แฟลช เอ็กซ์เพรส สนับสนุน กระทรวงอุตสาหกรรม ลำเลียงถุงยังชีพส่งถึงมือผู้ประสบภัยในพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา

แฟลช เอ็กซ์เพรส สนับสนุน กระทรวงอุตสาหกรรม ลำเลียงถุงยังชีพส่งถึงมือผู้ประสบภัยในพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา

แฟลช เอ็กซ์เพรส โดย นางสาวปรินทร์ทิพย์ อิสริยเมธา ผู้ช่วยรองกรรมการผู้อำนวยการสื่อ สารองค์กร และรัฐกิจสัมพันธ์ ร่วมสนับสนุนการส่งด่วน โครงการ “อุตสาหกรรมรวมใจส่งด่วน” ลำเลียงน้ำใจส่งถึงมือผู้ประสบภัยชาวไทย โดยกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อนำส่งสิ่ง ของอุปโภค-บริโภคในถุงยังชีพ จำนวน 2,000 ชุด และชุดทหารอีก 100 ชุด ซึ่งมี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมเข้าร่วมโครงการ โดยสิ่งของทั้งหมดจะนำส่งถึงมือพี่น้องชาวไทยที่ประสบภัย และได้รับผลกระทบในพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา ทั้ง 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี, จังหวัดศรีสะเกษ, จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดบุรีรัมย์


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“สายลับเขมร” ในคราบ “เขยไทย” ระเบิดเวลาแนบกาย!

เมื่อศัตรูไม่ได้บุกเข้ามาด้วยรถถัง… แต่เขาเดินอยู่ข้างๆ คุณ โดยที่คุณไม่รู้ตัว! เขามาพร้อมยศ “ร้อยเอก” มีภรรยาเป็นหญิงไทย ใช้บ้านภรรยาเป็น “ฐานลับ” ส่งข้อมูลกลับประเทศในช่วงสงครามไทย-กัมพูชา

ชายชาวกัมพูชาอายุ 36 ปี ถูกจับได้ที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 พร้อมหลักฐานมัดแน่นจากมือถือของเขาเอง… ภาพถ่ายตัวเองสวมเครื่องแบบทหารกัมพูชาและถืออาวุธ ตรวจสอบภายหลังพบว่าเป็นนายทหารระดับ “ร้อยเอก” ของหน่วย BHQ หรือองครักษ์พิทักษ์ฮุน เซน!

นี่ไม่ใช่แค่ข่าวรายวัน… แต่เป็นการแทรกซึมอย่างเต็มรูปแบบ!

1. จุดชนวนสงครามเงียบ!ช่วงกรกฎาคมที่ผ่านมา ไทย–กัมพูชาเกิดความตึงเครียดชายแดน มีการยิงตอบโต้กันหลายวัน จนต้องประกาศหยุดยิงเมื่อเที่ยงคืนของวัน 28 กรกฎาคม 2568 แต่หลังจากนั้นไม่นาน… สายลับเขมรถูกจับในฝั่งไทย การพบสายลับเขมรแฝงตัวอยู่ในไทยไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่คือ “ภัยความมั่นคงระดับชาติ” ทำให้เกิดคำถาม “เขาส่งข้อมูลอะไร? ข้ามแดนไปถึงมือใครบ้าง?”

2. “สายลับ” ไม่ใช่แค่ในหนังในประวัติศาสตร์โลก สายลับช่วยทำให้สงครามเปลี่ยนทิศทาง! เช่น

(1) สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สายลับของโซเวียตแทรกซึมเข้าไปในอังกฤษและอเมริกา เพื่อส่งข้อมูลให้สตาลิน ทำให้โซเวียตสามารถต้านการบุกของนาซีได้

(2) สงครามเวียดนามมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเวียดกงแฝงตัวเป็น “ไส้ศึก” อยู่ในหน่วยข่าวกรองอเมริกัน (CIA)!

(3) อิสราเอลใช้หน่วย “มอสสาด” ลอบสังหารอดีตนาซี และสอดแนมอิหร่านอย่างแยบยล

(4) แม้แต่ยูเครน-รัสเซียในวันนี้… หน่วยข่าวกรองคืออาวุธลับของทั้งสองฝ่ายในการทำลายยุทธศาสตร์ของกันและกัน

3. เราจะป้องกันภัยจากสายลับได้อย่างไร?

(1) ยกระดับการตรวจสอบบุคคลต่างชาติต้องมีการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวด “ระดับลึก” โดยร่วมมือกับกระทรวงกลาโหม ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคง

(2) สร้างฐานข้อมูลความมั่นคงของคนต่างชาติให้ทุกจังหวัดตรวจสอบคนต่างชาติในพื้นที่โดยละเอียด และบ่อยครั้งกว่าที่เคย

(3) เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังในพื้นที่ยุทธศาสตร์เช่น ค่ายทหาร ฐานป้องกันชายแดน คลังอาวุธ หรือเส้นทางลำเลียงทางทหาร

(4) เสริมข่าวกรองในเชิงรุกตั้งหน่วยปฏิบัติการข่าวกรองเฉพาะกิจที่ทำงานร่วมกับพลเรือน เช่น ชุมชนชายแดน

(5) ส่งเสริมให้ประชาชนเป็นหูเป็นตาเห็นคนแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่ยุทธศาสตร์ มีพฤติกรรมผิดปกติ? แจ้งหน่วยงานความมั่นคงทันที! เพราะประเทศไทย…. คือบ้านของเราทุกคน!

4. ถึงเวลาที่คนไทยต้องตื่นรู้

ความมั่นคงของชาติไม่ได้เริ่มที่ “รัฐ” เท่านั้น แต่ต้องเริ่มที่ “เรา” ทุกคน ชายเขมรสายลับที่ถูกจับกุมในไทยวันนี้อาจไม่ใช่คนสุดท้าย

คำถามที่เราต้องตอบในฐานะคนไทย “ถ้าเขาไม่ถูกจับวันนี้… คุณคิดว่าเขาจะทำอะไรต่อ?”


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

พล.ต.อ.ธนายุตม์ฯ ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและอำลาหน่วย “สภ.สูงเนิน”

ตามนโยบายเน้นหนักของ ผบ.ตร. ข้อ 15 เรื่องสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ ตามคำสั่ง ตร. ที่ 225/2568 ลง 9 เม.ย.68 ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 11 เม.ย.2568 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(บร) ที่ 0001(บร)/79 ลง 11 เม.ย.2568 เรื่อง การมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานบริหาร มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการ สกพ. รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ในลักษณะงานสวัสดิการ ตร. และตามอนุมัติ ผบ.ตร. ท้ายหนังสือ สง.ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ฯ ที่ 0001(บร 1)/292 ลง 23 ก.ค.68 ให้ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ข้าราชการตำรวจสังกัด สภ.สูงเนิน ภ.จว.นคร ราชสีมา

วันนี้(วันศุกร์ที่ 8 ส.ค.68) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., คุณนภัสนันท์ วุฒิจรัสธำรงค์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เดินทางไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและอำลาหน่วย “สภ.สูงเนิน” ซึ่งในอดีต เคยปฏิบัติหน้าที่เป็น ผกก.สภ.สูงเนิน แห่งนี้

พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ รอง ผบช.ภ.3, คุณจีรภรณ์ นาคคำ รองประธานแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 3, พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.อ.อิษฏ์ บุญญะฤทธิ์ ผกก.สภ.สูงเนิน, ร้อยโทอนุชา ตั้งพาณิชย์ นายอำเภอสูงเนิน, นายรักชาติ กิริวัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา อำเภอสูงเนิน, นายเกรียงไกร แฝงด่านกลาง สาธารณสุขอำเภอสูงเนิน, นายพงค์พันธ์ ศรชัย ประธาน กต.ตร.สภ.สูงเนิน พร้อมข้าราชการตำรวจ สังกัด สภ.สูงเนิน เข้าร่วม

พร้อมทั้งได้มอบของที่ระลึก, พัดลม 14 นิ้ว จำนวน 6 ตัว, แก้ว 106 ใบ, พระหลวงปู่ทวด จำนวน 106 องค์ และผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณ จำนวน 106 ผืน ให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สูงเนิน ทุกนาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจ และประชุมแนะนำแนวทางการปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เป็นตำรวจมืออาชีพ ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชน ในการนี้ได้ปลูกต้นรวงผึ้ง เพื่อเป็นที่ระลึกไว้บริเวณหน้า สภ.สูงเนิน ณ สภ.สูงเนิน ต.สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา


ตำรวจภูธรภาค 4 รายงาน ตรวจสถานบริการ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

วันที่ 9 สิงหาคม 2568 เวลา 23.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผบก.ภ.จว.นครพนม, พ.ต.อ.สำเนาว์ กรุยกระโทก รอง ผบก.ภจว.นครพนม, นายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอ เมืองนครพนม, พ.ต.อ.ธนชิต สุขพัฒนานรากุล ผกก.สภ.เมืองนครพนมได้สั่งการให้ พ.ต.ท.พร้อมศักดิ์ รัตนดี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครพนม, พ.ต.ท.ศิวนัส สุวรพันธ์
รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครพนม, พ.ต.ท.เชาวลิต ธีมานนท์ สว.สส.สภ.เมืองนครพนม, พ.ต.ต. ศักดา ต้นจันทร์ สวป.สภ.เมืองนครพนม พร้อมกำลังชุดสายตรวจ ชุดสืบสวน ได้บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครพนม นำโดย มว.ท.จักรพงษ์ เที่ยงภักดิ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองนครพนม ได้ร่วมกันประชุมวางแผนและออกตรวจสถานบริการ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตรับผิดชอบ ดังนี้ ร้านลาบหนองจันทร์

เพื่อป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ การค้าประเวณี และการบังคับใช้แรงงาน, เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติด ได้เข้มงวดกวดขันในการปฏิบัติ มิให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการ หรือจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี การเปิดเกินเวลา การขายเครื่องดื่มแอลกอ ฮอล์เกินเวลา หรือการพกพาอาวุธ โดยมีการบังคับใช้กฎ หมายอย่างเข้มงวด

ผลการตรวจสอบ พบผู้กระทำผิดกฎหมาย จำนวน 2 ราย คือ

  1. นายพีรพัฒน์ ร้านเอ๊ะ อายุ 25 ปี อยู่หมู่ที่ 3 ต.ขามเฒ่า อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม
  2. นายนิทัศน์ ม่วงอ่อน อายุ 32 ปี อยู่หมู่ที่ 3 ต.ขามเฒ่า อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม

โดยกล่าวหาว่า “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน)โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ฟร้องข่าวด่วนนครพนม
เทพข่าวร้อน รายงาน

เพชรบูรณ์ เปิดงาน “อินทผลัม แอนด์ บอลลูน เฟสติวัล” ครั้งที่ 6 ชูเอกลักษณ์ท่องเที่ยวเชิงเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดงาน “อินทผลัม แอนด์ บอลลูน เฟสติวัล” ครั้งที่ 6 ชูเอก ลักษณ์ท่องเที่ยวเชิงเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 จังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพิษณุโลก จัดพิธีเปิดงาน “อินทผลัม แอนด์ บอลลูน เฟสติวัล” ประจำปี 2568 ณ สนามหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบูรณ์ (ข้างพุทธอุทยานเพชบุระ หรือองค์พระใหญ่) อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีนายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดงาน และนายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวรายงาน

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–12 สิงหาคม 2568 ภายใต้ความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน อาทิ กลุ่มอินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจังหวัดเพชรบูรณ์ กลุ่มยังสมาร์ทฟาร์เมอร์เพชรบูรณ์ สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์ เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเขาค้อ และสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ บูทส่งเสริมการท่องเที่ยวโดย ททท. สำนักงานพิษณุโลก และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเขาค้อ, การออกร้านจำหน่ายอินทผลัม สินค้าของฝากและของที่ระลึก โปรโมชั่น “9 นาทีทองอินทผลัม” ซื้อ 1 แถม 1, การแสดงบอลลูนแฟนซีสีสันสดใส, การแสดงบอลลูนหมูเด้ง, กิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว, การแสดงดนตรีโฟล์กซอง รวมถึงกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลและของที่ระลึก พร้อมบริการชิมอินทผลัมฟรีตลอดงาน

งาน “อินทผลัม แอนด์ บอลลูน เฟสติวัล” ถือเป็นกิจกรรมสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่นอกจากจะช่วยสร้างสีสันการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนแล้ว ยังเป็นเวทีประชาสัมพันธ์ผลผลิตอินทผลัมคุณภาพของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

เมืองนครพนม ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers แก้ไขปัญหายาเสพติด X-ray หมู่บ้าน/ชุมชน “อำเภอสีขาว ปลอดยาเสพติด”

อำเภอเมืองนครพนม ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers แก้ไขปัญหายาเสพติด X-ray หมู่บ้าน/ชุมชน “อำเภอสีขาว ปลอดยาเสพติด”

วันที่ 9 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ วันที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 20.30 น. เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอเมืองนครพนม, นายประชุมศิลป์ พิทักษ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง, นายกิตติวัฒน์ ปัททุม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง มอบหมายให้ นายจักรพล เที่ยงภักดิ์ ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองนครพนมที่ 3 ร่วมกับที่ทำการปกครองจังหวัดนครพนม/ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนม โดยบูรณาการกำลังร่วมกันลงพื้นที่ออกตรวจตรา กวดขัน จัดระเบียบสังคม

โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้เเก่ ร้านอาหาร สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายกับสถานบริการ และ สถานบริการ ที่เปิดให้บริการในเขตพื้นที่ อำเภอเมืองนครพนม จำนวน 5 แห่ง คือ ร้านsafe house หอนาฬิกา, ร้านเดอ คาเฟ่, ร้านซกเล็กยโส, ร้านมานี 90‘s (ลาวด์), ร้านลาบหนองจันทร์ เพื่อป้องปรามการกระทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย และ เน้นย้ำผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับตามที่กฎหมายกำหนด

จนท.ได้ดำเนินการตรวจบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มาใช้บริการ ผลไม่พบการกระทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด จนท.ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับใบอนุญาตต่างๆที่เกี่ยวเนื่อง และกำชับเกี่ยวกับการเปิดสถานบริการฯ เกินเวลา เปิดเพลงเสียงดัง เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติให้กับผู้ประกอบการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ไม่พบการกระทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด


ฟร้องข่าวด่วนนครพนม เทพข่าวร้อน รายงาน

“ทหาร” พร้อมช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

“ทหารพร้อมช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ในพื้นที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์”

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 กองพลทหารม้าที่ 1 โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 จัดกำลังพลจิตอาสา (ชุดช่วยเหลือประชาชน) พร้อมยุทโธปกรณ์ ร่วมกับ ส่วนราชการในพื้นที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือประชาชน ในเขตพื้นที่ ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือนของประชาชน สืบเนื่องมาจากฝนตกหนัก ส่งผลให้ระดับน้ำในคูคลองเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เศษกิ่งไม้และเศษสวะขวางทางน้ำ เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ได้รับความเสียหาย

ทางหน่วยจึงจัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือและกำจัดเศษกิ่งไม้และเศษสวะที่ขวางทางน้ำ และเร่งฟื้นฟูบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้ และหน่วยยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และประสานผู้นำหมู่บ้าน, ผู้นำชุมชน จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง แจ้งให้ชาวบ้านเตรียมพร้อมรับมือต่อสถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้น และทางหน่วยจะประสานกับส่วนราชการอื่นๆ ในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยต่อไป


นาคา คะเลิศรัมย์/ อุตรดิตถ์

แม่ทัพภาคที่ 3 ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตราชการทหาร แก่นักเรียน รร.อัสสัมชัญ ลำปาง เชื่อมสายสัมพันธ์ รุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ในรั้วน้ำเงิน-ขาว

แม่ทัพภาคที่ 3 ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตราชการทหาร แก่นักเรียน รร.อัสสัมชัญลำปาง เชื่อมสายสัมพันธ์ รุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ในรั้วน้ำเงิน-ขาว

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้เกียรติเป็นวิทยา กรบรรยายพิเศษ ถ่ายทอดประสบการณ์การปฏิบัติหน้าที่ราชการทหารแก่รุ่นน้องศิษย์ปัจจุบัน ในกิจกรรม “ศิษย์เก่าทรงคุณค่า ด้วยความผูกพัน เชื่อมสายสัมพันธ์ รุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ในรั้วน้ำ เงิน-ขาว” ณ ห้องประชุมสุวรรณสมโภช โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยมีนายภิญโญ วงค์ดาว นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง, ผศ.ดร.ขนิษฐา ใจมะโน อุปนายกสมาคมคนที่ 2, นายเดวิท วาณะวงค์ นายทะเบียนสมาคม, นายปุณณสิน มณีนันทน์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง, สมาชิกสภาเทศบาลนครลำปาง, คณะครูและเด็กนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมกิจกรรม มี ภราดา ดร.วิทยา เทพกอม ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง กล่าวต้อนรับ และมอบของที่ระลึกแก่ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 3 (อสช. รุ่นที่ 22) และ พลเอก ทวีศักดิ์ มณีวงศ์ ที่ปรึกษาพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อสช.รุ่นไร้เทียมทาน)

โดย นายเดวิท วาณะวงค์ นายทะเบียนสมาคม และนายปุณณสิน มณีนันท์ นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง กล่าวขอบคุณในโอกาสที่ทั้ง 2 ท่านมาให้ความรู้และแนะแนวทางการเรียนต่อให้กับนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3, มัธยมศึกษาปีที่ 4 และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วย

สำหรับ การบรรยายในครั้งนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนได้รับทราบถึงแนวคิด มุมมอง และประสบการณ์จากการทำงานจริงในอาชีพทหาร ทั้งในด้านการดำรงตน การเสียสละเพื่อประเทศชาติ และบทบาทของกองทัพบกในการดูแลความมั่นคงของชาติ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยนักเรียนให้ความสนใจและร่วมซักถามอย่างกระตือ รือร้น ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโลกทัศน์ด้านอาชีพให้กับเยาวชนได้อย่างดีเยี่ยม

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้รับมอบหน้ากากอนามัย จากสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง ครู และนักเรียน เพื่อส่งมอบให้กับพี่ๆทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดนไทย-กัมพูชา อีกด้วย


นที มีเดช รายงาน

ทบ.ชี้แจงเหตุกำลังพลเหยียบกับระเบิดในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ชี้ชัดกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา

ทบ.ชี้แจงเหตุกำลังพลเหยียบกับระเบิดในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ชี้ชัดกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งสอดคล้องกับการพบทุ่นระเบิดในที่มั่นทหารกัมพูชาจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. กองทัพบกได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ว่า กำลังพลของกองร้อยทหารราบที่ 111 ประสบเหตุเหยียบกับระเบิด ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทางเพื่อเสริมความมั่นคง ในพื้นที่รอยต่อบ้านโดนเอาว์–บ้านกฤษณา จังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ได้แก่ จ่าสิบเอก ธานี พาหา ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ป้องกัน บาดเจ็บรุนแรง ข้อเท้าซ้ายท่อนล่างขาด, พลทหาร ภาคภูมิ ไชยสุระ ตำแหน่งพลปืนเล็ก บาดเจ็บบริเวณแขนและด้านหลัง และ พลทหาร ธนันชัย ไกรวงค์ ตำแหน่งพลปืนเล็ก ได้รับแรงอัดและบาดเจ็บบริเวณแก้วหู ผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้รับการปฐมพยาบาลในพื้นที่ ก่อนนำส่งโรงพยาบาลทหารภาคสนาม และได้ส่งต่อ จ่าสิบเอก ธานี พาหา ไปยังโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจทำให้สังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศเห็นได้ชัดว่า การใช้อาวุธต่อกันในพื้นที่ชายแดนยังคงมีอยู่ในลักษณะการซ่อนรูป และถือเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน อนุสัญญาออตตาวา ของฝ่ายกัมพูชาอย่างชัดเจนสอดคล้องกับการที่กองทัพบกได้รับรายงานเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ที่หน่วยทหารช่างได้ดำเนินการเคลียร์พื้นที่และเสริมความมั่นคงบริเวณภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะ เกษ ซึ่งเคยเป็นที่มั่นของฝ่ายทหารกัมพูชา

โดยจากการตรวจสอบพบ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 จำนวน 18 ทุ่น โดย 16 ทุ่น บรรจุในกระสอบ ยังไม่อยู่ในสภาพพร้อมระเบิด และ 2 ทุ่น วางแบบเร่งด่วนโดยไม่ฝังกลบ อยู่ในสภาพพร้อมระเบิด หน่วยทหารช่างได้เก็บกู้ครบทั้ง 18 ทุ่นแล้ว นอกจากนี้ยังตรวจพบลูกกระสุนเครื่องยิงลูกระเบิดและลูกจรวด RPG จำนวนมาก

โฆษกกองทัพบกระบุเพิ่มเติมว่า การกระทำดังกล่าวเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินมาตรการหยุดยิงและการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี อีกทั้งยังตอกย้ำว่าที่ผ่านมา กัมพูชามีลักษณะเป็นฝ่ายริเริ่มใช้อาวุธก่อนมาโดยตลอด ด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ดังกล่าว



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 นำคณะ ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงาน ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์

ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 นำคณะ ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานของ สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่ จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมมอบสิ่งของให้กำลังใจกำลังพล ของ กองทัพภาคที่ 3 ได้รับบาดเจ็บจากสนับสนุนภารกิจป้องกันอธิปไตยของชาติชายแดนไทย – กัมพูชา

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 พันเอกหญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อเยี่ยมเยียนการดำเนินงานของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่ จังหวัดนครสวรรค์ โดยมี คุณสมพร มูลดี ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบกสาขามณฑลทหารบกที่ 31 พร้อมด้วยสมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 31 ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมให้การต้อนรับ ณ ค่ายจิรประวัติ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

สำหรับภารกิจในครั้งนี้ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 และคณะ เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กค่ายจิรประวัติ ค่ายจิรประวัติ อำเภอเมืองนครสวรรค์ ซึ่งเป็นพื้นที่เรียนรู้และพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชม “โครงการทหารพันธุ์ดี” ค่ายจิรประวัติ ที่ส่งเสริมให้กำลังพลและครอบครัวมีความมั่นคงด้านอาหารอย่างยั่งยืน รวมถึงชมผลิตภัณฑ์จากกลุ่มแม่บ้านของหน่วย ที่สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างอาชีพเสริมและเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวทหาร

ในการนี้ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ได้มอบทุนสนับสนุนให้แก่บุตรของกำลังพลที่มีความต้องการพิเศษ และคู่สมรสที่อยู่ในสภาวะทุพพลภาพ เพื่อเป็นการแสดงความห่วงใยและเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวทหาร

พร้อมกันนี้ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 และคณะ เยี่ยมให้กำลังใจแก่กำลังพล สังกัด กองทัพภาคที่ 3 ที่สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับกองทัพภาคที่ 2 และบาดเจ็บจากการปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 6 นาย โดยมอบเงินบำรุงขวัญและกระเช้าผลไม้ ณ โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลและครอบครัว

โดย กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของสมาคมแม่บ้านทหารบก ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความมั่นคงในครอบครัว และการพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 3


นที มีเดช รายงาน