DIT ปั้น Farm Outlet หนุนเกษตรกรไทยกว่า 15 ปี ยอดขายงานแฟร์ทะลุ 4 ล้าน เดินหน้าต่อที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า

DIT ดัน “Farm Outlet” ศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรและชุมชนที่ช่วยเชื่อมโยงผล ผลิตจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคคุณภาพ สร้างรายได้เพิ่มและขยายช่องทางตลาดมากว่า 15 ปี ล่าสุดจัดงาน “Farm Outlet Fair” รวมร้านค้าชุมชนทั่วประเทศมาให้เลือกซื้อในที่เดียว ยอดขายทะลุ 4 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าต่อยอดจัดงานต่อที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า

วันที่ 16 กันยายน 2568 นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า “โครง การ ศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน หรือ Farm Outlet เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของกรมการค้าภายในที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปี โดยมีเป้าหมายให้ร้าน Farm Outlet เป็นศูนย์กลางการจำหน่ายสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์แปรรูป และงานหัตถกรรม ที่ผลิตจากวัตถุดิบท้องถิ่นโดยเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน

Farm Outlet จะเป็นแหล่งเชื่อมโยงผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค ช่วยให้เกษตรกรมีช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตร และสามารถพัฒนาต่อยอดได้ในรูปแบบต่างๆ และยังช่วยให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อสินค้าสดใหม่ของเกษตรกร ได้สินค้าที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต สร้างรายได้ให้กับชุมชน และช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันมี Farm Outlet กว่า 56 แห่ง ครอบคลุม 34 จังหวัด ทั่วประเทศ”

นางสาวญาณีฯ กล่าวต่อว่า “สำหรับงาน “Farm Outlet Fair” ถือเป็นการต่อยอดที่สำคัญ เพราะได้รวมร้านจำหน่ายสินค้า Farm Outlet จากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมาจัดแสดงและจำหน่ายในงาน เพื่อเป็นการขยายช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพจากเกษตรกรและชุมชน ซึ่งล้วนผลิตขึ้นจากฝีมือคนไทย โดยล่าสุดงาน Farm Outlet Fair ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยมียอดขายรวมกว่า 4 ล้านบาท และยังเกิดการเจรจาการค้าถึง 5 คู่ มีมูลค่ากว่า 1.1 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นความสำเร็จที่สะท้อนถึงศักยภาพและคุณภาพของสินค้าไทย และเกษตรกรไทย

“งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่ขายสินค้า แต่ยังเป็นเวทีสร้างรายได้และเพิ่มช่องทางการตลาดให้เกษตรกร ยอดขายที่เกิดขึ้นคือกำลังใจสำคัญที่ผลักดันให้ผู้ผลิตพัฒนาสินค้าต่อไป อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต” นางสาวญาณีฯ กล่าว

เพื่อสานต่อความสำเร็จ DIT ได้จัดงาน “Farm Outlet Fair” อย่างต่อเนื่อง ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น G ระหว่างวันที่ 13–17 กันยายน 2568 โดยงานนี้จะรวบรวมสุดยอดสินค้าเกษตรจากทั่วประเทศ เช่น ผักและผลไม้สดตามฤดูกาล ข้าวสารคุณภาพดี ผลิตภัณฑ์แปรรูป และสินค้าออร์แกนิกหลากหลายชนิด

นางสาวญาณีฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “DIT อยากให้ประชาชนได้รู้จัก Farm Outlet มากขึ้น เพราะนี่ไม่ใช่เพียงร้านค้า แต่เป็นโครงการที่ช่วยให้เกษตรกรไทยมีช่องทางการตลาดที่มั่นคง มีรายได้ที่ยั่งยืน และสร้างความภาคภูมิใจในฝีมือคนไทย จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนสินค้าไทยได้ที่งาน ‘Farm Outlet Fair’ รวมถึงสนับสนุนสินค้าได้ที่ Farm Outlet ทั่วประเทศ พร้อมติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : กรมการค้าภายใน DIT หรือเว็บไซต์ www.dit.go.th”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“กำธร วังอุดม” นายกสมาคมชาวสุราษฏร์ แจกแว่นตาประชาชน โครงการแว่นแก้ว

“กำธร วังอุดม” นายกสมาคมชาวสุราษฏร์ แจกแว่นตาประชาชน โครงการแว่นแก้ว

ึคุณกำธร วังอุดม นายกสมาคมชาวสุราษฎร์ รวมกับ กระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แจกแว่นตาให้กับประชาชนในโครงการแว่นแก้วเฉลิมพระเกียรติ ที่เขื่อนรัชชประภา อำเภอย่านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีคนแก่คนเฒ่ามารับบริการมากมาย เมื่อสองวันก่อน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เสธหมึก มอบใบประกาศนียบัตรให้ผู้เข้ารับการอบรมพัฒนาผู้ตัดสินกีฬาจักรยานอาชีพ

สุพรรณบุรี – เสธหมึก มอบใบประกาศนียบัตรให้ผู้เข้ารับการอบรมพัฒนาผู้ตัดสินกีฬาจักรยานอาชีพ

ที่โรงแรมวาสิฏฐีชิตี้ จังหวัดสุพรรณบุรี ;yomuj 15 d.p.2568 พลเอก เดชา เหมกระศรี รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิค แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์/รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย/นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในการมอบใบประกาศนียบัตร และปิดโครงการอบรมพัฒนาผู้ตัดสินกีฬาจักรยานอาชีพ ประเภทถนน ระดับนานาชาติ หลักสูตร “Elite National Commissaire Course for Road” โดยมีนายขัตติยะ ศรีโสดา เจ้าหน้าที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ กล่าวรายงาน

สำหรับการอบรมหลักสูตรดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทยและสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีผู้เข้ารับ การอบรม จำนวน 20 คน ซึ่งมี MR. WAYNE LEONARD POMARID (มิสเตอร์ เวย์น ลีโอนาร์ด โพมาริด) จากสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI.) ชาวออสเตรเลีย มาบรรยายให้ความรู้กับผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งระหว่างการอบรมผู้ตัดสินที่เข้ารับการอบรม มีความตั้งใจและเข้าใจถึงประโยชน์ ทักษะประสบการณ์ จากวิทยากรวิทยากรเป็นอย่างดี และพร้อมที่จะนำความรู้ และประสบการณ์ที่ได้ไปใช้ในการตัดสิน ตามวัตถุประสงค์ และยุทธศาสตร์ในด้านการพัฒนาบุคลากร ทางด้านกีฬาจักรยานของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ

ด้านพลเอก เดชา เหมกระศรี รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิค แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์/รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย/นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่าต้องขอชื่นชมในความตั้งใจของทุกคนที่ใช้ห้วงเวลาของการอบรมตักตวงความรู้และประสบการณ์ เพื่อไปใช้ในการเพิ่มศักยภาพขอในการตัดสินกีฬาจักรยานทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นแนวนโยบายของผมและยุทธศาสตร์ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ ที่จะพัฒนากีฬาจักรยานของประเทศ เพื่อให้มีความทัดเทียมกับชาติอื่นๆ จึงหวังว่าการอบรมในครั้งนี้ ผู้เข้ารับการอบรมจะนำความรู้ไปใช้ได้จริงในการตัดสิน รวมถึงพัฒนาต่อยอดไปสู่การอบรมในระดับที่สูงขึ้นต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

จังหวัดนครพนม ส่งมอบบ้านครัวเรือนยากจน โครงการ “บ้านห่วงใยจากใจ GLO” ประจำปี 2568

จังหวัดนครพนม ส่งมอบบ้านครัวเรือนยากจน โครงการ “บ้านห่วงใยจากใจ GLO” ประจำปี 2568

วันที่ 16 กันยายน 2568 ที่บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 4 บ้านวังกะเบา ตำบลโคกสว่าง อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม นางสงวน มะเสนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธีส่งมอบบ้านแก่ครัวเรือนยากจน ภายใต้โครงการ “บ้านห่วงใยจากใจ GLO” จังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 โดยมีนางกนกรัชต์ วงษ์กาฬิสินธุ์ พัฒนาการจังหวัดนครพนม หัว หน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เข้าร่วมในพิธีฯ

รัฐบาลและจังหวัดนครพนมให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจนทุกมิติ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยอาศัยข้อมูลจากระบบการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (TPMAP) ซึ่งเป็น Big Data ภาครัฐ ที่สามารถระบุกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน พร้อมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

โครงการบ้านห่วงใยจากใจ GLO ประจำปี 2568 เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและกรมการพัฒนาชุมชน มีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสด้านความเป็นอยู่ ลดความเหลื่อมล้ำ และช่วยเหลือครัวเรือนยากจนที่ตกเกณฑ์มิติความเป็นอยู่ตามระบบ TPMAP ให้มีบ้านพักอาศัยที่มั่นคงถาวร

สำหรับจังหวัดนครพนม ในปีนี้ได้จัดสร้างบ้าน 1 หลัง งบประมาณ 200,000 บาท มอบให้แก่ครัวเรือนของนายสงวน คำเห็น บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 4 บ้านวังกะเบา ตำบลโคกสว่าง อำเภอปลาปาก ซึ่งเป็นครัวเรือนผู้สูงอายุที่อาศัยเพียงลำพัง โดยบ้านเดิมชำรุดทรุดโทรม ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ การก่อสร้างแล้วเสร็จด้วยความร่วมแรงร่วมใจของอำเภอปลาปาก องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสว่าง ส่วนราชการ ทีมปฏิบัติการตำบล ผู้นำชุมชน และจิตอาสาในพื้นที่ พร้อมทั้งได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น


ฟร้องข่าวด่วนนครพนม
เทพข่าวร้อน รายงาน

นายกเสกสรรฯ นำทีมประชุมสรุปใหญ่ ก่อนลุยขบวนแห่ ‘อุ้มพระดำน้ำ’ เพชรบูรณ์ 2568 สุดยิ่งใหญ่ นักแสดงกว่า 2 พันคนร่วมสร้างตำนาน”

เพชรบูรณ์ – นายกเสกสรรฯ นำทีมประชุมสรุปใหญ่ ก่อนลุยขบวนแห่ ‘อุ้มพระดำน้ำ’ เพชรบูรณ์ 2568 สุดยิ่งใหญ่ นักแสดงกว่า 2 พันคนร่วมสร้างตำนาน”

วันที่ 16 กันยายน 2568 ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ เป็นประธานการประชุมสรุปความพร้อมในการจัดขบวนแห่องค์พระรอบเมือง เนื่องในงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมกระดังงา วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบุคลากรทุกภาคส่วนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
สำหรับขบวนแห่ปีนี้ กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2568 เวลา 18.00 น. โดยจะเคลื่อนขบวนอย่างยิ่งใหญ่ไปตามเส้นทางที่วางไว้ พร้อมจุดชมการแสดง 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณวัดมหาธาตุ และหน้าสวนสาธารณะเพชบุระ

ขบวนแห่ปีนี้มีทั้งหมด 13 ขบวน ประกอบด้วยนักแสดงกว่า 2,000 คน ถ่ายทอดความงดงามของวัฒนธรรมท้องถิ่น และเป็นปีแรกที่มีการจัดประกวดขบวนการแสดง เพื่อสร้างสีสันและยกระดับมาตรฐานงานประเพณีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เป็นประเพณีหนึ่งเดียวในไทยที่แสดงถึงความศรัทธา ความสามัคคี และวัฒนธรรมอันงดงามของชาวเพชรบูรณ์ โดยมี “องค์พระพุทธมหาธรรมราชา” เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมือง

ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถร่วมชมความยิ่งใหญ่ของขบวนแห่ในครั้งนี้ได้อย่างใกล้ชิด และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ระดับชาติ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานจำนวนมาก และส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี


มนสิชา คล้ายแก้ว ทีมข่าวเพชรบูรณ์

สลด!! คุณตา 63 นั่งเฝ้าร่างหลานชาย ขับจยย. แหกโค้งเสียชีวิต

วันที่ 15 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 22.09 น. ร.ต.อ .ชนุตร์ภูเทียมศรี รอง สารวัตรสอบสวนสภ.เมืองนครพนม ได้รับแจ้งเหตุ จากศูนย์ฯ 191 มีรถ จยย.ลงเองแหกโค้ง เสียชีวิต จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม(เขตเมือง) กู้ภัย อบต.บ้านผึ้ง ที่เกิดเหตุ บริเวณทางโค้ง บ.น้อยนาคำ – หนองปลาดุก ม.19 ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง พบร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งตกลงไป ที่นาข้าวของชาวบ้าน ห่างจากถนนประมาณ 10 เมตร และพบรถจักร ยานยนต์ Honda ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน สภาพ ยางหน้าแตก วงล้อหน้าบิดเบี้ยว ทราบชื่อผู้เสียชีวิต นายนภากร อภิเลิศสกุลอายุ 20 ปี ที่อยู่ 118 หมู่ 15 บ.หนองบาก ต.รามราช อ.ท่า อุเทน จ.นครพนม

จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ นายวิษณุ ชนะพจน์ ซึ่งเป็นชาวบ้านที่กำลังจะไปกรีดยาง ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา สังเกตเห็นบริเวณจุดทางโค้งมีร่องรอย ของรถเสียหลักจึงได้จอดลงไปดู ขณะนั้น ยังไม่เสียชีวิต จึงทำ CPR แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ และบอกว่าคนขับอาจจะไม่ชินกับเส้นทาง จากการชันสูตร แพทย์เวร ตรวจสอบไม่พบบาดแผล ตามร่าง กายของผู้เสียชีวิตคาดว่า ศีรษะถูกกระแทกเลือดคั่งในสมองจึงเป็นเหตุให้เสียชีวิต

หลังเกิดเหตุ นายจำปา ระมงคล อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นตาของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาดูศพ ถึงกับร้องไห้โฮ เมื่อรู้ว่าเป็นหลานชายตัวเอง ได้เล่าให้ฟังว่า หลานชายออกจากบ้านมากับเพื่อนด้วยกัน 3 คน โดยขับขี่รถจักรยานยนต์มา 2 คัน บอกจะไปหาเพื่อน จนมีเพื่อนของหลานชาย โทรบอกว่า นายนภากร ได้ขับรถแหกโค้งเสียชีวิต จึงได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ และไม่ติดใจการเสียชีวิตของหลานชายคิดว่าเกิดจากอุบัติเหตุ จึงได้นำร่างส่งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด พร้อมประสานกู้ชีอบต.รามราช นำศพกลับไปยังบ้านเกิด เพื่อบำเพ็ญกุศลต่อไป


ฟร้องข่าวด่วนนครพนม
เทพข่าวร้อน รายงาน

เตือนข้าราชการท้องถิ่น เรื่อง โครงการจัดซื้อจัดจ้าง ให้ดูข้อกฎหมาย ป.ป.ช.

เตือนข้าราชการท้องถิ่นเรื่อง โครงการจัดซื้อจัดจ้างให้ดูข้อกฎหมาย ป.ป.ช. จากกรณีข้าราชการท้องถิ่น อบต. อบจ. เทศบาล ถูกร่างแหดำเนินคดี ไปกับคณะผู้บริหารท้องถิ่น โดยตกเป็นจำเลยร่วม เนื่องจากไม่ได้ศึกษากฎหมายของ ป.ป.ช.

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. ณ สนง. ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา นายณัฐวุฒ ขมประเสริฐ รองเลขาธิการ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ภ.3 เผยว่า พี่น้องท้องถิ่น อปท.มี 8 หมื่น หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. เทศบาล เวลาถูกกล่าวหา ก็คือตัวนายก แต่ ป.ป.ช. ดำเนินคดีทำใมมาถึงตัวเขาด้วย ซึ่งเป็นเพียงข้าราชการชั้นผู้น้อย หรือเป็นเพียงผู้ปฏิบัติ ตรงนี้เป็นหลักกฎหมายโดยแท้อยู่แล้ว ก็คือกระบวนการทั้งหมดเกี่ยวข้องกับ เจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมปฏิบัติ ในข้อกล่าวหานั้นๆ.ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้าน เวลาดำเนินการ นอกจากจะดำเนินการกับ นายก ซึ่งถือว่าเป็นตัวการสำคัญ เราต้องดำเนินการกับผู้ปฏิบัติ และผู้สนับสนุน หมายถึงผู้ดำเนินการแทนนายก เป็นเรื่องปกติ จริงๆแล้ว กฎหมายมีทางออก ดูจาก พรบ.ป.ป.ช. ปี 2561มาตรา 134 เจ้าหน้าที่รัฐ ตั้งแต่ ปลัด ผอ.คลัง จนท.พัสดุ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวหา

สมมุติว่า มีการจัดซื้อจัดจ้าน ปลัด ผอ.คลัง จนท.พัสดุ มาเห็นสิ่งที่นายกสั่งการไม่ถูกต้อง คุณสามารถคัดค้านได้ตาม มาตรา 134 เมื่อมีการคัดค้านและมีพยาน ตามกฎหมาย ไม่ต้องรับโทษ และกฎหมายยังมีทางออกอีกหนึ่งทาง คือ มาตรา 135 ถ้าเรามีความจำเป็นต้องทำทุจริต ไปกับเขาด้วย แต่เราเป็นเพียงผู้ปฏิบัติ ถ้าเราเล่าความจริงที่เป็นสาระ สำคัญ ในการดำเนินคดีกับตัวการ ข้าราชการผู้ปฏิบัติเหล่านี้ สามารถร้องขอในการเป็นพยานได้ ที่สำคัญคดี ของ ป.ป.ช.คดีการจัดซื้อจัดจ้าน มีการพิจรณาหยิบยกเรื่องการเป็นพยานเกือบทุกคดี ไม่มีประโยชน์ที่จะดำเนินคดีกับข้าราชการชั้นผู้น้อย ถ้าหากเขาไม่ได้เป็นคนก่อการ แต่เขาทำเพราะถูกสั่ง แบบนี้กฎกมายต้องคุ้มครองกันเป็นพยาน เมื่อมีมติกันเป็นพยาน ก็ไม่ต้องรับผิดทางวินัย ในทางอาญา และ ละเมิด ตัวสั่งการเท่านั้น ต้องรับผิดชอบ


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

นครพนม จัดแถลงข่าว “มหกรรมไหลเรือไฟโลกและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568”

จังหวัดนครพนม จัดแถลงข่าว “มหกรรมไหลเรือไฟโลกและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568”

วันที่ 15 กันยายน 2568 เวลา 17.00 น. นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน มหกรรมไหลเรือไฟโลกและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กันยายน – 8 ตุลาคม 2568 รวม 12 วัน 12 คืน ณ ศาลากลางจังหวัดนครพนม และริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเมืองนครพนม โดยมีนางธนวัน อุ่นเพชรวรากร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม, นางยุวดี มีบุญ วัฒนธรรมจังหวัดนครพนม, นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม, นายอนุชิต หงษาดี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม, นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม และ พ.ต.อ.อนุสรณ์ มั่งมี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ร่วมให้ข้อมูลด้านการจัดกิจกรรม มาตรการรักษาความปลอดภัย การจราจร การจัดเตรียมสถานที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่จะมาเยือนในช่วงเทศกาลออกพรรษา ณ บริเวณซุ้มวิถีคนทำเรือไฟ อำเภอเมืองนครพนม ริมฝั่งแม่น้ำโขง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม

นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า งานประเพณีไหลเรือไฟถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ชาวนครพนมภาคภูมิใจและสืบทอดกันมาแต่โบราณ สื่อถึงความเชื่อและความศรัทธาในการบูชารอยพระพุทธบาท การสักการะท้าวพกาพรหม และการบูชาพระแม่คงคา ซึ่งจัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี นับเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของภาคอีสานและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เป็นหนึ่งในเทศกาลวัฒนธรรมนานาชาติที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศต้องมาเยือน

สำหรับปี 2568 รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณให้กระทรวงวัฒนธรรมบูรณาการร่วมกับจังหวัดนครพนม จัดงาน “ยกระดับเทศกาลเรือไฟไทยสู่เรือไฟโลก” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และขับเคลื่อนนครพนมสู่การเป็น “Destination เมืองท่องเที่ยวหลักแห่งการพักผ่อน”

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ขบวนเรือไฟบก Nakhon Phanom Illuminated Boat Carnival และการแสดงแสง สี เสียง “แสงไฟแห่งศรัทธา” มหกรรมไม้ไผ่ “จากลำไม้สู่เรือไฟหนึ่งเดียวในโลก” และซุ้มวิถีชีวิต 12 อำเภอ การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน วันที่ 3–6 ตุลาคม 2568 รวม 4 รุ่น ชิงรางวัลกว่า 570,000 บาท ขบวนอัญเชิญไฟพระฤกษ์และขบวนแห่ปราสาทยิ่งใหญ่ วันที่ 7 ตุลาคม 2568 การลอยกะลา (กะโบ้) กว่า 10,000 ดวง กลางแม่น้ำโขง ณ วัดพระธาตุพนม วันที่ 7–8 ตุลาคม 2568 การประกวดเรือไฟขนาดใหญ่ 12 ลำ จาก 12 อำเภอ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี การแสดงคอนเสิร์ตหมอลำวงใหญ่ และกิจกรรมร้านมัจฉากาชาด ผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP และอาหารขึ้นชื่อกว่า 100 บูธ พิเศษ! ชมการแสดง โดรนกว่า 300 ลำ และการไหลโชว์เรือไฟเฉลิมพระเกียรติ ความยาวกว่า 70 เมตร พร้อมเรือไฟรักษ์โลก และเรือไฟจากนานาชาติ

จังหวัดนครพนมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดระบบการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ทั้งที่จอดรถพร้อมระบบตรวจสอบแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์ เรือไฟ.com http://xn--w3c1a7d.com/ การจัดพื้นที่พักค้างคืน รวมถึงการจัด Media Fam Trip เพื่อนำสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศเยี่ยมชมกระบวนการทำเรือไฟ

จังหวัดนครพนมขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ของ มหกรรมไหลเรือไฟโลกและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 27 กันยายน – 8 ตุลาคม 2568 ณ ศาลากลางจังหวัดนครพนม และริมฝั่งแม่น้ำโขง


ฟร้องข่าวด่วน นครพนม
เทพข่าวร้อน รายงาน

สุดแปลก แก้บนด้วยจระเข้ของเล่นเด็ก สีหวานๆ สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น

นครนายก – สุดแปลก แก้บนด้วยจระเข้ของเล่นเด็ก สีหวานๆ สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดลำบัวลอย ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก ได้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมากราบไหว้ ขอพร ”หลวงพ่อสนิท ยสินทโร“ อดีตเจ้าอาวาสวัดลำบัวลอย และอดีตพระเกจิชื่อดัง ที่สร้างตำนานวัตถุมงคลจนโด่งดังเป็นที่เลื่องลือ เช่น จระเข้โทน พญาเต่าเรือน และนกสาริกา “หลวงพ่อสนิท” ท่านมากล้นด้วยบุญญาบารมี จึงไม่แปลกที่จะมีผู้คนมากมายเคารพศรัทธา และมักจะมาบนบานขอความสำเร็จในด้านต่างๆ เช่น ด้านธุรกิจ การงาน ตลอดจนถึงการบนบานขอให้ทำการซื้อขายบ้านและที่ดินได้สำเร็จ เมื่อสำเร็จสมปรารถนาก็จะมาแก้บนด้วยผลไม้ต่างๆ แต่มีสิ่งของแก้บนบางอย่างที่แปลกมาก นั้นก็คือ จระเข้ของเล่นเด็ก สีหวานๆ และยังมีจระเข้รูปปั้น จระเข้ยาง และจระเข้ไม้ มีหลากหลายมากมาย

จากนั้นจึงได้สอบถาม นางฉอ้อน สุวิสุทธิ์ (ป้าอิ้ง) เจ้าหน้าที่วัดลำบัวลอย ได้เล่าว่า คนที่มาทำบุญเขาเอามาถวาย เขาได้โชคได้ลาภ ขายของทะลุเป้า สำเร็จเรื่องงานการบ้าง ของเหล่านี้เขาหามาถวายเอง ทางวัดก็ไม่ทราบและก็ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องแก้บนด้วยอะไร คนที่มาไหว้เขาหากันมาเองเห็นแล้วก็แปลกดี และเมื่อเดินเข้าไปในถ้ำซึ่งเป็นที่ประดิษฐานร่างของ “เจ้าโทน” จระเข้สตัฟฟ์ ก็จะเห็นตุ๊กตาจระเข้ที่มีคนนำมาถวายเป็นบริวารและนำมาแก้บนจำนวนมาก ก็ถือว่าเป็นเรื่องแปลกเพราะทางวัดลำบัวลอยไม่เคยกำหนดหรือเจาะจงว่าจะต้องแก้บนด้วยอะไร สามูทั้งหลายที่มาขอแล้วสำเร็จคงจะคิดว่าที่วัดลำบัวลอยนี้“หลวงพ่อสนิท”ท่านชอบจระเข้ จึงได้สรรหาของแก้บนเป็นตุ๊กตาจระเข้แปลกๆ ตะมุตะมิ สร้างสีสันให้กับผู้ที่มาทำบุญและเด็กๆ เป็นอย่างมาก


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

หน่วย บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) กกล.สุรศักดิ์มนตรี โดย ร้อย.ฉก.ทพ.2103 ฉก.ทพ.21 บังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ. ประมวลกฎหมายยาเสพติด 2564 (จับกุม) ผู้เกี่ยวข้อง 1 ราย

นครพนม – หน่วย : บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) กกล.สุรศักดิ์มนตรี โดย ร้อย.ฉก.ทพ.2103 ฉก.ทพ.21 บังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ. ประมวลกฎหมายยาเสพติด 2564 (จับกุม) ผู้เกี่ยวข้อง 1 ราย

เมื่อ 14 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลาประมาณ 15.00 น. ร้อย.ฉก.ทพ.2103 ฉก.ทพ.21 โดย ร.อ.ธนากร นาเหล็ก ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2103 ฉก.ทพ.21 /เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่า บ้านร้างกลางหมู่บ้าน ม.15 บ.แก้วปัดโปร่ง ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม มีการมั่วสุมเสพยาเสติด จึงจัดชุดปฏิบัติการทหารพรานร่วมกับ หน่วยงานความมั่นคงฯ เข้าทำการตรวจสอบตามสถานที่รับแจ้ง จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงเพิงพักหลังดังกล่าว ตามที่รับแจ้งพบชายต้องสงสัยคล้ายคนเมาสุรา หรือเสพยาเสพยาติด ท่าทางมีพิรุธยืนอยู่บริเวณหน้าสถานที่ดังกล่าวดัง กล่าวเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวส่งสัญญาณเรียกชายคนดังกล่าวเพื่อทำการสอบถามแต่เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ มีอาการแสดงท่าทางตกใจพยายามจะวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่โดยทันที จึงเป็นเหตุเชื่อได้ว่าภายในตัวของชายคนดังกล่าวจะมียาเสพติด หรือสิ่งผิดกฎหมาย ซุกซ่อนอยู่

เจ้าหน้าที่จึงติดตามทำการควบคุมตัวเอาไว้ได้สอบถามทราบซื่อคือ นายอนุชาฯ อายุ 27 ปี ให้การว่า ตนได้เสพยาบ้ามาจริงจึงเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ขอทำการตรวจค้นตัวของนายอนุชาฯ ซึ่งก่อนทำการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้แสดงความบริสุทธิ์ใจต่อหน้า นายอนุชาฯ จนเป็นที่พอใจแล้วจึงเริ่มทำการตรวจค้น อีกทั้งเป็นการตรวจค้นต่อหน้านายอนุชาฯ ทุกขั้นตอน ผลการตรวจค้น พบยาบ้าทั้งหมด 35 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบกดปิดดึงเปิดซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนขาสั้นด้านซ้ายที่นายอนุชาฯ สวมใส่ติดตัวอยู่ เจ้าตัวยอมรับว่ายาบ้าที่ค้นพบเป็นของตนจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไป


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน