พล.ต.ต.ไพโรจน์ฯ เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมสำหรับข้าราชการตำรวจ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ ของ ภ.1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

วันที่ 19 ส.ค. 68 เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ ภ.1 เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมสำหรับข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ ของ ภ.1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมี พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1, รอง ผบก.ฯ ที่รับผิดชอบฯ, ผู้เข้ารับการอบรมจาก ภ.จว.สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี จำนวน 510 นาย พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีฯ

จากนั้นเวลา 11.00 น. พลตำรวจโท ธนพล ศรีโสภา รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะฯ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของให้แก่ผู้เข้ารับการอบรมฯ โดยมี พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ ภ.1, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1, รอง ผบก.ฯ ที่รับผิดชอบฯ, ผู้เข้ารับการอบรมฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ ณ ลานฝึกยุทธวิธี “ปราบไพรีอริศัตรุพ่าย” ตำรวจภูธรภาค 1


พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

สตช. ย้ำปราบปรามแข่งรถในทางอย่างเข้มงวด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำปราบปรามแข่งรถในทางอย่างเข้มงวด กรณีเกิดอุบัติ เหตุรถชน 11 คัน บนทางด่วนศรีรัช–อุดรรัถยา เร่งตรวจสอบ พบความผิดใด ดำเนินคดีทุกกรณี

วันนี้ (17 สิงหาคม 2568) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร และหัวหน้าฝ่ายประชา สัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจงานป้องกันปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีวันที่ 16 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 00.30 น. ศูนย์วิทยุ สภ.ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันหลายคัน บนทางด่วนศรีรัช – อุดรรัถยา ขาออก มุ่งหน้า จังหวัดปทุมธานี พื้นที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้า ที่ตำรวจพร้อมหน่วยกู้ภัยการทางพิเศษเร่งเข้าตรวจสอบ พบรถยนต์เสียหายรวมทั้งสิ้น 11 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ทั้งหมด ผลการตรวจไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่าง กาย

อย่างไรก็ตาม จากพฤติการณ์เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เป็นการขับรถด้วยความประมาท ใช้ความเร็วสูง เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุติดต่อกันหลายคันขึ้นในครั้งนี้ ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการสืบสวนและสอบสวนทุกมิติ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน โดยมีกองบังคับการตำรวจจราจรร่วมรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องบนทางด่วนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ มาประกอบสำนวนการสอบสวนด้วย หากจากการสอบสวนพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เข้าข่ายความผิดฐานแข่งรถในทาง ก็จะดำเนินคดีในข้อหา ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ทุกพื้นที่ดำเนินการเข้มงวดกวดขันวินัยจราจรอย่างเคร่งครัด รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางอย่างจริงจัง เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวสร้างความเดือดร้อน และก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนโดยปกติวิสัยเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. กำกับดูแลงานป้องกันปราบปราม ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง ดำเนินการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกองบังคับการตำรวจจราจร ในการร่วมรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องบนทาง ด่วนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร, ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี รับผิดชอบรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องบนทางด่วนในเขตที่ต่อเนื่องจากพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการสืบสวนและสอบสวนทุกมิติ เพื่อดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดทุกรายได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และตรงไปตรงมา หากการรวบรวมพยานหลักฐาน สืบสวนและสอบสวนแล้วพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เข้าข่ายความผิดฐานใด ก็จะดำเนินคดีในทุกฐานความผิดที่ตรวจพบ

โดยข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่จะดำเนินการตรวจสอบในครั้งนี้ ซึ่งมีบทบัญญัติของกฎหมายที่มีการกำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน ได้แก่

  • การแข่งรถในทาง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับ 5,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • การเป็น ผู้จัด สนับสนุน หรือส่งเสริมการแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับ 10,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • พยายามแข่งรถในทาง ต้องระวางโทษ 2 ใน 3 ของความผิดฐานแข่งรถในทาง
  • ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 บัญญัติไว้เกี่ยวกับการริบทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยศาลมีอำนาจสั่งริบทรัพย์สินที่ผู้กระทำความผิดได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งรถทั้งหมดทุกคันจะต้องถูกเสนอความเห็นของพนักงานสอบสวนยื่นฟ้องต่อพนักงานอัยการให้มีความเห็นต่อศาลให้ริบรถ หากตรวจพบว่าเป็นรถที่ใช้ในการกระทำผิดตามข้อหาดังกล่าวข้างต้น

หากประชาชนพบอุบัติเหตุ พบเห็นหรือมีเบาะแสการแข่งรถในทางสาธารณะ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 หรือ 1599 ทั่วประเทศ, พื้นที่กรุงเทพมหานครแจ้งได้ที่สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 พื้นที่ถนนหลวงทั่วประเทศแจ้งได้ที่สายด่วนกองบังคับการตำรวจทางหลวง 1193


พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

พล.ต ต.กิตติฯ ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ผนึกกำลังผู้ว่าฯ ระดมกวาดล้าง และเอกซเรย์พื้นที่ ในจังหวัดอ่างทอง

ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1 ด้านการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด และ มาตรการกวดขันสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายกับสถานบริการ ภ.จว.อ่างทอง ขอรายงานผลปฏิบัติ การตรวจ ดังนี้

พล.ต ต.กิตติ สกุณี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง และผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ผนึกกำลัง ระดมกวาดล้าง และเอกซเรย์พื้นที่ ในจังหวัดอ่างทอง ปราบปรามยาเสพติด สถานบริการ เริงรมย์ที่ผิดกฎหมายเป็นอันตรายต่อประชาชนเด็กและเยาวชน ทั้งในด้านยาเสพติด ค้ามนุษย์ค้าประเวณี อาชญากรรมข้ามชาติ และอาชญากรรมอื่นๆทุกรูปแบบ…” พลตำรวจตรี กิตติ สกุณีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า…..

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 เวลา 21.00 น. ภายใต้การนำของ นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล
ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง, พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง, พ.ต.อ.ภาคภูมิพิพัฒน์ พูลศิริโภคา รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง, พ.ต.อ.เมธา วงศ์อนันต์นนท์ รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง, นายรักศักดิ์ เทียนไชย นายอำเภอเมืองอ่างทอง, พ.ต.อ .ทศพล ทองใบ ผกก.สภ.เมืองอ่าง ทอง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง, เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองอำเภอเมืองอ่าง ทอง เจ้าพนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองอ่างทอง รวม 90 นาย ร่วมกันเข้าตรวจสอบร้านคล้ายสถานบริการ

  • สภ.เมืองอ่างทอง

จำนวน 3 ร้าน ได้แก่ ร้านสนทนา, ร้านขวัญใจบาร์, ร้านกัลปพฤษ อ่างทอง ผลการปฏิบัติ ไม่พบสารเสพติด ในปัสสาวะ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ พนักงานในร้าน และการกระทำความผิดกฎหมาย แต่อย่างใด ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการทราบ ดังนี้

  1. ห้ามให้มีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ
  2. ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี
  3. ห้ามให้มีการพกพาอาวุธและยาเสพติดเข้ามาในร้าน 4.ห้ามลักลอบเล่นการพนันทุกชนิด
  4. ห้ามจัดให้มีการค้าประเวณีและแสดงลามกหรือส่อไปในทางลามก
  5. ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด
  6. ห้ามเปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ทุกร้าน รับทราบ เข้าใจดีแล้วรับไปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เหตุการณ์ทั่วไปปกติ
  • สภ.ป่าโมก

กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าโมก ร่วมกับฝ่ายปกครอง รวม 20 นาย ตรวจสอบ จำนวน 3 ร้านร้านฤกษ์เล่า, ร้านชิมป์สตอรี่, ร้านยันหว่าง ผลการปฏิบัติ ตรวจปัสสาวะผู้ใช้บริการ พบสารเสพติด 1 ราย ดำเนินคดีตามกฏหมาย, ตรวจปัสสาวะพนักงาน ไม่พบสารเสพติด ได้ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด

  • สภ.โพธิ์ทอง

กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 6 นาย ฝ่ายปกครอง 4 นายรวม 10 นาย ตรวจสอบ จำนวน 3 ร้าน ได้แก่ ร้านครัวคุณเนียม, ร้านครัวคุณหญิง, ร้านไผ่บาร์ ผลการปฏิบัติ ไม่พบการกระทำผิด และสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด

  • สภ.สามโก้

กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอ ตรวจสอบ จำนวน 5 ร้าน ได้แก่ ร้านต้นอ้อย คาราโอเกะ, ร้านต้นฉัตร คาราโอเกะ, ร้านตรอกเล่า คาราโอเกะ, ร้านกิมจุ้ย คาราโอเกะร้านเจ๊ตุ๊กสนุกจัง คาราโอเกะ ผลการปฏิบัติ ไม่พบการกระทำผิด และสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด ได้ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด

  • สภ.วิเศษชัยชาญ

กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครอง รวม 20 นาย ตรวจสอบ จำนวน 1 ร้าน คือ ร้านครัวบ้านบ้าน ผลการปฏิบัติ ไม่พบการกระทำผิด และสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด ได้ประชา สัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด

  • สภ.แสวงหา

กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอ ตรวจสอบ จำนวน 1 ร้าน คือ ร้านไผ่ทอง ผลการปฏิบัติ ไม่พบการกระทำผิด และสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด ได้ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด

  • สภ.เกษไชโย

กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอ ตรวจสอบ จำนวน 1 ร้าน คือ ร้านสกายบาร์ ผลการปฏิบัติ ไม่พบการกระทำผิด และสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด ได้ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตาม กฏหมายอย่างเคร่งครัด

  • สภ.ไชโย ไม่มีสถานบริการ หรือร้านอาหารที่มีลักษณะคล้ายสถานบริกา คาราโอเกะ(ที่มีลักษณะล่อแหลม
  • สภ.บางจัก ไม่มีสถานบริการ หรือร้านอาหารที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการคาราโอเกะ(ที่มีลักษณะล่อแหลม)
  • สภ.รำมะสัก ไม่มีสถานบริการ หรือร้านอาหารที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการคาราโอเกะ(ที่มีลักษณะล่อแหลม)
  • สภ.สีบัวทอง ไม่มีสถานบริการ หรือร้านอาหารที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการคาราโอเกะ(ที่มีลักษณะล่อแหลม) จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

#ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง


พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

แต่งตั้ง ดร.จิต นั่งนายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร จ.ประจวบ พร้อมประชุมเครือข่าย 8 จังหวัด

องค์กรภาคีฯ ผู้ประกอบการร้านอาหารตลาด 8 จังหวัด จัดประชุมสัญจรพร้อมแต่งตั้ง นายกสมาคมฯ จ.ปข. ผู้ว่าฯประจวบและคณะฯ ร่วมแสดงความยินดี

วันที่ 20 สิงหาคม 68 ที่ รร.ปราณบุรีคาบาน่า รีสอร์ท อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายกิตติพัฒน์ สำแดงเดช นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแฝงลอย แห่งประเทศไทย นำคณะผู้ประกอบการร้านค้าแฝงลอยฯ กลุ่ม 8 จังหวัดภาคกลาง ร่วมประชุมสัญจร เพื่อกำหนดกฏเกณฑ์ รูปแบบ ระเบียบ ในรูปแบบของแต่ละจังหวัดในนามของสมาคมฯ เพื่อให้สอด คล้องขานรับกับนโยบายของทางรัฐบาล พร้อมกันนี้ก็ได้มีการแต่งตั้ง ดร.จิตสิริกร หน่อทิม เจ้าของร้านอาหาร”อิ่มอกอิ่มใจ” เป็นนายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย(สาขาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) ขึ้นมารองรับ การขยายเครือข่าย สมาคมฯ ออกสู่ทั่วประเทศให้ผู้คนได้รับรู้ ว่าแต่ละจังหวัด นั้นจะมีรายการ อาหาร ในระดับท้องถิ่นที่มีคุณภาพ ให้ได้เห็น

สำหรับในการแต่งตั้ง นายกสมาคมฯ ของจังหวัดประจวบฯในครั้งนี้ ทาง ดร.สิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ปข. นายภาณุมาศ อจลบุญ อัยการจังหวัดหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหินชะอำ ดร.สมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประจวบฯ และคณะฯ ร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี ที่ทางสมาคมฯ นี้จะยกระดับร้านค้าอาหารของ ปข. รวม 8 อำเภอ ให้ผู้คนทั่วประเทศได้รู้จัก

ดร.สิทธิชัยฯ กล่าวว่า ตนเองขอแสดงความยินดี กับสมาคมฯ และก็ทราบดีว่านายกฯ นั้นก็มีร้านอาหารที่อร่อย และเป็นเสน่ห์ ให้กับผู้ที่มาเยือน จนทำให้เกิดความประทับใจ และเป็นเอกลักษณ์ ให้กับ จ.ประจวบฯ การที่ได้มีการรวมตัวกันในสัดส่วนของ ร้านอาหาร แผงลอย ในแต่ละอำเภอ ก็จะทำให้ผู้คนที่มาได้จักอาหารการกิน มากยิ่งขึ้นทำให้โครงการนโยบาย “ประจวบต้องไปต่อ” ได้เดินไปสู่เป้าหมายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้นการที่ทางคณะองค์กรภาคีเครือข่าย 8 จังหวัด และนายกสมาคมฯ มาร่วมกันในวัน ตนเองในฐานะ ผวจ. ปข. ก็ขอแสดงความยินดีที่มาเยือน ซึ่งตนเองก็จะพาคณะของสมาคมฯ ปข.ได้เยือนทางสมาคมฯ ในแต่ละจังหวัดด้วยเช่นกัน


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สุพรรณบุรี เปิดโครงการ “English We Like” ส่งเสริมทักษะภาษาอังกฤษให้นักเรียน

สุพรรณบุรี – เปิดโครงการ “English We Like” ส่งเสริมทักษะภาษาอังกฤษให้นักเรียน

ที่โรงเรียนอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ว่าที่ นายกองเอก เชษฐา ขาวประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการ ” English We Like” โดยมี นาย กฤตภัค สุธนวรกุล ประธานกรรมการผู้จัดการบริษัท ไร่ขนุน กรุ๊ป จำกัด กล่าวรายงานถึงการจัดโครงการในครั้งนี้ ซึ่งทางบริษัท ไร่ขนุน กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง และดำเนินโครง การนี้ มาเป็นปีที่ 18

บริษัทไร่ขนุน กรุ๊ป จำกัด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาและพัฒนาภาษาอังกฤษของเด็กและเยาวชน จึงให้จัดมีโครงการดังกล่าว เพื่อเพิ่มพูนความรู้และฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษ นอกเหนือจากในบทเรียน และในห้องเรียนเพื่อส่งเสริม ให้เด็กมีเทคนิคในการทำข้อ สอบ TGAT-Eng เพื่อสอบเข้มมหาวิทยาลัย เพื่อให้เด็กที่เข้าร่วมโครงการ มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ทักษะภาษาอังกฤษในการสื่อสารที่ดียิ่งขึ้น มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มัธยม ศึกษาปีที่ 6 และปวช.3 จำนวน 350 คน เข้าร่วมโครงการนี้

โครงการ ” English We Like ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ โดยการนำติวเตอร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ มาแนะนำเทคนิคการทำข้อสอบ TGAT-Eng และ A-Level โดยนำข้อสอบของปีที่ผ่านมาเป็นตัวอย่างในการสอนเทคนิคการทำข้อสอบ TGAT- Eng และ A-Levelเพื่อให้น้องๆนักเรียนได้นำไปใช้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยได้รับการสนับสนุนในการจัดโครงการในครั้งนี้จาก บริษัท วินคอลมาเก็ตติ้ง จำกัด, บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ (มหาชน)จำกัด, บริษัท นิวเวฟ เอเชีย จำกัด, บริษัท ยาดี จำกัด, บริษัท ปวีณ์มล จำกัด (KA)

ด้านว่าที่นายกองเอก เชษฐา ขาวประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า โครง การ “English We Like” เป็นการเพิ่มพูนความรู้และฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษนอกเหนือจากในบทเรียน และในห้องเรียน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษมาแนะนำเทคนิคในการทำข้อสอบ TGAT-Eng และ A-level เพื่อเป็นแนวทางนำไปใช้ในการทำ ข้อสอบสำหรับเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในคณะที่ตนเองสนใจ รวมไปถึงส่งเสริมให้เด็กๆมีเจตคติที่ดีต่อการใช้ทักษะภาษาอังกฤษในการสื่อสาร โครงการนี้ได้เปิดโอกาสให้นักเรียนทั่วประเทศ สามารถเข้าร่วมติวกับโครงการได้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เข้าถึงทุกพื้นที่ในประเทศไทยมาเป็นปีที่ 18 นับเป็นการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการติว เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง

สิ่งสำคัญที่สุด คือ ทุกคนจะมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมที่มีคุณค่าภายใต้บรรยากาศ ที่สนุกสนาน แนวคิด เทคนิคต่าง ๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ภาษาอังกฤษ ทั้ง 4 ทักษะ ไม่ว่าจะเป็น การพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน การทดลองทำ ข้อสอบของปีที่ผ่านมา ต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

อบจ.ประจวบฯ จัดโครงการ “เครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2568

อบจ.ประจวบฯ จัดโครงการ “เครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน” ประจำปีงบ ประมาณ พ.ศ 2568

วันพุธที่ 20 สิงหาคม 2568 ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “เครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน ” ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมีนายไชยณรงค์ เชื้อวงค์สกุล รองนายก อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ คนที่หนึ่ง, นายยุทธชัย ปริยวาที เลขานุการนายกอบจ. ประจวบคีรีขันธ์, นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภา อบจ.ประจวบคีรีขันธ์, นายธรรมรัตน์ สิงห์ศรี ปลัดอบจ.ประจวบคีรีขันธ์, นางจันทิสา แดงโชติ รองปลัด อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อม คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.ประจวบฯ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ทั้ง 8 อำเภอ พนักงาน เจ้าหน้าที่ร่วมอบรมกว่า 150 คน

สำหรับกระบวนการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานพัฒนา ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจแก้ปัญหาและสนับสนุนติดตามผลการปฏิบัติงานขององค์กร การมีส่วนร่วมของประ ชาชนมีรากฐานมาจากแนวคิดของระบอบประชาธิปไตย โดยภาครัฐจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในกระบวนการนโยบายสาธารณะ ทั้งด้านการให้และรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การให้ความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะ รวมถึงการร่วมตัดสินใจในชั้นตอนการริเริ่มนโยบาย การจัดทำแผนงานโครงการ หรือกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความโปร่งใส่และเพิ่มคุณภาพการตัดสินใจของภาครัฐให้ดียิ่งขึ้น และเป็นที่ยอมรับร่วมกันของทุกภาคส่วน ดังนั้น องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการ “เครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน” ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ขึ้น

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ตระหนักถึงการสร้างจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมในการจัดทำบริการสาธารณะในพื้นที่ตนเอง เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนเกี่ยวกับการบริหารงานภาครัฐ และนำไปถ่ายทอดให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ เพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิด/วิธีการปฏิบัติงานและประสานความร่วมมือกัน ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับประชาชน สู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ล่าโจรหัวเกรียนจากวงจรปิด ขโมยเงินในตู้บริจาควัดถึง 3 ใบ ชาวบ้านแห่สาปแช่ง

นครพนม – ล่าโจรหัวเกรียนจากวงจรปิด ขโมยเงินในตู้บริจาควัดถึง 3 ใบ ชาวบ้านแห่สาปแช่ง


วันที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 07.00 น. นายยอด โพธิสา อายุ 47 ปี ผู้ใหญ่บ้านหนองญาติ หมู่ 2 ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ได้รับมอบอำนาจจากพระครูปลัดสุวิชา ธัมมทีโป หรือครูบาชิต เจ้าอาวาสวัดหนองญาติ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ชนุตร์ ภูเทียมศรี รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.10 น. พระชาญชัย ติกขะปัญโญ อายุ 57 ปี พระลูกวัด ได้ไปที่ศาลาการเปรียญเพื่อเปิดประตูทำวัตรเช้า พบประตูกระจกบานเลื่อนมีร่องรอยถูกงัดแงะ ตรวจสอบพบตู้บริจาคจำนวน 3 ตู้ ถูกคนร้ายใช้ของแข็งงัดขโมยทรัพย์ สินหายไป จึงเปิดกล้องวงจรปิดตรวจสอบ พบชายไทยลักษณะผอม สูง หัวเกรียน โพกผ้าขาวม้าปิดบังใบหน้า ใส่เสื้อแขนกุดสีดำ กางเกงขายาวสีน้ำตาล รองเท้าแตะ จึงนำหลักฐานดังกล่าวมาแจ้งความให้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อมา

ผู้สื่อข่าวได้ไปกราบนมัสการพระชาญชัยที่วัดหนองญาติ สอบถามได้ความว่า กล้องวงจรปิดบันทึกภาพชายหัวขโมยได้ในเวลา 03.40 น. คาดปีนข้ามกำแพงวัดทางด้านทิศเหนือ ยกตู้บริจาคที่ตั้งอยู่ด้านหลังองค์ท้าวเวสสุวรรณไปทุบหาเงินที่ข้างหอพระ จากนั้นก็กลับมางัดประตูบานเลื่อนเข้าไปในศาลาการเปรียญ ใช้ของแข็งงัดกุญแจตู้บริจาคอีก 2 ตู้ กวาดเงินไปไม่ทราบว่าจำนวนเท่าไหร่ กระทั่งเวลาประมาณตีสี่เศษตนได้ออกจากกุฏิเพื่อมาเปิดประตูทำวัตรเช้าตามปกติ พบช่องประตูมีรอยงัดจนอ้าออก จึงเรียกพระลูกวัดอีกรูปมาเป็นพยาน และร่วมตรวจสอบ พบว่าตู้บริจาค 3 ใบถูกงัดเหลือเศษเงินไว้ไม่กี่บาท จึงแจ้งเจ้าอาวาสทราบและมอบอำนาจให้ผู้ใหญ่บ้านไปแจ้งความดังกล่าว

ด้าน พระวัสกร ปภากโร อายุ 53 ปี พระลูกวัดอีกรูปหนึ่ง เปิดเผยว่าดูจากลักษณะคนร้าย น่าจะเป็นคนเดิมที่เคยแอบมาขโมยตู้เชื่อมไฟฟ้าเมื่อ 2 ปีก่อน ครั้งนั้นยังไม่ได้ติดกล้องวงจรปิด จึงไม่มีหลักฐานมัดตัว ครั้งนี้เห็นหน้าชัดเจนเป็นคนอยู่ในชุมชน มีประวัติเกี่ยวข้องยาเสพติด รู้ทางเข้าออกวัดเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ตำรวจคงใช้เวลาไม่นานในการจับกุมตัว

ทั้งนี้วัดหนองญาติ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย หรือสายป่า ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2033 สายหนองญาติ-นาแก เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ภายในวัดมีวิหาร พระพุทธรูป และเจดีย์ที่สะท้อนถึงศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบอีสาน บรรยากาศสงบร่มเย็น และอยู่ห่างชุมชนพอประมาณ คนร้ายซึ่งเป็นคนในหมู่บ้าน จึงสบโอกาสเข้ามาขโมยตู้บริจาคถึง 3 ใบ เพราะรู้ทางหนีทีไล่เป็นอย่างดี ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างแห่สาปแช่ง


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

รร. บ้านคลองยาง ครบุรี โคราช กระหึ่มกรุง ช้างเผือกคว้ารางวัลแข่งขันวิทย์ระดับชาติ

รร. บ้านคลองยาง ครบุรี โคราช กระหึ่มกรุง ช้างเผือกคว้ารางวัลแข่งขันวิทย์ระดับชาติ ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีหนุนฝันเป็นจริง

โรงเรียนบ้านคลองยาง (มูลบนอุปถัมภ์) ตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา หลานย่าโม สู้โว้ย สร้างชื่อเสียงให้แก่ตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี และจังหวัดนครราชสีมา โดยคว้ารางวัลระดับประเทศจากการแข่งขันการแสดงทางวิทยาศาสตร์ ( Science Show ) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ประจำปี 2568 รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 จากโรงเรียนที่ชนะเลิศการแข่งขันจากเขตพื้นที่การศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน 19 ทีม สร้างความประทับใจให้แก่คณะกรรมการและผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก เนื่องจากเป็นโรงเรียนขนาดเล็กระดับหมู่บ้านจากต่างจังหวัดที่มีดีกรีชนะเลิศระดับเขตพื้นที่การศึกษา ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าชิงชนะเลิศการแข่งขันระดับประเทศเป็นครั้งแรก

โดยเนื่องในวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติในเดือนสิงหาคมนี้ โรงเรียนบ้านคลองยาง (มูลบนอุป ถัมภ์) ได้คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ และจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จังหวัดนคร ราชสีมา มาแล้ว

ในการนี้กลุ่มบริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด(มหาชน) ได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างยิ่งแก่คณะครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านคลองยาง (มูลบนอุปถัมภ์) โดยเมื่อวันพุธที่ 20 สิงหาคม 2568 นายสุธี วิสันเทียะ ผู้อำนวยการโรงเรียน, คุณครูณัฐดนัย สายพิมพ์พงษ์ อาจารย์พิเศษชำ นาญการผู้ฝึกซ้อม, คณะนักเรียนผู้แทนโรงเรียนบ้านคลองยาง(มูลบนอุปถัมภ์) ที่เข้าร่วมแข่งขันการประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์(Science Show) ประกอบด้วย เด็กชายอภิวัฒน์ ปัดครบุรี, เด็กชายศรัณย์ภัทร พูนกำลัง และเด็กชายธนกฤติ รัตนสูงเนิน รวมทั้งนายจีระ แววจะบก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 12 ตำบลจระเข้หิน ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านคลองยาง(มูลบนอุปถัมภ์ ) และนายสุริยง ภาษี กำนันตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าพบคุณอิสสระ ถวิลเติมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) เพื่อแสดงความขอบคุณที่บริษัทฯ ยังคงดำเนินนโยบายในการส่งเสริมการศึกษาแก่โรงเรียน ในท้องถิ่นซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณ

โดยบริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณจำนวน 10,000 บาท ตลอดจนจัดกิจกรรมทัศน ศึกษาให้แก่คณะครูและนักเรียนเข้าเยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลครบุรี และโรงผลิตไฟฟ้าครบุรีกลุ่มบริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) ก่อนเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันการแสดงทางวิทยาศาสตร์รอบชิงชนะเลิศ ณ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ หรือศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2568 เนื่องในงานวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประจำปี 2568


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

กรมการขนส่งทหารเรือ จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมการขนส่งทหารเรือจัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในวันเฉลิมพระ ชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568

ในวันที่ 15 สิงหาคม 2568 พลเรือตรี ศุภสิทธิ์ บูรณะโอสถ เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ พร้อมคณะฯ ร่วมเปิดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568 โดยมีการมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง ในชุมชนอนุชน บางกอกน้อย การทำความสะอาด และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณมัสยิดหลวงอันซอริซซุนนะห์และโรงเรียนอนุชนบางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ รวมทั้งได้มีการมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬาและของเล่น ให้กับนักเรียน

การจัดกิจกรรมฯ ในครั้งนี้ เพื่อให้กำลังพลได้แสดงออกถึงความเป็นจิตอาสาและแสดงออกถึงความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาพื้นที่ที่เป็นประโยชน์ต่อมัสยิดโรงเรียนและภายในชุมชนอีกด้วย

#กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ #เทิดทูนสถาบันป้องกันรัฐพัฒนาชาติ_ราษฎร์ศรัทธา #ถูกต้องถูกระเบียบถูกกฎหมาย_ถูกใจผู้รับบริการ #กรมการขนส่งทหารเรือ


พล.ต.อ.ธนายุตม์ฯ ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและอำลาหน่วย “กก.สส.บก.น.6” พร้อมมอบของที่ระลึก เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจ

ตามนโยบายเน้นหนักของ ผบ.ตร. ข้อ 15 เรื่องสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ ตามคำสั่ง ตร. ที่ 225/2568 ลง 9 เม.ย.68 ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 11 เม.ย.2568 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(บร) ที่ 0001(บร)/79 ลง 11 เม.ย.2568 เรื่อง การมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานบริหาร มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการ สกพ. รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ในลักษณะงานสวัสดิการ ตร. และตามอนุมัติ ผบ.ตร. ท้ายหนังสือ สง.ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ฯ ที่ 0001(บร 1)/322 ลง 13 ส.ค.68 ให้ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ข้าราชการตำรวจสังกัด กก.สส.บก.น.6

วันนี้(วันอังคาร ที่ 19 ส.ค.68) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เดินทางไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและอำลาหน่วย “กก.สส.บก.น.6” ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง ผกก.สส.บก.น.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.6, พ.ต.ท. ประเสริฐ ชะเอมทอง รอง ผกก.สส.บก.น.6, พ.ต.ท.วิสิทธิ์ สายบัวทอง รองผกก.สส.บก.น.6
พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ จุติวรกุล รอง ผกก.สส.บก.น.6 พร้อมข้าราชการตำรวจสังกัด กก.สส.บก.น.6 เข้าร่วม

พร้อมทั้งได้มอบของที่ระลึกแก้ว 55 ใบ, เหรียญหลวงพ่อวัดบ้านแหลม จำนวน 55 องค์ ให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัด กก.สส.บก.น.6 ทุกนาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจ ณ กก.สส.บก.น.6 แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม.