ปธ.คปษ.ทบ. ร่วมพิธีวันสถาปนากรมยุทธโยธาทหารบก ครบรอบปีที่ 121 มุ่งบูรณาการงานก่อสร้างตอบสนองภารกิจของกองทัพ ให้รวดเร็ว มีมาตรฐานและทันสมัย

ปธ.คปษ.ทบ. ร่วมพิธีวันสถาปนากรมยุทธโยธาทหารบก ครบรอบปีที่ 121 มุ่งบูรณาการงานก่อสร้างตอบสนองภารกิจของกองทัพ ให้รวดเร็ว มีมาตรฐานและทันสมัย

วันนี้ (1 ก.ย.68) ณ ห้องเสนาภักดี กรมยุทธโยธาทหารบก พล.อ. เอกรัตน์ ช้างแก้ว ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานวันสถาปนากรมยุทธโยธาทหารบก ครบรอบปีที่ 121 โดยมี พล.ต.ภาสกร สนิท เจ้ากรมยุทธโยธาทหารบก ให้การต้อนรับ ในโอกาสนี้ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ได้สักการะองค์พระวิษณุกรรม ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิที่กำลังพลของกรมยุทธโยธาทหารบกเคารพนับถือ ในฐานะเทพผู้สร้าง สรรค์และเป็นแบบอย่างของช่างทุกแขนง ก่อนนำคณะผู้บังคับบัญชาและกำลังพล ร่วมประกอบพิธีสงฆ์เจริญพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลของหน่วยงาน พร้อมเยี่ยมชม นิทรรศ การนวัตกรรม และผลงานการปฏิบัติงานของกำลังพลกรมยุทโยธาทหารบก

สำหรับประวัติของกรมยุทธโยธาทหารบกนั้น เริ่มต้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้กรมยุทธนาธิการจัดตั้งกรมยุทธ โยธาขึ้น โดยมีพลเอก พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นนครไชยศรีสุรเดช เป็นผู้ก่อตั้งกรมยุทธ โยธาทหารบก เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2447 และมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายพันเอกพระยาสโมสรสรรพการ เป็นเจ้ากรมยุทธโยธาทหารบกคนแรก ปัจจุบันกรมยุทธโยธาทหารบกมีภารกิจในการก่อสร้าง ซ่อมแซม บริการและจัดหาอาคารสิ่งปลูกสร้างและสาธารณูปโภค รวมทั้งงานด้านอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนการส่งกำลังและซ่อมบำรุงสิ่งอุปกรณ์สายยุทธโยธาทั้งปวงของกองทัพบก

ทั้งนี้ กรมยุทธโยธาทหารบก เป็นกรมฝ่ายยุทธบริการและเป็นหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก ที่มุ่งมั่นการบูรณาการระบบงานก่อสร้างและงานอสังหาริมทรัพย์ของกองทัพบก ให้รวดเร็ว มีมาตรฐาน ทันสมัย เพื่อตอบสนองภารกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีของกำลังพล ให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของผู้บัญชาการทหารบก และสอดคล้องกับนโยบายของกองทัพบกอย่างดีที่สุด



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท ใช้ ฮ. ขนเสบียงส่งช่วยผู้ประสบภัย

หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท อนุมัติเฮลิคอปเตอร์ ลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ของ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน และสะพานบุญครูหนึ่ง ไปส่งมอบให้ราษฎรที่บ้านหนองเขียว ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เนื่องจากเส้นทางยังไม่สามารถแก้ไขเปิดให้เดินทางได้สะดวก

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท ได้อนุมัติเฮลิคอปเตอร์ ลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ ของ ที่ว่าการอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนและสะพานบุญครูหนึ่ง ลำเลียงทางอากาศไปส่งมอบให้แก่ราษฎรชาวกะเหรี่ยง บ้านหนองเขียว เนื่องจากเส้นทางคมนาคมทางบกที่เข้าสู่หมู่บ้านถูกตัดขาด รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้

นายชาติชาย น้อยสกุล เจ้าของสะพานบุญครูหนึ่ง เปิดเผยว่า สิ่งของบรรเทาทุกข์ที่ถูกส่งไปโดยเฮลิคอปเตอร์ ประกอบด้วย ถุงยังชีพ ของอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จำนวน 60 ชุด และยารักษาโรค 1 ลัง ส่วนของสะพานบุญครูหนึ่ง เป็นน้ำดื่ม 100 โหล เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ให้แก่ราษฎรผู้ประสบภัยและติดอยู่ในหมู่บ้านซึ่งไม่สามารถเดินทางออกมาได้เนื่องจากถนนถูกตัดขาด

ปัจจุบันที่บ้านหนองเขียว ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เส้นทางที่เชื่อมระหว่าง อ.เมือง – บ้านหนองเขียว ยังคงถูกตัดขาดและทางด้านองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ส่งเครื่องจักรกลหนักไปเปิดเส้นทาง แต่ยังไม่แล้วเสร็จเนื่องจากจุดดินภูเขาสไลด์ลงปิดทับเส้นทางสายดังกล่าวมีจำนวนมากหลายจุด ต้องเคลียร์เป็นจุด ๆ โดยทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งเปิดเส้นทางอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ราษฎรในหมู่บ้านสามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้

นอกจากที่บ้านหนองเขียวแล้ว หมู่บ้านอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง หลายหมู่บ้านยังไม่สามารถเดินทางเข้าออกเป็นปกติได้ ซึ่งบางแห่งต้องใช้รถจักรยานยนต์ลำเลียงสิ่งของไปให้การช่วยเหลือ



ภานุเดช ไชยสกูล/ แม่ฮ่องสอน

“ศิลปะเพื่อขาเทียม” ศิลปินรวมพลังจัดประมูลผลงานศิลปะระดมทุนช่วยคนพิการขาขาดให้แก่มูลนิธิขาเทียมฯ

“ศิลปะเพื่อขาเทียม” ศิลปินรวมพลังจัดประมูลผลงานศิลปะระดมทุนช่วยคนพิการขาขาดให้แก่มูลนิธิขาเทียมฯ

วันที่ 31 สิงหาคม 2568 มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมกับศิลปินและพิพิธภัณฑ์ศิลปะเชียงใหม่ จัดงาน “ศิลปะเพื่อขาเทียม” กิจกรรมประมูลผลงานศิลปะ เพื่อนำรายได้สนับสนุนการจัดทำขาเทียมพระราชทานแก่คนพิการขาขาดที่ยากไร้ ทุกเชื้อชาติและศาสนา โดยไม่คิดมูลค่า ในโอกาสครบรอบ 33 ปี การก่อตั้งมูลนิธิฯ พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้ศิลปินได้นำเสนอผลงานและมีส่วนร่วมในกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคม ในพิธีเปิดงาน ศาสตราจารย์คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต เลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ กล่าวแนะนำมูลนิธิฯ อาจารย์พรชัย ใจมา ประธานกรรมการพิพิธภัณฑ์ศิลปะเชียงใหม่กล่าวต้อนรับ และศาสตราจารย์เกียรติคุณพงศ์เดช ไชยคุตร ประธานจัดงานกล่าวเปิดงาน โดยมีผู้บริหารมูลนิธิฯ ศิลปิน ผู้สนใจประมูลงานศิลปะ และสื่อมวลชนร่วมงาน ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเชียงใหม่ ตำบลร้องวัวแดง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

กิจกรรมประมูลงานศิลปะในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่การประมูลออนไลน์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-30 สิงหาคม 2568 ผ่านเพจพิพิธภัณฑ์ศิลปะเชียงใหม่ฯ การประมูลออนไซต์ในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ทั้งนี้รายได้จากการประมูลจำนวนครึ่งหนึ่งมอบให้มูลนิธิขาเทียมฯ เพื่อนำไปใช้ในภารกิจจัดทำขาเทียมพระราชทาน และอีกครึ่งหนึ่งมอบแก่ศิลปินเจ้าของผลงาน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะที่สร้างคุณค่าให้แก่สังคม

การจัดงานครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการผสานพลังศิลปะและกิจกรรมการกุศล เพื่อร่วมกันเปลี่ยนแปลงชีวิตคนพิการขาขาด ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและพึ่งพาตนเองได้ ในโอกาสเดียวกันนี้เลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ ได้มอบเกียรติบัตรเพื่อแสดงความขอบคุณแก่ศิลปินจำนวนหลายท่านที่มาร่วมงานอีกด้วย


นที มีเดช รายงาน

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 8 ปี เสริมสร้างความร่วมมือและนวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อความสะดวก ความปลอดภัย และความเป็นธรรมให้แก่นักท่องเที่ยว

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 8 ปี เสริมสร้างความร่วมมือและนวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อความสะดวก ความปลอดภัย และความเป็นธรรมให้แก่นักท่องเที่ยว

วันที่ 1 ก.ย.2568 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ครบรอบ 8 ปี ณ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วย อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คณะทูตานุทูต ผู้แทนหน่วยงานภาคี และผู้ทรงคุณวุฒิในวงการท่องเที่ยวเข้าร่วม โดยมี พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ให้การต้อนรับ

โดยภายในงาน ได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงานและกำลังพล และพิธีทักษิณานุประทาน พร้อมนำเสนอสรุปผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ชื่นชมข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และเน้นย้ำให้ทุกนาย พึงเป็น “เพื่อน” และ “ที่พึ่ง” ของนักท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมขานรับ ขับเคลื่อนเดินหน้าพัฒนางาน สร้างความเชื่อมั่นและการบริการนักท่องเที่ยว ตามแนวคิด “ความสะดวก–ความปลอดภัย–ความเป็นธรรม” ตอบสนองนโยบายรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว (ศปทท.ตร.) ขับเคลื่อนการบูรณาการทำงานเพื่อความปลอดภัยกับตำรวจพื้นที่ สายด่วน 1155 ซึ่งรองรับ 8 ภาษาต่างประเทศและให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง แอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police เพื่อการติดต่อกับตำรวจท่องเที่ยวที่สะดวกยิ่งขึ้น และ โครงการกล้อง AI ในแหล่งท่องเที่ยว ที่สามารถติดตามและจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 421 ราย โดยในก้าวต่อไป จะเสริมศักยภาพด้วยการนำรถปฏิบัติการเคลื่อนที่อัจฉริยะและโดรนตรวจการณ์มาใช้ในแหล่งท่องเที่ยวและเทศกาลสำคัญทั่วประเทศ พร้อมขยายเครือข่ายอาสาสมัครกว่า 8,500 คน ในทุกจังหวัดเพื่อทำงานร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด

Tourist Police Bureau Marks Its 8th Anniversary
Strengthening Cooperation and Driving Technological Innovation
for Convenience, Safety, and Fairness of TouristsOn September 1, 2025, Pol. Gen. Kittharath Punpetch, Commissioner-General of the Royal Thai Police, presided over the ceremony marking the 8th anniversary of the Tourist Police Bureau at its headquarters. The event was attended by the Director-General of the Department of Tourism, the Governor of the Tourism Authority of Thailand, members of the diplomatic corps, representatives from partner agencies, and distinguished figures in the tourism industry, with Pol. Lt. Gen. Saksira Pheuak-um, Commissioner of the Tourist Police Bureau, extended a warm welcome to the guests.
The ceremony featured a Buddhist chanting ritual for blessings and a merit-making ceremony in dedication to deceased police officers, along with a presentation on the Bureau’s achievements in line with government and Royal Thai Police policies. On this occasion, the Commissioner-General praised the dedication and commitment of Tourist Police officers and emphasized that every officer should serve as both a “friend” and “reliable support” for tourists.
Pol. Lt. Gen. Saksira Pheuak-um affirmed his commitment to driving forward the Bureau’s mission in crime prevention and tourist services under the guiding concept of “Convenience – Safety – Fairness,” in alignment with the policies of the Government, the Ministry of Tourism and Sports, and the Royal Thai Police. Key initiatives include the Tourist Safety Operations Center (TSOC), which integrates cooperation with local police; the 1155 Tourist Police Hotline, available 24 hours in 8 foreign languages; the Thailand Tourist Police application, which enhances accessibility for tourists; and the AI Camera Project in tourist destinations, which has already led to the arrest of 421 offenders.
Looking ahead, the Bureau plans to strengthen its capabilities by deploying smart mobile command vehicles and surveillance drones in major tourist areas and festivals nationwide, while expanding its network of more than 8,500 trained volunteers across all provinces to closely support Tourist Police operations.

旅游警察局成立八周年
加强合作推动科技创新
为游客提供便利、安全与公平
2025年9月1日,泰王国警察总署署长Pol. Gen. Kittharath Punpetch 主持了旅游警察局成立八周年纪念仪式,活动在该局总部举行。出席活动的嘉宾包括旅游厅厅长、泰国旅游局局长、各国使节、合作机构代表以及旅游业界知名人士。旅游警察局局长 Pol. Lt. Gen. Saksira Pheuak-um 热情迎接来宾。
仪式内容包括为单位和警务人员祈福的诵经仪式,以及为已故警员举行的追思功德仪式,同时还汇报了旅游警察局在落实政府和泰国警察总署政策方面的工作成果。在此场合,警察总署署长Pol. Gen. Kittharath Punpetch 赞扬了旅游警察官员的奉献和坚守,并强调每一名警员都应成为游客的“朋友”和“可靠依靠”。
Pol. Lt. Gen. Saksira Pheuak-um 重申,他将继续推动旅游警察局在预防犯罪和服务游客方面的使命,秉持“便利 – 安全 – 公平”的理念,并与政府、旅游与体育部以及警察总署的政策保持一致。重点举措包括:整合地方警察力量的旅游安全行动中心(TSOC)、提供24小时8种外语服务的1155旅游警察热线、提升游客联络便利性的“泰国旅游警察”( Thailand Tourist Police application) 手机应用,以及已在旅游景区抓捕421名嫌犯的AI摄像头项目。
展望未来,旅游警察局计划通过在全国重点旅游景区和大型节庆活动中部署智能机动指挥车和监控无人机,进一步提升能力,并在全国各省扩展超过8,500名经过培训的志愿者网络,与旅游警察紧密合作,共同保障游客安全。


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ทีมบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

ทีมบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งเดินทางลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

คณะกรรมการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สั่งการด่วน!!! ให้ทีมบรรเทาสาธารณภัยจัดกำลังพล 50 นายพร้อม เรือ 4 ลำ รถโรงครัวเคลื่อนที่ 2 คัน รถกู้ชีพ 4×4 จำนวน 3 คัน เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าสำรอง(Gen) และอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ และยาเวชภัณฑ์ เดินทางลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์เวลานี้
เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม รายละเอียดต่างๆจะรายงานให้ทราบต่อไป

#ฝ่ายสื่อสารองค์กรมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง #สายด่วน1418


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. ร่วมมือ ตำรวจสากล (INTERPOL) พัฒนาศักยภาพบุคลากรไทย เพื่อความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์

ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. ร่วมมือ ตำรวจสากล (INTERPOL) พัฒนาศักยภาพบุคลากรไทย เพื่อความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รรท.เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า (ปส.อว.) ร่วมกับองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (ICPO/INTERPOL) หรือตำรวจสากลเดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยด้านความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ผ่านโครงการ National Capability Assessment and Training Programme (NCAT) เพื่อยกระดับมาตรการความมั่นคงทางนิวเคลียร์และรังสีตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยปก ป้องความปลอดภัยของประชาชนจากภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบ การก่อการร้าย หรือการใช้สารกัมมันตรังสีในทางที่ไม่ถูกต้อง ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาคมโลกว่า ประเทศไทยมีระบบป้องกันและรับมืออย่างเข้มแข็ง สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง อว. ที่เน้นการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาเสริมสร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

โครงการนี้มุ่งเน้น การประเมินขีดความสามารถของหน่วยงานไทยในการป้องกัน ตรวจจับ ตอบสนอง และสืบสวนสอบสวน ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ การวิเคราะห์กรณีศึกษา และการฝึกซ้อมสถานการณ์จำลอง ทำให้ทุกหน่วยงานเห็นชัดถึง “จุดแข็ง” และ “ช่องว่าง” ของระบบความมั่นคง เพื่อนำไปสู่การพัฒนามาตรการที่สอดคล้องกับกฎหมายและสถานการณ์จริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผู้แทนจาก 11 หน่วยงานพันธมิตร รวม 24 คน เข้าร่วม อาทิ กอง ทัพบก, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณ สุข รวมถึงกรุงเทพมหานคร สะท้อนถึงความร่วมมือแบบบูรณาการทั้งฝ่ายความมั่นคง สาธารณสุข และการป้องกันภัยพิบัติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการคุ้มครองประชาชน ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 25–26 สิงหาคม 2568 ณ (ปส.)

นพ.รุ่งเรืองฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาโครงการ NCAT อย่างต่อเนื่อง จะเป็นกลไกหลักที่ทำให้ประเทศไทยมีระบบความมั่นคงทางนิวเคลียร์ที่ ทันสมัย ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ปส. ในการผลักดันให้ประเทศไทยมีมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ที่เข้มแข็งทัดเทียมมาตรฐานสากล


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

แพทย์ทหารเตือน “ระวังไข้หวัดนก”

จากข้อมูล กระทรวงสาธารณสุข เผยทั่วโลกยังพบสถานการณ์โรคไข้หวัดนกเป็นระยะ แม้ว่าประเทศไทยจะไม่พบผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดนกทั้งในคนและสัตว์ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา ซึ่งนับเป็นเวลานานกว่า 19 ปีแล้ว แต่ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ในระดับปานกลาง เนื่องจากในประเทศไทยยังคงมีการเลี้ยงสัตว์ปีกในบริเวณบ้านในหลายพื้นที่ รวมทั้งมีการค้าขายบริเวณชายแดน จึงยังคงต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องและเข้มงวด

ในการนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มีความห่วงใยต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 และพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงขอแนะนำในการป้องกันโรคไข้หวัดนก โดยการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ได้มาตรฐาน จากร้านค้าที่เชื่อถือได้ และรับประทานอาหารที่ปรุงสุก หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีก สุกร โค ที่ป่วยหรือตายผิดปกติ การสัมผัสสัตว์ควรสวมหน้ากากอนามัย ถุงมือ และล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัส เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก สุกร โค หากพบสัตว์ป่วยตายจำนวนมากบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่เลี้ยง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และไม่นำซากสัตว์ไปประกอบอาหาร

สำหรับประชาชนที่เดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด ต้องหมั่นติดตามข่าวสารการระบาดของพื้นที่ที่จะเดินทางไป ทำประกันสุขภาพสำหรับการเดินทาง หากมีอาการคล้ายโรคไข้หวัดนก เช่น ไข้ ไอ หายใจลำบาก หลังสัมผัสสัตว์ปีก สุกร โค ขอให้ได้ไปพบแพทย์ เพื่อคัดกรอง วินิจฉัย และรักษาต่อไป

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชน ในยามวิกฤตทุกโอกาส


“กองพันจู่โจม” เปิดรับสมัครสอบคัดเลือก ทหารกองประจำการ (อาสาสมัคร) 72 อัตรา

“กองพันจู่โจม” เปิดรับสมัครสอบคัดเลือก ทหารกองประจำการ (อาสาสมัคร) 72 อัตรา

กองทัพบก โดย กองพันจู่โจม กรมรบพิเศษที่ 3 อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เปิดรับสมัครสอบคัดเลือก ทหารกองประจำการ (อาสาสมัคร) จำนวน 72 อัตรา รายละเอียดดังนี้.-

การสมัครทางออนไลน์ : https://rcm.rta.mi.th/69_tdc/formrang.php ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2568 – 30 กันยายน 2568

  • คุณสมบัติของผู้สมัคร
    • ผู้สมัคร และ บิดา-มารดา ต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
    • จบการศึกษา ไม่ต่ำกว่าประถมศึกษาปีที่ 6
    • มีอายุระหว่าง 18 – 25 ปีบริบูรณ์ (เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2543 – 2550)
    • เป็นทหารกองประจำการ สังกัดกองทัพบก (เพื่อรับราชการต่อเนื่อง สังกัดกองพันจู่โจม)
    • ไม่รับ ผู้ที่จบนักศึกษาวิชาทหาร ชั้นปีที่ 3 ขึ้นไป และ ทหารกองหนุน
    • สายตาไม่เอียง ไม่บอดสี
    • ไม่เคยถูกสั่ง พักราชการ หรือ ปลดออกจากราชการ
    • เป็นบุคคลพลเรือนที่
    • ได้ลงบัญชีทหารกองเกิน (มีใบ สด.9)
    • ไม่ตกเป็น ผู้ต้องหา หรือ จำเลยในคดีอาญา
    • ไม่มีรอยสักนอกร่มผ้า
    • มีสุขภาพร่างกาย แข็งแรงสมบูรณ์
  • เกณฑ์การทดสอบร่างกาย
    • ท่าดึงข้อ 9 ครั้ง ขึ้นไป (ไม่จับเวลา)
    • ท่าดันพื้น 32 ครั้ง ขึ้นไป (2 นาที)
    • ท่าลุกนั่ง 50 ครั้ง ขึ้นไป (2 นาที)
    • วิ่ง 1.6 กิโลเมตร (1ไมล์) ( 8.30 นาที)
    • ว่ายน้ำ 100 เมตร (2.35 นาที)
  • การสมัครไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่ต้องโอนเงินล่วงหน้า สำหรับในวันทดสอบ กรุณาเตรียมเงินสดติดตัวมาด้วย สำหรับค่าสระว่ายน้ำ 20 บาท และค่าตรวจโรค 500 บาท
  • สถานที่ทดสอบและคัดเลือก : วันที่ 6 – 9 ตุลาคม 2568 ณ กองพันจู่โจม กรมรบพิเศษที่ 3 ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

ในการนี้ กองทัพภาคที่ 3 จึงขอเชิญชวนชายไทยที่สนใจสมัครเป็นทหารกองประจำการ (อาสาสมัคร) เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพบก ซึ่งนอกจากจะได้ทำงานเพื่อดูแลชาติบ้านเมืองแล้ว ยังจะได้รับโอกาสอันดีในการต่อยอดสู่การเป็นทหารอาชีพตามกระบวนการส่งเสริม และแนวทางการให้โอกาสทหารกองประจำการที่กองทัพบกได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

สนใจสามารถศึกษา และดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ เฟซบุ๊ก : กองพันจู่โจม TH-Ranger : https://www.facebook.com/profile.php?id=100069233378988 หรือสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ร้อยเอก สมใจ ป. หมายเลขโทรศัพท์ 094-4939159 หรือ สิบโท เอกราช ศ. หมายเลขโทรศัพท์ 094-9154535


โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี คว้ารางวัลชมเชย “สิ่งประดิษฐ์ทางทหารด้านหลักการ” ระดับกองทัพบก ประจำปี 2568

โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี คว้ารางวัลชมเชย “สิ่งประดิษฐ์ทางทหารด้านหลักการ” ระดับกองทัพบก ประจำปี 2568

โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี เป็นโรงพยาบาลกองทัพบก ระดับ 80 เตียง ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 ดูแลรับผิดชอบการตรวจสุขภาพให้กับกำลังพล, ครอบครัว รวมทั้งประชาชนทั่วไป ในพื้นที่จังหวัดลำปาง โดยมีมีวิสัยทัศน์เป็นโรงพยาบาลทหารชั้นนำระดับทุติยภูมิของกองทัพบก และได้มียุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ซึ่งในยุคปัจจุบันมีเทคโนโลยีหลายอย่างที่ถูกพัฒนา เพื่อทดแทนการทำงานโดยคน ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดและข้อจำกัดของคนได้มากขึ้น โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี จึงได้คิดค้นนวัตกรรม “สะดวกสบายด้วยระบบบริการสุขภาพ Surasak Healthcare” โดยได้นำแนวคิดเทคโนโลยีดิจิทัลกลุ่ม Healthtech โดยใช้ระบบการให้บริการทางการแพทย์แบบครบวงจรออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE Officail Account เป็นช่องทางเชื่อมต่อสู่บริการ เพื่อให้บริการผู้ป่วยที่มีอยู่จำนวนมากลดความแออัดในโรงพยาบาล และยังสามารถเป็นเครื่องมือช่วยยกระดับบริการด้านสาธารณสุขของหน่วยงานทางการแพทย์ สู่การเป็น HealthTech แบบจริงจัง สร้างรูปแบบบริการที่ทันสมัย ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยได้รวดเร็วทันใจและมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดีกับคนไข้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวกทันที

ทั้งนี้ ผู้ป่วยสามารถพูดคุยสอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับบุคคลากรได้โดยตรง ดูผลตรวจสุขภาพ ดูผลตรวจเลือด จองคิว/นัดหมายออนไลน์ เช็คตารางแพทย์ รวมถึงมีระบบแจ้งเตือนนัดล่วงหน้า 1 วัน ระบบแจ้งเตือนคิวตรวจโรค ระบบแจ้งเตือนคิวรับยา ระบบแจ้งคำแนะนำต่างๆ พร้อมข้อแนะนำการปฏิบัติตนก่อนตรวจตามนัดออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านอุปกรณ์พกพา เช่น อุปกรณ์ สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต เป็นต้น

จากนวัตกรรมดังกล่าวของ โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี ในผลงาน “สะดวกสบายด้วยระบบบริการสุขภาพ Surasak Healthcare” ทำให้สามารถคว้ารางวัลชมเชย “สิ่งประดิษฐ์ทางทหาร ด้านหลักการ” ของกองทัพบก ประจำปี 2568 จากผู้บัญชาการทหารบก นับเป็นเกียรติประวัติแก่หน่วยสืบไป

ทั้งนี้ จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3 จะมุ่งมั่น ตั้งใจพัฒนา นวัตกรรมให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและยั่งยืนสืบไป


อดีตทหารทำร้ายตัวเอง เสียชีวิตคาศาลาริมน้ำในสวนสาธารณะชื่อดังจังหวัดลำปาง

ลำปาง – อดีตทหารทำร้ายตัวเองเสียชีวิตคาศาลาริมน้ำในสวนสาธารณะชื่อดังจังหวัดลำปาง

วันอังคารที่ 2 กันยายน 2568 เวลา 07:35 น. ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ทำร้ายร่างกายตัวเองเสียชีวิต บริเวณศาลาริมน้ำในสวนสาธารณะชื่อดังของจังหวัดลำปาง ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย สภาพนอนหงายอยู่ในศาลาริมน้ำมีแผลบริเวณศีรษะเลือดไหลนองเต็มพื้น ใกล้ศพผู้เสียชีวิตพบอาวุธปืนลูกโม่ตกอยู่ และพบจดหมายลากับโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตวางไว้บริเวณม้านั่งในศาลาริมน้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวรเจ้าหน้าที่แพทย์เวรและเจ้าหน้าที่นิติเวชสมาคมกู้ภัยลำปางตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นผู้เสียชีวิตเป็นอดีตทหารอายุประมาณ 78 ปี อาศัยอยู่บ้าน ม.5 ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง ชุดนิติเวชสมาคมกู้ภัยลำปางได้ทำการเคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิต ส่งห้องนิติเวชโรงพยาบาลลำปาง เพื่อรอให้ญาติมารับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป