“พิมพ์พร” ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 1 ต้อนรับ กมธ.ฯ ลงพื้นที่อบรมเสริมพลังกลุ่มเปราะบาง ดึงผู้สูงอายุ-สตรี 250 คน เข้าร่วมกิจกรรม

เพชรบูรณ์ – “พิมพ์พร” ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 1 ต้อนรับ กมธ.ฯ ลงพื้นที่อบรมเสริมพลังกลุ่มเปราะบาง ดึงผู้สูงอายุ-สตรี 250 คน เข้าร่วมกิจกรรม

วันที่ 15 กันยายน 2568 ที่องค์การบริหารส่วนตำบลตะเบาะ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 1 ได้ให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรมอบรมและเสริมสร้างองค์ความรู้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 250 คน ประกอบด้วย กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มสตรีจากตำบลน้ำร้อน ตำบลนายม ตำบลนาป่า และโรงเรียนช่อมะขาม

ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลตะเบาะ กิจกรรม ดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมศักยภาพกลุ่มประชาชนที่มีความเปราะบางในสังคม ให้สามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 1 ในฐานะเจ้าภาพในการประสานงานและต้อนรับคณะกรรมาธิการฯ ได้กล่าวรายงานถึงสถานการณ์ในพื้นที่และแนวทางการพัฒนากลุ่มเปราะบางในระดับท้องถิ่น รวมถึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริงภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและอบอุ่น โดยมีการบรรยายให้ความรู้ การแบ่งกลุ่มกิจกรรม การเสวนาเชิงปฏิบัติการ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมอบรมเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ นางสาวพิมพ์พร ยังได้กล่าวขอบคุณนางสุภาพร แว่นแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะเบาะ ที่ให้การสนับสนุนสถานที่จัดอบรม พร้อมทั้งร่วมดูแลอำนวยความสะดวกตลอดทั้งกิจกรรม จนทำให้โครงการในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันโครงการดีๆ เพื่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง


มนสิชา คล้ายแก้ว
ทีมข่าวเพชรบูรณ์

แพทย์ทหารเตือน “บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายและมีอันตรายต่อชีวิต” เสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

แพทย์ทหารเตือน “บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายและมีอันตรายต่อชีวิต” เสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

จากข้อมูล กระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น และเยาวชน เนื่องจากผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ดูน่าสนใจ ทันสมัย น่าดึงดูด มีรูปแบบคล้ายขนม หรือของเล่น อุปกรณ์การเรียน มีการแต่งกลิ่นและรสชาติให้เลือกมากมาย ทำให้วัยรุ่นหันมาใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น แต่การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพียงไม่นานก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจอย่างมีนัยสำคัญอีกทั้งปัจจุบันยังมีความเข้าใจผิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่สินค้าอันตราย แต่ในความเป็นจริงบุหรี่ไฟฟ้า มีนิโคตินซึ่งมีฤทธิ์เสพติดสูง และยังมีสารพิษหลายชนิดที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรง โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการของประชาชนไทย

โดยมีผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำมีความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นถึง 1.62 เท่า ส่วนผู้ที่ใช้เป็นครั้งคราวก็ยังเสี่ยงเพิ่มขึ้น 1.28 เท่า ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนชัดว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัย แต่กลับเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อสุขภาพ โดยในประเทศไทยโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของคนไทย และยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งข้อมูลจากระบบรายงานฐานข้อมูลสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข ปี 2567 ระบุว่า มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจำนวน 358,062 ราย และมีผู้เสียชีวิตถึง 39,086 ราย

“บุหรี่ไฟฟ้า” ไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ยังเป็นสิ่งผิดกฎหมายอีกด้วย ซึ่งการมีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในครอบครองไม่ว่าจะมีไว้เพื่อเสพ หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย ล้วนมีความผิดตามกฎหมายจะต้องถูกดำเนินคดี ทั้งจำทั้งปรับ ดังนี้.-

  1. ผู้นำเข้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร และประกาศกระทรวงพาณิชย์ โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 5 เท่าของมูลค่าสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. ผู้ขาย – ผู้ให้บริการ มีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของมูลค่าสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ
  3. ผู้ครอบครอง มีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของมูลค่าสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในการนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 3 มีความห่วงใยต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 และลูกหลานของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่17 จังหวัดภาคเหนือจึงขอเตือนให้เลิกสูบบุหรี่รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่วันนี้ เพื่อชีวิตที่ยั่งยืนและปลอดภัย หากต้องการเลิกสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า สามารถเข้ารับบริการได้ที่โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ รวมทั้งสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตทุกโอกาส


การสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤต เพื่อประชาชน (ตค.67 – กย.68)

การสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤต เพื่อประชาชน (ตุลาคม 2567 ถึง กันยายน 2568)

ตามที่กองทัพภาคที่ 3/ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ได้จัดเฮลิคอปเตอร์จากชุดปฏิบัติการบินกองกำลังนเรศวร และกองกำลังผาเมือง ร่วมกับคณะแพทย์โรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ทำการบินเคลื่อนย้าย เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้เจ็บป่วยกรณีฉุกเฉิน โดยในห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 1 กันยายน 2568 ได้ทำการบินเคลื่อนย้ายไปแล้ว จำนวน 69 เหตุการณ์ นั้น

สำหรับเหตุการณ์ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 ชุดปฏิบัติการบินกองกำลังผาเมือง จัดเฮลิคอปเตอร์ทั่วไป แบบ ฮ.ท.121 ร่วมกับคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ทำการบินเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินชาย อายุ 13 ปี ประสบอุบัติเหตุ อาการสาหัส ซึ่งเกินศักย ภาพในการรักษาของโรงพยาบาลฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยทำการบินเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศยาน มาจากสนามบินชั่วคราวโรงพยาบาลฝาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อไปยังโรงพยาบาลนครพิงค์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีคณะแพทย์พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมทั้งรถพยาบาลฉุกเฉินมารับเพื่อทำการรักษาต่อไป

การปฏิบัติภารกิจดังกล่าว กองทัพภาคที่ 3/ศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 ได้ปฏิบัติตามคำสั่งการของกองทัพบก/ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ในการช่วยเหลือประชาชนผู้ป่วยเจ็บกรณีฉุกเฉิน โดยการร้องขอของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดยยึดถือบันทึกความตกลง (MOU) เรื่อง การปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินด้วยอากาศยานของกระทรวงกลาโหม ระหว่างกระทรวงกลาโหม, กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เมื่อ 29 มิถุนายน 2552

ทั้งนี้จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3/ศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 มีความพร้อมที่จะสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ทางทหารในการช่วยเหลือประชาชนยามวิกฤตทุกโอกาส


ปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่กองกำลังนเรศวร (ตค.67- สค.68)

ปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่กองกำลังนเรศวร (ตุลาคม 2567 ถึง สิงหาคม 2568)

ตามที่ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 ได้กำชับให้ทุกหน่วยที่มีพื้นที่ตามแนวชายแดน ได้เฝ้าระวังการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายของกลุ่มแรงงานต่างด้าว รวมไปถึงคนไทยที่ไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน และลักลอบกลับเข้ามาในประเทศไทยอย่างเข้มข้นนั้น มีผลการจับกุม, ผลการดำเนินคดี และการเร่งรัดการดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่กองกำลังนเรศวร ได้ร่วมกับทุกภาคส่วน (พื้นที่จังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน) ในห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 25 สิงหาคม 2568 จำนวนทั้งสิ้น 618 ครั้ง จับกุมผู้กระทำผิด จำนวน 2,135 คน

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการนำพาแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือมีเบาะแสข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย ขอความกรุณาได้แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการปราบปรามและการสกัดกั้นอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งหากมีความประสงค์จะส่งข้อมูลเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย ให้กับ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบ Application Line ชื่อ “สายตรง แม่ทัพภาคที่ 3” ID Line : ISOC3 เพื่อรับทราบข้อมูลและนำไปสู่การปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย สร้างความมั่นคงให้สังคมไทยสืบไป

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3/ศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 และหน่วยทหารในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกโอกาส แน่วแน่แก้ไขปัญหาความมั่นคงของชาติในทุกมิติ รวมทั้งผนึกกำลังทุกภาคส่วนสร้างความมั่นคงให้ประเทศชาติสืบไป


วิวาห์เกริกเกียรติ-ระหว่าง ร้อยโทหญิง ฐิติพร จุลไสย – พันตำรวจตรี พีระพัฒน์ สัมฤทธิ์ดีงาม ณ เลอปาศิริ พระราม 5

วิวาห์เกริกเกียรติ-ระหว่าง ร้อยโทหญิง ฐิติพร จุลไสย – พันตำรวจตรี พีระพัฒน์ สัมฤทธิ์ดีงาม ณ เลอปาศิริ พระราม 5

เมื่อเสาร์ที่ 13 กันยายน 2568 เป็นวันสำคัญของตระกูล “จุลไสย และ สัมฤทธิ์ดีงาม” อีกครั้งหนึ่ง เมื่อ “ไมค์ ณ ชุมพร หรือ กฤตพัฒน์ – พ.อ.หญิง เกษมณี จุลไสย” ผู้เป็นบิดา-มารดา เจ้าสาว “ร.ท.หญิงฐิติพร จุลไสย”, “คุณรัตนชัย-นงเยาว์ สัมฤทธิ์ดีงาม” บิดา-มารดาเจ้าบ่าว “พ.ต.ต.พีระพัฒน์ สัมฤทธิ์ดีงาม” ต่างใช้โซ่คล้องใจระหว่างกัน “ประกอบพิธี-วิวาห์เกริกเกียรติ” ณ เลอสิริปาร์ค พระราม 5 ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ คับคั่ง มาร่วมเป็นสักขีพยาน

พิธีมงคลสมรสมี “พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์” และ “พล.ต.อ. สุนทร ซ้ายขวัญ” เป็นประธานคล้องพวงมาลัยคู่บ่าวสาวในบรรยากาศที่อบอุ่น แขกใกล้ชิดให้เกียรติมาร่วมอวยพร มี “พล.อ.ธีรเดช มีเพียร” อดีตประธานวุฒิสภา, ”พล.อ.ไพโรจน์ นาคฉัตรีย์” ประธานมูลนิธิกตัญญูคืนสู่เหย้าชาวจังหวัดชุมพร, “พล.อ.พฤณฑ์ สุวรรณทัต” อดีต รมช.คมนาคม, พล.อ. วิชิต ยาทิพย์ นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยเมียนมา, พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2, พล.อ.สุวโรจน์ ทิพย์มงคล อดีต ผอ.สนป.กห., พล.อ.ธนาสร ป้องอาณา อดีต รอง ผบ.นทพ., พล.อ.เอี่ยม น้ำจันทร์, พล.ท.กานต์ ทองอารีย์ อดีตรองเจ้ากรมเทค โนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม, พล.ต.ดนัย ดิษาภิรมย์, พ.อ.ดร.ศรัญญู วิริยเวชกุล รอง ผอ.สพพ., พ.ต.อ.ไกรกิจจ์ บัวแก้ว อดีต รอง ผบก.น.1, พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช. น., สุนันต์ อรุณนพรัตน์ อดีต ผช.รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ

คุณรัตน์ สันตอรรณพ กก.บริหาร บริษัท ช.การช่างจำกัด(มหาชน), คุณสุชัย อิสรจินดา ปษ.กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง, นทีเทพ จามิกรณ์(คุณพ่อซุปเปอร์สตาร์แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์), ชรินทร จุลไสย, ปรพล อดิเรกสาร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรฯ, ภูริพัฒน์ ธีระกุลพิสุทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม, สิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต สว.อุทัยธานี, วรชิต เดชบวรลักษณ์ นายด่านกรมศุลกากรระนอง, ผศ.ดร.กานต์ บุญศิริ คณะบดีคณะนิเทศศาสตร์ ม.สุโขทัยฯ, สถาพร ฤกษ์วิบูลย์ นายกสมาคมชาวสงขลา, จริญญา บุญมรกต สรรพากรจังหวัดสงขลา, ดร.ดลพิวัฒน์ ปรีดาวิภาต ผอ.บริหาร บ.ธนาพัฒน์ พรีอพ เพอร์ตี้ ดิเวลล็อปเมนท์, ศุภกร พะวันนา ผอ.สายบริหารการตลาดเครือ รพ.พญาไทย-เปาโล, กริชสุวรรณ ดีสุข ปษ.กิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการการทหารฯ-วุฒิสภา, ดร.ชาคริต กฤติยาโชติปกรณ์ ประธานสาขาสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-เมียนมา จ.ชุมพร, เปาวริศร์ อมรพีชญ์ปรัชญา กรรมการผู้จัดการ บ.บางกอกมารีน ชาเตอร์ เอเจนซี่, เอนก จิตตขจรเกียรติ (หนุ่ย กาแฟโบราณ), บวรรัตน์ กาญจนรัตน์, ปิยะพงษ์ เหมะ เพื่อนร่วมรุ่นเจ้าบ่าว นรต. รุ่น 71 และญาติ-มิตรแขกผู้มีเกียรติหลายวงการอวยพรคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศ บันเทิงอบอุ่น โดย ”หรั่ง ร็อคเคสตร้า” และเพื่อนศิลปินมากหน้าหลายตา

ขอบพระคุณแขกผู้ใหญ่ที่เคารพ-ที่ติดภารกิจสำคัญส่งตัวแทนมา “ท่านจตุพร บุรุษพัฒน์” อดีต รมว.กระทรวงพาณิชย์, ท่านถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาฯสมช., ท่านฐานิส ศรียะพันธ์ อดีตอธิบดีกรมพินิจฯ, พล.อ.ธรรมนูญ วิถี อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ-วุฒิสภา, คุณสมบูรณ์ หนูนวล รองประธาน กรรมาธิการคนที่หนึ่ง, คุณไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขาฯและโฆษก กมธ., พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง อดีตที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พ.ต.อ.พันธ์ระวี วีระพันธุ์, พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์, ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ, คุณธีระชุณ บุญสิทธ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ, คุณวิชัย โภชนกิจ อดีต อธิบดีกรมการค้าภายใน, คุณพีรศิษย์ สุขสวัสดิ์ เลขาธิการกีฬาแห่งจังหวัดกาญจนบุรี และขออภัยที่ไม่ได้เอ่ยชื่อหลากหลาย

เปิดตัว “The Media (Smart Media Smarter Impact)” รุ่นที่ 7 หลักสูตรพัฒนาศักยภาพการใช้สื่อสำหรับผู้บริหารระดับสูงเพื่อความสำเร็จของธุรกิจยุคใหม่

เปิดตัว “The Media (Smart Media Smarter Impact)” รุ่นที่ 7หลักสูตรพัฒนาศักยภาพการใช้สื่อสำหรับผู้บริหารระดับสูงเพื่อความสำเร็จของธุรกิจยุคใหม่

ในยุคที่เทคโนโลยีและสื่อมีบทบาทสำคัญต่อทั้งการดำเนินชีวิตและการทำงาน องค์กรธุรกิจจึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ด้านการสื่อสารและการสร้างแบรนด์ที่เหมาะสม เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจน การเข้าใจการใช้สื่อหลากหลายรูปแบบ ตลอดจนการประยุกต์เทคโนโลยีและ AI จึงเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการพัฒนาธุรกิจให้ก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ล่าสุด ดร.ธีรพล มั่นพิริยะกุล ผู้อำนวยการหลักสูตร และ ดร.ยุคลวัชร์ ภักดีจักริวุฒิ์ รองผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับ สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดงานเปิดตัว หลักสูตร The Media (Smart Media Smarter Impact)” รุ่นที่ 7 อย่างเป็นทางการ โดยมี พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการกสทช.(ด้านกฎหมาย) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานและบรรยายพิเศษ ณ เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท ชั้น 19 กรุงเทพฯ

ผู้เข้าอบรมรุ่นนี้ประกอบด้วยผู้บริหารจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงบุคคลมีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการ เช่น นักธุรกิจ ข้าราชการ นักการเมือง ศิลปิน ดารา และเซเลบริตี้ บรรยา กาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความคึกคัก และกิจกรรมที่สร้างสีสัน โดยการเรียนการสอนจะจัดขึ้นระหว่าง 8 กันยายน – 8 ธันวาคม 2568

ดร.ธีรพล มั่นพิริยะกุล กล่าวถึงหลักสูตรว่า “The Media” คือหลักสูตรที่จะทำให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้เทคนิคการสื่อสารและการใช้สื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อวางแผนกลยุทธ์ด้านการสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ และการสร้างภาพลักษณ์องค์กรและบุคคล โดยเน้นทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติจริงผ่านโจทย์จากหลักสูตร ให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ได้จริงด้วยจริยธรรมและความถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ยังมีวิทยากรที่มากประสบการณ์และประสบความสำเร็จในวงการต่างๆ อาทิ

  • คุณพันธ์ พันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
  • คุณป๊อ จักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
  • คุณเจ เอกชัย สุขุมวิทยา Deputy Chief Executive Officer Jaymarr
  • หมอสอง นพ.นพรัตน์ รัตนวราห ผู้บริหาร นพรัตน์คอสเมติกคลินิก Nopparat Cosmetic Clinic (NCC)
  • คุณทราย สิริณัฐ สก๊อต ประธานโครงการและประธานมูลนิธิ Sea You Strong
  • ครูซอ อ.ดร.สทาศัย พงศ์หิรัญ อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับบุคลิกภาพเพื่อการสื่อสาร
  • อาจารย์ปุด ดร.สุขยืน เทพทอง ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI Transformation
  • คุณทีน่า สุชาดา ฝ่ายสิงห์ Founder and Owner Moonzpell Studio, Sound Healing Practitioner & Yoga Instructor

หลักสูตรยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษาดูงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้กระบวนการทำงานจริง พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมรุ่นและวิทยากร ทีมงานมั่นใจว่าผู้เข้าอบรม The Media รุ่นที่ 7 จะสามารถนำพลังของสื่อไปต่อยอดธุรกิจ และร่วมกันขับเคลื่อนการสื่อสารที่สร้างสรรค์ในระดับประเทศ ตามเจตนารมณ์ของการจัดหลักสูตรนี้


พล.ต.ต.ภัคพงศ์ฯ ตรวจเยี่ยม และให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ เวรรักษาการณ์สถานที่ราชการ ตำรวจภูธรภาค ๑

วันที่ 12 ก.ย.68 เวลา 09.30 น. พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ได้ตรวจเยี่ยม และให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ เวรรักษาการณ์สถานที่ราชการ ตำรวจภูธรภาค ๑ พบ เจ้าหน้าที่เวร ปฏิบัติหน้าที่เรียบร้อย ได้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ไม่ให้เกิด ข้อบกพร่อง พร้อมสอบถามปัญหา ข้อขัดข้องในการปฏิบัติหน้าที่ ณ ห้องปฏิบัติการ เวรรักษาการณ์


สุพรรณบุรี เปิดนิทรรศการภาพถ่าย และมอบรางวัลการประกวดภาพถ่าย “น้องเหน่อ” สะพายกล้อง ท่องสุพรรณบุรี

สุพรรณบุรี – เปิดนิทรรศการภาพถ่าย และมอบรางวัลการประกวดภาพถ่าย “น้องเหน่อ” สะพายกล้องท่องสุพรรณบุรี เปิดมุมใหม่เมืองน่าเที่ยว

ที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ สุพรรณบุรี นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณ บุรี เป็นประธานเปิดนิทรรศการภาพถ่าย และมอบรางวัลการประกวดภาพถ่าย “น้องเหน่อ” สะพายกล้องท่องสุพรรณบุรี เปิดมุมใหม่เมืองน่าเที่ยว โดยมีนายรวัสสรร ศิลปาภิสันทน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวรายงาน ซึ่งมีนายสรชัด สุจิตต์ สส.พรรคชาติไทยพัฒนา จังหวัดสุพรรณบุรี, นายวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ ประธานหอการค้า จ.สุพรรณบุรี, นายเชาวลิต ทวีไทย รองประธานหอการค้า จ.สุพรรณบุรี, คุณจงกลณี ไชยองค์การ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ สุพรรณบุรี, หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก

กิจกรรมประกอบด้วย การถ่ายทอดความรู้เรื่อง องค์ประกอบของการถ่ายภาพ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤตย์ตนัย ธารารัตนสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มทร.สุวรรณภูมิ ชมการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนวัดบ้านกรวด อำเภอดอนเจดีย์ การแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน ปราโมทย์ ลิเลปะนะ ชมนิทรรศการประกวดภาพถ่าย และมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดภาพถ่าย อาทิ

  • รางวัลชนะเลิศ ประเภทบุคคลทั่วไป ได้แก่ นายสมศักดิ์ ตุ้มทอง รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ประเภทบุคคลทั่วไป ได้แก่ นางสาวนิชนันทน์ วงทะปา รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ประเภทบุคคลทั่วไป ได้แก่ นายสัญชัย บัวทรง รับ เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
  • รางวัลชนะเลิศรางวัล Popular Vote ขวัญใจ Social – ได้แก่ นายนันทชัย ศิริอรุณรัตน์ รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร และ
  • รางวัลดีเด่น ประเภททั่วไป 5 รางวัล
  • นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษ “ทูนหัวของเหน่อ” จำนวน 12 รางวัล จากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี
  • รางวัล Popular Vote ขวัญใจ Social จำนวน 3 รางวัล พร้อมเกียรติบัตร จากหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี และ
  • รางวัลประเภทเยาวชน นักเรียนที่มีสถานศึกษาในจังหวัดสุพรรณบุรี ดีเด่น จำนวน 10 รางวัล พร้อมเกียรติบัตร

โดยโครงการเสริมสร้างแบรนด์ น้องหน่อ สู่อัตลักษณ์จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองน่าเที่ยว “น้องเหน่อ” สะพายกล้องท่องสุพรรณบุรี เปิดมุมใหม่ เมืองน่าเที่ยว เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ต้องการจะสร้างการรับรู้แบรนด์ “น้องเหน่อ” อัตลักษณ์ จังหวัดสุพรรณบุรี ผ่านกิจกรรม “น้องเหน่อ” สะพายกล้องท่องสุพรรณบุรี มุมมองใหม่ เมืองน่าเที่ยว เพื่อต้องการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี ผ่านภาพถ่าย ซึ่งปัจจุบันสื่อโซเชียลมีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ค ติ๊กต๊อก อินสตาร์แกรม ฯลฯ สามารถเข้าถึงได้ทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ จังหวัดสุพรรณบุรี จึงมีแนวคิดในการดึงให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยใช้สื่อโซเซียลเป็นช่องทางสำคัญ ผ่านเทคนิคในการสื่อสาร /และการถ่ายรูป ให้ได้รูปที่สวยงาม แล้วนำไปโพสต์บนสื่อโซเชียล เพื่อให้รูปที่โพสต์ ติดกระแสจนเกิดเป็น Viral ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาตามกระแสดังกล่าว


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

เทศบาลเมืองนครพนม ร่วมกับ วพบ.นครพนม จัดโครงการ “การจัดการเรียนรู้บุหรี่ไฟฟ้าในเด็ก (Smoke Free)” เดินหน้าเสริมภูมิคุ้มกันทางความคิดแก่นักเรียน

เทศบาลเมืองนครพนม ร่วมกับ วพบ.นครพนม จัดโครงการ “การจัดการเรียนรู้บุหรี่ไฟฟ้าในเด็ก (Smoke Free)” เดินหน้าเสริมภูมิคุ้มกันทางความคิดแก่นักเรียน

วันที่ 15 กันยายน 2568 ที่โรงเรียนเทศบาล 4 ( รัตนโกสินทร์ 200ปี) นายโชคดี มังคละคีรี รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพนม เป็นประธานในการเปิดโครงการ “การจัดการเรียนรู้บุหรี่ไฟฟ้าในเด็ก (Smoke Free)” วพบ.นครพนม ร่วมกับเทศบาลเมืองนครพนม เดินหน้าเสริมภูมิคุ้มกันทางความคิดแก่นักเรียน โดยมีนักเรียนในโรงเรียนเทศบาล 4 (รัตนโกสินทร์ 200 ปี) โดยมีนางสุดวนิดา เหลือบุญชู ผู้อำนวยการสถานศึกษา นำคณะ ครูอาจารย์ และนักเรียนเข้าร่วมฯ

โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษและพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า เสริมทักษะการปฏิเสธ การตัดสินใจ และความเข้มแข็งทางจิตใจ เพื่อให้นักเรียนสามารถปกป้องตนเองจากพฤติกรรมเสี่ยง รวมถึงเรียนรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และประเด็นสำคัญด้านเพศศึกษาอย่างเหมาะสม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองนครพนม

การดำเนินโครงการจัดต่อเนื่องในโรงเรียนอื่น ๆ ในสังกัดเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อปลูกฝังแนวคิดและทักษะชีวิตที่ดีแก่นักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืนให้แก่เด็กและเยาวชนในอนาคต


ฟร้องข่าวด่วน นครพนม
เทพข่าวร้อน รายงาน

สทช.3 จัดประชุมเสริมบทบาทชุมชนชายฝั่ง–อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล จ.ประจวบฯ

สทช.3 จัดประชุมเสริมบทบาทชุมชนชายฝั่ง–อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล จ.ประจวบฯ

14 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (สทช.3) จัดประชุมสร้างความเข้าใจบทบาทของชุมชนชายฝั่งและอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ครั้งที่ 4 ณ โรงเรียนบางสะพานวิทยา จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เป็นประธาน พร้อมมอบเงินอุดหนุนและอุปกรณ์จัดเก็บขยะให้แก่ผู้แทนชุมชน

ภายในงานมีนายวรวิทย์ ดวงแก้ว ปลัดอำเภอบางสะพาน กล่าวต้อนรับ และนางสาวอาทิตา จุ้ยจู่เอี้ยม ผู้อำนวยการ สทช.3 กล่าวรายงาน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ชุมชนชาย ฝั่ง และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลจาก อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย เข้าร่วมกว่า 400 คน การประชุมมุ่งเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สทช.3 ได้สนับสนุนโครงการของชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาเครือข่าย อสทล. ให้เข้มแข็งและทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีชุมชนจดแจ้งกับกรม ทช. จำนวน 17 กลุ่ม และมีอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล 955 คน ที่ร่วมดูแลทรัพยากรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้พบเห็นสัตว์ทะเลหายาก หรือการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเล สามารถแจ้งสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร. 1362