ธีร์ ภูมิธนะวัชร์ นำทีม ตั้ม กรกรรณ /จิ๊บ กัญญลักษณ์ และช่อผกา โสภิพันธ์ เปิดตัว ภาพยนตร์ 3 เรื่อง 3 รส

ธีร์ ภูมิธนะวัชร์ นำทีม ตั้ม กรกรรณ /จิ๊บ กัญญลักษณ์ และ ช่อผกา โสภิพันธ์ เปิดตัว ภาพยนตร์ 3 เรื่อง 3 รส

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ส.ค.2568  หจก.นาวาเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ร่วมกับ วางเวฬา สตูดิโอ จับมือกันสร้างสรรค์ผลงานสุดจึ้ง solf power ถึง 3 เรื่อง 3 รส ได้แก่ ผัดไทยบ๊อกซิ่ง /E13 /และ ปอบ 5g โดยมีดารานักแสดง ระดับต้นๆ ของเมืองไทยมาร่วมแสดงกันอย่างมากมาย โดยทั้ง 2 บริษัท ได้ ตกผลึก งานทั้ง 3 ชิ้นนี้  คาดว่าจะใช้เวลา ผลิตผลงานตั้งแต่ช่วงปลายปี 68 – สิ้นปี 69  น่าจะได้ชมกันอย่างแน่นอน

และที่สำคัญได้นักแสดง มากฝีมืออย่าง เอ พศิน/แอ๊ว อำภา ภูษิต/ครูชาไทย และนักปั้นมือทอง อุ๊บ วิริยะ ที่รันทั้ง 3 เรื่อง จะมีเปิดกอง ผัดไทยบ็อกซิ่ง เป็นเรื่องแรกก่อนในเดือน พฤศจิกายนนี้

  1. เรื่องผัดไทยบ็อกซิ่ง จะเป็นเรื่องของ มวยไทย อาหารและศิลปะวัฒนธรรมของไทย ที่จะสะท้อน ให้คนทั่วโลกได้เห็นถึง ความเป็นไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก ผ่านตัวละครที่คัดสรรค มาอย่างลงตัว โดยการสนับสนุนจาก PK COSMETIC และผู้ใหญ่ใจดีอีกหลายท่าน
  2. เรื่อง E13 หลอนซ่อนตาย จะมีเนื้อหา ความหลอนของที่นั่งในโรงภาพยนตร์ แถว E 13 ถ้าอยากรู้ว่าทำไมถึงหลอนและซ่อนตายแบบไหนรอชมพร้อมกัน
  3. ในส่วนของเรื่อง ปอบ 5G ตำนานผีไทย สู่ยุคสมัยใหม่ เพิ่มความทันสมัยของผี แต่จะมีอะไรพิเศษต้องรอติดตาม

ฝากติดตามผลงานได้เรื่อยๆจากช่องทาง
FB : Nava channel ตั้ม กรกรรณ
Tiktok: Nava entertainment


สุรเชษฐ์ ศิลานนท์ รายงาน

ไก่ย่างควันโขมง ขาย 2 ชั่วโมงเกลี้ยง ลูกค้าต่อคิวซื้อเพียบ สร้างรายได้ให้ครอบครัว

นครนายก – ลูกค้ามาตามควันต่อคิวซื้อไม่ขาดระยะ ไก่ย่างควันโขมงขายเพียงไม้ละ 10 บาทลูกค้าเพียบ บอกร้านนี้อร่อยจริง ร้านเปิดไม่เปิดดูที่ควัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบ้านเลขที่ 158 หมู่ 6 ต. ศรีนาวา อ.เมือง จ.นครนายก ได้มีควันโขมงเหมือนไฟไหม้บริเวณร้านค้าข้างทางแต่พอลองเข้าไปดูที่แท้ย่างไก่กันควันโขมง ใครผ่านไปผ่านมาต้องแวะซื้อ บริเวณบ้านหลังดังกล่าวเปิดเป็นร้านค้าเล็กๆ ติดถนนมีลูกค้าเข้ามาซื้อไก่ย่างกันไม่ขาดระยะเพราะที่นี่มีลักษณะเด่นใช้ควันเรียกลูกค้า จากนั้นได้พบกับนางปองจิต ทองสุข อายุ 59 ปี กำลังย่างไก่วันโขมงโฉงเฉงอยู่ พร้อมเล่าให้ฟังว่า ตนเองอยู่กับลูกๆหลานๆ กัน 4 คน ซึ่งทุกวันก็จะไปซื้อไก่สดเอามาทำไก่ย่าง วันละ 400 – 500 ไม้ ช่วยกันขายเปิดขายตั้งแต่ 3 โมงเย็น จนถึง 5 โมงเย็น ขายมานานกว่า 4 ปี กำไรก็พออยู่ได้พอเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน ที่แปลกและดูน่ากินก็คือไก่ย่างที่เรามัดปลายไม้นั้นไม่ได้ใช้ลวดมัดแต่ใช้ก้านตองมัด เวลาลูกค้าซื้อไม่ต้องไปแกะลวดออกแค่หยับก็ออกแบบง่ายๆ ไม่เป็นอันตรายด้วย ลูกค้าที่มาซื้อเค้าจะรู้กันดีถ้าวันไหนมีควันแสดงว่าร้านเปิดแต่ที่ร้านก็ไม่เคยหยุดนอกจากจะมีธุระจำเป็นจริงๆ

จากการสอบถามลูกค้าหลายคนพูดเป็นคำเดียวกันเลยว่าร้านไก่ย่างร้านนี้อร่อยและถูกมีเอก ลักษณ์เฉพาะตรงที่มีควันนี่แหล่ะ บางวันลูกค้าก็มาตามควันบางวันก็มาตามกลิ่นที่สำคัญร้านไก่ย่างร้านนี้ขายไม่แพงขายเพียงแค่ไม้ละ 10 บาททุกไม้ และไม้เสียบไก่ก็ไม่ต้องไปแกะลวดมัดตรงหัวให้เสียเวลา ปกติร้านไก่ย่างทั่วไปจะใช้ลวดมัดแต่ร้านนี้ใช้ก้านตองมัดแทนลวดไม่ต้องกลัวลวดทิ่มมือ ถ้าใครอยากจะมาซื้อก็สังเกตง่ายๆ วันไหนถ้าร้านไม่เปิดควันก็จะไม่มีก็ต้องอดกินของอร่อย แต่ถ้าวันไหนร้านเปิดก็จะเห็นควันโขมงโฉงเฉง และก็ได้กินไก่ย่างของอร่อยในย่านนี้


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยเมียนมา จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เพื่อดำเนินการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ

สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยเมียนมาจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เพื่อดำเนินการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ดำรงตำแหน่งต่อไปอีกหนึ่งสมัยตามระเบียบข้อบังคับของสมาคมฯ โดยมีคณะกรรมการบริหารของสมาคมฯ และประธานสาขาสมาคมฯ ทั่วราชอาณา จักรไทย มาร่วมในการประชุม จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุม กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพ มหานคร

ผลการเลือกตั้งนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยเมียนมา ปรากฏผลว่า ที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้พลเอก วิชิต ยาทิตย์ ดำรงตำแหน่งเป็นนายกของสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยเมียนมาต่อไปอีกหนึ่งสมัย นอกจากการประชุมเพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมแล้วได้แต่งตั้งประธานสาขาสมาคมแต่ละจังหวัด

ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้มีการปรึกษาหารือในเรื่องการจัดระเบียบต่างๆ ของสมาคมให้มีความเรียบ ร้อยมากขึ้น โดยเน้นให้มีความร่วมมือกับประเทศเมียนมาชาติเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิดในทุกระดับ และจะส่งเสริมให้สาขาสมาคมทั่วประเทศ ได้จัดกิจกรรมซึ่งจะนำประโยชน์มาสู่สังคมส่วนรวมให้มากขึ้น โดยในช่วง 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงหลังเทศกาลเข้าพรรษา ก็จะจัดให้มีการทอดกฐินของสมาคม พร้อมกับนำสิ่งของช่วยเหลือไปแจกจ่ายให้กับ เด็กนักเรียน และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือต่อไป


ข่าว-ภาพ กัปตันปีเตอร์ สมบูรณ์เจริญ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

กมธ.การทหารฯ ประชุมหารือการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคง ณ กอ.รมน.เขตดุสิต กรุงเทพฯ

กมธ.การทหารฯ ประชุมหารือการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคง ณ กอ.รมน.เขตดุสิต กรุงเทพฯ

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00-12.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เดินทางไปศึกษาดูงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง, ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ รองประธาน, คนที่สาม นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการและโฆษก นางสาวนวลนิจ หงส์วิวัฒน์ รองเลขานุการ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด ประ ธานที่ปรึกษา, นางสาววิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์กรรมาธิการ พร้อมด้วยที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ นักวิชา การ เลขานุการ และคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม

ซึ่งได้รับการต้อนรับจากพลเอก ธงชัย รอดย้อย เลขาธิการ กอ.รมน. กับคณะผู้บริหาร กอ. รมน. รวมถึงที่ปรึกษากระทรวงมหาดไทยด้านความั่นคง และผู้แทนจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมประชุมหารือเกี่ยวกับผลการบังคับใช้และแนวทางการแก้ไขกฎหมายความั่นคง ดังนี้

1.ผลการดำเนินงานของ กอ.รมน.ตามพระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ของ กอ.รมน.ในปัจจุบันมีตัวชี้วัดเพื่อสะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ของงานที่สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลทั้งปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาการแก้ไขยาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมและปัญหาที่ส่งผลต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมอันกระทบกับความมั่นคงของชาติ นอกจากนี้ กอ.รมน.ได้มีการมอบหมายให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการปรับปรุงแก้กฎหมายหรือโครงสร้างเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภารกิจการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ทั้งนี้คณะกรรมาธิการมีข้อสังเกตว่า กอ.รมน.ถือว่าเป็นองค์กรด้านอำนวยการและประสานงานอย่างบูรณาการของทุกหน่วยงานความมั่นคงให้ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงควรปรับเฉพาะบางเรื่องที่ยังเห็นว่ามีข้อจำกัดหรือไม่สอดคล้องกับภารกิจตามกฎหมาย

2.ผลการดำเนินงานของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติตามพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2559 ที่เป็นองค์กรหลักด้านความมั่นคงในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ รวมถึงวางแผนระดับชาติ ประเมินภัยคุกคามเพื่อให้การแก้ไข การป้องกัน การปราบปรามภัยด้านความมั่นคงต่าง ๆ ของหน่วยปฏิบัตินำไปดำเนินการในทิศทางที่สอดรับกันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ เช่น พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 พระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้พ.ศ. 2553 เป็นต้น ตลอดจนการดำเนินให้หน่วยงานของรัฐฝ่ายความมั่นคงขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ แผนบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง แผนปฏิบัติการด้านการธำรงรักษาสถาบันหลักของชาติ แผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย แผนการสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ แผนปฏิบัติการด้านบริหารจัดการชายแดนด้านความมั่นคง นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แผนเตรียมพร้อมแห่งชาติและแผนบริหารวิกฤตการณ์

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการมีข้อสังเกตว่า สมช. ถือว่าเป็นองค์กรหลักด้านความมั่นคงของประเทศในการทำหน้าที่กำหนดทิศทางนโยบาย เสนอแนะยุทธศาสตร์ แนวทางและมาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคง การจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ การติดตาม ประเมิน วิเคราะห์ และแจ้งเตือนสถานการณ์ที่เป็นภัยคุกคามในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานของรัฐด้านความมั่นคงไปปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จความมั่นคงของประเทศ จึงควรพิจารณาแนวทางพัฒนาระบบกลไกโครงสร้างงานความมั่นคงที่เป็นอยู่ในปัจจุบันทั้งกฎหมายและโครงสร้าง ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในปัจจุบันที่จัดแบ่งเป็นหน่วยงานในระดับนโยบาย หน่วยงานระดับอำนวยการประสานงาน และหน่วยปฏิบัติที่หลายหน่วยงานกับหลายภารกิจที่ยังมีความทับซ้อนกันทั้งบทบาทหน้าที่บุคลากร กฎหมาย งบประมาณและเครื่องมือปฏิบัติงาน สมช.อาจพิจารณาภาพรวมเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและในอนาคตเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนที่เปิดกว้างสู่สาธารณะและรองรับภัยคุกคามความมั่นคงได้อย่างรอบด้าน

3.กระทรวงมหาดไทยได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจ อำนาจ และหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงภายในในการบังคับใช้พระราชบัญญัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2540 กับการบริหารจัดการการรักษาความมั่นคงภายในร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องและปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานการรักษาความมั่นคงภายในและข้อเสนอการแก้ไขปัญหา ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีอาสารักษาดินแดน (อส.) ตามพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 ประมาณ 27,000 คน และประมาณร้อยละ 40 อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) กล่าวคือประชาชนหรือราษฎรอาสาสมัครในพื้นที่ที่ผ่านการฝึกอบรมและรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน โดยได้รับการแต่งตั้งจากนายอำเภอให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และให้เป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ปัจจุบันมีประมาณ 670,000 คน เป็นผู้ที่ช่วยเหลือกระทรวงและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่เป็นกลไกสำคัญของการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่นั้น

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการมีข้อสังเกตว่า กระทรวงมหาดไทยควรผลักดันและขับเคลื่อนโครงการที่ครอบคลุมการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนในระดับพื้นที่หรือการปกครองท้องที่ที่มีอาสารักษาดินแดน (อส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เป็นกลไกสำคัญอย่างเข็มแข็ง รวมถึงขอให้เข้าไปตรวจสอบการดำเนินงานและการบริหารจัดการ อส.และชรบ.ให้มีความโปร่งใสเพื่อป้องกันไม่ให้ อส.และชรบ.ถูกเจ้าหน้าที่ที่ไม่สุจริตเอาเปรียบหรือกระทำการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดด้วย

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับไปจาก กอ.รมน. สมช. และมท. ไปพิจารณาดำเนินการและสนับสนุนภายใต้กรอบบทบาท หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธการการทหารและความมั่นคงของรัฐตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่อไป


กิจกรรมการนำเสนอนิทรรศการในพิธีประดับยศ ว่าที่ร้อยตรีให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 5 ประจำปี 2568”

กิจกรรมการนำเสนอนิทรรศการ หัวข้อ การช่วยเหลือสังคมของนักศึกษาวิชาทหาร และการบรรเทาสาธารณภัย เนื่องในพิธีประดับยศว่าที่ร้อยตรีให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 5 ประจำปี 2568”

วันที่ 21 ส.ค. 2568 พล.ต.จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผบ.มทบ.37 / ผอ.ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 ได้มอบหมายให้ พ.ท.ปณิธาน จตุรโพธิ์ ผบ.นฝ.นศท.มทบ.37 พร้อมด้วย กพ.ครูฝึก (น.1, ส.2) นำ นศท.จิตอาสาพระราชทาน (มัคคุเทศก์/ไซเบอร์) ชั้นปีที่ 3 จาก รร.เทศบาล 6 นครเชียงราย จำนวน 2 นาย เป็นตัวแทน ทภ.3 ในการทำภารกิจบรรยายนำเสนอนิทรรศการ (บอร์ด, สื่อวีดิทัศน์) แสดงสรุปผลการปฏิบัติหน้าที่ของ นศท. หัวข้อที่ 5.1 “การช่วยเหลือสังคมของ นศท. และการบรรเทาสาธารณภัย” (การมีส่วนร่วมของ นศท.จิตอาสาพระราช ทาน ในกิจกรรมจิตอาสาภัยพิบัติในห้วงฟื้นฟูเยียวยาและห้วงเตรียมการรับมือเผชิญเหตุ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2567 จนถึงปัจจุบัน) เนื่องในพิธีประดับยศว่าที่ ร.ต. ให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 5 ประจำปี 2568 ณ บริเวณโถงทางเข้า ชั้น 2 สโมสรทหารบก (ส่วนกลาง) ถ.วิภาวดี เขตพญาไท จว.ก.ท. โดยมี พล.อ.วสุ เจียมสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก กรุณามาเป็นประธานในพิธีฯ และเยี่ยมชมนิทรรศการและรับฟังการบรรยายนำเสนอเพื่อกรุณาทราบ

ในการนี้ กิจกรรมฯ มีความมุ่งหมาย เพื่อนำเสนอสรุปผลการดำเนินงานทั้งหมดของ นศท. จาก ศศท. , ศฝ./นฝ.นศท.มทบ. และตัวแทนสถานศึกษาวิชาทหารต้นแบบที่ได้รับคัดเลือก ที่มีส่วนในการสร้างเสริมมาตรฐานคุณภาพแก่ นศท. และสังคมเยาวชนรุ่นใหม่ ในการขับเคลื่อนสังคมและสนับสนุนภารกิจของกองทัพบกในหลากหลายมิติ ในฐานะกำลังสำรองและอนาคตของชาติที่เปี่ยมด้วยจิตสำนึกพลเมืองคุณภาพ และมีอุดมการณ์ความรักชาติและความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติอย่างยั่งยืนสืบไป

#กองทัพภาคที่3 🇹🇭 #ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่37 โดยหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่37 #รดเจียงฮาย

#รดจิตอาสา #รดNewGen #newgenทภ3


นที มีเดช รายงาน

ทม.น่าน มอบเงินเยียวยา รอบแรก 35,128,000 ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากพายุ” วิภา” 30 ชุมชน 6,273 หลังคาเรือน

น่าน – เทศบาลเมืองน่านมอบเงินเยียวยา รอบแรก 35,128,000 ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากพายุ” วิภา” 30 ชุมชน 6,273 หลังคาเรือน ๆ ละ 5,600 บาท รอลุ้นเงินเยียวยาจากรัฐบาล 9,000 และค่าล้างโคลน 20,000 ว่าจะได้เหมือนปี 2567 หรือไม่ ผู้ที่ชื่อตกหล่น ยังไม่ได้ไม่ได้แจ้งข้อมูล หรือผู้ที่คัดค้านสามารถยื่นคำคัดค้านได้ที่เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่าน ภายใน วันที่ 31 สิงหาคม 2568 เพื่อขอรับเงินเยียวยาในรอบต่อไป

22 ส.ค.68 เทศบาลเมืองน่าน นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ได้มอบหมายให้ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ บุคลากรของสำนักงานเทศบาลเมืองน่าน ลงพื้นที่ น่านมอบเงินเยียว ยา รอบแรก 35,128,000 ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากพายุ” วิภา” 30 ชุมชน 6,273 ครัวเรือน ๆ ละ 5,600 บาท ที่ได้ความเสียหายจากพายุ” วิภา” เมื่อ 22- 24 สิงหาคม 2568 เท่าที่มีการจดบันทึกประวัติศาสตร์มา เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งแรกในพ.ศ. 2360 สมัยของเจ้าสุมนเทวราช จึงได้ย้ายเมืองไปอยู่ทางทิศเหนือ บริเวณดงพระเนตรช้าง มีวัดสถารศ บ้านสถารศ เป็นวัดหลวงประจำหัวเวียงเหนือ ซึ่งถือว่าเป็น พื้นที่พ้นน้ำท่วม เมื่อ 208 ปีล่วงมาแล้ว ไปอยู่หวเวียงเหนือ หลังจากไม่ปรากฎว่ามีน้ำท่วมสูงอีกเลย ถัดมาอีก36 ปีจึงย้ายกลับมาหัวเวียงใต้ เรียกว่าบ้านหัวเวียงใต้ เมื่อปี พ.ศ.2397 สมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เกิดน้ำท่วมน่านครั้งนี้จึงถือว่าสูงสุดรอบ 200 ปี น้ำท่วม 30 ชุมชน ที่ไม่ท่วมคือ ชุมชนบ้านมหาโพธิ์ ชุมชนบ้านสถารศ ชุมชนบ้านมหาโพธิ์ ชุมชนบ้านช้างเผือก เราเรียกหัวเวียงเหนือ

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวว่า การมอบเงินและให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย พายุวิภา ในพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองน่าน 30 ชุมชน เทศบาลเมืองน่าน ได้รวบรวมเงินของเทศบาลเมืองน่าน งดจัดงานแข่งเรือประเพณีประจำปี 2568 ยกเลิกการพาหัวหน้าชุมชนเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลไปศึกษาดูงานต่างจังหวัด และงบประมาณปี 68 จำนวน 9 ร้าน และขออนุมัติสภาเทศบาลเมืองน่าน ขอใช้เงินสะสม 16 ล้าน รวมเป็น 25 ล้าน ได้เงินทดรองราชการจากผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน 10 ล้าน รวมเป็น 35 ล้าน เพื่อนำมามอบให้พี่น้องชาวจังหวัดน่านในเขตเทศบาลเมืองน่าน ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ “วิภา” เมื่อ 22 – 24 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

ขอให้กำลังใจพี่น้องประชาชนทุกหลังคาเรือน และเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายดำเนินการอย่างโปร่งใส ถูกต้อง และเป็นธรรมรวดเร็ว เพื่อให้ความช่วยเหลือมอบถุงยังชีพ เงินเยียวยาให้ถึงมือพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็ว ตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดน่านและนายกเทศมนตรีเมืองน่าน ประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา ไปรับเงิน ณ สถานที่ตามกำหนดการ ระหว่างวันที่ 20-22 ส.ค.68 โดยเตรียมจัดเตรียมเอกสารดังนี้ 1.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 2.กรณีไม่สามารถมารับเงินด้วยตัวเอง ให้ใช้เอกสารมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบ และอากรแสตมป์ 10 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ประธานกรรมการชุมชนทุกชุมชน

สำหรับผู้ที่ชื่อตกหล่น ยังไม่ได้ไม่ได้แจ้งข้อมูล หรือผู้ที่คัดค้านคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จำนวนเงินค่าเยียวที่จะได้รับไม่ตรง สามารถยื่นคำคัดค้านได้ที่เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่าน ภายใน วันที่ 31 สิงหาคม 2568 เพื่อขอรับเงินเยียวยาในรอบต่อไป

ชาวเมืองน่านในเขตเทศบาลเมืองน่าน ต่างรอลุ้นว่าจะได้รับเงินเยียวยา ให้ นายทรงยศ รามสูต สส.น่าน เขต 1 สว.มังกร ศรีเจริญกูล ได้ช่วยอภิปรายข้อปรึกษาหารือ คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติให้จ่ายเงินค่าเยียวยา รายละ 9,000 บาท ค่าล้างบ้านล้างโคลนตม 20,000 บาท ขอให้มีการขุดลอกลำน้ำน่าน ตลอดสาย และ ฝากถึคณะรัฐมนตรี ขอให้ลื้อถอนเขื่อนธงน้อย ชาวน่านตั้งข้อสังเกตเขื่อนธงน้อย บ้านคอวัง มีส่วนทำให้น้ำลดลงช้าและท่วมขังนานกว่าปกติ
หลังจากมีน้ำท่วมใหญ่เมืองน่าน ตั้งแต่ 26 มิ.ย.54 จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองน่าน ที่มีน้ำท่วมขังสูงต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ประชาชนในย่านใจกลางเมือง ได้รับผลกระทบอย่างมาก และเกิดคำถามว่าน้ำท่วมครั้งนี้ ทำไมจึงระบายลงสู่แม่น้ำน่านได้ช้ากว่าปกติ ก็ยังเกิดน้ำท่วมขังในหลายชุมชน ตั้งข้อสังเกตว่า เขื่อนธงน้อย ที่บ้านคอวัง ต.กองควาย อ.เมืองน่าน น่าจะมีส่วนขวางทางน้ำ ทำให้น้ำในแม่น้ำน่านระบายลงทิศใต้ได้ช้า เนื่องจากว่าปริมาณน้ำมีจำนวนมากมากกว่าเดิม แต่เมื่อถึงเขื่อนธงน้อย ซึ่งสร้างขวางทางน้ำในแม่น้ำน่านไว้ และมีประตูระบายน้ำเพียง 5 ประตู ทำให้เกิดลักษณะเหมือนคอขวด และเมื่อเศษวัสดุต้นไม้กอไผ่ไหลมา น้ำจึงระบายลงสู่ทางทิศใต้ได้ช้า จนเอ่อท่วมขังอยู่นานกว่าปกติ ลักษณะที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำน่านมีจำนวนมาก และจะไหลลงสู่ทางทิศใต้ ไปทางอำเภอเวียงสา ซึ่งจะต้องผ่านเขื่อนธงน้อย คล้ายกับรถที่วิ่งอยู่หลายเลน แต่เมื่อมวลน้ำไหลมาถึงเขื่อนธงน้อย ซึ่งแคบเหมือนคอขวดเป็นกำแพงขวางกั้นมวลน้ำไว้ยิ่งมีเศษวัสดุมาช่วยปิดประตู มีเพียงประตูระบายน้ำ 5 ประตู ก็เป็นเหมือนการลดช่องจราจรของน้ำ ให้แคบลง ลักษณะเหมือนเข้าคอขวด ทำให้น้ำระบายได้ช้าจึงล้นตลิ่งไหลออกทางข้าง จึงเป็นไปได้ว่าเขื่อนธงน้อย มีส่วนในการทำให้เกิดน้ำลดระดับได้ช้า และท่วมขังในเขตเทศบาล ชุมชน ขนาดได้รับเงินเยียวยาแค่ 5,600 บาท มันไม่คุ้มกับความเสียหายที่ได้รับ สิ่งของมีค่าของเก่า ของโบราณ เอกสารข้าราชการ ตำราของนักเรียน เครื่องคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ที่เก็บข้อมูลสำคัญ รถยนต์เสียหายหนัก จักรยานยนต์ กำแพงบ้าน ซึ่งเบิกไม่ได้
ธรรมดาประชาชนเซ็นชื่อได้รับเงินมีแต่ยิ้มแย้ม แต่ครั้งนี้เซ็นรับค่าเยียวยาหน้าตาแต่ละคนมีแต่ความเศร้า


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

ทต.อุโมงค์ เตรียมพร้อมจัดงานสืบสานวัฒนธรรมปิงห่าง – ไส้อั่วหละปูน ครั้งที่ 21 ช่วงปลายปีนี้

เทศบาลตำบลอุโมงค์ เตรียมพร้อมจัดงานสืบสานวัฒนธรรมปิงห่าง – ไส้อั่วหละปูน ครั้งที่ 21 ช่วงปลายปีนี้

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมอาคารป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลอุโมงค์ ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เทศบาลตำบลอุโมงค์ นำโดยนายขยัน วิพรหมชัย นายกเทศมนตรีตำบลอุโมงค์ เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดงานสืบสานวัฒนธรรมปิงห่าง – ไส้อั่วหละปูน ครั้งที่ 21 มีนายภัตติพงศ์ ขัดลิ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ผู้แทนจากสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน สื่อมวลชนและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

การประชุมในวันนี้ เป็นการหารือพิจารณาเกี่ยวกับรายละเอียดและรูปแบบกิจกรรม ในการจัดงานโดยจะมีการเน้นความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นศิลปวัฒนธรรมและวิถีชุมชน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุง แก้ไข รวมไปถึงการหลีกเลี่ยงตามข้อจำกัดในด้านต่างๆ ซึ่งเบื้องต้นเทศบาลตำบลอุโมงค์ ได้กำหนดจัดงานสืบสานวัฒนธรรมปิงห่าง – ไส้อั่วอุโมงค์ หละปูน ครั้งที่ 21 ระหว่าง วันที่ 26 – 30 ธันวาคม 2568 ณ ข้างลำน้ำ ปิงห่างเทศบาลตำบลอุโมงค์ อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน

การจัดงานครั้งนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชน และจังหวัดลำพูน สร้างรายได้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าชุมชน อนุรักษ์ และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เผยแพร่ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปได้ อันจะนำมาซึ่งรายได้ และเศรษฐกิจของชุมชนเข้มแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่อง


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 ติดตามการดำเนินงานก่อสร้างพนังชั่วคราวกึ่งถาวร อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามการดำเนินงานก่อสร้างพนังชั่วคราวกึ่งถาวร อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ขณะที่ เจ้าอาวาสวัดใหม่ศรีร่มเย็น พร้อมคณะจิตศรัทธาประชาชน นำแฮมเบอร์เกอร์ เครื่องดื่ม รังนก ซุปไก่สกัด เครื่องซักผ้า มอบให้กับทหารช่าง

ใกล้เข้ามาแล้ว ก่อนปิดภารกิจก่อสร้างพนังชั่วคราวกึ่งถาวร อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยทหารช่าง ทหารกล้าคนเก่งของเรา ทั้งนี้ภารกิจจะจบสิ้นภายในวันที่ 25 สิงหาคม 2568

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามการดำเนินงานก่อสร้างพนังชั่วคราวกึ่งถาวร เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของภารกิจสำคัญที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยเหล่าทหารช่างผู้กล้าหาญกำลังเร่งมือปฏิบัติภารกิจก่อสร้างพนังกั้นน้ำชั่วคราวกึ่งถาวร เพื่อปกป้องพื้นที่และประชาชนจากภัยน้ำท่วม ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทหารช่างได้ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยภายใต้สภาพอากาศที่ท้าทาย เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามกำหนด และในที่สุด ภารกิจครั้งนี้ก็ใกล้จะสำเร็จลุล่วง โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 25 สิงหาคม 2568 นี้

การก่อสร้างพนังกั้นน้ำครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและเสียสละของทหารหาญไทย ที่พร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์

รู้ว่าทุกคนเหนื่อยมาก ทำงานตั้งแต่เช้า หลายวันทำงานตั้งแต่ 09.00 น. เช้า ถึง เที่ยงคืน บางวันแดดร้อนมาก บางวันฝนก็ตก….ตัวต้องแช่อยู่ในน้ำ ร่างกายต้องอยู่กับโคลนและสิ่งสกปรก หลายคนเริ่มเป็นโรคผิวหนัง ด้าน พระอาจารย์เอกชัย สิริญาโณ เจ้าอาวาสวัดใหม่ศรีร่มเย็น ตำบลห้วยซ้อ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย พร้อมคณะจิตศรัทธาประชาชน นำแฮมเบอเกอร์ รังนก ซูปไก่สกัด และจัด เครื่องซักผ้าจำนวน 2 เครื่อง พร้อมกางเกงชั้นใน อีก จำนวน 600 ตัว มอบให้แก่กำลังพลทหารช่างที่มาดำเนินการภารกิจก่อสร้างพนังชั่วคราวกึ่งถาวร อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พร้อมทั้งเพิ่มอาหารมื้อค่ำช่วงเวลา 21.00 น. ของทุกวันเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับความเสียสละของเหล่าทหารที่ต้องทำภารกิจในครั้งนี้


นที มีเดช รายงาน

D.J. นก เสรี ทองคู่ นำประสบการณ์เล่าสู่บทบาทและสิ่งที่ต้องพบเจอในการเป็น “พิธีกร”

D.J. นก เสรี ทองคู่ นำประสบการณ์เล่าสู่บทบาทและสิ่งที่ต้องพบเจอในการเป็น “ พิธีกร ”

อีก 2 ปีข้างหน้า พ.ศ. 2570 บุคลากรที่มากความสามารถอีกท่านหนึ่งของกองทัพภาคที่ 3 ที่จะเกษียณอายุราชการ เป็นทั้งนักจัดรายการ พิธีกรที่มากความสามารถ ด้วยเสียงที่สุขุมนุ่มลึกก้องกังวาลในทุกครั้งที่ได้จับไมค์ รวมถึงล่าสุดเกือบ 8 ปีที่ผ่านมา ได้คุมบังเหียน งานด้านประชาสัมพันธ์ของศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ส่งต่อข่าวสารให้ประชา ชนทั่วภาคเหนือได้รับรู้ภารกิจของเหล่าจิตอาสาพระราชทาน ให้ผู้คนมากมายได้รับการช่วยเหลือ ได้ต่อชีวิตจากอาการป่วย ได้มีบ้านที่ปลอดภัยและอบอุ่นอาศัย ในวันนี้ ได้มาเล่าสู่ข้อคิดจากประสบการณ์ของการเป็น “ พิธีกร ” จะเป็นใครไปไม่ได้คือ พันโท เสรี ทองคู่ นักจัดรายการชื่อดังของสถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพภาคที่ 3 และสวมหมวก รองหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3

พันโท เสรี ทองคู่ รองหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3
เผยว่า ในการทำหน้าที่พิธีกรบ่อยครั้งที่วันจริงไม่เหมือนวันซ้อม เปลี่ยน ลด ปรับ เพิ่ม ลำดับพิธี อ่านชื่อบุคลในงานไม่ถูกต้อง ตำแหน่งผิดพลาด ต้องพบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และต้องแก้ไขเหตุการณ์เหล่านี้ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี เมื่อถึงเวลาแล้ว ประธานหรือผู้พูดยังมาไม่ถึงหน้าที่ของพิธีกรจะต้องไม่ให้เกิดความเงียบบนเวที ถ้าเลยเวลาไม่นากนัก พิธีกรก็อาจจะพูดชี้แจงรายละเอียดต่างๆรวมทั้งอาจจะมีเรื่องราวมาเล่าถ่วงเวลาไว้ก่อน แต่ถ้านาน จนผู้ฟังเริ่มกระสับกระส่าย อาจจะจัดกิจกรรมให้ผู้ฟังได้เคลื่อนไหวบ้าง เช่น การปรบมือ หรือการมีส่วนร่วม ขณะเดียวกันต้องรีบให้ฝ่ายจัดงานเร่งแก้สถานการณ์ทันที

เมื่อเครื่องเสียงไม่เป็นใจ แปลกแต่จริงเครื่องเสียงโดยเฉพาะไมค์โครโฟน เวลาทดสอบก็ดูจะให้ความร่วมมือดี แต่พอถึงเวลาเอาจริงก็มักจะมีเสียงหอน…พูดแล้วเสียงขาดหาย…พูดแล้วไม่มีเสียงออกพิธีกรต้องยิ้มเข้าไว้และเมื่อทุกอย่างปกติก็อาจจะใช้ละลาการพูดช่วยคลี่คลายบรรยากาศ เช่น มีอยู่ครั้งหนึ่งผู้เขียนไปทำหน้าผู้เขียนไปทำหน้าที่พิธีกรในการอบรมสัมมนา ซึ่งมีวิทยากรพิเศษมาให้การบรรยาย พอถึงเวลาปรากฏว่าไมค์โครโฟนใช้ไม่ได้ เป็นอยู่พักใหญ่กว่าจะแก้ไขได้เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย พิธีกรควรพูดนำร่องก่อนเชิญวิทยากรขึ้นพูดว่า “แหม วันนี้พวกเรารอคอยมานานกว่าจะได้คิวจากท่านวิทยากรเพราะเรื่องราวที่ท่านจะพูดคุยกับพวกเราเป็นเรื่องที่ Hot ที่สุด ไม่นึกเลยว่าไมค์โครโฟนจะตกใจเพราะความ Hot จนสายไหม้่ก่อนที่ท่านวิทยากรจะได้พูดเสียอีก (ฮา…) ขณะนี้ไมค์โครโฟนก็ปรับตัวเรียบร้อยแล้ว ขอเรียนเชิญท่านวิทยากรในลำดับนี้เลย

เมื่อพิธีกรอ่านข้อความผิด

“สี่เท้ารู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง” เป็นความจริงเสมอ ถึงแม้ว่าท่านจะเชี่ยวชาญเพียงใดโอกาสพลาดย่อมมี และเมื่อเป็นเช่นนี้ท่านจะทำอย่างไร สิ่งที่อยากจะแนะนำก็คือท่านต้องตั้งสติให้ดี หากอ่านผิดก็ให้เอ่ยคำว่า “ขออภัย” ไม่ใช่ “อุ๊ย ขอโทษ” หรือเงียบ บางกรณีอาจต้องใช้ไหวพริบ เช่น มีอยู่คราวหนึ่งได้เป็นพิธีกรโดยในงานมี คุณชาญศักดิ์ ชวลิตนิติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี มาร่วมงานด้วย ก็ตั้งใจจะเอ่ยชื่อท่าน แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบกลับพูดว่า “…นอกจากนี้ก็มีคุณวิสิทธิ์ ชวลิตนิติธรรม เอ่ยชื่อคุณพ่อของท่านแทน…” พอพูดออกไปแล้วจึงนึกได้ว่าพลาดไปแล้ว ก็เลยรีบแก้ไขทันทีว่า ” …นายกสมาคมสว่างบริบูรณ์ฯกำลังเดินทาง แต่ขณะนีุ้คุณชาญศักดิ์ ชวลิตนิติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี ในฐานะคนของประชาชนเดินทางมาถึงก่อน”

เมื่อผู้ฟังออกอาการ…ไม่ฟัง…เบื่อ…หลับ

ในงานบางงานผู้ฟังหรือผู้ชมก็ช่างไม่ให้ความร่วมมือเสียเลย ต้องใช้วิธีดึงความสนใจตามสถานการณ์ อาจจะให้ผู้ฟังลุกขึ้นขยับแข้งขาด้วยการออกกำลังกายดูบ้างก็ช่วยได้มาก

เมื่อต้องเป็นพิธีกรจำเป็น

อันที่จริงเราก็คุ้นเคยกับการเป็นพิธีกรกันอยู่แล้ว แต่เคยเจอสถานการณ์ ต้องเป็น “พิธีกรจำเป็น” คือในงานบางงานเราไปในฐานะผู้ร่วมงานแต่พอถึงเวลาเจ้าภาพจะเข้ามาบอกว่า “ช่วยหน่อยนะ ช่วยเป็นพิธีกรให้พี่หน่อย” ถ้าถามความรู้สึกจริงๆ ก็ลำบากใจกับเหตุการณ์แบบนี้ แต่วิธีแก้ไขก็ต้องยิ้มเข้าไว้ การปฏิเสธคงเป็นไปได้ยาก แล้วรีบสอดส่ายสายตาหาบุคคลที่สามซึ่งเป็นผู้ที่คุ้นเคยกับการพูดให้พูดแทนโดยอาจจะแนะนำเจ้าของงานว่า “วันนี้ตั้งใจมาแสดงความยินดีกับพี่แล้วก็จะรีบกลับ เพราะติดงาน(แล้วแต่จะอ้างให้ดูสมเหตุสมผล) จะอยู่พูดให้ได้ไม่ตลอดพี่ลองไปเชิญคุณ… ช่วยพูดดีไหม นั่นไง นั่งอยู่ตรงนั้น” แล้วก็ทำท่าทางให้ดูเร่งรีบเพื่อขอตัวกลับ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็ต้องทำใจ…..ช่วยกันหน่อยก็แล้วกัน คิดเสียว่า หากเขาไม่ไว้ใจเราเขาก็คงไม่ให้เราเป็นพิธีกร เพราะฉะนั้นก็ตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุดก็แล้วกัน… แต่็ก็หวังว่าอย่าได้เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยนักเลย

ทั้งหมดที่เล่าสู่กันฟังนี้ เป็นเพียงปัญหาเฉพาะหน้าที่พิธีกรทุกคนมักจะต้องมีโอกาสพบบ่อยที่สุด ความจริงยังมีปัญหาปลีกย่อยอีกมากมาย แต่เลือกเฉพาะปัญหาที่ท่านจะมีโอกาส พบมากที่สุดมาฝากไว้


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 รับมอบสิ่งของจากพื้นที่ภาคเหนือ ส่งต่อบำรุงขวัญกำลังใจให้ กำลังพลที่ออกปฏิบัติภารกิจสนามชายแดนไทย – กัมพูชา

แม่ทัพภาคที่ 3 รับมอบสิ่งของจากภาคเอกชน ภาคประชาชน พื้นที่ภาคเหนือ ส่งต่อบำรุงขวัญกำลังใจให้ กำลังพลที่ออกปฏิบัติภารกิจสนามชายแดนไทย – กัมพูชา

ที่ บริเวณห้องโถง กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับคณะ ดร.พิศลยา บัวแก้ว บริษัท โสรยา โมเดิร์นไลฟ์ จำกัด พร้อมผู้แทน หลักสูตรพัฒนา สัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 และรศ.เดชา นาวานุเคราะห์ หัวหน้าจิตอาสา 904 จังหวัดพิษณุโลก ในโอกาสที่เดินทางมาเยี่ยม เพื่อส่งมอบกำลังใจกำลังพลที่ออกปฏิบัติภารกิจสนามชายแดนไทย – กัมพูชา พร้อมสนับสนุนสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นและอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน ผ่านกองทัพภาคที 3 ไปยังชุดปฏิบัติการทหารช่างของหน่วยที่ไปสนับสนุนกองทัพภาคที่ 2 โดย แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ส่งมอบให้กับ พันเอก เฉลิมชาติ สุขเกษ รองผู้บังคับการกรมทหารช่างที่ 3 ซึ่งจะเดินทางไปส่งมอบในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ถึงมือกำลังพลพื้นที่ปฏิบัติงาน

ในโอกาสนี้ คณะ ดร.พิศลยา บัวแก้ว บริษัท โสรยา โมเดิร์นไลฟ์ จำกัด พร้อมผู้แทน หลัก สูตรพัฒนา สัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 และรศ.เดชา นาวานุเคราะห์ หัวหน้าจิตอาสา 904 จังหวัดพิษณุโลก ได้เดินทางไปเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลที่บาดเจ็บและเข้ารักษา ณ โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มี พลตรี ปิยลาภ วสุวัต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้การต้อนรับ ซึ่งช่วยสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

ต่อมาเวลา 10.00 น.ณ บริเวณห้องโถง หน้าห้องรับรอง 2 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับคณะจาก บริษัท นันยางการ์เม้นท์ จำกัด สาขาพิจิตร ในโอกาสเข้ามอบ เครื่องอุปโภคบริโภค ของใช้จำเป็น รวมถึงสิ่งของสมทบจากพนักงานและพื้นที่ใกล้เคียง แก่กองทัพภาคที่ 3 เพื่อส่งต่อไปสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ บำรุงขวัญกำลังใจแก่ทหารหาญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยสิ่งของที่มอบให้ในครั้งนี้ จะนำส่งไปสู่ถึงหน่วยของกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่หน้าแนว ซึ่ง แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กล่าวขอบคุณแทนกำลังพลแนวหน้า ในสิ่งที่มอบสัญญลักษณ์แทนความห่วงใยของพี่น้องชาวไทย นับเป็นกำลังใจที่ดีและเป็นสิ่งที่ทหารซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนพี่น้องไทยทุกนาย ต่างรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจทุกภาคส่วนเป็นอย่างยิ่ง

จากนั้น พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 และ พันเอก หญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ได้เดินทางมายัง กรมทหารราบที่ 7 ค่ายกาวิละ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับมอบสิ่งของจากหน่วยงานทุกภาคส่วน บริษัทเอกชน สมาคม ห้างร้าน กลุ่มบุคคล ตลอดจนประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และพื้นที่ใกล้เคียง ที่ได้ร่วมกันแสดงน้ำใจ จัดหาสิ่งของที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี พันเอก ยอดชาย พวงวรินทร์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 7 พร้อมด้วย คุณ ชวนขวัญ พวงวรินทร์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กรมทหารราบที่ 7 และกำลังพลกรมทหารราบที่ 7 ร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในแนวหน้า รับมอบสิ่งของจากผู้มีจิตศรัทธาทุกภาคส่วน และได้กล่าวขอบคุณในความเสียสละ ความตั้งใจ และความร่วมมือที่ได้ร่วมกันสนับสนุนกองทัพบก อันจะเป็นกำลังใจสำคัญแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องประเทศชาติต่อไป


นที มีเดช รายงาน