“กองพลทหารราบที่ 7 ร่วม บ. ​อุตสาหกรรม​ท่อน้ำไทย จำกัด สนับสนุนโครงการปรับปรุงระบบประปาภูเขา รร.เจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 7 จ.เชียงใหม่

“กองพลทหารราบที่ 7 ร่วมกับ บริษัท ​อุตสาหกรรม​ท่อน้ำไทย จำกัด ส่งมอบอุปกรณ์ท่อประปา เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการปรับปรุงระบบประปาภูเขา โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่”

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 พลตรี สุ​จินต์​ ทรัพย์สิน ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 มอบหมายให้ พันเอก รัชตะ ท้าวคำลือ เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 7 พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน เป็นผู้แทนร่วมกิจกรรมส่งมอบอุปกรณ์ท่อประปา ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัท ​อุตสาหกรรม​ท่อน้ำไทย จำกัด

โดยได้มอบให้กับ นาย อรรถชาติ หินแปง ผู้อำนวยการโรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 7 และครู นักเรียน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการปรับ ปรุงระบบประปาภูเขา ณ โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 7 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ในการอุปโภค และบริโภค ภายในโรงเรียนฯ เนื่องจากระบบประปาเสื่อมสภาพ และมีอายุการใช้งานยาวนาน (ประมาณ​ 30 ปี)​

โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท ​อุตสาหกรรม​ท่อน้ำไทย จำกัด ร่วมกับ กองพลทหารราบที่ 7 และองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแยง จะสนับสนุนการดำเนินงานโครงการฯ ซึ่งจะทำให้ระบบประปาภูเขาของโรงเรียนฯ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถจัดหาน้ำสะอาด เพื่อการอุปโภค และบริโภคได้อย่างเพียงพอ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ให้กับนักเรียน และอาจารย์ รวมถึงประชาชนโดยรอบโรงเรียนฯ ที่ใช้ประโยชน์จากระบบประปาดังกล่าว ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ตรวจเยี่ยมการส่งผลผลิตทางการเกษตร โครงการทหารพันธุ์ดีให้เป็นไปตามมาตรฐานและคุณภาพ

กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ตรวจเยี่ยมการส่งผลผลิตทางการเกษตรโครงการทหารพันธุ์ดีให้เป็นไปตามมาตรฐานและคุณภาพ พร้อมทั้ง เชิญชวนประชาชน เลือกซื้อและชมผลิตภัณฑ์ผักปลอดสารพิษสดใหม่จากหน่วยทหารในโครงการทหารพันธุ์ดีได้ที่ Top Supermarket และตลาดจริงใจ ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก

เมื่อวันพุธที่ 15 ตุลาคม 2568 พันเอก รัฐวิชญ์ ณรงค์พนารัตน์ เสนาธิการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อมด้วย พันเอก ภิญโญ สุรฤทธิ์โยธิน รองเสนาธิการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ตรวจการปฏิบัติเตรียมการส่งผลผลิตทางการเกษตรจากหน่วยในโครงการทหารพันธุ์ดี คัดคุณภาพตามมาตรฐาน และบรรจุ เพื่อนำส่ง วังสระปทุมกรุงเทพฯ สำหรับผลิตผักดองสูตรพระราชทาน ครั้งที่ 3 จำนวนผัก 4 ชนิดคือ ผักชีลาว, หอมแดง, กะหล่ำดอก, แครอท ซึ่งการดำเนินการคัดและบรรจุ เพื่อเตรียมนำส่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และนำส่งโดย กำลังพลจาก กองพันซ่อมบำรุงที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ณ โรงคัดบรรจุสินค้าทางการเกษตร กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม 2568 โรงคัดบรรจุ​สินค้า​ทางการ​เกษตร​ กองทัพภาคที่ 3 ซึ่งดำเนินการโดย กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ขอเชิญชวนประชาชนชาวพิษณุโลก ครอบครัวผู้ที่รักสุขภาพทุกท่าน เลือกชม และซื้อผักปลอดสารพิษสดใหม่ จากหน่วยทหารใน โครงการทหารพันธุ์ดี ผักสด อร่อย ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ จำหน่ายในราคาถูก ได้ทุกวัน วางจำหน่ายที่ “จุดแสดงสินค้าผักปลอดสาร Tops Supermarket และ ตลาดจริงใจ ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก” อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก…


นที มีเดช รายงาน

รองผู้ว่าฯ พิษณุโลก ร่วมกิจกรรมพัฒนาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 5

รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นำทีมจิตอาสาพระราชทานจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกิจกรรมพัฒนาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 5

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก (พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก — นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก /รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาบำเพ็ญสาธารณ ประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม และวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “วันปิยมหาราช” 23 ตุลาคม เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์

กิจกรรมในครั้งนี้ มีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราช ทานจังหวัดพิษณุโลก หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกว่า 500 คน โดยมีการจัดพิธีถวายความเคารพพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมกล่าวคำปฏิญาณ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง

จากนั้น ประธานในพิธีได้ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ซึ่งประกอบด้วยการทำความสะอาดบริเวณโดยรอบศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ลานจอดรถ ถนนด้านหน้าและด้านข้างศาลากลาง รวมทั้งบริเวณถนนวังจันทน์ริมแม่น้ำน่าน เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้สะอาด สวยงาม และเอื้อต่อการใช้ประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่

กิจกรรมดังกล่าวเป็นการรวมพลังแห่งความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวจังหวัดพิษณุโลก ที่ร่วมกันสืบสานแนวพระราชปณิธานในการทำความดีเพื่อส่วนรวม และสร้างจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามกรณีน้ำในคลองแม่ข่า มีสีขุ่นดำ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามกรณีน้ำในคลองแม่ข่า มีสีขุ่นดำ

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับนายวิสาขะ ปัญญาช่วย รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามกรณีน้ำในคลองแม่ข่ามีสีขุ่นดำ โดยตรวจสอบพบสถานการณ์ ดังนี้

  1. การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน: เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน เทศบาลนครเชียงใหม่ จึงมีความจำเป็นจะต้องใช้คลองแม่ข่าเป็นคลองระบายน้ำฝน เพื่อป้องกันน้ำท่วมในเขตเมือง ประกอบกับต้องรักษาระดับน้ำในคลองแม่ข่าให้อยู่ในระดับที่ต่ำ เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกในปริมาณมาก โดยในช่วงที่ไม่มีฝนตก ปริมาณน้ำในคลองแม่ข่าอาจจะน้อย จึงส่งผลให้น้ำมีสีดำในบางจุด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีตะกอนดินเลนสะสม
  2. กรณีมีน้ำเน่าเสียไหลลงคลองแม่ข่าบริเวณสะพานถนนอัษฎาธร: พบว่าน้ำเสียจากลำเหมืองกลางที่ไหลมาจากตลาดเมืองใหม่ไม่สามารถไหลลงสู่สถานีสูบน้ำเสีย P.4 ได้ ทำให้น้ำเสียไหลย้อนไปลงคลองแม่ข่าแทน ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ องค์การจัดการน้ำเสีย และการไฟฟ้าภูมิภาคเชียงใหม่ ได้กำหนดนัดหมายให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง โดยจะมีการสูบน้ำบริเวณดังกล่าวออกเพื่อตรวจดูสภาพท่อ และสิ่งปลูกสร้างภายในคลองแม่ข่าบริเวณดังกล่าว เพื่อหาสาเหตุและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาในวันพรุ่งนี้ (16 ตุลาคม 2568)
  3. สภาพน้ำมีสีดำบริเวณจุดสะพานระแกง (ตามภาพที่ปรากฏในสื่อ) : เนื่องจากมีการก่อสร้างบริเวณก่อนและหลังสะพานระแกง ทำให้มีการวางตอม่อและอุปกรณ์การก่อสร้างในพื้นที่มีการก่อสร้าง และมีการกั้นไม่ให้น้ำเข้าพื้นที่ก่อสร้าง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในคลองแม่ข่าช่วงสะพานระแกงที่อยู่ตรงกลางระหว่างการก่อสร้างมีจำนวนน้อย น้ำนิ่งและมีสีขุ่นดำ ซึ่งเทศบาลนครเชียงใหม่ได้เห็นปัญหาได้แจ้งให้ผู้รับจ้างรื้อถอนอุปกรณ์ก่อสร้างที่อยู่ในคลองแม่ข่าออก และมีการเติมน้ำดีเข้าสู่คลองแม่ข่าแล้ว ขณะนี้ มีอุปกรณ์ที่ยังไม่ได้รื้อถอนเพราะยังจำเป็นในการก่อสร้างเล็กน้อย

ทั้งนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่ได้ขอความร่วมมือให้ผู้รับจ้างได้จัดเก็บอุปกรณ์ให้แล้วเสร็จก่อนเทศกาลยี่เป็ง และจากการลงพื้นที่บริเวณสะพานระแกง และจุดที่มีการก่อสร้างพบว่า น้ำในคลองแม่ข่าไหลได้สะดวกขึ้น น้ำไม่มีสีขุ่นดำ


นที มีเดช รายงาน

กองทัพอากาศ ย้ำความชอบธรรมในการปฏิบัติการทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารของกัมพูชาเป็นไปตามสิทธิป้องกันตนเอง

กองทัพอากาศย้ำความชอบธรรมในการปฏิบัติการทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารของกัมพูชาเป็นไปตามสิทธิป้องกันตนเอง

พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวในสื่อ มวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ว่า ในสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ไทยเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีกัมพูชาก่อนโดยการใช้เครื่องบินขับไล่แบบ F-16 นั้น กองทัพอากาศขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

การปฏิบัติการทางอากาศด้วยเครื่องบินขับไล่แบบ F-16 และ Gripen ของไทย เป็นการตอบโต้การปฏิบัติการทางทหารของกัมพูชา ที่ใช้จรวดหลายลำกล้องและปืนใหญ่ โจมตีเป้าหมายทางพลเรือนในไทย โดยเป้าหมายทางพลเรือนจุดแรกในไทยที่ถูกโจมตีจากจรวดหลายลำกล้อง BM-21 อยู่ในพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.33 น. ส่งผลให้คนไทยเสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 2 คน หลังจากนั้น กัมพูชายังโจมตีเป้าหมายทางพลเรือนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหตุการณ์การโจมตีร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่ส่งผลให้คนไทยเสียชีวิต 7 คนและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

จากสถานการณ์ดังกล่าว นำไปสู่การตัดสินใจในการใช้กำลังทางอากาศ โจมตีเป้าหมายทางทหารในกัมพูชา เพื่อทำลายขีดความสามารถทางทหารของกัมพูชาที่ส่งผลกระทบต่อเอกราชอธิปไตยของไทยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย โดยเครื่องบินขับไล่แบบ F-16 ได้ทิ้งระเบิดลูกแรก ซึ่งเป็นระเบิดที่มีความแม่นยำสูง โจมตีเป้าหมายทางทหารของกัมพูชา เมื่อเวลา 10.38 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

ทั้งนี้ การใช้กำลังทางอากาศของไทยดำเนินไปอย่างถูกต้องตามหลักกฎหมายระหว่างประ เทศ โดยอาศัยสิทธิในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และยึดหลักความได้สัดส่วน ความจำเป็น และการแยกแยะเป้าหมายทางทหารจากพลเรือนอย่างชัดเจน กองทัพอากาศขอให้ความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนคนไทยว่า กองทัพอากาศจะดำรงสภาพ ความพร้อมรบอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อปกป้องเอกราชอธิปไตยของชาติ คุ้มครองดูแลชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย รวมทั้งสร้างเงื่อนไขเชิงยุทธศาสตร์ที่เอื้อต่อการเจรจานำไปสู่สันติภาพ


สำนักงานโฆษกกองทัพอากาศ

“บ่อนไฮโลและตู้สล็อตตู้ยิงปลา” เกลื่อนพื้นที่ “สน.ประเวศ”

“บ่อนไฮโลและตู้สล็อตตู้ยิงปลา” เกลื่อนพื้นที่ “สน.ประเวศ”

“บ่อนไฮโลและตู้สล็อตตู้ยิงปลา” พื้นที่ “สน.ประเวศ” พิกัดบ่อนฯ จากซอย (อ่อนนุช 86) เข้าไปประมาณ 30 เมตร เจอซอยแรกขวามือ แล้วเลี้ยวเข้าไปอีกประมาณไม่เกิน 1 กิโลเมตร มองทางขวามือจะเห็นเป็นเวิ้งที่จอดรถบ่อนจะอยู่ติดบริเวณที่จอดรถ

จุดสังเกต บ่อนแห่งนี้จะมีนักพนันนำรถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ มาจอดเล่นวันละประมาณเกือบร้อยคันฯพิกัดตั้งตู้สล็อตและตู้ยิงปลา ปากซอยอ่อนนุช 86 “ตลาดนัดชุมชนวัดกระทุ่มเสือปลา” ที่ตั้งตู้สล็อตอยู่ในโต๊ะสนุ๊ก ติดกับด้านหลัง (ร้านขายข้าวของเบ็ดเตล็ด) และ (ร้านนำชัยห้องเย็น)

จริงเท็จอย่างไรไม่ทราบ ดูตามภาพประกอบก็น่าจะเข้าใจนะท่าน “พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์” (ผบก.น.๔) และ “พ.ต.อ.ทศพล อําไพพิพัฒน์กุล” (ผกก.ประเวศ) ทางเราเคยนำเสนอข่าว จี้ทั้ง 2 ท่านให้ไปจับ แต่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งๆที่บ่อนฯ และตู้สล็อตตู้ยิงปลาอยู่ไม่ไกลจาก “สน.ประเวศ”ขอฝากถึงท่าน “พล.ต.ท. สยาม บุญสม” (ผบช.น.) และท่าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร์ (ผบ.ตร) ช่วยไขลานผู้ใต้บังคับบัญชาท่านด้วยฯ

#ผิดหรือถูกจริงหรือเท็จภาพมันฟ้อง#ดูวันเดือนปีที่ภาพด้วยนะท่านฯ เดี๋ยวหาว่าสำนักข่าวเราเอาภาพเก่ามาลงอีกฯ


ทีมข่าวอาชญากรรม

รพ.ค่ายกาวิละ จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ ออกตรวจสุขภาพเชิงรุกให้กำลังพลในพื้นที่ห่างไกล

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ ออกตรวจสุขภาพเชิงรุกให้กำลังพลในพื้นที่ห่างไกล

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ลงพื้นที่ให้บริการตรวจสุขภาพเชิงรุกแก่กำลังพลในพื้นที่ห่างไกล เพื่อส่งเสริมให้กำลังพลทุกนายได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ณ ค่ายเทพสิงห์ กรมทหารพรานที่ 36 อ.แม่สะเรียง จ. แม่ฮ่องสอน

ภายในกิจกรรม จุดแพทย์เคลื่อนที่ รพ.ค่ายกาวิละ ได้ให้บริการตรวจร่างกายทั่วไป วัดความดันโลหิต เจาะเลือดเพื่อตรวจคัดกรองหาความเสี่ยง ตรวจความผิดปกติของปอด ตรวจสุขภาพช่องปาก และประเมินสุขภาวะทางจิต รวมถึงให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ ป้องกันโรคที่พบบ่อยในแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยให้กำลังใจแก่กำลังพล เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายให้ทุกนายมีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ พร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจสำคัญในการรับใช้ประเทศชาติ

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ “บริการทางการแพทย์เชิงรุก” ของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของกำลังพลอย่างทั่วถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกลให้ดียิ่งขึ้น


นที มีเดช รายงาน

Chiraprawat Hospital Hand Washing Day ล้างมือทุกครั้งที่มีโอกาส ห่างจากเชื้อโรค เพื่อสุขอนามัยที่ดีของกำลังพล และประชาชน

“Chiraprawat Hospital Hand Washing Day — ล้างมือทุกครั้งที่มีโอกาส ห่างจากเชื้อโรค เพื่อสุขอนามัยที่ดีของกำลังพล และประชาชน“

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 จัดกิจกรรม “Chiraprawat Hospital Hand Washing Day” เพื่อให้ความรู้แก่กำลังพลและประชา ชนที่มาใช้บริการทางการแพทย์ เนื่องใน “วันล้างมือโลก (Global Handwashing Day)” โดยมี พันเอก สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ เป็นประธานในพิธี ณ โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นสร้างความตระหนักถึง ความสำคัญของการล้างมืออย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ โดยมีการสาธิต “7 ขั้นตอนการล้างมือ” ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ยังมีการให้ความรู้เรื่อง โรคติดต่อที่แพร่กระจายได้ง่ายผ่านมือ เช่น โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน โรคไข้หวัดใหญ่ โรคโควิด-19 รวมถึงโรคระบบทางเดินอาหารต่าง ๆ ซึ่งพบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน

เนื่องจากในปัจจุบันยังคงมีเชื้อโรคหลายชนิดที่สามารถแพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะในฤดูฝนที่มีความชื้นสูงและสิ่งแวดล้อมเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและไวรัส การล้างมืออย่างถูกวิธีจึงถือเป็น เกราะป้องกันโรคที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคติดต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในงานยังมีการมอบของที่ระลึกให้กับกำลังพลและประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักและนำพฤติกรรมการล้างมือมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิด

“ล้างมือทุกครั้งที่มีโอกาส ห่างจากเชื้อโรค เพื่อสุขอนามัยที่ดีของทุกคน”


นที มีเดช รายงาน

โหน่ง ชะชะช่า เหมาหมูสะเต๊ะดารารุ่นใหญ่ แจกคนเดินผ่านร้าน

นครนายก – โหน่ง ชะชะช่า เหมาหมูสะเต๊ะดารารุ่นใหญ่ แจกคนเดินผ่านร้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณลานหน้าเขื่อนขุนด่านปราการชล ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ศิลปินตลกชื่อดัง โหน่ง ชะชะช่า ร่วมงานวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568 น้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งโหน่ง ชะชะช่า ได้ขึ้นแสดงบนเวทีเล่นมุกตลกขำขันสร้างเสียงหัวเราะและเสียงฮาให้กับนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังจากลงเวทีก็ยังแวะนั่งชมการแสดงของศิลปินท่านอื่น และยังแวะอุดหนุนพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายของภายในงาน และเดินมาถึงบูธของหมูสะเต๊ะซึ่งเป็นบูธของดารารุ่นใหญ่ วีระชัย หัตถโกวิท นักแสดงรุ่นเก่าที่ผันตัวขายหมูสะเต๊ะเป็นอาชีพเสริมและกำลังปิ้งย่างหมูสะเต๊ะด้วยตนเอง โหน่ง ชะชะช่า ไม่รอช้าแอบเข้าไปทักทายด้วยความดีใจหลังจากไม่ได้เจอกันมานานพร้อมพูดคุยและหยอกล้อ จากนั้นก็ได้เหมาหมูสะเต๊ะรวมทั้งหมด 33 ชุด แจกคนที่อยากกินหรือที่ยังไม่ได้ชิมหมูสะเต๊ะร้านนี้ เล่นเอาพี่วีระชัยเจ้าของร้านถึงกับเหงื่อตกย่างหมูเต๊ะแทบไม่ทัน

โหน่ง ชะชะช่า บอกว่ารู้สึกดีใจที่ได้มาเจอพี่วีระชัย หลังจากไม่ได้เจอกันมานานมาก ก็ไม่คิดว่าจะได้เจอเพราะไม่รู้มาก่อนว่าพี่วีระชัยจะมาขายหมูสะเต๊ะที่งานวันนี้ ก็เลยแวะมาอุดหนุนคนในวงการด้วยกัน อย่างน้อยตนเองก็ยังชื่นชมในการแสดงของพี่เขาและวันนี้ก็ได้มาเจอพี่เขาก็เลยขอเหมาและอุดหนุนหมูสะเต๊ะพี่วีระชัย ใครที่เดินผ่านไปผ่านมาแล้วอยากกินผมแจกทันที

ส่วนทางด้านดารารุ่นใหญ่วีระชัย หัตถโกวิท ซึ่งเป็นนักแสดงรุ่นเก่าที่ขายหมูสะเต๊ะเป็นอาชีพเสริมได้บอกว่าเนื่องจากงานในวงการลดลง ก็เลยได้มาขายที่งานแห่งนี้เรามาร่วมน้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วย ก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอโหน่ง ชะชะช่า ดาราตลกชั้นนำของประเทศไทย ที่แวะมาอุดหนุนรู้สึกน้ำตาไหลและดีใจมากย่างไปร้องไห้ไปเลยทีเดียวไม่ใช่อะไรนะควันหมูสะเต๊ะมันเข้าตา (พร้อมหัวเราะ) ก็ต้องขอบคุณน้องโหน่ง ชะชะช่า ที่แวะมาทักทายแวะมาอุดหนุนทำเอาร้านของตนเองนั้นมีคนมุงกันแน่นเลยทีเดียว ก็อยากจะฝากร้านหมูสะเต๊ะวีระชัยคลองสาม แล้วก็รับออกนอกสถานที่ท่านใดสนใจก็สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 080-063-7939 , 089-923-7116 สำหรับท่านใดที่อยากแวะมาอุดหนุนยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

เกษตรกรจังหวัดลพบุรี ปลูกผักบุ้งจีนอาชีพในฝัน ปลูก 20 วัน ก็ได้เงินหมื่น


เทศกาลกินเจ หรือประเพณีถือศีลกินผัก จะเริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 (ตามปฏิทินจีน) ของทุกปี โดยเทศกาลกินเจจะเป็นเทศกาลที่คนจีนหรือคนไทยเชื้อสายจีจะงดรับประทานเนื้อสัตว์และหันมาทานผักเพื่อเป็นการทำบุญในรอบปี สำหรับในปี 2568 จะตรงกับวันที่ วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2568 – วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568 ซึ่งช่วงนี้เกิดฝนตกชุก น้ำท่วมกระทบเกษตรกรทำอาชีพปลูกผักขาย ทำให้เกษตรกรบางรายต้องหยุดทำแปลงผักชั่วคราว…..

แต่ที่จังหวัดลพบุรี นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี ลงพื้นที่เยี่ยมชมเกษตรกรตัวอย่าง ในการทำผักบุ้งจีน ของครอบครัว นายไพรัตน์ แก่นแก้ว และ นางเพ็ญจันทร์ แก่น แก้ว อยู่ บ้านเลขที่ 25 หมู่ 2 ตำบลพรหมมาตร์ อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งทำอาชีพการเกษตร ด้วยการปลูกผักบุ้งจีน เป็นรายได้เสริม บนพื้นที่ 3 งาน แบกเป็นแปลงปลูกขนาด กว้าง 4 เมตร ยาว 12 เมตร แบ่งปลูกที่ละแปลง เป็นรุ่นๆ จำนวน 4 แปลงปลูก โดยแต่ละแปลง เกษตรกรจะทยอยปลูกแบบหมุนเวียน ห่างกัน 8 วัน โดยใน 1 แปลงปลูก ใช้เมล็ดผักบุ้ง 2 กิโลกรัม สามารถเก็บผลผลิตในแต่ละแปลงได้ 200 กิโลกรัม ใน 1 แปลงทยอยเก็บขายทุกวัน ทำให้สามารถ เก็บผลผลิตออกสู่ตลาดได้ทุกวัน ถึงแม้ว่าในหลายพื้นที่จะประสบปัญหาอุทกภัย พืชผักหลายชนิดปรับตัวขึ้นมีราคาแพง แต่ที่นี่ก็ยังขายในราคาเท่าเดิม สามารถขายส่งตลาดสดเทศบาลเมืองลพบุรีได้ทุกวัน โดยไม่มีการปรับราคา เพราะเป็นอาชีพที่สร้างรายให้กับครอบครัวมายาวนาน ซึ่งจุดเด่นของ ผักบุ้งจีน เป็นพืชที่ปลูกง่ายเติบโตได้เร็ว มีระยะการเพาะปลูกไม่ถึงเดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ และผักบุ้งจีนเป็นพืชที่สามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย ผักบุ้งจีน เป็นพืชที่นิยมบริโภคภายในครัวเรือน เนื่องจากเป็นพืชที่หาซื้อได้ง่าย

ซึ่งการเตรียมดินและแปลงปลูก จะไถดินให้ลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร และตากดินทิ้งไว้ 1-2 สัปดาห์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคและวัชพืช ปรับปรุงดิน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงในดินแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพื่อให้ดินมีความร่วนซุยและมีธาตุอาหารที่เพียงพอ สำหรับการเก็บเกี่ยว หลังจากหว่านเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนลงแปลงปลูก จะให้น้ำ เช้า เย็น ด้วยระบบสปริงเกอร์ เมื่อผักบุ้งจีน เจริญเติบโต มีความสูงประมาณ 30 – 35 เซนติเมตร ในช่วง 18 – 25 วัน ก็จะทยอยถอนต้นผักบุ้งจีนออกจากแปลงปลูกทั้งต้นแบบมีราก โดยจะรดน้ำแปลงให้ชุ่มก่อนถอน เพื่อให้ถอนง่ายและรากไม่ขาดมากหลังจากนั้น จำทำการล้างรากให้สะอาด เด็ดใบและแขนงที่โคนต้นออก นำมาผึ่งไว้ แต่ไม่ควรไว้กลางแดด ผักบุ้งจีนจะเหี่ยวเฉาได้ง่าย จัดเรียงต้นผักบุ้งจีนเป็นมัด เตรียมบรรจุภาชนะเพื่อจัดส่งตลาดต่อไป

สำหรับผักบุ้งจีน มีต้นตรงและกรอบมากกว่าผักบุ้งชนิดอื่นๆ ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว ทำได้หลากหลายเมนูมักจะมีผักบุ้งจีน เป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ หรือเมนูขึ้นชื่ออย่างผัดผักบุ้งไฟแดงประโยชน์ และสรรพคุณ ของผักบุ้งจีน ที่ไม่ได้มีดีแค่ บำรุงสายตา เท่านั้น แต่ยังแฝงประโยชน์ดีๆ ต่อร่างกายไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย หรือช่วยลดโอกาสการเกิดโรคต่างๆ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการชะลอวัย และชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยช่วยในการดับร้อน แก้อาการร้อนใน บำรุงโลหิต ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง….. นอกจากรสชาติจะอร่อย หาทานง่ายแล้ว คุณค่าทางโภชนาการของผักบุ้ง ยังมีอีกมากมาย ใครที่ชอบทานผัดผักบุ้งต้องถูกใจแน่นอน

นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี บอกว่า….การปลูกผักบุ้งจีน ของเกษตรกรรายนี้..ยังถือเป็นพืชที่หมุนเวียนได้ตลอดในช่วงถือศิลกินเจ และ ยังขายในราคาคงเดิมไม่มีการเอาเปรียบผู้บริโภค สามารถเก็บผลผลิตได้ออก จำหน่ายได้ทุกวัน วันละ 20 กว่ากิโลกรัม ราคาจำหน่ายขายส่ง กิโลกรับละ 20 บาท มีรายได้เฉลี่ย 500-600 บาทต่อวัน หรือ เดือนละ 15,000 – 20,000 ต่อเดือน จึงสามารถเป็นต้นแบบของเกษตรกร และ เป็นองค์ความรู้ที่ประชาชนสามารถนำไปเป็นแบบอย่างได้เป็นอย่างดี อีกด้วย

ด้าน นายไพรัตน์ แก่นแก้ว เกษตรกรผู้ปลูกผักบุ้งจีน มากว่า 50 ปี กล่าวว่า….ขั้นตอนในการปลูกผักบุ้งจีน จะต้องมีการ เตรียมดิน และตากดินทิ้งไว้ 15 วัน หรืออย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ ก่อนจะไถพวนดินอีกครั้ง ก่อนจะหวานเล็ดผักบุ้ง รดน้ำเช้า เย็น การรดน้ำ ต้องคอยสังเกตดูด้วยสายตา ไม่ให้ดินแฉะเกินไป ในช่วง 7 วัน ก็เริ่มให้ปุ๋ย การให้ปุ๋ยก็ประมาณ 2 ครั้ง ในช่วง 7 วัน และ 14 วัน เมื่อครบ 18 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตออกจำหน่ายได้ โดยราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ 20 บาท โดยจะทยอยเก็นขายวันละ 20 กิโลกรัม สามารถเก็บขายได้ทุกวัน มีรายได้เดือนละประมาณ 15,000 บาทเลยทีเดียว


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090