ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยม38 พร้อม กรมทหารพรานที่ 32 เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดน่าน

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 พร้อม กรมทหารพรานที่ 32 เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดน่าน ขณะที่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำตำรวจจิตอาสาภัยพิบัติ สิ่งของช่วยเหลือประชาชนประสบภัยน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 พันเอก ปิยะพงษ์ พรดา ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 32 จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ จำนวน 5 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ ประชา ชนจิตอาสาพระราชทานฯ, หน่วยทหาร, หน่วยงานราชการ ในพื้นที่ จังหวัดน่าน เร่งฟื้นฟู โรงพยาบาลน่าน, ศาสนสถาน และสถานศึกษา ในพื้นที่ อำเภอเมืองน่าน และอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยการช่วยขนย้ายสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ การล้างดินโคลน เพื่อให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

จากนั้น กรมทหารพรานที่ 32 จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ และจิตอาสาภัยพิบัติ ร่วมกับ คณะภิกษุสามเณร และประชาชนในพื้นที่ เข้าปรับปรุง ฟื้นฟู บูรณะโบราณสถานวัดป่าหัด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมหนักของจังหวัดน่าน โดยการเข้าฟื้นฟูพื้นที่ ดำเนินการบูรณะ ช่วยขนย้ายสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ ล้างดินโคลนออกจาก โรงฉันและเสนาสนะต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับ คณะภิกษุ,สามเณร ที่จำพรรษาอยู่ ณ วัดภูมินทร์ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน

ต่อจากนั้น กำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ กรมทหารพรานที่ 32 เข้าดำเนินการเร่งฟื้นฟูโรงเรียนบ้านม่วงตึ๊ด หลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมหนัก ส่งผลทำให้สื่อการเรียนการสอน และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เสียหายจำนวนมาก โดยมีคณะครูและนักเรียน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมฟื้นฟูทำความสะอาดอาคารเรียน ลานกิจกรรม รวมถึงพื้นที่โดยรอบของโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมขัง และขจัดคราบโคลนตมที่ไหลทะลักเข้ามาในพื้นที่ ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว และสามารถเร่งฟื้นฟูให้สถานศึกษาเปิดการเรียนการสอนได้โดยเร็ว ณ โรงเรียนบ้านม่วงตึ๊ด ต.ม่วงตึ๊ด อ.ภูเพียง จ.น่าน

ต่อมา กำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ กรมทหารพรานที่ 32 และ รถบรรทุกจำนวน 1 คัน เข้าดำเนินการเร่งฟื้นฟูโรงเรียนสามัคคีวิทยาคาร(บ้านพระเนตร) หลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมหนัก ส่งผลทำให้สื่อการเรียนการสอน และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เสียหายจำนวนมาก โดยมีคณะครูและนักเรียน ร่วมฟื้นฟูทำความสะอาดอาคารเรียน ขนย้ายสิ่งของและขยะ ที่ไม่สามารถใช้การได้นำไปทิ้ง เพื่อเร่งฟื้นฟูให้สถานศึกษาเปิดการเรียนการสอนได้โดยเร็ว ณ โรงเรียนสามัคคีวิทยาคาร(บ้านพระเนตร) ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน

นอกจากนั้น พันตรี นิสิต ดอกเทียน นายทหารธุรการและกำลังพล กรมทหารพรานที่ 32 นำกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ และจิตอาสาภัยพิบัติ ร่วมกับ ประชาชนจิตอาในพื้นที่ เข้าปรับปรุง ฟื้นฟู บูรณะโบราณสถานวัดป่าหัด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมหนักของจังหวัดน่าน โดยการเข้าฟื้นฟูพื้นที่ ดำเนินการบูรณะ ช่วยขนย้ายสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ ล้างดินโคลนออกจาก โรงฉันและเสนาสนะต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับ คณะภิกษุ,สามเณร ที่จำพรรษาอยู่ ณ วัดป่าหัด ต.ม่วงตึ๊ด อ.ภูเพียง จ.น่าน

ขณะที่ พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 จัดกำลังพลนักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร ชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย จาก หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 38 ในสังกัด โรงเรียนนาน้อย เข้าดำเนินการพัฒนา ฟื้นฟู ขนซากอุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหาย และล้างทำความสะอาด เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยให้กับประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.เวียงสา จ.น่าน

นอกจากนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยจาก หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 38 และกองร้อยมณฑลทหารบกที่ 38 เข้าดำเนินการพัฒนา ฟื้นฟู ขนซากอุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหาย และล้างทำความสะอาด ฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยให้กับ รพ.น่าน อ.เมืองน่าน จ.น่าน เพื่อให้สามารถเปิดทำการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนได้เป็นปกติโดยเร็ว

รวมถึง กรมทหารพรานที่ 32 ​จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย ดำเนินการเร่งฟื้นฟูโรงพยาบาลน่าน จ.น่าน หลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมหนัก ส่งผลทำให้เครื่องมือทางการแพทย์ เสียหายจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่จังหวัดน่าน บุคลากรทางการแพทย์ และส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมฟื้นฟู ทำความสะอาดเพื่อให้โรงพยาบาลสามารถกลับมาให้บริการประชาชนได้อีกครั้ง ณ โรงพยาบาลน่าน อ.เมือง จ.น่าน

ต่อมา ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติมณฑลทหารบกที่ 38 เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา บรรจุคลอริน ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน เพื่อนำแจกจ่ายให้กับประชาชน ส่วนราชการ และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ต่อไป และจัดชุดปฏิบัติบรรเทาสาธารณภัยจาก กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา ดำเนินการพัฒนา ฟื้นฟู ขนซากสิ่งอุปกรณ์ เอกสารที่จมน้ำสำนักงานที่ดิน เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยให้สามารถกลับมาใช้สถานที่ได้ตามปกติ บริเวณพื้นที่สำนักงานที่ดินจังหวัดน่าน ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จว.น่าน

และ กองร้อยทหารพรานที่ 3208 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 ร่วมกับ ฝ่ายปกครองอำเภอทุ่งช้าง ดำเนินการมอบถุงยังชีพพระราชทานมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภา)ยามยาก สภากาชาดไทย จำนวน 500 ถุง และถุงยังชีพจากบริษัทเอกชน จำนวน 200 ถุง ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจำนวน 50 คน ณ หอประชุมอำเภอทุ่งช้าง อ.ทุ่งช้าง จว.น่าน โดยมีนายทวีศักดิ์ พุ่มมรดก นายอำเภอทุ่งช้าง เป็นประธาน

ด้าน พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ นำข้าราชการตำรวจจิตอาสาภัยพิบัติตำรวจภูธรจังหวัดน่าน และ จิตอาสา 904 หลักสูตรประจำ รุ่นที่ 4/62 หลักสูตรพื้นฐาน (ภาค 3) รุ่นที่ 3/66 หลักสูตรพื้นฐาน (ภาค 3) รุ่นที่ 4/67 หลักสูตรพื้นฐาน (ภาค 3) รุ่นที่ 5/68 ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภค ให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน และอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจแก่ผู้ประสบภัย พร้อมสั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน นำข้าราชการตำรวจจิตอาสาภัยพิบัติ เร่งช่วยเหลือประชาชน ส่งอาหาร น้ำดื่ม น้ำอุปโภค บริโภค ตรวจตรา ดูแลทรัพย์สินของประชาชน บริเวณสถานีตำรวจภูธรเมืองน่าน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พร้อมกันนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ตรวจเยี่ยมและ ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน และสถานีตำรวจภูธรเมืองน่าน ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยพายุโซนร้อน วิภา ในช่วงที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ได้เยี่ยมจิตอาสาบริการ ตั้งโรงครัวพระราชทาน ปรุงอาหารแจกจ่ายผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ด้วย


นที มีเดช รายงาน

ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยม.39 นำธารน้ำใจ – ช่วยภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ ศรีสำโรง จ.สุโขทัย

ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 นำ ธารน้ำใจ – ช่วยภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย พร้อมจัดกำลังพลเสริมเร่งที่ขายสถานการณ์อุทกภัยสุโขทัย

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 พลตรี ปฐวี ศรีสุข ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39/ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 ลงพื้นที่ร่วมกับ พลโท กิติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และรองผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ในภารกิจติดตามสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่ ตำบลบ้านนา อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย โดยมีนาย วิทยา สันติกุล นายอำเภอศรีสำโรง ร่วมกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศรีสำโรง, ผู้นำท้องที่ – ท้องถิ่น ให้การต้อนรับ

ในการนี้ มีการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ จากผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุโขทัย จากนั้นได้กรุณาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของชุดแพทย์เคลื่อนที่โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ออกบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพและมอบยารักษาโรคให้กับประชาชน ต่อมาเป็นการมอบถุงยังชีพกองทัพบก จำนวน 100 ชุด ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุพนังกั้นแม่น้ำยมพังทะลาย เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เข้าท่วมบ้านเรือน และพื้นที่ทำการเกษตรในพื้นที่อำเภอศรีสำโรง จำนวน 3 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 1,000 ครัวเรือน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและมอบกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ซึ่งในวันนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 ได้จัดกำลังจิตอาสาภัยพิบัติ จากกองพันทหารเสนารักษ์ที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 เข้าดำเนินการขุดลอกล่องน้ำ เพื่อลดการอุดตันของสิ่งปฏิกูล เพื่อให้น้ำสามารถระบายได้ดี ในบริเวณพื้นที่ ซอย สุขสง่า ตำบลธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย


หน่วยเฉพาะกิจราชมนู ร่วมบูรณาการทุกภาคส่วน ช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัย อ.แม่สอด และ อ.แม่ระมาด จ.ตาก

หน่วยเฉพาะกิจราชมนู ร่วม หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 34 ตำรวจภูธรแม่สอด นำจิตอาสาภัยพิบัติ บูรณาการทุกภาคส่วน ช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัย อำเภอแม่สอด และอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าสายลวด ผู้นำชุมชน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน จัดชุดบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ พร้อมยุทโธปกรณ์ เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัย โดยสนับสนุนเรือท้องแบนในการ รับ – ส่ง ประชาชนและนักเรียน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการสัญจร ในพื้นที่บ้านท่าอาจ อ.แม่สอด จ.ตาก

ต่อมา หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ร่วมกับ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก, องค์การบริหารส่วนตำบลท่าสายลวด, ผู้นำชุมชน, ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข อาสาสมัครกิจการพลเรือน และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่บ้านท่าอาจ จัดชุดบรรเทาสาธารณภัย พร้อมยุทโธปกรณ์ เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัย โดยมอบอาหารกล่อง และน้ำดื่ม จำนวน 1,000 ชุด ในพื้นที่บ้านท่าอาจ อ.แม่สอด จ.ตาก

ขณะที่ หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 34 จัดชุดบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ พร้อมยุทโธปกรณ์ เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัย เบื้องต้นระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้เส้นทาง เข้า – ออก หมู่บ้านถูกน้ำท่วม แต่ยังไม่กระทบบ้านเรือน พร้อมทั้งมอบอาหารแห้งและน้ำดื่ม ให้กับประชาชนในพื้นที่บ้านห้วยปลากอง อ.แม่ระมาด จ.ตาก

และ ตำรวจจิตอาสาภัยพิบัติสถานีตำรวจภูธรแม่สอด ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด, เทศบาลตำบลท่าสายลวด,หน่วยเฉพาะกิจราชมณู,ประชาชนจิตอาสา ร่วมกันกิจกรรมทำความสะอาดและล้างคราบดินโคลน บริเวณตลาดริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จว.ตาก


นที มีเดช รายงาน

เตรียมความพร้อมรอบด้าน ก่อนปฏิบัติราชการสนามชายแดน

“เตรียมความพร้อมรอบด้าน ก่อนปฏิบัติราชการสนามชายแดน”

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 โดยแผนกแพทย์ แผนกพยาบาล และทีมส่งเสริมสุขภาพและเวชกรรมป้องกัน ได้ดำเนินการ ตรวจสุขภาพกาย ประเมินสุขภาพจิต ให้ความรู้เรื่องการดูแลผู้บาดเจ็บทางยุทธวิธี (TCCC) สาธิตการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ให้กับกำลังพลที่จะขึ้นปฏิบัติราชการสนามชายแดนประจำปี 2568 ทุกนาย ณ ร้อย อวบ.1 ร.7พัน.1 จังหวัดเชียงใหม่

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ ได้ดำเนินการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ประเมินสุขภาพจิต เพื่อคัดกรองและติดตามสุขภาวะของกำลังพลแต่ละนาย พร้อมทั้งอบรมให้ความรู้ด้าน Tactical Combat Casualty Care (TCCC) การดูแลผู้บาดเจ็บทางยุทธวิธี เพื่อเตรียมรับมือสถาน การณ์ฉุกเฉินในสนามรบ สาธิตการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพิ่มพูนทักษะการช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้อย่างถูกต้อง และให้ความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อที่พบบ่อยในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อการป้องกันและเฝ้าระวังโรคในพื้นที่เสี่ยง กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อให้กำลังพลมีความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ และความรู้ในการปฏิบัติงานสนามอย่างมีประสิทธิ ภาพ สามารถดูแลตนเอง เพื่อนร่วมงาน และประชาชนในพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยและทันท่วงที

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ ยึดมั่นในพันธกิจ “อนุรักษ์กำลังรบ” ของเหล่าทหารแพทย์ ด้วยการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตามแนวชายแดนให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด


นที มีเดช รายงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดสุโขทัย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ณ จังหวัดสุโขทัย

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่ง ของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยมี นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นผู้กล่าวต้อนรับและกล่าวสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณ

ในการนี้ นายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พลตรี ปฐวี ศรีสุข ผู้บัญ ชาการมณฑลทหารบกที่ 39 คณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด ศาล ทหาร ตำรวจ ปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ข้าราชการและประชาชนเข้าร่วมในพิธี โดยก่อนหน้านั้นได้ร่วมประชุมรับทราบสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดสุโขทัย ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก

จากนั้น นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี กล่าวถึงวัตถุประสงค์และเชิญพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเชิญสิ่งของพระราชทาน และเชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และนายอำเภอที่ประสบอุทกภัย ได้แก่ อำเภอศรีสัชนาลัย อำเภอสวรรคโลก อำเภอศรีนคร อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอศรีสำโรง รวมจำนวน 998 ชุด โดยต่างซาบซึ้งและสำนึกในพระมหา กรุณาธิ คุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยที่ประสบอุทกภัย นับเป็นขวัญและกำลังใจอย่างสูงสุดแก่ราษฎรที่ได้รับมอบสิ่งของพระราชทานดังกล่าว

หลังจากนั้น องคมนตรี พร้อมคณะได้ลงพื้นที่มอบสิ่งของพระราชทานแก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก จำนวน 2 ชุด ก่อนเดินทางไปยังท่าอากาศยานสุโขทัยเพื่อเดินทางกลับต่อไป

ซึ่ง ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดสุโขทัย และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 39 นำจิตอาสา 904 และจิตอาสาพระราชทาน ร่วมอำนวยความสะดวก ให้แก่ประชาชนที่เดินทางมารับมอบสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ด้วย


ทบ. รับมอบผลงานวิจัยแขนเทียมกลควบคุมด้วยชีวสัญญาณ ยกระดับคุณภาพชีวิตกำลังพลผู้เสียสละจากการปฏิบัติหน้าที่

ทบ. รับมอบผลงานวิจัยแขนเทียมกลควบคุมด้วยชีวสัญญาณ ยกระดับคุณภาพชีวิตกำลังพลผู้เสียสละจากการปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ (31 ก.ค.68) ณ ห้องรับรอง 321 กองบัญชาการกองทัพบก กองทัพบกจัดพิธีรับมอบผลงานวิจัย “โครงการวิจัยการเพิ่มประสิทธิภาพของแขนเทียมกลเพื่อหยิบจับสิ่งของได้อย่างมั่นคงโดยการใช้การควบคุมแขนเทียมกลด้วยชีวสัญญาณ” โดยมี พล.อ.วสุ เจียมสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน ซึ่งโครงการวิจัยนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพบก โดยสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก (สวพ.ทบ.) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชาที่ห่วง ใยกำลังพลที่สูญเสียอวัยวะจากการปฏิบัติภารกิจ จึงได้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาโครง การนี้ขึ้น เพื่อต่อยอดความสำเร็จของการพัฒนาแขนเทียมกลให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายของกองทัพบกในด้านการดูแลสวัสดิการกำลังพล

ในโอกาสนี้ กองทัพบกได้พิจารณานำแขนเทียมกลไปมอบให้ จ.ส.ต. นรบดี แปลงศรี สังกัดกองพลพัฒนาที่ 2 ที่ประสบเหตุไฟฟ้าดูดสูญเสียแขนขวา จากการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม เมื่อ 2.ต.ค.64 ได้นำไปใช้ประโยชน์เพื่อดำเนินชีวิตประจำวัน โดยแขนเทียมกลนี้ถูกกออกแบบให้ขับเคลื่อนด้วยระบบตัวขับ (Actuator) และกลไกนิ้วมือที่สามารถเคลื่อนไหวได้ถึง 26 องศาอิสระ (Degrees of Freedom) มีระบบเซนเซอร์และอัลกอริทึมที่มีความจำเพาะสั่งการ 3 โหมดหลัก ได้แก่ ยกแขน หยิบจับและการใช้งานทั่วไป สามารถหยิบจับสิ่งของได้ อาทิ กล่องนม ขวดน้ำ ลูกบอล ได้สำเร็จเฉลี่ยถึงร้อยละ ตลอดจนการช่วยติดกระดุมและรูดซิปเสื้อได้

ทั้งนี้ กองทัพบก ได้พิจารณานำผลงานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง มาขยายผลพัฒนาและต่อยอดแขนเทียมกลที่มีความเหมาะสม เพื่อส่งมอบให้กับกำลังพลที่ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งภารกิจปกป้องอธิปไตย การรักษาผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ กองทัพบกพร้อมจะดูแลสิทธิและสวัสดิ การต่างๆ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต อันจะเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลที่เสียสละในทุกภารกิจต่อไป


แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์กรณี IRC หยุดให้บริการและองค์การ TBC ลดการให้ความช่วยเหลือด้านอาหารแก่ผู้หนีภัยการสู้รบในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ หลัง 31 ก.ค.68

เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์กรณี IRC หยุดให้บริการและองค์การ TBC ลดการให้ความช่วยเหลือด้านอาหารแก่ผู้หนีภัยการสู้รบในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ หลัง 31 ก.ค.68


31 ก.ค.68 นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุมหารือเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์กรณี IRC หยุดให้บริการและองค์การ TBC ลดการให้ความช่วยเหลือด้านอาหารแก่ผู้หนีภัยการสู้รบในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านใหม่ในสอย ต.ปางหมู อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน หลังวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมือง ชั้น 2 โดยมี ว่าที่พันตรียุทธนา เจ้าดูรี นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและระดับอำเภอ หัวหน้าพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ บ้านในสอย ผู้แทนองค์การกุศลเอกชน(NGOs) UNSCR IRC TBC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เนื่องจากทั้ง 2 องค์กรดูแล 2 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านใหม่ในสอย อ.เมือง และพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม โดย IRC ดูแล ด้านสาธารณสุข น้ำอุปโภคบริโภค ได้รับเงินสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา จะถูกตัดงบประมาณการช่วยเหลือทั้งหมด ส่วน TBC ดูแลด้านอาหาร ได้รับเงินช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา จำนวน 60 % อีก 40 % ได้รับเงินช่วยเหลือจากประเทศต่าง ๆ แม้สหรัฐอเมริกาจะตัดงบช่วยเหลือ แต่ TBC ก็ยังพอมีเงินบางส่วนที่ได้รับสนับสนุนจากประเทศต่าง ๆ พอจะสามารถดูแลผู้พักพิงภายในศูนย์ได้ในระยะหนึ่ง

ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบ้านใหม่ในสอย ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้หนีภัยจากการสู้รบ จำนวน 8,625 คน 1,703 ครัวเรือน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งขวาตอนล่าง แบ่งพื้นที่ออก เป็น 2 ส่วน พื้นที่หลัก (ป๊อก 1 – 20) มีเนื้อที่ประมาณ 1,300 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านในสอย หมู่ที่ 4 ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน พื้นที่บริเวณดอกีต๊ะ ด่าน MN และหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวบ้านในสอย หลังวันที่ 31 ก.ค.68 IRC ก็จะทำการส่งมอบเวชภัณฑ์ยา วัสดุอุปกรณ์เรื่องน้ำสะอาด ให้อยู่ในการดูแลของหน่วยงานรัฐในพื้นที่

ประเด็นการประชุมหารือการเตรียมความพร้อมดำเนินการหลังวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ด้านสาธารณสุขภายในพื้นที่พักพิงได้จัดยานพาหนะไว้เพื่อส่งต่อผู้ป่วย ส่วนปัญหาขยะ มีบ่อทิ้งขยะ อยู่ห่างจากศูนย์ฯ ประมาณ 2 กม. ให้ปฏิบัติตามเดิมในการคัดแยกขยะ และบรรจุถุง โดยจะมีการจัดเก็บ และนำไปทิ้งสัปดาห์ละครั้ง การดูแลน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค เจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้หนีภัยการสู้รบ ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ ที่ผ่านการอบรมร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบร่วมกันดูแลน้ำ

นอกจากนี้ IRC ยังมีอาสาสมัครด้านการแพทย์ที่สามารถรักษาผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอกได้เองภายในแคมป์ มีห้องแลปตรวจหาเชื้อมาลาเรีย หรือเชื้อโรคได้เอง มีบุคลากรสามารถทำ คลอดได้เอง แต่ถ้ากรณีซับซ้อนไม่สามารถดูแลได้ จะส่งต่อมายังโรงพยาบาลศรีสังวาลย์แม่ฮ่องสอน ปัจจุบัน IRC มีเวชภัณฑ์ยาที่สามารถดูแลผู้ป่วยภายในศูนย์ได้เพียง 3-4 เดือน เท่านั้น เมื่อ IRC ยุติการดูแล เพื่อลดภาระของหน่วยงานราชการไม่ต้องส่งบุคคลากรเข้าไปภายในพื้นที่พักพิง ฯ อยากให้รัฐช่วยสนับสนุนค่าตอบแทนของบุคลากรด้านการแพทย์ของ IRC เท่าที่งบประมาณรัฐพอจะสนับสนุนได้

สำหรับศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม มีผู้หนีภัยจากการสู้รบ จำนวน 1,852 คน 407 ครัวเรือน การดูแลด้านสาธารณสุข โรงพยาบาลขุนยวม จัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำจุดตรวจหน้าเป็นที่พักพิงชั่วคราวฯ เพื่อคัดกรองผู้ป่วยและประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อส. จำนวน 1 คน ซึ่งจะปฏิบัติงานในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ จำนวน 3 วัน และปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลขุนยวม จำนวน 2 วัน ต่อสัปดาห์ โดยได้รับค่าจ้างจากทางโรงพยาบาล องค์การ IRC ยังคงมียาสำหรับรักษาผู้หนีภายในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ ต่อเนื่องประมาณ 3-4 เดือน และโรงพยาบาลขุนยวมสนับสนุนเพิ่มตามความจำเป็นและจัดทำรายละเอียดรวบรวมไว้เป็นข้อมูล

หลังวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 องค์การ IRC จะส่งมอบสถานพยาบาล ยา และอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป และยังสามารถจ้างเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพและด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมต่อไปได้อีก จำนวน 1 เดือน

ด้านการจัดการขยะในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ บ้านแม่สุริน ให้ผู้หนีภัยกันสู้รบปฏิบัติตามเดิมในการคัดแยกขยะและบรรจุถุงซึ่งจะมีการจัดเก็บและนำไปทิ้งสัปดาห์ละครั้ง โดยขอความอนุเคราะห์รถยนต์ในการไปทิ้งจากผู้ประกอบการ

ด้านการบริหารจัดการดูแลน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค เจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้หนีภัยการสู้รบในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ ที่ผ่านการอบรมร่วมกับหน่วยงานที่ได้รับผิดชอบร่วมกันดูแลน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค รวมคือการจัดหาและขอสนับสนุนของผงคลอรีนที่ใช้ในการบริหารจัดการดูแลน้ำ โดยองค์การ IRC ยังคงมีผงคลอรีนคงเหลือใช้ได้ประมาณ 3-4 เดือน

ด้านอาหาร หลังวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ทางองค์การ T BC สามารถสนับสนุนอาหารให้กับผู้หนีภัยการสู้รบในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ ได้เฉพาะกลุ่มเปราะบางเท่านั้น โดยระบบบัตรอาหารจะสิ้นสุดลงและจะเปลี่ยนเป็นการแจกอาหารพื้นฐาน เช่น ข้าว น้ำมัน ถั่ว ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้น ส่วนผู้หนีภัยการสู้รบที่ไม่ใช่กลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ จะไม่ได้รับการสนับสนุนอาหารอีกต่อไป และปัจจุบันหน่วยงานในพื้นที่ยังไม่สามารถหางบประมาณมาทดแทนในส่วนนี้ได้ โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะรายงานให้กับกระทรวงมหาดไทยทราบและหาแนวทางแก้ไขโดยด่วนต่อไป

นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมว่า การดูแลผู้หนีภัยจากการสู้รบในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องจากองค์กร IRC จะสิ้นสุดให้กา ช่วยเหลือในสิ้นเดือนนี้รวมถึงองค์กร TBC จะลดการช่วยเหลือด้านอาหารลง จะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการดูแลผู้อยู่ในศูนย์พักพิงหลักที่สำคัญ 2 ส่วนที่ศูนย์บ้านใหม่ในสอย อ.เมือง และ ศูนย์แม่สุริน อ.ขุนยวม เพื่อให้สถานการณ์ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยในเบื้องต้นนี้ก่อนในระยะสั้น ที่สำคัญคือเรื่องการรักษาพยาบาล อาหาร สุขอนามัย ขยะ และน้ำสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการรักษาพยาบาลยังพอมีอยู่ที่จะสามารถใช้ได้ในช่วง 2-3 เดือนนี้ ส่วนระยะยาวต้องดูนโยบายของส่วนกลางว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในศูนย์พักพิงซึ่งเป็นผู้หนีภัยจากการสู้รบได้ใช้ชีวิตได้อย่างใกล้เคียงปกติมากที่สุด ส่วนจะให้เจ้าหน้าที่ของเราเข้าไปดูแลนั้นจะต้องมีการประสานงานในช่วงของการเชื่อมต่อระหว่างเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในศูนย์กับเจ้าหน้าที่ภายนอกจะมีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งส่วนจังหวัด อำเภอ สาธารณสุข ได้มีการแบ่งมอบภารกิจในการเข้าไปดูแลในเบื้องต้น



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

วราวุธ อวยพรวันคล้ายวันเกิด 76 ปี ประภัตร เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา

สุพรรณบุรี – วราวุธ อวยพรวันคล้ายวันเกิด 76 ปี ประภัตร เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ, นายนพดล มาตรศรี สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา, นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, ท้องถิ่น, ข้าราชการ, นักการเมือง, ผู้นำชุมชน, ประชาชนชาวสุพรรณบุรี เดินทางมาร่วมอวยพรวันคลายวันเกิด 76 ปี นายประภัตร โพธสุธน อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคชาติไทย ณ สนามหน้าบ้านทรงไทย อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี กันอย่างคึกคัก

โดยช่วงเช้าได้ทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 76 ปี โดยมีบรรดาญาติๆ และข้าราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พี่น้องประชาชนชาวสุพรรณบุรี ร่วมงานจำนวมาก บนเวทีขนาดใหญ่ ได้ติดป้าย สุขสันต์วันเกิด 1 สิงหาคม 2568 “เราไม่เคยลืมกัน” และมีข้อความ วันเกิดปีนี้…..ขอเพียงชายแดนสงบใจสุขยิ่งกว่าของขวัญใด “แม้ชายแดนจะเต็มไปด้วยเสียงปืนแต่เสียงหัวใจของคนที่ยังเชื่อในสันติภาพดังกว่าเสมอขอให้วันเกิดปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความหวังที่ส่งต่อไปถึงพวกเขา”

โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นตัวแทนกล่าวอวยพร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดนายประภัตร โพธสุธน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิ การพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งพวกเราได้มาแสดงพลังในฐานะพวกเราเป็นชาวสุพรรณ เลือดเนื้อเชื้อไขสุพรรณ เวลามีงานเวลามีเรื่องดีๆ หรือแม้แต่เวลาเกิดวิกฤตขึ้น จังหวัดอื่นผมตอบแทนไม่ได้ แต่เลือดสุพรรณ คนสุพรรณ เราไม่เคยทิ้งกัน ที่คือสาเหตุใหญ่วันนี้คนที่ชื่อประภัตรโพธสุธน อาที่รักของหลาน วันนี้ เป็นเสาหลักทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่พ่อบรรหาร มาหลายสิบปี วันนี้ยังมาช่วยลูกพ่อบรรหาร เป็นเสาหลักให้กับพรรชาติไทยพัฒนา เป็นหนึ่งในเสาหลักของจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นร่มโพธิ์ร่มไทยให้กับพวกเราที่อยู่นะที่นี้

นายวราวุธ พูดติดตลกว่าวันนี้มาแสดงมุทิตาจิต มาแสดงความยินดี ในวันเกิดปีที่ 55 มั้ง ของอาประภัตร อายุเท่าไร ก็แล้วแต่ ยังคงความหนุ่มแบบนี้ ยังคงความแข็งแรงแบบนี้ ยังได้รับแรงใจ ยังได้รับความศรัทธา จากพี่น้องชาวจังหวัดสุพรรบุรี มาขนาดนี้มาตลอดไป ครอบครัวศิลปอาชาและครอบครัวโพธสุธนนั้น ทำงานมากันตั้งแต่รุ่นพ่อ จนมาถึงรุ่นลูกพ่อบรรหาร แต่อาประภัตร ของผมยังไม่มีลูกนะครับ ยังรออยู่ว่าอาประภัตร จะแต่งงานเมื่อไร ผมรอจะมาร่วมงานแต่งงานอาประภัตร แต่การทำงานของพวกเรานั้นทำงานอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่พี่น้องชาวสุพรรณบุรีมาโดยตลอด

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งพวกเรามาแสดงพลัง มาแสดงความรักบุคคล ที่พวกเรา เคราพนับถือมาโดยตลอด บุคลที่วราวุธ ศิลปอาชา จะตำแหน่งอะไร จะเป็นเลขาธิการพรรค จะเป็นตำแหน่งรัฐมนตรี จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ตำแหน่งที่สำคัญที่สุดคือตำแหน่ง เป็นอาคนที่ชื่อวราวุธ ศิลปอาชา คนนี้ ดังนั้นความสำคัญของอาหลานคู่นี้ ไม่ได้แบ่งแยกกันโดยตำแหน่ง แต่ความรัก เหมือนญาติผู้ใหญ่เหมือนคนในครอบครัว นี่คือสาเหตุว่าทำไม ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ หรือว่าสง กรานต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ 1 สิงหาคม จะทำอะไรก็แล้วแต่ ผมจะต้องมาที่ศรีประจันต์ มาที่บ้านทรงไทยแห่งนี้ มาของให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น ได้เป็นกำลัง ได้ประธานพรคนที่ผมรักได้อยุ่เคียงบ่าเคียงไหล่ และก็อยู่คู่ชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ตลอดไปตราบนานเท่านาน

วันนี้ผมขอเป็นตัวแทนของพวกเรานับพันคน ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงวิญญาณขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหารราช องค์หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และดวงวิญญาณของพ่อบรรหาร ได้โปรดดลบัน ดาล ให้คนที่ชื่อประภัตร โพธสุธน มีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่สมบูรณ์แข็งแรง ตลอดไป เป็นหลักชัยให้กับพวกเราชาวจังหวัดสุพรรณ และแข็งๆ แรงๆ ตลอดไป สุขสันต์เกิดครับ อาประภัตร และทุกคนได้ร่วมกับส่งเสียงไชโยพร้อมกัน 3 ครั้งจากนั้นนายวราวุธ ได้มอบกระเช้าผลไม้อวยพรวันเกิดนายประภัตร ก่อนจะร่วมกันร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้กับนายประภัตร และร่วมกันเป่าเค้กและตัดเค้กวันเกิด บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่นและอบอุ่น

นายประภัตร โพธสุธน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคชาติไทย ได้กล่าวขอบคุณ นายวราวุธ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา สส.ของพรรคชาติไทยพัฒนา ข้าราชการ ผู้นำชุมชน ผู้นำองค์การปกครองทั้งถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มาร่วมอวยพรวันเกิดในวันนี้

ภายในงานนายประภัตร โพธสุธน ได้จัดคาราวานสินค้าราคาถูก เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ไข่ไก่ ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของใช้ในครัวเรือน สินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายชนิด มาจำหน่ายให้ประชาชนที่ร่วมอวยพรวันเกิดนายประภัตร ได้จับจ่ายเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้กับพี่น้องประชาชนชาวสุพรรณบุรี ละมีซุ้มอาหาร คาวหวาน เครื่องดื่ม มาเลี้ยงผู้ที่มาร่วมงานได้รับประทานฟรีตลอดงาน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ทับสะแก “เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด” รวบผู้ต้องหา 5 ราย

ประจวบคีรีขันธ์ – อำเภอทับสะแก “เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด” รวบผู้ต้องหา 5 ราย

วันที่ 30 ก.ค. 68 ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์/ผอ.ศอ.ปส.จ.ปข. สั่งการให้ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก/ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก มอบหมายให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก นายพงศ์นรินทร์ สุขประเสริฐ ปลัดอำเภอ พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.ทับสะแก 6 และผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ในพื้นที่ ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ตำบลนาหู กวาง

จากการตรวจสอบได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจำนวน 5 ราย ซึ่งพนัก งานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้

  1. เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย (จำนวน 1 ราย)
  2. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย (จำนวน 4 ราย) โดยได้บันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

จังหวัดนครพนม ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด

จังหวัดนครพนม ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเลย นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม(กลุ่มภารกิจด้านความมั่นคง) นายนันทวิทย์ นาคแสง ปลัดจังหวัดนครพนม สั่งการให้อำเภอทุกอำเภอปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” เพื่อสร้างชุมชนปลอดภัยห่างไกลยาเสพติด ตามนโยบายของ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อำเภอโพนสวรรค์ เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป

ภายใต้การอำนวยการของ นายณัฐวุฒิ ชัยสิทธิ์ นายอำเภอโพนสวรรค์ (ผอ.ศป.ปส.อ.โพนสวรรค์) มอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง(จพง. ป.ป.ส.) นำกำลังสมาชิก อส. ร้อย. อส.อ.โพนสวรรค์ 7 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรโพนสวรรค์ (ชุดปฏิบัติการพิเศษโพนสวรรค์) ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย ในพื้นที่บ้านนาขมิ้น หมู่ 3 ตำบลนาขมิ้น อำเภอโพนสวรรค์ สามารถจับกุมผู้ต้องหาชายไทย อายุ 32 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 20 เม็ด โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้จำหน่าย และเสพฯ จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนสภ.โพนสวรรค์ ดำเนินคดีต่อไป


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน