ฮุน เซน จาก “ทุ่งสังหาร” ถึง “โดรนสอดแนม”

กว่าสี่ทศวรรษก่อน โลกได้จารึก “ทุ่งสังหาร” (The Killing Fields) ของกัมพูชา… ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย ความตาย ความหวาดกลัว เสียงปืน เสียงระเบิด และเสียงร่ำไห้ของผู้สูญเสีย ภายใต้เขมรแดงของ พอล พต

ทหารเขมรแดงนายหนึ่งชื่อ ฮุน เซน หลบหนีระเบิดและกระสุนปืนข้ามพรมแดนไปซบอ้อมอกเวียดนาม ก่อนกลับมาในฐานะนักการเมืองที่ไต่เต้าสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศ

แต่ใครจะคิดว่า… ชายผู้เคยรู้จัก “บาดแผลสงคราม” ดีถึงขนาดนั้น เลือกที่จะกลับมาสู่โหมดที่ท้าทายสันติภาพอีกครั้ง

1. The Killing Fields – ความจริงที่เจ็บปวดกว่าในหนัง

ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากเหตุการณ์จริงในกัมพูชา ช่วงปี 1975–1979 เมื่อเขมรแดง (ภายใต้การนำของ พอล พต) ยึดอำนาจจากรัฐบาลลอนนอล และเปลี่ยนประเทศเป็น “รัฐเกษตรกรรม” แบบสุดโต่งภาพยนตร์ The Killing Fields (สร้างเมื่อปี 1984) ไม่ใช่แค่หนังสงคราม แต่มันคือบันทึกเลือดจากยุคเขมรแดง (1975-1979)

  • ประชาชนถูกบังคับออกจากเมือง ให้อพยพไปสู่ชนบทเพื่อทำงานเกษตร
  • ปัญญาชนและผู้เห็นต่าง (ผู้มีการศึกษา ข้าราชการ ทหาร หรือแม้แต่คนใส่แว่น ก็ถูกมองว่าเป็นศัตรู) ถูกสังหาร
  • ประเทศทั้งประเทศถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นค่ายแรงงานกลางแจ้ง
  • มีผู้เสียชีวิตกว่า 1.7 ล้านคน
  • มีผู้ลี้ภัยจำนวนมากหนีเข้าสู่ไทย โดยมีค่ายผู้ลี้ภัยชายแดนไทย-กัมพูชารองรับ

“ทุ่งสังหาร” กลายเป็นคำที่คนทั้งโลกจำได้ว่า “อุดมการณ์ปลายกระบอกปืน” ทำให้เกิด “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ทุ่งสังหารจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

2. ไทย-กัมพูชา 2025… สงครามยุคใหม่กรกฎาคม 2025 ชายแดนไทย-กัมพูชาปะทะกันรุนแรง มีทั้งการยิงปืนใหญ่ ปืนกลหนัก และการใช้โดรนสอดแนม

  • ไทยมีการอพยพพลเรือนหลายแสน
  • “ทุ่นระเบิด” โดยฝ่ายกัมพูชากลับมาหลอกหลอนชายแดนอีกครั้ง… ทหารไทยได้รับบาดเจ็บหลายราย
  • มี “สงครามข้อมูล (Information War)” เกิดขึ้น เมื่อกัมพูชาใช้สื่อโซเชียลบิดเบือนข้อเท็จจริงรายวัน

นี่ไม่ใช่สงครามล้างเผ่าพันธุ์แบบเขมรแดง แต่ก็น่ากลัว… เพราะมันคือ สงครามลูกผสม (Hybrid War) ที่ใช้ทั้งทหาร เทคโนโลยี และข้อมูลโจมตีพร้อมกัน

3. บทเรียน 5 ข้อในอดีต ที่ยังใช้ได้

(1) พลเรือนคือผู้จ่ายราคาสูงสุด… ไม่ว่าจะปี 1975 หรือ 2025 คนธรรมดาคือคนที่ต้องหนี ต้องสูญเสีย และต้องเริ่มต้นใหม่

(2) พรมแดนคือเส้นที่บอบบาง… ในหนังเส้นพรมแดนคือทางรอดของดีธ ปราน (Dith Pran นักข่าว/ล่ามชาวกัมพูชา) เขาสามารถข้ามพรมแดนเข้ามาฝั่งไทยได้สำเร็จ สำหรับ ฮุน เซน ในอดีต เส้นพรมแดนคือเส้นทางรอดชีวิตจากทุ่งสังหารหลบหนีไปเวียดนาม แต่ปัจจุบันเส้นพรมแดนคือจุดเสี่ยงที่ปะทุเป็นสงครามใหญ่

(3) ข้อมูลคืออาวุธ… เขมรแดงปิดกั้นข้อมูล แต่ยุคนี้มีการยิงข้อมูลใส่กันแบบไม่หยุด

(4) เทคโนโลยีเปลี่ยนเกม… จากปืน AK สู่โดรนหรืออากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle หรือ UAV) และสงครามไซเบอร์

(5) อย่าประเมินความตึงเครียดต่ำไป… สงครามใหญ่ในอดีตเริ่มจากการประเมินผิดเพียงครั้งเดียว

4. แล้วเราควรทำอย่างไร?

รัฐบาลไม่ควรหวังผลจาก “การเจรจา” มากเกินไป การเจรจาอาจใช้ไม่ได้ผลกับกัมพูชา เพราะ “ไว้ใจไม่ได้” อีกทั้ง ไม่ยอมเจรจาแก้ปัญหาในสิ่งที่ตนทำไว้คือวางทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา ตามข้อเสนอของไทยให้ร่วมกันกู้ทุ่นระเบิดเหล่านั้นในการประชุม GBC ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 4-7 สิงหาคม 2568 ที่ประเทศมาเลเซีย หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อวันที่ 9 และ 12 สิงหาคม 2568 ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขาขาดวันละ 1 นาย รวม 2 นาย… นี่คือความไร้มนุษยธรรมของผู้นำกัมพูชา

5. ของฝากถึง “ฮุน เซน”

ฮุน เซน ควรจำไว้ว่า “ผู้นำที่แท้จริง ไม่ใช่ผู้ที่ชนะศึกด้วยกำลัง แต่คือผู้ที่ชนะใจเพื่อนบ้านด้วยสันติภาพ เพราะถ้าลืมบทเรียนจากทุ่งสังหาร วันหนึ่งประวัติศาสตร์อาจจำท่าน ไม่ใช่ในฐานะผู้นำที่สร้างชาติ แต่เป็นผู้จุดชนวนสงครามครั้งใหม่ในภูมิภาคนี้”


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

อย่าเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึก! ต่ออายุราชการ “พล.ท.บุญสิน พาดกลาง”

30 กันยายน 2568 ไม่ใช่แค่วันเกษียณของแม่ทัพภาคที่ 2 แต่กำลังจะกลายเป็น “วันเสี่ยงสูญเสียโอกาส” ของคนไทยทั้งประเทศ

เพราะตอนนี้ชายแดนไทย-กัมพูชายังไม่สงบ แม่ทัพคนนี้คือหัวใจของแนวหน้า ท่านคือคนที่ทำให้ทหารกัมพูชาต้องถอย เป็นคนที่ยึดพื้นที่เป้าหมาย 10 จาก 11 จุด กลับคืนมาได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน เหลือแค่ “ปราสาทตาควาย” ที่ระยะห่างจากกำลังทหารไทยเพียง 30 เมตร… ใกล้แค่เอื้อมมือ!

1. ทำไมต้องให้ท่านอยู่ต่อ?

(1) สถานการณ์ยังไม่จบ… เราอยู่กลางศึก เป้าหมายยังไม่สำเร็จ จะเปลี่ยนผู้นำตอนนี้ก็เหมือนเปลี่ยนม้ากลางศึก

(2) ท่านรู้ทุกซอกทุกมุมของสนามรบ… ทั้งแผนยุทธศาสตร์ การวางกำลัง การจัดการโดรนสอดแนม ไปจนถึงปัญหาทุ่นระเบิด

(3) กำลังพลเชื่อมั่นเต็มร้อย… แม้ทหารบาดเจ็บยังขอกลับไปสู้ต่อ เพราะศรัทธาในแม่ทัพคนนี้

(4) ท่านมีเป้าหมายเดียวคือ “ยึดคืนทุกตารางนิ้วให้ประเทศไทย” และประกาศว่าจะทำให้เสร็จในสมัยของท่าน

2. ถ้ารัฐไม่ต่ออายุราชการจะเกิดอะไรขึ้น?

(1) ความต่อเนื่องของยุทธการถูกตัดขาด… ผู้นำใหม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้สนามรบ ขณะที่ศัตรูไม่รอเรา

(2) ขวัญกำลังใจทหารอาจตก… เพราะผู้นำที่ยืนเคียงข้างพวกเขาหายไปกลางทาง

(3) เสี่ยงเสียโมเมนตัมทางทหาร (จังหวะความได้เปรียบและความต่อเนื่องของการปฏิบัติการ)… ชัยชนะที่ใกล้ถึงมือ อาจต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่

นี่ไม่ใช่เรื่องของ “ตำแหน่ง” แต่คือเรื่องอธิปไตยของชาติ และ นี่ไม่ใช่เกมของระเบียบราชการ แต่คือเกมชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ สถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา ยังร้อนระอุ ภารกิจยังค้างคา จำเป็นต้องใช้ “มาตรการพิเศษในสถานการณ์พิเศษ”

แชร์ให้ดังกึกก้อง! ให้เสียงของประชาชนไปถึงผู้มีอำนาจ


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2568

ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพ้นปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว. เชียงใหม่ มอบหมายให้ พ.ต.อ.พงศธร เตมีศักดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.ท. หญิงดาวลอย ดุมกลาง รอง ผกก.ฝอ.ภ.จว.เชียงใหม่ นำข้าราชการตำรวจ ฝ่ายอำนวยการจิตอาสา ภ.จว.เชียงใหม่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์, กลุ่มงานจราจร, สภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมด้วยประชาชนจิตอาสา ส่วนราชการ นักเรียนนักศึกษา รวมทั้งสิ้น 500 คน

ร่วมออกหน่วยบริการน้ำดื่มให้กับประชาชน 1,000 ขวด พร้อมกับออกบูธให้ความรู้เรื่องกฎ หมายจราจร และยาเสพติด ในกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพ้นปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ และลานพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี

วันแม่แห่งชาติ #จิตอาสาตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ #ตำรวจเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

ภ.5 จัดอบรมเสริมเขี้ยวเล็บนักสืบในสังกัด จำนวน 400 นาย เพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามจับกุมแก๊งอาชญากรรมออนไลน์

ภ.5 จัดอบรมเสริมเขี้ยวเล็บนักสืบในสังกัด จำนวน 400 นาย เพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามจับกุมแก๊งอาชญากรรมออนไลน์

6 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมเพิ่มประ สิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประจำศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโน โลยี สารสนเทศ ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 รวมจำนวน 400 นาย เพื่อทบทวนและเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจ ได้รับความรู้เกี่ยวกับการบันทึกข้อมูล สืบค้นข้อมูล การใช้โปรแกรมการทำรายงานการสืบสวน ขั้นตอนการประสานขอเส้นทางการเงิน การเก็บพยานหลักฐาน และระบบฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดให้เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้กับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5

โดยมี พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.นฤบาล จิตทยานันท์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะวิทยากรและเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปราบปรามอาชญา กรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศตำรวจภูธรภาค 5 เข้าร่วมในพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารอเนกประสงค์ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

ภายใต้ “ปฏิบัติการ เมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด” อ.ทับสะแก จับกุมผู้ต้องหาค้ายาบ้า/เสพ หลายราย พร้อมของกลางดำเนินคดี

ประจวบคีรีขันธ์ – ภายใต้ “ปฏิบัติการ เมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด” อำเภอทับสะแก จับกุมผู้ต้องหาค้ายาบ้า/เสพ หลายราย พร้อมของกลางดำเนินคดี

วันที่ 11 สิงหาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรี ขันธ์ ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.จ.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะ แก /ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก, พ.ต.อ.สาโรจน์ พิมพ์คุณากร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทับสะ แก/รอง ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก มอบหมายให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก, พ.ต.ท.ชาญศักดิ์ วงษ์สิงห์ รอง ผกก.สส.สภ.ทับสะแก, พ.ต.ท.สุทิน ทัดรัตน์ สว. สส.สภ.ทับสะแก, นายพงศ์นรินทร์ สุขประเสริฐ ปลัดอำเภอ พร้อมด้วย ตร.ชุดสืบสวน สมาชิก อส.อ.ทับสะแก 6 นายอรุษ ห้วยหงส์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง, นายอนุรักษ์ ใจอาษา สารวัตรกำนันตำบลอ่างทอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตำบลเขาล้าน ตำบลนาหูกวาง ตำบลอ่างทอง กระจายกำลังบ้านเป้าหมาย ตรวจค้นการลักลอบการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ ตำบลทับสะแก ตำบลเขาล้าน ตำบลอ่างทอง ตำบลนาหูกวาง

จากการตรวจสอบได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจำนวน 5 ราย ซึ่งพนัก งานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้

  1. นายอมร สงวนนามสกุล มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) จำนวน 30 เม็ด โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  2. นายณรงค์ สงวนนามสกุล มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) จำนวน 2 เม็ด โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  3. นางสาวสุนันทา สงวนนามสกุล โดยกล่าวหาว่า เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  4. นายณัฐวุฒิ สงวนนามสกุล โดยกล่าวหาว่า เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  5. นายเอกลักษณ์ สงวนนามสกุล โดยกล่าวหาว่า เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย

พร้อมของกลางทั้งหมด ยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) จำนวน 32 เม็ด โดยได้บันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ตร.ชุดปะฉะดะ รวบ แถมหุบกะพง เตรียมส่งยาให้พ่อค้า ยึดยาบ้า 4,000 เม็ด และยาไอซ์ 38.69 กรัม

เพชรบุรี – ตร.ชุดปะฉะดะรวบแถมหุบกะพง เตรียมส่งยาให้พ่อค้า ยึดยาบ้า 4,000 เม็ด และยาไอซ์ 38.69 กรัม

วันที่ 11 สค.68 พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พ.ต.ท.บรรจบ สิงห์สรศรี รอง ผกก.ปราบปราม สภ.ชะอำ หัวหน้าชุดปะฉะดะนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปะฉะดะ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ร่วมกันจับกุมตัว นายสวัสดิ์ (แถม) มะลิซัง อายุ 31 ปี ชาว อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 4,407 เม็ด, ยาไอซ์หนัก 38.69 กรัม, เครื่องชั่งยาไอซ์ จำนวน 1 เครื่อง, ถุงพลาสติกแบบใส่เอาไว้ใส่ยาไอซ์ จำนวน 70 ถุง โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณ เตาเผาถ่าน ในป่าละเมาะ ภายในหมู่บ้านหุบกะพง ซอย 6 ม.10 ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ก่อนนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายแถมมีพฤติกรรมจำหน่ายยาบ้าให้วัยรุ่นในหมู่บ้านหุบกะพง และจะชอบมาอยู่ในเพิงพัก บริเวณเตาเผาถ่านในป่าละเมาะในหมู่บ้านหุบกะพง จึงนำกำลังเข้าไปตรวจสอบเมื่อไปถึงได้พบกับนายแถมยืนอยู่บริเวณเพิงพักข้างเตาเผาถ่าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่นายแถมเห็นเจ้าหน้าที่กลับวิ่งหนี เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่ติดตามไปจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ จากการตรวจค้นตัวพบยา ไอซ์จำนวนมากซุกซอนอยู่ในกระเป๋าสะพายที่ตัวของนายแถม จึงทำการจับกุม ก่อนพาตัวนายแถมไปตรวจค้นบริเวณเตาเผาถ่านใกล้กลับเพิงพักจนพบยาบ้าอีก จำนวน2มัด พันด้วยกระดาษสามีตราประทับ 999 เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนควบคุมตัวนายแถมมาสอบสวนที่ สภ.ชะอำ

นายแถม ให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าและยาไอซ์เป็นของตนจริง โดยมี น.ส.หญิงซึ่งเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน นำยาบ้ามาโยนไว้ให้บริเวณหน้าปากซอยก่อนให้ตนไปรับนำมาเก็บไว้ จากนั้นจะมีคนโทรมาแจ้งว่าจะมีคนมาเอายาบ้าไปขายหรือให้นำยาบ้าไปส่งที่ไหนต่อไป โดยจะขายยาไอซ์เป็นจี จีละ 400 บาท ยาบ้าถุงละ 2,000 บาท คิดเป็นเม็ด ตกเม็ดละ 10 บาทเท่านั้น ตนเคยโดยจับครั้งแรกที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ แต่มาถูกจับกุมได้เสียก่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลจับกุม นส.หญิง ที่นำยาบ้ามาส่งให้ และแจ้งข้อกล่าวหา นายแถม จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ยาบ้า และยาไอซ์ โดยมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่1ยาบ้าโดยผิดกฎหมาย นำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


บรรณรต จ.เพชรบุรี

จังหวัดชลบุรี จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

จังหวัดชลบุรี จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

วันพุธที่ 12 สิงหาคม 2568 เวลา 07.30 น. ณ หอพระพุทธสิหิงค์ฯ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 จังหวัดชลบุรี

โดยมี พระชลธารวชิรคุณ (สมพงษ์ กิตฺติคุโณ ป.ธ.๗) รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เจ้าอาวาสวัดตาลล้อม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ภายในงานมีนางสาวประภัสรา ศรีทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นายอำนาจ เจริญศรี ,นายชัยพร แพภิรมรัตน์ ,นายอดิเรก อุ่นโอสถ , นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธี

โดยการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 จังหวัดชลบุรีจัดขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย ซึ่งในช่วงเช้าเป็นพิธีพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้งแด่พระสงฆ์และสามเณร 94 รูป


ข้อมูลข่าวสารจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี

ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าว อาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง
รายงาน

ล้นโรงพัก!! ตำรวจทัพทันร่วมฝ่ายปกครอง จับกุมต่างด้าว 55 คน ลักลอบเข้ามาผิดกฎหมาย และยึดรถยนต์จำนวน 3 คัน

อุทัยธานี – ล้นโรงพัก!! ตำรวจทัพทันร่วมฝ่ายปกครอง จับกุมต่างด้าว 55 คน ลักลอบเข้ามาผิดกฎหมาย และยึดรถยนต์จำนวน 3 คัน

ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 11 ส.ค.68 พ.ต.อ.ภูมิรพี ผลาภูมิ ผกก.สภ.ทัพทัน พ.ต.อ.อนันตรัตน์ สุขนรินทร์ รองผกก.ป.สภ.ทัพทัน พร้อมจนท.ตำรวจหลายนาย ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอทัพทัน น.ส.บูรณิน ครุฑธา กำนันต.เขาขี้ฝอย ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน พร้อมแพทย์ประจำตำบล พื้นที่ต.เขาขี้ฝอย อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี

โดยจนท.ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัย 3 คัน จอดอยู่ในป่าชุมชนบริเวณ ม.3 ต.เขาขี้ฝอย อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ตรวจสอบพบ บุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 55 คน ชาย 36 หญิง 19 อยู่บนรถและบริเวณใกล้เคียงให้การผ่านล่ามว่า ลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อไปทำงานในกรุงเทพฯ

จนท.จึงได้รวบตัวทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฏหมาย โดยแจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ได้ยึดรถยนต์ของกลาง จำนวนทั้งหมด 3 คัน และดำเนินการคัดกรองและคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตามกลไก NRM และขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

กลุ่มน้ำตาลครบุรี ร่วมผู้นำท้องถิ่น ครบุรี – สีคิ้วส่งเสบียงสู่แนวหน้า

กลุ่มน้ำตาลครบุรีร่วมผู้นำท้องถิ่น ครบุรี – สีคิ้วส่งเสบียงสู่แนวหน้า

เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ฝ่ายมวลชนสัมพันธ์และความรับผิดชอบต่อสังคม กลุ่มบริษัท น้ำ ตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) ( KBS Group ) ประสบความสำเร็จในการจัดปฏิบัติการ “โรงงานน้ำตาลผสานใจจากแนวหลังส่งพลังใจให้แนวหน้า” โดยโรงงานน้ำตาลครบุรีขอขอบพระคุณอย่างสูงแก่มวลชนพันธมิตร ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครองตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี และตำบลหนองหญ้าขาว อำเภอสีคิ้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของทั้งสองอำเภอ ตลอดจนประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาที่รับทราบข่าวและได้ร่วมมือร่วมใจกันระดมและบริจาคเสบียงอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น ยางรถเก่าจำนวนมาก นำไปมอบแก่เหล่าทหารหาญประจำฐานปฏิบัติการและพี่น้องประชาชนพลเรือนในศูนย์อพยพชั่วคราวตามแนวชายแดนในพื้นที่อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ นับเป็นปฏิบัติการ ผสานใจจากแนวหลังส่งพลังใจให้แนวหน้าอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ตึงเครียดตามแนวชายแดนตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

ผบ.มทบ.37 ตรวจเยี่ยมการฝึกเป็นหน่วย หมู่ ตอน หมวด ประจำปี 2568 เสริมทักษะและความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชน

ผบ.มทบ.37 ตรวจเยี่ยมการฝึกเป็นหน่วย หมู่ ตอน หมวด ประจำปี 2568 เสริมทักษะและความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชน

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 เวลา 10.30 น.พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ได้เดินทางตรวจเยี่ยมการฝึกเป็นหน่วย หมู่ ตอน หมวด ประจำปี 2568 ของกำลังพล มทบ.37 ณ บริเวณพื้นที่ ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียง ราย

การฝึกในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเพิ่มพูนทักษะและขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจของกำลังพล โดยแบ่งการฝึกออกเป็น สถานีต่าง ๆ ได้แก่ การใช้เรือยาง, การใช้เรือเหล็ก, การขับเรือ
การพายเรือ, การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่สอดคล้องกับภารกิจด้าน การบรรเทาสาธารณภัย และ การช่วยเหลือประชาชน ในสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ

ทั้งนี้ ผบ.มทบ.37 ได้เน้นย้ำถึงนโยบายในการฝึกให้สอดคล้องกับภารกิจจริง พร้อมพัฒนาศักยภาพกำลังพลให้มีความ พร้อม, คล่องแคล่ว, และ ชำนาญ ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที

#มณฑลทหารบกที่37 #ศูนย์ประชาสัมพันธ์มณฑลทหารบกที่37 #ทหารค่ายเม็งรายหัวใจเพื่อประชาชน #กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน


นที มีเดช รายงาน