โครงการหมู่บ้านสีขาว ครบทุกหมู่บ้าน 153 หมู่บ้าน ของ อ.ครบุรี

ตามนโยบายปราบปรามยาเสพติด อย่างจริงจังของ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกอำเภอ ทุกหมู่บ้าน ปลอดยาเสพติด

ภายใต้การอำนวยการของ นายพีรวัฒน์ ธีระวัฒนา ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอครบุรี เผยว่า 153 หมู่บ้านครบทุกหมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านสีขาว เราได้ เพิ่มความเข้มงวด จัดกำลัง อส. ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ สาธาฯ โรงพยาบาล ฝ่ายรักษาความสงบ ได้ดำเนินการปิดล้อม ตรวจค้นอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละครั้งจับได้หลายพันเม็ด 2 ปีที่ผ่านมา เกือบแสนเม็ด ในพื้นที่อำเภอครบุรี เราจะเน้นการขยายผลรายใหญ่ สำหรับผู้ที่เสพ จะนำเข้าบำบัด เพราะเขาเป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแล ผู้ที่เสพและผ่านการบำบัดแล้ว เรามีศูนย์ฟื้นฟู ของท้องถิ่น ในการดูแลและรับเรื่องขอความช่วยเหลือ ของบุคคลเหล่านี้ เพื่อสร้างอาชีพให้เขา เขาอยากประกอบอาชีพอะไร เราก็ดำเนินการตามความประสงค์ฃ

ส่วนสถานการณ์ความรุนแรงในปีนี้ ก็ถือว่า อยู่ในระดับกลาง อ.ครบุรี ก็ถือว่าไม่เป็นทางผ่าน หรือเป็นแหล่งพักยาที่สำคัญอะไร แต่ก็ยังมีการขายยาเล็กๆน้อยๆ ผู้เสพจะมากหน่อย แต่ผู้ค้ารายใหญ่ไม่มี เพราะเราได้กวดขันเข้มงวดมาตรการระยะยาวคือ ปํญหายาเสพติด เป็นปัญหาระดับชาติ มีบุคคลที่เกี่ยวข้องหลากหลาย โดยเฉพาะ ครอบครัว โรงเรียน เป็นกลุ่มเยาวชน เราต้องให้ความรู้กับเยาวชน และให้อาชีพ เพื่อสร้างรายได้ เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ มีรายได้ จะได้ไม่ไปยุ่งเกี่ยวยาเสพติด มาตรการเชิงรุกที่ได้ผลเด็ดขาดในการจับกุมผู้ค้าคือ การแจ้งเบาะแสของประชาชน เราสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยสามารถแจ้งข่าว กับนายอำเภอ และผู้กำกับได้โดยตรง เราจะปิดเป็นความลับ กับผู้ที่แจ้งเบาะแส


ภาพ/ประสงค์ ฉวยกระโทก
ข่าว/กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา

สำนักงานทรัพยากรทางทะเลฯ เขต 3 จัดกิจกรรม “เก็บขยะวันชายหาดสากล” ครั้งแรก ที่ชายหาดหัวหิน เก็บขยะทะเลได้กว่า 164 กิโลกรัม

สำนักงานทรัพยากรทางทะเลฯ เขต 3 จัดกิจกรรม “เก็บขยะวันชายหาดสากล” ครั้งแรก ที่ชายหาดหัวหิน เก็บขยะทะเลได้กว่า 164 กิโลกรัม

17 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (เพชรบุรี) จัดกิจกรรม “เก็บขยะวันชายหาดสากล” ครั้งที่ 1 ณ ชายหาดหัวหิน ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อสร้างจิตสำนึกและความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล

โดยมีนายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยนายประเสริฐ แตกช่อ ประธานกลุ่มสมาคมประมงหัวหิน (คนรักชายหาดหัวหิน) กล่าวต้อนรับ และนางสาวอาทิตา จุ้ยจู่เอี้ยม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 กล่าวรายงาน

กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวน 50 คน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (สทช.3) สมาชิกสมาคมประมงหัวหิน (คนรักชายหาดหัวหิน) และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการในพื้นที่ ภายในงานมีการให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของขยะทะเลและวิธีการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง พร้อมสาธิตการบันทึกข้อมูลตามแบบฟอร์มของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

สำหรับผลการดำเนินงานสามารถเก็บขยะทะเลได้รวมทั้งสิ้น 164 กิโลกรัม โดยขยะส่วนใหญ่เป็นถุงแกง ถุงร้อน-เย็น ขวดเครื่องดื่มพลาสติก และหลอดพลาสติก ซึ่งได้มีการคัดแยกและบันทึกประเภทขยะตามแบบฟอร์มของกรม ทช. เพื่อใช้เป็นข้อมูลรายงานและวางแผนการจัดการทรัพยากรทางทะเลต่อไป

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยังเปิดสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร. 1362 เพื่อรับแจ้งเหตุเกี่ยวกับสัตว์ทะเลหายาก หรือการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที


นัครินทร์/รายงานข่าว

เขื่อนป่าสักฯ เตือนประชาชนท้ายเขื่อน เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

จังหวัดลพบุรี – อัพเดทสถานการณ์น้ำ ด่วนที่สุด เขื่อนป่าสักประกาศ ฉบับที่ 6 ปรับเพิ่มการระบายน้ำ เตือนประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อย่างใกล้ชิด

สถานการณ์น้ำ ล่าสุดวันนี้ โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักสิทธิ์ ได้ออกหนังสือ ด่วนที่สุด ลงวันที่ 17 กันยายน 2568 เรื่อง แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฉบับที่ 6 เรื่อง แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฉบับที่ 6 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ จะดำเนินการปรับเพิ่มการระบายน้ำ จากเดิมอัตรา 200 ลบ.ม./วินาที เป็นอัตรา 350 ลบ.ม./วินาที โดยเพิ่มขึ้นในอัตราวันละ 50 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำขึ้นเป็นลำดับ ตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 19 กันยายน 2568

ด้าน นายสมชาย ร่มเย็น หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ ระบุว่า…..วันนี้ 17 กันยายน 2568 ณ ปัจจุบันน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำอยู่ในเขื่อนมีอยู่ 637,000,000 ลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 66% ซึ่งในวันนี้มีน้ำเข้าเขื่อนอยู่ที่ 584 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 50,000,000 ทางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีการระบายน้ำอยู่ที่ 250 ลูกบาศก์เมตรต่อ ซึ่งแนวทางในการบริหารจัดการน้ำช่วงนี้ ทางกรมชลประทานได้พิจารณาปรับเพิ่มการระบายน้ำ ของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ตั้งแต่เมื่อวานซึ่งได้ระบายอยู่ที่ 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยแนวโน้ม เนื่องจากน้ำทางตอนบน จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่กำลังไหลลงมาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ยังมีแนวโน้มที่ยังคงเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับทางกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ได้คาดการณ์ไว้ว่าช่วงประมาณปลายกันยายนนี้ จะมีร่องความกดอากาศต่ำ ลงมาพาดผ่านในพื้นที่ภาคกลาง แล้วก็อาจจะมีพายุที่จะเข้า ประเทศไทย ประมาณ 1-2 ลูก เพื่อเป็นการเตรี่ยมรองรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

กรมชลประทาน จึงพิจารณาปรับเพิ่มระบายจาก 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นอัตรา 350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยอาจทยอยปรับขึ้น ในอัตราวันละ 50 ลูกบาศก์ต่อวินาที ซึ่งในวันนี้ได้เริ่มทยอยปรับขึ้นแล้วจากเมื่อวาน 200 ลูกบาศก์ต่อวินาที วันนี้ 17 กันยายน 2568 เป็น 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แล้วก็พรุ่งนี้จะทยอยปรับเป็น 300 ลูกบาศก์ต่อวินาที ตามลำดับ จนถึง 350 ลูกบาศก์ต่อวินาที ในวันที่ 19 กันยายน 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น เป็นการวางแผนรองรับสถานการณ์ล่วงหน้ารวมถึงเป็นการควบคุมเกณฑ์น้ำในเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

ทั้งนี้ การระบายน้ำของเขื่อนสักชลสิทธิ์จะบริหารจัดการโดยใช้เป็นการจัดจราจรน้ำ ในช่วงที่เขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำมาสูง ทางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ก็มีการชะลอน้ำไว้ช่วงหนึ่ง แต่ช่วงในอัตราการระบายน้ำที่ 350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นอัตราการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ไม่เกิดผลกระทบกับในพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน ปริมาณน้ำยังอยู่ในลำน้ำแม่น้ำสัก ซึ่งก็จะมีการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมอยู่

สำหรับในช่วงนี้ตั้งแต่กลางกันยายน ไปจนถึง กลางตุลาคม ยังอยู่ในช่วงสภาวะของฤดูฝน ฤดูน้ำหลาก จึงอยากฝากแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน หรือ เหนือเขื่อนและประชาชนทั่วไป ให้ติดตามเฝ้าระวังในช่วงนี้สถานการณ์น้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อย่างใกล้ชิด โดยจะมีเรื่องของการประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนทาง Facebook ของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะการแจ้งเตือนเป็นหนังสือราชการ และมีการแจ้งเตือนทาง LINE กลุ่มเครือข่ายต่างๆ เป็นกลุ่มเครือข่ายทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอและเทศบาลตำบลต่างๆ เพื่อให้รับทราบข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดต่อทรัพย์สินของประชาชน จากการที่ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักจะเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 1.30 – 1.50 เมตร โดยระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นยังอยู่ในลำน้ำไม่เกิดสภาวะน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำป่าสัก จึงใคร่ขอให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ทราบ และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ศึกชิง “หัวหน้าพรรค ปชป.”ใครคุมเกม?

อีกไม่นานพรรคประชาธิปัตย์จะมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่แทนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่เพิ่งลาออกไป คำถามคือ… ใครจะเป็นผู้คุมเกมตัวจริง?

1. เกมตัวเลข… ใครคุมคะแนนเสียง? ตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ “โหวตเตอร์” ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

(1) ส.ส.ปัจจุบันมีคะแนน 40% ของคะแนนเสียงของที่ประชุมใหญ่กลุ่ม ส.ส.คือฐานกำลังที่แข็งที่สุด ใครกุมเสียง ส.ส.ได้ก็มีโอกาสได้รับชัยชนะ ปัจจุบัน ส.ส.ของพรรค ปชป.มีจำนวน 25 คน มีคะแนน 40% นั่นหมายความว่า ส.ส. 1 คน จะมีคะแนนถึง 1.6% (40%/25)

(2) กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) มีคะแนน 20% ของคะแนนเสียงของที่ประชุมใหญ่เดิม กก.บห. มีทั้งหมด 40 คน ลาออกไป 8 คน เหลือ 32 คน ในจำนวนนี้มีคนที่เป็น ส.ส.ปัจจุบัน 8 คน เหลือ กก.บห.ที่ไม่เป็น ส.ส. 24 คน มีคะแนน 20% นั่นหมายความว่า กก.บห. 1 คน จะมีคะแนน 0.83% (20%/24)

(3) โหวตเตอร์อื่น เช่น อดีตหัวหน้าพรรค อดีตเลขาธิการพรรค อดีต ส.ส. รัฐมนตรีของพรรคในปัจจุบัน อดีตรัฐมนตรีของพรรค หัวหน้าสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด เป็นต้น มีคะแนน 40% ของคะแนนเสียงของที่ประชุมใหญ่

ตามข้อบังคับพรรค โหวตเตอร์ทั้งหมดจะต้องมีอย่างน้อย 250 คน ดังนั้น จำนวนโหวตเตอร์อื่นจะต้องมีไม่น้อยกว่า 201 คน (250-25-24) มีคะแนน 40% นั่นหมายความว่าโหวตเตอร์อื่น 1 คน จะมีคะแนนเพียง 0.20% (40%/201) เท่านั้น ถ้าในวันเลือกตั้ง มีโหวตเตอร์เข้าร่วมมากกว่า 250 คน จะยิ่งทำให้โหวตเตอร์อื่นมีคะแนนต่อคนลดน้อยลงอีก

สรุปง่ายๆ เสียง ส.ส. และ กก.บห.แทบจะชี้ขาดทุกอย่าง เพราะมีคะแนนต่อคนสูง และส่วนใหญ่ยังอยู่ใน “ขั้วอำนาจปัจจุบัน”… นั่นคือคำตอบว่า “ขั้วอำนาจปัจจุบัน” เป็นผู้คุมคะแนนเสียง!

2. สมการชนะเลือกตั้ง

ลองคิดเล่นๆ… ถ้าได้คะแนนเสียงจาก ส.ส. 21 คน คิดเป็น 33.6% บวกกับ กก.บห. 20 คน คิดเป็น 16.60% รวมแล้วได้ 50.20%… ชนะเลือกตั้งทันที! นี่คือเหตุผลว่าทำไม “ขั้วอำนาจปัจจุบัน” จึงได้เปรียบ

3. ทำไม “คนนอกขั้วอำนาจปัจจุบัน” จึงสู้ยาก?

เหตุผลคือ กลุ่ม ส.ส.รวมกับกลุ่ม กก.บห. มีคะแนนรวมถึง 60% ถ้าขั้วอำนาจปัจจุบันรวมกันได้ครบ “คนนอกขั้วอำนาจปัจจุบัน” แทบจะหมดสิทธิ์ตั้งแต่ยังไม่ลงสนาม! แต่ยังมี “สูตรคณิตศาสตร์การเมือง” ที่จะทำให้ “คนนอกขั้วอำนาจปัจจุบัน” พอจะมีลุ้นคือ…

(1) ต้องเจาะเข้าถึง ส.ส.บางส่วน แค่ 4 คน ที่เป็นอยู่ในเวลานี้ยังไม่พอ

(2) ต้องมีเครือข่าย กก.บห.ที่ยอมแหกค่าย

(3) ต้องกวาดคะแนนจากโหวตเตอร์อื่นอย่างน้อย 30-35% จากทั้งหมด 40% ซึ่งไม่ง่าย

4. สรุป

ถ้า “ขั้วอำนาจปัจจุบัน” เห็นว่าพรรคฯ อยู่ในสถานการณ์ที่คะแนนความนิยม “จมดิ่ง” ยากที่จะเข็นต่อไป และมีความรักพรรคฯ อย่างจริงใจ หันมาเปิดไฟเขียวให้หนุน “คนนอกขั้วอำนาจปัจจุบัน” พรรคฯ จะได้ผู้นำคนใหม่ที่มาจากนอกขั้วอำนาจปัจจุบัน มาช่วยกันฟื้นฟูพรรคฯ ให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น… แต่ถ้าขั้วอำนาจปัจจุบันจับมือกันแน่น ผลลัพธ์แทบจะถูกเขียนไว้ล่วงหน้าแล้ว

สุดท้ายอยู่ที่ “โหวตเตอร์ทุกคน” จะเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เพื่อใคร? เพื่อส่วนรวม? หรือเพื่ออำนาจของบางกลุ่ม?


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษจัดพิธี “ส่งปืน คืนร่ม” และสวนสนามเทิดเกียรติ แก่นักรบพิเศษที่จะเกษียณอายุราชการ

หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษจัดพิธี “ส่งปืน คืนร่ม” และสวนสนามเทิดเกียรติ แก่นักรบพิเศษที่จะเกษียณอายุราชการ

วันนี้ (16 ก.ย.68) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีเกียรติยศนักรบพิเศษ ประจำปี 2568 เพื่อเชิดชูเกียรติ นักรบพิเศษ ที่เกษียณอายุราชการ ณ ค่ายวชิราลงกรณ์ จ.ลพบุรี โดยมี พลโท ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ให้การต้อนรับ ซึ่งในปีนี้มีผู้บังคับบัญชาของกองทัพบกที่เป็นนักรบพิเศษและเกษียณอายุราชการเข้าร่วมพิธี 3 ท่าน ได้แก่ พลเอก ณัฐวุฒิ นาคะนคร รองผู้บัญชาการทหารบก, พลเอก ธงชัย รอดย้อย เสนาธิการทหารบก และ พลเอก นพนันต์ ชั้นประดับ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก

โดยในพิธีนอกจากนักรบพิเศษที่เกษียณอายุราชการจะได้ร่วมวางพวงมาลาสักการะ อนุสาวรีย์ทหารพลร่ม, รับมอบเครื่องหมายปีกร่มกิตติมศักดิ์, และโล่เกียรติยศ รวมถึงเข้าร่วมพิธีสวนสนามเทิดเกียรตินักรบพิเศษ โดยมีผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานแล้ว หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษยังได้จัดพิธี “ส่งปืน คืนร่ม” ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการสิ้นสุดการปฏิบัติภารกิจของทหารหน่วยรบพิเศษที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ

“การส่งปืน” หมายถึง การมอบอาวุธประจำกายที่เคยใช้ในการปกป้องประเทศชาติและปฏิบัติภารกิจต่างๆ ให้กับนักรบพิเศษรุ่นต่อไป เป็นการส่งต่อหน้าที่ความรับผิดชอบ และอุดมการณ์ของทหารผู้กล้าจากรุ่นสู่รุ่น

“การคืนร่ม” หมายถึง การมอบร่มที่ใช้ในการฝึกและปฏิบัติภารกิจต่างๆ คืนให้แก่ หน่วย
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการปลดจากหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะทหารพลร่มและการกลับคืนสู่ชีวิตปกติ แต่ยังคงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของนักรบพิเศษตลอดไป

การ “ส่งปืน คืนร่ม” จึงเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า ผู้เกษียณหรือผู้สิ้นสุดภารกิจได้
คืนอาวุธและเครื่องหมายรบพิเศษ แก่หน่วย ตอกย้ำถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างสมบูรณ์และส่งเกียรติคุณความดีงามไว้ให้กับรุ่นน้องสืบต่อ

โอกาสนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวสดุดีและยกย่องนักรบพิเศษที่จะอำลาชีวิตราชการที่ได้ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละมาตลอดระยะเวลาของการรับราชการ เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับถึงความมีวินัย องอาจ กล้าหาญ มีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ ตลอดจนมีทักษะความชำนาญ และขีดความสามารถสูงในการรบทุกรูปแบบและทุกพื้นที่ ทุกท่านได้สร้างคุณูปการแก่หน่วยรบพิเศษ กองทัพ และประเทศชาติ เป็นแบบฉบับของทหารรบพิเศษที่นายทหารรุ่นหลังจะได้ยึดถือดำเนินรอยตามสืบไป



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

พล.ต.อ.ธนายุตม์ ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ข้าราชการตำรวจสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 ตามนโยบายเน้นหนักของ ผบ.ตร.

ตามนโยบายเน้นหนักของ ผบ.ตร. ข้อ 15 เรื่องสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ ตามคำสั่ง ตร. ที่ 225/2568 ลง 9 เม.ย.68 ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 11 เม.ย.2568 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(บร) ที่ 0001(บร)/79 ลง 11 เม.ย.2568 เรื่อง การมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานบริหาร มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการ สกพ. รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ในลักษณะงานสวัสดิการ ตร. และตามอนุมัติ ผบ.ตร. ท้ายหนังสือ สง.ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ฯ ที่ 0001(บร 1)/348 ลง 28 ส.ค.68 ให้ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ข้าราชการตำรวจสังกัดตำรวจภูธรภาค 5

วันนี้(วันพุธ ที่ 17 ก.ย.68) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เดินทางไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและอำลาหน่วย “ตำรวจภูธรภาค 5” โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พงษ์นคร นครสันติภาพ ผบก.อก.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน, พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง
พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พล.ต.ต.ไสว ครุธผาสุข ผบก.ศฝร.ภ.5 ข้าราช การตำรวจสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 เข้าร่วม พร้อมทั้งได้แนะนำ ชี้แนะแนวทางการปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา ณ ตำรวจภูธรภาค 5 ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่


กอ.รมน. เตรียมจัดงาน “รื่นฤดีรฤก” เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติครบรอบ 100 ปี ณ สวนรื่นฤดี กอ.รมน.(ส่วนกลาง)

กอ.รมน. เตรียมจัดงาน “รื่นฤดีรฤก”เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติครบรอบ 100 ปี ณ สวนรื่นฤดี กอ.รมน.(ส่วนกลาง)

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เตรียมจัดงาน “รื่นฤดีรฤก” เพื่อน้อมรำลึกและเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติครบรอบ 100 ปี ในวันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ณ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) สวนรื่นฤดี ถนนสุโขทัย กรุงเทพมหานคร ซึ่งสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของพระองค์เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ และปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ กอ.รมน.

การจัดงานครั้งนี้เป็นไปตาม นโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระจริยวัตรอันทรงคุณค่าให้สาธารณชนได้ร่วมรำลึก พร้อมทั้งน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เผยแพร่พระเกียรติคุณให้เป็นที่ประจักษ์สู่สังคม สะท้อนถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือ ความสามัคคีระหว่างหน่วยงานกับประชาชน อันจะนำไปสู่สังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน

ภายในงานมีกิจกรรมที่สำคัญ อาทิ พิธีสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ ตลอดจนกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ การออกร้าน แจกอาหาร และจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด เพื่อสร้างความสุขและแบ่งเบาภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน นอกจากนี้ยังมีการจัดทำหนังสือที่ระลึก การมอบของที่ระลึก และการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยและการละเล่นพื้นบ้าน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง

โอกาสนี้ กอ.รมน. ขอเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี พร้อมทั้งน้อมรำลึกถึงพระกรณียกิจอันทรงคุณค่าของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ พระราชธิดาในรัชกาลที่ 6 เพื่อสืบสานคุณค่าทางประวัติ ศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป


ทีมโฆษก กอ.รมน.

ตำรวจภูธรภาค 1 อบรมพัฒนาศักยภาพข้าราชการตำรวจ เพื่อปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

วันที่ 15 ก.ย. 68 เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ ภ.1 ประธานฯ, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 พร้อมด้วย รอง ผบก.ในสังกัด ภ.1, คณะวิทยากร และข้าราชการตำรวจผู้เข้ารับการฝึกอบรม ร่วมพิธีเปิดโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพข้าราชการตำรวจ เพื่อปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตำรวจภูธรภาค 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1

ในการนี้พลตำรวจตรีภัคพงศ์ สายอุบล ได้ร่วมบรรยาย และแนะนำผู้เข้าการรับการอบรม ในเรื่องเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติและการดูและใช้หนังสือเดินทาง การตรวจดูวีซ่าและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง 2522 เพื่อแนะนำการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่สืบสวนของตำรวจภูธรภาค 1 และแนะนำบรรยายเกี่ยวกับเรื่อง การดูหนังสือ เดินทางจริงและหนังสือเดินทางปลอม การตรวจดูวีซ่าและ ว่าจริงหรือปลอม เคสสำคัญในการตรวจค้นจับกุม ต่างๆ


พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

วงจรปิด ครอบครัวอุ้มลูกน้อยร้องเรียน คดีอุบัติเหตุรถตู้ชนท้ายไร้ความคืบหน้ากว่า 5 เดือน ตำรวจยังไม่สอบปากคำ-ไม่ขอใบรับรองแพทย์

นนทบุรี – วงจรปิด ครอบครัวอุ้มลูกน้อยร้องเรียนคดีอุบัติเหตุรถตู้ชนท้ายไร้ความคืบหน้ากว่า 5 เดือน ตำรวจยังไม่สอบปากคำ-ไม่ขอใบรับรองแพทย์

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2568 เวลา 09.00 น. ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี : ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” พร้อมด้วยทนายความ ได้นำ นายนนทกาน อายุ 21 ปี และน.ส.นวิยา อายุ 18 ปี สองสามีภรรยา พร้อมลูกน้อยวัย 8 เดือน และแม่ยาย เข้าพบ ร.ต.อ.นิพนธ์ พลสวัสดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางบัวทอง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีอุบัติเหตุรถตู้โดยสารสาธารณะชนท้ายรถจักรยานยนต์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.2568 บริเวณแยกไฟแดงโรงเรียนวัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

เหตุการณ์ดังกล่าว นายนนทกานฯ ขับขี่รถจักรยานยนต์พาแฟนสาวและลูกชายวัยเพียง 6 เดือนในขณะนั้นไปส่งของ ระหว่างทางถูกรถตู้โดยสารสาธารณะขับพุ่งชนท้าย ทำให้แฟนสาวและลูกน้อยกระเด็นตกจากรถได้รับบาดเจ็บศีรษะ มีเลือดไหลจำนวนมากและต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลบางบัวทอง แต่คู่กรณีคือ นายมีศักดิ์ฯ อายุ 63 ปี คนขับรถตู้ กลับอ้างว่ารอประกันมาเคลียร์และไม่ลงมาดูอาการผู้บาดเจ็บ แถมยังขู่จะแจ้งความกลับในข้อหาถูกทำร้าย หลังนายนนทกานฯ บันดาลโทสะต่อยหน้าไป 1 ครั้ง

ภายหลังเหตุการณ์ ครอบครัวผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง และรอการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่จนถึงปัจจุบันผ่านมาเกือบ 5 เดือน คดีกลับไร้ความคืบหน้า โดยในวันนี้แม้ตำรวจได้นัดคู่กรณีมาพบเพื่อสอบปากคำ แต่ปรากฏว่า นายมีศักดิ์ฯ ไม่เดินทางมา ขณะที่ทางพนักงานสอบสวนก็ยังไม่เคยสอบปากคำผู้เสียหาย รวมถึงไม่ดำเนินการขอใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันบาดแผลการรักษาของเด็กจากโรงพยาบาล ซึ่งถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญในคดี ทั้งที่ผู้เสียหายและครอบครัวร้องขอให้ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงแรกที่แจ้งความ

น.ส.นวิยาฯ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุเมื่อลูกชายตกลงไปบนถนน เลือดไหลเต็มหน้าผากแต่คู่กรณีไม่เคยลงมาดู ไม่แม้แต่ถามอาการ ตอนรักษาต้องนอนเฝ้าลูกในโรงพยาบาล 3 คืน 4 วัน คู่กรณีไม่เคยเข้ามาเยี่ยม ไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ทุกวันนี้รู้สึกเสียใจที่พาลูกออกไปเจอเหตุการณ์เลวร้าย และยิ่งเสียใจกว่าที่คดีไม่คืบหน้า ทั้งที่เป็นคดีอุบัติเหตุซึ่งควรมีความชัดเจน

ด้าน ดร.แก้วฯ เปิดเผยว่า วันนี้ตนพาผู้เสียหายและทนายความมาติดตามความคืบหน้า แต่กลับไม่ได้รับการชี้แจงใดๆ จากพนักงานสอบสวน ทั้งในเรื่องการสอบปากคำและเอกสารหลักฐานสำคัญอย่างใบรับรองแพทย์ที่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ไปขอมา โดยผู้เป็นแม่ต้องไปสอบถามที่โรงพยาบาลเอง แต่กลับถูกปฏิเสธว่าเป็นความลับทางราชการ ทั้งที่ควรเป็นหน้าที่ของตำรวจในการจัดการ ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความล่าช้าและการเพิกเฉยของเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้ครอบครัวผู้เสียหายเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรม

นอกจากนี้ ดร.แก้วฯ ยังระบุว่า ตนได้ติดตามไปยังสถานที่ทำงานของนายมีศักดิ์ฯ ซึ่งเป็นคนขับรถตู้และทำงานภายในหมู่บ้านพฤกษา 3 อ.บางบัวทอง แต่ไม่พบตัวคู่กรณี โดยผู้ดูแลพื้นที่แจ้งว่า นายมีศักดิ์ฯ ไม่ได้กลับมาทำงานหลังเกิดเหตุ และรับปากว่าจะช่วยติดต่อเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย เพราะหากรอเพียงการดำเนินการของพนักงานสอบสวนเรื่องอาจล่าช้าไปอีก

ครอบครัวผู้เสียหายยืนยันว่า สิ่งที่เรียกร้องไม่ใช่เงินจำนวนมากมาย แต่ขอเพียงคู่กรณีแสดงความรับผิดชอบในฐานะคนที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเมื่อมีเด็กเล็กได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่กลับถูกละเลยและทอดทิ้ง ทั้งยังถูกเจ้าหน้าที่สอบสวนดำเนินการอย่างล่าช้า จนคดียืดเยื้อมานานเกือบ 5 เดือน โดยไร้ความคืบหน้า


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ครั้งที่ 40/2568

พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.เข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ครั้งที่ 40/2568

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2568 เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุม 406-407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา : พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณวุฒิสภา ร่วมประชุมคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ครั้งที่ 40/2568 โดยมี นายอลงกต วรกี ประธานคณะกรรมาธิการเป็นประธานที่ประชุม

ซึ่งการประชุมครั้งนี้ มีการกำหนดแนวทางการพิจารณาการใช้งบประมาณของแผ่นดินอย่างคุ้มค่า,รายงานการรับเรื่องร้องทุกข์/ร้องเรียน การใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่า และหนังสือร้องทุกข์/ร้องเรียน ความเดือดร้อน จากการบริหารจัดการงบประมาณหลังจากหน่วยงานของรัฐ /ประชาชน รวมทั้งรายงานผลการดำเนินงานและผลการประชุมคณะอนุกรรมาธิการติดตามการ ทั้ง 3 คณะ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน