กองทัพบก เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เข้าพื้นที่วิกฤตภาคเหนือ และบรรเทาความเดือดร้อนทั่วประเทศ

กองทัพบก เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เข้าพื้นที่วิกฤตภาคเหนือ และบรรเทาความเดือดร้อนทั่วประเทศ

จากอิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ตามคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าในช่วงวันที่ 1 – 3 กันยายน 2568 ประเทศไทยยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก และจากข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ณ วันที่ 2 กันยายน 2568 เวลา 0600 น.) พบว่าปัจจุบัน ยังคงมีพื้นที่ประสบภัยใน 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, สุโขทัย และ พิษณุโลก รวม 10 อำเภอ 27 ตำบล 104 หมู่บ้าน ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 2,979 ครัวเรือน รวม 6,390 คน

กองทัพบก โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก และหน่วยทหารในพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่ปัจจุบันได้รับผลกระทบอย่างหนัก ในการเข้าปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย อาทิ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 3, กองพลทหารม้าที่ 1 โดย กองพันทหารม้าที่ 28 และกองพันทหารช่างที่ 8, มณฑลทหารบกที่ 33, มณฑลทหารบกที่ 35, มณฑลทหารบกที่ 36, มณฑลทหารบกที่ 39, กองกำลังนเรศวร, กรมทหารช่างที่ 3 และกองพัน ส่งกำลังและบริการที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 จัดตั้งโรงครัวพระราชทานเพื่อประกอบอาหารปรุงสุกให้กับประชาชนผู้ประสบภัย ในพื้นที่ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่, มอบอาหารปรุงสุกและจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่เข้าตรวจสุขภาพ รวมถึงให้คำแนะนำการป้องกันโรคที่มากับน้ำ ในพื้นที่ตำบลบ่อทอง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์, เข้าทำความสะอาดและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย ในพื้นที่ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน, บรรจุกระสอบทรายทำแนวป้องกันอุทกภัย ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง อพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งนำกำลังพลและเครื่องมือช่างเข้าฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด โดยร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ทำความสะอาดตะกอนดินโคลน เติมน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภค – บริโภค และกำจัดเศษวัสดุที่อุดตันท่อระบายน้ำ ในพื้นที่อำเภอหล่มเก่า, อำเภอหล่มสัก และอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์, บรรจุกระสอบทรายทำแนวป้องกันอุทกภัย ในพื้นที่ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ขณะเดียวกันกำลังพลจิตอาสา พร้อมด้วยรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ เข้าให้บริการรับ – ส่งประชาชนและนักเรียน ที่เส้นทางสัญจรถูกตัดขาด ในชุมชนตำบลชัยนาม อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยได้ให้บริการประชาชนไปแล้วกว่า 30 เที่ยว รวม 194 คน และได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลชัยนาม มอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนและผู้ป่วยติดเตียง รวม 162 ครัวเรือน, เข้าช่วยเหลือประชาชนโดยการเก็บเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่อุทกภัย ทำแนวกั้นน้ำริมตลิ่งแม่น้ำยมที่มีดินสไลด์ และบรรจุกระสอบทรายเพื่อเสริมแนวป้องกันน้ำ ในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก และอำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย นอกจากนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ โดย กองพันรบพิเศษที่ 1 กรมรบพิเศษที่ 5 ยังปฏิบัติภารกิจค้นหาและกู้ภัยผู้สูญหายจากภัยพิบัติดินถล่ม ในพื้นที่ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

ในพื้นที่ภาคอื่น ๆ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 1 โดย กองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ ร่วมกับสำนักงานเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำด้วยการบรรจุกระสอบทรายเพื่อทำแนวป้องกันอุทกภัย, ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 2 โดย มณฑลทหารบกที่ 28เข้ามอบสิ่งของอุปโภค – บริโภคที่จำเป็นให้กับประชาชน ในพื้นที่ ตำบลผานกเค้า อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย และศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 โดย กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 25 บรรจุกระสอบทรายทำแนวป้องกันอุทกภัย ในพื้นที่ตำบลราชกรูด อำเภอเมือง จังหวัดระนอง

กองทัพบกพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกพื้นที่ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยได้อย่างทันท่วงที จนกว่าสถานการณ์น้ำจะกลับสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดต่อเพื่อขอรับการช่วยเหลือได้ที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก (ส่วนกลางและกรุงเทพมหานคร) โทร. 022977648 – 9, ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก กองทัพภาคที่ 1 (ภาคกลาง) โทร. 022803977, ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก กองทัพภาคที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) โทร. 044245946, ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก กองทัพภาคที่ 3 (ภาคเหนือ) โทร. 055242859 และ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก กองทัพภาคที่ 4 (ภาคใต้) โทร. 075383405 ตลอด 24 ชั่วโมง



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

พิษณุโลก จัดกิจกรรมรณรงค์ “เขตพื้นที่สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์”

วันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 08.00 น. ณ บริเวณทางเข้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก มอบหมายให้ นายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ “เขตพื้นที่สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์ เซ็นต์” เพื่อเน้นย้ำถึงมาตรการสวมหมวกนิรภัย อันจะนำไปสู่การเป็นองค์กรต้นแบบด้านความปลอดภัยทางถนน

จังหวัดพิษณุโลกได้ดำเนินการป้องกันอุบัติเหตุ และความปลอดภัยทางถนน อย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการตาม 6 มาตราการหลัก ซึ่งประกอบด้วย การสวมหมวกนิรภัย 100% การดื่มไม่ขับ การขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด การป้องกันภัย(พ.ร.บ.)ภาคบังคับ/สมัครใจ 100% การให้ความรู้”ทักษะคิดการเอาตัวรอดภัยบนท้องถนน” และ การจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย นำไปสู่การเป็น องค์กรต้นแบบด้านความปลอดภัยทางถนน

กิจกรรมรณรงค์ “เขตพื้นที่สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์” ในวันนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนมาตรการองค์กรด้านความปลอดภัยทางถนน ตามประกาศจังหวัดพิษณุโลก เรื่องกำหนดมาตรการองค์กรสถานที่ราชการเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอันเป็นการแสดงออกถึงการปฏิบัติตามกฎจราจร โดยให้ข้าราชการเจ้าหน้าที่ของรัฐถือปฏิบัติเป็นแบบอย่างภายในสถานที่ราชการ สามารถขยายผลสร้างจิตสำนึกไปสู่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในการนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้มอบหมวกนิรภัยให้บุคลากรของส่วนราชการและผู้มาติดต่อราชการ เพื่อนำไปสวมใส่ให้ถูกต้องตามหลักจราจร พร้อมทั้งเน้นย้ำ ให้บุคลากรในหน่วยงานสวมหมวกนิรภัยอย่างเคร่งครัด


นที มีเดช รายงาน

หลอน! รับเดือนกันยายน ศาลเจ้าที่โผล่กลางงานกาล่า พรีเมียร์ภาพยนตร์ “ลบหลู่” เหลือเฟือ มกจ๊ก,หน่อย(เชิญยิ้ม) นำทีมนักแสดงร่วมงานคับคั่ง

หลอน!รับเดือน กันยายน ศาลเจ้าที่โผล่กลางงานกาล่า พรีเมียร์ภาพยนตร์ “ลบหลู่” เหลือเฟือ มกจ๊ก,หน่อย(เชิญยิ้ม) นำทีมนักแสดงร่วมงานคับคั่ง

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน กาล่า พรีเมียร์ภาพยนตร์ “ลบหลู่” ซึ่งจัดขึ้นที่ SF เซ็นทรัลเวิร์ดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 พร้อมด้วยเหล่านักแสดง เหลือเฟือ มกจ๊ก, หน่อย เชิยยิ้ม, นิต้า (อดีตเกิร์ลกรุ๊ปวงชูการ์อาย) และนักแสดงหน้าใหม่แชมป์ ถนัดสุย (อินฟูลคนตาม tiktok ล้านกว่า), ศิลปินวง One Night Stand เจน, โย, เต้ย (เจ้าของเพลง โปเกมอน เมทัลโจ๊ะ ยอดวิว 23 ล้าน), ตาล (นักดนตรีและ Black up ศิลปิน) พร้อมด้วยทีมผู้กำกับ อัษฎาภร ภักดีณรงค์ และ ชลแมน ศรีคำ และผุ้บริหารจากบริษัท KSJ ความทรงจำ คุณต่อ วิทวัส เพชรชาติ (CEO ) และแขกผู้มีเกียรติทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังมาร่วมงานคับคั่ง อาทิ ต้อ มารุต,ไมเคิลตั๋ง ซินแซเข่ง ชิสา และชนะจากตะลอนข่าว ฯลฯ

บรรยากาศในงานเสริมความหลอนหน้างานด้วยศาลเจ้าที่ ที่ใช้ในฉากจริงๆเอามาตั้งให้ไว้ในงานแถลง เปิดงานด้วยการชมภาพยนตร์ตัวอย่าง “ลบหลู่” ต่อด้วยโชว์พิเศษจาก นิก รณวีร์ (เดอะสตาร์) กับเพลงประกอบภาพยนตร์ “เพราะรักสวยงามเสมอ” จากนั้นสัมภาษณ์ผู้กำกับ ผุ้บริหาร นักแสดง และถ่ายภาพร่วมกันบนเวที ปิดท้ายโชว์จาก นิต้า ชูการ์อาย กับเพลง แค่เธอ

ไม่เชื่อต้องลบหลู่ ภาพยนตร์ที่มีทั้งเรื่องชวนหลอน ความสนุกสนาน ความรัก แง่คิดเรื่องความเชื่อความศรัทธา ขอเชิญทุกท่านมาพิสูจน์ไม่เชื่อทำไมต้องลบหลู่ กับภาพยนตร์เรื่อง “ลบหลู่” 4 กันยายนนี้ พร้อมกันทั่วประเทศ

ขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้
แหม่ม PR T: 092 456 9559
Id line: welcome_lucky


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ทีเส็บชวนลับคมองค์ความรู้ก้าวทันโลกจัดงานยุคใหม่ มีให้เลือก 27 หลักสูตรไมซ์ เรียนฟรีช่องทาง e-Learning

ทีเส็บชวนลับคมองค์ความรู้ก้าวทันโลกจัดงานยุคใหม่ มีให้เลือก 27 หลักสูตรไมซ์ เรียนฟรีช่องทาง e-Learning

ทีเส็บพร้อมพัฒนายกระดับบุคลากรไมซ์ไทย เสริมทัพองค์ความรู้ไมซ์กว่า 27 หลักสูตรผ่านช่องทาง e-Learning สร้างทักษะสำคัญโลกการจัดงานไมซ์ยุคใหม่ เปิดลงทะเบียนไม่มีค่าใช้จ่าย ทีเส็บประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาตลอด 5 ปีของการเปิดช่องทาง e-learning ผ่านเว็บไซต์ https://elearning.tceb.or.th/ ให้บุคลากรไมซ์ไทยและผู้สนใจได้เรียนรู้พัฒนาทักษะยกระดับขีดความสามารถเชิงวิชาชีพไมซ์ จนถึงขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนรวมแล้วกว่า 11,394 ผู้ใช้งาน เฉพาะตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นมา มีผู้ลงทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 2,584 ผู้ใช้งาน เติบโตขึ้น 29.3% ออกใบประกาศ e-Certificate ไปแล้ว 11,811 ใบ และเฉพาะตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นมา ได้ออกใบประกาศไป 3,165 ใบ เติบโตขึ้น 36.6%

ในส่วนของหลักสูตรมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีถึง 27 หลักสูตร พร้อมเนื้อหาทันยุคทันสมัย ตอบโจทย์ทิศทางใหม่ๆ ของอุตสาหกรรมไมซ์ อาทิ หลักสูตรการจัดประชุมองค์กรอย่างมืออาชีพ หลักสูตรพาเทศกาลไทย โกอินเตอร์! ปั้น IP ให้ดังระดับโลก หลักสูตรมืออาชีพด้านการจัดงานอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ที่สนใจ และต้องการศึกษาเพิ่มเติมในสาขาวิชาอุตสาหกรรมไมซ์ สามารถลงทะเบียนเรียนได้ที่ https://elearning.tceb.or.th/

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ กล่าวถึงคอร์สออนไลน์ผ่านช่องทาง e-Learning ว่า “คือ หนึ่งในกลยุทธ์ของทีเส็บที่มุ่งพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรอุตสาหกรรมไมซ์ไทย เพราะจุดแข็งและจุดขายของประเทศไทยในตลาดนานาชาติในฐานะจุดหมายการจัดงานไมซ์ ไม่ได้จำกัดเฉพาะความสะดวกในการเดินทาง โครงสร้างพื้นฐานเชิงสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และโอกาสทางธุรกิจ แต่ครอบคลุมถึงคุณภาพ มาตรฐานและความเป็นมืออาชีพของบุคลากรไมซ์”

นางอรชร ว่องพรรณงาม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ ทีเส็บ กล่าว “ตัวเลขผู้เรียนและใบประกาศที่เพิ่มขึ้นทุกปี สะท้อนถึงประสิทธิผลของโครงการที่มุ่งเพิ่มพูนความรู้ให้กับผู้อยู่ในอุตสาหกรรมไมซ์และผู้สนใจทั่วไป นอกจากนี้ กระแสตอบรับจากผู้ลงทะเบียนเรียนนั้นก็เป็นไปในแง่บวก เพราะสามารถเรียนที่ไหนก็ได้ เนื้อหาวิชาที่ครอบคลุม ตอบโจทย์โลกแห่งอุตสาหกรรมไมซ์ยุคใหม่ และที่สำคัญ ทางทีเส็บยังไม่คิดค่าใช้จ่ายสำหรับลงทะเบียนเรียนในวิชาต่างๆ อีกด้วย”

ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อดึงดูดความสนใจ การประชาสัมพันธ์หลักสูตร มีการนำเสนอโดยใช้มีม (MEME) และนำเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสในสังคมช่วงนั้นมาทำเป็นโพสต์เพื่อชักชวนให้ผู้สนใจมาลงทะเบียน ลบภาพเดิมๆ ว่าหน่วยงานภาครัฐนั้นเนื้อหามีความเป็นทางการ แต่ทีเส็บสามารถทำเนื้อหาประชาสัมพันธ์ให้น่าสนใจได้ โดยทำอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 และกระแสตอบรับดี มีผู้สนใจสอบถามการประชาสัมพันธ์ในแนวทางนี้ สามารถติดต่อผ่านช่องทางสื่อสารหลักที่ Facebook เพจ MICEcapabilities


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

นาทีเฉียดตาย !! ของสาวโรงงาน หน้านิคมอุตสาหกรรมนวนครขณะรอกลับรถยูเทิร์น

นาทีเฉียดตายของสาวโรงงาน หน้านิคมอุตสาหกรรมนวนคร 2 สูงเนิน โคราช

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 07:10 น. ภาพจากกล้องหน้ารถจับภาพได้ขณะรถบรรทุกตู้อาหารทะเลสดเสียหลักหักหลบรถบรรทุก 6 ล้อ ขณะกลับรถยูเทิร์น เลยทางด่วนขาเข้า กทม.หน้า นิคมอุตสาหกรรมนวนคร 2 สูงเนิน ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ภาพจากคลิปหน้าจากรถ จับได้ภาพได้รถบรรทุกตู้ 10 ล้อ HINO ทะเบียน 70-2436 สีเขียว ป้ายทะเบียนสระแก้ว มาด้วยความเร็วมาถึงจุดเกิดเหตุหักหลบรถบรรทุก 6 ล้อ สีขาวไม่ทราบป้ายทะเบียนขณะรอยูเทริน ทำให้พุ่งเสียหลักพลิกคว่ำทับรถจักรยานยนต์ Honda เวฟ125i สีน้ำเงิน ทะเบียน2 กย 2806 นม สาวโรงงานขับรถจักรยานยนต์พังยับเยิน เฉียดตาย ตามคลิปหน้ารถ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยรู้สึกตัวดีมีอาการปวดหัวขอไปโรงพยาบาลเอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สูงเนิน ร่วมกับเจ้าหน้าที่หมวดการทางสูงเนิน และอาสาสมัครกู้ภัยฯ ร่วมเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณที่เกิดเหตุ จนกระทั่ง สภาพการจราจรเข้าสู่สภาวะปกติโดยสามารถใช้ช่องทางเดินรถได้ตามปกติและใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เจ้าหน้าตำรวจร้อยลงบันทึกประจำวันเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป


ภาพ/ข่าว : กอล์ฟ สูงเนิน
กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

อำเภอโพนสวรรค์ ปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” เพื่อสร้างชุมชนปลอดภัยห่างไกลยาเสพติด

นครพนม – อำเภอโพนสวรรค์ ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด”No Drugs No Dealers” เพื่อสร้างชุมชนปลอดภัยห่างไกลยาเสพติด

เมื่อ 2 กันยายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของ นายณัฐวุฒิ ชัยสิทธิ์ นายอำเภอโพนสวรรค์
(ผอ.ศป.ปส.อ.โพนสวรรค์) มอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง(จพง. ป.ป.ส.)นำกำลังสมาชิก อส.ร้อย.อส.อ.โพนสวรรค์ 7 (ชุดปฏิบัติการพิเศษโพนสวรรค์)ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย ในพื้นที่บ้านนาล้อม หมู่ 2 ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอโพนสวรรค์ สามารถจับกุมผู้ต้องหาชายไทย อายุ 25 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 164 เม็ด

โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยกระทำเพื่อการค้า และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนสวรรค์ ดำเนินคดีต่อไป

#No Drugs No Dealers #โพนสวรรค์ร่มเย็น


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ ..สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมทบ.35 ตั้งโรงครัวสนามประกอบอาหารแจกจ่ายผู้ประสบอุทกภัย อำเภอทองแสนขัน

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 35 ตั้งโรงครัวสนามประกอบอาหารแจกจ่ายผู้ประสบอุทกภัยอำเภอทองแสนขัน พร้อมจัดกำลังบูรณาการทุกหน่วยงานช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและพายุฝนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โดย เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 16.30 น. นายศิริวัฒน์ บุบปาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วย นางสายสมร ทองกอง ทุน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์, หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์, ป้องกันจังหวัดอุตรดิตถ์ ลงพื้นที่ติดตามการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ หนองฟ้า โดย มอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม และอาหารให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 12 ตำบลบ่อทอง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมทั้งให้กำลังใจ และมอบนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่ให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทุกฝ่าย อาสาสมัครทุกหน่วย ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วน และให้ติดตามสถารณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิดต่อไป

ในการนี้ นายกิตติชัช บุตรศรี นายอำเภอทองแสนขัน ได้สั่งการให้ นายณรงค์ วัสสละ ปลัดอำเภอทองแสนขัน/หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย นางสาวทรรศนันท์ สมกาวิ ปลัดอำเภอทองแสนขัน, สมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดนกองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอทองแสขัน ที่ 11 ร่วมกับหน่วยทหารจากมณฑลทหารบก ที่ 35, โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก, เทศบาลตำบลทองแสนขัน, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และมูลนิธิอาสาสมัครต่าง ๆ เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยดำเนินการขนย้ายข้าวของ เครื่องใช้ต่าง ๆ ขึ้นที่สูง พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยโดยด่วน

นอกจากนี้ พันตำรวจเอก บุญเลิศ นาคทั่ง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทองแสนขัน ข้าราชการตำรวจจิตอาสาภัยพิบัติสถานีตำรวจภูธรทองแสนขัน ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ พบว่า ปริมาณน้ำบริเวณสะพานบ้านแสนขัน หมู่ 12 ค่อนข้างสูงแต่ยังไม่ถึงระดับที่แจ้งเตือน, มีปริมาณน้ำเอ่อล้นถนน ระยะทางยาวประมาณ 50 เมตร ที่บริเวณถนนเส้นทาง ทองแสนขัน-น้ำปาด หมู่บ้านวังตะเคียน หมู่ 8 ตำบลผักขวงฯ รถยังสามารถสัญจรผ่านไปมาได้, ได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ ให้ระมัดระวังน้ำท่วมในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

ขณะที่ช่วงเช้าที่ผ่านมาของวันที่ 1 กันยายน 2568 สถานการณ์อุทกภัยที่ได้รับผลกระทบจากพายุหนองฟ้าในพื้นที่ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ระดับน้ำส่วนใหญ่ได้ลดลงแล้ว พลตรี สุชาติ พุ่มสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 35 จัดกำลังพล จิตอาสาภัยพิบัติมณฑลทหารบกที่ 35 ลงพื้นที่ฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนและส่วนราชการต่างๆ จำนวน 50 นาย พร้อมทั้งได้จัดรถครัวสนาม ลงพื้นที่ประกอบอาหาร ร่วมกับ เทศบาลตำบลทองแสนขัน ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว ณ พื้นที่ ตำบลบ่อทอง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์

ตำรวจจิตอาสาภัยพิบัติ เร่งลงพื้นที่ตลอดทั้งวัน ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากใน 2 อำเภอ ของจังหวัดเพชรบูรณ์

ตำรวจจิตอาสาภัยพิบัติ สถานีตำรวจภูธรหล่มสัก และตำรวจจิตอาสาภัยพิบัติ สถานีตำรวจภูธรหล่มเก่า เร่งลงพื้นที่ตลอดทั้งวัน ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากใน 2 อำเภอ ของจังหวัดเพชรบูรณ์

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 19.30 น. พันตำรวจเอก ปรเมษฐ โพยนอก ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหล่มสัก พร้อมด้วย พันตำรวจโท ศิริพงษ์ ธงห้า รองผู้กำกับการปราบปรามสถานีตำรวจภูธรหล่มสัก พันตำรวจโท ชนินทร์ กุลวนิชชานันท์ รองผู้กำกับการสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหล่มสัก พันตำรวจตรี ทรงจิตร สุยะ สารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหล่มสัก และข้าราชการตำรวจจิตอาสาภัยพิบัติสถานีตำรวจภูธรหล่มสัก ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่อุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ ตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายอำเภอหล่มสัก พร้อมคณะ ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและให้การช่วยเหลือประชาชน อำนวยความสะดวกด้านการจราจร บริเวณหน้าศูนย์จราจร สถานีตำรวจภูธรหล่มสัก บริเวณแยกหอนาฬิกา บริเวณถนนรณกิจ(ถนนคนเดิน) บริเวณสี่แยกเจ๊ไนท์ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก บริเวณสามแยกลาบเป็ด บริเวณสามแยกคุมประพฤติ ซึ่งน้ำได้ท่วมเข้ามาในพื้นผิวจราจร ทำให้การจราจรติดขัด รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ รถยนต์ใช้ความระมัดระวังในการขับขี่

ขณะที่ในพื้นที่อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ พันตำรวจเอก ธีรศักดิ์ สารภูษิตสันต์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหล่มเก่า มอบหมายให้ พันตำรวจโท รุ่งธรรม จันกวด สารวัตรปราบปรามสถานีตำรวจภูธรหล่มเก่า พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจจิตอาสาภัยพิบัติ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน ณ บ้านวังขอนและบ้านวังม่วง ตำบลตาดกลอย อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์


หล่มสักวิกฤต น้ำท่วมเขตเศรษฐกิจตลาดเทศบาลเมืองหล่มสัก ทุกพื้นที่จมบาดาล

หล่มสักวิกฤต น้ำท่วมเขตเศรษฐกิจตลาดเทศบาลเมืองหล่มสัก ทุกพื้นที่จมบาดาล รถเล็กไม่สามารถเข้าไปได้ ถนนหลักถูกตัดขาด – ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 36 และกองพลทหารม้าที่ 1 ระดมกำลังช่วยเหลือประชาชน อำเภอหล่ม สัก และอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ สั่งเฝ้าระวังสูงสุด

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและพายุฝนในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดย เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 สถานการณ์น้ำในพื้นที่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ถึงขั้นวิกฤติหลังมวลน้ำจากแม่น้ำป่าสักที่ไหลมาจากอำเภอหล่มเก่า เอ่อล้นตลิ่งและผนังกั้นน้ำพังหลายจุด ส่งผลให้ปริมาณน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจใจกลางเมืองอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริเวณสวนดงตาล เขตเทศบาลเมืองหล่มสัก ระดับน้ำสูงกว่าผนังกั้นราว 1 เมตร ระยะทางยาวกว่า 200 เมตร ไหลบ่าเข้าถนนพิทักษ์เหมือนสายน้ำตก ก่อนทะลักเข้าถนนคนเดินไทหล่ม และชุมชนเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ชุมชนในเมือง และชุมชนศรีมงคล บ้านเรือน-ร้านค้าหลายแห่งถูกน้ำท่วม ขณะที่ชาวบ้านเร่งวางกระสอบทราย เจ้าหน้าที่กู้ภัย จิตอาสาภัยพิบัติ และทหาร เร่งอพยพสิ่งของออกจากพื้นที่เสี่ยง

ด้าน นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมนายอำเภอหล่มสัก และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างใกล้ชิด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ยอมรับว่าปริมาณน้ำปีนี้สูงเป็นประวัติการณ์ และมาเร็วเกินคาด แม้เทศบาลเมืองหล่มสัก เตรียมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไว้แล้ว 3 เครื่อง แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำยังสูงเกินไป

โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก ปีนี้ถือได้ว่าสาหัสที่สุด พีน้องประชาชนในเขตเทศบาลได้รับความเดือดร้อนหนัก ซึ่งน้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำป่าสัก ได้ไหลทะลักเข้ามาในเขตเทศบาล สาเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.09 น. ผนังกันน้ำบริเวณหน้าวัดไพรสณฑ์ศักดาราม ผนังกั้นน้ำเม่น้ำป่าสักหน้าวัดเกิดพัง และน้ำเอ่อล้นตะหลิ่ง ทำให้มวลน้ำเข้าพื้นที่เขตเทศบาลเมืองหล่มสัก ไหลทะลักปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆเป็นเหตุให้น้ำท่วมดังกล่าว ถนนหลักถูกตัดขาด

ซึ่งล่าสุด จากการตรวจสอบสถานการณ์เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 1 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา พบว่า ในพื้นที่เศรษฐกิจเทศบาลหล่มสัก ถูกน้ำท่วมอย่างหนักจนรถเล็กไม่สามารถวิ่งได้แล้ว

นอกจากนั้น เช้าวันที่ 1 กันยายน 2568 ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 36 มอบหมายให้ กองพันทหารม้าที่ 28 กองพลทหารม้าที่ 1 จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ พร้อมยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

พร้อมกันนี้ กองพันทหารช่างที่ 8 กองพลทหารม้าที่ 1 ได้จัดชุดบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ พร้อมยุทโธปกรณ์ สนับสนุนการช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยได้นำยานพาหนะ รถยนต์บรรทุก เรือยนต์ และเครื่องจักรกลหนัก เข้าพื้นที่เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยใครครั้งนี้แล้ว

ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติรายงานว่า หลายพื้นที่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ยังคงมีฝนตกหนัก โดยบ้านซอยลาด ตำบลหลักด่าน อำเภอน้ำหนาว วัดปริมาณฝนได้ถึง 151 มม. ถือว่าสูงสุดในพื้นที่ ขณะที่อีกหลายจุดมีฝนสะสมเกิน 90 มม. เข้าข่าย “ฝนตกหนักมาก” ซึ่งอาจซ้ำเติมสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.เพชรบูรณ์ต่อเนื่อง.

ขณะที่ในพื้นที่อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เวลา 09.00 น. วันที่ 1 กันยายน 2568 นายสมพงษ์ ทองหนูนุ้ย นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ รายงานผลกระทบจากฝนตกในเขตพื้นที่อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ในพื้นที่อำเภอยังมีฝนตกตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา กระจายเต็มพื้นที่ โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังในพื้นที่บ้านเรือนประชาชนและเส้นทางสัญจรในหมู่บ้านตำบล สะเดียง ตำบลระวิง ตำบลน้ำร้อน ตำบลนายม ตำบลวังชมพู อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ และมีน้ำเข้าท่วมขังในพื้นที่ทางการเกษตรในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยระดับน้ำแม่น้ำป่าสักมีแนวโน้มสูงขึ้น

สถานการณ์ทั่วไปของอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ขณะนี้อยู่ช่วงเตรียมความพร้อมรอรับน้ำจากอำเภอหล่มสัก และปริมาณน้ำจากอำเภอเขาค้อ ทั้งนี้ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ได้ประสานดำเนินการป้องกันน้ำท่วม จากผลกระทบจากแม่น้ำป่าสักที่จะล้นเอ่อเข้าท่วมในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ โดยเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ได้วางแผนการป้องกันการวางกระสอบทรายในพื้นที่จุดเสี่ยงและเตรียมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่จุดเสี่ยง 11 จุด และเตรียมการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่างให้ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ ได้แจ้งกำชับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกแห่ง ให้เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย รองรับ สถานการณ์ เพื่อให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชม. และได้แจ้งเตือนให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำป่าสัก และพื้นที่ติดเชิงเขารวมถึงลำคลองต่างๆให้เฝ้าระวัง ประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือน ให้ประชาชนเตรียมพร้อมขนของขึ้นที่สูงเและให้ติดตามข่าวสาร แจ้งเตือนจากทางราชการ เฝ้าระวังอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

สำหรับช่วงเช้าวันนี้ นายพงษ์รัตน์ เมืองปาก ปลัดอำเภอหล่มเก่า ฝ่ายความมั่นคง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย พบว่าพื้นที่ประสบเหตุอุทกภัยยังคงมีน้ำท่วมอยู่ในบางพื้นที่ ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำ คือ ในตำบลตาดกลอย หมู่ที่ 1 บ้านวังขอน ประมาณ 40 หลังคาเรือน หมู่ที่ 8 บ้านวังม่วง ประมาณ 10 หลังคาเรือน ส่วนพื้นที่อื่นๆ สถานการณ์ปัจจุบัน ได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ประชาชนได้ทำความสะอาดบ้านเรือนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยอำเภอหล่มเก่า ได้รับผลกระทบ ทั้ง 9 ตำบล โดยส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน ทรัพย์สิน และพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชนได้รับความเสียหาย อำเภอหล่มเก่า ได้เร่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้นำหมู่บ้าน ได้เร่งสำรวจความเสียหายในพื้นที่ และรายงานให้อำเภอหล่มเก่าทราบ เพื่อจักรายงานจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตพื้นที่ให้ความช่วยเหลือฯ ต่อไป

สถานการณ์อุทกภัยได้ขยายวงกว้าง เมื่อเวลา 06.30 น. เกิดสถานการณ์น้ำ หมู่ 1 และหมู่ 3 ตำบลยางงาม อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ น้ำเริ่มไหลเข้าท่วมบ้านเรือนตอนนี้ระดับน้ำยังไม่สูงมากแต่ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายหลังคาเรือน

ทั้งนี้จากมวลน้ำจากเทือกเขาพื้นที่ต้นน้ำจังหวัดเลย ทั้งแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำพุง กำลังไหลบ่าเข้าสู่พื้นที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ทางการเกษตร บ้านเรือนประชาชน หน่วยงานราชการ วัด เส้นทางคมนาคม พื้นที่สาธารณประโยชน์ เป็นวงกว้าง ได้แก่

1)พื้นที่ อำเภอหล่มเก่า มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 491 หลังคาเรือน ,โรงเรียน 1 แห่ง (โรงเรียนบ้านตาดกลอย) ,ถนนทางหลวงหมายเลข 2216
2)พื้นที่ อำเภอน้ำหนาว มีถนนได้รับผลกระทบเกิดความเสียหาย จำนวน 1 สาย ทางหลวงหมายเลข 2216 และสะพาน 1 แห่ง
3)พื้นที่ อำเภอหล่มสัก มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 2 หลังคาเรือน

รวมทั้งหมดในพื้นที่ 3 อำเภอ มีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย จำนวน 493 หลังคาเรือน โรงเรียน 1 แห่ง ถนน 2 สาย และสะพาน 1 แห่ง ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ซึ่ง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 36 ร่วมกับ กองพันทหารช่างที่ 8 กองพลทหารม้าที่ 1 และกองพันทหารม้าที่ 28 กองพลทหารม้าที่ 1 ได้นำรถโกยตัก(แบคโฮ) และรถบรรทุกเทท้าย 10 ตัน เข้าทำการรื้อเศษวัสดุขวางทางน้ำบริเวณฝายวังสิมลำน้ำพุง เพื่อให้น้ำระบายได้คล่องเร็วขึ้น และให้ความช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัยที่บ้านวังขอน พื้นที่ต้นแม่น้ำป่าสัก จัดรถน้ำและกำลังพลจิตอาสาภัยพิบัติ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจิตอาสาภัยพิบัติสถานีตำรวจภูธรหล่มเก่า และสถานีตำรวจภูธรหล่มสัก เข้าทำการฉีดน้ำล้างทำความสะอาดบ้านบรรเทาความเดือดร้อน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 กองพันทหารม้าที่ 28 กองพลทหารม้าที่ 1 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน และจิตอาสาภัยพิบัติ จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ ประกอบด้วยกำลังพล จำนวน 30 นาย เดินทางเข้าพื้นที่ประสบอุทกภัย ในเขตอำเภอหล่มสัก เพื่อให้การช่วยเหลือในการอำนวยความสะดวกประชาชนขนสิ่งของขึ้นที่สูง นำประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง บรรจุกระสอบทราย ทำแนวกั้นน้ำชั่วคราว รวมถึงร่วมประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จากสถานการณ์มวลน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในอำเภอหล่มสัก, เทศบาลตำบลตาลเดี่ยว ส่วนราชการอื่นในพื้นที่ ในการนี้จากการประเมินสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ระดับน้ำยังอยู่ในเกณฑ์วิกฤต (ธงสีแดง) และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ณ พื้นที่ประสบภัย อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้งนี้ หน่วยได้จัดเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้พร้อมปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยอย่างสุดความสามารถ

กองทัพบก ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ เก็บหลักฐานผลกระทบจากกระสุนปืนใหญ่ฝ่ายกัมพูชา

กองทัพบก ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ เก็บหลักฐานผลกระทบจากกระสุนปืนใหญ่ฝ่ายกัมพูชา

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 กองทัพบก ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บหลักฐานจากเหตุการณ์การสู้รบที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ณ โรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งถูกกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชายิงเข้ามาในพื้นที่โรงพยาบาล เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 จำนวน 3 นัด ส่งผลให้อาคารหลายหลังได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอาคารภูมิพัฒน์ และอาคารศูนย์สุขภาพชุมชนพระครูอาภัสธรรม (หลวงตารอด) ซึ่งเป็นอาคารห้องตรวจครรภ์มารดาก่อนคลอด อันเป็นพื้นที่ให้บริการสำคัญแก่ประชาชนในชุมชน จนต้องอพยพผู้ป่วยไปยังพื้นที่ปลอดภัยเป็นการฉุกเฉิน

เจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์เล่าว่า “ตนเองปฏิบัติงานอยู่ที่ห้องตรวจครรภ์มารดาก่อนคลอด ซึ่งปกติจะมีผู้มาใช้บริการหลากหลายกลุ่ม ทั้งมารดาที่ฝากครรภ์วันละ 5–10 ราย (ในวันเกิดเหตุมีเพียง 1 ราย) เด็กที่มาฉีดวัคซีน รวมถึงผู้สูงอายุที่มาตรวจสุขภาพ

ในช่วงเกิดเหตุ ได้ยินเสียงระเบิดจากอาคารภูมิพัฒน์ที่อยู่ใกล้เคียง จากนั้นสะเก็ดระเบิดได้พุ่งเข้ามายังห้องตรวจครรภ์ รวมถึงบริเวณที่นั่งของแพทย์ แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บในขณะนั้น จึงรีบอพยพหญิงตั้งครรภ์รายดังกล่าวออกมาได้อย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันผู้ป่วยและญาติที่ยังอยู่ภายในอาคารต่างรีบอพยพไปยังหลุมหลบภัยชั่วคราว บางรายเกิดความตื่นตระหนกและวิตกกังวลอย่างหนัก ถึงขั้นเอ่ยสั่งเสียต่อหน้าญาติ เมื่อสถานการณ์สงบลง เจ้าหน้าที่จึงรีบให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทันที”

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความรุนแรงของสถานการณ์ชายแดน แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของประชาชน โดยเฉพาะในโรงพยาบาลซึ่งควรเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด กลับต้องเผชิญกับภัยคุกคามและความหวาดกลัวในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อการให้บริการด้านสาธารณสุขที่จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองจากภัยสงครามและความขัดแย้ง

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมด โดยเฉพาะสะเก็ดระเบิด เพื่อนำไปตรวจสอบยังห้องปฏิบัติการของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ที่มาและรายละเอียดของการยิงดังกล่าวต่อไป



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกโดยทีมโฆษกกองทัพบก