“สุชาติ ชมกลิ่น” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เข้ากระทรวงฯ วันแรก ลุยทันที วาง 5 แนวทางขับเคลื่อนงานเพื่อประชาชน ตั้งเป้าเห็นผลใน 4 เดือน

“สุชาติ ชมกลิ่น” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เข้ากระทรวงฯ วันแรก ลุยทันที วาง 5 แนวทางขับเคลื่อนงานเพื่อประชาชน ตั้งเป้าเห็นผลใน 4 เดือน

วันที่ 26 กันยายน 2568 เวลา 09.09 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เข้าปฏิบัติหน้าที่วันแรก ณ กระ ทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยได้สักการะ “พระพุทธสยัมภู” และ “พระภูมิเจ้าที่” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ จากนั้นได้เข้ายังอาคารกระทรวงฯ ถวายความเคารพพระ บรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 และอัญเชิญพระพุทธชินราชประดิษฐานในห้องทำงาน เพื่อความเป็นสิริมงคล ท่ามกลางการต้อนรับจากผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชนอย่างอบอุ่น

นายสุชาติฯ กล่าวว่า การได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งครั้งนี้ เป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตการทำงาน และขอให้คำมั่นว่าจะทุ่มเททำงานอย่างเต็มความสามารถ โดยจะน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์มาใช้เป็นแนวทางหลัก พร้อมทั้งขอบคุณนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มอบความไว้วางใจให้ร่วมขับเคลื่อนรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งแม้จะมีกรอบเวลาการทำงานเพียง 4 เดือน แต่มั่นใจว่าจะสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนเห็นเป็นรูปธรรมได้

สำหรับทิศทางการดำเนินงานได้วาง 5 แนวทางสำคัญ เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และตอบสนองความต้องการของประชาชน ได้แก่

  1. การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อประชาชน โดยเน้นการดูแลป่าไม้ ที่ดิน ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงการอยู่ร่วมกับป่าและสัตว์ป่า โดยบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพ
  2. การส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีคุณค่าเป็นฐานการสร้างรายได้ให้ชุมชนและประเทศ
  3. การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติเชื่อมโยงข้อมูลและศักยภาพทุกหน่วยงานในกระทรวงฯ เพื่อเข้าถึงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
  4. การจัดการสิ่งแวดล้อม เร่งแก้ไขปัญหา PM 2.5 หมอกควัน ไฟป่า และมลพิษข้ามแดน ด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ
  5. การเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชน ปรับใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ พร้อมดูแลเจ้าหน้าที่ด่านหน้าให้มีสวัสดิการที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ นายสุชาติฯ ได้กล่าว ทิ้งทาย ว่า “ผมขอให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนว่า จะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี และด้วยความร่วมมือของข้าราชการทุกฝ่าย เราจะทำให้การบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมภายใน 4 เดือน เพื่อให้ประชาชนและประเทศชาติได้รับประโยชน์สูงสุด”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบเงินช่วยเหลือพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัยชุมชนบ้านครัวใต้ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบเงินช่วยเหลือพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัยชุมชนบ้านครัวใต้ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ.2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ,นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิกฯ,นางชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการฯ พร้อมด้วย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ และ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัยฯ นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณชุมชนบ้านครัวใต้ แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ รวมจำนวน 22 ครอบครัว 49 คน โดยมอบเงินสดคนละ 3,500 บาท พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภครายครอบครัว 17 ชุด รายบุคคล 5 ชุด รวมมูลค่าการช่วยเหลือทั้งสิ้น 221,500 บาท (สองแสนสองหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน)

ในการนี้ มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ ร่วมมอบเงินสด ครอบครัวละ 500 บาท และพุทธสมาคมปทุมรังษี ร่วมมอบข้าวสาร คนละ 10 กิโลกรัม รวมการช่วยเหลือทั้ง 3 องค์กรคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 239,850 บาท (สองแสนสามหมื่นเก้าพันแปดร้อยห้าสิบบาทถ้วน) โดยมี นายอิทธิพล อิงประสาร ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ร่วมลงพื้นที่แจกจ่ายและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย ณ บริเวณลานกีฬาชุมชนบ้านครัวใต้ แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418 ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สตม.ส่ง รัสเซียโชว์ร่วมรักบนร่อนภูเก็ต ดำเนินคดี พร้อมเพิกถอนวีซ่า ขึ้นแบล็กลิสต์ เนรเทศพ้นไทย

สตม.ส่ง รัสเซียโชว์ร่วมรักบนร่อนภูเก็ต ดำเนินคดี พร้อมเพิกถอนวีซ่า ขึ้นแบล็กลิสต์ เนรเทศพ้นไทย

กรณีปรากฏภาพคลิปคนต่างชาติ แสดงท่าร่วมเพศเปลือยกายบนรถกระบะ วิ่ง โชว์ ไปทั่วเมืองภูเก็ต และปรากฏเป็นภาพคลิปเผยแพร่ทางโซเชียล เป็นการดูถูกประเทศไทย ทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างยิ่ง

เมื่อวันที่ 25 ก.ย.2568 พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี ผบก.ตม.2 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.ได้สั่งการให้ตรวจสอบการเดินทางของคนต่างชาติดังกล่าว พบข้อมูลว่า ชายผู้ก่อเหตุ ชื่อ นาย Georgii ชาวรัสเซีย อายุประมาณ 23 ปี ก่อเหตุร่วมกับหญิงไทย กำลังเดินทางหลบหนีจากภูเก็ตโดยเครื่องบินมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยเที่ยวบิน PG287 เมื่อ 25 ก.ย.2568

จนกระทั่งเวลา 16.20 น. ชุดสืบสวน บก.ตม.2 ได้เข้าคุมตัวนาย Georgii Dzugkoev ทันทีที่ลงเครื่อง พร้อมทำการตรวจสอบข้อมูล โดยประสานกับ สภ.เมืองภูเก็ต จากนั้นจัดกำลัง ควบคุมตัวผู้ต้องหากลับไปที่ภูเก็ต เพื่อนำตัวส่ง สภ.เมืองภูเก็ตดำเนินคดีต่อไป

โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศฯ ผบช.สตม.ได้สั่งการให้ เพิกถอนวีซ่า และขึ้นบัญชีเป็นบุคคลต้องห้าม ฐานมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย และกระทำการอันขัดต่อศีลธรรมอันดี ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ซึ่งจะเนรเทศส่งกลับผู้ต้องหา ทันทีหลังดำเนินคดีเสร็จสิ้น

การกระทำดังกล่าวถือว่า เป็นการท้าทายต่อกฏหมายประเทศไทย ซึ่งเตือนคนต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย หากไม่เคารพกฎหมายและแสดงออกซึ่งการไม่ให้เกียรติต่อแผ่นดินไทย เช่นกรณีนี้ หรือเคยปรากฎคนต่างชาติเจตนาถ่ายรูปอนาจารโชว์อวัยวะในศาสนสถาน ก็จะถูกจับกุม เพิกถอนวีซ่า และขึ้นแบล็คลิสต์ไม่ให้เข้าประเทศทุกราย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ร่วมงานแถลงข่าว โครงการ “THE LITTLE TIGER PROJECT

ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ร่วมงานแถลงข่าว โครงการ “THE LITTLE TIGER PROJECT

พลเอก เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และคณะผู้บริหารระดับสูงขององค์การฯ เข้าร่วมงานแถลงข่าว สวมท โครงการ “THE LITTLE TIGER PROJECT” ณ เดอะพาเลช สตูดิโอ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

โครงการดังกล่าวผลิตโดย บริษัท แกรนด์ บิ๊ก แบง จำกัด ผู้ผลิตภาพยนตร์ และภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งโครงการนี้ ประกอบด้วย การผลิตภาพยนตร์ เรื่อง กองพันพยัคฆ์น้อย (The Little Tiger), การจัดแสดงคอนเสิร์ต ตามหาวีรบุรุษ (Finding Heroes) รวมทั้ง การจัดวิ่งมาราธอนมหากุศลเพื่อพี่น้องทหาร (The Battle of Brothers Marathon) ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โดยภาพยนตร์มีเนื้อหาในการบอกเล่าเรื่องราวที่สร้างจากเรื่องจริงของกองพันทหารราบที่ 21 โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 16 ประเทศ ที่ตอบรับคำร้องขอขององค์การสหประชาชาติในการส่งกองกำลังไปช่วยเหลือเกาหลีใต้ รวมทั้งกิจกรรมการจัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่ประวัติศาสตร์ และวีรกรรมของทหารไทยให้แก่ประชาชนชาวไทย รวมทั้งชาวต่างชาติ เพื่อเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อกองทัพไทย และสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดโครงการฯ จะนำไปจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลทหารผ่านศึก

ในโอกาสนี้ นายปาร์ค ยง มิน เอกอัครราชทูตตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทศไทย, พลอากาศโท วีระศักดิ์ แก่นมณี อุปนายกสมาคมทหารผ่านศึกเกาหลี ในพระบรมราซูปถัมภ์, แพทย์หญิง จิตติมา ปรีชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารผ่านศึก, ผู้บริหารจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และผู้บริหาร ของบริษัท แกรนด์ บิ๊ก แบง จำกัด เข้าร่วมงานแถลงข่าวโครงการมงคล


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ปลัด ทส. พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านธรณี ร่วมกับ กทม. ลงพื้นที่ตรวจสอบหลุมยุบ บริเวณถนนหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

ปลัด ทส. พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านธรณี ร่วมกับ กทม. ลงพื้นที่ตรวจสอบหลุมยุบ บริเวณถนนหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยา กรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบหลุมยุบบริเวณถนนหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ภายหลังเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 07.13 น. โดยหลุมยุบดังกล่าว มีลักษณะเป็นแนวการยุบตัวไปตามแนวถนน และต่อมาเมื่อเวลา 07.45 น. แนวการยุบตัวได้ขยายเป็นวงกว้างขึ้นตามแนวถนน ส่งผลให้เสาไฟฟ้าและรถยนต์บางส่วนตกลงไปในหลุมยุบดังกล่าว

ดร.ชญานันท์ฯ กล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพยากรธรณี เมื่อเวลา 08.45 น. พบว่า พื้นที่ดังกล่าว มีสภาพธรณีวิทยาเดิมเป็นชั้นดินเหนียว (Bangkok Clay) หนาประมาณ 25 เมตร และถูกปิดทับด้วยชั้นดินถมที่เป็นฐานรากของการสร้างถนน โดยการถล่มของชั้นดินมีขอบเขตของการถล่มจำกัดตามแนวถนนเท่านั้น และไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัจจัยทางธรณีวิทยาแต่อย่างใด เนื่องจากการยุบตัวมีลักษณะเป็นบล็อก แต่โดยธรรมชาติการยุบตัวจะเกิดในลักษณะเป็นรูปวงกลม

จึงสรุปได้เบื้องต้นว่า การถล่มของชั้นดินเกิดจากการถล่มของชั้นดินที่เกี่ยวข้องกับการสร้างถนน โดยมีสิ่งกระตุ้นประกอบด้วย ท่อประปาแตกและฝนที่ตกหนัก ซึ่งอาจเป็นเหตุผลสำคัญในการชะล้างหรือกัดเซาะชั้นดินถมให้เกิดเป็นโพรงใต้ดินเฉพาะที่ส่งผลให้เกิดการเลื่อนตัวของชั้นดิน นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ที่มีการก่อสร้างแนวรถไฟฟ้าใต้ดินซึ่งการทำงานอาจส่งผลให้เสถียรภาพของดินลดลงได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรธรณี ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชน เพื่ออธิบายให้ทราบถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและชี้แจงต่อประชาชนต่อไป เพื่อลดความตื่นตระหนกที่อาจจะเกิดขึ้น


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบ.ตร. ตรวจเยี่ยมตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ชื่นชมทุกนายทำหน้าที่ด้วยดีตลอดมา

ผบ.ตร. ตรวจเยี่ยมตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ชื่นชมทุกนายทำหน้าที่ด้วยดีตลอดมา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางไปตรวจเยี่ยมตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร และให้กำลังใจ ด.ต.วัชรนนท์ คงสินจีราภัทร์ ผู้บังคับหมู่ งาน 3 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุถูกรถแท็กซี่เฉี่ยวชนขณะปฏิบัติภารกิจนำส่งอวัยวะ (ปอด) ไปยังโรงพยาบาลศิริราช บริเวณแยกสวนมิสกวัน ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และคณะ

โดยมี พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร,พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร,พ.ต.อ.ประทีป ศรีหรั่งไพโรจน์ ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมกองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร

ผบ.ตร.ให้กำลังใจและชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจโครงการพระราชดำริทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจตลอดมา สมดั่งพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงก่อตั้งหน่วยงานแห่งนี้ขึ้น เป็นเสมือนหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อช่วยเหลือประชาชนในการแก้ไขปัญหาจราจร

ด้านผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้ให้กำลังใจตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ และ ด.ต.วัชรนนท์ฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง พร้อมมอบเงินและสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริด้วย

นอกจากนี้ ช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาพลักษณ์งานจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ด.ต.วัชรนนท์ฯ มอบเงินและของที่ระลึกเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมขอให้ทุกนายทำงานด้วยความปลอดภัย อดทนและเสียสละต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ศิลปากร เตรียมเปิดบ้าน ชวนน้องๆ #Dek69 ร่วมงาน “Silpakorn Showcase 2025” 12 ตุลาคมนี้ ที่วังท่าพระ

ศิลปากรเตรียมเปิดบ้าน ชวนน้องๆ #Dek69 ร่วมงาน “Silpakorn Showcase 2025” 12 ตุลาคมนี้ ที่วังท่าพระ!

มหาวิทยาลัยศิลปากรขอเชิญชวนนักเรียนที่สนใจและน้อง ๆ #Dek69 มาร่วมงาน “Silpakorn Showcase 2025” ภายใต้แนวคิด “Unbox the knowledge to create your own life” ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ในวันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 09:00 – 17:00 น.

งานนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จัดขึ้นเพียงปีละครั้ง เพื่อให้น้องๆ ได้เข้ามา “เปิดกล่องความรู้” และค้นหาตัวตนที่แท้จริง โดยจะได้พบปะกับคณาจารย์และรุ่นพี่จากทุกคณะ เพื่อรับฟังข้อ มูลการเรียนการสอนอย่างละเอียด พร้อมรับคำแนะนำและเทคนิคการเตรียมตัวสำหรับการสอบ TCAS รวมถึงการจัดทำ Portfolio ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าศึกษาต่อ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย ทั้งกิจกรรมเวิร์กช็อปจากทุกคณะที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้ฝึกทักษะเฉพาะด้าน พร้อมชมการประกวดวาดภาพ “วาดในวัง ครั้งที่ 4” เนื่องในโอกาสครบรอบ 82 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 47,500 บาท และกิจกรรมพิเศษเสริมสร้างทักษะความคิดสร้างสรรค์ที่จัดโดยส่วนกลางของมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งมีจำนวนจำกัด

กิจกรรมพิเศษที่พลาดไม่ได้ ได้แก่:

  • กิจกรรมประกวดวาดภาพ “วาดในวัง ครั้งที่ 4” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยศิลปากรครบ 82 ปี ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 47,500 บาท ในหัวข้อ “วาด-วันวาน-สถาน : ปรากฏการณ์ทัศนศิลป์”
  • กิจกรรมเสริมสร้างทักษะความคิดสร้างสรรค์แบบยั่งยืน จากส่วนกลางของมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 200 ที่นั่งเท่านั้น

อย่าพลาดโอกาสสำคัญที่จะได้สัมผัสบรรยากาศการเรียนรู้สุดสร้างสรรค์ แล้วมา “Unbox the knowledge” เพื่อร่วมออกแบบอนาคตของตัวเองไปพร้อมกับเรา ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ 12 ตุลาคมนี้วันเดียวเท่านั้น


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สถาบันพระปกเกล้า พลิกโฉม “หน่วยงานรัฐรักษ์โลก”งดพลาสติก–ลดคาร์บอนจริงจัง เดินหน้าปรับระบบงานโปร่งใส–คุณภาพ

สถาบันพระปกเกล้าภายใต้การนำของ รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการคนใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “No Plastic – Low Carbon” อย่างเป็นรูปธรรม หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 พร้อมประกาศยกระดับองค์กรสู่ “หน่วยงานรัฐรักษ์สิ่งแวดล้อม” อย่างแท้จริง

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป สถาบันพระปกเกล้าจะ งดใช้ขวดน้ำดื่มพลาสติกภาย ในหน่วยงาน และใช้ระบบ E–Meeting ในการประชุมทุกระดับ ลดการใช้กระดาษได้กว่า 60% หรือราว 50,000 แผ่นต่อปี ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 3 ตันต่อปี “เราต้องการให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นต้นแบบหน่วยงานรัฐยุคใหม่ที่รักษ์โลกจริงจัง ไม่ใช่แค่สโลแกน” รศ.ดร.อิสระ ย้ำ

นอกจากสิ่งแวดล้อม เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้ายังเดินหน้าปรับโฉมองค์กรในหลายด้าน อาทิ ปรับระบบ KPI งานวิจัยเน้นคุณภาพและผลกระทบเชิงสังคมแทนการนับปริมาณ พัฒนาหลักสูตรอบรม เปิดกว้างให้ผู้เหมาะสมเข้าศึกษาได้มากขึ้น ยกเลิก “ชะโงกทัวร์” เปลี่ยนเป็นการเรียนรู้อย่างจริงจัง พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ยกระดับด้วยเทคโนโลยีอิมเมอร์ซีฟ สู่แลนด์มาร์กการเรียนรู้และคลังสมองอาเซียน ปรับกระบวนการแต่งตั้ง–โยกย้าย–เลื่อนตำแหน่งให้โปร่งใส

“เราต้องการให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นต้นแบบหน่วยงานรัฐยุคใหม่ ที่ไม่เพียงรักษ์โลก แต่ยังปรับระบบงานให้เกิดคุณภาพ โปร่งใส และสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างแท้จริง” รศ.ดร.อิสระกล่าว

นโยบายนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสถาบันพระปกเกล้าในการยกระดับมาตรฐานภาครัฐทั้งด้านสิ่งแวดล้อม งานวิจัย หลักสูตร และธรรมาภิบาล มุ่งสู่ต้นแบบหน่วยงานรัฐโปร่งใสและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทุกมิติ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

‘โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป’ สร้างปรากฏการณ์คนล้นหลาม ร่วมชมมหกรรมเกษตรแห่งอนาคตที่ใหญ่ที่สุดในไทย ยกระดับเกษตรไทยสู่เวทีโลก

‘โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป’ สร้างปรากฏการณ์คนล้นหลาม ร่วมชมมหกรรมเกษตรแห่งอนาคตที่ใหญ่ที่สุดในไทย ยกระดับเกษตรไทยสู่เวทีโลก ผสานนวัตกรรม-เทคโนโล ยี สร้างฐานรากเศรษฐกิจไทยยั่งยืน

บริษัท ฟาร์มเอ็กซ์โป จำกัด ผนึกกำลัง โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) ในฐานะ Naming Sponsor จัดงาน ‘โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป 2025’ (TOYOTA FARM EXPO 2025) มหกรรมการเกษตรในร่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Smart Farmer: เกษตรกรยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดหลัก ‘FREE MAN’s FARM : เกษตรอัตโนมัติ ไร้คน แต่ไม่ไร้ผล’ โดยได้รับเกียรติจาก นายบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการ บมจ.ไอซีซี และประธานที่ปรึกษา ฟาร์ม เอ็กซ์โป นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมเป็นประธานจัดงาน ซึ่งงานนี้เป็นเวทีสำคัญในการยกระดับและส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรแห่งอนาคต เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับภาคเกษตรกรรมไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ โดยได้ความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 500 บริษัท ที่มาร่วมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานจากทั่วประเทศได้มา “ชม-เช็คอิน-กิน-ช้อป” อย่างเต็มอิ่ม รวมถึงเปิดเวทีสัมมนา ครบทุกประเด็นเกษตรไทยและโลกตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ และเวทีเจรจาธุรกิจแบบครบวงจรไว้ในที่เดียว ระหว่างวันที่ 25-28 กันยายน 2025 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 5-9

นอกจากนี้ยังมีการจัดงานร่วม (Co-Location & Co-Hosting) 2 งานใหญ่ระดับประเทศ ได้แก่ ARDA AGRINEXT Thailand 2025 : โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (ARDA) เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมระดับประเทศที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตเกษตรกรได้จริง และ Thailand E-Commerce Selection Expo 2025 (TESE 2025) โดยสมาคมการค้าและการลงทุนอาเซียน–สากล (AITIA) จับมือผู้ประกอบการจีนและแพลตฟอร์ม E-Commerce ชั้นนำ พร้อมผนึกกำลังครั้งสำคัญจากภาครัฐและเอกชน อาทิ CLP Engineering ผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องสีข้าวโดยคนไทยระดับประเทศ ตอกย้ำความภาคภูมิใจ ของอุตสาหกรรมเกษตรไทย, การยางแห่งประเทศไทย (RAOT) ส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราไทย ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยี การตลาด และสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่ความยั่งยืนและ Net Zero,กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DFT) คัดสรรกว่า100 ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล Agri Plus Awards มาให้ผู้เข้าชมได้ช้อปอย่างจุใจ โอกาสเจรจาธุรกิจการค้า ที่จะทำให้เกษตรกรได้จับมือกับผู้ซื้อจริง และธนาคารออมสิน (GSB) สนับสนุนสินเชื่อเพื่อเกษตรกร ทำให้งาน โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป 2025 ครั้งนี้ เป็นเวทีเกษตรแบบครบวงจร ที่เชื่อมโยง เกษตร–วิจัย–การค้า–เทคโนโลยี–ไลฟ์สไตล์ ไว้ในงานเดียว

นายนรบดี ผดุงเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟาร์มเอ็กซ์โป จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของงาน “โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป 2025” ว่า “นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่งานมหกรรมการเกษตร เป็นงานของเกษตรกรไทย โดยคนไทย เพื่อคนไทยของเราได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชนทั่วไปอย่างล้นหลามเกินความคาดหมาย ตลอดระยะเวลาการจัดงาน ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรแห่งอนาคตอย่างใกล้ชิดกับแนวคิดหลักของงาน ‘FREE MAN’s FARM : เกษตรอัตโนมัติ ไร้คน แต่ไม่ไร้ผล’ ที่จะยกระดับเกษตรไทย ให้ก้าวข้ามจากงานแสดงสินค้า ไปสู่ “เวทีเชื่อมโยง เกษตร–วิจัย–การค้า–เทคโนโลยี–ไลฟ์สไตล์ มุ่งเน้นการยกระดับภาคเกษตรกรรมไทยให้ก้าวทันยุคดิจิทัล รวมถึงการจัดการประชุม สัมมนา การแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมระดับประเทศจากพันธมิตรและผู้ประกอบการรวมกว่า 500 หน่วยงาน ที่มาร่วมสร้างปรากฎการณ์ครั้งสำคัญในการยกระดับเวทีเกษตรแบบครบวงจรของไทยสู่ตลาดโลก และงานนี้ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งรวมเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรสุดล้ำ แต่ยังมีโซนไฮไลท์ที่ครบทั้งไลฟ์สไตล์และความบันเทิงอีกมากมายให้ทุกคนได้มาสนุกกัน โดยตอกย้ำว่า ‘เกษตร’ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและสัมผัสได้ในยุคปัจจุบัน”

โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป 2025 จัดขึ้นบนเนื้อที่กว่า 25,000 ตารางเมตร มาพร้อมกับไฮไลท์ความยิ่งใหญ่ที่รวม อนาคตเกษตรไทย ความสนุก เทคโนโลยี และโอกาสธุรกิจ ไว้ครบที่สุดในที่เดียว อาทิ

  • 4 วัน 1,000+ กิจกรรม ครบทั้งความรู้ ความสนุก และนวัตกรรม
  • 500 บูธ จากธุรกิจเกษตร, เทคโนโลยี, หน่วยงานรัฐ, อาหารแปรรูป และ Future Food
  • 100 Speaker / 50 เวทีสัมมนา ครบทุกประเด็นเกษตรไทยและโลก
  • 15 โซนสุดว้าว : เกษตรอัจฉริยะ, เทคโนโลยี, Fun Farm, Fruit Days, Oktober Fest, Business Matching และอีกเพียบ!
  • 10 ไฮไลท์เด็ด : ตั้งแต่คิงคองควายใหญ่ที่สุดในโลก Guinness, ตู้คีบทุเรียน 3 ตัน, Fruit Day, ไร่สุวรรณ, ไปจนถึงน้องเจนทำฟาร์ม
  • Thailand Farming Outlook 2026 เวทีใหญ่ที่เจาะลึกอนาคตเกษตรไทย
  • พบกับ เบน – ชลาทิศ ตันติวุฒิ เสียงทรงพลังที่สุดของเมืองไทยที่จะมาทำให้ค่ำคืนของคุณเต็มไปด้วยความสุข และพลังเสียงสุดอบอุ่น กับครั้งแรก ในบรรยากาศเกษตรผสมดนตรีที่คุณจะไม่มีวันลืมและกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

สัมผัสนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรสุดล้ำที่จะมาปลดล็อคทุกศักยภาพของเกษตรกรชาวไทยได้แล้ววันนี้ ในงานมหกรรมการเกษตรในร่ม โดยคนไทย เพื่อคนไทย ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ‘โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป 2025’ ระหว่างวันที่ 25-28 กันยายน 2025 เวลา 10.00-20.00 น. ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 5-9 ติดต่อสอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: FarmExpothailand, LINE OA: @farmexpo หรือwww.farmexpo.co.th

ToyotaFarmExpo2025 #FarmExpo2025 #ฟาร์มเอ็กซ์โป #farmexpothailand #เกษตรกรรุ่นใหม่ #เกษตรกรไทยเกษตรกรไทย #farmexpo #นวัตกรรมเกษตร


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

หมอแนะคนไทยควรดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

หมอแนะคนไทยควรดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ห่วงผู้สูงวัยอายุยืนขึ้น แต่เต็มไปด้วยโรคและติดเตียงมากขึ้น9k คุณภาพชีวิตที่ไม่ดีป้องกันได้ด้วย “การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการแพทย์บูรณาการแบบองค์รวม”

นพ.พร้อมพงศ์ ศรีสวัสดิคุโณดม แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน แพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือก,นพ.ธีรฉัฐ ไชยธวัชพงษ์ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัว และทีมสหวิชาชีพสาขาต่างๆ ร่วมกันแถลงข่าวและเปิดตัว “The Healing House Clinic” คลินิกที่เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Care) ดูแลโดยทีมแพทย์สหสาขาและทีมสหวิชาชีพ เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ที่ซอยแฉล้มนิมิตร (เจริญกรุง 107) ใกล้กับ 𝖡𝖳𝖲 สะพานตากสิน

นพ.พร้อมพงศ์ ศรีสวัสดิคุโณดม ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์และแพทย์ผู้บริหาร The Healing House กล่าวว่า เนื่องด้วยพฤติกรรมและวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยน แปลงไป ปัจจุบันมีเทคโลโนยีอำนวยความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น เราสามารถสั่งอาหารโดยไม่ต้องเดินไปซื้อ ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวลดลง ประกอบกับมีอาหารหลากหลายให้เลือกรับประทาน นอกจากนี้ยังมีกระแสการรับประทานอาหารแบบบุฟเฟต์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันคนเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังกันมากขึ้น หรือที่เรียกว่าโรค Non-Communicable Diseases (NCDs) ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเส้นเลือดสมอง ฯลฯ

นพ.พร้อมพงศ์ฯ กล่าวว่า ตนได้เห็นถึงความสำคัญที่จะช่วยป้องกันประชาชนคนไทยไม่ให้ป่วยด้วยการใช้หลักการแพทย์เวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ซึ่งคือศาสตร์ทางการแพทย์ที่มุ่งเน้นการใช้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต เพื่อป้องกัน รักษา และฟื้นฟูโรคเรื้อรัง โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based) แทนที่จะพึ่งพาเพียงยาและหัตถการทางการแพทย์ มุ่งหวังให้คนไทยได้เข้าถึงการรักษาและบริการทางการแพทย์เชิงป้องกันจึงได้ร่วมก่อตั้งคลินิกด้วยแนวคิด “บ้านแห่งการเยียวยาเชิงป้องกันและองค์รวม” ซึ่งเมื่อเดินเข้ามาจะรู้สึกว่าไม่ใช่แค่คลินิก แต่เป็น “บ้าน” ที่ทุกคนในครอบครัวเข้ามาแล้วรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น และได้รับการดูแลแบบองค์รวม ทั้งกาย ใจ และวิถีชีวิต

ทางทีมแพทย์ The Healing House Clinic จึงได้มีแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยใช้หลักของการแพทย์ด้านเวชศาสตร์ป้องกันร่วมกับหลักการแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว แพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือก ที่เรียกว่า “การแพทย์แบบผสมผสาน” หรือบางครั้งใช้คำว่า “การแพทย์บูรณาการ” (Integrative Medicine) โดยใช้หลักทางการแพทย์ดังนี้

  1. Preventive (ป้องกันก่อนป่วย) โดยวางแผนสุขภาพเชิงรุกด้วยการตรวจคัดกรอง วิเคราะห์ความเสี่ยง และโภชนาการเฉพาะบุคคล
  2. Family (ครอบครัวเป็นศูนย์กลาง) ดูแลทั้งครอบครัว ดูแลตั้งแต่เด็ก วัยทำงาน จนถึงผู้สูงอายุ เป็นเสมือน “หมอประจำบ้าน”
  3. Integrative or Holistic (องค์รวม) ผสมผสานการแพทย์แผนปัจจุบันกับแพทย์แผนไทย และศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพอื่นๆ เช่น สติบำบัด (Mindfulness), สุคนธบำบัด (Aroma Therapy) และสมุนไพร (Herbal Therapy) ในการดูแลสุขภาพ
    The Healing House จะเป็น “แบรนด์บ้านสุขภาพองค์รวม” ที่ผสานการแพทย์เชิงป้องกัน การแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และการแพทย์ผสมผสาน ให้ทุกคนในครอบครัวที่เข้ามาใช้บริการรู้สึกว่า “นี่คือบ้านแห่งการดูแลสุขภาพที่แท้จริง” โดยให้บริการแบบครบวงจร ทั้งทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์ป้องกันร่วมกับการแพทย์ด้านเวชศาสตร์ครอบครัว การดูแลสุขภาพทางเพศ การแพทย์แผนไทย การดูแลสุขภาพผิวไปด้วยกัน

นพ.ธีรฉัฐ ไชยธวัชพงษ์ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัว กล่าวว่า ปกติคลินิกในประเทศไทยมักเป็นคลินิกเฉพาะโรค หรือคลินิกความงามเพียงอย่างเดียว แต่ “The Healing House Clinic” มีครบหมด เป็นวันสต็อปเซอร์วิส สามารถนัดเจอหมอท่านไหนก็ได้เพราะที่นี่เน้นดูแบบแบบองค์รวมทั้งหมด ซึ่งจะดูแลตั้งแต่แรกเกิดจนเสียชีวิตโดยมีทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย ในอนาคตจะมีกายภาพบำบัดด้วย พร้อมกันนี้ก็มีบริการในส่วนของความงาม รวมถึงสุขภาพทางเพศทั้งชายและหญิง นอกจากนี้ยังมีการให้บริการในกลุ่ม LGBTQ หรือว่ากลุ่มอื่นที่อยากปรึกษาคุณหมอ ที่นี่ก็มีทีมให้คำปรึกษาโดยเฉพาะ

นพ.ธีรฉัฐฯ กล่าวด้วยว่า สังคมไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น แต่ผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) และช่วงนี้พบได้เยอะมาก วัยรุ่นมีภาวะนอนหลับยาก นอนไม่หลับ และอีกอย่างหนึ่งที่พบบ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุคือปัสสาวะมีปัญหา กลั้นไม่อยู่ มีมากขึ้นทั้งผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งทางคลินิกของเราก็มีการดูแลอย่างครบถ้วนเช่นเดียวกัน รวมทั้งโรคที่เกี่ยวกับช่วงสุดท้ายของชีวิต เช่น โรคไอเรื้อรังระยะสุดท้าย หรือโรคมะเร็ง เพราะแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว เราดูตั้งแต่เกิดจนหมดลมหายใจ

นพ.ธีรฉัฐฯ กล่าวว่า พฤติกรรมที่ไม่ถูกสุขลักษณะในการใช้ชีวิตทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง อันจะทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ไม่ดีเมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ซึ่งตนมองว่า แนวคิดของ Longevity นั้น เป็นแนวคิดสำหรับเทรนด์สุขภาพยุคใหม่ในการที่คนจะมีอายุที่ยืนยาวควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่แข็งแรงร่วมด้วย โดยใช้การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมในการดูแลคนคนนั้นให้ครบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต การใช้ยาในการรักษาโรคต่างที่เหมาะสม การดูแลทางด้านจิตใจ เป็นต้น

นพ.ธีรฉัฐฯ ยังกล่าวอีกว่า การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให้คนคนหนึ่งมีสุขภาพที่ดีได้นั้น จำเป็นต้องมีครอบครัวที่เป็นสภาพแวดล้อมในการดูแลกันและกันในครอบครัวในการสร้างเสริมสุขภาพดีด้วย มิเช่นนั้นการที่จะทำให้คนใดคนหนึ่งเป็นผู้ที่มีสุขภาพดีอาจเป็นเรื่องยาก ดังนั้น ตนจึงมองว่า การประเมินผลการรักษาผู้ป่วย นอกจากจะดูคนที่มารับบริการแล้ว ควรจะประเมินด้านสุขภาพของครอบครัวด้วยโดยใช้แนวคิด Family Longevity เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวแข็งแรงและอายุยืนอย่างมีสุขภาพดี เป็นการดูแลครบทุกมิติของทั้งครอบครัวของผู้ที่เข้ามารับบริการภายในคลินิก

ด้านเจนนี่ ปาหนัน นักแสดงชื่อดัง มาร่วมงานเปิดตัว “The Healing House Clinic” ด้วย กล่าวว่า ตนเองเป็นสายออกกำลังกายและดูแลตัวเองตลอดมา ในขณะที่อายุเริ่มมากขึ้น จึงต้องพึ่งวิตามิน ซึ่งที่นี่นำเข้าวิตามินจากเกาหลีและเยอรมนี ที่สำคัญราคาถูกและคุ้มมากเริ่มต้นแค่ 590 บาท และที่ชอบอีกอย่างคือ บริการนวดไทยที่ผสมผสานการนวดแบบล้านนาเข้าไปด้วย “สาย Hangout ใครที่ชอบสังสรรค์แบบเจนนี่มาเลย โดยเฉพาะ Liver Detox ช่วยตับมาก เจนนี่เป็นคนที่ดื่มเยอะ เรากินยา กินวิตามิน เพราะก่อนหน้านี้เป็นกรดไหลย้อน ตับทำงานเยอะ เลยมาทำ Liver Detox ที่นี่เลิศมากๆ มีความรู้สึกว่าเวลามาเวลเนสดีตรงที่พอมาคุยกับคุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านนั้นโดยเฉพาะ จะไม่ได้แบบเน้นจ่ายยาอย่างเดียวเหมือนไปโรงพยาบาลทั่วไป คุณหมอจะพูดคุยว่าปัญหาเกิดจากอะไร เกิดจากอาหารการกิน การพักผ่อนอะไรหรือเปล่า แล้วดูแลกันแบบเจาะลึกจริงๆ”

นอกจากนี้ ที่ The Healing House Clinic ยังมีการดริปวิตามิน ในราคาที่คนทั่วไปจับต้องได้ อาทิ นวดแผนไทย เริ่มต้น 250 บาท / IV Drip ฟื้นฟูร่างกาย เริ่มต้น 590 บาท / Botox Hutox (50 ยูนิต) พิเศษ 999 บาท ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีมีบริการนวดแผนไทยที่ผสมผสานกับการนวดแบบล้านนา โดยอาจารย์ประภากรณ์ พักตร์ธรคันศร และคณะลูกศิษย์ ที่กวาดรางวัลการนวดในเวทีนานาชาติมาหลายเวที The Healing House Clinic ตั้งอยู่ในซอยแฉล้มนิมิตร (เจริญกรุง 107) เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น. ภายใต้คอนเซปต์โอเอซิสแห่งการเยียวยา (Discover Your Inner Balance) ในบรรยากาศสงบ สะอาด เป็นส่วนตัว เน้นฟื้นฟูทั้งทางกายและใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โทร. 02-109-4298


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน