งานแสดงและจำหน่ายสินค้า “ROADSHOW OTOP MAEKLONG 2025” ตามโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาด OTOP จ.สมุทรสงครามปีงบประมาณ พ.ศ.2568

งานแสดงและจำหน่ายสินค้า “ROADSHOW OTOP MAEKLONG 2025” ตามโครง การส่งเสริมช่องทางการตลาด OTOP (ตลาดนัดชุมชน OTOP สมุทรสงคราม) ปีงบ ประมาณ พ.ศ.2568 “กิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ของ จ.สมุทรสง คราม” ครั้งที่ 2

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณลานกิจกรรมชั้น1 หน้าโลตัสศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา : จังหวัดสมุทรสงคราม โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดตัวงานแสดงและจำหน่ายสินค้า “ROADSHOW OTOP MAEKLONG 2025”ตามโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาด OTOP (ตลาดนัดชุมชน OTOP สมุทรสง คราม) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 “กิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ของจังหวัดสมุทรสงคราม” ครั้งที่ 2 โดยมี นายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมงาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม

นายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ เผยว่า เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อให้แต่ละชุมชนสามารถใช้ทรัพยากรและภูมิ ปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาสินค้า เน้นการสนับสนุนการกระจายสินค้าให้กลุ่มผู้ผลิตให้ชุมชนเข้าถึงองค์ความรู้สมัยใหม่แหล่งเงินทุนและ พัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการและการตลาด โดยการส่งเสริมเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากชุมชนสู่ตลาดโลก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการดำเนินงานโครงการจัดตั้งศูนย์แสดงจำหน่าย และการกระจายสินค้า ในเมืองท่องเที่ยวหลัก

การจัดโครงการครั้งนี้ จึงเป็นกิจกรรมโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาด OTOP (ตลาดนัดชุมชน OTOP สมุทรสงคราม) เป็นการคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีคุณภาพและ มาตรฐานสากลของจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า OTOP ให้แก่กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เป็นการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ระหว่างกลุ่มผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับประชาชน ในการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านผลิตภัณฑ์ OTOP สนับสนุนและพัฒนาให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้เรียนรู้ทักษะ ด้านการบริหาร อีกทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์ สินค้ามีศักยภาพ และได้มาตรฐานให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

ด้าน นางวาสนา ไขว้พันธุ์ พัฒนาการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า ในการจัดงานตามโครงการฯ ในครั้งนี้ เป็นการนำผลิตภัณฑ์ OTOP ของกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ของจัง หวัดสมุทรสงคราม ที่มีมีศักยภาพ และได้มาตรฐาน มาจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าภายในงาน จำนวน 55 ร้านค้า มาให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อ

ซึ่งงานมีกำหนดจัดทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 จัดในระหว่างวันที่ 14–18 กรกฎาคม 2568/ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากประชา ชน และในวันนี้เป็นการจัดงาน ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 2–6 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดกิจกรรมตามโครงการในครั้งนี้ เป็นการผลักดัน ให้ผลิตภัณฑ์ OTOP ของกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ของจังหวัด สมุทรสงคราม เป็นที่รู้จักแก่ผู้บริโภคทั้งภายในพื้นที่และภายนอกพื้นที่ เชิญทุกท่านมาเลือกซื้อ เลือกช้อปอุดหนุนสินค้าในโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) / ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2568 ถึง วันที่ 6 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค

ซึ่งในงานแสดงและจำหน่ายสินค้าของกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จังหวัดสมุทร สงคราม จำนวน 55 ร้านค้า โดยคัดสรรสินค้าดี สินค้าเด่น ผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสากล มาให้ทุกท่านได้เลือกสรร และมีการแสดงการแสดง Mini Concert ของศิลปินผู้มีชื่อเสียง การแสดงศิลปะวัฒนธรรม การแสดงดนตรีโฟล์คซอง รวมถึงมีการจัดส่งเสริมการขายนาทีทองนาทีถูก สินค้าราคา 1 บาท สินค้าลด 50% กิจกรรมลุ้นโชคของรางวัลทั้งสินค้าจากผู้ประกอบการภายในงานและเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกวัน แจกคูปอง แจกของรางวัล ให้ผู้สนใจได้แวะเข้ามาเลือกซื้อสินค้าและร่วมสนุกภายในงาน จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวผู้สนใจ แวะเข้ามาเลือกซื้อสินค้าและร่วมสนุกภายในงาน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สว.จำลอง อนันตสุข เลขานุการคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมวุฒิสภา และโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน “โครงการยุทธศาสตร์ชาติด้านกฏหมายกับองค์กรวิชาชีพกฏหมาย

สว.จำลอง อนันตสุข เลขานุการคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวด ล้อมวุฒิสภา และโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน “โครงการยุทธศาสตร์ชาติด้านกฏหมายกับองค์กรวิชาชีพกฏหมาย

วันที่ 2 ส.ค.2568 ที่ ห้องประชุมไมด้า บอลรูม โรงแรมไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต : สมาคมธรรมาภิบาล,มูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต,สมาคมนักข่าวช่างภาพโทรทัศน์แห่งประ เทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาออนไลน์ จัด “โครงการยุทธศาสตร์ชาติด้านกฏหมายกับองค์กรวิชาชีพกฏหมาย” โดยมี สว.จำลอง อนันตสุข เลขานุการคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด

โดยมีวัตถุประสงค์ให้องค์กรวิชาชีพกฏหมาย ซึ่งถือเป็นเสาหลักของของกระบวนการยุติ ธรรมและธรรมาภิบาลในสังคม ได้แก่เนติบัณฑิตยสภา,สภาทนายความ รวมถึงองค์กรอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุม ส่งเสริม และพัฒนานักกฏหมายให้มีคุณภาพ คุณธรรม และมีจริยธรรม รวมถึงการให้ความช่วยเหลือทางกฏหมายแก่ประชาชน ถือเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งและประสิทธิภาพขององค์กรวิชาชีพกฏหมาย จึงเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนประเทศเพื่อให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม นิติรัฐอันดีงามต่อไป

การเปิดโครงการยุทธศาสตร์ชาติด้านกฏหมายกับองค์กรวิชาชีพกฏหมาย เริ่มด้วยนางสาวณัฎฐิณิชา ศรีจันทร์ รองประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต คนที่ 1 กล่าวรายงาน จากนั้น สว.จำลอง อนันตสุข เลขานุการคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติกล่าวเปิดโครงการท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ,นักกฏหมาย และสื่อมวลชนที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

จากนั้นเป็นปาฐกถาพิเศษโดย ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในหัวข้อ” เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540,ฉบับปี 2550 และฉบับปี 2560
ต่อด้วย Talk Show พิเศษจากอาจารย์สมชาย หนองฮี วิทยากรรายการ”สภาทอล์ค” และปาฐกถาพิเศษโดยนายพลรัตน์ จันทร์เทพ ในหัวข้อ”วิธีการเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความปี 2568″

และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของกิจกรรมในวันนี้ คือ การเปิดโอกาสให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายของแต่ละทีม ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

ทางด้าน นางสาวณัฏฐิณิชา ศรีจันทร์ รองประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริตคนที่ 1 กล่าวถึงที่มาของ “โครงการยุทธศาสตร์ชาติด้านกฏหมายกับองค์กรวิชาชีพด้านกฏหมาย” ในครั้งนี้ว่า เป็นการยกระดับการทำงานขององค์กรวิชาชีพกฏหมายที่ทำงานในแนวทางที่ต่างกัน เราจัดทัพยุทธศาสตร์นี้ขึ้นเพื่อให้การทำงานขององค์กรวิชาชีพกฏหมายและนักกฏหมายจะประสานการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อประโยชน์ของสังคมไทย และประชาชนทั่วไปที่จะเข้าถึงกฏหมายได้ดียิ่งขึ้น


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ชพด. HDUT บันทึกเทปถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ททบ.5

ชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส (ชพด.HDUT.) ร่วมบันทึกเทป ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5)

พลโทชุมพร อินทร์ทองน้อย ประธานอำนวยการคณะกรรมการที่ปรึกษา พร้อมด้วย นางมนัสวี พยัคฆนันทน์ ประธานชมรมผู้บริหาร และคณะกรรมการบริหาร สมาชิกชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส (ชพด.HDUT.) ร่วมบันทึกเทป ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

โครงการ บันทึกเทป ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568 เป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ของชมรมฯ เพื่อให้สมาชิกชมรมฯ ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในกิจกรรมน้อมเกล้า น้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล แสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อให้สมาชิกส่งเสริมสนับสนุน ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง กับชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ในเทศกาลต่างๆ ตามกาลเวลาและโอกาสที่เหมาะสม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กิจกรรม Lanna wellness trail 2025 สนามที่ 2 ดอยนาเมาะ-ดอยงุ้ม เชียงใหม่-ลำพูน เริ่มแล้ว

กิจกรรม Lanna wellness trail 2025 สนามที่ 2 ดอยนาเมาะ-ดอยงุ้ม จังหวัดเชียงใหม่-จังหวัดลำพูน เริ่มต้นขึ้นแล้ว

เช้าวันนี้(วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568) ณ โรงเรียนออนใต้วิทยา ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน เป็นประธานในกิจกรรม Lanna wellness trail 2025 สนามที่ 2 ดอยนาเมาะ-ดอยงุ้ม จังหวัดเชียงใหม่-จังหวัดลำพูน โดยมีนายอำเภอสันกำแพง หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เข้าร่วม ทั้งนี้ มีการเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมการวิ่งจากทั่วประเทศ จากเพจ Lanna wellness trail 2025 มีผู้เข้าร่วมสมัครทั้งสิ้น 1,000 คน แบ่งเป็นสนามละ 250 คน และในครั้งนี้เป็นสนามที่ 2 พื้นที่ อำเภอสันกำแพงจังหวัดเชียงใหม่ เชื่อมโยงอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน

นางเกศกนก เดชมา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, แม่ฮ่องสอน มีความโดดเด่นทางด้านทรัพยากร ธรรมชาติ จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวภายในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 กิจกรรม Wellness Trail ภายใต้กิจกรรมหลักที่ 3 : FIGHING & SPORT โครงการส่งเสริมและพัฒนา Soft Power เพื่อเป็นต้นทุนพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ตามแผนปฏิบัติราชการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

การจัดกิจกรรม Lanna wellness trail 2025 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และกิจกรรมการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เพื่อเสริมสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวทางเลือกของกลุ่มจังหวัด โดยกิจกรรมการวิ่งเทรลนับว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สร้างสรรค์ สามารถสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ และยังเป็นการออกกำลังกายที่ส่งผลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์

ขณะที่ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมด้านการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ซึ่งมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่น ทั้งทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต พื้นที่ของเราเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวขจี และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งล้วนแล้วแต่เอื้อต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และกิจกรรมกีฬาเชิงผจญภัยอย่าง “วิ่งเทรล” สนามวิ่งในครั้งนี้ ได้รับการคัดสรรจากเส้นทางธรรมชาติที่สวยงาม ปลอดภัย และท้าทาย การจัดกิจกรรมนี้ เป็นการส่งเสริมการท่องที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Tourism) และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์(Creative Tourism) และเป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้นักวิ่งเทรล, นักท่องเที่ยว และประชาชนได้รู้จัก เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมในชุมชน ทำให้เกิดการกระจายรายได้ในชุมชนต่อไป

กิจกรรม Lanna wellness trail เป็นการวิ่งผจญภัยในพื้นที่ธรรมชาติ วิ่งขึ้นภูเขา วิ่งในพื้นที่ป่า วิ่งไปเจอทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตาในแต่ละพื้นที่ นักวิ่งจะได้สัมผัสกับบรรยากาศ ในระหว่างทางในการวิ่งแต่ละเส้นทาง สามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการวิ่งเทรล โดยมีกำหนดจัดกิจกรรม ทั้งสิ้น 4 สนาม ประกอบด้วย

  • สนามที่ 1 ผาหอบ จังหวัดลำปาง ในวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม 2568 ณ สำนักสงฆ์วนาธรรม (บ้านเกี๋ยง) ตำบลสบป้าด อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย
  • สนามที่ 2 (ครั้งนี้) ดอยนางเมาะ-ดอยงุ้ม จังหวัดเชียงใหม่-จังหวัดลำพูน ในวันนี้ วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 ณ โรงเรียนออนใต้วิทยา ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
  • สนามที่ 3 ดอยขุนตาล จังหวัดลำพูน ในวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2568 ณ สะพานขาวทาชมภู ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน และ
  • สนามที่ 4 สนามสุดท้าย ดอยธง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2568 ณ โรงเรียนบ้านน้ำฮู ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

นที มีเดช รายงาน

ผู้ตรวจฯ สำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 15 ติดตามผลการดำเนินการในการประชุม ก.ธ.จ. ลำพูน ครั้งที่ 2/2568

ผู้ตรวจฯ สำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 15 ติดตามผลการดำเนินการในการประชุม ก.ธ.จ. ลำพูน ครั้งที่ 2/2568 ตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

วันนี้ (วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2568) เวลา 13.30 น. ที่ ห้องประชุมผู้บริหาร ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดลำพูน คณะกรรมการธรรมมาภิบาลจังหวัดลำพูน โดย นายสุรพล โพธาเจริญ รองประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยคณะกรรมการ หน่วยงานของจังหวัดลำพูนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดลำพูน ครั้งที่ 2/2568 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Web Conference : Zoom Meeting) โดยมีนายพิฆเนศ ต๊ะปวง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 15 เป็นประธานในการประชุม ณ ห้องประชุมสำนักตรวจราชการ ชั้น 3 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมกันติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ที่ประชุมได้ติดตามผลการลงพื้นที่สอดส่องแผนงาน/โครงการตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดลำพูน โดยมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ จำนวน 4 โครงการ ได้แก่

  1. โครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนแอลฟัสติกคอนกรีต ถนนสาย ลพ.2047 แยกทางหลวงหมายเลข 11 – บ้านห้วยไซเหนือ อำเภอเมืองลำพูน ความยาว 3.900 กม. โดยมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในส่วนของการขยายความกว้างของสะพาน ซึ่งจะมีการหารือกับหน่วยงานในการรับผิดชอบ เพื่ออนุมัติในการดำเนินการในส่วนต่อไป เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางรวมทั้งปรับปรุงทัศนียภาพข้างทาง อีกทั้งเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมี
  2. กิจกรรมขุดลอกแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและป้องกันภัยแล้งห้วยแม่ลาน บ้านแม่ลาน หมู่ที่ 3ตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ขนาดปากกว้าง เฉลี่ย 4.00 เมตร ก้นกว้างเฉลี่ย 3.00 เมตร ยาว 2,300 เมตร ลึก 1.50 เมตร โดยที่ทำการปกครองอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นหน่วยดำเนินการ
  3. กิจกรรมขุดลอกแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและป้องกันภัยแล้งห้วยแม่ลาน บ้านเด่นเหม้า หมู่ที่ 5 ตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ขนาดปากกว้างเฉลี่ย 20.00 เมตร ก้นกว้างเฉลี่ย 15.00 เมตร ยาว 50.00 เมตร โดยที่ทำการปกครองอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นหน่วยดำเนินการ และ
  4. โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำทา บ้านดอยสารภี หมู่ที่ 7 ตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ความยาว 200 เมตร โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดลำพูน เป็นหน่วยดำเนินการ

ขณะเดียวกันยังได้ติดตามความก้าวหน้า เรื่อง ขอความช่วยเหลือและตรวจสอบกรณีเงินฝากหาย จากสถาบันการเงินชุมชนตำบลริมปิง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ซึ่งปัจจุบันยังคงมีการติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและมีการทยอยให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น จะมีการประชุมนัดการไกลเกลี่ยภายในเดือนกันยายนนี้อีกครั้ง โดยจะมีการ ดำเนินการเร่งสอบสวนและเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามในที่ประชุมได้รับทราบและมีมติให้เสนอการสอบถามข้อมูลความคืบหน้าไปยัง สภ.เมืองลำพูน เพื่อสอบถามข้อมูลความคืบหน้าเพิ่มเติมต่อไป

นอกจากนี้ยังมีการรายงานการตรวจราชการตามมาตรา 55 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2565 การแจ้งแผนการสอดส่องโครงการของ ก.ธ.จ. ลำพูน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (เพิ่มเติม) รายงานผลการใช้จ่ายงประมาณของ ก.ธ.จ. ลำพูน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 การร่วมประชุมและลงพื้นที่ในการกำกับ ติดตาม ประเมินผลโครงการก่อสร้างทางหลวง หมายเลข 106 สาย บ.แม่ป่าไผ่ – ต.แม่ตืน จังหวัดลำพูน การรายงานผลการประชุมแบบไม่เป็นทางการ (นอกรอบ) และการรายงานผลการสอดส่องของ ก.ธ.จ. ลำพูน ตามแผนการสอดส่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีเอกภาพ อย่างไรก็ตามสำนักงานจังหวัดลำพูนในส่วนการรับผิดชอบ ได้ติดตามโครงการต่างๆ ที่อยู่ภายใต้แผนงบประมาณจังหวัดอย่างใกล้ชิด พร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหาภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การประชุมติดตามการดำเนินงานฯ ถือเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค ในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้บรรลุเป้าหมาย และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ ลำพูน นำตัวแทนหมู่บ้านต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดิน ร่วมเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ผู้ว่าฯ ลำพูน นำตัวแทนหมู่บ้านต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดิน ร่วมเฝ้ารับเสด็จสม เด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานและทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ในงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2568

วันนี้(วันที่ 4 สิงหาคม 2568) เวลา 17.03 น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเป็นองค์ประธานในงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2568

โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส., นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, ผู้ว่าราชการจังหวัด, อธิบดีผู้พิพากษาภาค 1, แม่ทัพภาคที่ 1, ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1, ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย, ข้าราชการตุลาการ, ทหาร, ตำรวจ, ข้าราชการ และผู้แทนภาคประชาชนกองทุนแม่ของแผ่นดินจากทั่วประเทศเข้าร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ

ในการนี้ จังหวัดลำพูน นำโดย นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นายประจักษ์จิตร สายนะที พัฒนาการจังหวัดลำพูน นายรุ่งโรจน์ สุนทร ท้องถิ่นจังหวัดลำพูน นางนวพร ปัญญากรสกุล ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน นำประธานและตัวแทนหมู่บ้านต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดิน จำนวน 10 กองทุน จาก 8 อำเภอของจังหวัดลำพูน และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูนที่เกี่ยวข้อง ร่วมเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานและทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ในงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2568


นที มีเดช รายงาน

ทบ.สดุดีทหารกล้า จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ “จ.ส.อ. อภิรมย์ ทรงพุฒิ ” พร้อมปูนบำเหน็จและขอพระราชยศทหารเลื่อนขั้นเป็น “พลตรี” อย่างสมเกียรติ

ทบ.สดุดีทหารกล้า จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ “จ.ส.อ. อภิรมย์ ทรงพุฒิ ” พร้อมปูนบำเหน็จและขอพระราชยศทหารเลื่อนขั้นเป็น “พลตรี” อย่างสมเกียรติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการบำเพ็ญกุศลและพระราชทานเพลิงศพแก่เหล่าทหารหาญ ที่สละชีพเพื่อปกป้องอธิป ไตยของชาติจากเหตุการณ์พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยในวันนี้ (4 ส.ค.68) พล.อ.วสุ เจียมสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพของ จ.ส.อ. อภิรมย์ ทรงพุฒิ ตำแหน่ง ตรวจการณ์หน้า กองบังคับการหมวดเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 81 มิลลิเมตร กองร้อยสนับสนุนการรบ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 8 กองพลทหารราบที่ 3 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ช่องสายตะกู อ.บ้าน กรวด จ.บุรีรัมย์ (29 ก.ค.68) ณ วัดเนรมิตวิปัสสนา อ.ด่านซ้าย จ.เลยโดยกองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานยศทหารเป็น “พลตรี” พร้อมมอบเงินพระราชทาน, สินไหมทดแทนภัยสงคราม, ประกันชีวิตกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท รวม 3,169,357 บาท

กองทัพบกขอสดุดี ทหารกล้าที่สละชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยและผืนแผ่นดินเกิดด้วยชีวิต เป็นวีรบุรุษของชาติที่จะถูกจารึกไว้ในหัวใจของคนไทยตลอดไป ทั้งนี้ กองทัพบกจะดูแลสิทธิและสวัสดิการแก่ครอบครัวและทายาท เพื่อเชิดชูเกียรติแห่งความเสียสละอันยิ่งใหญ่อย่างดีที่สุด


แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ภารกิจ ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตพื้นที่ มทบ.37 ประจำวันที่ 4 ส.ค.68

ภารกิจ ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตพื้นที่ มทบ.37 ประจำวันที่ 4 ส.ค.68

มทบ.37 โดย ศปร.เขตพื้นที่ มทบ.37 ดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดังนี้

1.ชป.ประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน บ.ห้วยหยวกป่าโซ

  • เวลา 08.00 น. ร.อ.จรัญ นาคจาด หน.ชป.ประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน บ.ห้วยหยวกป่าโซ พร้อมเจ้าหน้าที่ และราษฎรในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมการปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ ร้องเพลงเคารพธงชาติไทย. ในการนี้ได้ร่วมพบปะราษฎรในบริเวณสถานีฯ
  • เวลา 10.00 น. จัดกำลังพลจิตอาสา ร่วมกับนายสรุพันธุ์ วัฒนปัญญานนท์ ตำแหน่งผู้ช่วยกลุ่มงานบริหารทั่วไป มอบผ้าห่มกันหนาวให้กับเด็กนักเรียนเรียนดี มีความประพฤติดี มีฐานะยากจนในพื้นที่โครง การฯ ด.ช.เก้า มาเยอะ, ด.ช.ปิติชา มาเยอะ และ ด.ช.ทวี มาเยอะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และความอบอุ่นกายใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อชุมชน

2.ชป.ประสานการคุ้มครองและป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ บ.ห้วยหญ้าไซ

  • เวลา 09.30 น. ร.ท.พัฒน์ธนะ ศรีเทพธำรงค์ หน.ชป.ประสานการคุ้มครองและป้องกันชุมชน บ.ห้วยหญ้าไซ ร่วมการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ และการประชุมคณะกรรม การบริหารงานอำเภอแบบบูรณาการ (ก.บ.อ.) อำเภอแม่สรวย ประจำเดือนสิงหาคม 2568 ครั้งที่ 8/2568 ณ ห้องประชุม ที่ว่าการอำเภอแม่สรวย จว.ช.ร. โดยมี นายปฤษฎางค์ สามัคคีนิชย์ นายอำเภอแม่สรวย เป็นประธาน ผู้ร่วมประชุม 30 คน โดยชี้แจงเรื่อง กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง การรับบริจาคโลหิตประจำเดือน ส.ค.68 พิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานในวันแม่แห่งชาติ มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด มาตรการเฝ้าระวังภัยพิบัติ (อุทกภัย) แนวทางและมาตรการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก
  • เวลา 10.00 น. จัดกำลังพล จำนวน 3 นาย พบปะพัฒนาสัมพันธ์ กับราษฎร โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริฯ บ.ห้วยหญ้าไซ ม.9 ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย จว.ช.ร. เพื่อสอบถามสภาพความเป็นอยู่ ปัญหาข้อขัดข้อง ตลอดจนแลกเปลี่ยนข่าวสารด้านยาเสพติด บุคคลต่างด้าว ประชากรแฝง และความเคลื่อนไหวด้านอื่นๆ การขึ้นทะเบียนการเลี้ยงสัตว์ การเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ การฉีดวัคซีนสัตว์ ในพื้นที่

3. ชป.ประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน บ.ธารทอง ช่วยงานเกษตร ภายในโครงการพระราชดำริฯ

  • เวลา 09.00 น. ร.ต. ณัฐพล บุญทับ หน.ชป.ประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน บ.ธารทอง พร้อมกำลังพล บรูณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่และคนงาน สถานีพัฒนาการเกษตรพื้นที่สูงฯ บ.ธารทอง ดำเนินการเก็บดอกสร้อยไก่ เพื่อนำส่งให้กับร้านค้าที่มารับไปจำหน่าย ณ สถานีพัฒนาการเกษตรพื้นที่สูง ตามพระราชดำริ บ.ธารทอง ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน จว.ช.ร.

นที มีเดช รายงาน

รองแม่ทัพภาคที่ 3 รวมพลังผู้บริหาร หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 6 มอบสิ่งของ ให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดสุโขทัย

รองแม่ทัพภาคที่ 3 รวมพลังผู้บริหาร หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 6 มอบสิ่งของ ให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดสุโขทัย

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น.พลตรี วรเทพ บุญญะ รองแม่ทัพภาคที่ 3 นำคณะผู้บริหารหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 6 พร้อมจิตอาสาภัยพิบัติจังหวัดสุโขทัย ลงพื้นที่ มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค และอุปกรณ์ทำความสะอาด เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดสุโขทัย เขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ในชุมชนคูหาสุวรรณ ชุมชนคลองโพธิ์ ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดยมี ดร.พรรณสิริ กุลนาถสิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต 1, นายสมพงษ์ ชมชัย นายอำเภอเมืองสุโขทัย นางพัฒสอน ดอนพิมพา นายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัยธานี ให้การต้อนรับ

จากนั้น รองแม่ทัพภาคที่ 3 นำคณะผู้บริหารหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 6 เดินทางไปลงพื้นที่มอบสิ่งของถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ในระดับสูง ปัจจุบันระดับน้ำที่ท่วมในพื้นที่เขตอำเภอเมืองสุโขทัย ลดระดับลงแล้ว บางพื้นที่ พร้อมทั้งพบปะพูดคุยให้กำลังใจแก่ประชาชนในจังหวัดสุโขทัย ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันอุทกภัยในครั้งนี้

ทั้งนี้ คณะผู้บริหารหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 6 จับมือกันเดินหน้าสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาภัยคุกคามในทุกมิติ และช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ถือเป็นหนึ่งพลังสำคัญ ในการช่วยเหลืองานด้านกิจการพลเรือนและการประชาสัมพันธ์ การสาธารณกุศลของกองทัพบก และกองทัพภาคที่ 3 การมีส่วนร่วมในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ และสนับสนุนการแก้ไขป้องกันสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศ ในด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเมือง และด้านการทหาร ตลอดจนนโยบายการบริหารประเทศ รวมทั้งตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคมในสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงเพื่อสร้างโอกาสให้กับผู้บริหารระดับสูงได้มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันในทางสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาประเทศต่อไป


พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า​”โครงการร้อยใจรักษ์” จังหวัดเชียงใหม่

พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรรราชธิดา ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า​”โครงการร้อยใจรักษ์” จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรรราชธิดา เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้า​ “โครงการร้อยใจรักษ์” จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งโครงการร้อยใจรักษ์เป็นโครงการที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีพระดำริเพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกในการดำรงชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

โดยมีนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ, นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นางโสภา สุทธิภิบาล ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอฝาง, นางสาวณัฐนันท์ พิทักษา ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ในการต้อนรับคณะติดตามความก้าวหน้า​”โครงการร้อยใจรักษ์” จังหวัดเชียงใหม่ และเข้าร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการร้อยใจรักษ์ และประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการร้อยใจรักษ์ ณ สำนักงานโครงการร้อยใจรักษ์ จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน