ตำรวจภูธรภาค 7 แถลงผลปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด 4.1 ล้านเม็ด และคดีอาชญากรรมที่สำคัญ

ตำรวจภูธรภาค 7 แถลงผลปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด 4.1 ล้านเม็ด และคดีอาชญากรรมที่สำคัญ

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์, พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย และ พล.ต.ต.ประสพชัย มัตสยะวนิชกูล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7, พล.ต.ต. กานต์ ธรรมเกษม ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7, นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชจังหวัดนครปฐม, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ตามนโยบายรัฐบาล โดยได้ทำการจับกุมนายประภากร หรือยุ่ง ชินอักษร อายุ 42 ปี ชาวตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้ที่บริเวณสี่แยกปากท่อ ถนนเพชรเกษม ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 03.00 น. พร้อมของกลาง ประกอบด้วย ยาบ้า 4,100,000 เม็ด มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท เคตามีน 3.15 กรัม รถยนต์ 3 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยผู้ต้องหามีพฤติกรรมจากการสืบข้อมูลทางว่ามีความเกี่ยว ข้องกับผู้ค้ายาเสพติดในจังหวัดราชบุรี และได้มีการติดตามความคืบหน้ากว่าสี่เดือนจึงทราบว่าจะมีการลักลอบนำยาบ้าเข้าสู่จังหวัดราชบุรีโดยใช้ยานพาหนะสี่คัน ซึ่งเมื่อเป้าหมายไปถึงจึงได้มีการปิดล้อมและสามารถจับกุมพร้อมของกลางได้เป็นจำนวนมาก

โดยนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้กล่าวถึงการดำเนินการประสานงานความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ทหาร และอีกหลายภาคส่วน อาทิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีการประสานความร่วมมือกันอย่างชัดเจนและได้มีการใช้เทคโนโลยีด้วยการติดตามผู้ต้องหาและขบวน การผู้ค้ายาเสพติดจากกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ที่มีอยู่รอบเมืองจึงทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจังหวัดนครปฐมยืนยันว่าจะมีการประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานเพื่อทำให้เกิดความผาสุกกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ได้มีการแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุอาชญากรรมหลายคดี ได้แก่ คดีก่อเหตุแทงกันทำร้ายร่างกายจนจนถึงชีวิต คดีเกี่ยวกับการรับจ้างยิงเพื่อหักยอดหนี้มูลค่ากว่า 130 ล้านบาท และคดีที่มีมีการยิงกันระหว่างพ่อตาและลูกเขย ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สนธิระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง อาทิ จังหวัดนครปฐม กอ.รมน.จังหวัดนครปฐม ทำให้มีผลการปฏิบัติการที่มีประสิทธิ ภาพและเป็นการเริ่มปฏิบัติการเพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันเหตุและติดตามจับกลุ่มผู้ต้องหาหลังก่อเหตุ ซึ่งในครั้งนี้ยังได้มีการใช้เทคโนโลยีและนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาดำเนินการในกระบวนการดังกล่าว อีกด้วย


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม – ภาพ/ข่าว

รมช. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการ อ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการ อ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และมอบนโยบาย และแนวทางการขับเคลื่อนงานด้าน การเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดลำพูน

วันที่ 16 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.แม่ลาน อ.ลี้ จ.ลำพูน มี นายประวัติ แดงบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน สหกรณ์จังหวัดลำพูน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมติดตามรับฟังการรายงานความก้าวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำเสนอข้อมูลในพื้นที่อำเภอลี้ และจังหวัดลำพูน รับฟังรายงานผลการดำเนินงานโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดย กรมชลประทานพร้อมรับฟังประเด็นปัญหาอุปสรรคของจังหวัดลำพูน

สำหรับ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยมีการวางศิลาฤกษ์ไปเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2566 และมีแผนก่อสร้าง เริ่มตั้งแต่ การเริ่มสำรวจออกแบบ ในปี 2563 และเริ่มก่อสร้างงานทำบบดินหัวงานและอาคารประกอบ (2566 -2568) แผนงานก่อสร้างรวม 47.75% ปัจจุบัน แล้วเสร็จ ไป 47.60 % ล่าช้า 0.15 % ซึ่งติดปัญหาอุปสรรคการจัดหาที่ดินราษฎรจำนวน 1 ราย ทั้งนี้ในการดำเนินการตามแผนดำเนินงานฯจะแล้วเสร็จในปี 2570 และเมื่อสร้างเสร็จจะมีปริมาณความจุ 1.92 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับการเพาะปลูก อุปโภคบริโภคของประชาชน 879 ครัวเรือน และมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 1,000 ไร่ ในพื้นที่ตำบลทุ่งโป่งและตำบลแม่ลาน

นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.แม่ลาน อ.ลี้ จ.ลำพูน และในพื้นที่อำเภอลี้ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ลำไย ข้าว พืชไร่ กาแฟ มะม่วงน้ำดอกไม้ สมุนไพรและพืชผักพื้นบ้าน ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่มีภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีแหล่งน้ำสำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะ อ่างเก็บน้ำห้วยจะกา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักที่มีบทบาทสำคัญต่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคของประชาชนในหลายหมู่บ้าน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน กำลังดำเนินโครงการเพื่อเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำและระบบกระจายน้ำ ให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ ลดปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ซึ่งโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกา จะเป็นแนวทางสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างยั่งยืน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายตนให้มาลงพื้นที่ตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เพื่อเร่งสร้างแหล่งน้ำ และกระจายน้ำให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรเลี้ยงชีพได้ รวมถึงผลักดันราคายางพาราให้ถึง 70 บาทต่อกิโลกรัม อีกทั้ง โครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไย เพื่อเพิ่มรายได้ ไร่ละ1400 ไม่เกิน 10 ไร่/ครัวเรือน จะยังผลักดันต่อไป เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนลำไยมีการพัฒนาการผลิตลำไยเกรดพรีเมียมออกสู่ตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบปัจจัยการผลิต โดยมีตัวแทนรับมอบ มอบโฉนด ส.ป.ก.4-01/โฉนดต้นไม้/โฉนดยางพารา จำนวน 31 ราย มอบพืชผักพันธุ์ดี จำนวน 10 ราย และมอบพันธุ์ปลา จำนวน 10 ราย แก่กลุ่มเกษตรกร พร้อมพบปะรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยจะได้นำข้อมูลและปัญหาเข้าหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง สู่การแก้ไขอย่างยั่งยืนต่อไป.


นที มีเดช รายงาน

กองทัพภาคที่ 3 จัดการประชุมสมาชิกหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 1 – 6 กระชับสัมพันธ์สร้างความร่วมมือ บูรณาการสร้างเครือข่ายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

กองทัพภาคที่ 3 จัดการประชุมสมาชิกหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกอง ทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 1 – 6 กระชับสัมพันธ์สร้างความร่วมมือ บูรณาการสร้างเครือข่ายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 และคุณสุรชัย วีระสมเกียรติ ประธานชมรม หลักสูตรพัฒนา สัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานการประชุมสมาชิกหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 1 – 6 เพื่อกำหนดข้อบังคับ กฏ ระเบียบของชมรมให้ทันสมัยสอดรับกับแนวทางที่กองทัพบกกำหนด พร้อมเลือกสรรประธานชมรมท่านใหม่

ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเอกฉันท์เลือกได้ นายปณิธิ ระวังนาม ประธานรุ่น 5 เป็นประธานชมรมคนที่ 3 คน(2569) และได้คัดเลือกรองประธานและคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ซึ่งมีวาระ 1 ปี พร้อมร่วมกันประชุมหารือ ในการจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม สนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ เสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดี ระหว่างผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 ทุกรุ่น ในอันที่จะนำไปสู่เครือข่ายความร่วมมือที่ยั่งยืนสู่การสนับสนุนองค์กรด้านความมั่นคงของชาติ ด้วยความสำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบต่อประเทศ แสดงเจตนารมณ์แห่งความสามัคคีและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ในการร่วมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกองทัพและการพัฒนาประเทศ ในการพร้อมสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงเมื่อมีโอกาสได้เป็นอย่างดี ที่กองบัญชาการ กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

จากนั้นมีการพัฒนาสัมพันธ์ด้านการกีฬาที่ศูนย์กีฬากองทัพภาคที่ 3 และพบปะอย่างไม่เป็นทางการ ณ สโมสรบันเทิงทัพค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีสมาชิกหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพบก และจังหวัดชายแดนภาคใต้ กองทัพภาคที่ 4 ร่วมเป็นเกียรติในครั้งนี้ด้วย


นที มีเดช รายงาน

จิตอาสาพระราชทานสำนักงานสัสดีจ.พิษณุโลก ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวัน “นวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม” และวัน “ปิยมหาราช 23 ตุลาคม”

จิตอาสาพระราชทานสำนักงานสัสดีจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล เนื่องในวัน “นวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม” และวัน “ปิยมหาราช 23 ตุลาคม”

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 39 มอบหมายให้ พันเอก สมศักดิ์ แป้นสง สัสดีจังหวัดพิษณุโลก นำกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน สำนักงานสัสดีจังหวัดพิษณุโลก เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” “วันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568 ” และวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2568 ” ณ ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ถึง บริเวณหน้าค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นาย นิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก/รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน ในการนี้หน่วยร่วมกับส่วนราชรับผิดชอบพัฒนาตั้งแต่ถนนบริเวณสะพานวังจันทน์ถึงหน้าค่ายสมเด็จพระนเรศวรฯ (ฝั่งพระราชวังจันทน์) มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 200 นาย


นที มีเดช รายงาน

“กองพลทหารราบที่ 7 ร่วม บ. ​อุตสาหกรรม​ท่อน้ำไทย จำกัด สนับสนุนโครงการปรับปรุงระบบประปาภูเขา รร.เจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 7 จ.เชียงใหม่

“กองพลทหารราบที่ 7 ร่วมกับ บริษัท ​อุตสาหกรรม​ท่อน้ำไทย จำกัด ส่งมอบอุปกรณ์ท่อประปา เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการปรับปรุงระบบประปาภูเขา โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่”

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 พลตรี สุ​จินต์​ ทรัพย์สิน ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 มอบหมายให้ พันเอก รัชตะ ท้าวคำลือ เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 7 พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน เป็นผู้แทนร่วมกิจกรรมส่งมอบอุปกรณ์ท่อประปา ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัท ​อุตสาหกรรม​ท่อน้ำไทย จำกัด

โดยได้มอบให้กับ นาย อรรถชาติ หินแปง ผู้อำนวยการโรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 7 และครู นักเรียน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการปรับ ปรุงระบบประปาภูเขา ณ โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 7 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ในการอุปโภค และบริโภค ภายในโรงเรียนฯ เนื่องจากระบบประปาเสื่อมสภาพ และมีอายุการใช้งานยาวนาน (ประมาณ​ 30 ปี)​

โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท ​อุตสาหกรรม​ท่อน้ำไทย จำกัด ร่วมกับ กองพลทหารราบที่ 7 และองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแยง จะสนับสนุนการดำเนินงานโครงการฯ ซึ่งจะทำให้ระบบประปาภูเขาของโรงเรียนฯ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถจัดหาน้ำสะอาด เพื่อการอุปโภค และบริโภคได้อย่างเพียงพอ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ให้กับนักเรียน และอาจารย์ รวมถึงประชาชนโดยรอบโรงเรียนฯ ที่ใช้ประโยชน์จากระบบประปาดังกล่าว ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ตรวจเยี่ยมการส่งผลผลิตทางการเกษตร โครงการทหารพันธุ์ดีให้เป็นไปตามมาตรฐานและคุณภาพ

กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ตรวจเยี่ยมการส่งผลผลิตทางการเกษตรโครงการทหารพันธุ์ดีให้เป็นไปตามมาตรฐานและคุณภาพ พร้อมทั้ง เชิญชวนประชาชน เลือกซื้อและชมผลิตภัณฑ์ผักปลอดสารพิษสดใหม่จากหน่วยทหารในโครงการทหารพันธุ์ดีได้ที่ Top Supermarket และตลาดจริงใจ ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก

เมื่อวันพุธที่ 15 ตุลาคม 2568 พันเอก รัฐวิชญ์ ณรงค์พนารัตน์ เสนาธิการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อมด้วย พันเอก ภิญโญ สุรฤทธิ์โยธิน รองเสนาธิการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ตรวจการปฏิบัติเตรียมการส่งผลผลิตทางการเกษตรจากหน่วยในโครงการทหารพันธุ์ดี คัดคุณภาพตามมาตรฐาน และบรรจุ เพื่อนำส่ง วังสระปทุมกรุงเทพฯ สำหรับผลิตผักดองสูตรพระราชทาน ครั้งที่ 3 จำนวนผัก 4 ชนิดคือ ผักชีลาว, หอมแดง, กะหล่ำดอก, แครอท ซึ่งการดำเนินการคัดและบรรจุ เพื่อเตรียมนำส่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และนำส่งโดย กำลังพลจาก กองพันซ่อมบำรุงที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ณ โรงคัดบรรจุสินค้าทางการเกษตร กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม 2568 โรงคัดบรรจุ​สินค้า​ทางการ​เกษตร​ กองทัพภาคที่ 3 ซึ่งดำเนินการโดย กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ขอเชิญชวนประชาชนชาวพิษณุโลก ครอบครัวผู้ที่รักสุขภาพทุกท่าน เลือกชม และซื้อผักปลอดสารพิษสดใหม่ จากหน่วยทหารใน โครงการทหารพันธุ์ดี ผักสด อร่อย ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ จำหน่ายในราคาถูก ได้ทุกวัน วางจำหน่ายที่ “จุดแสดงสินค้าผักปลอดสาร Tops Supermarket และ ตลาดจริงใจ ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก” อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก…


นที มีเดช รายงาน

รองผู้ว่าฯ พิษณุโลก ร่วมกิจกรรมพัฒนาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 5

รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นำทีมจิตอาสาพระราชทานจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกิจกรรมพัฒนาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 5

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก (พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก — นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก /รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาบำเพ็ญสาธารณ ประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม และวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “วันปิยมหาราช” 23 ตุลาคม เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์

กิจกรรมในครั้งนี้ มีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราช ทานจังหวัดพิษณุโลก หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกว่า 500 คน โดยมีการจัดพิธีถวายความเคารพพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมกล่าวคำปฏิญาณ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง

จากนั้น ประธานในพิธีได้ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ซึ่งประกอบด้วยการทำความสะอาดบริเวณโดยรอบศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ลานจอดรถ ถนนด้านหน้าและด้านข้างศาลากลาง รวมทั้งบริเวณถนนวังจันทน์ริมแม่น้ำน่าน เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้สะอาด สวยงาม และเอื้อต่อการใช้ประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่

กิจกรรมดังกล่าวเป็นการรวมพลังแห่งความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวจังหวัดพิษณุโลก ที่ร่วมกันสืบสานแนวพระราชปณิธานในการทำความดีเพื่อส่วนรวม และสร้างจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามกรณีน้ำในคลองแม่ข่า มีสีขุ่นดำ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามกรณีน้ำในคลองแม่ข่า มีสีขุ่นดำ

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับนายวิสาขะ ปัญญาช่วย รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามกรณีน้ำในคลองแม่ข่ามีสีขุ่นดำ โดยตรวจสอบพบสถานการณ์ ดังนี้

  1. การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน: เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน เทศบาลนครเชียงใหม่ จึงมีความจำเป็นจะต้องใช้คลองแม่ข่าเป็นคลองระบายน้ำฝน เพื่อป้องกันน้ำท่วมในเขตเมือง ประกอบกับต้องรักษาระดับน้ำในคลองแม่ข่าให้อยู่ในระดับที่ต่ำ เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกในปริมาณมาก โดยในช่วงที่ไม่มีฝนตก ปริมาณน้ำในคลองแม่ข่าอาจจะน้อย จึงส่งผลให้น้ำมีสีดำในบางจุด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีตะกอนดินเลนสะสม
  2. กรณีมีน้ำเน่าเสียไหลลงคลองแม่ข่าบริเวณสะพานถนนอัษฎาธร: พบว่าน้ำเสียจากลำเหมืองกลางที่ไหลมาจากตลาดเมืองใหม่ไม่สามารถไหลลงสู่สถานีสูบน้ำเสีย P.4 ได้ ทำให้น้ำเสียไหลย้อนไปลงคลองแม่ข่าแทน ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ องค์การจัดการน้ำเสีย และการไฟฟ้าภูมิภาคเชียงใหม่ ได้กำหนดนัดหมายให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง โดยจะมีการสูบน้ำบริเวณดังกล่าวออกเพื่อตรวจดูสภาพท่อ และสิ่งปลูกสร้างภายในคลองแม่ข่าบริเวณดังกล่าว เพื่อหาสาเหตุและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาในวันพรุ่งนี้ (16 ตุลาคม 2568)
  3. สภาพน้ำมีสีดำบริเวณจุดสะพานระแกง (ตามภาพที่ปรากฏในสื่อ) : เนื่องจากมีการก่อสร้างบริเวณก่อนและหลังสะพานระแกง ทำให้มีการวางตอม่อและอุปกรณ์การก่อสร้างในพื้นที่มีการก่อสร้าง และมีการกั้นไม่ให้น้ำเข้าพื้นที่ก่อสร้าง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในคลองแม่ข่าช่วงสะพานระแกงที่อยู่ตรงกลางระหว่างการก่อสร้างมีจำนวนน้อย น้ำนิ่งและมีสีขุ่นดำ ซึ่งเทศบาลนครเชียงใหม่ได้เห็นปัญหาได้แจ้งให้ผู้รับจ้างรื้อถอนอุปกรณ์ก่อสร้างที่อยู่ในคลองแม่ข่าออก และมีการเติมน้ำดีเข้าสู่คลองแม่ข่าแล้ว ขณะนี้ มีอุปกรณ์ที่ยังไม่ได้รื้อถอนเพราะยังจำเป็นในการก่อสร้างเล็กน้อย

ทั้งนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่ได้ขอความร่วมมือให้ผู้รับจ้างได้จัดเก็บอุปกรณ์ให้แล้วเสร็จก่อนเทศกาลยี่เป็ง และจากการลงพื้นที่บริเวณสะพานระแกง และจุดที่มีการก่อสร้างพบว่า น้ำในคลองแม่ข่าไหลได้สะดวกขึ้น น้ำไม่มีสีขุ่นดำ


นที มีเดช รายงาน

กองทัพอากาศ ย้ำความชอบธรรมในการปฏิบัติการทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารของกัมพูชาเป็นไปตามสิทธิป้องกันตนเอง

กองทัพอากาศย้ำความชอบธรรมในการปฏิบัติการทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารของกัมพูชาเป็นไปตามสิทธิป้องกันตนเอง

พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวในสื่อ มวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ว่า ในสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ไทยเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีกัมพูชาก่อนโดยการใช้เครื่องบินขับไล่แบบ F-16 นั้น กองทัพอากาศขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

การปฏิบัติการทางอากาศด้วยเครื่องบินขับไล่แบบ F-16 และ Gripen ของไทย เป็นการตอบโต้การปฏิบัติการทางทหารของกัมพูชา ที่ใช้จรวดหลายลำกล้องและปืนใหญ่ โจมตีเป้าหมายทางพลเรือนในไทย โดยเป้าหมายทางพลเรือนจุดแรกในไทยที่ถูกโจมตีจากจรวดหลายลำกล้อง BM-21 อยู่ในพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.33 น. ส่งผลให้คนไทยเสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 2 คน หลังจากนั้น กัมพูชายังโจมตีเป้าหมายทางพลเรือนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหตุการณ์การโจมตีร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่ส่งผลให้คนไทยเสียชีวิต 7 คนและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

จากสถานการณ์ดังกล่าว นำไปสู่การตัดสินใจในการใช้กำลังทางอากาศ โจมตีเป้าหมายทางทหารในกัมพูชา เพื่อทำลายขีดความสามารถทางทหารของกัมพูชาที่ส่งผลกระทบต่อเอกราชอธิปไตยของไทยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย โดยเครื่องบินขับไล่แบบ F-16 ได้ทิ้งระเบิดลูกแรก ซึ่งเป็นระเบิดที่มีความแม่นยำสูง โจมตีเป้าหมายทางทหารของกัมพูชา เมื่อเวลา 10.38 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

ทั้งนี้ การใช้กำลังทางอากาศของไทยดำเนินไปอย่างถูกต้องตามหลักกฎหมายระหว่างประ เทศ โดยอาศัยสิทธิในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และยึดหลักความได้สัดส่วน ความจำเป็น และการแยกแยะเป้าหมายทางทหารจากพลเรือนอย่างชัดเจน กองทัพอากาศขอให้ความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนคนไทยว่า กองทัพอากาศจะดำรงสภาพ ความพร้อมรบอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อปกป้องเอกราชอธิปไตยของชาติ คุ้มครองดูแลชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย รวมทั้งสร้างเงื่อนไขเชิงยุทธศาสตร์ที่เอื้อต่อการเจรจานำไปสู่สันติภาพ


สำนักงานโฆษกกองทัพอากาศ

“บ่อนไฮโลและตู้สล็อตตู้ยิงปลา” เกลื่อนพื้นที่ “สน.ประเวศ”

“บ่อนไฮโลและตู้สล็อตตู้ยิงปลา” เกลื่อนพื้นที่ “สน.ประเวศ”

“บ่อนไฮโลและตู้สล็อตตู้ยิงปลา” พื้นที่ “สน.ประเวศ” พิกัดบ่อนฯ จากซอย (อ่อนนุช 86) เข้าไปประมาณ 30 เมตร เจอซอยแรกขวามือ แล้วเลี้ยวเข้าไปอีกประมาณไม่เกิน 1 กิโลเมตร มองทางขวามือจะเห็นเป็นเวิ้งที่จอดรถบ่อนจะอยู่ติดบริเวณที่จอดรถ

จุดสังเกต บ่อนแห่งนี้จะมีนักพนันนำรถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ มาจอดเล่นวันละประมาณเกือบร้อยคันฯพิกัดตั้งตู้สล็อตและตู้ยิงปลา ปากซอยอ่อนนุช 86 “ตลาดนัดชุมชนวัดกระทุ่มเสือปลา” ที่ตั้งตู้สล็อตอยู่ในโต๊ะสนุ๊ก ติดกับด้านหลัง (ร้านขายข้าวของเบ็ดเตล็ด) และ (ร้านนำชัยห้องเย็น)

จริงเท็จอย่างไรไม่ทราบ ดูตามภาพประกอบก็น่าจะเข้าใจนะท่าน “พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์” (ผบก.น.๔) และ “พ.ต.อ.ทศพล อําไพพิพัฒน์กุล” (ผกก.ประเวศ) ทางเราเคยนำเสนอข่าว จี้ทั้ง 2 ท่านให้ไปจับ แต่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งๆที่บ่อนฯ และตู้สล็อตตู้ยิงปลาอยู่ไม่ไกลจาก “สน.ประเวศ”ขอฝากถึงท่าน “พล.ต.ท. สยาม บุญสม” (ผบช.น.) และท่าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร์ (ผบ.ตร) ช่วยไขลานผู้ใต้บังคับบัญชาท่านด้วยฯ

#ผิดหรือถูกจริงหรือเท็จภาพมันฟ้อง#ดูวันเดือนปีที่ภาพด้วยนะท่านฯ เดี๋ยวหาว่าสำนักข่าวเราเอาภาพเก่ามาลงอีกฯ


ทีมข่าวอาชญากรรม