มทบ.210 ร่วมในพิธีปล่อยแถวปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติด “No Drugs No Dealers”

มทบ.210 ร่วมในพิธีปล่อยแถวปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติด “No Drugs No Dealers”

เมื่อ 15 ส.ค.68 เวลา 05.30 น. ผบ.มทบ.210 มอบหมายให้ พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ เสธ. มทบ. 210 เป็นผู้แทน นำกำลังพล ร้อย สห.มทบ.210 เข้าร่วมในพิธีปล่อยแถวปิดล้อมตรวจค้นยาเสพ “No Drugs No Dealers” เพื่อดำเนินการค้นหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติด (Re X-ray) ในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน ภ.จว.น.พ. โดยมี นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รอง ผวจ.น.พ. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย กำลังพลฝ่ายทหาร, ตำรวจ, ฝ่ายปกครอง, หน่วยงานความมั่นคง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณหน้าอาคารแสงสิงแก้ว ภ.จว.นครพนม

#มณฑลทหารบกที่210 #กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก


ฟร้องข่าวด่วนนครพนม รายงาน

สายบุญแน่น แห่ขอพร “หลวงพ่อปากแดง“ ไม่พลาดส่องเลขเด็ดอ่างน้ำมนต์เสี่ยงโชค

นครนายก – สายบุญแน่น แห่ขอพร “หลวงพ่อปากแดง“ ไม่พลาดส่องเลขเด็ดอ่างน้ำมนต์เสี่ยงโชค

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดหลวงพ่อปากแดง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก ได้มีนักท่องเที่ยวสายบุญหลั่งไหลเข้ามากราบไหว้ ขอพร “หลวงพ่อปากแดง ศักดิ์สิทธิ์” เพื่อความเป็นสิริมง คลให้กับตัวเองและครอบครัว ส่วนมากก็จะมาขอในเรื่องการงาน การค้าขาย และขอโชคลาภกัน เมื่อสำเร็จก็จะนำเครื่องสักการะมาแก้บนกันเป็นจำนวนมาก

หลวงพ่อปากแดง เป็นพระประธานในพระอุโบสถ ที่มีอายุกว่า 121 ปี เป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา กราบไหว้ เป็นที่พึ่งทางจิตใจ เมื่อขอสิ่งใดก็มักจะสำเร็จสมปรารถนา จึงไม่แปลกที่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในจังหวัดนครนายกต่างไม่พลาดที่จะต้องแวะเข้ามากราบไหว้ สักการะ สักครั้งหนึ่งเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งการเข้ากราบไหว้ ขอพร “หลวงพ่อปากแดง” จะต้องนำเครื่องสักการะ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน กล้วยน้ำว้า หมากพลู พวงมา ลัย และน้ำแดง ที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้บูชาด้านหน้าอุโบสถ

และภายในอุโบสถก็ยังมีให้ปิดทององค์หลวงพ่อปากแดงจำลอง รอยพระพุทธบาทจำลอง เสี่ยงเซียมซี และพรมน้ำมนต์ด้วยตนเองในอ่างน้ำมนต์ขนาดใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล และไม่พลาดคือเลขน้ำตาเทียนในอ่างน้ำมนต์ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจต่างก็ถ่ายภาพเก็บไว้ บางส่วนเจ้าหน้าที่ได้นำขึ้นมาวางไว้ในพานเห็นเป็นเลข 461, 28 หรือตามแต่ใครจะมองแล้วตีเป็นเลขกัน ตามความเชื่อของแต่ละบุคคล

ส่วนด้านหน้าพระอุโบสถก็ยังมีให้อธิฐานลอดท้องช้างเสริมสิริมงคล และชมเรือไม้ตะเคียนโบราณเก่าแก่ ก่อนกลับก็แวะพรมน้ำมนต์ เจิมหน้าผาก เปิดดวงเศรษฐี ให้ดวงชะตาสว่าง ไสว เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย ประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ เป็นขวัญและกำลังใจในการใช้ชีวิตอย่างมีสติต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

สองนักเลี้ยงวัวคู่ปรับ โคจรมาเจอกันกลางถนน กลายเป็นศพหนึ่ง

วันที่ 14 ส.ค.68 11.30 น. เหตุเกิดหมู่ 4 ตำบลนาทราย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
นายสุทิน หรือลุงจ้อง อายุ 76 ปี อาชีพเลี้ยงวัว มีปัญหาวิวาทกับ นายวิโรจน์ หรือเอก อายุ 48 ปี มีบ้านใกล้กันในหมู่ 4 ตำบลนาทราย ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุ

ตำรวจพบมูลเหตุเกิดปัญหา การเลี้ยงวัว หลังจากติดตามไปยังบ้านนายวิดรจน์ซึ่งหลบหนีไปแล้ว ครอบครัวนายวิโรจน์ อ้างว่านายวิโรจน์ ได้รับดูแลแปลงหญ้าเลี้ยงวัวใกล้บ้าน แต่ได้ถูกนายสุทิน นำวัวมาปล่อยเลี้ยงในแปลงหญ้าที่นายวิโรจน์ดูแลเป็นเหตุให้วิวาทกันมาก่อนหน้านี้ นายวิโรจน์ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว หากเกิดเหตุการณ์ร้ายระบุนายวิโรจน์เป็นผู้ก่อเหตุเนื่องจากไม่มีปัญหากับใคร

ก่อนเกิดเหตุนายสุทินหรือลุงจ้อง นำวัวไปเลี้ยงในดงหญ้าใกล้บ้านเช่นเดียวกับนายวิโรจน์ หรือเอก หลังจากนั้นได้เดินมาพบกันบนถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน เกิดวิวาทขึ้นอีกครั้งโดยใช้อาวุธเคียวตัดหญ้า และมีดเข้าต่อสู้กันเป็นเหตุให้นายสุทิน หรือลุงจ้องเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนนายวิโรจน์พบว่า ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากพบมีรอยเลือดที่หน้าบ้านของตัวเอง หลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งมารดาว่าได้ฆาตกรรมนายสุทินแล้วก่อนหลบหนีโดยใช้รถจักรยานยนต์ ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัว


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

สภาอบจ.น่าน จัดประชุมสภา สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2568

น่าน – สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน กำหนดจัดการประชุมสภา อบจ.น่าน สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2568 ในวันพุธที่ 13 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านมีส่วนร่วมในการรับฟังและติดตามการดำเนินงานของ อบจ.น่าน

วันที่ 13 สิงหาคม 2568 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน, นายกิตติศักดิ์ วรรณสกุลเจริญรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน, นายอนันต์ชัย เบ้าทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน, นายเยี่ยมศักดิ์ เครือทิพย์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน, จ่าเอกผดุง เพ็ชรภา เลขานุการองค์การบริหารส่วนจังหวัด พร้อมด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ทั้ง 24 เขต เข้าร่วมประชุมสภาองค์การส่วนบริหารจังหวัดน่าน สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านมีส่วนร่วมในการรับฟังและติดตามการดำเนินงานของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน

เพื่อให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ทั้ง 24 เขต 15 อำเภอ ได้พิจารณา

  • ญัตติขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 แก้ไขครั้งที่ 1/2568
  • ญัตติขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (กรณีกันเงินไว้เบิกในปีถัดไป)
  • ญัตติร่างข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เรื่องงบประมาณรายจ่ายระจำปี งบประมาณ พ.ศ.2569 ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน วาระที่ 1 รับหลักการ

สำหรับเรื่องอื่นๆ นายนิคม บริบูรณ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เขตอำเภอเมืองเขต 1 ได้เสนอขอเรียนปรึกษาประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด จากเหตุการณ์สถานการณ์อุทกภัยจากผลกระทบพายุ “วิภา” 22 – 24 ก.ค.68 ที่ผ่านมาประชาชน 30 ชุม ใน เทศบาลเมืองน่าน ได้รับผลกระทบ 7 พันหลังคาเรือน และในเขตเศรษฐกิจ ค่าเสียหายกว่า 2 พันล้าน ณ ปัจจุบัน สภาพเศษขยะถนนหนทางเต็มไปด้วยดินและท่อระบายน้ำดินโคลนได้ไหลลงไปอุดท่อระบายน้ำ ไม่สามารถฉีดน้ำล้างถนนได้ ทางเทศบาลเมืองน่าน ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองน่าน, กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม, เจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองน่าน ร่วมกับชาวชุมชนในพื้นที่ หน่วยงานฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ กว่า 60 คน ต่อวัน แต่ก็ยังไม่สามารถทำความสะอาดได้ทั่วถึง จึงขอประสานรับการสนับสนุนรถดูดโคลนท่อยาว พร้อมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (กู้ภัย อบจ.น่าน) สำนักปลัดฯ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เข้าร่วมกิจกรรม Big Cleaning Day ร่วมกับเทศบาลเมืองน่าน ต่อไปในช่วงเวลากลางคืน

ในส่วนของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ต่างอำเภอที่ได้รับผลกระทบจากภัยภายุ วิภา ได้เสนอแนวทางการรับมือกับ สถานการณ์ภัยพิบัติในอนาคตมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น -ขอให้จัดหาซื้อเครื่องจักร รถดูดโคลนท่อยาว รถขุดแบคโฮ บูมอาร์มยาวที่มีประสิทธิภาพสูงในงานขุดลอกคูคลอง ขุดลอกแม่น้ำ เรือยนต์ ที่ผ่านมา การแจ้งเตือนภัยทาง “Cell Broadcast” คือ ระบบการแจ้งเตือนภัยผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือต่าง ๆ ยังไม่ระเอียดชัดเจน ต้องมีรายละเอียดของระดับน้ำด้วย ประชาชนจะได้เก็บของให้พ้นจากภัยน้ำท่วมได้ถูกต้อง ปีนี้ก็เก็บแล้วแต่ระดับน้ำในครั้งนี้มันสูงและแรงกว่าที่ผ่านมา จึงทำให้ข้าวของที่เก็บหนีน้ำแล้วแต่ไม่พ้นน้ำท่วม

การช่วยเหลือของหลายหน่วยงานภาคเอกชนจากต่างจังหวัด ที่เข้ามาช่วยประชาชน มันไม่เป็นระบบและทั่วถึงซ้ำซ้อน บางแห่งไม่มีหน่วยงานเข้าไปช่วยเลย ขอให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ เป็นผู้ประสานแจกจ่ายงานให้ชุดกู้ภัย มูลนิธิที่ที่นำสิ่งของถุงยังชีพมา ได้กระจายความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทั่วถึง ส่วนใหญ่จะไปช่วยตามเส้นทางถนนหลัก ส่วนผู้เดือดร้อนที่อยู่ตามตรอก ตามซอย ไม่ได้รับการช่วยเหลือ

นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ได้กล่าวว่า จังน่านได้มอบให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน อุปกรณ์ อุปกรณ์กู้ภัยเฉพาะทางสำหรับเจ้าหน้าที่

  1. จัดซื้อเจ็ท สกี ประโยชน์หลักของเจ็ท สกี ในการกู้ภัยคือ ความคล่องตัวและความเร็ว ทำให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในบริเวณที่น้ำตื้นหรือมีสิ่งกีดขวางมาก เช่น ในน้ำท่วม หรือการกู้ภัยในที่ต้องเข้าถึงผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ เจ็ท สกียังสามารถใช้ลากจูงอุปกรณ์กู้ภัย หรือผู้ประสบภัยที่บาดเจ็บไปยังที่ปลอดภัยได้ดีกว่าเรือยนต์ขนาดใหญ่ ทำให้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการช่วยเหลือชีวิต
  2. รถดูดโคลน คือ ยานพาหนะที่ออกแบบมาเพื่อ ดูดสิ่งปฏิกูล โคลน เลน และเศษตะกอนต่างๆ ออกจากท่อระบายน้ำ หรือแหล่งที่มีการอุดตัน โดยทำงานร่วมกับระบบปั๊มน้ำแรงดันสูงเพื่อฉีดล้างทำความสะอาด และปั๊มสูญญากาศเพื่อดูดสิ่งสกปรกเข้าถังเก็บสิ่งโสโครก.
  3. มีแผนไว้จัดซื้อ เรือแอร์โบ๊ท (Airboat) เป็นเรือท้องแบนที่ใช้ขับเคลื่อนด้วยกำลังลมจากใบพัดด้านท้าย ทำให้สามารถวิ่งในน้ำตื้น โคลน หรือบริเวณที่มีหญ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ติดใบพัดเหมือนเรือทั่วไป
  4. โดรนขนาดใหญ่ ในภาระกิจกู้ภัย รวดเร็ว แม่นยำ ทันเวลาในสถานการณ์ฉุกเฉิน ประโยชน์ของโดรนกู้ภัยมีหลายด้าน ได้แก่ การประเมินสถานการณ์ภัยพิบัติอย่างรวดเร็ว, การค้นหาผู้สูญหาย, การส่งสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่เข้าถึงยาก, การเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ทีมกู้ภัย, และการเฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติและเหตุการณ์ต่างๆ ทำให้การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ส่วนเรื่องที่สมาชิกแนะนำไว้พิจารณาดำเนินการให้ ตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ การจัดทำบริการสาธารณะและการจัดการกิจกรรมสาธารณะในท้องถิ่นของตนเอง ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การพัฒนาท้องถิ่น การศึกษา สาธารณสุข การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยต้องดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในท้องถิ่น.

ท้ายสุด นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ฝากขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันออกช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกรทบจากอุทกภัย ปัจจุบัน อบจ.น่าน ก็ยังออกช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และจากทุกหน่วยงานที่ร้องขอรับการสนับสนุน เครื่องจักร รถน้ำ จัดเก็บขยะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (กู้ภัย อบจ.น่าน) สำนักปลัดฯ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เข้าร่วมกิจกรรม Big Cleaning Day ที่ทุกหน่วยงาน ทุกองค์ปกครองท้องถิ่นร้องขอมา


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

มทบ.37 ร่วมกิจกรรม “โครงการกระทรวงศึกษาธิการจิตอาสา ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกิจกรรม “โครงการกระทรวงศึกษาธิการจิตอาสา ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง“ เพื่อให้นักเรียนได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญในด้านจิตอาสา และการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ณ โรงเรียนป่าตึงพิทยานุกูล ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานงานคุ้มครองป้องกันชุมชน สถานีพัฒนาการเกษตรพื้นที่สูง ตามพระราชดำริ บ้านธารทอง พร้อมกำลังพล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” พร้อมกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ โดยบูรณาการร่วมกับ ชุดพัฒนาสัมพันธ์มวลชนที่ 3210 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 เข้าร่วมกิจกรรม “โครงการกระทรวงศึกษาธิการจิตอาสา ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง“ เพื่อให้นักเรียนได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญในด้านจิตอาสา และการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย ธงชาติไทย และการปลูกฝังส่งเสริมอุดมการณ์ความรักชาติ ความรักสถาบัน

ซึ่งที่ผ่านมาทหารได้มีการสู้รบกับประเทศกัมพูชา และต้องยอมเสียสละทั้งแรงกายแรงใจ ยอมพลีชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยไม่ยอมให้เสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว รวมทั้งปลูกฝังอุดมการณ์เทิดทูลสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ปลูกจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้ความรู้สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยและโทษของยาเสพติด รวมทั้งได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกและการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด และการมีส่วนร่วมกับจิตอาสา

โดยมี นายอนุรักษ์ ทองเสรี นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแซว เป็นประธานในพิธี มีเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเชียงราย, ผู้อำนวยการ คณะครู นักเรียนโรงเรียนโรงเรียนป่าตึงพิทยานุกูล, ผู้อำนวยการ คณะครู นักเรียน โรงเรียนบ้านธารทอง เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 150 คน ณ อาคารเอนกประสงค์ โรงเรียนป่าตึงพิทยานุกูล หมู่ 5 ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ทั้งนี้ยังได้ขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ยืนไว้อาลัยให้กับ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ และทหารกล้าที่สละชีพเพื่อชาติ ขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 เพื่อเป็นสดุดีวีรกรรมทหารกล้าและประชาชนรวม 30 คน อีกด้วย ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ #เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

คณะอาจารย์และนักเรียน รร.วัดยางเอน(ประชานุเคราะห์) พิษณุโลก เยี่ยมชมเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ทหารกองทัพภาคที่ 3

คณะอาจารย์และนักเรียน โรงเรียนวัดยางเอน(ประชานุเคราะห์) พิษณุโลกเยี่ยมชมเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ทหารกองทัพภาคที่ 3

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 กองทัพภาคที่ 3 ต้อนรับคณะอาจารย์ /นักเรียนจาก โรงเรียนวัดยางเอน(ประชานุเคราะห์) หมู่ที่ 6 บ้านยางเอน ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ในโอกาสเดินทางมาทำกิจกรรมทัศนศึกษาตามโครงการ ทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกสถานศึกษา ณพิพิธภัณห์ทหารกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แหล่งรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของชาติ ทั้งวีรกรรมของบรรพบุรุษ การเสียสละเพื่อปกป้องเอกราช และวิวัฒนาการของกองทัพในแต่ละยุคสมัย เยาวชนจะได้เห็นของจริง เช่น อาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องแบบทหาร และภาพเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งช่วยให้เข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนกว่าการอ่านจากตำราเรียนเพียงอย่างเดียว ได้สัมผัสกับเรื่องราวความกล้าหาญและความเสียสละของทหาร ทำให้เยาวชนเกิดความรู้สึกรักชาติ ภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย และเห็นคุณค่าของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ที่ได้รับการปกป้องมาจนถึงทุกวันนี้

รวมถึงได้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของทหาร ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของวินัย ความอดทน และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เยาวชนจะได้ซึมซับคุณสมบัติเหล่านี้ผ่านการสังเกตและเรียนรู้ ครอบคลุมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทหาร เช่น วิวัฒนาการของเครื่องบินรบ อาวุธที่เคยใช้จริงในสนามรบ หรือรถถัง สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนที่สนใจในอาชีพทหารหรือวิชาชีพที่เกี่ยวข้องการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ทหารจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ พัฒนาความคิด และปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้กับเยาวชน เพื่อให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของชาติในอนาคต


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 รับมอบกระเช้าของขวัญพระราชทานและประกาศนียบัตร โครงการประกวดภาพถ่ายและคลิปวิดีโอสั้น “กิจกรรมจิตอาสา” ประจำปี 2568

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 รับมอบกระเช้าของขวัญพระราชทานและประกาศนียบัตร โครงการประกวดภาพถ่ายและคลิปวิดีโอสั้น “กิจกรรมจิตอาสา” ประจำปี 2568

เมื่อวันพุธที่ 13 สิงหาคม 2568 พลตรี ชายแดน กฤษณสุวรรณ รองแม่ทัพภาคที่ 3 /รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 รับมอบกระเช้าของขวัญพระราชทานและประกาศนียบัตร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ พลเรือเอก คณีพล สงเจริญ ร.น. ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน เป็นผู้อัญเชิญกระเช้าของขวัญพระราชทานและประกาศนียบัตร ของโครงการประกวดภาพถ่ายและคลิปวิดีโอสั้น “กิจกรรมจิตอาสา” ประจำปี 2568 เพื่อมอบให้แก่ผู้ส่งผลงานและผ่านการตัดสินการประกวดโครงการประกวดภาพถ่ายและคลิปวิดีโอสั้น “กิจกรรมจิตอาสา” ประจำปี 2568 จำนวน 11 ราย ของ กองทัพภาคที่ 3/ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 ณ ห้องประชุม 1 ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน เขตพระราชฐาน พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร

โดยในวันนี้ พิธีรับมอบกระเช้าของขวัญพระราชทานและประกาศนียบัตร โครงการประกวดภาพถ่ายและคลิปวิดีโอสั้น “กิจกรรมจิตอาสา” ประจำปี 2568 มี ผู้รับรางวัลประกอบด้วย ผู้แทนจาก ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 1 – 4 จำนวน 4 ท่าน คณะกรรมการตัดสินผลงานฯ จำนวน 3 ท่าน และผู้ส่งผลงานผ่านการตัดสินฯ ของ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานกรุงเทพมหานคร จำนวน 8 ท่าน


นที มีเดช รายงาน

หมวดพลเสนารักษ์ โรงพยาบาลค่ายกาวิละ ฝึกภาคสนามเพิ่มศักยภาพนักเรียนพลเสนารักษ์ รุ่นที่ 84/68 ให้พร้อมปฏิบัติภารกิจจริง

หมวดพลเสนารักษ์ โรงพยาบาลค่ายกาวิละ ฝึกภาคสนามเพิ่มศักยภาพนักเรียนพลเสนารักษ์ รุ่นที่ 84/68 ให้พร้อมปฏิบัติภารกิจจริง

ระหว่างวันที่ 8–12 สิงหาคม 2568 หมวดพลเสนารักษ์ โรงพยาบาลค่ายกาวิละ ร่วมกับผู้ดูแลหลักสูตรและคณะครูผู้ฝึก ได้จัดการฝึกภาคสนามสำหรับนักเรียนพลเสนารักษ์ หลักสูตรเบื้องต้นเฉพาะเหล่าแพทย์ 8 สัปดาห์ รุ่นที่ 84/68 จำนวน 31 นาย โดยเป็นการออกฝึกนอกที่ตั้งหน่วย ณ พื้นที่ฝึกของหน่วย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมและภูมิประเทศใกล้เคียงกับสภาพสนามรบและพื้นที่ปฏิบัติภารกิจจริง

การฝึกครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์สนามเข้ากับสถานการณ์จำลองทั้งในและนอกแบบ ผ่านการฝึก TTX (Tabletop Exercise) เพื่อวิเคราะห์สถาน การณ์และแก้ปัญหาในภูมิประเทศจำลอง และ FTX (Field Training Exercise) เพื่อฝึกปฏิบัติจริงในภูมิประเทศ โดยครอบคลุมเนื้อหาสำคัญหลายด้าน ได้แก่ การบริการการแพทย์ระดับหน่วย (พยาบาลกองพัน), การแพทย์การรบทั้งในแบบและนอกแบบ, การปฐมพยาบาลและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทางยุทธวิธี (TCCC – Tactical Combat Casualty Care), การส่งกลับผู้บาดเจ็บด้วยมือ เปล และเปลแสวงเครื่อง, การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บข้ามสิ่งกีดขวาง ทั้งทางน้ำ จากที่สูง และที่ต่ำ, การส่งกลับผู้บาดเจ็บทางอากาศ และการบรรเทาสาธารณภัยในสถานการณ์วิกฤติ

การฝึกยังเน้นให้ผู้เข้ารับการฝึกได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีม การวางแผน การสื่อสาร และการประสานงานระหว่างหน่วย เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ลดความผิดพลาด และตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที รวมถึงเพิ่มความชำนาญในบทบาท “พลเปล” ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญในการสนับสนุนการแพทย์ในพื้นที่ปฏิบัติการ

ทั้งนี้ การฝึกภาคสนามดังกล่าว ถือเป็นการเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดก่อนที่นักเรียนพลเสนารักษ์จะสำเร็จการศึกษาและออกไปปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนทางการแพทย์แก่หน่วยทหารในพื้นที่ต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายให้ทุกนายมีศักยภาพสูงสุด ทั้งด้านความรู้ ทักษะ และความพร้อมทางจิตใจ เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยภายใต้สภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

ปฏิบัติงาน ตามพันธกิจ “อนุรักษ์กำลังรบ” ของ เหล่าทหารแพทย์ อย่างเต็มความสามารถ


นที มีเดช รายงาน

นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพกรมปภ. 510 ชุด ให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ ชุมชนบ้านหัวเวียงใต้

น่าน – นายกตี๋ นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน นำคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพมอบถุงยังชีพ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย 510 ชุด ให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ ชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ ค่าเสียหายในย่านเศรษฐกิจและของพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลเมืองน่าน ไม่ต่ำกว่า 2 พันล้าน

12 ส.ค.68 สวัสดีวันแม่แห่งชาติ นายกตี๋ นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองน่าน นายเสนอ เวชสัมพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน นายศักดิ์นรินทร์ อินยอด เลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองน่าน นางปริชญา มิ่งเชื้อ รองปลัดเทศบาล นายนิคม บริบูรณ์ สมาชิสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายสุพจน์ รัตนอนันต์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน ผู้นำชุมชน นางประจวบ ถารัตน์ รองประธานคณะกรรมการชุมชนบ้านหัวเวียงใต้หัวหน้าส่วนราชการ ลงพื้นที่ส่งมอบถุงยังชีพของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย 510 ชุด ให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัย ณ ชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก เกิดฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำแม่น้ำน่านล้นตลิ่ง ท่วมฉับพลันในพื้นที่เศรษฐกิจเทศบาลเมืองน่าน ณ ชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ จากพายุ “วิภา” เมื่อวันที่ 22 – 24 ก.ค.68 ค่าเสียหายในย่านเศรษฐกิจและของพี่น้องประชาชน ไม่ต่ำกว่า 2 พันล้าน

พร้อมกันนี้ นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน สั่งการเจ้าหน้าที่ ปูพรมสำรวจความเสียหายของประชาชนให้ครอบคลุมทุกครัวเรือน ไม่เลือกปฏิบัติ เร่งให้การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม โดยเฉพาะด้านดำรงชีพมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยหลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ประชุมหารือร่วมกับ นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ได้ข้อสรุปแนวทางการเบิกจ่ายเงินเยียวยาตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป จึงขอให้ประชาชนผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลเมืองน่าน ติดต่อขอรับเอกสารและส่งเอกสารเพื่อพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาได้ที่ สำนักงานเทศบาลเมืองน่าน ผู้ใหญ่บ้าน หรือประธานกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลเมืองน่านทุกชุมชนโดยเร่งด่วน

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวว่า วันนี้ประชาชนบ้านหัวเวียงใต้ และในเขตเทศบาลเมืองน่าน ทั้ง 31 ชุมชน ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ขณะที่ได้เผชิญเหตุน้ำท่วม ขณะที่ป้องกันน้ำท่วม ในขณะที่จำเป็นออกไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อาหารการกิน น้ำดื่ม ทางเทศบาลเมืองน่าน ได้บริการอย่างเต็มที่แล้ว รวมทั้งกลุ่มผู้เปราะบางหรือผู้ที่ประสบภัยที่ต้องการที่พักพิง ทางเทศบาลเมืองน่าน ก็ได้จัดหาให้

วันนี้สิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม คือการฟื้นฟูทำความบ้านเรือนที่อยู่อาศัย การเก็บขยะในชุมชนของพี่น้องประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติให้เร็วที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่เราจำเป็นต้องดูแล คือถุงยังชีพ ถุงยังชีพที่ได้รับจากหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานเหล่ากาชาด หรือของรัฐบาล หน่วยงานการไฟฟ้าผ่ายผลิต กรม ปภ.ทางเทศบาลเมืองน่าน ก็จะนำมาแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชนทุกหลัวคาเรือน โดยเฉพาะของในถุงยังชีพเราเลือกจัดสรรได้ของใกล้เคียงกัน

อีกสิ่งหนึ่งที่ทางเทศบาลเมืองน่าน จำเป็นต้องช่วยเหลือเยียวยา ตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ระเบียบว่าด้วยการเงินสำรองราชการ โดยยึดถือตามระเบียบเงินสำรองราชการของรัฐบาลบวกกับเงินของเทศบาลเมืองน่าน ระเบียบการเบิก – จ่าย ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วันนี้ได้มาสรุปกับพี่น้องประชาชนแล้วว่า ความเดือดร้อนความต้องการความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วให้เงินถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุด

ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ให้นโยบายไว้ ทางเทศบาลเมืองน่านได้ลงมาสำรวจพื้นที่แล้ว คิดว่าในวันพรุ่งนี้วันพุธที่ 13 หรือวันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2568 คงได้ข้อสรุปว่า จำนวนผู้ประสบภัยมีอยู่เท่าไหร่ ผู้ประสบภัยทั้งหลายเหล่านี้ ทางเทศบาลเมืองน่าน จะจ่ายให้เบื้องต้นก่อน คือ 1.เครื่องครัว สำหรับการประกอบอาหารดำรงชีวิต, 2.เครื่องนุ่งห่ม, 3.เครื่องนอน ที่โดนน้ำท่วมและไม่สามารถใช้งานได้ ได้สรุปกับพี่น้องประชาชนแล้วว่า ท่านที่เสียหายเกินกว่า 5,000 บาท หรือจำนวน 5,000 บาท ทางเทศบาลเมืองน่าน ก็จะจ่าย ช่วยค่าเสียหายหรือเยียวยาให้ 5,000 บาท ส่วนผู้ที่เขียนมาแล้วต่ำกว่า ทางเทศบาลเมืองน่าน ก็จะจ่ายให้ตามความเป็นจริง เพราะฉะนั้นก็จะได้เงินเยียวยาเบื้องต้นไปก่อน

ในส่วนบ้านที่เสียหายกับเครื่องมือประกอบอาชีพ เทศบาลเมืองน่าน จะต้องลงพื้นที่สำรวจอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากเป็นระเบียบที่จะต้องส่งเจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลเมืองน่าน ลงมาประเมินความเสียหาย ประตู ฝ้าเพดาน หรือส่วนอื่นๆ ของบ้านที่ได้รับความเสียหาย เครื่องมือประกอบอาชีพ เช่นท่านที่เป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรกร เครื่องตัดหญ้า ปั้มน้ำ ต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะได้รับการเยียวยา บางคนที่ประกอบอาชีพซักรีด มีเครื่องซักผ้า เครื่องรีดผ้าเสียหาย อาจจะได้รับการช่วยเหลือได้ แต่บ้านที่ใช้เครื่องซักผ้าประจำบ้าน ระเบียบไม่สามารถเบิกจ่ายให้ได้ ซึ่งมีความแตกต่างอยู่ต้องมาพิจารณารายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ในส่วนนั้นเราก็จะขอเงินสำรองราชการของจังหวัด จากผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ถ้าจังหวัดใช้เงินหมดแล้ว ก็จะขอเงินเพิ่มมาอีกซึ่งทางรัฐบาลก็พร้อมที่จะจ่ายเงิน

ส่วนเงินในส่วนอีกสองส่วน ที่หลายคนได้เรียกร้อง ก็คือเงินมติ ครม.ซึ่งปีที่แล้ว 2567 เราได้ 9,000 บาท ทั่วราช ซึ่งรัฐบาลจ่ายให้บ้านไหนน้ำท่วมได้หมด อันนี้เทศบาลเมืองน่าน ก็จะขอให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งเป็นอำนาจของรัฐบาลที่จะเสนอขอต่อ ครม.เงินค่าล้างบ้าน บางจังหวัดเคยได้ เทศบาลเมืองน่าน ก็จะขอเรื่องนี้เข้าไปด้วย ผ่านไปทางจังหวัดน่าน ให้ทางจังหวัดน่าน ส่งเรื่องไปยังส่วนกลาง ถ้าได้ความกรุณา ก็จะเป็นเงินต่อ ๆ ไป ซึ่งจะมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพื่อเยียวยาซับน้ำตาพี่น้องประชาชนชาวเขตเทศบาลเมืองน่านครับ
ผู้สื่อข่าวได้ถามส่วนค่าเสียหายในย่านเศรษฐกิจเทศบาลเมืองน่านในครั้งนี้

นายสุรพล เธียรสูตร กล่าวว่า ไปต่ำกว่า 2 พันล้าน อันนี้รวมถึงความเสียหายของพี่น้องประชาชนด้วย ในส่วนของเทศบาลเมืองน่าน ต้องจ่ายค่าเสียหาย ค่าเยียวยา ค่าซ่อมแซมจะอยู่ที่ 30 – 40 ล้าน หรืออาจจะถึง 50 ล้าน ก็จะใช้เงินของเทศบาลเมืองน่านให้เต็มที่ ใช้อย่างระมัดระวังให้เป็นไปตามระเบียบทุกประการ ในส่วนของ ปภ.เองน่าจะช่วยเหลือบางส่วน ก็คงช่วยได้ไม่มาก เพราะว่าระเบียบการช่วยเหลือเงินสำรองราชการ เขาจะให้ใช้เงินของส่วนท้องถิ่นก่อนถึงจะมาใช้เงินสำรองราชการ

ผู้ที่ต้องการข้อมูลติดต่อได้ที่ งานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการ สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลเมืองน่าน โทร.054-710234 ต่อ 119 www.nancity.go.th


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

ทบ.ยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ “พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

ทบ.ยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ “พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

วันนี้ (12 ส.ค. 68) เวลา 12.00 น. ณ ท้องสนามหลวง กองทัพบก โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ยิงสลุตหลวงจำนวน 21 นัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

โดยกองร้อยปืนใหญ่ยิงสลุต ใช้ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีราบ แบบ 80 ขนาด 75 มิลลิเมตร จำนวน 4 กระบอก ทำการยิงตามจังหวะของเพลงสรรเสริญพระบารมี จำนวน 21 นัด จังหวะ 5 วินาที ทีละกระบอก นับรอบจากขวาไปซ้าย ใช้เวลายิงทั้งหมด 1 นาที 40 วินาที ซึ่งจะดำเนินการยิงสลุตหลวง โดยพร้อมเพรียงกันทั้ง 3 เหล่าทัพ

การยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณ ของราชอาณาจักรไทย เพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติหรือบุคคลสำคัญของชาติ สำหรับประเทศไทย โดยทหาร 3 เหล่าทัพ ได้ยึดถือปฏิบัติในห้วงสำคัญ ได้แก่ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา, พระราชพิธีฉัตรมงคล หรือวันพระราชสมภพสมเด็จพระยุพราช รวมถึงพิธีต้อนรับพระมหากษัตริย์หรือประมุขแห่งรัฐ โดยจะทำการยิงสลุตจำนวน 21 นัด เพื่อแสดงความเคารพอย่างสูงสุด



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก