โลตัสฮอลฯ ร่วมหนุน “ค่ายหรรษาวิชาการ” โรงเรียนบ้านวังชะนาง ส่งเสริมเยาวชนเรียนรู้สร้างสรรค์ พัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

เพชรบูรณ์ – โลตัสฮอลฯ ร่วมหนุน “ค่ายหรรษาวิชาการ” โรงเรียนบ้านวังชะนาง ส่งเสริมเยาวชนเรียนรู้สร้างสรรค์ พัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

วันที่ 9 กันยายน 2568 ที่โรงเรียนบ้านวังชะนาง ตำบลท้ายดง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชร บูรณ์ ได้มีการจัดกิจกรรม “ค่ายหรรษาวิชาการ” เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะทางวิชาการผ่านการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน รวมถึงภาคเอกชนอย่าง บริษัท โลตัสฮอล จำกัด ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้

ค่ายดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิดการพัฒนาศักยภาพทางปัญญา เสริมสร้างประสบการณ์นอกห้องเรียน และปลูกฝังเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ โดยได้รับเกียรติจากคณะวิทยากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก ที่เดินทางมาให้ความรู้และจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปด้านวิชาการให้กับเยาวชนในพื้นที่อย่างเข้มข้น ทั้งในด้านคณิตศาสตร์ วิทยา ศาสตร์ ภาษาไทย และทักษะชีวิตที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21

ในการนี้ บริษัท โลตัสฮอลฯ ได้ให้การสนับสนุนน้ำดื่มสำหรับนักเรียน คณะครู และวิทยากรผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งร่วมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงเจตจำนงในการมีส่วนร่วมพัฒนาการศึกษาในระดับท้องถิ่น ตอกย้ำพันธกิจขององค์กรในการส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนอย่างต่อเนื่อง

ตัวแทนจากบริษัทฯ กล่าวว่า “การศึกษาคือรากฐานสำคัญของสังคม เราเชื่อว่าการสนับสนุนให้เยาวชนได้เข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้ที่หลากหลายและสร้างสรรค์ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและนำไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นในระยะยาว”

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากทั้งนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชนเป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของชาติผ่านการศึกษาของเด็กไทยในพื้นที่ชนบท


มนสิชา คล้ายแก้ว ทีมข่าวเพชรบูรณ์

มทบ.13 เปิดโครงการ “เยาวชนต้นกล้า เครือข่ายทหารพันธุ์ดี”

จังหวัดลพบุรี – มณฑลทหารบกที่ 13 ร่วมกับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 33 จังหวัดลพบุรี เปิดโครงการเยาวชนต้นกล้าเครือข่ายทหารพันธุ์ดี เพื่อนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตนเองและในชุมชน

พลตรีนิธิ อิงคสุวรรณ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 13 ได้เป็นประธานในการเปิดโครงการเยาวชนต้นกล้า เครือข่ายทหารพันธุ์ดี ณ สโมสรนายทหาร มณฑลทหารบกที่ 13 ซึ่งได้ร่วมกับคณาจารย์และเยาวชนจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 33 จังหวัดลพบุรี ทั้งนี้ตามนโยบายของกองทัพภาคที่ 1 ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการเสริมสร้างเครือข่ายเยาวชน เพื่อความมั่นคงของชาติที่ต้องการปลูกฝังจิตสำนึกความรักชาติ ความจงรักภักดีต่อสถาบันหลัก และการเป็นจิตอาสาสวในพื้นที่ควบคู่กับการสืบสานโครงการทหารพันธุ์ดี ตามพระ ราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเน้นการพัฒนาเกษตรปลอดภัยและการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน เพื่อบูรณาการภารกิจทั้งสองด้านแก่เยาวชน

จึงได้จัดกิจกรรมโครงการเยาวชนต้นกล้า เครือข่ายทหารพันธ์ดี ขึ้น ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้การดำเนินโครงการทหารพันธุ์ดีของหน่วยฝึกทักษะด้านเกษตรยั่งยืน ปลูกฝังคุณธรรม/และขยายผลการเรียนรู้สู่ครอบครัว ชุมชน และสังคมต่อไปในการนี้ ได้จัดให้มีวิทยากรจากโครงการทหารพันธุ๋ดี วิทยากรจากกองกิจการพลเรือน มณฑลหารบกที่ 13 มาให้ความรู้แก่เยาวชนจาก โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 33 จังหวัดลพบุรี ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งแก่เยาวชนที่มีโอกาสได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครง การเยาวชนต้นกล้า เครือข่ายทหารพันธุ์ดี ในครั้งนี้ เพื่อฝึกฝนทักษะการเพาะปลูก การขยายพันธ์พืชการเลี้ยงสัตว์ และการถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนใกล้เคียงเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และพึ่งพาตนเองได้

ซึ่งโครงการในวันนี้เยาวชนได้เข้ามาเรียนรู้และสัมผัสกระบวน การดำเนินงานของโครงการทหารพันธุ์ดีผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงพร้อมทั้งส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะด้านเกษตร รวมถึงเป็นการพัฒนาเครือข่ายเยาวชนให้เป็น ผู้มีคุณธรรม มีวินัย มีภาวะผู้นำ เสริมสร้างความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และสามารถในการขยายกิจกรรมที่ได้รับไปสู่โรงเรียน ชุมชน และพื้นที่ของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ได้มอบใบประกาศนียบัตรในการผ่านการอบรมให้กับคณาจารย์และเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ รวมทั้งได้ให้โอวาทว่าขอให้นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในเกิดประโยชน์กับตนเองและในชุมชน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

แม่น้ำป่าสักล้นตลิ่ง อ.วิเชียรบุรี เตือนประชาชนเฝ้าระวัง

เพชรบูรณ์ – แม่น้ำป่าสักล้นตลิ่ง อ.วิเชียรบุรี เตือนประชาชนเฝ้าระวัง

วันที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. อำเภอวิเชียรบุรี รายงานสถานการณ์น้ำแม่น้ำป่าสัก หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เตือนประชาชนเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย ล่าสุด ระดับน้ำแม่น้ำป่าสักอยู่ที่ 11.26 เมตร สูงกว่าระดับตลิ่ง 0.26 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 0.44 เมตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำห้วยเล็ง มีปริมาณน้ำ 12.29 ล้าน ลบ.ม. ระบายคลองเดิม 50 ซม. และคลองดาดคอนกรีต 5 ซม. น้ำฝนสะสม 30 มม. พื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบคือ ใต้สะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก รถจักรยานยนต์ไม่สามารถผ่านได้ บ้านท่าน้ำ หมู่ 13 ตำบลท่าโรง 5 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรบางส่วนถูกน้ำท่วม

ตำบลบึงกระจับ น้ำจากลำน้ำบึงกระจับและแม่น้ำป่าสักเข้าท่วมถนนและพื้นที่เกษตร อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย อำเภอวิเชียรบุรีได้แจ้งเตือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเก็บข้าวของและเตรียมอพยพ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว อำเภอขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน


มนสิชา คล้ายแก้ว และทีมข่าวเพชรบูรณ์

พช.นครนายก จัดกิจกรรมทดสอบตลาด OTOP นวัตวิถี ส่งเสริมวิสาหกิจแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า

นครนายก – พช.นครนายก จัดกิจกรรมทดสอบตลาด OTOP นวัตวิถี ส่งเสริมวิสาห กิจแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า

วันที่ 7 กันยายน 2568 ที่ชุมชนบ้านคลองศาลเจ้า หมู่ที่ 7 ตำบลทรายมูล อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก นายทองคูณ บุญศร พัฒนาการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดงาน “OTOP นวัตวิถี กิจกรรมทดสอบตลาด ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและส่งเสริมวิสาหกิจแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยมี นางศศิกาญจน์ ตระการศาสตร์ พัฒนาการอำเภอองครักษ์ พร้อมคณะให้การต้อนรับ และกล่าวรายงานการจัดกิจกรรมฯ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายการพัฒนาชุมชน เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการ และประชาชน เข้าร่วมงานกิจกรรมจำนวนมาก

ตามที่ จังหวัดนครนายกได้จัดสรรงบประมาณภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย และส่งเสริมวิสาหกิจแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า กิจกรรมการพัฒนาออกแบบตราสินค้าและบรรจุภัณฑ์กิจการอาหารปลอดภัยชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบสินค้า บรรจุภัณฑ์และเชื่อมโยงช่องทางการตลาดโดยบูรณาการความร่วมมือภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน ชุมชนบ้านคลองศาลเจ้า หมู่ที่ 7 อำเภอองครักษ์ ได้มีการแสดงผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้รับการพัฒนา จำนวนชุมชนละ 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1.ข้าวไม่ลืมนา, 2.ทองม้วนเกสรบัวผัน เป็นต้น

ซึ่งถือเป็นการแสดงเอกลักษณ์ชุมชน ด้วยการสาธิตการทำอาหารพื้นถิ่นจากวัตถุดิบที่มีในชุมชนและต้องการสร้างรายได้และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้ครอบคลุมทั้งประเทศ โดยให้ภาคเอกชนและภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการร่วมกับภาครัฐ รวมไปถึงการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 8 Quick Wins ในการสร้างสุขให้กับประชาชน ให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ก้าวสู่ตลาดที่กว้างขึ้น สร้างรายได้ที่มั่นคงและเพิ่มมูลค่า ซึ่งตรงกับภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชนในการส่งเสริมชุมชนให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

นครนายก แถลงข่าวจัดชกมวยการกุศล ช่วยเหลือช้างป่านครนายก

นครนายก – แถลงข่าวจัดชกมวยการกุศล ช่วยเหลือช้างป่านครนายก

วันที่ 8 กันยายน 2568 ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองนครนายก นายกิตติภูมิ แสงสว่าง กำนันต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก ผู้จัดชกมวยการกุศล ”ศึกรวมพล คนรักราชสีห์“ เปิดแถลงข่าวการจัดชกมวยการกุศล โดยมี นายบุญเต็ม กัลยาพานิช นายอำเภอเมืองนครนายก ให้เกียรติเป็นประธานเปิดแถลงข่าวการชกมวยการกุศล พร้อมด้วย นายคม ปากช่อง และนายแมะ บ้านนา ร่วมแถลงข่าวใน ”ศึกรวมพลคนรักราชสีห์” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่บริเวณสนามวัดเกาะทอง ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก มีทั้งหมด 15 คู่ โดยมีคู่เอกระหว่างสปรินเตอร์(แป๋งกองปราบ)วันเพ็ญพันธุ์ไม้ VS ยอดพยัคฆ์ นุ้ยสี่มุมเมือง ส่วนคู่รองระหว่างพลังเพชร ส.สว่างยิมส์ VS เชอรี่ ศิษย์ดาบอ้วน และคู่อื่นๆอีก 13 คู่ โดยมีผู้เข้าร่วมงานแถลงข่าวและให้ความสนใจกว่า 50 คน ในครั้งนี้

นายกิตติภูมิ แสงสว่าง กำนัน ต.สาริกา เปิดเผยว่า การจัดงานชกมวยในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งแรกมีคนให้ความสนใจค่อนข้างเยอะ ทั้งนี้ในการจัดการแข่งขันชกมวยการกุศลมีวัตถุประ สงค์เพื่อนำเอารายได้ไปช่วยเหลือพัฒนาท้องถิ่น และเพื่อนำรายได้อีกส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือช้างป่า จ.นครนายก ตลอดจนไปช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง โดยทางผู้จัดจึงขอเชิญชวนทุกท่านที่รักกีฬาด้านการชกมวย อย่าพลาดโอกาสนี้จะมีมวยดีดีชกกันสนุกทุกคู่ และที่สำคัญถ้าครั้งนี้มีคนให้ความสนใจมากก็จะมีครั้งหน้าและครั้งต่อๆไปแถมงานนี้ยังได้กุศลที่ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงรวมถึงช่วยเหลือช้างป่า จ.นครนายกแล้วก็ยังได้บุญอีกด้วย


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอ.เมือง นครศรีธรรมราช สนธิกำลังตรวจยึดของกลางยาบ้ากว่า 1 แสน 1 หมื่นเม็ด พร้อมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวม 5 คัน

ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช สนธิกำลังชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 4 และ ปปส.ภาค 8 ตรวจยึดของกลางยาบ้ากว่า 1 แสน 1 หมื่นเม็ด พร้อมยึดทรัพย์รถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวม 5 คัน

เย็นวันนี้ (8 ก.ย.68) ที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในการแถลงข่าวผลการกวาดล้างจับกุมยาเสพติดและอาวุธปืน ระหว่างวันที่ 5-8 กันยายน 2568 โดยมี พ.ต.อ.สุทัศน์ สงสยม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช, นายเอกชัย สุนทร ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช, ผู้แทนกองทัพภาคที่ 4, ผู้แทนผู้อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 8, นายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช, หัวหน้าศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด เจ้าหน้าที่อาสาสมัค,ร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชนเข้าร่วมกิจกรรม

โดยผลการกวาดล้างจับกุมยาเสพติดและอาวุธปืน ในห้วงระหว่างวันที่ 5-8 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นการสนธิกำลังกับชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 4 ปฏิบัติการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหายาเสพได้ทำการจับกุมผู้ต้องหายาเสพติดในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ได้ของกลางยาบ้า จำนวน 30,000 เม็ด จากนั้นมีการขยายผลเข้าจับกุมผู้ต้องหาอีกรายในพื้นที่ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอจุฬาภรณ์ ได้ของกลางยาบ้า จำนวน 60,000 เม็ด ก่อนขยายผลเข้าจับกุมผู้ต้องหาอีกหนึ่งรายที่บริเวณสถานีบริการรถร่วม บขส. ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ได้ของกลางยาบ้าอีกจำนวน 20 ,000 เม็ด ซึ่งผลการออกปฏิบัติการดังกล่าวสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 6 ราย 3 คดี ตรวจยึดของกลางได้ยาบ้า รวมทั้งสิ้นประมาณ 110,000 เม็ด และยึดทรัพย์เป็นรถยนต์ จำนวน 2 คันและรถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรรมราช และสถานีตำรวจภูธรจุฬาภรณ์ต่อไป

สำหรับปฏิบัติการกวาดล้างและจับกุมดังกล่าว จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ได้บูรณาการหน่วยงานภาครัฐทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหารกองทัพภาคที่ 4 และ ปปส.ภาค 8 ขับเคลื่อนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรรมราชอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยที่มุ่งเน้นปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ทั้งผู้ค้า ผู้เสพ อาวุธปืน ผู้มีอิทธิพลทั้งในชุมชนและในหมู่บ้าน และยุทธการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drug No Dealers ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติดจังหวัดนครศรีธธรรมราช และนโยบาย “นครศรีโมเดล”


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

แพทย์ทหารเตือน “ผู้ป่วยเบาหวาน ไตเรื้อรัง ธาลัสซีเมีย โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง” เสี่ยงติดเชื้อโรคไข้ดิน

แพทย์ทหารเตือน “ผู้ป่วยเบาหวาน ไตเรื้อรัง ธาลัสซีเมีย โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง” เสี่ยงติดเชื้อโรคไข้ดิน

จากข้อมูล กระทรวงสาธารณสุข ในช่วงหน้าฝนนี้มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยด์เพิ่มสูงขึ้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคธาลัสซีเมีย และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ที่ทำงานสัมผัสกับดินและน้ำโดยตรง หรือมีบาดแผลไม่ควรเดินลุยน้ำด้วยเท้าเปล่า หรือแช่น้ำนาน เพราะอาจติดเชื้อโรคไข้ดิน หากเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมรองเท้าบูท สวมถุงมือยาง และกางเกงขายาว เพื่อป้องกัน เมื่อเสร็จภารกิจให้รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยสบู่ และน้ำสะอาดทันที และสังเกตอาการของตนเองหากมีไข้สูงติดต่อกันเกิน 5 วัน ควรรีบพบแพทย์

โรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยด์ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เบอร์โคเดอเรีย สูโดมัลลิอาย พบได้ทั่วไปในดิน ในน้ำ นาข้าว ท้องไร่ สวนยาง ทั่วทุกภาคในประเทศไทย ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา จับปลา ลุยน้ำ ปลูกแปลงผัก ทำสวนยาง จับปลา หรือลุยโคลน เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง คือ 1) การสัมผัสน้ำหรือดินที่มีเชื้อปนเปื้อน เชื้อจะสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลได้ 2) การดื่มน้ำไม่สะอาดหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป หรือการสำลักน้ำที่มีเชื้อโรค และ 3) สูดหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อเจือปนอยู่เข้าไป หลังติดเชื้อประมาณ 1-21 วันจะเริ่มมีอาการเจ็บป่วย แต่บางรายอาจนานเป็นปี ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ได้รับและภูมิต้านทานของแต่ละคน

อาการของโรคนี้ไม่มีลักษณะเฉพาะ จะมีความหลากหลายคล้ายโรคติดเชื้ออื่นๆ หลายโรค เช่น มีไข้สูง มีฝีที่ผิวหนัง มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ อาจติดเชื้อเฉพาะที่ หรือติดเชื้อแล้วแพร่กระจายทั่วทุกอวัยวะและเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคธาลัสซีเมีย และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ในการนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มีความห่วงใยต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 และพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงขอแนะนำในการป้องกันโรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยด์ ควรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลน หรือแช่น้ำเป็นเวลานาน หากจำเป็นควรสวมรองเท้าบูทหรือถุงพลาสติกหุ้มรองเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้เท้าสัมผัสน้ำโดยตรง สวมถุงมือยาง กางเกงขายาว หากมีบาดแผลควรปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ และอาบน้ำชำระร่างกายทันทีหลังจากทำงานหรือลุยน้ำ รวมถึงดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุกทุกครั้ง หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ให้รีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการเดินลุยน้ำให้แพทย์ทราบด้วย เพื่อที่แพทย์จะได้ตรวจวินิจฉัยและรักษาทันที ตามอาการและความรุนแรงของโรค

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตทุกโอกาส


สถานการณ์ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ในพื้นที่ชายแดน จ.ตาก (22 สค.68)

สถานการณ์ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก (22 สิงหาคม 2568)

ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์การสู้รบในประเทศเมียนมา ระหว่างทหารเมียนมา กับ กองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา ในพื้นที่อำเภอแลงปอย จังหวัดผาอัน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ด้านตรงข้าม บ้านแม่ปอ (หมู่บ้านสาขาบ้านแม่ลอ) ตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2568 เป็นต้นมา ทำให้มีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ได้ทยอยอพยพข้ามมายังฝั่งไทย จำนวนทั้งสิ้น 43 คน นั้น

ในการนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้ กองกำลังนเรศวร รับผิดชอบอำนวยการดูแล ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ร่วมกับศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก โดยให้ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บริเวณบ้านแม่ลอ ตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ได้ดำเนินการมีรายละเอียดดังนี้

  1. ศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก, จังหวัดตาก, กองกำลังนเรศวร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมดูแลความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐานในการดำรงชีพ โดยมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ตามหลักมนุษยธรรม
  2. กองกำลังนเรศวร ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนไทย
  3. หน่วยเฉพาะกิจราชมนู ติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดน และลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันการลุกล้ำอธิปไตย ในความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนไทย และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนูลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดน พร้อมทั้งร่วมอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับมาตุภูมิด้วยความสมัครใจของผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา
  4. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 วางกำลังติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดน และลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันการลุกล้ำอธิบไตย ในความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนไทย
  5. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 34, ฝ่ายปกครองอำเภอท่าสองยาง และสถานีตำรวจภูธรอำเภอท่าสองยาง ติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนและลาดตระเวนเฝ้าตรวจตามแนวชายแดน
  6. กองทัพอากาศ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมขึ้นบินลาดตระเวนรบ หากมีอากาศยานรุกล้ำน่านฟ้าไทย

ปัจจุบัน สถานการณ์ปะทะภายในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้เริ่มคลี่คลายลงตามลำดับ ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ได้ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยความสมัครใจทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา จึงได้ปิดพื้นที่ปลอดภัยชั่ว คราว สำหรับผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) เรียบร้อยแล้ว โดยกองกำลังนเรศวร ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชน จิตอาสา ได้ดำเนินการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฯ, ทำความสะอาด พร้อมกับซ่อมปรับปรุงบริเวณพื้นที่ ปลอดภัยชั่วคราวในทุกพื้นที่ในส่วนที่ชำรุดเสียหายให้คงสภาพเดิม

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า การบูรณาการกำลังป้องกันชายแดนเพื่อปกป้องอธิปไตย และพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ จะได้ ดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อให้พี่น้องคนไทยทุกคนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งสร้าง ความมั่นคงให้ประเทศชาติสืบไป


แม่ทัพภาคที่ 3 เชิญชวนสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569

“การรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569”

ตามที่ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก มีนโยบายให้กองทัพบกริเริ่ม “การรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์” ในการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ เพื่อเดินหน้าพัฒนาการตรวจเลือกทหารกองประจำการ มุ่งสู่ระบบทหารกองประจำการอาสา ทดแทนการเรียกเกณฑ์ให้เป็นรูปธรรมในอนาคต ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงกลาโหม ด้านการปฏิรูปของกองทัพและเพิ่มความหลากหลาย รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้ชายไทยสมัครเป็นทหาร นั้น

สำหรับในปี 2569 นี้ กองทัพบกยังคงสานต่อนโยบายการสมัครใจเป็นทหาร สำหรับการรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 โดยสามารถเลือกหน่วยรับราชการได้ทั่วประเทศ คุณสมบัติผู้สมัคร ดังนี้.-

  1. เป็นทหารกองเกินที่มีอายุ อายุ 18 – 20 ปี (เกิดปี พ.ศ. 2549 – 2551) ที่ยังไม่ถูกเรียกเข้าเป็นทหารกองประจำการ
  2. ทหารกองเกินที่มีอายุ 22 – 29 ปี (เกิดปี พ.ศ. 2547 – 2540) ซึ่งเป็นผู้ที่เคยเข้ารับการตรวจเลือกทหารแล้ว แต่ไม่ถูกเข้ากองประจำการ
  3. ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา

การรับสมัครผ่านระบบออนไลน์ : ทหารกองเกินสามารถสมัครด้วยตนเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ https://rcm.rta.mi.th หรือ สมัครด้วยตนเอง ณ หน่วยทหาร หรือหน่วยสัสดีใกล้บ้าน ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป ถึง 25 มกราคม 2569

ในการนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 จึงขอเชิญชวนชายไทยที่สนใจสมัครเป็นทหารตามขั้นตอนข้างต้น เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ ซึ่งนอกจากจะได้ทำงาน เพื่อดูแลชาติบ้านเมืองแล้ว ยังจะได้รับโอกาสอันดีในการต่อยอดสู่การเป็นทหารอาชีพตามกระบวนการส่งเสริม และแนวทางการให้โอกาสทหารกองประจำการที่กองทัพบกได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และขอเรียนย้ำว่าการรับสมัครทางออนไลน์เป็นกรณีพิเศษนี้ รับเฉพาะผู้ที่มีอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ และผู้ที่เคยผ่านการตรวจเลือกทหารมาแล้วเท่านั้น ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://rcm.rta.mi.th โทร. 0-2223-3259 เฟซบุ๊ก : กองการสัสดี หรือสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หน่วยสัสดีทุกแห่งใกล้บ้านท่าน


พล.ต.ท.สุรพลฯ ผบช.ภ.1 เป็นประธาน เปิดอบรมโครงการ “CIP CONNECT”

วันที่ 3 กันยายน 2568 ณ โรงแรมสุพร แกรนด์ โฮเต็ล จว.อ่างทอง โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก. สส. ภ.1 พร้อมด้วย รอง ผบก.สส.ภ.1 และ ข้าราชการตำรวจสายงานสืบสวนในสังกัด ภ.1 ได้ร่วมพิธีเปิดโครงการความร่วมมือด้านการสืบสวนสอบสวนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านงานสืบสวนของตำรวจภูธรภาค1 (Criminal Investigation Partnership Connect) CIP CONNECT ซึ่งจัดอบรมขึ้นในระหว่างวันที่ 3-5 กันยายน 2568

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเทคนิควิธีการสืบสวน ในยุคติจิตอล โซเซียลมีเดีย ให้ทันอาชญากรรม ทั้งออนไลน์ ออนกราว ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มาถ่ายทอดให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ทั้ง ๙ จังหวัดในสังกัด ภ.๑ เป็นการติดอาวุธ ทางความคิด ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เพื่อใช้ในการป้องกันปราบปราบการกระทำผิด ก่อนเกิดเหตุ และติดตามจับกุม ผู้ก่อเหตุหลังก่อเหตุ เพื่อปกป้อง คุ้มครองประชาชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม เป็นที่เชื่อมั่น ศรัทธาของประชาชน ในพื้นที่ ดังคำว่า ตำรวจภาค ๑ เป็นหนึ่ง พึ่งได้ ทันสมัย ดูแลความปลอดภัย เพื่อประชาชน