ล็อตใหญ่ !! ตร.หัวหิน รวบหนุ่มลักลอบขนยาไอซ์มูลค่า 60 ล้านบาท ลงภาคใต้ สารภาพได้ค่าจ้าง 1 แสน

ล็อตใหญ่!! ตร.หัวหิน รวบหนุ่มลักลอบขนยาไอซ์มูลค่า 60 ล้านบาท ลงภาคใต้ สารภาพได้ค่าจ้าง 1 แสน

วันนี้ 5 ก.ย. 68 พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยพ.ต.ท.ปฏิวัติ วิเชียร รอง ผกก.สส.ภ.จว. ประจวบฯ รรท.รอง ผกก.สส.สภ.หัวหิน, พ.ต.ท. เสฐียรพงษ์ ไกรพินิจ สว.สส.สภ.หัวหิน, ร.ต.อ.แดนไทย จันทร์ศิริทอง รอง สว.สส.ฯ, ร.ต.ท. สันติศักดิ์ ลักษโณสุรางค์ รอง สว.(ป.)ฯและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.หัวหิน ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ชุด ปส. สกัดกั้น 4. และตำรวจทางหลวง

ร่วมกันจับกุมตัว นายฤทธิเกียรติ ยอดยา อายุ 28 ปี ชาว ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสี มา, นายสุรพล หนันกระโทก อายุ 23 ปี ชาว อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา, นายสุริยา ยอดสง่า อายุ 33 ปี ชาว อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา, นายสมศักดิ์ คงสมพงษ์ อายุ 30 ปี ชาว อ.ปาก ช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมตรวจยึด รถบรรทุก ป้ายทะเบียน 70-3056 จ.สระแก้ว ภายใน ซุก ซ่อนยาไอซ์จำนวน 17 กระสอบ โดยสามารถจับกุมได้ภายในปั๊มน้ำมัน ริมถนนบายพาส ขาล่องใต้ (แยกหนองไผ่) อ.หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์

โดย ตร.สภ.หัวหิน ไดัรับการประสานจาก บก.ปส.4 บช.ปส. ว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากจังหวัดเชียงราย ผ่านพื้นที่ สภ.หัวหิน มุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ โดยใช้เส้นทางถนนเลี่ยงเมืองหัว หิน จึงนำกำลังชุดสืบสวน สภ.หัวหิน แบ่งเป็น 2 ชุด เฝ้าสังเกตุการณ์ ทั้งขาขึ้น กทม. และขาล่องใต้ จำนวน 2 จุด ก่อนพบรถบรรทุก ตามที่แจ้งมา เข้ามาจอดในปั๊มน้ำมันขาล่องใต้ จึงนำกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ บก. ปส.สกัดกั้น4 เข้าตรวจสอบ รถคันดังกล่าว. พบผู้ต้องหา 3 ราย กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ท้ายรถบรรทุกจำนวน 17 กระสอบ จำนวน 600 กิโล รวมมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ตรวจสอบเป็นยาไอซ์ทั้งหมด จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไว้

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมด ให้การรับสารภาพว่า ได้ค่าจ้างขนส่งยา ครั้งละ100,000 บาท เคยทำมาแล้ว 3 ครั้ง ต้นทางมาจาก จ.เชียงราย ปลายทางที่ อ.หาดใหญ่ จว.สงขลา ก่อนจะมีคนประสานมารับยาล็อคนี้ต่อไป ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่ง บช. ป.ส ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จังหวัดเพชรบุรี

ประมงจังหวัดเพชรบุรี ลงแขกจับปลาหมอคางดำ ณ บ่อบำบัดชะอำ ได้กว่า 400 กิโล

ประมงจังหวัดเพชรบุรี ลงพื้นที่ลงแขกลงคลองจับหปลาหมอคางดำ ณ บ่อบำบัดชะอำ ได้กว่า 400 กิโล

วันที่ 4 กันยายน 2568 นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นายทวีป ปิ่นเนียม รองนายกเทศมนตรีเมืองชะอำ ประมงอำเภอชะอำ เจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี หน่วยงานสังกัดกรมประมง เทศบาลเมืองชะอำ เรือนจำกลางเพชรบุรี สำนักงานจัด การน้ำเสียสาขาชะอำ ผู้นำชุมชน องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ผู้แทนบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ชาวประมง และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ พื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ และเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ

รวมถึงสร้างการรับรู้และความตระหนักในการป้องกันผลกระทบกับทรัพยากรสัตว์น้ำพื้นถิ่นของชุมชน ตามมาตรการที่ 1 ควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด และมาตรการที่ 3 การนำปลาหมอคางดำที่ถูกกำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ ภายใต้แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567 – 2570 ณ บริเวณบ่อบำบัดน้ำ ทุ่งตะกาดพลี ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ผลการดำเนินงานจับปลาหมอคางดำได้ จำนวน 495 กิโลกรัม และส่งมอบให้กับเรือนจำกลางเพชรบุรี และองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น เพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพต่อไป


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จังหวัดเพชรบุรี

พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย หลวงปู่หลิว ปณฺณโก เนื่องในวันคล้วยวันมรณภาพ ๒๕ ปี ณ ศาลาบำเพ็ญบุญวัดไร่แตงทอง

พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย หลวงปู่หลิว ปณฺณโก เนื่องในวันคล้วยวันมรณภาพ ๒๕ ปี ณ ศาลาบำเพ็ญบุญวัดไร่แตงทอง

วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ น. พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ (ชัยวัฒน์ ปัญญาสิริ) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร พร้อมด้วย พระราชวชิรสุตาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย หลวงปู่หลิว ปณฺณโก เนื่องในวันคล้ายวันมรณภาพ ๒๕ ปี ณ ศาลาบำเพ็ญบุญ วัดไร่แตงทอง ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม อำนวยการจัดงานโดยพระครูธรรมธรบุญยัง พลปุญฺโญ เจ้าอาวาสวัดไร่แตงทอง

โดยมีนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นางพัทยา ทองเสภี ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครปฐม นายทหารโรงเรียนการบินกำแพงแสน โรงพยาบาลจันทรุเบกษา ปลัดอำเภอกำแพงแสน นางสาวณัฏฐ์ชุดา จำเล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งลูกนก นายจิรายุทธ จำเล กำนันตำบลทุ่งลูกนก ผู้นำท้องที่ และประชาชนทั่วไปร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลโดยพร้อมเพียงกัน

โดย หลวงปู่หลิว ปณฺณโก ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ ที่ประชาชนชาวนครปฐมให้ความเคารพนับถือ รวมถึงมีลูกศิษย์อยู่ทั่วทั้งประเทศ ภายในวัดไร่แตงทองได้มีการสร้างรูปหล่อหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือนขึ้น ทำให้มีผู้คนเดินทางมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ปัจจุบัน ศิษยานุศิษย์ ยังคงให้ความเคารพศรัทธาและต่างพากันไปไหว้สักการบูชาหลวงปู่หลิว ณ วัดไร่แตงทอง จังหวัดนครปฐม แม้ท่านจะมรณภาพไป ๒๐ กว่าปีแล้วก็ตาม ชื่อเสียง ตำนาน และความดีของหลวงปู่หลิวก็ยังคงเป็นที่เล่าขานสืบต่อกันให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้รู้จักกันจวบจนปัจจุบัน

ทั้งนี้ พระครูธรรมธรบุญยัง พลปุญฺโญ เจ้าอาวาสวัดไร่แตงทอง รูปปัจจุบัน ยังได้บริจาคทรัพย์สิน สิ่งของ เพื่อสาธารณะประโยชน์แก่โรงพยาบาล โรงเรียน ชุมชน ในพื้นที่อำเภอกำแพงแสนและพื้นที่ใกล้เคียง ตามแนวทางที่หลวงปู่หลิวและอดีตเจ้าอาวาสได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง


น่ารัก น้องทุเรียน’ แก่งกระจาน ออกมานอนโชว์ตัวเล่นบนกิ่งไม้ หลังปิดพะเนินทุ่งเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ

น่ารัก น้องทุเรียน’ แก่งกระจาน ออกมานอนโชว์ตัวเล่นบนกิ่งไม้ หลังปิดพะเนินทุ่งเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ

วันที่ 4 ก.ย.68 นายอรรถพงษ์ เภาเอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า หลังจากประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวเขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้ปิดตั้งแต่ 1 ส.ค.-319.8. 2568 เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ และจะเปิดอีกครั้งในวันที่ 1พฤศจิกายน 2568 เพื่อให้ธรรมชาติได้พักฟื้นและเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยว โดยหลังจากทำการปิดเจ้าหน้าที่อุทยานฯประจำหน่วยเขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้พบ “หมีหมา” ชื่อน้อง “ทุเรียน” ขาประจำเขาพะเนินทุ่ง พบที่หน่วย กจ.19 เขาพะเนินทุ่ง โดยหมีหมาตัวนี้เจ้าหน้าที่ตั้งชื่อให้ว่า “น้องทุเรียน” เป็นหมีที่พบประจำที่หน่วยเขาพะเนินทุ่ง มีตำหนิรูปพรรณบริเวณหน้าจะมีรอยแผลเป็นค่อนข้างเยอะ และจุดสีดำบริเวณสัญลักษณ์ตัวยูที่หน้าอกด้านขวา หลังภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่ต่างเคยมาพักที่พะเนินทุ่ง ชื่นชอบในความน่ารักของน้องทุเรียนกันเป็นจำนวนมาก บงบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ในทางธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติแก่งระจาน

สำหรับ “หมีหมา” ชื่อวิทยาศาสตร์ Helarctos malayanus เป็นหมีที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ลำตัวยาวประมาณ 1 เมตร ขนตามตัวสั้นสีดำปนน้ำตาล ขนบริเวณอกโค้งเป็นรูปตัว U สีขาวนวล บริเวณหน้าตั้งแต่ตาไปถึงปลายจมูกสีค่อนข้างขาว หรือน้ำตาลอ่อน ซึ่งปกติหมีหมาหากินกลางคืน บางครั้งก็ออกหากินกลางวัน มักหากินเป็นคู่ อยู่ในป่าทึบ ไม่ชอบอยู่ตามเขา ขึ้นต้นไม้เก่งกว่าหมีควาย ส่วนอุปนิสัยโมโหง่าย ชอบนอนบนต้นไม้หรือตามโพรงไม้สูงๆ ไม่ชอบนอนพื้นดิน บางครั้งร้องคล้ายเสียงสุนัขเห่ากระโชก จึงเรียกว่าหมีหมา เมื่อยืน 2 ขาจะยืนตัวตรง

อย่างไรก็ตามหากเปิดการท่องเที่ยวเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวไม่ให้เข้าใกล้ หรือนำอาหารไปไว้ในเต็นท์ และเฝ้าระวังไม่ให้หมีมารบกวนเต็นท์พัก รวมถึงแนะนำนักท่องเที่ยวให้อยู่ในระยะปลอดภัยขณะถ่ายภาพ ไม่ควรให้อาหารสัตว์ป่า ซึ่งจะทำให้สัตว์ป่าเสียสัญชาติญาณการดำรงชีวิตในธรรมชาติ


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

พล.ต.อ.ธนายุตม์ฯ ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและอำลาหน่วย “กองบินตำรวจ” ตามนโยบายเน้นหนักของ ผบ.ตร.

ตามนโยบายเน้นหนักของ ผบ.ตร. ข้อ 15 เรื่องสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ ตามคำสั่ง ตร. ที่ 225/2568 ลง 9 เม.ย.68 ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 11 เม.ย.2568 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(บร) ที่ 0001(บร)/79 ลง 11 เม.ย.2568 เรื่อง การมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานบริหาร มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการ สกพ. รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ในลักษณะงานสวัสดิการ ตร. และตามอนุมัติ ผบ.ตร. ท้ายหนังสือ สง.ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ฯ ที่ 0001(บร 1)/338 ลง 25 ส.ค.68 ให้ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ข้าราชการตำรวจสังกัดกองบินตำรวจ

วันนี้(วันพุธ ที่ 3 ก.ย.68) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เดินทางไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและอำลาหน่วย “กองบินตำรวจ”

พร้อมด้วย พล.ต.ต.เดโช ภูศรี นักบิน(สบ 6) บ.ตร., พล.ต.ต.วงศ์วริศ สีคำ ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. ช่วยราชการ บ.ตร., พ.ต.อ.ณรงค์ เอี่ยมสม รอง ผบก.รรท.ผบก.บ.ตร., พ.ต.อ.ประสิทธิ์ พูนแสนสิริ รอง ผบก.บ.ตร., พ.ต.อ.ธรรศพงษ์ ธัญภักดิ์เมธากรณ์ รอง ผบก.บ.ตร. พร้อมข้าราช การตำรวจสังกัดกองบินตำรวจเข้าร่วม

พร้อมทั้งมอบพัดลม 14 นิ้ว จำนวน 5 ตัว, ของที่ระลึกแก้ว จำนวน 200 ใบ, ผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณ จำนวน 200 ผืน ให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัด กองบินตำรวจทุกนาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจ ณ กองบินตำรวจ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.


ทบ. รับการเยี่ยมคำนับ ผชท.ทหาร สหราชอาณาจักร/ไทย ในโอกาสครบวาระปฏิบัติหน้าที่ พร้อมแนะนำ ผชท.ทหาร ท่านใหม่ สานต่อความความร่วมมือที่แน่นแฟ้นทุกมิติ

ทบ. รับการเยี่ยมคำนับ ผชท.ทหาร สหราชอาณาจักร/ไทย ในโอกาสครบวาระปฏิบัติหน้าที่ พร้อมแนะนำ ผชท.ทหาร ท่านใหม่ สานต่อความความร่วมมือที่แน่น แฟ้นทุกมิติ

วันนี้ (2 ก.ย.68) ณ ห้อง จปร. ชั้น 2 กองบัญชาการกองทัพบก พล.ท. เกรียงไกร ปราสาฑสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ให้การต้อนรับ พ.อ. โทนี่ สเติร์น (Colonel Tony Stern) ผชท.ทหาร สหราชอาณาจักร/ไทย เพื่ออำลาเนื่องในโอกาสครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งแนะนำ พ.อ.หญิง แอนนา เจนส์ (Colonel Anna Janes) ผชท.ทหาร สหราชอาณาจักร/ไทย ท่านใหม่ ซึ่งทั้งสองท่านได้มีโอกาสเข้าศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ของไทย รุ่นที่ 64 และ รุ่นที่ 67 ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจต่อกองทัพของไทยได้เป็นอย่างดี

ในโอกาสนี้ รองเสนาธิการทหารบก และ พ.อ. โทนี่ สเติร์น ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ไทย–สหราชอาณาจักร ที่ดำเนินมายาวนานกว่า 170 ปี และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ได้ทรงพระกรุณาเสด็จทอดพระเนตรการแสดงดนตรีของวงดุริยางค์ราชนาวิกโยธินในสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ณ วชิราวุธวิทยาลัย เมื่อ มิ.ย.68 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศได้เป็นอย่างดียิ่ง รวมทั้งได้ยกระดับความสัมพันธ์ สู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของกลาโหม ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงในหลายมิติ นอกจากนี้ การฝึกผสมภายใต้รหัส PANTHER GOLD เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือระหว่างสองกอง ทัพ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการพัฒนาขีดความสามารถ รวมถึงทักษะการใช้ยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยครั้งล่าสุด PANTHER GOLD 25 เมื่อ พ.ค.68 ที่ จ.ชลบุรี โดยมีกองทัพเรือเป็นเจ้าภาพและเข้าร่วมการฝึกอีกด้วย

ในห้วงท้าย พ.อ. โทนี่ สเติร์น ได้กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอขอบคุณกองทัพบกที่ได้ขี้แจงข้อมูลและอำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่เหตุการณ์ ทำให้ได้รับทราบถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แม้ปัจจุบันจะมีการลงนามข้อตกลงหยุดยิงแล้ว แต่ยังมีความกังวลในเรื่องการละเมิดข้อตกลง โดยการใช้ทุ่นระเบิดจนทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้กองทัพสหราชอาณาจักรขอให้ยึดมั่นการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีและขอให้ปัญหาดังกล่าวคลี่คลายโดยเร็ว และรองเสนาธิการทหารบกได้กล่าวขอบคุณ ผชท.ทหาร สหราชอาณาจักร/ไทย ที่เข้าใจสถานการณ์และยืนยันว่าการดำเนินการของไทยเป็นไปเพื่อรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน และเพื่อป้องกันตนเองอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศและแนวปฏิบัติสากลที่เกี่ยวข้อง คาดหวังว่าข้อตกลงจากการประชุม GBC จะนำมาซึ่งสันติภาพชายแดนที่แท้จริงของประชาชนและความมั่นคงของทั้งสองประเทศ



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

กองกำลังนเรศวร ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.ตากและแม่ฮ่องสอน

กองกำลังนเรศวร ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 และ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดตากและจังหวัดแม่ฮ่อง สอน ขณะที่หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท ขนย้ายน้ำดื่มสิ่งของขึ้นเฮลิคอปเตอร์มอบผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อำเภอแม่ระมาด และอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก โดย ระดับน้ำในแม่น้ำเมย ระดับน้ำส่วนใหญ่คงที่อยู่ในสภาวะปกติ คงเหลือบริเวณ ฝายน้ำล้น บ้านแม่ออกผารู ตำบลแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ประชาชนสามารถสัญจรผ่านได้ แต่ยานพาหนะไม่สามารถสัญจรผ่านได้ นอกจากนี้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อำเภอขุนยวม อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอแม่สะเรียง อำเภอสนมเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระดับน้ำในแม่น้ำยวม และแม่น้ำสาละวิน ระดับน้ำคงที่อยู่ในสภาวะปกติแต่มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น

และเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 พันเอก ยอดชาย พวงวรินทร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท สนับสนุนอากาศยาน ฮ.ท. 212 จาก ชุดปฎิบัติการบินทหารบก และกำลังพลจิตอาสา หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท เป็นวันที่ 2 ในการขนย้ายน้ำดื่มจากสำนักงานชลประทานจังหวัดแม่ฮ่องสอน และ เครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของที่จำเป็น จากภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อส่งความช่วยเหลือและกำลังใจให้พี่น้องที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ บ้านหนองเขียว หมู่ 10, บ้านพะนอคี หมู่9, บ้านห้วยหมากลาง หมู่ 4, บ้านทุ่งมะขามป้อม หมู่ 15, ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ถนนถูกตัดขาดไฟฟ้า และสัญญาโทรศัพท์ ไม่สามารถติดต่อได้ จากอิทธิพลของพายุ คาจิกิ ที่ผ่านมา


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์น้ำ จากผล กระทบ พายุ “หนองฟ้า” จังหวัดพิษณุโลก

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์น้ำ จากผลกระทบ พายุ “หนองฟ้า” จังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์น้ำ อุทกภัย และพายุฝนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดย เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 นายวิทูร เกิดอินทร์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ จังหวัดพิษณุโลก จากผลกระทบ พายุ “หนองฟ้า”ที่อ่อนกำลังลงกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเข้าปกคลุมประเทศไทย ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ในคืนวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ถึง วันที่ 31 สิงหาคม 2568 ส่งผลปริมาณน้ำฝนสะสมสูง น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ (ทุ่งแสลงหลวง) ไหลหลากลงมาอย่างรวดเร็ว ท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร ถนนโดยเฉพาะถนนทางหลวงช่วงบ้านกกไม้แดง ตำบลดินทอง อำเภอวังทอง (พิษณุโลก – พิจิตร) ได้รับผลกระทบ รถเล็กพอสัญจรผ่านได้ แต่การจราจรมีความล่าช้าและเสี่ยงอันตราย- แม่น้ำวังทอง หรือ ลำน้ำเข็ก น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ได้เพิ่มระดับขึ้นสูงเร็วมาก สถานีวัดน้ำ N.24A (บ้านวังนกแอ่น) และ สถานีวัดระดับน้ำสะพานวังทอง ระดับน้ำ แม่น้ำวังทองอยู่ที่ระดับ+49.15 ม.รทก. สูงกว่าระดับวิกฤต +1.01 เมตร ได้ยก ธงแดง แจ้งเตือนประชาชนให้รับมือจากสถานการณ์แม่น้ำวังทองไหลล้นตลิ่ง

ที่ตลาด 120 ปี ในเขตเทศบาลอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก น้ำเริ่มล้นตลิ่งยกตัวสูงขึ้น เข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชนริมแม่น้ำวังทอง โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบได้เตรียมแผนรับมือ จัดเตรียมน้ำกระสอบทรายมากั้นริมแม่น้ำวังทอง และอุดท่อระบายน้ำ ไม่ให้น้ำไหลย้อนเข้ามาสู่ตลาด พร้อมทั้งเตรียมเครื่องสูบน้ำระบายน้ำออก-คลองชมพู ตำบลชมพู ได้ไหลล้นตลิ่ง สถานีวัดน้ำ N.43A(บ้านชมพู) ได้ยก ธงแดง แจ้งเตือนประชาชนให้รับมือให้รับมือจากสถานการณ์น้ำหลากเข้าท่วม น้ำจากคลองบ้านมุง ล้นตลิ่งและคลองน้ำปาด(คลองสาขาของแม่น้ำคลองชมพู) ได้ไหลล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมโรงเรียนบ้านน้ำปาด หมู่ที่ 3 ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก น้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร ซึ่งเป็นน้ำป่าไหลหลากที่จะท่วมเร็วและแรง – คลองวัดตายม ระดับน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่หมู่ที่ 2, 5 และ 6 รวมถึงบริเวณตลาดวัดตายม ล้นตลิ่งเข้าสู่ถนนหน้าตลาดสดของเทศบาลตำบลเนินกุ่ม และไปถึงถนนหลังวัดเนินกุ่มที่อยู่ติดริมตลิ่ง

ขณะที่ แม่น้ำน่านที่ไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลก ณ สถานีวัดน้ำ N.5A (สะพานเอกาทศรถ พิษณุโลก) ระดับน้ำ สูง 8.95 เมตร/ระดับตลิ่ง: 10.37 เมตร(ต่ำกว่าตลิ่ง 1.42 เมตร) อยู่ในเกณฑ์ (สีส้ม) = วิกฤติ **แนวโน้ม คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก คาดว่าจะถึงระดับ 9.75 เมตร (ต่ำกว่าตลิ่ง 62 ซ.ม.) ในอีก 26 ชั่วโมงข้างหน้า โครงการชลประทานพิษณุโลก ได้แจ้งเตือน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก และเทศบาลนครพิษณุโลก พร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง อีกทั้งยังเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย ตรวจสอบติดตามความมั่นคงปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำปรับการระบายน้ำอาคารชลประทานต่างๆในพื้นที่อย่างเป็นระบบ ด้านเครื่องจักร-เครื่องมือ สร้างการรับรู้ความเสี่ยง และติดตามประเมินผล พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ต้องการความช่วยเหลือหรือข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อโครงการชลประทานในพื้นที่ใกล้บ้าน หรือสายด่วนกรมชลประทาน โทร. 1460 ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้าน นายเอกพงษ์ กุลเจริญ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานแก้ไขปัญหาดินทรุดตัวและสไลด์เป็นวงกว้างบริเวณโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนุชเทียน ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ภายหลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้ดินบริเวณด้านหลังของตัวอาคารเกิดการทรุดตัวและสไลด์ลงสู่ลำธารด้านหลังของโรงพยาบาลฯ เหตุเกิดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อตัวอาคารของโรงพยาบาลฯ เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กองช่าง ได้นำรถแบ็คโฮเข้าปรับเกรดเคลียร์พื้นที่บริเวณลำธารด้านหลังอาคารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนุชเทียน เพื่อเตรียมนำท่อระบายน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร ไปวางเรียงเป็นแนวป้องกันไม่ให้ดินสไลด์ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ดินไม่ให้อิ่มตัว ช่วยยึดเกาะดิน และที่สำคัญช่วยลดความเสี่ยงต่อการเลื่อนตัวของดินอีกด้วย โดยในการดำเนินการครั้งนี้เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเป็นการชั่วคราวไปก่อน ขณะเดียวกันทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ยังได้นำตู้คอนเทนเนอร์ FITNESS CENTER มาใช้เป็นห้องตรวจสุขภาพชั่วคราวเพื่อเปิดให้บริการประชาชนตามปกติอีกด้วย.

สำหรับในพื้นที่เขตอำเภอเมืองพิษณุโลก โดยเฉพาะพื้นที่เทศบาลนครพิษณุโลก ระดับแม่น้ำน่านอยู่ในระดับวิกฤต มีความน่ากังวลและเป็นห่วงเป็นอย่างมาก นายศิริชิน หาญพิทักษ์พงศ์ นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ติดตามการปฎิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครพิษณุโลก เฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำที่อาจเกิดผลกระทบกับชุมชนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกอย่างต่อเนื่อง การปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนกระสอบทรายจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก และได้รับความร่วมมือจาก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 ในการจัดกำลังพลจิตอาสาภัยพิบัติและชุดบรรเทาสาธารณภัย ในการบรรจุกระสอบทราย รวมทั้งการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน และประชาชน มาร่วมแรงร่วมใจในการปฏิบัติงานในครั้งนี้ ณ สถานีดับเพลิงเทศบาลนครพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ซึ่งเมื่อเวลา​ 20.00 น.​ วันที่​ 1 กันยายน​ 2568 เทศบาลนครพิษณุโลก​ ได้แจ้งขอรับการสนับ สนุนกำลังพลจากหน่วยทหาร เพื่อมาเร่งบรรจุกระสอบทรายแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง และจัดวางแนวป้องกันรอบตลิ่งแม่น้ำน่าน ที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องจนเกินระดับวิกฤต โดยมณฑลทหารบกที่ 39 ได้นำกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยและจิตอาสาภัยพิบัติ พร้อมด้วยประชาชนจิตอาสาจากทุกภาคส่วน ร่วมกับ เจ้าหน้าที่เทศบาลนครพิษณุโลก ร่วมกันกรอกกระสอบทราย และการบล็อกท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันนำ้ไหลย้อนท่อในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก ตลอดทั้งคืน

ด้าน สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ได้ทำการประชาสัมพันธ์ถึงผู้ใช้รถใช้ถนนและผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณริมแม่น้ำน่าน ถนนวังจันทน์ ตั้งแต่เชิงสะพานพระเอกาทศรถ ถึงเชิงสะพานพระสุพรรณกัลยา ทั้ง 2 ฝั่ง เนื่องจากระดับน้ำแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้น ของให้ประชาชนระมัด ระวังน้ำเซาะตลิ่งกัน

นอกจากนี้ นางสาวดารา เอี่ยมส่งเสริม นายอำเภอเนินมะปราง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำพร้อมทั้งตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยและมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและสิ่งจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ณ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 1 บ้านมุงเหนือ และศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 8 บ้านทุ่งพระ ตำบลบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี เทศบาลตำบลบ้านมุง ผู้นำชุมชนท้องที่ ท้องถิ่น ร่วมลงพื้นที่ดังกล่าว

นายธีรศักดิ์ ศรีสมพงษ์ นายอำเภอบางระกำ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นอำเภอบางระกำ พร้อมลงเรือมอบถุงยังชีพ จำนวน 29 ชุด ในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ตำบลชุมแสงสงคราม และมอบน้ำดื่ม จำนวน 10 แพ็ค ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลท่านางงาม ณ พื้นที่ประสบอุทกภัยใน หมู่ที่ 2 ตำบลชุมแสงสงคราม และหมู่ที่ 3 ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยมี เจ้าหน้าที่กองบิน 46 ปลัดอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลชุมแสงสงคราม ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ตำบลท่านางงาม สมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอบางระกำที่ 7 ร่วมลงพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ นายอำเภอบางระกำ ได้มีข้อสั่งการให้กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน คอยเฝ้าระวังระดับเพิ่มสูงขึ้นและกำชับให้แจ้งเตือนกับประชาชนรับทราบข่าวสารจากส่วนราชการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

นายวรวงศ์ พงศบุตร นายอำเภอบางกระทุ่ม ประธานคณะกรรมการพัฒนาการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ(พชอ.)อำเภอบางกระทุ่ม พร้อมด้วยคณะกรรมการ พชอ. ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ ตำบลนครป่าหมาก และสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอบางกระทุ่มที่ 9 ลงพื้นที่มอบสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภคเบื้องต้นช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเดินทางสัญจรออกจากบริเวณบ้านได้ ให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วมบริเวณริมแม่น้ำแคววังทองในพื้นที่ของหมู่ที่ 3 และ หมู่ที่ 5 ตำบลนครป่าหมาก อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 4 ราย เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัย และให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน และจะส่งมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยต่อไป

ส่วน นายธนพร ศรีสุวรรณ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพนมทอง จัดเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพนมทอง พร้อมอุปกรณ์เครื่องมือ เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่บ้านพันชาลี หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 15 ตำบลพันชาลี อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก​ จำนวน 35 ครัวเรือน โดยได้ดำเนินการขนย้ายและลำเลียงสิ่งของในบ้านเรือนของประชาชนขึ้นไปไว้ในที่ปลอดภัย พร้อมทั้งบรรจุและวางกระสอบทราย เพื่อสร้างแนวป้องกันน้ำล้นตลิ่งและป้องกันน้ำที่ไหลเข้าท่วมบ้านเรือน นอกจากนี้ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

นอกจากนั้น นายนพคุณ แถมพยัคฆ์ นายกเทศมนตรีตำบลหัวรอ พร้อมด้วย พันเอก โสฬส แย้มสรวล ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 34 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา, นายบัณทิต โพธิดก โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพิษณโลก, นางปิ่นเพชร พูลสวัสดิ์ กำนันตำบลหัวรอ พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่สำรวจตลิ่งในกองบังคับการหน่วยพัฒนา การเคลื่อนที่ 34 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เพื่อหาแนวทางป้อง กันปัญหาการกัดเซาะของน้ำและวางแผนการปรับปรุงภูมิทัศน์อย่างยั่งยืน

ต่อจากนั้นในพื้นที่อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก กองบิน 46 กองทัพอากาศ และ ธนาคารไทยพาณิชย์ มอบเรือพลาสติกขนาด 10 ฟุต จำนวน 2 ลำ ให้ องค์การบริหารส่วนตำบลชัยนาม อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย นอกจากนี้ ทหารอากาศจากกองบิน 46 ยกทีมลงพื้นที่ไปช่วยพี่น้องชาว วังทอง ซึ่งมีภารกิจด่วนในการเร่งบรรจุกระสอบทราย และ สร้างแนวกั้นน้ำป้องกันจุดสำคัญและบ้านเรือน ในพื้นที่เสี่ยงของอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 กันยายน 2568 ภายในค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เกิดน้ำท่วมขังรอการระบาย บริเวณซอยชุมชนบ้านพักข้าราชการทหาร จำนวน 2 จุด ซึ่งมวลน้ำบางส่วนได้เอ่อล้นไหลเข้าท่วมในบ้านพักอาศัยของข้าราชการทหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และทรัพย์สิน รวมถึงชุมชนในพื้นที่เขตเทศบาลนครพิษณุโลก อำเภอเมืองพิษณุโลก ตามตรอกซอกซอยมีน้ำท่วมขังในช่วงกลางดึกจนถึงรุ่งเช้าจำนวนหลายจุดส่งผลกระทบต่อการเดินทางและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และกองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 4 ได้จัดชุดบรรเทาสาธารณภัย พร้อมยุทโธปกรณ์ ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ ตำบลชัยนาม อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก


นที มีเดช รายงาน

กองพันทหารม้าที่ 28 เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยในอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

กองพันทหารม้าที่ 28 ระดมกำลังพลพร้อมเครื่องมือเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทก ภัยและดูแลประชาชนที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติในอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ สถานการณ์อุทกภัยอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เขตเทศบาลเมืองหล่มสัก น้ำเริ่มลดลงแล้ว พื้นที่เศรษฐกิจเมืองหล่มสักยังอ่วม แม้ว่าระดับน้ำลดลงจากเมื่อวาน แต่ยังกระแสน้ำในแม่น้ำป่าสัก ยังไหลเชี่ยว และแรง

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 กองพันทหารม้าที่ 28 กองพลทหารม้าที่ 1 จัดกำลังพล ชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน และจิตอาสาภัยพิบัติ จำนวน 3 ชุด ร่วมให้การต้อนรับ รองผู้บัญชา การกองพลทหารม้าที่ 1 พร้อมคณะฯ เข้าพื้นที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อตรวจประเมินสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมวางแผนหารือในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ในการนี้ กองพันทหารม้าที่ 28 กองพลทหารม้าที่ 1 ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนในการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางสำหรับผู้ป่วย/ผู้สูงอายุ นำส่งอาหาร/น้ำดื่มในพื้นที่น้ำท่วมสูง อีกทั้งได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จากสถานการณ์ระดับน้ำในปัจจุบัน ระดับยังอยู่ในเกณฑ์วิกฤต ระดับ 8.90 เมตร (ล้นตลิ่ง) หากไม่มีฝนตกคาดว่าระดับน้ำปรับตัวลดลงภายใน 2-3 วัน โดยมีความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อำเภอหล่มสัก จำนวน 10 ตำบล รวมแล้ว 7,320 หลังคาเรือน ทั้งนี้หน่วยนำกำลังพลและยุทโธปกรณ์ต่างๆ เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเต็มขีดความสามารถ

นอกจากนี้เมื่อ เวลา 09.00 น. นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ รายงานสถานการณ์ อุทกภัยในเขตพื้นที่อำเภอหล่มสัก ระดับน้ำบริเวณฝายศรีจันทร์ หมู่ที่ 4 ตำบลท่าอิบุญ ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 0.50 เมตร สูงกว่าสันฝายประมาณ 0.20-30 เมตร ขณะนี้ในพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำป่าสัก ตำบลท่าอิบุญ ตำบลสักหลง ที่ได้รับผลกระทบระดับน้ำลดลงสู่ภาวะปกติ ระดับเตือนภัยสีเหลือง ระดับน้ำบริเวณฝายริมแม่น้ำป่าสักฝั่งซ้าย หมู่ที่ 5 บ้านวังร่อง ตำบลห้วยไร่ ระดับน้ำลดลง 0.65 เมตรสูงกว่าสันฝาย 3.35 เมตร ต่ำกว่าระดับวิกฤต 0.15 เมตร (ระดับวิกฤตสูงกว่าสันฝาย 3.50 เมตร) ระดับน้ำลดง/ไหลเร็ว ระดับเตือนภัยเหลือง ระดับน้ำบริเวณสะพานตาลเดี่ยว ระดับน้ำลดลง สูงกว่าระดับตลิ่ง 0.50 เมตร (ระดับตลิ่ง 8.30 ม.) ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าในเย็นวันนี้จะลดลงสู่ภาวะปกติ ระดับเตือนภัยสีแดง ระดับน้ำแม่น้ำป่าสัก บริเวณ หมู่ที่ 6 ตำบลตาลเดี่ยว-หมู่ที่ 12 ตำบลหนองไขว่ พื้นที่รองรับรอการระบายลงสู่แม่น้ำป่าสัก มีระดับสูง พื้นที่ตำบลปากดุก ระดับน้ำแม่น้ำป่าสัก ไหลเอ่อล้นตลิ่งเข้าพื้นที่ท่วมบ้านเรือนราษฎร หมู่ที่ 1-6

สำหรับ การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้จัดประชุมซักซ้อมหน่วยงาน องค์กรการกุศล จำนวน 23 หน่วยงาน ประกอบด้วย อำเภอหล่มสัก ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเพชรบูรณ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ กองพันทหารม้าที่ 28 กองพลทหารม้าที่ 1 สถานีตำรวจภธรหล่มสัก สำนักงานสาธารณสุขอำเภอหล่มสัก เทศบาลเมืองหล่มสัก หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 กิ่งกาชาดอำเภอหล่มสัก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหล่มสัก บริษัท ที โอ ที จำกัด การประปาส่วนภูมิภาคสาขาหล่มสัก กู้ภัยกกไทร มูลนิธิเพชรเกษม มูลนินิธิปอเต็กตึ้ง มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิร่มโพธิ์ สมาคมจิตอาสาเพื่อมวลชน สมาคมสว่างศรัทธาธรรม โรงเรียนหยกฟ้า มูลนิธิกู้ภัยชนแดน-วังโป่งรวมใจ หน่วยกู้ภัยกาฬสินธุ์ จัดตั้งโรงครัวจัดทำอาหารช่วยเหลือผู้ประสบภัย จำนวน 5 จุด เป้าหมายจัดทำอาหารข้าวกล่องให้กับผู้ประสบภัย จำนวน 11,150 กล่อง

สถานการณ์ในอำเภอหล่มสัก ขณะนี้ ในพื้นที่อำเภอมีเมฆฝนแต่ยังไม่มีฝนตก ได้กำชับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกแห่ง ได้เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย รองรับ สถานการณ์ เพื่อให้พร้อมเข้าช่วยเหลือ ประชาชนได้ตลอด 24 ชม. และได้แจ้งเตือนให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำป่าสัก รวมถึงลำน้ำสาขา ให้ประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือน ประชาชนให้ขนของขึ้นที่สูงเ และให้เฝ้าระวัง ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสัก และลำน้ำสาขา ตลอด 24 ชม. รวมถึงติดตามข่าวสาร แจ้งเตือน จากทางราชการ เฝ้าระวังอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

ขณะที่ สถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่เศรษฐกิจเทศบาลเมืองหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงจากเมื่อวาน 1 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา แต่ปัญหาหลัก ๆ สำรวจ พบว่าสาเหตุที่น้ำในเทศบาลเมืองหล่มสัก ยังลดลงไม่มาก เพราะมวลน้ำในแม่น้ำป่าสัก ยังไหลมาเต็มพื้นที่ จนล้นผนังกั้นน้ำระยะทางเป็นกิโลเมตร ไหลมาตามช่องทางน้ำบริเวณซอยวจี 7 น้ำยังไหลเชี่ยวและแรง

ส่วนในพื้นที่เทศบาลเมืองหล่มสัก วันนี้ 2 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอหล่มสัก ได้นำเจ้าหน้าที่ ไปตระเวนต่อกระแสไฟฟ้า ให้กับบ้านของชาวบ้านบางหลังที่นำลด และประเมินแล้วว่าไม่เกิดอันตราย ส่วนร้านค้าต่าง ๆ เริ่มกลับมาเปิดเพื่อให้พนักงานช่วยกันทำความสะอาด ซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย เพื่อหวังว่าจะได้กลับมาเปิดให้เร็วที่สุดหลังน้ำรด ขณะที่บริเวณตลาดริมน้ำไทหล่ม และชุมชนวัดทุ่ง จุดนี้จะอยู่คนละฝั่งของแม่น้ำป่าสัก กับวงเวียนหอนาฬิกา จุดนี้ พบว่าน้ำได้ทะลักผ่านผนังกั้นน้ำเข้าท่วมชุมชนยังสูงเช่นกัน ชาวบ้านยังอยู่กันอย่างยากลำบากร้านค้าต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยังปิด น้ำยังลึกตั้งแต่หัวเข่าถึงระดับเอว

ทั้งนี้ มวลน้ำจากอำเภอหล่มสัก ได้ไหลลงไปยังพื้นที่ด้านล่างเข้าท่วมสวนผลไม้ และกำลังจะเข้ายังอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จึงแจ้งเตือนให้ชาวบ้านในพื้นที่เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด


กองทัพบก–นิติวิทยาศาสตร์ เก็บหลักฐานเหตุสู้รบชายแดนไทย–กัมพูชา วันที่ 2 มุ่งพิสูจน์ความเสียหายโบราณสถาน–ศาสนสถาน ในพื้นที่ จ.สุรินทร์

กองทัพบก–นิติวิทยาศาสตร์ เก็บหลักฐานเหตุสู้รบชายแดนไทย–กัมพูชา วันที่ 2 มุ่งพิสูจน์ความเสียหายโบราณสถาน–ศาสนสถาน ในพื้นที่ จ.สุรินทร์

กองทัพบกยังคงปฏิบัติภารกิจลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บหลักฐานจากเหตุการณ์การสู้รบที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม หลังจากสถานการณ์การปะทะชายแดนคลี่คลายลง และหน่วย EOD ของทหารและตำรวจได้เข้าเคลียร์พื้นที่จนปลอดภัยแล้ว โดยเมื่อวานนี้ (1 ก.ย. 68) ได้ดำเนินการเก็บหลักฐานในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม และวัดไทยนิยมพัฒนาราม ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งจุดที่เข้าตรวจสอบความเสียหายมีดังนี้

  1. พื้นที่ปราสาทตาเมือนธม จำนวน 4 จุด ได้แก่ ด้านนอกปราสาทด้านทิศตะวันออก, ซุ้มประตูด้านทิศตะวันออก, ลานหน้าปราสาทบริวารด้านทิศตะวันตก และปราสาทบริวารด้านทิศตะวันตก
  2. พื้นที่วัดไทยนิยมพัฒนาราม จำนวน 3 จุด ได้แก่ อาคารกุฏิของวัด (2 จุด) และบริเวณต้นไม้ใกล้ศาลา

สำหรับการปฏิบัติภารกิจร่วมกันครั้งนี้ กองทัพบกได้รับการสนับสนุนจากสถาบันนิติวิทยา ศาสตร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลหลายฉบับ ทั้ง ISO 9001, ISO/IEC 17020 และ ISO/IEC 17025 มาใช้ในกระบวนการเก็บและวิเคราะห์พยานหลักฐาน เพื่อให้ข้อมูลที่ได้มีความน่าเชื่อถือสูงสุด โดยทีมผู้เชี่ยวชาญได้ทำการวิเคราะห์วิถีการยิงและเก็บวัตถุพยานอย่างละเอียด

ทั้งนี้การโจมตีต่อโบราณสถานและสถานที่ทางศาสนาดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ซึ่งผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เหล่านี้จะถูกส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ดำเนินการในเวทีระหว่างประเทศ เช่น การยื่นเรื่องต่อองค์กรเฉพาะทางอย่างยูเนสโก (UNESCO) เพื่อปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม, การแสวงหาความยุติธรรมผ่านกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ ไปจนถึงการใช้ช่องทางการทูตต่อไป



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก