็นการกระทำความผิดฐาน “เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน” เป็นความผิดตามมาตรา 9 พ.ร.ก.บริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 (แก้ไข พ.ศ.2561)

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม ได้รับแจ้งข้อมูลว่ามี นายทุนชาวเวียดนามลักลอบนำแรงงานต่างด้าวมาทำงานภายในโรงเพาะปลูกกัญชาเชื่อว่าไม่ได้รับอนุญาต วันนี้ 30 ก.ค.2568 เวลา 10.30 น. จึงได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าทำการตรวจสอบโรงปลูกกัญชาที่ตั้งอยู่ที่ ต.นาทราย อ.เมืองนครพนม จว.นครพนม และได้ขอเข้าตรวจโรงเพาะปลูกกัญชา พบแรงงานต่างด้าวจำนวนหนึ่งวิ่งหลบหนีเข้าไปซุกซ่อนภายในโรงปลูกกัญชา เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน พบนายชัชวาลฯ มาแสดงตัวเป็นเจ้าของโรงเพาะปลูกกัญชา และรับว่าได้ว่าจ้างแรงงานต่างด้าวชาวเวียดนามเข้ามาทำงานภายในโรงเพาะปลูกกัญชา ก่อนนำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในอาคาร พร้อมรับว่าตนยังไม่ได้ขออนุญาตทำใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าว โดยมีการนำตรวจเอกสารประจำตัวบุคคลคลต่างด้าวทั้งหมดจำนวน 9 คน

สอบถามนายชัชวาลฯ ระบุว่า ได้ว่าจ้างแรงงานต่างด้าวดังกล่าวมาทำงานในการเพราะปลูกกัญชาภายในสถานประกอบการของตน จ่ายค่าจ้างให้แต่ละคนจำนวน 300 บาท ต่อวัน โดยได้เริ่มจ้างแรงงานต่างด้าวดังกล่าวมาแล้วประมาณ 5 เดือน เมื่อตรวจสอบเอกสารพบว่าทุกคน มีเอกสารเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผ่านด่านลงตราประทับให้อยู่ในราชอาณาจักรถูกต้อง เมื่อสอบถามถึงใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวทั้งหมด ไม่มีการได้รับอนุญาตทำงานในราชอาณาจักรไทย เจ้าพนักงานจัดหางาน จ.นครพนม ได้ตรวจสอบกับระบบบุคคลที่ได้รับอนุญาตก็ไม่ปรากฏว่าแรงงานต่างด้าวที่ตรวจสอบได้รับอนุญาตให้ทำงานในราชอาณาจักร จำนวน 9 ราย ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนนายชัชวาลฯ เจ้าของ ทางเจ้าพนักงานกรมจัดหางาน จะดำเนินการเปรียบเทียบปรับต่อไป

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต. พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.มาณุวัฒน์ กอสนาม รอง ผบก.ตม.4 และ พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผกก.ตม.จว.นครพนม, พ.ต.ท.สุภมิตร กะตะศิลา รอง ผกก.ตม.จว.นครพนม ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้วสว.ตม.จว.นคร พนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม.บูรณาการกำลังกับ เจ้าพนักงานจัดหางาน จว.นครพนม


ฟร้องข่าวด่วนนครพนม เทพข่าวร้อน รายงาน นครพนม

เสียงขับทำนองเสนาะจากนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ดังก้องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๘

เสียงขับทำนองเสนาะจากนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ดังก้องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๘

เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๘ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๘ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอัลอิสลามิยะห์ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ได้จัดกิจกรรมตามโครงการ “เพิ่มโอกาสการเข้าถึงทรัพยากรการศึกษา ด้วยทักษะภาษาไทย” เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๘ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ การเพิ่มศักยภาพด้านภาษาไทยให้แก่นักเรียนทั้งระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย เพื่อพัฒนาตนเองให้เท่าทันต่อบริบทการเรียนรู้
ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านเทคโนโลยีและเนื้อหาสาระ รวมทั้งเท่าทันต่อสถานการณ์และความเป็นจริงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

หนึ่งในกิจกรรมที่จัดขึ้น คือ การแสดงความสามารถในการอ่านทำนองเสนาะบทกลอนส่งเสริมการใช้ภาษาไทยจากนางสาวอาดูรา มากา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๑ ผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ จากการแข่งขันมหกรรมวิชาการ OPEC NARA สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดนราธิวาส ภายหลังที่เสียงทำนองเสนาะจบลง นางสาวอาดูราฯ ได้รับเสียงปรบมือชื่นชมจากผู้ร่วมงานทุกคน

นอกจากนั้น ภายในงาน ยังมีกิจกรรมฐานความรู้ทักษะภาษาไทยด้านต่างๆ โดยในระดับมัธยมต้น แบ่งฐานความรู้ออกเป็น ๔ ด้าน คือ พูด – ฟัง – อ่าน – เขียน ส่วนในระดับมัธยมปลาย แบ่งฐานความรู้ออกเป็น ฐานวรรณคดี ฐานการถอดคำประพันธ์ ฐานการใช้ระดับของคำ และฐานไวยากรณ์ไทย เพื่อตอบโจทย์การสอบเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และการดูแลอำนวยความสะดวกต่างๆ จากหน่วยงานในพื้นที่

กิจกรรมตามโครงการ “เพิ่มโอกาสการเข้าถึงทรัพยากรการศึกษา ด้วยทักษะภาษาไทย” นอกจากจะบรรลุวัตถุประสงค์หลัก คือ การเพิ่มศักยภาพด้านภาษาไทยให้แก่นักเรียนของโรงเรียนอัลอิสลามียะห์ทุกระดับแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ที่เข้าร่วมจัดกิจกรรม มีทักษะการทำงานเป็นทีมและเรียนรู้ในการบริหารจัดการมากขึ้น รวมทั้งหน่วยในพื้นที่ยังต่อยอดพัฒนาสัมพันธ์กับทางโรงเรียนและชุมชนได้ต่อไปอีกด้วย


นายกอบจ.นครศรีฯ เปิดกิจกรรม “เต้นรับโอโซน สุขกาย สบายปอด”

นายกอบจ.นครศรีฯ เปิดกิจกรรม “เต้นรับโอโซน สุขกาย สบายปอด” โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว กำโลน festival @คีรีวง ครั้งที่ 3 ( สรรค์ศิลป์ ถิ่นใต้ ) บ้านคีรีวง

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ที่หมู่บ้านคีรีวง ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดหวัดนศรศรีธรรมราช นางสาววาริน ชินวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช (อบจ.) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “เต้นรับโอโซน สุขกาย สบายปอด” โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว กำโลน festival @ คีรีวง ครั้งที่ 3 (สรรค์ศิลป์ ถิ่นใต้)

โดยมีนายสมโชค เสนา นายอำเภอลานสกา, นายไพโรจน์ รัตนธน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกำโลน พร้อมคณะผู้บริหาร, อบจ.นครศรีธรรมราช, สมาชิกสภา อบจ., คณะผู้บริหารอบต.กำโลน, สมาชิกสภาอบต.กำโลนกำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านคีรีวง และใกล้เคียง พร้อมทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมงานและให้การต้อนรับ

นายไพโรจน์ รัตนธน นายกอบต.กำโลน กล่าวว่า เพื่อสืบสานโครงการ การท่องเที่ยวให้เป็นงานประจำปีของตำบลกำโลน ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆของ ตำบลกำโลน และจังหวัดนครศรีธรรมราช ในปีนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช และองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรี ธรรมราช วัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช องค์การบริหารส่วนตำบลกำโลน และประชาชนตำบลกำโลน จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว แบบบูรณาการ โดยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนสืบสานการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว กำโลน Festival @คีรีวง ครั้งที่ 3 (สรรค์ศิลป์ ถิ่นใต้) ประจำปี ระหว่างวันที่ 25-29 กรกฎาคม 2568

และในการจัดงานครั้งนี้อบต.กำโลน ได้จัดให้มีกิจกรรมที่สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้แก่

  • กิจกรรมไลน์แดนซ์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายสร้างสุขภาพให้ แข็งแรง ภายใต้ชื่อกิจรรม “เต้นรับโอโซน สุขกายสบายปอด”โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์มานพ แนวกลาง ซึ่งเป็นผู้นำเต้นที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมานำเต้นในกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อสร้างความตื่นตัวให้คนหันมารักษ์สุขภาพโดยมีประชาชนผู้รักสุขภาพทั่วสารทิศเข้ามาร่วมเต้น เสริมสร้างความสนุกสนาน รื่นเริง และความบันเทิงผ่าน กิจกรรมภายในงาน นับเป็นการเสริมสร้างสุขภาพจิตเชิงบวกให้กับประชาชน รวมไปถึง การส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักรักษ์สุขภาพโดยมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้
  • กิจกรรมแสดงภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สร้างบทเพลง “รำวงกำโลน” อันเป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของตำบลกำโลน โดยดึงเอาความโดดเด่นของแต่ละหมู่บ้าน มาแต่งเป็นบทเพลงเพื่อสร้างเป็นมรดกทางภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของตำบลกำโลน ให้ลูกหลานคนรุ่นหลังให้เห็นถึงความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของตำบลกำโลน การแสดงแสงสีเสียงมโนราห์ “ชุดผันหลังแลโนรา เทิดจักราพระวชิเกล้า” เป็นการย้อนตำนานอดีตมโนราห์สู่ยุคปัจจุบัน และไท้องค์ราชันที่หาชมยาก จัดแสดงในวันที่ 26 ก.ค.68
  • กิจกรรมไลน์แดนซ์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายสร้าง สุขภาพให้แข็งแรง ภายใต้ชื่อกิจรรม “เต้นรับโอโซน สุขกายสบายปอด”โดยมีประชาชนผู้รักสุขภาพทั่วสารทิศเข้ามาร่วมเต้น พร้อมทั้ง ทีม TK แดนซ์ จาก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมงาน ณ ริมฝั่งคลองคีรีวง จัดในวันที่ 27 ก.ค.68
  • กิจกรรมวิ่งมินิมาราธอน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย สร้างสุขภาพให้แข็งแรงดำเนินการโดยกลุ่มผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 นายพิทักษ์ สุขันทอง เช้าวันที่ 27 ก.ค.68 การแสดง ชุดบูรณะภูมิปัญญาศิลป์ ถิ่นได้ (Soft Power) ซึ่งรวมเอาศิลปะวัฒนธรรมประเพณีของภาคใต้มาสร้างสรรค์เป็นชุดการแสดง วันที่ 29 ก.ค.68
  • การแสดงเพลงบอก การแสดงหนังตะลุง และอีกหลายหลาก โดย เยาวชนคนรุ่นใหม่บริเวณสะพานแขวนหน้าวัดคีรีวง เพื่อรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของภาคใต้ การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนตำบลกำโลน โดยกลุ่ม OTOP และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจากที่ต่างๆที่มาร่วมในงาน และสร้างบูธกิจกรรมสิ่งประดิษฐ์จากขยะเพื่อสร้างรายได้ โดยร่วมกับ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภาคใต้ อำเภอสิชล จังหวั นครศรีธรรมราช มีจุดมุ่งเน้นเพื่อให้ประชาชนได้เห็นถึงประโยชน์จากขยะ และเป็นการต่อยอดการสร้างอาชีพให้คนในตำบลกำโลนต่อไป

ผู้สื่อข่าวพิเศษ. ณัฐธภพ พันสาย. / 0649646443

แพทย์ทหารเตือน “ระวังโรคตาที่มากับฤดูฝน”

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในช่วงฤดูฝน โรคที่พบบ่อย คือ โรคตาแดง สามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็วทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ ในช่วงฤดูฝน การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เรื่องสุขภาพดวงตาก็ต้องการการดูแลเช่นกัน ในช่วงฤดูฝนดวงตาก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดเชื้อได้ โดยเฉพาะ “โรคตาแดง” ระบาดได้บ่อยครั้ง เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนอาการของโรคตาแดง หากได้รับเชื้อโรคต่าง ๆ จนทำให้เป็นโรคตาแดง อาการต่าง ๆ จะเกิดได้ภายใน 1-3 วัน และระยะการติดต่อไปยังผู้อื่นประมาณ 14 วัน แบ่งอาการได้โดยเกิดอาการตาขาวมีสีแดงเรื่อๆ ระคายเคือง แสบตา น้ำตาไหล มีขี้ตามากกว่าปกติ เช่น โรคตาแดง ที่อาจเกิดจากน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา หรือนำมือที่เปื้อนสิ่งสกปรก ไปสัมผัสโดนดวงตาหรือหากเกิดจากติดเชื้อไวรัส หนังตาจะบวม น้ำตาไหลมาก ต่อมน้ำเหลืองบริเวณกกหูบวม ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ตาแพ้แสงหากติดเชื้อแบคทีเรีย จะมีขี้ตาสีเขียว หรือสีเหลือง มีน้ำตาไหล ตาแฉะ มองเห็นไม่ชัดและหากเกิดจากการแพ้จะรู้สึกคันตา แสบตา มีน้ำตาไหล

ในการนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และคณะแพทย์ทหาร มีความห่วงใยข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 จากโรคภัยดังกล่าว รวมทั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงขอแนะวิธีป้องกันโรคตาแดง โดยการหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วย งดใช้ของร่วมกับผู้ป่วย เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ ควรป้องกันและหลีกเลี่ยงฝุ่นละออง หรือน้ำสกปรกเข้าตา รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการว่ายน้ำในระยะการระบาดของโรคตาแดง หมั่นดูแลรักษาความสะอาด ล้างมือให้สะอาด เลี่ยงการเอามือไปสัมผัสดวงตาบ่อยๆ ไม่อยู่ในพื้นที่แออัด หากจำเป็นควรสวมแว่น กันแดด กันฝุ่น กันลม และควรระวังไม่ให้แมลง หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าตา ส่วนการรักษาโรคตาแดงนั้นหากมีอาการตาแดงควรพักผ่อนหรือลาหยุดงานจนกว่าจะหายเพื่อลดการระบาดของโรค และสามารถใช้น้ำตาเทียมช่วยลดการระคายเคืองตา ควรพบจักษุแพทย์ เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตทุกโอกาส


ขอเชิญชวนร่วมเป็นสมาชิก “ชมรมกีฬาว่ายน้ำ กองทัพภาคที่ 3 (ดงภูเกิด)”

ขอเชิญชวนร่วมเป็นสมาชิก “ชมรมกีฬาว่ายน้ำ กองทัพภาคที่ 3 (ดงภูเกิด)”

ตามที่ กองทัพภาคที่ 3 ได้ดำเนินการจัดตั้งชมรมกีฬาว่ายน้ำ กองทัพภาคที่ 3 (ดงภูเกิด) ขึ้น โดยมี กองพันทหารขนส่งที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 เป็นหน่วยบริหารกิจการของชมรมฯ และสระว่ายน้ำ มีที่ตั้ง ณ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นั้น

ปัจจุบันชมรมดังกล่าวฯ ได้ร่วมเป็นสมาชิกของสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา เพื่อจะได้สามารถส่งบุตรหลานของกำลังพล รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่เป็นสมาชิกของสระว่ายน้ำ กองทัพภาคที่ 3 (ดงภูเกิด) ที่มีทักษะ ความสามารถ และชื่นชอบในกีฬาว่ายน้ำ ได้เข้าร่วมการแข่งขันในระดับสโมสรต่างๆ และต่อยอดไปเป็นกีฬาระดับชาติต่อไป

ทั้งนี้ที่ผ่านมา ชมรมชมรมกีฬาว่ายน้ำ กองทัพภาคที่ 3 (ดงภูเกิด) ได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำในรายการต่างๆ จนสามารถคว้ารางวัลมาครองได้หลายรายการ อาทิ “น้องพัตเตอร์” เด็กชาย ณดล แก้วเย็น สามารถครองเจ้าสระ รุ่น 14 ปี คว้า 8 เหรียญทอง พร้อมถ้วยรางวัลอันดับ 1 ในรุ่น 14 ปีชาย จากรายการองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

กองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชวนข้าราชการทหาร บุตรหลานของกำลังพล รวมทั้งประชาชนทั่วไป ที่มีความสนใจ และชื่นชอบในกีฬาว่ายน้ำ เข้าร่วมสมัครเป็นสมาชิกของของสระว่ายน้ำ กองทัพภาคที่ 3 (ดงภูเกิด) เพื่อจะได้เข้าร่วมการแข่งขันในระดับสโมสรต่างๆ และต่อยอดไปเป็นกีฬาระดับชาติต่อไป สนใจติดต่อได้ที่ ร้อยเอก ปิยพัทธิ์ สวัสดิเทพ รองผู้จัดการ ชมรมกีฬาว่ายน้ำ กองทัพภาคที่ 3 (ดงภูเกิด) หมายเลขโทรศัพท์ 086 – 9302941


กองกำลังนเรศวร คว้ารางวัลชนะเลิศ สิ่งประดิษฐ์ทางทหารด้านหลักการ ระดับกองทัพบก

กองกำลังนเรศวร คว้ารางวัลชนะเลิศ สิ่งประดิษฐ์ทางทหารด้านหลักการ ระดับกองทัพบก

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะฯ ได้เข้าร่วมกิจกรรม “วันภูมิปัญญานักรบไทย ประจำปี 2568” ณ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก กรุงเทพ มหานคร โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิชาการและเทค โนโลยีทางทหาร ระหว่างบุคลากรด้านการวิจัยของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ตลอดจนเปิดเวทีแสดงศักยภาพของนักวิจัย และนักประดิษฐ์ทางทหารในการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้สนับสนุนภารกิจของกองทัพ เสริมสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ

สำหรับ กองกำลังนเรศวร ซึ่งมีภารกิจในการป้องกันชายแดน โดยการสกัดกั้น ยับยั้ง และจับกุมการกระทำผิดสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ จังหวัดตาก และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้รับมอบจากศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ปัจจุบันรูปแบบการกระทำผิดสิ่งผิดกฎหมายได้มีการพัฒนา และมีรูปแบบใหม่ๆ โดยตลอด ในการนี้ กองกำลังนเรศวร โดย จ่าสิบเอก ปิยังกูร ออสุวรรณ ได้คิดค้นนวัตกรรม “ระบบระบบข่าวกรองทางการภาพอัจฉริยะ” การตรวจจับป้ายทะเบียนรถด้วยระบบ Artificial Intelligence License Plate Recognition (AI – LPR) โปรแกรมตรวจจับป้ายทะเบียนรถ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ มาประยุกต์ใช้ในการช่วยการจับกุมในการกระทำผิดกฎหมายในลักษณะต่างๆ

ÿÛ

ซึ่งจากนวัตกรรมของ จ่าสิบเอก ปิยังกูร ออสุวรรณ กองกำลังนเรศวร ในผลงานระบบข่าวกรองทางการภาพอัจฉริยะ ทำให้สามารถคว้ารางวัล “ชนะเลิศสิ่งประดิษฐ์ทางทหารด้านหลักการ” ของกองทัพบก ประจำปี 2568 โดยในงานดังกล่าว ผู้บัญชาการทหารบก ได้เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลดังกล่าว เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่กำลังพล และหน่วยสืบไป

ทั้งนี้ จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3 จะมุ่งมั่น ตั้งใจพัฒนานวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อป้องกันชายแดน รักษาอธิปไตยของชาติ และพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และยั่งยืนสืบไป


อยุธยาซิตี้พาร์ค จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกมะลิ รายได้ไม่หักค่าใช้จ่าย ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา ความทุกข์ยากเดือดร้อน

อยุธยาซิตี้พาร์ค จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกมะลิ รายได้ไม่หักค่าใช้จ่าย ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา ความทุกข์ยากเดือดร้อน

ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ร่วมสนับสนุนในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกมะลิ สัญลักษณ์วันแม่แห่งชาติ ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประ เทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

เพื่อนำรายได้จากการจำหน่าย โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น มอบให้สภาสังคมสงเคราะห์ฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และส่วนหนึ่งสมทบกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชนฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อน และมอบเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาทั่วประเทศ

ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดอกมะลิ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 12 สิงหาคม 2568 ที่ชั้น 1 หน้าร้าน B-Play ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค


สุขุม แก้วกุดั่นอยุธยา

ผู้ว่าฯ โคราช เปิดจวนผู้ว่าฯ เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพชายแดน

ผู้ว่าฯโคราช เปิดจวนผู้ว่าฯ เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพชายแดน

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดจวนผู้ว่าฯ เป็นศูนย์ช่วยเหลือชั่วคราว รองรับผู้อพยพจากเหตุสู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

จวนผู้ว่าฯ แห่งนี้เปิดให้ประชาชนจากหลายจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเข้าพักชั่วคราว โดยมีการจัดเตรียมที่พัก อาหาร และน้ำดื่มอย่างเพียงพอ พร้อมทั้งเปิดให้สื่อมวลชนเข้าร่วมประชาสัมพันธ์สถานการณ์ เพื่อส่งต่อกำลังใจไปยังผู้ประสบภัยและมีการรับบริจาคทั้งอาหารสดและอาหารแห้งเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย กัมพูชา ณ อำเภอเสิงสาง นอกจากนี้ โรงแรมในพื้นที่ 5 แห่ง ได้ร่วมสนับสนุนเปิดห้องพักรวมกว่า 200 ห้อง เพื่อรองรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ศูนย์พักพิงในอำเภอเสิงสางมีผู้อพยพเข้าพักแล้วกว่า 4,000 คน

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รับมอบสิ่งของจากภาคประชาชนและหน่วยงานต่างๆที่นำมาบริจาค เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทยกัมพูชา สามารถบริจาคได้ที่ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ทุกวัน ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. จนกว่าจะประกาศปิดรับการบริจาค สิ่งของที่รับบริจาคอาทิ น้ำดื่ม เสื่อปูพื้น ผ้าห่ม มุ้ง ยากันยุง แปรงสีพัน ยาสีฟัน สบู่ แชมพูสระผม ขันอาบน้ำ ผ้าอ้อม ผ้าอนามัย ปลั๊กไฟ ข้าวสาร อาหารแห้ง

จังหวัดนครราชสีมายังคงประสานทุกภาคส่วน เพื่อดูแลและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ผู้ว่าฯ นครราชสีมาเชิญสิ่งของและกระเช้าดอกไม้พระราชทาน ให้ทหารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ชายแดนไทยกัมพูชา ณ รพ.ค่ายสุรนารี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานและกระเช้าดอกไม้พระราชทานให้ทหาร ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา จำนวน 5 นาย ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2568 ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากกรณี เหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้มี นายทหาร จากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์จาก จ.ลพบุรี จำนวน 1 นาย กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 จ.บุรีรัมย์ จำนวน 4 นาย ปัจจุบันรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารีอำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 5 นาย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานและกระเช้าดอกไม้พระราชทานให้ทหาร

ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่าย สุรนารี พลตรีณรงค์ ภักดีศุภผล กล่าวว่า นายทหารทั้ง 5 นายเข้ารับการรักษาตัว ณ หอผู้ป่วยราชการสนาม ชั้น 8 รพ.ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา โดยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยในระดับสีเขียวจาก สะเก็ดระเบิด ในครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนคร ราชสีมาได้แสดงความขอบคุณ ในความเสียสละของทหารไทย เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศไทย


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน