กระบะพุ่งชนจยย. ดับ 2 ศพ ! สาวดับคาที่ หนุ่มร้อยเอ็ดสิ้นใจหลังปั๊มหัวใจ

เพชรบูรณ์ – กระบะพุ่งชนจยย. ดับ 2 ศพ ! สาวดับคาที่ หนุ่มร้อยเอ็ดสิ้นใจหลังปั๊มหัวใจ

เมื่อเวลา 10.29 น. วันที่ 9 ก.ย. 2568 ศูนย์วิทยุกู้ชีพ-กู้ภัยวังโป่งรวมใจ รับแจ้งเหตุจาก สภ. วังโป่ง ว่าเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณบ้านสะพานสอง หมู่ 13 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ จึงจัดรถกู้ชีพออกตรวจสอบ พร้อมสนับสนุนรถโรงพยาบาลวังโป่ง

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ นิสสัน ฟรอนเทียร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บต-8018 สมุทรปราการ ชนกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ซีบีอาร์ ทะเบียน 2กข-8080 ร้อยเอ็ด สภาพรถทั้งสองคันพังยับเยิน ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นชาย 1 ราย และผู้เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุเป็นหญิง 1 ราย

ทราบชื่อผู้เสียชีวิต นางสาวสุพัตรา แสนประสิทธิ์ อายุ 36 ปี ชาวบ้าน ต.วังหิน อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ เสียชีวิตคาที่ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสคือ นายประภาส นพคุณ อายุ 29 ปี ชาว อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด มีอาการแขนขาหักผิดรูป เลือดออกทางหูและจมูก หายใจรวยริน เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งปั๊มหัวใจ (CPR) ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลวังโป่ง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลวังโป่ง ได้ร่วมกันชันสูตรศพเบื้องต้น ก่อนมอบหมายให้กู้ภัยเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตไปยังโรงพยาบาลเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนผู้ขับรถกระบะ เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


มนสิชา คล้ายแก้ว
ทีมข่าวเพชรบูรณ์

“ทักษิณ” ไม่รอด ศาลพิพากษาสั่งให้นำกลับไปรับโทษที่เรือนจำเป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา

“ทักษิณ” ไม่รอด ศาลพิพากษาสั่งให้นำกลับไปรับโทษที่เรือนจำเป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา

วันที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 11..05 น. : ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมือง มีคำสั่งนำตัว นายทักษิณ ชินวัตร กลับไปจำคุกที่เรือนจำ 1 ปี คดีชั้น 14 โดยไม่รอลงอาญา

ด้าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวของนายทักษิณฯ กล่าวต่อหน้าสื่อที่หน้าศาลฯ ยืนยันจะมุ่งหน้าทำงานการเมืองต่อในฐานะ พรรคฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล เพื่อประชาชนต่อไป แม้จะมีผลงานมากมายที่ฝากไว้กับบ้านเมือง หวังให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี แต่วันนี้ชื่อของเขากลายเป็น นายกรัฐมนตรีคนแรกที่ต้องโทษจำคุกจริง ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติ ศาสตร์การเมืองไทย แม้ศาลจะตัดสิน แต่กำลังใจยังดี ทั้งจากครอบครัวและผู้สนับสนุนที่เชื่อมั่นในสิ่งที่ “คุณพ่อ” ได้สร้างไว้

ทนายส่วนตัวของนายทักษิณฯ ให้สัมภาษณ์ว่า เคารพในคำวินิจฉัย ยิ้มสู้ บอกว่าไม่เป็นไร พร้อมเผชิญหน้า ยามสุขหรือทุกข์ ให้เข้มแข็งอดทน ฝากขอบคุณ ทุกคน ที่ให้การสนันสนุน และ อย่าไปทำอะไรให้บ้านเมืองปั่นป่วน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พลตรีหญิงดาวใจฯ รับมอบสิ่งของจากครอบครัว คริส พีรวัส แสงโพธิรัตน์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและภัยหนาว ในจังหวัดภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 5 กันบายน 2568 พลตรีหญิงดาวใจ เจิมเจิดพล ประธานหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร รุ่นที่ 2 พร้อมสมาชิก พคบ.2 และว่าที่พันตรี กิติเฉลิม โครงกาพย์ ประธานชมรมการกำลังสำรองแห่งประเทศไทย พร้อมสมาชิก เข้ารับมอบเสื้อผ้า ของขวัญ และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเป็นกำลังใจจากครอบครัว คริส พีรวัส แสงโพธิรัตน์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและภัยหนาว จำนวน 1 คันรถบรรทุก 4 ล้อ เพื่อนำไปช่วยเหลือพี่น้องที่เดือดร้อนในจังหวัดภาคเหนือ ผ่าน นางสาว นวษภร ตะเคียนคาม ประธานชมรมการกำลังสำรองแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย มีผู้ร่วมกิจกรรมดังนี้

  1. นาย คริส พีรวัส แสงโพธิรัตน์ ผู้บริจาค
  2. นาย ไชยยุทธ แสงโพธิรัตน์ และครอบครัว พคบ.2 ผู้บริจาค
  3. นางสาว อัณญกุล พุ่มสอาด พคบ.2
  4. ว่าที่พันตรี ชัชชาญชัญ จันทรโชติกุล ชสท.
  5. ว่าที่เรือเอก เฉลิมนนท์ ถมยาศิริวงศ์ ชสท.
  6. ว่าที่เรือโท สุรเชษฐ สายเชื้อ ชสท.สป.
  7. ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ เงินศรีชัย ชสท.
  8. นางสาว แองจีรีน่า ไรส ชสท.
  9. นาย ต้นตระกูล โพธิ์ศรีเรือง ชสท.
  10. นาย บัญดา ตะเคียนคาม ชสท.ชร.

#กำลังใจ #คริส พีรวัส แสงโพธิรัตน์ #พคบ.2 #ชสท.


ข่าวโดย … ว่าที่พันตรี กิติเฉลิม โครงกาพย์ ประธาน ชสท.

ภาพข่าวโดย… นางสาว แองจีรีน่า ไรส

นางสาว จิณัฐติกานต์ สีนวลใย รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมพิธีสดุดีวีรกรรมนักรบกล้า และอาลัยประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย – กัมพูชา ณ กองบัญชาการกองทัพไทย เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมพิธีสดุดีวีรกรรมนักรบกล้าและอาลัยประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย – กัมพูชา ณ กองบัญชาการกองทัพไทย เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

เมื่อวันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ.2568 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายธฤต โอภาสวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการ พร้อมด้วย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่ฯ, นายวันชิด ศิรสีห์ รองผู้จัดการใหญ่ฯ, นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ, นายยุทธนา ทาโคตร์ ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัยฯ ฝ่ายปฏิบัติการฯ ร่วมสดุดีวีรชนทหารกล้า อาลัยประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อเชิดชูเกียรติและตอบแทนความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของกำลังพลที่พลีชีพเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย พร้อมแสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่จากไป โดยมี พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองบัญชาการกองทัพไทย เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

เมื่อเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ได้เร่งมอบหมายให้คณะกรรม การ นำทีมสาธารณภัยลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ให้แก่ผู้อพยพจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากนั้นได้เข้ามอบเงินปลอบขวัญนายละ 10,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ ให้แก่ทหารกล้าและประชาชนที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลในขณะนั้น รวมงบประมาณที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจจากผู้มีจิตศรัทธา สู่ทหารกล้าและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันคิดเป็นมูลค่ากว่า 4.9 ล้านบาท ซึ่งมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สม ทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่-อาสาสมัครทุกท่าน ทุกหน่วย ที่ปฏิบัติภารกิจ รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ทส. ประชุม คกก.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประกาศกำหนดพื้นที่ กรุงเทพฯ และ 4 จังหวัดภาคเหนือ เป็นเขตควบคุมมลพิษ

ทส. ประชุม คกก.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประกาศกำหนดพื้นที่ กรุงเทพฯ และ 4 จัง หวัดภาคเหนือ เป็นเขตควบคุมมลพิษ

วันที่ 8 กันยายน 2568 เวลา 14.00 น. ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ครั้งที่ 4/2568 โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุม นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวง ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อาคาร C ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

การประชุมในครั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบวาระสำคัญ จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่

1) พิจารณาเห็นชอบการประกาศกำหนดให้กรุงเทพมหานคร เป็นเขตควบคุมมลพิษในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคมของทุกปี และ

2) พิจารณาเห็นชอบการประกาศกำหนดให้จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน และจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นเขตควบคุมมลพิษในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี

โดยการประกาศเขตควบคุมมลพิษในครั้งนี้ เป็นการกระจายภาระหน้าที่และการมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนในท้องถิ่น ตามบทบาทหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ในการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด และอำนาจหน้าที่ของ กก.วล. ในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการยกระดับการแก้ไขปัญหามลพิษในเชิงพื้นที่ เพื่อให้ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในด้านอื่น โดยมุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ศุลกากร จับผู้โดยสารเวียดนาม ลักลอบขนนอแรดจากแองโกลสเตรียมผ่านไทยไปลาว มูลค่า 6.9 ล้านบาท

ศุลกากร จับผู้โดยสารเวียดนาม ลักลอบขนนอแรดจากแองโกลสเตรียมผ่านไทยไปลาว มูลค่า 6.9 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร กล่าวว่า ตามที่นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร ได้มีนโยบายให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อปกป้องสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ของประเทศไทยและของโลก หน่วยงานในสังกัดกรมศุลกากรจึงเฝ้าระวังการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืชอย่างใกล้ชิด

โดยนายวิศณุ วัชราวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ในสังกัดฯดำเนินการตามนโยบายอย่างเคร่งครัด เพื่อสกัดกั้นขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรืออนุสัญญาไซเตส (CITES) ผ่านทางท่าอากาศ ยาน โดยใช้ข้อมูลการข่าวและการวิเคราะห์ข้อมูลผู้โดยสารจากระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า จนสามารถระบุตัวผู้โดยสารที่มีความเสี่ยงในการลักลอบขนส่งนอแรดผ่านประเทศไทย และนำไปสู่การขยายผลตรวจค้น-จับกุมได้ในครั้งนี้

โดยเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ศุลกากร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการจับกุมผู้โดยสารชายสัญชาติเวียดนาม เดินทางจากกรุงลูอันดา สาธารณรัฐแองโกลา มีกำหนดเปลี่ยนเที่ยวบินที่กรุงแอดดิสอาบาบา สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิป ไตยเอธิโอเปีย มายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย เพื่อเดินทางต่อไปยังปลายทางนครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยชายคนดังกล่าว
มีลักษณะตรงตามข้อมูลที่ทำการวิเคราะห์ไว้ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้น พบนอแรด จำนวน 5 ชิ้น น้ำหนักรวม 6.86 กิโลกรัม มูลค่าเบื้องต้นประมาณ 6.9 ล้านบาท ซึ่งกรณี เป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และ พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558

โฆษกกรมศุลกากร กล่าวต่ออีกว่า กรมศุลกากรจะทำการร่วมมือและวิเคราะห์ข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อสกัดกั้นขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืชตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรืออนุสัญญาไซเตส (CITES) ให้เกิดวามมั่นคงทางสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ไทยร่วมประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ย้ำความร่วมมือแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและ climate change

ไทยร่วมประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ย้ำความร่วมมือแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและ climate change

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี รองปลัดกระทรวงฯ ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผู้แทนกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กระทรวงการต่างประเทศ และกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนกับประเทศคู่เจราจาต่าง ๆ ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติลังกาวี เมืองลังกาวี ประเทศมาเลเซีย

การประชุมครั้งนี้ ไทยและประเทศอาเซียนได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับประเทศคู่เจรจา เพื่อก้าวข้ามความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน โดยมีการประชุมที่สำคัญ ได้แก่

  1. การประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียน-สหภาพยุโรป ครั้งที่ 1 (1st AEMDEC) โดยที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนนโยบายและการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งร่วมกันรับรองแผนงานความร่วมมือปี ค.ศ. 2025–2026 และถ้อยแถลงข่าวร่วม (Joint Press Statement) ของ
    การประชุมดังกล่าว
  2. การประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 3 (3rd AJMDEC) ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและ climate change พร้อมรับรองเอกสารผลลัพธ์สำคัญ ได้แก่
    1. Joint Statement on the ASEAN-Japan Mutually Beneficial Partnership on Environment and Climate Change for Materializing New Growth
    2. แผนงานยุทธศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2025 (SPACE 2025)
  3. การประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 19 (19th APT EMM) ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าความร่วมมือสำคัญ อาทิ การจัดการขยะพลาสติกในทะเล การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน รวมถึงความร่วมมือกับประเทศบวกสาม (จีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี) โดยสมาชิกอาเซียนยังได้เสนอประเด็นความร่วมมือเพิ่มเติม เช่น การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ มลพิษทางอากาศ การจัดการขยะ และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของภูมิภาค

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อบต.ทุ่งขวาง จัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ ประจำเดือนกันยายน 2568

องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง ได้ดำเนินการจัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรม โรง เรียนผู้สูงอายุ ประจำเดือน กันยายน 2568 โดยมีนายจอมใจ กองเกตุใหญ่ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง เป็นผู้กล่าวเปิดโครงการ พร้อมด้วย นายสมทรง มากลัด ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง, นายวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวาง, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, สมาชิกสภาฯ, สารวัตรกำนัน, แพทย์ประจำตำบล, ผู้นำชุมชน, ชมรมผู้สูงอายุ, เจ้าหน้าที่ อบต.ทุ่งขวาง, เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทุ่งขวาง เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศาลาเอนกประสงค์ หมู่ที่ 6

ในการนี้นายวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวาง ได้นำน้ำส้มมาแจกให้กับผู้สูงอายุที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย


SVL Group ตอกย้ำความมุ่งมั่น ก้าวสู่ปีที่ 10 แห่งมาตรฐานสากล จัดอบรมเข้มข้น 3 ระบบ ISO

ประจวบคีรีขันธ์ – SVL Group ตอกย้ำความมุ่งมั่น ก้าวสู่ปีที่ 10 แห่งมาตรฐานสากล จัดอบรมเข้มข้น 3 ระบบ ISO เสริมศักยภาพบุคลากร มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรอย่างยั่งยืน

กรุงเทพฯ – เอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) ผู้นำด้านบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจสู่ทศวรรษที่ 10 ของการได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เดินหน้าจัด “โครงการอบรมเพิ่มทักษะและความรู้มาตรฐานสากล Integrated ISO 3 ระบบ” (Integrated Management System) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความเข้าใจในมาตรฐานระดับโลกให้กับบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

การอบรมดังกล่าวจัดขึ้นอย่างเข้มข้นตลอด 2 วัน ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีพนักงานกว่า 60 คนจาก 3 บริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท เอสวีแอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด และ บริษัท เรือลำเลียงบางปะกง จำกัด เข้าร่วมอบรมทั้งในรูปแบบ Online จากกรุงเทพฯ และ Onsite ณ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยได้รับเกียรติจาก นายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด เป็นตัวแทนผู้บริหารให้การต้อนรับ นายอาณัติ น้อมเศียร วิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท โกล บอล สแตนดาร์ด แมเนจเม้นท์ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งมาร่วมถ่ายทอดความรู้และแนวปฏิบัติล่าสุดของ 3 มาตรฐานสำคัญ ได้แก่:

  • ISO 9001:2015: ระบบบริหารงานคุณภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจในบริการที่เป็นเลิศและตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า
  • ISO 14001:2015: ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ISO 45001:2018: ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน

นายอุดม สดใส กล่าวว่า “ที่ SVL Group เราเชื่อว่าคุณภาพของบริการเริ่มต้นจากคุณภาพของบุคลากร การลงทุนในการพัฒนาความรู้และทักษะให้พนักงานอย่างต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร การจัดอบรมในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการรักษามาตรฐานที่เรายึดมั่นมาตลอดเกือบทศวรรษ แต่ยังเป็นการตอกย้ำคำมั่นสัญญาที่เรามีต่อลูกค้าและสังคม ว่าทุกบริการของ SVL Group จะเปี่ยมด้วยคุณภาพ ปลอดภัย และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง”

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้ง 3 บริษัทในเครือเอสวีแอล กรุ๊ป ได้ผ่านการตรวจประเมินอย่างเข้มข้นในทุกขั้นตอน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการ “เน้นย้ำทุกบริการด้วยมาตรฐานระดับสากล” เพื่อการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่ความรู้ด้านกฎหมายและสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแก่ประชาชน

สุพรรณบุรี – ศาลรัฐธรรมนูญ ลงพื้นที่เสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

ที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ศาสตราจารย์ ดร.อุดม รัฐอมฤต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานเปิดโครงการศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่ความรู้ด้านกฎหมายและสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแก่ประชาชน ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมีนายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวต้อนรับ มีนายสุเมธ รอยกุลเจริญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, นายเชี่ยวชาญ สุขช่วย อธิบดีศาลปกครองสุพรรณบุรี, ว่าที่ร้อยตรี กมล บุญมีสุข อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี, นายวรวิทย์ ยอแสง ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี, ช่วยศาสตราจารย์ สรศักดิ์ มั่นศิลป์รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิลปะวัฒนธรรม โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้บริหารมหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี, ผู้บริหารสถานศึกษา, นายอำเภอ, อปท., อบจ., กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน, อสม., สื่อ มวลชน และประชาชน เข้าร่วม จำนวน 350 คน

วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 สิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมถึงการใช้สิทธิในการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญและการยื่นคำร้องทางระบบงานคดีรัฐธรรมนูญอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing and e-Service) เพื่อเป็นการบูรณาการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของหน่วยงานต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรม และบริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายให้กับประชาชนเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง ด้วยความรวดเร็ว และเป็นธรรม

กิจกรรม ประกอบด้วย

  • การปาฐกถาพิเศษเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยศาสตราจารย์ ดร.อุดม รัฐอมฤต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
  • การเสวนาเรื่อง การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, นายเชี่ยวชาญ สุขช่วย อธิบดีศาลปกครองสุพรรณบุรี, ว่าที่ร้อยตรี กมล บุญมีสุข อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี, นายวรวิทย์ ยอ แสง ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี,
  • การอภิปรายเรื่อง สิทธิประชาชนในการยื่นคำร้องต่อรัฐธรรมนูญและการยื่นคำร้องทางระบบงานคดีรัฐธรรมนูญอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing and e-Service) โดยวิทยากรจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง การอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนสิทธิในการยื่นคำร้องแล้ว ยังเกิดการพัฒนาช่องทางการรับรู้และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และนำไปสู่การเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการอำนวยความยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยยึดที่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง เป็นการสร้างบรรทัดฐานในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพให้แก่ประชาชน ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ความสำคัญเสมอมา


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี