“บ้านดอยผักกูด” หมู่บ้านยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากชุมชน เพื่อความมั่นคง สู่สุดยอดหมู่บ้านกาแฟไทย

“บ้านดอยผักกูด” หมู่บ้านยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากชุมชน เพื่อความมั่นคง สู่สุดยอดหมู่บ้านกาแฟไทย

เมื่อปี 2545 ถึงปี 2549 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทรงสนพระทัยในความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน มีพระราชดำริ “ให้พิจารณาหาแนวทางในการดำเนินงานจัดตั้งหมู่บ้าน ในรูปแบบบ้านยามชายแดน เพื่อพัฒนาราษฎรในพื้นที่ให้เข้มแข็ง มีส่วนร่วมรักษาประเทศชาติอย่างมีระบบ ตามแนวทางของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร”

ปัจจุบัน มีหมู่บ้านยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 4 แห่ง ดังนี้ 1) โครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านปางคอง ตำบลนาปู่ป้อม อำเภอปางมะผ้า 2) โครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านแม่ส่วยอู ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง 3) โครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านอาโจ้ ตำบลนาปู่ป้อม อำเภอปางมะผ้า และ 4) โครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านดอยผักกูด ตำบลแม่นาเติง อำเภอปาย

สำหรับ หมู่บ้านยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ “บ้านดอยผักกูด” ได้มีการพัฒนาขึ้นตามลำดับ จนเป็นชุมชนเข้มแข็ง เป็นสถานที่เพาะปลูกกาแฟ อราบิก้า ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ได้รับรางวัลถ้วยรางวัลพระราชทานของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การประกวดสุดยอดกาแฟไทย ปี 2564 (Thai Coffee Excellence 2021) ในการประกวดคัดสรร สุดยอดเมล็ดกาแฟไทย ตามโครงการประชาสัมพันธ์สุดยอดกาแฟไทย ปี 2564 โดย กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยการสนับสนุนจากองค์การกาแฟระหว่างประเทศ เนื่องด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน และเป็นที่ราบระหว่างหุบเขาของฝั่งลำห้วย เป็นต้นน้ำของน้ำแม่ลาง ซึ่งจะไหลผ่าน บ้านแอโก๋ และอำเภอปาย มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 1,423 เมตร ยอดเขาที่สูงที่สุด ประมาณ 1,865 เมตร ซึ่งการปลูกกาแฟ เกษตรกรปฎิเสธ การใช้สารเคมีใดๆ ในพื้นที่ จนกลายเป็นกาแฟออแกนิค อีกทั้งการเมล็ดกาแฟคั่วด้วยมือที่ต้องอาศัยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และภูมิปัญญาของชาวบ้าน และการรักษาคุณภาพของการคั่วกาแฟเป็นที่สำคัญอย่างยิ่ง คือความใส่ใจของเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลโครงการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้กาแฟดอยผักกูด มีคุณภาพที่สูงสามารถทัดเทียมได้ในระดับสากลได้ ทั้งนี้ ยังได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน สำหรับคนรักกาแฟ สามารถเยี่ยมชมการปลูก การคั่ว ไปจนถึงการลิ้มรสกาแฟคั่วมือบ้านดอยผักกูด ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ขอเชิญชวนข้าราชการทหารในสังกัดกองทัพภาคที่ 3, พี่น้องประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และเหล่านักท่องเที่ยวมาสัมผัสเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย รวมทั้งได้ลิ้มลองสุดยอดกาแฟไทย สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเดินทางโดยใช้ทางหลวงแผ่นดิน 1095 ผ่านอำเภอแม่ริม ถึงอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นระยะทาง 130 กิโลเมตร จากนั้นสามารถเดินทางไปยังโครงการฯ ได้ 2 เส้นทาง


กองพันซ่อมบำรุงที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 คว้ารางวัลชมเชย สิ่งประดิษฐ์ทางทหารด้านยุทโธปกรณ์ ระดับกองทัพบก ประจำปี 2568

กองพันซ่อมบำรุงที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 คว้ารางวัลชมเชย สิ่งประดิษฐ์ทางทหารด้านยุทโธปกรณ์ ระดับกองทัพบก ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะฯ ได้เข้าร่วมกิจกรรม “วันภูมิปัญญานักรบไทย ประจำปี 2568” ณ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก กรุงเทพ มหานคร โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิชาการและเทคโน โลยีทางทหาร ระหว่างบุคลากรด้านการวิจัยของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ตลอดจนเปิดเวทีแสดงศักยภาพของนักวิจัย และนักประดิษฐ์ทางทหารในการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้สนับสนุนภารกิจของกองทัพ เสริมสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ

สำหรับหน่วย กองพันซ่อมบำรุงที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ซึ่งมีภารกิจในการสนับสนุนการส่งกำลัง และซ่อมบำรุงสิ่งอุปกรณ์ประเภท 2 และ 4 สายสรรพาวุธ รวมถึงการสนับสนุนการซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธที่จำเป็นแก่หน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก, กองทัพภาค และกองพล ในการนี้ หน่วยได้คิดค้นนวัตกรรม “เครื่องขยายสัญญาณโทรศัพท์สนาม ETP-1” เพื่อพัฒนาโทรศัพท์สนาม ETP-1 สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร ในภารกิจที่ต้องการการเชื่อมต่อที่มีความเสถียร และสามารถใช้งานในพื้นที่ห่างไกลหรือภารกิจในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เช่น การปฏิบัติการทางทหาร, การช่วยเหลือในเหตุการณ์ภัยพิบัติ, หรือการสำรวจในพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าถึง และสามารถใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ เช่น พื้นที่ภูเขา, ป่า, หรือบริเวณที่มีการทำการรบให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระยะทางที่ไกลขึ้น

นวัตกรรมดังกล่าวของ กองพันซ่อมบำรุงที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ในผลงานเครื่องขยายสัญญาณโทรศัพท์สนาม ETP-1 ทำให้สามารถคว้ารางวัล “ชมเชยสิ่งประดิษฐ์ทางทหารด้านยุทโธปกรณ์” ของกองทัพบก ประจำปี 2568 โดยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่หน่วยสืบไป

ทั้งนี้ จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3 จะมุ่งมั่น ตั้งใจพัฒนานวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อป้องกันชายแดน รักษาอธิปไตยของชาติ และพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และยั่งยืนสืบไป


“ช้างไทย” ร่วมส่งใจสู่ชายแดน

“ช้างไทยร่วมส่งใจสู่ชายแดน” สองช้างหนุ่มเมืองเหนือแสดงพลังงวงเพื่อชาติ สื่อสารความห่วงใยจากผืนป่าแม่แตง

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 ณ บ้านช้างตระกูลแสน ตำบลกึ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียง ใหม่ ได้ปรากฏภาพน่าประทับใจจาก “พลายดูดอย” ช้างหนุ่มวัย 4 ปี และ “พลายแสนตัน” วัย 8 ปี ช้างตระกูลแสนผู้เปี่ยมพลัง ร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ภายใต้กิจกรรม “งวงนี้เพื่อชาติ” โดยใช้พลังงวงชูธงชาติไทย โบกสะบัดอย่างสง่างาม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความร่วมแรงร่วมใจ ส่งผ่านกำลังใจจากใจกลางผืนป่าสู่แนวชายแดน

กิจกรรมดังกล่าวมีขึ้นเพื่อร่วมส่งแรงใจและประกาศจุดยืนแห่งความห่วงใยต่อสถานการณ์ปะ ทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนในพื้นที่ โดยภาพของช้างทั้งสองเชือกขณะชูงวงจัดธงชาติอย่างพร้อมเพรียง ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังใจและความรักชาติ ถ่ายทอดบทบาทของช้างไทยในฐานะสัตว์คู่บ้านคู่เมืองที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิตและจิตวิญญาณของคนไทย

บ้านช้างตระกูลแสน ซึ่งเป็นแหล่งอนุรักษ์ช้างไทยตามวิถีดั้งเดิม ก่อตั้งโดยท่านพระครูอ๊อดวัดเจดีย์หลวงจังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินงานด้านการฟื้นฟูและดูแลช้างอย่างยั่งยืน โดยยึดหลักความเข้าใจในพฤติกรรมสัตว์และความสัมพันธ์ระหว่างช้างกับควาญ ภายใต้บริบทของชุมชนท้องถิ่น แม้ในปัจจุบัน ช้างจะไม่ได้ร่วมสมรภูมิรบเช่นในอดีต แต่บทบาทของช้างในฐานะ “ผู้ให้กำลังใจ” และ “สื่อกลางทางวัฒนธรรม” ยังคงทรงพลัง และได้รับการตอบรับอย่างลึกซึ้งจากสาธารณชน

ข้อความจากควาญช้างในพื้นที่ “จากใจกลางผืนป่า ถึงชายแดนสุดไกล… งวงนี้เพื่อชาติ งวงนี้เพื่อไทย” ย้ำให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างคน ช้าง และแผ่นดินไทย ที่ยังคงเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น


นที มีเดช รายงาน

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานความช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ บรรเทาความเดือดร้อนผู้เลี้ยงสัตว์ ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยเกษตรกร พระราชทานความช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ ส่งมอบหญ้าแห้งผ่านทางกองทัพบก – มูลนิธิชัยพัฒนา – หน่วยงานปศุสัตว์ บรรเทาความเดือดร้อนผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ

ตามที่เกิดการสู้รบบริเวณแนวชายแดนไทย – กัมพูชาในห้วงที่ผ่านมา ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะการขาดแคลนอาหารสัตว์สำหรับเลี้ยงโค กระบือ และสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ นั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกรผู้ประสบภัย ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ มูลนิธิชัยพัฒนา ประสานความร่วมมือกับ กองทัพบก และหน่วยงานด้านปศุสัตว์ในการดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ในการนี้ กรมการสัตว์ทหารบก ร่วมกับ มูลนิธิชัยพัฒนา, กรมปศุสัตว์ และ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ ได้สนับสนุนหญ้าฟ่อนแห้งจำนวน 25,000 ฟ่อน เพื่อแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมจัดรถบรรทุกลำเลียงอย่างต่อเนื่อง โดยวานนี้ (2 ส.ค.68) กรมการสัตว์ทหารบก ได้ลำเลียงหญ้าฟ่อนแห้งจำนวน 1,100 ฟ่อน จาก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ไปยังพื้นที่ อ.พนมดงรัก และ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์

การส่งมอบความช่วยเหลือในครั้งนี้ มิใช่เพียงแค่การบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่าน ที่ทรงใส่พระทัยต่อความทุกข์สุขของราษฎรอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ กองทัพบกยังคงดำเนินภารกิจในการสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติ ด้วยจิต สำนึกในหน้าที่และพันธกิจแห่งความมั่นคง พร้อมเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในทุกโอกาส



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 ร่วมอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ในการเสด็จมาทัศนศึกษา ในพื้นที่อุตรดิตถ์และสุโขทัย

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดสุโขทัยและศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 35 นำจิตอาสา 904 และจิตอาสาพระราชทาน อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ในการเสด็จมาทัศนศึกษา ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดสุโขทัย

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 นำจิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทานภาค 3 และ รด.จิตอาสา อำนวยความสะดวกดูแลประชาชนเดินทางมาเฝ้าบเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ในการเสด็จมาทัศนศึกษา ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดสุโขทัย ณ ท่าอากาศ ยานทหารกองบิน 46 อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

นอกจากนี้ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราช ทานจังหวัดสุโขทัย นำจิตอาสา 904 และจิตอาสาพระราชทานจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับ ดูแลอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ในการเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จไปทรงทัศนศึกษา ณ อุทยานประวัติ ศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย

และ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราช ทานมณฑลทหารบกที่ 35 นำจิตอาสา 904 และจิตอาสาพระราชทานจังหวัดอุตรดิตถ์ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนและเตรียมการรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ในการเสด็จมาทัศนศึกษาในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ (เป็นการส่วนพระองค์) ณ แปลงโคก หนอง นา บ้านขุนฝาง ตำบลขุนฝาง อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์

ซึ่ง พสกนิกรชาว ทั้งจังหวัดสุโขทัย และ จังหวัดอุตรดิตถ์ ทุกหมู่เหล่า ต่างปลื้มปิติรอเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร


นที มีเดช รายงาน

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มอบถุงยังชีพและให้กำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ ในห้วงสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่

3 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5, พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ลงพื้นที่สถานีตำรวจภูธรท่าวังผา จังหวัดน่าน เพื่อมอบถุงยังชีพและให้กำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ ในห้วงสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่

ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวได้จัดขึ้นภายใต้โครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” โดยมีสมาคมแม่บ้านตำรวจร่วมส่งต่อความห่วงใยและการสนับสนุนแก่ครอบครัวของข้าราชการตำรวจในพื้นที่ประสบภัย ทั้งนี้ คุณพจนารถ กรึงไกร รักษาการประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 และคุณละมัย กัลยา ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ได้ร่วมเดินทางลงพื้นที่และมอบถุงยังชีพด้วยตนเอง โดยมี พ.ต.อ.สุริยา ขุ่นโต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าวังผา พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และกล่าวแสดงความขอบคุณในความห่วงใยจากผู้บังคับบัญชาและคณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ ที่ไม่เคยทอดทิ้งกำลังพลขององค์กรในยามเผชิญวิกฤติ

อนึ่งการมอบถุงยังชีพในครั้งนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญที่ช่วยเสริมพลังให้ข้าราชการตำรวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ภายใต้คำมั่นสัญญาอันแน่วแน่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า “ตำรวจไทยเคียงข้างประชาชนทุกสถานการณ์”

@สภ.ท่าวังผา จ.น่า@admin


นที มีเดช รายงาน

“แบ็งค็อก ออโต ซาลอน 2025″ โชว์นวัตกรรมแต่งรถระดับโลก กิจกรรม Car Club สุดยิ่งใหญ่ระดับอาเซียน วันที่ 27-31 สิงหาคม 2568

“แบ็งค็อก ออโต ซาลอน 2025″ โชว์นวัตกรรมแต่งรถระดับโลก กิจกรรม Car Club สุดยิ่งใหญ่ระดับอาเซียน วันที่ 27-31 สิงหาคม 2568

วันที่ 5 สิงหาคม 2568 : บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด เดินหน้าสานต่อความสำเร็จการจัดงาน “แบ็งค็อก ออโต ซาลอน 2025″ (Bangkok Auto Salon 2025) ครั้งที่ 11 อย่างยิ่งใหญ่ในปี 2568 โดย ร่วมมือกับบริษัทรถยนต์รถจักรยานยนต์ และผู้ประกอบการอุปกรณ์ตกแต่งชั้นนำมากมาย ภายใต้ แนวคิด “Bangkok Destination ถนนทุกสาย มุ่งสู่กรุงเทพ” ปรากฏการณ์วัฒนธรรมคนรักรถแต่งที่ ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

ซึ่งงานจัดขึ้นในวันที่ 27-31 สิงหาคม 2568 ณ ไบเทค บางนา ฮอลล์ 100 โดยผู้ชมจะได้สัมผัสรถแต่ง ทั้งที่ได้รับรางวัลระดับโลกและรถแต่งในไทย พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มความแรงและความงามทั้งจาก หลากหลายประเทศ พร้อมโปรแรงและลุ้นรางวัลมากมาย

นายวิลักษณ์ โหลทอง ประธานจัดงานฯ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด กล่าวต้อนรับ พร้อมเน้นภาพความร่วมมือกับพันธมิตรว่า “ความร่วมมือระหว่าง คอร์โน แอนด์ แนช และพันธมิตรสำคัญทั้งกลุ่มบริษัท ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป และ Tokyo Auto Salon Federation เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยผลักดัน Bangkok Auto Salon 2025 นี้ยิ่งใหญ่และครบวงจรมากขึ้น โยงใยทั้งนวัตกรรม การค้า และวัฒนธรรมยานยนต์ระดับภูมิภาคและนานาชาติ”

นายจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็น พันธ มิตรหลัก กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือกับ แบ็งค็อก ออโต ซาลอน 2025 ว่า “ผมเชื่อมั่น ว่าการผนึกกำลังกันครั้งนี้ จะสร้างเทศกาลงานแสดงยานยนต์ที่ครบวงจรและยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ทั้ง ด้านรถใหม่จากโชว์รูม รถแต่ง นวัตกรรม และกิจกรรมสำหรับทุกกลุ่มคนรักรถ เราพร้อมสนับสนุนและ ผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

นายรณฤทธิ์ ซื่อวาจา รองประธานจัดงานฯ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ให้ข้อมูลรายละเอียดกิจกรรมที่น่าสนใจในงานว่า “แบ็งค็อก ออโต ซาลอน 2025” ภายใต้ธีม ‘Bangkok Destination ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงเทพ’ สะท้อนบทบาทกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางยานยนต์ ทั้งภูมิภาคและระดับนานาชาติ

งาน “แบ็งค็อก ออโต ซาลอน 2025” เป็นครั้งที่ 11 ก้าวสู่ทศวรรษที่สองของงาน เรามีสิ่งใหม่ที่ คนรักรถต้องร้องว้าว พร้อมกิจกรรมที่เร้าใจและเต็มไปด้วยความสนุก เริ่มจากผู้แสดงสินค้าจาก 7 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน เวียดนามและอื่นๆ รวมทั้งการจัดแสดงรถแต่งที่ได้รับ รางวัลอิมพอร์ตจากงาน Tokyo Auto Salon สร้างสีสันความหลากหลายระดับโลกในงานเดียว

การจัดแสดงรถแต่งและอุปกรณ์ตกแต่ง ได้แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ได้แก่

  1. โซนผู้ผลิตรถยนต์จาก ค่ายรถ โชว์รถที่โมดิฟายด์ทั้งคัน
  2. โซนสำนักตกแต่งรถชั้นนำ
  3. โซนอุปกรณ์ตกแต่ง (Accessories)
  4. โซนแคมป์ปิ้งและรถแต่งสายเที่ยว (Outdoor Lifestyle Zone)
  5. โซนกิจกรรมคาร์ คลับ ทั่วไทย (Car Club Area)

ไฮไลท์สำคัญที่มีเฉพาะในงาน “แบ็งค็อก ออโต ซาลอน 2025” เท่านั้น คือ การเชิญเจ้าของ สำนักแต่งชื่อดังจากญี่ปุ่น 5 ท่าน ได้แก่ Mr.Daijiro Inada ผู้ก่อตั้ง Tokyo Auto Salon, Mr.Tatsuru Ichishima ผู้ก่อตั้ง Spoon, Mr. Hironao Yokomaku ผู้ก่อตั้ง Vielside, Mr.Takahiro Ueno ผู้ก่อตั้ง Vertex และ Mr.Ken Amemiya ผู้ก่อตั้ง RE Amemiya ให้แฟนๆ ชาวไทยได้ชมและสัมผัสตัวจริง

กิจกรรมสำหรับคาร์คลับในปีนี้เต็มไปด้วยสีสันสนุกสนานยิ่งขึ้นเกือบ 10 กิจกรรมที่จัดทุกวัน ผู้ที่ สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมได้ฟรี เริ่มจาก “Underground Groove” พื้นที่รวมตัวสัง สรรค์สำหรับ Car Club ที่กว้างขึ้น พร้อมกิจกรรมเด่นอย่าง Car Parade บน red carpet ของรถคันเท่กว่า 20 คันต่อวัน ใน บรรยากาศและแสงสีสไตล์ Tokyo Street Show

ในปีนี้ เราเพิ่มโซนใหม่ Club Race-Mini Track,Maxi Fun! กับสนามแข่งมินิคริฟท์ โดยเปิด โอกาสให้สมัครแข่งขันทำเวลาประจำวันสุดมันส์ เพื่อชิงของที่ระลึกสุดพิเศษจาก Bangkok Auto Salon

Bangkok Auto Salon E-race อีสปอร์ตอารีน่า ต้อนรับการแข่งขัน e-sport tournament ใน เกมแข่งรถ Assetto Corsa จำนวน 10 รุ่น โดยได้รับรองมาตรฐานจากสมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย เพื่อหานักกีฬาอีสปอร์ตหน้าใหม่

กิจกรรมซิกเนเจอร์สุดร้อนแรงที่คนรักรถและสายปาร์ตี้รอคอยอย่าง SEXY CAR WASH & SEXY DJ กลับมาอีกครั้งแบบจัดเต็ม ทั้งโชว์ล้างรถสุดเซ็กซี่ที่ผสานเสียงคนตรีสุดมันส์จากดีเจสาวสุ ดฮ็อต พร้อมทั้งสาวๆ จาก A class girls สร้างสีสันและความร้อนแรงให้กับงาน นอกจากนี้

ด้านมิสเตอร์ จุนอิจิ ฟุคุอิ กรรมการบริหาร Tokyo Auto Salon Federation เจ้าของลิขสิทธิ์ การจัดงาน กล่าวว่า “ตั้งแต่การจัดงานปีแรกจนถึงปีที่ 11 นี้ “แบ็งค็อก ออโต ซาลอน” ได้พิสูจน์ ศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรมการแต่งรถอาเซียน สิ่งที่เห็นได้ชัดในปีนี้ คือความหลากหลายของผู้ผลิตทั้งไทยและต่างประเทศ การเติบโตของกลุ่มคาร์คลับ การประกวดรถแต่ง ฝีมือคนไทย รวมถึงกิจกรรมอีสปอร์ตและไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ทั้งหมดนี้ยืนยันว่า “แบ็งค็อก ออโต ซาลอน” ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงรถ แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และความหลงใหลในรถยนต์เข้าด้วยกันอย่างแท้จริง” แบงค็อก ออโต ซาลอน 2025 จัด แสดงงานเวลา 12.00-21.30 น.ในวันพุธ-ศุกร์ และเวลา 11.00 -21.30 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์ บัตรเข้า ชมงานราคา 100 บาท จำหน่ายหน้างาน และทางออนไลน์เร็วๆ นี้

ติดตามความเคลื่อนไหวและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม “แบงค็อก ออโต ซาลอน 2024′ ได้ทาง Facebook : / bangkokinternationalau…, Instagram: @bangkokautosalon official, YouTube Channel: Bangkokautosalon, TikTok: Bangkokautosalon #BangkokAutoSalon #BangkokAutoSalon2024 #TokyoAutoSalon


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ประธานณัฏฐ์ พร้อมมอบทุนธรรมาภิบาลทางการศึกษา ให้กับทายาท ทหารไทยที่เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องอธิไตยของชาติ

ประธานณัฏฐ์ พร้อมมอบทุนธรรมาภิบาลทางการศึกษา ให้กับทายาท ทหารไทยที่เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องอธิไตยของชาติ

วันนี้ 5 สิงหาคม 2568 : ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต นายกสภาสมาคมธรรมาภิบาล เปิดเผยว่า จากกรณีการรบเพื่อปกป้องอธิไตยของชาติไทย กับ กัมพูชา สิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นคือ การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินทั้งของประชา ชนและทหารของประเทศไทย ที่เอาเลือดเนื้อยอมพลีเพื่อปกป้องประเทศไทยและอธิปไตยของชาติ แม้เป็นสิ่งที่ยากยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะและหลีกเลี่ยงการสูญเสียแต่สิ่งที่มูลนิธิฯจะไม่มีวันลืมเลือนคือทหารกล้าของประเทศไทย ที่ได้พลีชีพจำนวน 15 นายนั้น ชื่อเสียงและเกียรติยศของทหารทั้ง 15 นายจะถูกจารึกในดวงใจของประชาชนคนไทยทั้งชาติตลอดกาล

ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งหนึ่งที่มูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริตจะตอบแทนในความเสียสละของทหารทั้ง 15 นายได้ คือ การมอบทุนการศึกษาให้กับบุตร ทายาท ของทหารทั้ง 15 นาย เป็นทุนธรรมาภิบาลทางการศึกษาซึ่งไม่ได้มีเงื่อนไข และให้ทุนในทุกระดับ จนถึงระดับสูงสุด เมื่อทหารทั้ง 15 นาย ได้เสียสละชีวิตเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ เราก็จะต้องดูแลคนที่อยู่ข้างหลังของทหารทั้ง 15 นาย อย่างดีที่สุด เท่าที่จะพึงสามารถกระทำได้

ประธานประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต นายกสภาสมาคมธรรมาภิบาล กล่าวต่ออีกว่า ทุนธรรมาภิบาลทางการศึกษา มูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต ได้มอบให้กับนักเรียนนักศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ในกรณีบุตร ทายาทของทหารทั้ง 15 นาย ที่สละชีพเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย และอธิไตยของชาติ ย่อมจะต้องได้รับทุนการศึกษาเป็นหนึ่งในสิ่งที่จะมาเติมเต็มให้กับทายาทของทหารกล้าที่จะไม่มีวันโดดเดี่ยวในวันที่ ทายาทได้ขาดเสาร์หลักของครอบครัวไป

ดังนั้น ทายาทของทหารทั้ง 15 นาย สามารถติดต่อขอรับทุนการศึกษาได้ที่ มูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต หมายเลขโทรศัพท์ 063-1192999 หรือ 02-0283344 ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประธานณัฏฐ์ กล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมการปกครอง เตรียมมอบ “แหนบทองคำ” เชิดชูเกียรติคนทำดี เนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน

กรมการปกครอง เตรียมมอบ “แหนบทองคำ” เชิดชูเกียรติคนทำดี เนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง เตรียมจัดงานเพื่อเชิดชูเกียรติกำนัน ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม เนื่องในโอกาสครบรอบ “133 ปี วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน” ในวันที่ 10 สิงหาคม 2568 ที่ได้ปฏิบัติภารกิจหน้าที่ด้วยความตั้งใจ เสียสละ ทุ่มเทความรู้ความสามารถในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พี่น้องประชาชนในท้องที่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนโดยทั่วไป โดยภายในงานจะมีพิธีมอบรางวัลให้แก่ “กำนัน ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม ประจำปี 2568” ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ โดยพิจารณาจากคุณงามความดี การอุทิศตนเพื่อพัฒนาตำบลและหมู่บ้าน และการเป็นผู้นำที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ ภายใต้วิสัยทัศน์ของกรมการปกครอง “พื้นที่เข้มแข็ง ประชาชนผาสุก ในสังคมที่มั่นคงปลอดภัย อย่างยั่งยืน”

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราช การแทนนายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัลให้แก่กำนันผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม ประจำปี 2568 ผู้ทำหน้าที่เชื่อมโยงนโยบายของภาครัฐสู่ประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยความมั่นคงภายในพื้นที่ โดยทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน สำหรับวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ถูกกำหนดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2435 ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทดลองจัดระเบียบการปกครองระดับตำบล และหมู่บ้าน ขึ้นเป็นครั้งแรกที่ ณ บ้านเกาะ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2435 กระทรวงมหาดไทย จึงได้ประกาศให้วันที่ 10 สิงหาคมของทุกปี เป็น “วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน” เพราะการทำหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถือเป็นกลไกสำคัญในระบบการปกครองท้องที่ที่เชื่อมโยง และขับเคลื่อนนโยบายของทางราชการ อีกทั้งยังเป็นตัวแทน ซึ่งเป็นผู้นำของพี่น้องประชาชนในตำบล และหมู่บ้าน คอยรับฟังทุกข์สุข ไกล่เกลี่ย แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้วยปณิธาน “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อประชาชนเป็นสำคัญ”

กิจกรรมที่จัดขึ้นในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ประจำปี 2568 นอกจากพิธีมอบรางวัลให้แก่กำนันผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม ประจำปี 2568 ยังมีการประชุมเพื่อติดตามผลการดำเนินงาน และรับฟังข้อเสนอแนะจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบ การณ์ ให้สามารถนำไปพัฒนาการปฏิบัติงานตามบทบาทอำนาจหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ และเสริมสร้างทัศนคติที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขอยกย่องและเชิดชูเกียรติ “นักปกครองท้องที่” ที่มุ่งมั่น เสียสละและยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ โดยจัดพิธีมอบรางวัลในวันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม 2568 ณ วิทยาลัยการปกครอง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม จำนวน 264 ราย เข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติคนทำดี ผู้มีผลงานดีเด่น เป็นแบบอย่างแก่ผู้นำท้องที่ทั่วประเทศ

สามารถร่วมติดตามรายละเอียด ตลอดจนผลงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม ประจำปี 2568 ได้ทางเว็บไซต์ www.กำนันผู้ใหญ่บ้าน.com (กำนันผู้ใหญ่บ้านดอทคอม)


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เทอร์มินอล21 เสิร์ฟความสุขต้อนรับเทศกาลวันแม่ เนรมิตดินแดนสุดอบอุ่น ด้วยหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ YOU’RE MY..FLOWER

เทอร์มินอล21 เสิร์ฟความสุขต้อนรับเทศกาลวันแม่ เนรมิตดินแดนสุดอบอุ่น ด้วยหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ YOU’RE MY..FLOWER

เสิร์ฟความสุขต้อนรับเดือนสิงหาคมและเทศกาลวันแม่ 2568 อย่างอบอุ่น หอมฟุ้ง ชวนหลงใหล ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 ผนึกกำลัง 3 สาขา ได้แก่ อโศก,พระราม3 และ พัทยา เนรมิตดินแดนสุดว้าว ด้วยหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์นับหมื่นดอกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย สื่อกลางแห่งความรักบริสุทธิ์ ความสดใสร่าเริง เบิกบานใจ ภายใต้แนวคิด YOU’RE MY..FLOWER ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2568

เริ่มด้วยศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 อโศก เติมเต็มโมเมนต์ฮีลใจ YOU’RE MY DAISY พบกับทุ่งดอกเดซี่กว่าสามพันดอกเบ่งบานสะพรั่งใจกลางเมือง สัมผัสตัวแทนความรักสีขาวอันอ่อนโยน เรียบง่าย และอบอุ่น สัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่ที่สดใสและเต็มไปด้วยพลังบวก พร้อมร่วมกิจกรรมและเก็บภาพความประทับใจทั่วทั้งศูนย์การค้าฯ ไม่ว่าจะเป็น จุดดิสเพลย์ที่ถูกออกแบบและตกแต่งอย่างงดงามตระการตาและอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้ ณ ชั้น G และ ชั้น M,กิจกรรม Beauty Daisy Treats เพียงโชว์โมเมนต์ภายในงานที่จุดประชาสัมพันธ์ ชั้น M-Paris รับคูปองแทนเงินสด 200 บาท นำไปใช้กับร้านค้าที่ร่วมรายการ ได้แก่ Alisa Beauty21, Brown & Nail,Richard, Gold Nail & Spa, Kannika Relax Massage, Let’s Relax Spa, LUSH,Nail Socute (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) ตั้งแต่ 12-31 สิงหาคม 2568

นอกจากนี้ยังร่วมรับเทสเตอร์เครื่องหอมจากแบรนด์ดัง อาทิ Breezy,Del’Luna Scented, Harnn, Journal เพียงบอกโค้ดลับ “You’re my Daisy” ณ จุดประชาสัมพันธ์ ชั้น M-Paris (จำนวนจำกัด) ตั้งแต่ 1-31 สิงหาคม 2568 และบิ๊กเซอร์ไพร์ส Photobooth เก็บภาพความรักให้เป็นความทรงจำสุดประทับใจ ตั้งแต่วันที่ 12-31 ส.ค.2568 นี้เท่านั้น พิเศษ!! Photobooth มีเฉพาะวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เท่านั้น

ต่อด้วย ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พระราม3 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมผจญภัยท่ามกลางสวนดอกทานตะวันนับพัน YOU’RE MY SUNFLOWER ที่พากันชูช่อรับแสงสีทองจากดวงอาทิตย์ นำเสนอถึงความรักที่มั่นคง ภักดี และไม่เปลี่ยนแปลง ร่วมสัมผัสดอกทานตะวันยักษ์สีสันสดใสที่เบ่งบานตลอดวัน พร้อมเปล่งประกายงดงามในยามค่ำคืน เพลิดเพลินไปกับความสวยงามของนกนานาชนิด และความน่ารักของเพื่อนสัตว์ตัวน้อย พร้อมกิจกรรมเขียนข้อความความรู้สึกแสนอบอุ่นลงบนกำแพงทานตะวัน

นอกจากนี้ T21 Kid’s Club ยังเอาใจทั้งคุณแม่และคุณลูก ให้สนุกไปกับสไลเดอร์ดอกทานตะวัน, ปั่นจักรยานขาไถ แต่งแต้มสีสันบนภาพดอกทานตะวัน และรับภาพวาดเหมือนคู่แม่-ลูกเป็นที่ระลึก รวมไปถึงกิจกรรมไฮไลท์อีกมากมายในบรรยากาศทานตะวัน อาทิ เวทีเล่านิทานดอกทานตะวัน, เวิร์คชอปประดิษฐ์กังหันลมทานตะวัน, D.I.Y แต่งหน้าคัพเค้กทานตะวัน, กิจกรรมต่อเลโก้ทานตะวัน, ทดลองวิทยาศาสตร์ Flower Lab และเวิร์คชอปทำเจลลี่น้ำดอกทานตะวัน เป็นต้น พิเศษสำหรับสมาชิก T21 Reward แลกรับไอเทมดอกทานตะวันเป็นที่ระลึก และร่วมเลือกสรรของขวัญสุดพิเศษสำหรับคุณแม่ ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น G และ LG ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.- 12 ส.ค.2568

ปิดท้ายที่ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา นำพาสู่ห้วงเวลาแห่งจินตนาการอันน่าจดจำ YOU’RE MY TULIP พบความตระการตาของดอกทิวลิปต้นจริงกว่า 5,000 ดอกบริเวณใต้หอไอเฟลในสวน Miracle of Natural สื่อถึงการเฉลิมฉลองความสุข ความรักที่ลึกซึ้ง สง่างาม มิตรภาพ และความโรแมนติก ร่วมผ่อนคลายไปกับบูธไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์และความเพลิดเพลินมากมาย รวมถึงกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ การแสดงความสามารถประกอบเพลงสุดน่ารักจากน้องๆ ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ Tulip kids Dance, Flower Dance for Mom ขบวนพาเหรดภูติดอกไม้ที่ทุกคนต้องตกหลุมรัก, การแสดงพิเศษวันแม่ Blooming Tulip Bozo พร้อมพาคุณแม่มารับดอกทิวลิปฟรี ตลอดทั้งวัน เฉพาะวันที่ 10-12 สิงหาคม 2568 (จำนวนจำกัด) และพบกับสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ ช็อปครบ 1,000 บาท รับสิทธิ์ระบายสีดอกทิวลิปในทุ่งฟรี , รับสิทธิ์ DIY สร้อยกลีบดอกทิวลิปหนึ่งเดียวในโลก ตั้งแต่วันที่ 1-12 ส.ค.2568 ชั้น G – Paris

ห้ามพลาด ! 3 แลนมาร์กผลิบานความสุข ตลอดเดือนสิงหาคม 2568 นี้ ติดตามรายละเอียดและข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ทางเว็บไซต์ www.termina21.co.th รวมทั้งช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มของทุกศูนย์การค้า ได้แก่

  • ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 อโศก www.facebook.com/Terminal21Asok
  • ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พระราม3 www. facebook.com/ Terminal21 RM3 ShoppingMall
  • ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา www.facebook.com/Terminal21Pattaya

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน