ทบ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ ทบ. บางปู พร้อมร่วมภาคภูมิใจได้รับการรับรองเป็น “อุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks)”

ทบ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ ทบ. บางปู พร้อมร่วมภาคภูมิใจได้รับการรับรองเป็น “อุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks)”

วันนี้ (15 ส.ค.68) ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี จ.สมุทรปราการ กองทัพบกจัดกิจกรรมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยได้น้อมนำพระราชปณิธาน มาดำเนินโครงการฯ และได้รับการประกาศรับรองในระดับอาเซียนให้เป็น “อุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks)” โดยมี พล.อ. เอกรัตน์ ช้างแก้ว ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก (ปธ.คปษ.ทบ.) เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน ได้นำกำลังพล ส่วนราชการ ภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่ ร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศลฯ, พิธีถวายราชสดุดีถวายพระพรชัยมงคล, พิธีทำบุญตักบาตร นอกจากนี้ได้ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ถวายเป็นพระราชกุศล บนสะพานสุขตา ได้แก่ กุ้งกุลาดา 1 ล้านตัว และปลากะพง 30,000 ตัว

จากนั้น ปธ.คปษ.ทบ. ได้เป็นประธานมอบรางวัลการแข่งขันประกวดวาดภาพฝาผนัง ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “สืบสานปณิธานงานอนุรักษ์ป่าชายเลนบางปู ส่งต่อให้ยั่งยืน” โดยมีโรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศลำดับที่ 1-3 ได้แก่ โรงเรียนบูรณะศึกษา, โรงเรียนศรีพฤฒา และโรงเรียนพุนพินพิทยาคม ตามลำดับ ซึ่งผลงานทั้งหมดจะถูกนำไปจัดแสดงอยู่บนฝาผนังของศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบกฯและห้วงสุดท้ายเป็นกิจกรรมเปิดป้าย “อุทยานมรดกแห่งอาเซียน” และพิธีรับมอบใบประกาศ โดยผอ.ศูนย์อาเซียน มอบให้กองทัพบก ซึ่งศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก ฯ (บางปู) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน แห่งที่ 63 ของอาเซียน และเป็นแห่งที่ 10 ของประเทศไทย

ทั้งนี้ กองทัพบกขอเชิญชวนกำลังพลและประชาชนที่สนใจ เยี่ยมชมและร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความตระหนักเห็นความสำคัญในการอยู่กับธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมให้เกิดสมดุลอย่างยั่งยืน อีกทั้งถือเป็นการสร้างการรับรู้ให้กับทราบถึงการดำเนินการของ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ ทบ. (บางปู) จนได้รับการรับรองให้เป็นพื้นที่ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งในระดับอาเซียนและระดับภูมิภาคอีกด้วย



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ที่นี่ !! ชายแดน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

จากสถานการณ์ความไม่สงบใกล้พื้นที่ชายแดน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดย เมื่อ 10 ส.ค. 68 ทหารเมียนมาใช้อากาศยานทิ้งระเบิด บริเวณพื้นที่ค่ายของกองกำลังกลุ่มต่อต้านฯ บ.โกล้ย่อเล อ.แลงปอย จ.ผาอัน ด้านตรงข้าม บ.แม่สลิดน้อย ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 500 เมตร นั้น

14 ส.ค. 68 กองกำลังนเรศวร โดย พันเอก ณรงค์ชัย เจริญชัย รองผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย พันเอก ณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู และ พันเอก องอาจ สัมพันธ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 เดินทางติดตามสถานการณ์ชายแดนและผลกระทบ ณ จุดตรวจการณ์ ฐานปฏิบัติการกันทะปา และได้เน้นย้ำให้หน่วยเฉพาะกิจราชมนู และ หน่วยเฉาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 เพิ่มความเข้มข้นมาตรการเฝ้าตรวจและป้องกัน เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดน อย่างเต็มขีดความสามารถ ตลอด 24 ชั่วโมง

จากนั้น ตรวจเยี่ยมพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราววัดธรรมจาริก อ.ท่าสองยาง ในการดูแลผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา จำนวน 213 คน ตามหลักมนุษยธรรมของศูนย์สั่งการชายแดนประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดตาก ตามแนวทางของสภาความมั่นคงแห่งชาติ

พร้อมทั้ง เน้นย้ำการปฏิบัติงานของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 บริเวณ จุดตรวจบ้านห้วยแห้ง และ จุดตรวจบ้านพะละ ที่เป็นจุดตรวจสำคัญ บนเส้นทางหลัก/เส้นทางรอง ในการสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่แนวชายแดน


นที มีเดช รายงาน

ทบ.รับมอบรถพยาบาล 3 คันพร้อมเครื่องช่วยหายใจ พิจารณาส่งมอบให้ รพ.ค่ายสังกัดทบ. ในพื้นที่ภาคอีสานต่อไป

ทบ.รับมอบรถพยาบาล 3 คันพร้อมเครื่องช่วยหายใจ พิจารณานำไปเสริมศักยภาพ รพ.สนามชายแดน ก่อนส่งมอบให้ รพ.ค่าย สังกัด ทบ. ในพื้นที่ภาคอีสานต่อไป

วันนี้ (15 ม.ค.68) เวลา 09.00 น. ณ กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พล.อ. ชิษณุพงศ์ รอดศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก, พล.ท.เกรียงชัย ประสงค์สุกาญจน์ เจ้ากรมแพทย์ทหาร บก, พล.ท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บังคับบัญชาของกองทัพบก รับมอบรถยนต์พยาบาล Basic life support และเครื่องช่วยหายใจแบบขึ้นเฮลิคอปเตอร์ได้ จำนวน 2 คัน และรถยนต์พยาบาล Advanced life support และเครื่องช่วยหายใจแบบขึ้นเฮลิคอปเตอร์ได้ จำนวน 1 คัน รวมมูลค่า 10,150,000 บาท จากบริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) โดยมี พลเอกมนตรี สังขทรัพย์ พร้อมด้วยคุณขจิตภูมิ สุดศก, ดร.สมโภชน์ วัลยะเสวี, คุณ สมชาย วงศ์รัศมี และคุณพิเชฐพงศ์ ศรีตะปันย์ พร้อมคณะ เป็นผู้แทนบริษัท มอบให้กองทัพบก

การมอบรถพยาบาล และเครื่องช่วยหายใจแบบขึ้นเฮลิคอปเตอร์ได้ ของบริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาขนให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย รวมถึงมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยสอดคล้องกับปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น โดยมีความประสงค์จะมอบให้โรงพยาบาลค่ายสังกัดกองทัพบก จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ รพ.ค่ายศรีพัชรินทร จ.ขอนแก่น, รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบล ราชธานี และ รพ.ค่ายกฤษณ์สีวะรา จ.สกลนคร ทั้งนี้ กรมแพทย์ทหารบก ได้พิจารณาถึงความสำคัญและความเร่งด่วนในการดูแลทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนในสถาน การณ์ไทย- กัมพูชา จึงเห็นควรนำรถพยาบาลทั้ง 3 คัน ไปประจำการณ์โรงพยาบาลสนาม ได้แก่ รพ.สนาม ส่วนแยกที่ 1 อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี, รพ.สนามส่วนแยกที่ 2 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และ รพ.สนามที่ 3 อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและนำรถส่งมอบให้กับโรงพยาบาลค่ายทั้ง 3 แห่งต่อไป

กองทัพบกขอขอบคุณ บริษัทสตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) ที่มีความตั้งใจและห่วงใยคุณ ภาพชีวิตของประชาชนของคนไทยในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานและทันสมัย ทั้งนี้กองทัพบกจะนำไปแจกจ่ายให้โรงพยาบาลค่ายในสังกัดกองทัพบก ตามความประสงค์ของทางบริษัทฯ เชื่อมั่นว่ากรมแพทย์ทหารบก จะนำไปบริหารจัดการให้เกิดประ โยชน์สูงสุดในการดูแลรักษากำลังพล ครอบครัวและพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างดีที่สุดต่อไป



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ยายวัย 76 ปี สุดงง!! ถูก อบต.ปิดประกาศให้รื้อถอนรั้วเมทัลชีทใน 30 วัน อ้างคูน้ำเป็นสาธารณะ วอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ

ยายวัย 76 ปี สุดงง!! ถูก อบต.ปิดประกาศให้รื้อถอนรั้วเมทัลชีทใน 30 วัน อ้างคูน้ำเป็นสาธารณะ วอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ

วันที่ 15 สค.68 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นางปทุม คำตัน อายุ76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 ม.7 ต.หนองพลับ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ว่าได้ถูกคำสั่งจากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองพลับ ให้รื้อถอน “รั้วเมทัลชีทที่คร่อม คูน้ำที่มีความยาวประมาณ35เมตร ภายใน 30 วัน” หลังจากวันที่ได้รับหนังสือ โดยหาว่ารั้วดังกล่าว “รุกล้ำคูน้ำสาธารณะ” ทั้งที่รั้วดังกล่าวตั้งอยู่บนโฉนดที่ ดิน เลขที่ 68867 ซึ่งเป็นที่ดินส่วนตัวของนางประทุม มาแต่ดั้งเดิม ส่งผลให้นางปทุมได้รับความเดือนร้อนอย่างหนัก เนื่องจากต้องเสียที่ดินไปเป็นสาธารณะประโยชน์

ต่อมา นายกองโท สมศักดิ์ แย้มพันธุ์นุ้ย นายอำเภอเมืองเพชรบุรี ได้สั่งการให้ นายชิษณุ คำสังข์ ปลัดอำเภอเมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี พร้อมด้วย นายณรงค์ศักดิ์ เรืองสิน นายก อบต. หนองพลับ, ปลัด อบต.หนองพลับ, เจ้าหน้าที่รางวัด และชลประทานเพชรบุรี ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าโครงการ “คูน้ำสาธารณะ” มีมาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งเป็นโครงการที่ชลประทานดำเนินการให้ชาวบ้านได้ใช้น้ำทำนา จากนั้นได้มีการส่งมอบโครงการดังกล่าวให้ทาง อบต.หนองพลับเป็นผู้กำกับดูแล โดย “คูน้ำสาธารณะ” ได้พาผ่านที่ดินของนางปทุม โดยที่นางปทุมเจ้าของที่ดินไม่เคย อุทิศที่ดิน หรืออนุญาตให้เป็นที่สาธารณะ เพียงแค่ให้ใช้พื้นที่เป็นคูน้ำผ่านให้ชาวบ้านในหมู่บ้านได้ใช้น้ำทำนากันเรื่อยมา

ต่อมานางปทุมได้ยื่นหนัง สือถึงคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จังหวัดเพชรบุรี เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง หลังจากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จังหวัดเพชรบุรี ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ได้มีคำวินิจฉัยว่ารั้วของนางประทุมสร้างอยู่บนกรรมสิทธิ์ที่ดินของตนเองไม่ได้ติดกับที่ดินสาธารณะ ความสูงของรั้วไม่ถึง 10 เมตร จึงไม่ถือเป็นอาคาร ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น จากนั้นได้ร่วมหารือตรวจสอบเรื่องคูน้ำ ที่มีความยาวประมาณ 35 เมตร พาดผ่านที่ดินของนางปทุม แต่ไม่สามารถชี้แนวเขตได้เนื่องจาก อบต.หนองพลับ และปกครองอำเภอเมืองเพชรบุรี มีหน้าที่กำกับดูแลทรัพย์สินสาธารณะที่ได้รับโอนมาจากชลประทานไม่ให้หายไปไหน จึงเป็นหน้าที่ของชลประทานเพชรบุรี ในการชี้รังวัดแนวเขตที่ชัดเจน

แต่วันนี้เจ้าหน้าที่ชลประทานเพชรบุรี ที่มาร่วมตรวจสอบแจ้งว่า ตนเองไม่ทราบเรื่องเพราะโครงการนี้มีมาตั้งนานมาแล้วตนเองมาไม่ทัน ต้องประสานตรวจสอบเรื่องนี้กับ ผอ.ชลประ ทานเพชรบุรี ถึงเรื่องนี้ โดยหลังจากนี้ทาง นายณรงค์ศักดิ์ เรืองสิน นายก อบต.หนองพลับ จะทำหนังสือถึงชลประทานเพชรบุรีเพื่อขอเอกสารชี้แจงเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่ายต่อไป


บรรณรต เพชรบุรี

นายกสมาคมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ภูมิภาคจังหวัดลพบุรี และคณะ นำสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค มอบให้กับหน่วยทหารกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จ.ลพบุรี เพื่อส่งต่อไปยังทหารแนวหน้าด้านชายแดนไทย-กัมพูชา

ลพบุรี – นายกสมาคมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ภูมิภาคจังหวัดลพบุรี และคณะกรรมการสมาคม ผู้สื่อข่าวสมาคม นำสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ไปมอบให้กับหน่วยทหารกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จัง หวัดลพบุรี เพื่อส่งต่อไปยังทหารแนวหน้าด้านชายแดนไทย-กัมพูชา

วันที่ 13 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น. ที่สโมสรกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี รศ.ดร.ประยุทธ์ คงเฉลิมวัฒน์ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ภูมิภาคจังหวัดลพบุรี และคณะกรรมการสมาคม ผู้สื่อข่าวสมาคม นำสิ่งของเป็นเครื่องอุปโภค บริโภค และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันสำหรับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ซึ่งนายกสมาคมและคณะนำไปมอบ โดยมี พันเอก สมชัย กมล รองผู้บังคับการกรมการทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์ (รอง ผบ.ร.๓๑ รอ.) พร้อมนายทหารประจำกรมทหารราบที่ ๓๑ รอ.จังหวัดลพบุรี ร่วมรับมอบ เพื่อส่งต่อไปยังทหารแนวหน้าด้านชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นมีขวัญและกำลังใจที่ดีต่อการปฏิบัติหน้าที่ ตามคำมั่นที่ว่า แนวหลังไม่ทิ้งแนวหน้า เพราะทหารทุกท่านคือฮีโร่ของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

สำหรับการรวบรวมสิ่งของบริจาค สมาคมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ภูมิภาคจัง หวัดลพบุรี ได้ทราบข่าวจากสื่อและสำนักพิมพ์ต่างๆ จากการที่ประเทศไทยถูกรุกรานจากทหารกัมพูชา ด้านชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษะ และจังหวัดสุรินทร์ และจากการสู้รบของทหารไทยกับผู้รุกราน จนมีเหตุทำให้ประชาชน ชีวิตผู้บริสุทธิ์ของชาวบ้าน ได้สูญเสียทั้งบ้านเรือน และชีวิตรวมถึงเด็กเล็ก ๆ จากจรวด บี เอ็ม 21 ของทหารกัมพูชาที่ยิงมาตกยังฝั่งเขตชุมชนของประเทศไทย ตามที่ได้เป็นข่าวไปแล้วนั้น และสถานการณ์ในทุกวันนี้ยังไม่สงบเรียบร้อย และยังไม่น่าไว้วางใจต่อสถานการณ์ กองทัพบกจึงได้จัดตรึงกำลังทหารไว้คุ้มครองประชาชนไว้ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยนายกสมาคม จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเหล่าทหารทุกกรมกอง จึงได้ร่วมกับคณะกรรมการสมาคม สมาชิกสมาคมและนักข่าวประจำสมาคม ร่วมมือร่วมแรงใจในการจัดหาสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันจัดส่งต่อไปยังทหารแนวหน้าด้านชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและตอบแทนในการเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไทยไว้ให้คงอยู่สืบไป


สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4 อาการประชวร “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”

วันที่ 15 ส.ค.68 สำนักพระราชวัง แถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทรงพระประชวร ฉบับที่ 4

ตามที่สำนักพระราชวัง ได้มีแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม พุทธศักราช 2565 ความทราบทั่วกันแล้วนั้น

คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา ฯ ได้รายงานเพิ่มเติมว่า คณะแพทย์ได้ถวายพระโอสถ และเครื่องมือเพื่อช่วยการทำงานของพระปัปผาสะ (ปอด) และพระวักกะ (ไต) มาโดยตลอด คณะแพทย์ตรวจพบการติดเชื้อเป็นครั้งคราว ซึ่งได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะเพื่อรักษาพระอาการติดเชื้อดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 เป็นต้นมา คณะแพทย์ตรวจพบว่าทรงมีการติดเชื้อที่รุนแรง และเข้าในกระแสพระโลหิต ทำให้ต้องถวายพระโอสถปฏิชีวนะหลายขนานร่วมกัน รวมทั้งถวายพระโอสถ กระตุ้นความดันพระโลหิต เพื่อรักษาความดันพระโลหิตให้คงที่ คณะแพทย์ยังคงถวายการรักษาอย่างเต็มที่และติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป

จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน

สำนักพระราชวัง

15 สิงหาคม พุทธศักราช 2568


พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 จำนวน 4 เรื่อง

วันที่ 14 ส.ค. 68 พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 4 เรื่อง ดังนี้

1.) ตรวจเยี่ยมสายตรวจ ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี

วันที่ 13 ส.ค. 68 พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 ตรวจเยี่ยมสายตรวจ สภ.เสาไห้, สภ.วังม่วง และ สภ.มวกเหล็ก แนะแนวทางในการปฏิบัติงาน กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบายของ ตร. และ ภ.1 โดยเคร่งครัดพร้อมมอบรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

  • สภ.เสาไห้ มอบรางวัลให้แก่สายตรวจที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย 2 คดี, นำวัตถุดิบมาสนับสนุนตาม “โครงการอาหารกลางวันสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1”, เลี้ยงอาหารกลางวันแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และชมการสาธิตฝึกทบทวนการระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง โดยมี พ.ต.อ.สุวัฒน์ ฉัตรเจริญพร ผกก.สภ.เสาไห้, พ.ต.ท.สุขณัฐพล โชติกิจไพบูลย์ รอง ผกก.ป.ฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สภ.เสาไห้
  • สภ.วังม่วง มอบรางวัลให้แก่สายตรวจที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย 2 คดี, นำวัตถุดิบมาสนับสนุนตาม “โครงการอาหารกลางวันสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1” และชมการสาธิตฝึกทบ ทวนการระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง โดยมี พ.ต.ท.ชูเกียรติ สุขประเสริฐ รอง ผกก.ป.สภ.วังม่วง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สภ.วังม่วง
  • สภ.มวกเหล็ก มอบรางวัลให้แก่สายตรวจที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 8 ราย 8 คดี, และชมการสาธิตฝึกทบทวนการระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง โดยมี พ.ต.อ.นรินทร์ เรืองศรี ผกก.สภ.มวกเหล็ก, พ.ต.ท.ทวี เหลาเคน รอง ผกก.ป.ฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สภ.มวกเหล็ก

2.) สภ.หนองม่วง ภ.จว.ลพบุรี

ตำรวจยินดีรับใช้ รถเสีย น้ำมันหมด แบตหมด ตำรวจยินดีครับ ตำรวจสายตรวจจราจร สภ.หนองม่วง ช่วยเหลือประชาชนรถนํ้ามันหมด ช่วยเหลือจนเดินทางต่อไปได้

3.) สภ.เขาแก้ว ภ.จว.ชัยนาท

วันที่ 13 ส.ค. 68 เวลา 10:00 น. พ.ต.ท.สมนึก ดอนแนไพร สว.สภ.เขาแก้ว, ส.ต.ต.พัสกร ชัยชนะ ผบ.หมู่ ผช.พงส. สภ.เขาแก้ว, ส.ต.ต.ชินภัทร เปี่ยมเจริญ ผบ.หมู่ (ป.) ขณะออกสืบสวนหาข่าวในเขตพื้นที่รับผิดชอบ พบเห็นประชาชนรถยางระเบิด จึงได้ทำการช่วยเหลือนำรถส่งอู่ซ่อมรถบริเวณใกล้เคียง

4.) พล.ต.อ.อัคราเดช นำเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรม “ฟ้ารุ่งกรุงละโว้”

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /ผอ.ศนรด.ตร. ,พล.ต.ต.ทิฆัมพร ศรีสังข์ ผทค.ตร./หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ ร่วมกำกับและติดตามผลการปฏิบัติการภายใต้ยุทธการ “ฟ้ารุ่งกรุงละโว้” ระดมกวาดล้างจับกุมการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้มีผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี รวมทั้งปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง กลุ่มฮั้วประมูล ผู้ค้าอาวุธปืน และหมายจับคดีค้างเก่า ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในพื้นที่ จว.ลพบุรี

ทั้งนี้มี พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก.ภ. จว. ลพบุรี, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร รอง ผบก.ภ.จว. ลพบุรี, พ.ต.อ.วิชัยนาวิน อนันต์ รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี, พ.ต.อ.อาสาฬห์ ถมยา รอง ผบก.ภ. จว.ลพบุรี, พ.ต.อ.นิทัศน์ จิตตวิทยานุกูล รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี, พ.ต.อ.วรพันธุ์ พิสุทธานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี, พ.ต.อ.พงศ์สุริยะ สุวรรณพันธ์ รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ช่วยราชการ ภ.จว.ลพบุรี ฯ ร่วมด้วย

สรุปผลการปฏิบัติ ตรวจค้นเป้าหมาย 50 เป้าหมาย จับกุมผู้ต้องหา 50 คน และตรวจยึดของกลาง อาวุธปืน ยาเสพติด จำนวนมาก

การปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มความสามารถ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้ตามวัตถุประสงค์ เป็นการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ

ทั้งนี้ ได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับกำลังพล และร่วมรับประทานอาหารกับข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.ลพบุรี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป


พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

รอง ผบ.ตร. เปิดโครงการ ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา สำหรับหน่วยงานในส่วนกลาง

รอง ผบ.ตร.เปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบ สวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา สำหรับหน่วยงานในส่วนกลาง

วันนี้ (14 สิงหาคม 2568) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา ประจำปี พ.ศ. 2568 ณ ห้องแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โครงการฝึกอบรมฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 15 สิงหาคม 2568 ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ที่บัญญัติให้จัดตั้งกองทุนขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกว่า “กอง ทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในงานสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรของกองทุน จึงได้อนุมัติให้สำนักงานงบประมาณและการเงิน โดยกองการเงิน ดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาบุคลากรของกองทุน ให้มีความรู้ความเข้าใจในระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการในการรับ เก็บรักษา การจ่ายเงินกองทุน รวมถึงแนวทางปฏิบัติในการเบิกจ่ายเงินกองทุนได้อย่างถูกต้อง และลดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน โดยในระหว่างเดือนมีนาคม 2568 ถึงปัจจุบัน กองทุนได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมให้กับบุคลากรของกองทุนในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 – 9 ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 7,458 คน

โดยในวันนี้เป็นการจัดอบรมให้กับหน่วยงานในส่วนกลาง จำนวน 383 คน จากหน่วยงานกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, กองบัญชาการตำรวจสืบ สวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และผู้สังเกตการณ์จากสำนักงานตรวจสอบภายใน

พล.ต.อ.กรไชยฯ กล่าวว่า กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ถือว่าเป็นทุนหมุนเวียนในกำกับดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นกองทุนหลักที่ช่วยสนับสนุนงานด้านการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างแท้จริง ขอให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกท่านซึ่งเป็นกำลังหลักขับเคลื่อนการเบิกจ่ายเงินกองทุน นำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมไปปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการฝึกอบรม และให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของหน่วยบริหารกองทุน ให้ความสำคัญในการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อลดข้อผิดพลาดจากการเบิกจ่ายเงิน ซึ่งกองทุนดังกล่าวจะช่วยเสริมการปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวน สอบสวน ปราบปราม ของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

เอกนิติอินเตอร์ลอว์ คว้าสัญญาบังคับคดี บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ในโค้งสุดท้ายไตรมาตรของปี 2568

บริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด ประกาศคว้าสัญญางานบังคับคดีจากบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด(มหาชน) ช่วงโค้งสุดท้ายไตรมาตรของปี 2568 ชุดแรกกว่า 557 คดี มุ่งเป้าหมายขยายงานเพิ่มในงานกลุ่มออดิตหลักทรัพย์

นางสาวณัฏฐิณิชา ไกรรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด เปิดเผยว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด(มหาชน) เป็นอย่างสูงที่ได้ให้เกียรติกับ บริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด เพื่อให้ดำเนินงานบังคับคดีกับกลุ่มงานที่เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ที่ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่างๆ ซึ่งบริษัท เอกนิติอินเตอร์ ลอว์ จำกัด จะต้องทำงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และความไว้วางใจจาก บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด(มหาชน) สำหรับท่านใดที่ประสงค์จะประนอมหนี้ในกลุ่มงานบังคับคดี สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด โทร 081-824-5999, 064-595-5569 TELL : 02-028-3398 EMAIL : aeknitiinterlaw@gmail.com

นางสาวณัฏฐิณิชา ไกรรักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นับเป็นช่วงโค้งสุดท้ายไตรมาตรของปี 2568 ที่เราปิดงานในชุดแรกของบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด(มหาชน) สำหรับงานบังคับคดีกว่า 557 คดี ดังนั้น การบริหารจัดการงานคดีต่างๆ เราจะมุ่งมั่น ทุ่มเท และตั้งใจ ทั้งนี้ เรายังยึดมั่นในอุดมการณ์ของความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพนักกฎหมาย เพื่อบริการผู้มีอุปการคุณต่างๆให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป

กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด กล่าวต่ออีกว่า สำหรับเป้าหมายต่อไป เราตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะขยายงานเพิ่มในกลุ่มงานออดิตหลักทรัพย์ หรือ บริษัท ภายใต้การกำกับของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถือเป็นนโยบายของ บริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด ที่พร้อมจะให้บริการผู้มีอุปการคุณทุกๆท่าน เหมือนดังที่ทุกๆท่านให้ความอนุเคราะห์กับเราด้วยดีเสมอมา


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติด” อำเภอทับสะแก จับกุมผู้ต้องหาหลายราย ยาบ้ากว่า 572 เม็ด ไอซ์ 8.8 กรัม

ประจวบคีรีขันธ์ – “ยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติด” อำเภอทับสะแก จับกุมผู้ต้องหาหลายราย ยาบ้ากว่า 572 เม็ด ไอซ์ 8.8 กรัม

ตามนโยบายรัฐบาล”เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดภัยยาเสพติดและการขับเคลื่อนงานระยะเร่งด่วน(Quick Win ) “ 5 ไร้ทุกข์ 3 สร้างสุข” ตามนโยบายกระทรวงมหาดไทยโดยดำเนินการการขับเคลื่อนงาน “ไร้ทุกข์ที่ 1” (การป้องกันปราบปรามยาเสพติด เพื่อช่วยเหลือเยียวยาคืนคนดีสู่สังคม) ได้ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น จับกุมผู้ค้า/ผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด (สัปดาห์สีแดง) และยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด”อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ทำการตรวจค้น จับกุม ดำเนินคดี ผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้หลาย 10 ราย และสามารถยึดยาเสพติดแล้วหลายพันเม็ด

วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบ คีรีขันธ์ ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.จ.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะ แก ในฐานะ ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก, พ.ต.อ.สาโรจน์ พิมพ์คุณากร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทับสะแก /รอง ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก มอบหมายให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก, พ.ต.ท.ต่อยศ สิทธิวงศ์ รอง ผกก.ปราบปราม สภ.ทับสะแก, นายพงศ์นรินทร์ สุขประเสริฐ ปลัดอำเภอ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปราม สมาชิก อส.อ.ทับสะแกที่ 6 นายอรุษ ห้วยหงส์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง นายอนุรักษ์ ใจอาษา สารวัตรกำนันตำบลอ่างทอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตำบลอ่างทอง ตำบลนาหูกวาง ตรวจสอบการลักลอบการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ ตำบลทับสะแก ตำบลเขาล้าน ตำบลอ่างทอง ตำบลนาหูกวาง

จากการตรวจสอบได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจำนวน 7 ราย ซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้

  1. นายเกษม สงวนนามสกุล มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 351 เม็ด และยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 8.8 กรัม โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า/ยาไอซ์) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  2. นายมณเฑียร สงวนนามสกุล มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 221 เม็ดโดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  3. นายไพรัช สงวนนามสกุล โดยกล่าวหาว่า เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  4. นายคมสันต์ สงวนนามสกุล โดยกล่าวหาว่า เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  5. นายมงคล สงวนนามสกุล โดยกล่าวหาว่า เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  6. นายอานนท์ สงวนนามสกุล โดยกล่าวหาว่า เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  7. นายเกรียงศักดิ์ สงวนนามสกุล สมัครใจเข้ารับการบำบัด

พร้อมของกลางทั้งหมด ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 572 เม็ด และยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 8.8 กรัม โดยได้บันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบ สวน สภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443