รองนายกฯ ภูมิธรรม แถลงจับไอซ์ 700 กิโลกรัม ที่ จ.เชียงใหม่


รองนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ ไอซ์ 700 กิโลกรัม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เผยรัฐบาลเร่งแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง เน้นแก้ไขอย่างครอบคลุมทุกมิติ

วันนี้ (20 ส.ค. 68) ที่ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ หลังจากเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 335 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ในพื้นที่ได้จับกุมผู้ต้องหา 1 คน ทราบชื่อคือนายดำรัส อายุ 33 ปี ชาวตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 700 กิโลกรัม

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราช การแทนนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้ เป็นเครื่องยืนยันว่าเมื่อทุกหน่วยงานร่วมมือกันอย่างจริงจัง โดยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลและเป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลมุ่งแก้ไขปัญหาขจัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน ตั้งแต่การป้องกัน ปราบปราม และการฟื้นฟู โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างรถเอกซเรย์มาปรับใช้ด้วย เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นยาเสพติด พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนายที่ได้เสียสละทำงานอย่างเข้มข้นมาโดยตลอดเพื่อยุติปัญหาภัยคุกคามจากยาเสพติด

สำหรับปฏิบัติการดังกล่าวได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจากบ้านป่าบงงาม ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เข้ามายังพื้นที่ตอนในของประเทศ กระทั่งเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 เวลา 02.00 น. เจ้าหน้าที่ได้พบรถยนต์ โตโยต้า ไทเกอร์ ทะเบียน ผพ 1068 เชียงใหม่ กำลังขับออกจากสวนจึงได้เข้าไปแสดงตัวควบคุมรถยนต์และนายดำรัส ซึ่งเป็นคนขับรถไว้

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อีกหนึ่งชุดปฏิบัติการได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณสวนที่แหล่งข่าวแจ้งว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ พบชายอีก 2 คนยืนอยู่บริเวณดังกล่าว เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้อาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้ และยังพบกระสอบที่ภายในบรรจุยาเสพติดชนิดไอซ์ จำนวน 28 กระสอบ กระสอบละประมาณ 25 กิโลกรัม น้ำหนักรวมทั้งสิ้นประมาณ 700 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในกอกล้วย คลุมด้วยผ้าใบสีดำและปกคลุมด้วยกิ่งและใบลำไยเพื่ออำพรางไว้อีกชั้นหนึ่ง นอกจากนี้บริเวณกระท่อมในสวน ยังพบรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาหวาย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


นที มีเดช รายงาน

มทบ.37 ร่วมกิจกรรม โครงการกระทรวงศึกษาธิการจิตอาสา ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ ร.ร.ป่าคาสามัคคี จ.เชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกิจกรรม “โครงการกระทรวงศึกษาธิการจิตอาสา ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง“ เพื่อให้นักเรียนได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญในด้านจิตอาสา และการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ณ โรงเรียนป่าคาสามัคคี ตำบลแม่เงิน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานงานคุ้มครองป้องกันชุมชน สถานีพัฒนาการเกษตรพื้นที่สูง ตามพระราชดำริ บ้านธารทอง พร้อมกำลังพล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” พร้อมกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ

โดยบูรณาการร่วมกับ ชุดพัฒนาสัมพันธ์มวลชนที่ 3210 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 เข้าร่วมกิจกรรม “โครงการกระทรวงศึกษาธิการจิตอาสา ตามปรัช ญาของเศรษฐกิจพอเพียง“ เพื่อให้นักเรียนได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญในด้านจิตอาสา และการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย ธงชาติไทย และการปลูกฝังส่งเสริมอุดมการณ์ความรักชาติ ความรักสถาบัน ซึ่งที่ผ่านมาทหารได้มีการสู้รบกับประเทศกัมพูชา และต้องยอมเสียสละทั้งแรงกายแรงใจ ยอมพลีชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยไม่ยอมให้เสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว

รวมทั้งปลูกฝังอุดมการณ์เทิดทูลสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การรณรงค์ประชาสัม พันธ์ ปลูกจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้ความรู้สร้างความเข้า ใจเกี่ยวกับพิษภัยและโทษของยาเสพติด รวมทั้งได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกและการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด และการมีส่วนร่วมกับจิตอาสา

โดยมี นายศรชัย ธรรมวงศ์ กำนันตำบลแม่เงิน เป็นประธานในพิธี มีเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเชียงราย, ผู้อำนวยการ คณะครู นักเรียนโรงเรียนบ้านป่าคาสามัคคี, ผู้อำนวยการ คณะครู นักเรียน โรงเรียนบ้านธารทอง เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 120 คน ณ อาคารเอนกประสงค์ โรงเรียนบ้านป่าคาสามัคคี หมู่ 3 ตำบลแม่เงิน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ #เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

ทัพเมียนมา โจมตีทางอากาศเจ็บ 5 ราย

กองทัพอากาศเมียนมาส่งเครื่องบินขับไล่มาทิ้งระเบิดโจมตีพลเรือนที่เมืองมอชีว์ รัฐคาเรนนี สหภาพเมียนมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย การโจมตีดังกล่าวนับเป็นการโจมตีต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ในรอบสัปดาห์


เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 แหล่งข่าวผู้นำระดับสูงกองทัพคาเรนนี/KA เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า เมื่อเวลา 06.3 น.วันนี้ กองทัพอากาศเมียนมา ส่งเครื่องบินขับไล่ มาทิ้งระเบิดโจมตีใส่พลเรือนในเมืองมอชีว์ ทำให้มีราษฎร ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย ก่อนหน้าการโจมตีดังกล่าวของกองทัพรัฐบาลทหารเมียนมา ในห้วงกลางคืน ราษฎรในหมู่บ้านหล่อคาโหล่ ได้พบเห็นโดรนของทหารเมียนมาบินสอดแนมในระดับสูง คาดว่าเฝ้าตรวจสอบการเคลื่อนไหวของทหารกะเหรี่ยงคาเรนนีในพื้นที่ดังกล่าว

การโจมตีของกองทัพอากาศเมียนมา อย่างต่อเนื่อง 3 วันในรอบสัปดาห์ ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตไป 32 คน รวมเด็ก สตรี ผู้ชรา บาดเจ็บอีก 13 คน โดยในรอบปีนี้ กองทัพอากาศเมียนมาได้โจมตีเมืองมอชีว์รวมแล้ว 15 ครั้ง ซึ่งทางด้านรัฐบาลเฉพาะกาลของคาเรนนี (IEC) ได้เร่งรายงานให้รัฐบาลระหว่างประเทศรวมถึงสหประชาชาติและอาเซียนให้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมสงครามของรัฐบาลทหารเมียนมาที่มีต่อพลเรือน


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทบ. เป็นประธานวันสถาปนา กองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปีที่ 123

ผบ.ทบ. เป็นประธานวันสถาปนา กองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปีที่ 123 มุ่งดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ภาคเหนือครอบคลุมแนวชายแดน พร้อมดูแลช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก ร่วมงานวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปีที่ 123 โดยมี พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พันเอก หญิงมสุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ ณ กองบัญชา การกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดย ผู้บัญชาการทหารบกได้ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, พระบรมรูปสมเด็จพระเอกาทศรถและพระรูปพระสุพรรณกัลยา

จากนั้นเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์การกำเนิดเกิดขึ้นของหน่วยทหารในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3, นวัต กรรมของหน่วยขึ้นตรง, โครงการทหารพันธุ์ดีและผลิตภัณฑ์แม่บ้าน สาขา กองทัพภาคที่ 3 ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบก นำกำลังพลประกอบพิธีสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้บังคับบัญชาและกำลังพลที่ล่วงลับ

โอกาสนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พันเอกหญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3, ผู้บังคับบัญชา และกำลังพลหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเร ศวรมหาราช พระบรมรูปสมเด็จพระเอกาทศรถ และพระรูปพระสุพรรณกัลยา ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เนื่องในโอกาสวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปีที่ 123

ในการนี้ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กรุณาให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธาน โดยได้ขึ้นแท่นรับความเคารพจากแถวกองทหารเกียรติยศ จากนั้นได้ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระรูปพระสุพรรณกัลยา พร้อมทั้งเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการของหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3

ต่อมาผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปีที่ 123 ณ ห้องบันเทิงทัพ 1 สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีอดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธี ประกอบด้วย พลเอก ดร. ศิริ ทิวะพันธ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 19, พลเอก ถนอม วัชรพุทธ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 23, พลเอก สมหมาย วิชาวรณ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 24, พลเอก สำเริง ศิวาดำรง อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 30, พลเอก สาธิต พิธรัตน์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 35, พลเอก อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 39, พลโท สุริยะ เอี่ยมสุโร อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 40, พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 41 ปัจจุบัน พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 42 ซึ่งท่านเป็นผู้บังคับบัญชาที่มีความพร้อมลักษณะของผู้นำ มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้กองทัพภาคที่ 3 มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น กองทัพภาคที่ 3 เป็นกำลังรบหลักของกองทัพบกที่รับผิดชอบในพื้นที่17 จังหวัดภาคเหนือ ด้วยเกียรติประวัติที่ยาวนานจากอดีตสู่ปัจจุบัน ครบ 123 ปี แห่งการสถาปนาหน่วยกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งเป็นเกียรติประวัติที่สำคัญยิ่ง

สำหรับกองทัพภาคที่ 3 ก่อกำเนิดเมื่อ 20 สิงหาคม 2445 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้พลโท เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) เป็นแม่ทัพใหญ่คุมกองทหารจาก กทม.และราชบุรี ไปปราบกลุ่มโจรเงี้ยวที่เมืองแพร่และลำปาง จนทําให้เกิดความสงบเรียบร้อยกลับคืนมา จึงยึดถือวันที่ 20 สิงหาคมเป็นวันสถาปนาของทุกปี ปัจจุบันมีภารกิจหลักตามที่ได้รับมอบหมายจากกองทัพบก ในการปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในกำกับดูแลแนวชายแดน ควบคู่กับการสร้างความสัมพันธ์ทางทหารกับประ เทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนการพัฒนาประเทศและการช่วยเหลือประชาชน การอนุรักษ์ทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 3 ถือเป็นกำลังหลักของกองทัพบกในการดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ที่ดำเนินการตามนโยบายและตอบสนองในภารกิจของกองทัพบกได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติ อาทิ สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย, จังหวัดพะเยา และ จังหวัดน่าน,การแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5, การสกัดกั้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบตามแนวชายแดน, การดูแลด้านความปลอดภัยและมนุษยธรรมแก่ผู้หนีภัยจากเหตุความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.สุโขทัย ร่วมกิจกรรม “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ”

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย พร้อมจิตอาสาจังหวัดสุโข ทัย ร่วมกิจกรรม “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” ปลูกข้าวเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนม พรรษา 12 สิงหาคม 2568

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภาย ในจังหวัดสุโขทัย ฝ่ายทหาร มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 ร่วมกิจกรรม “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” ปลูกข้าวเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 และมีกำหนดเก็บเกี่ยว 9 ธันวาคม 2568

โดยมี นางสุภาวิณี นวลหงษ์ นายอำเภอกงไกรลาศ เป็นประธานในกิจกรรม พร้อมด้วย หัว หน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนจิตอาสาจังหวัดสุโขทัย คณะครูนักเรียน และเกษตรกรใรพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรม ณ แปลงนาสาธิตเกษตรอิน ทรีย์โครงการผลิตปิโตรเลียมแหล่งเสาเถียร (โครงการเอส1) พื้นที่จำนวน 12 ไร่ ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย


นที มีเดช รายงาน

รอง ผบ.ทบ. เป็นประธานวันสถาปนา สพ.ทบ. ครบรอบปีที่ 123 ดำรงกิจการสรรพาวุธ ตอบสนองทุกภารกิจของกองทัพ

รอง ผบ.ทบ.เป็นประธานวันสถาปนา สพ.ทบ. ครบรอบปีที่ 123 ดำรงกิจการสรรพา วุธ ตอบสนองทุกภารกิจของกองทัพ

วันนี้ (20 ส.ค.68) เวลา 07.00 น. ณ กรมสรรพาวุธทหารบก พล.อ. ณัฐวุฒิ นาคะนคร รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีวันสถาปนากรมสรรพาวุธทหารบก ครบรอบปีที่ 123 โดยมี พล.ท. มังกร ว่านเครือ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก ให้การต้อนรับ โดยรองผู้บัญชาการทหารบกและคณะผู้บังคับบัญชา ได้ถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 พร้อมนำกำลังพลของกรมสรรพาวุธทหารบก ร่วมประกอบพิธีสงฆ์ เจริญพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและร่วมถ่ายภาพกับคณะผู้บังคับบัญชาของกรมสรรพาวุธทหารบก

กรมสรรพาวุธทหารบก เริ่มนับตั้งแต่การจัดตั้งกรมสรรพาวุธขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2445 ตามความในพระราชหัตถเลขา ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2445 (รัตนโกสินทรศก 121) โดยโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสโมสรสรรพการ เป็นเจ้ากรมสรรพาวุธท่านแรก มีหน้าที่ดำเนินงานด้านคลังอาวุธของทหารบกโดยเฉพาะ ปัจจุบัน กรมสรรพาวุธทหารบก เป็นหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก รับผิดชอบเกี่ยวกับกิจการสรรพาวุธของกองทัพบก ในการวางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับงานด้านการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิต การจัดหา การส่งกำลัง การซ่อมบำรุงและการทำลายล้างกระสุน-วัตถุระเบิด ตลอดจนการฝึกและศึกษา

ทั้งนี้ กรมสรรพาวุธทหารบก เป็นหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก ที่ยังคงดำรงความมุ่งมั่นในการเตรียมความพร้อม ทั้งในด้านกำลังพล เครื่องมือ เครื่องจักรและการบริหารจัดการที่จะดำรงไว้ซึ่งอำนาจการยิงและความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ของหน่วยทหาร เพื่อตอบสนองทุกภารกิจของกองทัพบก ในการป้องกันประเทศอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

มทบ.37 ทำการฝึกทบทวนการใช้อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 มณฑลทหารบกที่ 37 จัดการฝึกทบทวนการใช้อาวุธปืนประจำปี 2568 ให้แก่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษของเรือนจำกลางเชียงราย ณ สนามฝึกหน่วยฝึกทหารใหม่ฯ และสนามยิงปืนขนาด 1,000 นิ้ว ภายในค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียง ราย จังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างทักษะและความชำนาญในการใช้อาวุธปืนให้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

การฝึกในครั้งนี้ครอบคลุมเนื้อหาที่สำคัญหลากหลายด้าน เริ่มตั้งแต่หลักพื้นฐานการใช้อาวุธ การยิงปืนตามหลัก 7+1 ท่าทางการใช้อาวุธ การแก้ไขเหตุติดขัด ไปจนถึงการยิงปืนระบบต่อ สู้ (ทั้งการยิงอยู่กับที่และการยิงประกอบการเคลื่อนที่) นอกจากนี้ยังมีการฝึกหลักการรบระยะประชิด (CQB) การเข้าพื้นที่และการผ่านพื้นที่อันตราย การเข้าห้องในลักษณะต่างๆ และที่สำคัญคือการฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้สัมผัสประสบการณ์จริงและเพิ่มความมั่นใจในการใช้อาวุธ

ร้อยเอก วิวัฒน์ ปาลี ผู้บังคับกองร้อย มณฑลทหารบกที่ 37/ผู้ฝึกฯ และร้อยโท เสฏฐวุฒิ ยศสมบูรณ์ชัย หัวหน้าครูฝึก ได้ควบคุมการฝึกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เข้ารับการฝึกทุกคนจะได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็นอย่างครบถ้วน

ทั้งนี้ พันเอก สิงหนาท โลสุยะ เสนาธิการ มณฑลทหารบกที่ 37 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่คณะครูฝึกและผู้เข้ารับการฝึก พร้อมทั้งเป็นประธานในพิธีปิดการฝึกทบทวนฯ พันเอกสิงหนาทกล่าวชื่นชมความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้เข้ารับการฝึก และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่

“การฝึกทบทวนในวันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบ ร้อยภายในเรือนจำ เจ้าหน้าที่ทุกนายต้องมีความมั่นใจและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสถาน การณ์ที่อาจเกิดขึ้น การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้พวกเขาสามารถใช้อาวุธได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ” พันเอกสิงหนาทกล่าว

การฝึกทบทวนการใช้อาวุธปืนในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ผู้เข้ารับการฝึกทุกคนสามารถปฏิบัติวนตามสถานีต่างๆ ได้อย่างตั้งใจ และสามารถใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ มณฑลทหารบกที่ 37 ในการพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ และยกระดับความปลอดภัยในเรือนจำกลางเชียงรายให้ดียิ่งขึ้น


ศูนย์ประชาสัมพันธ์ มณฑลทหารบกที่ 37

รอง ผอ.อผศ. พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมทหารผ่านศึก ณ สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเชียงราย

รอง ผอ.อผศ. พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมทหารผ่านศึก และครอบครัวทหาร ผ่านศึก ณ สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียง ราย

พล.ท.อัครภณ ทองสุทธิ์ รอง ผอ.อผศ. พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารผ่านศึก ณ สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย สรุปผลการตรวจเยี่ยม มีดังนี้

รับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงาน และแผนงานตามนโยบายของ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ประจำปีงบประมาณ 2568 พร้อมทั้งพบปะและให้โอวาทการปฏิบัติงานแก่พนักงาน ผศ.ช.ร. และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของพนักงาน ผศ.ช.ร. พร้อมเยี่ยมชมอาคารสำนักงาน บ้านพักพนักงาน ผศ.ช.ร. และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของทหารผ่านศึก ณ ห้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทหารผ่านศึก (OTOP)

หลังจากนั้นได้เดินทางไปพบปะเยี่ยมเยียนทหารผ่านศึกที่สูงอายุและเจ็บป่วย 1 ราย คือ ร.ท.เสริม แจ้งมลคล อายุ 94 ปี ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ 2 เลขที่ 69748/37 อดีตนักรบสงครามเวียดนาม ได้รับพระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิ ซึ่งปัจจุบันชราภาพและตา บอดเนื่องจากโรคต้อหิน โอกาสนี้ได้มอบเงินเยี่ยมเยียน พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ทหารผ่านศึกและครอบครัว ณ บ้านเลขที่ 475 ม.14 ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย


นที มีเดช รายงาน

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทรงพระประชวร ฉบับที่ ๕

แถลงการณ์สำนักพระราชวังเรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทรงพระประชวร ฉบับที่ ๕

ตามที่สำนักพระราชวัง ได้มีแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม พุุทธศักราช ๒๕๖๕ และแพทย์ผู้ถวายการรักษาได้รายงานว่าทรงมี พระอาการแทรกซ้อนด้วยการติดเชื้อที่รุนแรงในพระกระแสโลหิต ในวันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ ความทราบทั่วกันแล้วนั้น

คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา ได้รายงานเพิ่มเติมว่า จากที่ทรงมีพระอาการติดเชื้อรุนแรง และคณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ยังมีความดันพระโลหิตต่ำอยู่ คณะแพทย์ยังต้องถวายพระโอสถเพื่อกระตุ้นความดันพระโลหิต ร่วมกับพระโอสถปฏิชีวนะและการใช้อุปกรณ์ทดแทน การทางานของพระวักกะ (ไต) และช่วยหายพระทัย คณะแพทย์ยังต้องเฝ้าติดตามพระอาการและ ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดต่อไป

จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกันสำนักพระราชวัง

๑๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘


คึกคัก ! งาน “ตลาดอำเภอด้ง” เสน่ห์วันวาน เริงสำราญ เมืองเก่า สืบสานวิถีไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

คึกคัก ! งาน “ตลาดอำเภอด้ง” เสน่ห์วันวาน เริงสำราญ เมืองเก่า สืบสานวิถีไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

เมื่อวันก่อน ณ ตลาดอำเภอด้ง ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ได้มีพิธีเปิดงาน “ตลาดอำเภอด้ง” เสน่ห์วันวาน เริงสำราญ เมืองเก่า อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยา กาศคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานอย่างเนืองแน่น พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายมนู พุกประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย เป็นประธาน พร้อมด้วยนายปรีชานันท์ มาขวา รองประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนเมืองด้ง, นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุโขทัย เขต 4, นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัช นาลัย, นายสุเทพ มิ่งด่าง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตึก, ตัวแทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย, สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมในงานอย่างพร้อมเพรียง

งาน “ตลาดอำเภอด้ง” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–17 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยจำลองบรรยากาศ “มนต์เสน่ห์งานวัดสมัยอดีตกลางเมืองเก่า” และตกแต่งพื้นที่ด้วยโทนสีสันย้อนยุค เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตไทยแบบดั้งเดิม

ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การละเล่นพื้นบ้าน, การแสดงศิลปวัฒนธรรม, การออกร้านสินค้าพื้นถิ่น และขนม–อาหารโบราณ เช่น ข้าวควบปิ้ง, ขนมสี่ถ้วย, เมี่ยงมะพร้าวคั่ว และ ข้าวเหนียวแดง พร้อมชูเมนูไฮไลต์ “ข้าวเปิ๊บ” อาหารพื้นถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสมผสานเสน่ห์ของก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน และปากหม้อ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว อีกหนึ่งจุดเด่นคือการจัดแสดง “ผ้าย้อมโคลน” ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของชุมชนบ้านตึก ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นและกระบวนการย้อมผ้าด้วยโคลนธรรมชาติ อันเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดกันมาช้านาน แนวคิดรักษ์โลก–ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

สำหรับงานนี้ยังมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผ่านการรณรงค์ งดใช้ถุงพลาสติก แจกตะกร้าหวายและถุงผ้าให้ผู้ร่วมงานใช้แทน พร้อมรณรงค์ให้พกถุงส่วนตัว เพื่อช่วยลดขยะพลาสติกและรักษาสิ่งแวดล้อม

บันเทิงเต็มรูปแบบและกิจกรรมสุดสนุก ในช่วงค่ำ ผู้ร่วมงานได้เพลิดเพลินไปกับการแสดงดนตรีจาก ลีโอ อธิป โสดา เจ้าของสถิติแชมป์ 200 สมัยจากรายการ “ไมค์หมดหนี้ เสี่ยงโชค” ร่วมด้วยวงดนตรีท้องถิ่น “ออมสิน” และการรำวงชาวบ้าน พร้อมกิจกรรมแข่งขันสุดมัน เช่น “ปิ้งข้าวควบยักษ์” และ “กินเร็วข้าวเปิ๊บ” ที่สร้างทั้งเสียงหัวเราะและรอยยิ้มตลอดทั้งงาน

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตึก,อำเภอศรีสัชนาลัย,ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนเมืองด้ง,บริษัท ไอ-แคนนาบิซ จำกัด รวมถึงภาครัฐ เอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัย พร้อมอนุรักษ์และเผยแพร่วิถีชีวิตชุมชนสู่คนรุ่นใหม่อย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน