สกัดการลักลอบตัดไม้สัก ป่าดอยพระเจ้า ยึด 103 ท่อน มูลค่าความเสียหายกว่า 2.4 ล้านบาท

“สกัดการลักลอบตัดไม้สัก ป่าดอยพระเจ้า ยึด 103 ท่อน มูลค่าความเสียหายกว่า 2.4 ล้านบาท”

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ร่วมกับ จนท.ทสจ.ตาก, หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ตก.2 (ขะเนจื้อ), หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตก.20 (แม่ต้าน), ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ตาก 2 และ ตร.กก.4 บก.ปทส. ลาดตระเวนเฝ้าตรวจบริเวณพื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าดอยพระเจ้า” ครอบคลุมเขตป่าแม่ระมาด และเขตป่าท่าสองยาง ตรวจพบไม้สักท่อนถูกลักลอบตัดรวม 103 ท่อน คิดเป็นค่าเสียหายกว่า 2,467,200 บาท โดยแบ่งเป็น ป่าแม่ระมาด บ้านห้วยปลากอง พบไม้สัก จำนวน 50 ท่อน ค่าเสียหาย 1,285,200 บาท, ป่าท่าสองยาง บ้านแม่ออกฮู จุดที่ 1 พบไม้สัก จำนวน 27 ท่อน ค่าเสียหาย 671,400 บาท พร้อมตรวจยึดเครื่องยนต์ HONDA สีแดง พร้อมอุปกรณ์แปรรูปไม้ และ ป่าท่าสองยาง บ้านแม่ออกฮู จุดที่ 2 พบไม้สัก จำนวน 26 ท่อน ค่าเสียหาย 510,600 บาท

เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึด บันทึกหลักฐาน และตีตรายืนยันของกลาง ก่อนส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.แม่ระมาด และ สภ.ท่าสองยาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กองกำลังนเรศวร #กองร้อยทหารพรานที่3508 #พิทักษ์ชายแดนตาก #สกัดมอดไม้


นที มีเดช รายงาน

ทบ.โดย มทภ.2 นำครอบครัวกำลังพลที่สละชีพเพื่อชาติจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา รับมอบเงินช่วนเหลือจาก GULF รวม 17 ล้านบาท

ทบ. โดย มทภ.2 นำครอบครัวกำลังพลที่สละชีพเพื่อชาติจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา รับมอบเงินช่วนเหลือจาก GULF รวม 17 ล้านบาท

วันนี้ (5 ก.ย.68) ณ กองบัญชาการกองทัพไทย พล.ท. บุญสิน พลาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยครอบครัว กำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฎิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา เข้ารับมอบเงินสนับสนุนช่วยเหลือ จากบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF นำโดย นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้ช่วยรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มอบเงินช่วยเหลือ ครอบครัวละ 1 ล้านบาท รวมเป็น 17 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้มาจาก ‘กองทุน 100 ล้านบาท’ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลทหารที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ GULF ในการยืนหยัดเคียงข้างและดูแลครอบครัวผู้ที่สูญเสียเพื่อประเทศชาติ

ทั้งนี้ GULF ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือในภารกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการมอบถุงยังชีพ ‘GULF Care’ จำนวนกว่า 2,000 ชุด แก่ทหารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบในศูนย์พักพิงตามจังหวัดต่าง ๆ รวมถึงร่วมกับบริษัทในเครือ เพื่อนำเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและดาวเทียมมาช่วยอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ครอบครัวของเหล่าทหารหาญที่สละชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ เข้าร่วมในพิธีสดุดีวีรกรรมทหารกล้าและอาลัยประชาชนผู้บริสุทธิ์ ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเชิดชูเกียรติ สดุดีทหารกล้า จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอีกด้วย


แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

จเรตำรวจแห่งชาติ สั่งเดินหน้าเต็มกำลัง Warroom IAC และ ศปอส.ตร. ปราบคอลเซ็นเตอร์ เข้มกวาดล้างซิมผี-บัญชีม้า ทุกพื้นที่

จเรตำรวจแห่งชาติสั่งเดินหน้าเต็มกำลัง Warroom IAC และ ศปอส.ตร. ปราบคอลเซ็นเตอร์ เข้มกวาดล้างซิมผี-บัญชีม้า ทุกพื้นที่ ล่าสุดตำรวจเชียงใหม่รวบทันควันทั้งบัญชีม้า-ผู้ว่าจ้าง

วันนี้ (6 กันยายน 2568) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชา การ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ผบ.ศกค.) หรือ International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (Warroom IAC) และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เปิดเผยว่า การดำเนินการของ Warroom IAC เป็นการผนึกกำลังความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับหลายภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในภาพรวมของนานาประเทศ ซึ่ง ศปอส.ตร. เป็นอีกหนึ่งศูนย์ที่ปฏิบัติการเสริม Warroom IAC ในการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ จึงได้สั่งการในที่ประชุม ศปอส.ตร. เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ให้เร่งรัดการปฏิบัติและการเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามซิมผี บัญชีม้า เพื่อตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเป็นระบบมากขึ้นในทุกพื้นที่ โดยให้เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติด้วย

ที่ผ่านมา ศปอส.ของพื้นที่ต่างๆ ได้เปิดปฏิบัติการจับกุมซิมผี บัญชีม้า อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด พื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ (ภ.จว.เชียงใหม่) โดย ศปอส.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งข้อมูลจาก ศปอส.ตร. ว่ามีกลุ่มบุคคลตระเวนพาบัญชีม้าถอนเงินสดจากธนาคารสาขา และตู้เอทีเอ็ม ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวนหลายครั้ง จึงทำการสืบสวน จนกระทั่งวันที่ 5 กันยา ยน 2568 เวลาประมาณ 12.00 น. สืบสวนทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเดินทางมาถอนเงินจากสาขา และตู้เอทีเอ็ม ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดลำพูน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ติดตาม และเฝ้าสังเกตพฤติกรรมกลุ่มบุคคลดังกล่าว จนพบว่ามีบุคคลต้องสงสัยพาบุคคลอื่นมาถอนเงินออกจากบัญชีจำนวนมากและหลายครั้ง มีการยืนเฝ้ารอจนกว่าบุคคลเจ้าของบัญชีจะถอนเงินเสร็จ และรับมอบเงินสดทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเพื่อตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบว่า มีการถอนเงินสดออกจากบัญชีธนาคารที่รับเงินจากการหลอกลวงผู้เสียหายผ่านระบบคอมพิวเตอร์จริง และได้มีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้ว จึงได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา 2 คน ได้แก่ น.ส.ณัฐนิชฯ อายุ 40 ปี เป็นผู้ว่าจ้าง ควบคุมสั่งการ และ น.ส.สายธารฯ อายุ 19 ปี เป็นผู้ถอนเงินสด พร้อมด้วยของกลาง เงินสดจำนวน 90,000 บาท, โทรศัพท์มือถือ และสมุดบัญชีธนาคาร ดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันพยายามฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่” นำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดลำพูน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และรับว่าเงินสดจำนวน 90,000 บาท ของกลางในคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดไว้ ไม่ใช่เงินสดของตน และไม่มีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ใดๆ หากมีการนำเงินสดดังกล่าวคืนกลับแก่ผู้เสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำเงินจำนวนดังกล่าวคืนผู้เสียหายต่อไป

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า จากนี้ Warroom IAC จะเดินหน้าเต็มกำลังในการขับเคลื่อนการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะฐานใหญ่ของโลกในประเทศเพื่อนบ้านของไทย โดยได้รับความร่วมมือจากนานาประเทศ และหน่วยงานต่างๆ ของไทย ทำให้สามารถร่วมกำหนดทิศทางการดำเนินการได้ชัดเจนขึ้น และนอกจาก Warroom IAC จะเดินหน้าการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในทุกมิติแล้ว ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และอายัดบัญชีอย่างรวดเร็วมากขึ้น เพื่อให้สามารถนำเงินที่ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงิน นำกลับคืนผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด ตามปฏิบัติการ Money Cash Back


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.เชียงใหม่ ร่วมจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน โดยเสด็จพระราชกุศลเป็นกรณี ภัยพิบัติทางธรรมชาติ บ้านปางอุ๋ง

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 33 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ จัดตั้งโรงครัวพระราชทานโดยเสด็จพระราชกุศลเป็นกรณี ภัยพิบัติทางธรรมชาติ บ้านปางอุ๋ง

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ จัดตั้งโรงครัวพระราชทานโดยเสด็จพระราชกุศลเป็นกรณีเร่งด่วน จำนวน 1 แห่ง ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ อันเนื่องมาจากเหตุดินสไลด์รุนแรง ในพื้นที่บ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 8 ราย ผู้บาดเจ็บ จำนวน 14 ราย และผู้สูญหาย จำนวน 2 ราย รวมผู้ประสบภัย 24 ราย บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายอย่างหนัก เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาภัยพิบัติในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่/ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดเชียงใหม่ จึงจะดำเนินการออกโรงครัวพระราชทาน ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ซึ่งได้ดำเนินการ ประกอบเลี้ยงจำนวน 1,200 กล่อง/มื้อ โดย ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราช ทานอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ศึก และ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 33 สำหรับประชาชนและเจ้าหน้าที่ รวม 800 คน และในวันนี้ กำลังเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจการกู้ภัย และฟื้นฟูหมู่บ้านปางอุ๋ง ได้ปฏิบัติภารกิจเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้ถอนตัวกลับที่ตั้ง ตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันที่ 6 กันยายน 2568 เหลือกำลังเจ้าหน้าที่ จำนวน 20 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่พร้อมเครื่องจักร

ซึ่ง ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำการปิดโรงครัวพระราชทาน โดยได้ปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม – 6 กันยายน 2568


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 เร่งระดมผันน้ำจากภาคเหนือเข้าสู่บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ หลังระดับแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามการ เร่งระดมผันน้ำจากทางภาคเหนือเข้าสู่บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ หลังระดับแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยหน่วงน้ำ และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมสูงในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง และใช้รักษาระบบนิเวศภายในบึงบอระเพ็ด

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งยังคงมีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่องประกอบกับการระบายน้ำจากทางภาคเหนือยังคงมีปริมาณมาก จึงทำให้ ระดับน้ำในแม่น้ำน่าน เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เจ้าหน้าที่จึงได้เปิดประตูน้ำคลองบอระเพ็ดให้สูงขึ้นเพื่อเร่งผันน้ำเข้าบึงบอระเพ็ด โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วย ลดปริมาณน้ำ ที่จะไหลเข้ามาในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และป้องกันไม่ให้น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ

โดย นายจิระเดช บุญมาก หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด เปิดเผยว่า บึงบอระเพ็ดสามารถ รับน้ำตามธรรมชาติได้ 2 ช่องทางคือน้ำทุ่ง จากทิศตะวันออกของบึง ด้านอำเภอไพศาลีและท่าตะโก ส่วนอีกช่องทางจะเป็นน้ำท่า ที่ไหลมาจากจังหวัดพิษณุโลกและพิจิตร ที่เอ่อล้นเข้าบึงจากทางแม่น้ำน่าน

ซึ่งล่าสุดหลังจากที่มีฝนตกชุกจนทำให้แม่น้ำน่านมีระดับน้ำสูงกว่าน้ำในบึงบอระเพ็ดประ มาณ 20 เซนติเมตร ทำให้ทางจังหวัดนครสวรรค์ต้องรีบเปิดประตูเพื่อหน่วงน้ำ และกักเก็บน้ำซึ่งเป็นการรักษาระบบนิเวศ และตัดยอดน้ำบางส่วนที่จะลงไปยังเขื่อนเจ้าพระยา ที่จังหวัดชัยนาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างได้อีก

ล่าสุดบึงบอระเพ็ด มีปริมาตรน้ำ 133.67 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 56.94 จากปริมาตรน้ำที่กักเก็บได้ทั้งหมด 234.77 ล้าน ลบ.ม.


นที มีเดช รายงาน

อบต.ทุ่งขวาง จัดการประชุมประจำเดือนกันยายน 2568

องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง ได้จัดการประชุมประจำเดือนกันยายน 2568 โดยมีนายจอมใจ กองเกตุใหญ่ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง ปฏิบัติหน้าที่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วย นายวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวาง สมาชิกสภาฯ, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, ตำรวจชุมชน, เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งขวาง, ตัวแทน อสม., ตัวเเทนสตรีแม่บ้าน, ตัวแทนคุณครู, ตัวแทนผู้สูงอายุ,กศน.ตำบลทุ่งขวาง,หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง


กระบะบรรทุกไม้เก่ายางระเบิดพลิกคว่ำ พบกล่องโฟมกระเด็นเกลื่อน ตะลึง..!! บรรจุยาบ้า 5.4 ล้านเม็ด

ประจวบคีรีขันธ์ – กระบะบรรทุกไม้เก่ายางระเบิดพลิกคว่ำ พบกล่องโฟมกระเด็นเกลื่อน ตะลึง..!! บรรจุยาบ้า 5.4 ล้านเม็ด

วันที่ 7 ก.ย. 68 พ.ต.ท.พยุงศักดิ์ จงดี สารวัตรใหญ่ สภ.สามกระทาย ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าได้รับแจ้งจากชาวบ้านพลเมืองดีพบมีรถยนต์กระบะรั้วบรรทุกประสบอุบัติเหตุยางระเบิดพลิกคว่ำกีดขวางถนน เหตุเกิดบริเวณบนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ หลักกิโลเมตรที่ 271 + 100 หมู่บ้านฟากนา ตำบลสามกระทาย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งจึงนำเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยร.ต.ท.นนทนันท์ สิงหนาท รองสารวัตรสอบสวน สภ.สามกระทายรุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเป็นรถยนต์กระบะรั้วบรรทุก 4 ล้อขนาดใหญ่ ยี่ห้อ isuzu สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒฆ 5327 กทม.สภาพพังเสียหายยับเยินกระบะรั้วฉีกขาดตัวรถได้รับความเสียหาย สิ่งของที่บรรทุกมาหล่นกระจัดกระจายเกลื่อน ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นชิ้นส่วนแผ่นไม้ที่รื้อมาจากบ้านเก่า โดยภายในกองไม้พบกล่องโฟมห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกใสปิดทับด้วยเทปกาวสีน้ำตาลแน่นหนา จำนวน 54 กล่อง โดยมีบางกล่องฉีกขาดปรากฏสิ่งของที่บรรจุภายในกล่องเป็นยาบ้าเม็ดสีส้มจำนวนมาก ส่วนผู้ขับขี่และผู้โดยสารไม่ทราบจำนวนได้หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุแล้ว

ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ สันนิษฐานว่ารถคันดังกล่าวได้ขนของกลางมาจากต้นทาง ซึ่งยังไม่ทราบที่ใด โดยนำกล่องโฟมซึ่งบรรจุยาเสพติดไว้ด้านล่าง จากนั้นใช้แผ่นไม้ปิดบังอำพรางยาเสพติดเอาไว้เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เหมือนลักษณะขนย้ายไม้บ้านเก่าแล้วมุ่งหน้าลงใต้ ระหว่างทางยางล้อหลังเกิดระเบิดทำให้เสียหลักพลิกคว่ำ ส่วนผู้ขับขี่และผู้โดยสารกลัวความผิดจึงได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานรถยกมาลากรถ และขนของกลางทั้งหมดใส่รถพนักงานสอบสวนนำไปตรวจสอบและนับจำนวนของกลางยาเสพติดทั้งหมดอย่างละเอียดที่โรงพัก 3 กระทาย โดยมี นายอร่าม ญาณแก้ว นายอำเภอกุยบุรี, พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ พร้อมตำรวจชุมสืบสวน และตำรวจพิสูจน์หลักฐานร่วมตรวจสอบ

โดยภายในกล่องลังโฟม 1 กล่อง บรรจุยาบ้าจำนวน 10 ห่อ ตราสัญลักษณ์ ยี่ห้อ 999 ที่เม็ดยาพิมพ์ WY รวม 1 แสนเม็ดต่อ 1 กล่อง รวมทั้งหมด 54 กล่อง กับอีก 1 ห่อ จำนวนยาบ้าเม็ดสีส้มทั้งสิ้น 5,440,000 เม็ด(ห้าล้านสี่แสนสี่หมื่นเม็ด) รวมมูลค่า กว่า 32 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิด เพื่อหาเส้นทางการหลบหนีและหาตัวผู้ร่วมขบวนการที่มาในรถว่ามีจำนวนกี่คน เพื่อติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ทกจ.เพชรบุรี ร่วมกับ ม.สวนดุสิต จัดโครงการ เด็กชา ชุมชนนายาง เปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนนายางอย่างยั่งยืน

ทกจ.เพชรบุรี ร่วมกับ ม.สวนดุสิต จัดโครงการ เด็กชา ชุมชนนายาง เปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนนายางอย่างยั่งยืน

วันที่ 7 กันยายน 2568 นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย ดร.ปณิดา สวนแก้ว ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี, นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัตน์ ม.สวนดุสิต, หัวหน้าส่วนราชการ, เทศบาลเมืองชะอำ, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน, ภาคเอกชน ,ผู้ทรงคุณวุฒิ, เยาวชน และบุคลากรในชุมชน เข้าร่วมเปิดตัว โครงการเด็กชา เที่ยว้เที่ยวชุมชนนายาง ในกิจกรรมทดสอบเส้นทางท่องเที่ยว และฝึกปฏิบัติการนักสื่อความหมาย ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวชุมชน ณ โบราณสถานทวารวดีโคกเศรษฐี อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เยี่ยมชมการแสดงเปิดงานในชุด ระบำนางยักษ์โดยวิสาหกิจชุมชนสตรีศรีสามวัง รับชมการละเล่นเพลงพวงมาลัย ก่อนร่วมกันรับประทานอาหารกลางวัน ณ โบราณสถานทราวดีโคกเศรษฐี ก่อนขึ้นรถรถราง เที่ยวชมเส้นทางท่องเที่ยวโบราณคดีประวัติศาสตร์วนอุทยานเขานางพันธุรัต ฝึกปฏิบัติการเป็นนักสื่อความหมาย นักสืบน้อยค้นหาเรียนรู้ เกี่ยวกับซากฟอตซิลอายุกว่า 250 ล้านปี เดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติเขานางพันธุรัตน์ ร่วมยิงเมล็ดพันธุ์พืชเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้เขานางพันธุรัต ก่อนเดินทางไปศึกษาเรียนรู้แหล่งโบราณคดีโคกเศรษฐีภายในถ้ำเขาตาจีน และเดินทางไป Landmark ใหม่ของจังหวัดเพชรบุรี ไหว้พระท่องเที่ยวขอพรพ่อปู่พญาเพชรคิรี พญานาคองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศ กราบสักการะพระพุทธรูปปางไสยาสน์ศักดิ์สิทธิ์ สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาอายุกว่า 400 ปี ก่อนเดินทางไป ท่องเที่ยวชมฝูงค้างคาวนับล้านตัวออกหากินยามพรบค่ำ พร้อมรับฟังเรื่องราวแบบเด็กชานักสื่อความหมาย ก่อนทดสอบเส้นทางปั่นจักรยานท่องเที่ยว เที่ยวชมธรรมชาติที่วนอุทยานเขานางพันธุรัต -โรงงานชลประทานซีเมนต์ รวมระยะทาง 2 กิโลเมตร

ดร.ปณิดา สวนแก้ว ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี ชุมชนบ้านนายางและวนอุทยานเขานางพันธุรัตที่มีพืชและสัตว์ป่าเฉพาะถิ่น วันนี้เป็นการทดสอบเส้นทางพร้อมฝึกปฏิบัติจริง เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านการจัดการท่องเที่ยวชุมชนอย่างครบวงจร พัฒนาบุคลากรในชุมชนให้มีความรู้ความสามารถ พร้อมในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับนักท่องเที่ยว ในการร่วมกันผลักดันให้ชุมชนบ้านนายาง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนได้อย่างยั่งยืน


/บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

อช.แก่งกระจาน​ เปิดยุทธการ ปราบปรามขบวนการล่าสัตว์ป่าในพื้นที่มรดกโลก

อช.แก่งกระจาน​ เปิดยุทธการ ปราบปรามขบวนการล่าสัตว์ป่าในพื้นที่มรดกโลก

​วันที่ 7 กันยายน 2568 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมด้วย นายญาณ อ้วนสิงห์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ และเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนรวม 32 นาย ร่วมกันแถลงแผนปฏิบัติการพิเศษ เพื่อปราบปรามและสกัดกั้นขบวนการลักลอบล่าสัตว์ป่าและทำลายทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี อย่างเข้มข้น

​นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าในพื้นที่มีกลุ่มบุคคลลัก ลอบเข้ามาล่าสัตว์ป่าเป็นจำนวนมากและกระทำกันเป็นขบวนการ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ชุกชุม ทางอุทยานฯ จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดใหญ่เพื่อโอบล้อมและจับกุมผู้กระทำผิด โดยยุทธการนี้จะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 8 – 13 กันยายน 2568​ และจะปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ พร้อมได้กำชับและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติการในครั้งนี้ เพื่อลดปัญหาการล่าและค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมาย และเป็นการอนุรักษ์ให้สัตว์ป่าได้ดำรงอยู่ต่อไปในระบบนิเวศของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานซึ่งเป็นมรดกโลกที่สำคัญของประเทศไทย

​การปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายหลักในการจับกุมขบวนการผู้กระทำผิด เพื่อปกป้องคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าให้ปลอดภัยจากการบุกรุกและทำลายล้างที่ผิดกฎหมายในระยะยาว


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จังหวัดเพชรบุรี

เพชรบูรณ์ เกิดฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วมขังเขตเทศบาลซับสมอทอด อ.บึงสามพัน หลายพื้นที่

เพชรบูรณ์ – เกิดฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วมขังเขตเทศบาลซับสมอทอด อำเภอบึงสาม พัน น้ำท่วมหลายพื้นที่

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 23.30 น. ได้เกิดฝนฟ้าคะนองในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลซับสมอทอด ทำให้มีปริมาณน้ำท่วมขัง น้ำท่วมสะสม รอการระบายหลายจุด ซอยเทศบาล 25/1 ซอยเทศบาล 27 โรงเรียนอนุบาลบึงสามพัน ซอยเทศบาล 7 ซอยเทศบาล 9 ซอยเทศบาล 11 หมู่ที่ 3 ตำบลซับสมอทอด ซอยเทศบาล 13 หมู่ที่ 3 ตำบลซับสมอทอด ซอยเทศบาล 15 บริเวณหน้า โรงพยาบาลบึงสามพัน และในช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. ฝนตกต่อเนื่อง ทำให้น้ำท่วมขับบนถนนหมายเลข 21 ถนนสายสระบุรี-หล่มสัก

เจ้าหน้าที่งานป้องกันบรรเทาสารธารณภัย ได้ดำเนินการติดเครื่องสูบน้ำ ขนาด 12 นิ้ว ที่ประจำตามจุดที่มีน้ำท่วมขัง เครื่องสูบน้ำดีเซล จำนวน 3 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำพญานาค จำนวน 2 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ขณะนี้ระดับน้ำยังคงที่ งานป้อง กันและบรรเทาสาธารณภัย ยังคงติดเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำให้เข้าสู่ภาวะปกติ


ทีมข่าวเพชรบูรณ์