“4ส15” สถาบันพระปกเกล้า ลุยปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส 4 วันเต็ม

“4ส15” สถาบันพระปกเกล้า ลุยปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส 4 วันเต็ม เปิดมุมมองสันติภาพชายแดนใต้ สร้างสัมพันธ์–แบ่งปันน้ำใจ เพื่อสังคมพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 15 (4ส15) ลงพื้นที่ศึกษาดูงานในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 14–17 สิงหาคม 2568 ครอบคลุมจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส นำโดย นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า พร้อมคณะกรรมการและคณาจารย์หลักสูตร

กิจกรรมตลอด 4 วัน เข้มข้นด้วยการเรียนรู้จากพื้นที่จริง ทั้งการศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาอิสลามเพื่อสร้างพลเมืองสันติสุข เวทีพูดคุยสันติภาพกับผู้นำท้องถิ่นและนักวิชาการ การเรียนรู้มิติพหุวัฒนธรรมและเศรษฐกิจชุมชน ตลอดจนการเปิดเวทีสะท้อนบทเรียนเหตุการณ์ 20 ปีไฟใต้ที่นราธิวาส

นอกจากนี้ คณะนักศึกษา 4ส15 ยังร่วมทำกิจกรรม CSR มอบสิ่งของสนับสนุนการศึกษาแก่โรงเรียนในพื้นที่ และจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลสานสัมพันธ์กับนักศึกษา “4สใต้” เพื่อสร้างมิตรภาพและความสามัคคี

การลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเรียนรู้เชิงวิชาการ แต่ยังเป็นเวทีเติมเต็มความเข้าใจลึกซึ้งต่อบริบทชายแดนใต้ และเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อสานต่อภารกิจสร้างสังคมสันติสุขในอนาคต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มุ่งสู่ภาคใต้ มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มุ่งสู่ภาคใต้ มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการประชาชนฟรี

เมื่อวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2568 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิกฯ,นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ,นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพฯ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนฯ นำทีมลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน จำนวน 33 ครัวเรือน รวมมูลค่า 760,740 บาท (เจ็ดแสนหกหมื่นเจ็ดร้อยสี่สิบบาทถ้วน) พร้อมจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่

โดยมี นายวินิจ เทพนิต นายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และนายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี คณะมูลนิธิมหากุศลใต้เต็กเซี่ยงตึ๊งนคร ศรีธรรมราช เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี พร้อมด้วย อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวาทิต อิทธิฤทธิ์โสภา (วินน์) นายฐานัตถ์ จิรรัชชกิจ (บูม) และนางสาวอิงฟ้า เกตุคำ (อิงฟ้า) ร่วมในพิธี ณ ศาลาประชาคมอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ ในกลุ่มเป้าหมายแรก ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลางแล้วจำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ต่อมา ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือแล้วจำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน และระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้วจำนวน 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 17 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

AMATAV ฝ่าปัจจัยเสี่ยง H1/68 ดันกำไร 93 ลบ. ชี้ทิศทาง FDI ย้ายฐานลงทุนเวียดนามโต 30%

AMATAV ปล่อยผลงานครึ่งปีแรก 68 กำไรสุทธิ 93 ล้านบาท รายได้รวมแตะ 1,952 ล้านบาท อสังหาฯ โชว์ฟอร์มโตต่อเนื่อง 30% รับอานิสงส์ปรับราคาขาย และยอดขายอมตะ ซิตี้ ฮาลอง (ACHL) และอมตะ ซิตี้ ลองถั่น (ACLT) พุ่งรวม 12.7 เฮกตาร์ จาก 9.1 เฮกตาร์ เดินหน้าขยายพื้นที่รองรับดีมานด์ลงทุนต่างชาติไหลเข้าเวียดนาม หลังยุติภาษีสหรัฐฯ พร้อมชูทำเลทอง – ศักยภาพนิคมฯเปิดรับกลุ่ม FDI ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมคุณภาพสูง มั่นใจครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง

นางสมหะทัย พานิชชีวะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) AMATAV เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2568 แม้บริษัทต้องเผชิญแรงกดดันจากรายได้สาธารณูปโภคที่ลดลง รวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ บริษัทจึงได้วางแผนรับมือ โดยมุ่งการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารต้นทุนและการลงทุนให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ส่งผลให้บริษัทยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจหลักให้อยู่ที่ 20.99% เพิ่มขึ้นจาก 15.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะเดียวกันยังสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทร่วมได้เพิ่มขึ้น 32.35% คิดเป็น 4.82 ล้านบาท โดยบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 128.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.82% ตามการขยายตัวของโครงการและยอดขาย สินทรัพย์รวม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 อยู่ที่ 13,564 ล้านบาท ลดลง 8.31% จากสิ้นปีก่อน ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,693 ล้านบาท ลดลง 10.18% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.31 เท่า ยังคงอยู่ในระดับเหมาะสมต่อการขยายธุรกิจในอนาคต

นายสุขุม พิทยาพิบูลพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน AMATAV กล่าวเพิ่มเติมถึงภาพรวมเศรษฐกิจเวียดนามยังเป็นบวก โดยครึ่งปีแรก GDP ขยายตัว 7.52% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2554 โดยเฉพาะภาคการผลิตและก่อสร้างที่โตมากกว่า 8% และภาคบริการที่โต 8.14% ขณะเดียวกัน FDI ที่ไหลเข้าเวียดนามครึ่งปีแรกสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยมีสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และจีน เป็นนักลงทุนหลัก สะท้อนศักยภาพของเวียดนามในฐานะศูนย์กลางการผลิตและส่งออกของภูมิภาค อีกทั้งนโยบายปรับโครงสร้างการบริหารและการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลยังเอื้อต่อการดึงดูด FDI ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ AMATAV ในระยะยาว”

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 68 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568) มีรายได้รวม 1,983 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ส่วนกําไรสุทธิ 93 ล้านบาท ลดลง 6% โดยแบ่งเป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 628 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% รายได้จากสาธารณูปโภค 1,311 ล้านบาท ลดลง 31% โดยสาเหตุหลักมาจากลูกค้ามีการใช้สาธารณูปโภคจากนิคม อมตะซิตี้ ลองถั่น (ACHL) ลดลง รายได้จากการให้เช่า 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และรายได้อื่น 6.36 ล้านบาท ลดลง 15.73% จากปีก่อน

สำหรับปี 2568 บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินไว้ที่ 500 ไร่ และเป้ารายได้รวมที่ 6,000 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกทำยอดขายที่ดินได้แล้ว 20% ของเป้าหมาย มั่นใจว่าครึ่งปีหลังจะมีทิศทางที่ดีขึ้น จากความต้องการลงทุนที่ยังคงไหลเข้าเวียดนามต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในครึ่งปีหลัง AMATAV ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุนต่างชาติ พร้อมต่อยอดโครงการใหม่ที่จังหวัดกว๋างจิ (Quang Tri) ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของเวียดนาม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาตามแนวทางความยั่งยืน โดยดำเนินงานภายใต้หลัก สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2583 ตลอดจนการบริหารจัดการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่มีนัยสำคัญ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :
ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
E-mail : communication@amata.com


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ชาวซอฟท์เทนนิสสุดคึก พาเหรดร่วมดวล “มหาชัยเกมส์”

การแข่งขันกีฬาชิงชนะเลิศแห่งจังหวัดสมุทรสาคร ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสมุทรสาคร

วันที่ 23 ส.ค.2568 : ที่สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสมุทรสาคร สมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรสาคร,ชมรมซอฟท์เทนนิสจังหวัดสมุทรสาคร จัดการแข่งขันกีฬาชิงชนะเลิศจังหวัดสมุทรสาคร “มหา ชัยเกมส์” ประจำปีงบประมาณ 2568 กีฬาซอฟท์เทนนิส โดยการสนับสนุนจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย,กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ,สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดสมุทรสาคร และมหาวิทยาลัยการกีฬสแห่งชาติ วิทยาเขตสมุทรสาคร ผู้สนับสนุนสนามเทน นิสจัดการแข่งขันในระหว่างวันที่ 23-24 ส.ค.2568 โดยได้รับความสนใจจากชมรมซอฟท์เทนนิสจากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมแข่งขันถึง 112 คน โดยแบ่งการแข่งขันเป็นรุ่นเยาวชนชาย-หญิงอายุไม่เกิน 12 ปี,รุ่นเยาวชนชาย-หญิงอายุไม่เกิน 15 ปี,รุ่นเยาวชนชาย-หญิงอายุไม่เกิน 20 ปี และรุ่นทั่วไปชาย-หญิง

สำหรับการจัดการแข่งขันในรายการนี้ถือเป็นรายการเก็บคะแนนสะสมรายการที่ 2 ต่อจากการแข่งขันซอฟท์เทนนิสเพื่อความเป็นเลิศจังหวัดพิจิตรที่แข่งขันไปเมื่อวันที่ 26-27 ก.ค.ที่ผ่านมา และบรรดานักกีฬาซอฟท์เทนนิสจากทั่วประเทศต่างมุ่งมั่นแสดงผลงานในการแข่งขันราย การนี้อย่างคึกคัก ทั้งนักกีฬาทีมชาติชุดปัจจุบัน อดีตทีมชาติและนักกีฬาหน้าใหม่ที่เพิ่งสมัครเข้าร่วมแข่งขันครั้งแรก โดยมีนางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายบรรลือชัย ผิวสานต์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย และนางสุภาพร นาคราคา กรรมการบริหารสมาคมฯ และ อ.ประ เสริฐ อักษรทับ เลขาธิการสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมชมและเป็นกำลังใจตลอดการแข่งขัน

สำหรับนักกีฬาที่อายุน้อยที่สุด ด.ช.ธันวา ช้างกุด หรือน้องเฟสวัย 10 ปี ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดสามัคคีเป็นนักกีฬาซอฟท์เทนนิสหน้าใหม่อีกคนที่เพิ่งฝึกเล่นได้เพียง 5 เดือนและลงแข่งขันเป็นครั้งแรก และลงสมัครแข่งขันทั้งรุ่น 12 ปี,รุ่น 15 ปี และรุ่นทั่วไป นับว่าใจใหญ่เกินตัว ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าลองฝึกเล่นซอฟท์เทนนิสแล้วสนุกติดใจและเป็นเกมที่เบากว่าเทนนิส

ในขณะที่ อ.ประเสริฐ อักษรทับ เลขาธิการสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรสาครกล่าวว่า”ยินดีต้อนรับนักกีฬาซอฟท์เทนนิสจากทั่วประเทศที่เดินทางมาร่วมแข่งขันที่สมุทรสาคร เราอาจไม่มีงบมากมายมาสนับสนุน แต่ทางสมาคมฯช่วยหาผู้ใหญ่ใจดีมาร่วมรวมถึงสนามแข่งขันจาก มกช.สค. ขอให้แข่งขันกันอย่างเต็มที่ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของสมุทรสาครจากการท่องเที่ยวและชิมอาหารทะเลอร่อยๆครับ

ทางด้าน ร.ต.ต.วิเชียร ชมบ้านแพ้ว ประธานชมรมซอฟท์เทนนิสจังหวัดสมุทรสาครกล่าวว่าการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุน และตนเองรู้สึกดีใจที่มีทัวร์นาเม้นท์ให้เยาวชนได้สัมผัสการแข่งขัน เด็กๆเยาวชนสมุทรสาครรู้สึกกระตือรือร้นกันมากและสมัครเข้าร่วมแข่งขันถึง 26 คน เพราะกีฬาซอฟท์เทนนิส ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นกีฬาที่”ซอฟท์”จริงๆเหมาะที่จะเล่นและแข่งขันได้ทุกเพศทุกวัย

นางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการจัดการแข่งขันรายการนี้ว่า”ถือเป็นอีกความสำเร็จของสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศ ไทย ในการกระจายการแข่งขันไปสู่ภูมิภาคต่างๆ เราได้ยกระดับการจัดการแข่งขัน และเป็น การฝึกฝนบุคคลากรด้านต่างไปพร้อมกัน และสร้างนักกีฬาซอฟท์เทนนิสหน้าใหม่เพิ่มขึ้น รวมถึงนักกีฬาทุกคนก็มีเวทีประชันฝีมือกันมากขึ้นถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง พร้อมกล่าวเชิญชวนชาวสมุทรสาครมาร่วมชมร่วมเชียร์เป็นกำลังใจให้นักกีฬาซอฟท์เทนนิสทั่วประเทศในการแข่งขันวันพรุ่งนี้ที่สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสมุทรสาคร


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

นครพนมจัดงาน “นครพนม เทรดแฟร์” ครั้งแรกในกรุงเทพฯ โชว์ศักยภาพเขตเศรษฐกิจพิเศษ พร้อมทัพสินค้าท้องถิ่นกว่า 200 ร้านค้า

จังหวัดนครพนมจัดงาน “นครพนมเทรดแฟร์” ครั้งแรกในกรุงเทพฯ โชว์ศักยภาพเขตเศรษฐกิจพิเศษ พร้อมทัพสินค้าท้องถิ่นกว่า 200 ร้านค้า จัดเต็มกิจกรรม ช้อป ชิม แชร์ ลด แลก แจก แถม

จังหวัดนครพนม จัดงาน “นครพนม เทรดแฟร์” งานแสดงและจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นสุดยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 20–24 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์แสดงสินค้ากรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ถนนรัชดาภิเษก นับเป็นครั้งแรกที่ยกขบวนสินค้าดี สินค้าเด่นของจังหวัดกว่า 200 ร้านค้า มาเปิดตลาดในกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างการรับรู้ และขยายช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรในพื้นที่

ภายในงานจะได้พบกับนิทรรศการแสดงศักยภาพจังหวัดนครพนมในหลากหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการคมนาคมที่เอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง พร้อมกิจกรรมพิเศษ ที่จัดเต็มตลอด 5 วัน ได้แก่

  • Flash Sale สินค้านาทีทอง: ลดสูงสุดถึง 80% ทุกวัน
  • Check in & Share: เช็กอิน-ถ่ายรูป-แชร์ รับฟรี “มะพร้าว GI”
  • Non Stop Shopping: ช็อปครบทุก 500 บาท รับคูปองส่วนลดทันที
  • Clearance Sale: วันสุดท้ายเคลียร์สต๊อก ลดกระหน่ำทั้งงาน
  • Touch & Taste: ชิมสับปะรดท่าอุเทน GI ของดีประจำจังหวัด

ภายในงานยังมีสินค้าชั้นเลิศมากมาย อาทิ กาละแมธาตุพนม,ปลาส้มศรีสงคราม,สับปะรดท่าอุเทน GI,ข้าวหอมมะลิอินทรีย์,เครื่องจักสาน,ผ้าทอพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลาย ที่หากได้ลิ้มลอง รับรองจะต้องติดใจ

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “จังหวัดนครพนมเป็นที่รู้จัก ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอันโดดเด่น และในด้านเศรษฐกิจ นครพนมยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เชื่อมโยงการค้าและการลงทุนสู่ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ด้วยมูลค่าการค้าชายแดน กว่า 20,000 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่ทันสมัย ทั้งสนามบิน เส้นทาง R12 และสะพาน มิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 รวมถึงโครงการรถไฟรางคู่ในอนาคตที่จะทำให้การคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น”

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า “การจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเป็นเวที ในการแสดงศักยภาพของจังหวัดแล้ว ยังเป็นการเปิดตลาดใหม่ในเขตเมืองหลวง เพื่อให้ผู้บริโภคกรุงเทพฯ ได้รู้จัก และเข้าถึงสินค้าท้องถิ่นที่มีคุณภาพของนครพนมมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายมูลค่าการค้าภายในงานไม่ต่ำกว่า 6 ล้านบาท”

จัดโดย : จังหวัดนครพนม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม
Facebook : @Nakhon PhanomCommerce
Website : nakhonphanom.moc.go.th


กฟผ. ดำเนินการแก้ไขระบบไฟฟ้าในพื้นที่ จ.เพชรบุรี เข้าสู่ภาวะปกติเรียบร้อยแล้ว

วันที่ 22 ส.ค. 68 การไฟฟ้าฝ้ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากเหตุเพลิงไหม้พื้นที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงเพชรบุรี จ.เพชรบุรี เมื่อช่วงเข้า ส่งผลให้เวลา 07.40 น. ไฟฟ้าในระบบหายไป 26 เมกะวัตต์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการจ่ายไฟใน อ.เมือง อ.บ้านลาด อ.ท่ายาง อ.บ้านแหลม (บางส่วน) จ.เพชรบุรี โดยเริ่มทยอยจ่ายไฟได้ในเวลา 07.45 น. ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งนี้ กฟผ. ต้องขออภัย ในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

53 หมู่ 2 ถ.จรัญสนิทวงศ์ ต.บางกรวย อ.บกรวย จ.นนทบุรี 11130 | โทรศัพท์ 0 2436 4821 www.egat.co.th กฟผ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ฆาตกรรมหนุ่มใหญ่ ประวัติยาว

เวลา 05.05 น. พนักงานสอบสวน สภ.ร่อนพิบูลย์ นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุฆาตกรรมข้างบ้านหลังหนึ่งในท้องที่หมู่ 7 ตำบลควนชุม อำเภอร่อนพิบูลย์ นครศรีธรรมราช

ที่เกิดเหตุพนักงานสอบสวน แพทยืเวร กู้ภัยประชาร่วมใจพบศพนายนคร – อายุ 42 ปี มีบาด แผลบริเวณเหนือคิ้วซ้าย ถูกยิvด้วยอาวุธปืNไม่ทราบขนาด ที่เกิดเหตุพบหัวกระสุนชนิดหุ้มทองแดงพบข้อมูลจากชาวบ้านใกล้เคียงยืนยันได้ยินเสียงปืนประมาณ 02.00 น. ก่อนมีผู้มาพบร่างนายนครในช่วงเวลาใกล้เคียงก่อนการรับแจ้งเหตุ

สันนิษฐานก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้มาเรียกนายนครเดินออกมาจากบ้านแล้วเกิดเหตุขึ้น ตำรวจพบข้อมูลนายนครมีประวัติทางคดีเพิ่งพ้นโทษมาจากเรือนจำได้ไม่นาน ขณะนี้ พันตำรวจเอกชัยรัตน์ บัวขม ผู้กำกับการ สภ.ร่อนพิบูลย์ สั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

รองนายก อบจ.โคราช จับมือเอกชน ร่วมนำแบคโฮกำจัดวัชพืช

รองนายก อบจ.โคราช จับมือเอกชน ร่วมนำแบคโฮกำจัดวัชพืช

นายชัยวัฒน์ ชู้กระโทก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ได้รับข้อร้องเรียนจากชาวบ้านครบุรีใต้ ณ บ้านซับก้านเหลือง เพื่อให้มากำจัดวัชพืชภายในคลองบ้านซับก้านเหลือง ที่ใช้ผลิตประปาใช้ในหมู่บ้าน เนื่องจากมีวัชพืชจำนวนมาก ทั้งจอกแหน และ ผักตบชวา รวมทั้งหญ้าขึ้นรกทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย ทางชาวบ้านเกรงว่า น้ำอุปโภคบริโภค ที่ใช้จะมีสภาพเน่าเหม็น จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัดนคร ราชสีมา และ เทศบาลครบุรีใต้ ให้ช่วยมากำจัดวัชพืชดังกล่าว

รองนายก อบจ.โคราชกล่าวต่อไปอีกว่า หลังจากที่ได้รับข้อร้องเรียน ตนในฐานะผู้ดูแลชาวบ้านในเขตอำเภอโชคชัย-ครบุรี และ เสิงสาง จึงได้ประสานกับทางภาคเอกชน คือ บริษัท เยนเนรัล สตาร์ช จำกัด เพื่อขอความอนุเคราะห์นำรถแบคโฮบูมยาวจำนวน 1 คัน เพื่อมาขุดลอกและกำจัดที่คลองซับสุด เพื่อมิให้น้ำเน่าเสีย อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำได้ นอกจากนี้ยังได้รับ การสนับสนุนน้ำดื่มและอาหาร จากนายแพทย์ชา และ เสี่ยเจตน์ เทพทอง ร่วมสนับสนุนต่อกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

‘ประเสริฐ’ ย้ำไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ผู้สูงอายุทะลุ 14 ล้านคน

‘ประเสริฐ’ ย้ำไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ผู้สูงอายุทะลุ 14 ล้านคน คนพิการกว่า 2.2 ล้านคน เร่งขับเคลื่อน Universal Design หรืออารยสถาปัตย์ ให้ทุกพื้นที่เข้าถึงได้-ปลอดภัย

การจัดกิจกรรม โดยมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย พัฒนาจังหวัดนครราชสีมา สู่ “เมืองสุขภาพนานา ชาติ-เมืองท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ-Tourism for All” ต้นแบบอีสาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยว-ยกระดับคุณภาพชีวิตคนทั้งมวลอย่างยั่งยืน เวลา 14.00 น. วันที่ 22 ส.ค. 2568 ที่วัดศาลาลอย อ.เมือง จ.นครราชสีมา และภาคีเครือข่ายจัดพิธี “เปิดเมืองอารยสถาปัตย์ เมืองกีฬา และเมืองท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” ตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน หรือ Universal Design (UD)

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานกรรมการกองทุน สสส. กล่าวเปิดงานว่า ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ โดยปี 2568 มีผู้สูงอายุมากกว่า 14 ล้านคน หรือประมาณ 21.87% ของประชากรทั้งประเทศ ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 พบว่า การหกล้มและอุบัติเหตุในที่พักอาศัยที่ไม่เอื้อต่อการดำเนินชีวิตนำไปสู่ภาวะพิการ โดยทุกปีมีผู้สูงอายุหกล้มกว่า 30% หกล้มนอกบ้าน 65% หกล้มภายในบ้าน 35% สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการลื่น สะดุด หรือก้าวพลาดบนพื้นระดับเดียวกันสูงถึง 65.4% ตกหรือล้มจากบันไดและขั้นบันได 5.6% และยังมีคนพิการกว่า 2.2 ล้านคน คิดเป็น 3% ของประชากรทั้งประเทศ รัฐบาล จึงจำเป็นต้องสนับสนุนการขับเคลื่อนด้านอารยสถาปัตย์ (Friendly Design)

แนวทางอารยสถาปัตย์จึงเป็นแนวทางที่ สสส. และภาคีเครือข่าย ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชากรทุกกลุ่มสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งจะส่งผลดีทุกมิติ ทั้งคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดและประเทศในระยะยาว

โครงการนี้คือก้าวสำคัญในการยกระดับจังหวัดนครราชสีมาสู่

  • เมืองสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub)
  • การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness Tourism)
  • การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All)

โดยเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ เข้าถึงได้ ใช้ได้จริง ปลอดภัย สำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วย สตรีมีครรภ์ และครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันที่กำหนดให้ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์เป็นวาระสำคัญของประเทศ

นายประเสริฐ รองนายกฯ ได้กล่าว ขอบคุณจังหวัดนครราชสีมา สสส. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดกิจกรรมครั้งนี้ และแสดงความหวังว่างานดังกล่าวจะช่วยจุดประกายให้สังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของอารยสถาปัตย์ และขับเคลื่อนโคราชสู่การเป็น “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล” อย่างยั่งยืนต่อไป


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

พล.ต.อ.ธนายุตม์ฯ รับโล่รางวัลเกียรติคุณ “ต้นแบบ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ด้านสืบสวนปราบปรามดีเด่น” ปี 2568

วันนี้ (วันศุกร์ ที่ 22 ส.ค.68) เวลา 19.00 น. พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เดินทางมารับโล่รางวัลเกียรติคุณ “ตันแบบ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ด้านสืบสวนปราบปรามดีเด่น ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ครบรอบ 60 ปี สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิ ภาคแห่งประเทศไทย โดยมีนายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุมทานตะวัน ชั้น Cross Vibe Bangkok Stinakarin (โรงแรมคิงปาร์ค อเวนิว) ถนนศรีนครินทร์ ซอย 40 เขตประเวศ กทม.