หนุ่มคิดสั้น วิ่งราวพระเครื่องในห้างดังลำปาง ก่อนถูกรวบตัวคาลานจอดรถ

ลำปาง – หนุ่มคิดสั้นวิ่งราวพระเครื่องในห้างดังลำปาง ก่อนถูกรวบตัวคาลานจอดรถ

วันอาทิตย์ที่19 ตุลาคม 2568 เวลา10:45 น. เกิดเหตุวิ่งราวทรัพย์บริเวณตลาดนัดพระเครื่องในห้างดังลำปาง ตั้งอยู่บนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สายลำปาง-งาว ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง ผู้เสียหาย นายธรรมนูญ(เซียนพระ)อาศัยอยู่บ้าน อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ให้ข้อมูลว่า ได้มาตั้งแผงพระที่ตลาดนัดพระเครื่องในห้างสรรพสินค้าดังกล่าว เมื่อเวลาประมาณ 10:40 น. ผู้ก่อเหตุนายอภิศักดิ์ สงวนนามสกุล ได้เข้ามาทำทีขอดูพระเครื่องจำนวนหลายองค์ แล้วแอบกำพระเครื่องไว้ในมือซ้าย 1 องค์ เมื่อนายธรรมนูญเจ้าของแผงพระเห็นผิดสังเกตุ นายอภิศักดิ์ผู้ก่อเหตุได้วิ่งหนีจากแผงพระเครื่อง นายธรรมนูญได้วิ่งติดตามผู้ก่อเหตุ

ระหว่างนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทราบเหตุมาช่วยกันไล่ติดตามผู้ก่อเหตุ ซึ่งวิ่งหนีไปยังลานจอดรถเพื่อจะขับรถหลบหนี นายธรรมนูญ(เจ้าของแผงพระผู้เสียหาย) ได้รวบตัวนายอภิศักดิ์ได้ที่ลานจอดรถ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามมาติดๆ เข้ารวบตัวผู้ก่อเหตุได้ ชื่อผู้ก่อเหตุนายอภิศักดิ์(สงวนนามสกุล) อายุ21ปี อาศัยอยู่ อ.แม่พริก จ.ลำปาง พร้อมของกลางเป็นพระเครื่องที่ผู้ก่อเหตุวิ่งราวจำนวน 1 องค์ นำตัวผู้ก่อเหตุส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป


ศรัญญู วังกาวี ข่าวลำปาง รายงาน

เจ้าคณะภาค3 นำคณะสงฆ์ลพบุรี ช่วยเหลือราษฎรประสบอัคคีภัย

จังหวัดลพบุรี – เจ้าคณะภาค 3 พร้อมด้วยคณะสงฆ์จังหวัดลพุรีนำเครื่องอุปโภค บริโภค และทุนทรัพย์มอบให้กับเข้าของบ้านที่ถูกไฟไหม้ เพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นตามโครงการ “สังฆประชานุเคราะห์ คณะสงฆ์จังหวัดลพบรี”

โดยเมื่อบ่ายวันนี้ พระพรหมกวี เจ้าคณะภาค 3 และเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร พร้อมด้วยคณะสงฆ์จังหวัดลพบุรีที่นำโดย พระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรและ เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามราชวรวิหาร นายวีระ จำลอง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลพบุรี นายสมชัย อินทร์ปุระ รองนายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี, เจ้าหน้าที่ ปภ.ลพบุรี ได้เดินทางไปยังอู่ซ่อมรถวิเชียรการช่าง เลขที่ 169/5 ถนนสายคันคลองชลประทานลพบุรี – โคกกะเทียม ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมืองลพบุรี หลังจากที่เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่อู่ดังกล่าวทำให้บ้านของ นางชะลอ บุญซิม อายุ 64 ปี ได้รับความเสียหายหมดทั้งหลัง ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการดับเพลิงและควบคุมเพลิงประมาณ 30 นาที ที่ไม่ให้รุกลามไปยังอาคารพาณิชย์ที่อยู่ใกล้เคียง เนื่องจากอู่ดังกล่าวเป็นอู่เก่าที่ปิดกิจการไปแล้วประมาณ 8 ปีอยู่ใจกลางเมืองลพบุรี

ซึ่งได้มี นางชะลอ บุญซิม ได้ได้รับบาดเจ็บจากไฟลวกที่หน้าผากและแขนขวา พร้อมด้วยครอบครัวรอให้การต้อนรับที่ในอู่ดังกล่าว หลังจากที่ทางคณะได้เดินทางมาถึงเจ้าคณะภาค 3 ได้เป็นตัวแทนของตณะสงฆ์ได้กล่าวให้กำลังใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากที่ นางชะลอ ได้สมัครเป็นสมาชิกของโครงการกองทุน “สังฆประชานุเคราะห์ คณะสงฆ์จังหวัดลพบรี” ทางคณะสงฆ์ได้เดินทางนำเครื่องอุปโภค บริโภค และเงินสดจำนวน 1 แสนบาทมาให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นตามที่โครงการกำหนด นอกจากนี้ทางส่วนราชการ ทางกาชาดจังหวัด ทางมูลนิธิก็จะเข้ามาให้การช่วยเหลืออีก

จากนั้นได้เดินดูสถานที่เกิดเหตุบนเนื้อที่ 2 งานพบว่าได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้หมดทั้งหลัง ซึ่งในช่วงนี้ก็บังไม่สามารถที่จะประเมินค่าเสียหายได้เพราะมีทั้งซากรถเก่า รถที่อยู่ในบ้าน รถจักรยานยนต์ ทรัพย์สินของมีค่าอีกมากมาย ขณะที่นางชะลอ ก็ยังอยู่ในอาการที่ตกใจมีลูก ๆ และญาติมาให้กำลังใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สำหรับสาเหตุนั้นก็ต้องรอผลการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่วิทยาการ กองพิสูจน์หลักฐานมาเก็บรายละเอียดหาหาสาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้

ซึ่งทางเจ้าของบ้านก็เปิดเผยว่า ช่วงที่เกิดเหตุนั้นอยู่คนเดียวได้ยิงเพียงเสียงระเบิดดังขี้นที่ชั้นล่างของบ้าน จากนั้นก็เกิดเพลิงไหม้อย่างรวดเร็วตนเองก็ไม่ทันได้หยิบของอะไรออกมาได้เพียงเอาชีวิตรอดเท่านั้น ซึ่งในเบื้องต้นสันนิฐานว่าอาจจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรในครัวแล้วไปไหม้ติดถังแก๊สทำให้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น สำหรับในการที่ทางทางคณะสงฆ์มาให้ การช่วยเหลือในครั้งนี้ก็สร้างความประทับใจและปลื้มใจเป็นอย่างมาก


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

อลังการ สจ.ป้ายแดง ครบรอบวันเกิด รำแก้บนหลวงพ่อโต 99 รอบรอบ

จังหวัดลพบุรี – สจ. สิงโต ลพบุรี “รำแก้บนพระนอนหลวงพ่อโต วัดสะตือ” 99 รอบ ได้สำเร็จ หลังจากได้บนบานศาลกล่าว ขอให้ได้รับเลือกเป็นสจ.มารับใช้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ วันนี้พาพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาร่วมกันทำบุญ พร้อมกับแก้บน ร่วมสนุกครื้นเครงไปด้วยกัน

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 วัดสะตือพุทธไสยาสน์ ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา นายพสิษฐ์ บุญรุ่ง หรือ สจ.สิงโต สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพบุรี เขต 9 ป้ายแดง วัย 31 ปี พร้อมด้วยคณะที่ติดตามไปด้วยมีทั้งกำนัน ผู้ใหญ่ และประชาชน ได้ร่วมเดินทางไปรำแก้บนรอบองค์หลวงพ่อโต วัดสะตือ จำนวน 99 รอบ หลังจากที่ได้เคยบนบานศาลกล่าวไว้ในช่วงลงสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี หลวงพ่อโต วัดสะตือ ตนเองมีความศรัทธรามาก และเพื่อเป็นแรงบันดาลใจอีกทางหนึ่ง จนประสบความสำเร็จด้วยมีประชาชนไว้วางใจมาลงคะแนนกันจำนวนมากจนเอาชนะคู่แข่งได้ และในวันนี้ก็ถือโอกาสตรงกับวันเกิดอีกด้วย

สำหรับพิธีรำวงแก้บนได้เริ่มในช่วง 09.00 น. มีนายพสิษฐ์ บุญรุ่ง หรือ สจ.สิงโต ลพบุรี ได้สักการะองค์หลวงพ่อโต นำขนมจีน น้ำยา และไข่ต้ม ไปถวาย ก่อนที่จะมีเสียงแตรวงดังขึ้น เริ่มมีการรำถวายแก้บนไปพร้อมๆกันเดินรอบองค์พระนอนของหลวงพ่อโต บรรยากาศมีนายพสิษฐ์ บุญรุ่ง หรือสจ.สิงโต นำหน้าขบวนตามด้วย ผู้นำท้องถิ่นทั้งกำนัน ผู้ใหญ่ อดีตกำนัน และพี่น้องประชาชน ร่วมรำถวายเพื่อเป็นสิริมงคลกันอย่างคึกคัก มีการสลับเปลี่ยนแตรวงกันถึง 4 วงด้วยกัน ซึ่งใช้เวลารำแก้บนถวายกว่าจะครบ 99 รอบ ท่ามกลางแสงแดดร้อนระอุแต่ไม่มีท้อ โดยใช้เวลาประมาณเกือบ 2 ชั่วโมงการแก้บนได้สำเร็จลุล่วง

ทั้งนี้หนึ่งในประเพณีความเชื่อของชาวไทยที่เกี่ยวข้องกับการบนบานศาลกล่าว โดยเฉพาะกับ “หลวงพ่อโต” ที่วัดสะตือ ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธาอย่างมากความหมายของการรำแก้บนการ “รำแก้บน” คือ การแสดงออกถึงความขอบคุณที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ประทานพรตามที่ผู้บนบานขอไว้ เช่น หายจากอาการเจ็บป่วย สอบติด ได้งาน หรือสมหวังเรื่องอื่น ๆ รูปแบบของการรำแก้บนที่วัดสะตือ มักเป็นการรำไทยแบบช้า มีเครื่องดนตรีไทยประกอบ เช่น ระนาด ฉิ่ง ฆ้อง, ผู้รำแต่งกายไทยประยุกต์หรือไทยโบราณ, อาจมีการจัดโต๊ะบูชา เช่น พานบายศรี ดอกไม้ ธูปเทียน, มีการกราบไหว้หลวงพ่อโตก่อนเริ่มรำแก้บนด้วยแตรงวงที่วัดสะตือพระนอนหลวงพ่อโต

นายพสิษฐ์ บุญรุ่ง หรือสจ.สิงโต สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพบุรี เขต 9 ป้ายแดง วัย 31 ปี กล่าวว่า ครั้งหนึ่งได้เคยบนบานศาลกล่าวกับหลวงพ่อโต เอาไว้ว่าในการเลือกตั้งที่ผ่านมา หากตนได้รับตำแหน่ง สจ.แล้วจะกลับมาแก้บนรำวง 99 รอบ ซึ่งววันนี้ก็รู้สึกสบายใจที่ได้มาทำแก้บนได้สำเร็จ ตนเองเป็นสจ.อำเภอเมืองลพบุรี เขต 9 ดูแลพื้นที่ ต.โก่งธนู ต.งิ้วราย ต.ดอนโพธิ์ ต.โคกลำพาน และ ต.กกโก อยากให้พี่น้องติดตามดูผลงาน สจ.สิงโต คนนี้ด้วยนะครับรับรองทุกคะแนนเสียงที่มอบให้มาจะพัฒนาคุณภาพชุมชนให้พี่น้องอยู่ดีมีสุข


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

รพ.อานันทมหิดล ทอดผ้าป่ามหากุศล จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

จังหวัดลพบุรี – โรงพยาบาลอานันทมหิดล จัดพิธีทอดผ้าป่ามหากุศล เพื่อจัดตั้งศูนย์ส่องกล้องทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร และท่อน้ำดี และจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ โรงพยาบาลอานันทมหิดล

วันที่ 18 ต.ค. 2568 ที่ หอบรรยายทางการแพทย์ โรงพยาบาลอานันทมหิดล พลตรี คิมห์ อิทธิกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอานันทมหิดล พร้อมด้วย คุณสยาม ประสิทธิศิริกุล กรรม การเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยได้รับความเมตตาจาก พระภาวนาวชิรมงคล รองเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมโสภณ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการประกอบพิธี ทอดผ้าป่ามหากุศล เพื่อจัดตั้งศูนย์ส่องกล้องทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร และท่อน้ำดี ตลอดจน จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ โรงพยาบาลอานันทมหิดล

ทั้งนี้มูลนิธิโรงพยาบาลอานันทมหิดล และ คณะกรรมการบริหารธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันดำเนินการ โดยมี คณะกรรมการบริหารธนาคารกรุงศรีอยุธยา จากทั่วประเทศ พร้อมด้วยผู้มีจิตศรัทธา ข้าราชการ ลูกจ้าง ครอบครัว ตลอดจนผู้พักอาศัยในพื้นที่โรงพยาบาลอานันทมหิดลและประชานชนในพื้นที่ จังหวัดลพบุรี ร่วมพิธี ณ อาคารหอบรรยายทางการแพทย์โรงพยาบาลอานันทมหิดล

นอกจากนี้ ยังได้จัดการประมูลธนบัตรของธนาคาร เพื่อนำรายได้จากการประมูล มาเพิ่มยอดกองผ้าป่ามหากุศลในครั้งนี้ด้วย โดยบรรยา กาศการประมูลเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมียอดผ้าป่ามหากุศล จำนวน ทั้งสิ้น 1,663,026.16 บาท


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

มูนบุรี มิวสิค เฟสติวัล ครั้งที่ 6 จัดครั้งแรกใน จ.นครนายก มาพร้อมกับธีมงาน 𝐂𝐀𝐑𝐍𝐈𝐕𝐀𝐋 𝐅𝐀𝐍𝐓𝐀𝐒𝐘

นครนายก – มูนบุรี มิวสิค เฟสติวัล ครั้งที่ 6 จัดครั้งแรกในจังหวัดนครนายก มาพร้อมกับธีมงาน 𝐂𝐀𝐑𝐍𝐈𝐕𝐀𝐋 𝐅𝐀𝐍𝐓𝐀𝐒𝐘

เทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุด ครั้งแรกในจังหวัดนครนายกจากทีมผู้จัดมูนบุรี มิวสิค เฟสติวัล ที่เคยจัดงาน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ยกเหล่าศิลปินระดับประเทศพร้อมคณะตลกระดับตำนานแก๊งสามช่า 2 เวทีใหญ่ 14 ศิลปินมาเยือนจังหวัดนครนายก สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่และครั้งนี้ถือเป็นการ “บุกจังหวัดนครนายกครั้งแรก” ของมูนบุรี พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมความบัน เทิงในภูมิภาคกับเทศกาลดนตรี “มูนบุรี มิวสิค เฟสติวัล” ยกทัพศิลปินสุดฮิตระดับประเทศพร้อมคณะตลกระดับตำนานมาเยือนนครนายก กับ 2 เวทีใหญ่ กับ 14 ศิลปินดัง มาพร้อมธีมงานสุดแฟนตาซี “𝐂𝐀𝐑𝐍𝐈𝐕𝐀𝐋 𝐅𝐀𝐍𝐓𝐀𝐒𝐘” ที่จำลองบรรยากาศสวนสนุกมาไว้กลางงาน ไม่ว่าจะเป็นชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน ขบวนพาเหรด โชว์บอลลูน จัดเต็ม แสง สี เสียง พลุสุดอลังการ และกิจกรรมอีกมากมาย รวมถึงโซนร้านค้ากว่า 60 ร้าน อาหารและเครื่องดื่มให้ได้อิ่ม ฟิน สนุกครบจบในงานเดียว

นอกจากความมันส์จากศิลปินระดับประเทศแล้ว ปีนี้ยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์สุดพิเศษที่พลาดไม่ได้ “คณะตลกระดับตำนาน แก๊งสามช่า หม่ำ เท่ง โหน่ง” จะกลับมารวมตัวกันสร้างเสียงหัวเราะและมอบความสุขให้กับชาวนครนายกในงานนี้อีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นในจังหวัดนครนายกมาก่อน งานนี้จัดขึ้นใน วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกา ยน 2568 ณ ลานเอกชนหน้าเขื่อนขุนด่านปราการชล ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก บนพื้นที่จัดงานกว่า 100 ไร่ ติดถนนใหญ่ ในงานแบ่งเป็น 2 เวทีใหญ่ คือ

  • เวที 𝐌𝐎𝐎𝐍 𝐒𝐓𝐀𝐆𝐄 พบกับศิลปิน JoeyBoy , TimeThai, Three Man Down, Nap The Nap, Polycat , Anatomy Rabbit, ศิลปินเซอร์ไพรส์ระดับตำนาน
  • เวที 𝐒𝐓𝐀𝐑 𝐒𝐓𝐀𝐆𝐄 พบกับศิลปิน Only Monday, Purpeech, Fellow Fellow, Little John, คณะขวัญใจ, L.กฮ., Benze พริกไทย

สามารถซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ เริ่มต้นเพียง 999 บาทเท่านั้น ติดต่อได้ทาง

  • Line @moonburi / https://bit.ly/Moonburi
  • https://www.theconcert.com/p/4240

เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

“แสง สี ศิลป์ ศรีเทพ” เพชรบูรณ์จัดใหญ่ ผนึกพลังรัฐ-เอกชน ปลุกเมืองมรดกโลกสู่เวทีโลก

แสง สี ศิลป์ ศรีเทพ! เพชรบูรณ์จัดใหญ่ ผนึกพลังรัฐ-เอกชน ปลุกเมืองมรดกโลกสู่เวทีโลก

ที่บริเวณโบราณสถานเขาคลังนอก อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชร รณ์ จัดแถลงข่าวใหญ่เปิดตัวกิจกรรม “สืบสาน ศาสตร์ ศิลป์ เมืองโบราณศรีเทพ” ภายใต้โครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวประวัติศาสตร์–วัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมี นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.วิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์, นายวิทยา รัตนมณี นายอำเภอศรีเทพ, น.ส.ศรัณยา โพธิ์ขาว ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานพิษณุโลก และ นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกันแถลงแนวทางการขับเคลื่อน “เมืองโบราณศรีเทพ” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมีชีวิต เป็นต้นแบบเมืองมรดกโลกที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกโลกแห่งนี้

โดยการจัดงานครั้งนี้มุ่งบูรณาการพลังความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอด “เมืองโบราณศรีเทพ” ให้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้แนวคิด BCG Economy (Bio–Circular–Green) และหลัก SDGs เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง “การอนุรักษ์” และ “การใช้ประโยชน์เชิงสร้างสรรค์” ผลักดัน Soft Power ไทย ผ่านศิลปวัฒนธรรม สู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

กิจกรรมหลักจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 ตุลาคม 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ พิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์, ทำบุญตักบาตร, การแสดงแสง สี เสียง “เมืองโบราณศรีเทพ สู่มรดกโลกทางวัฒนธรรม”, นิทรรศการ “เมืองโบราณศรีเทพ มรดกโลกทางวัฒนธรรม”, ตลาดย้อนยุคทวารวดีศรีเทพ, การสาธิตศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน, การประกวดภาพถ่าย “บอกรักศรีเทพ” และประกวดคอนเทนต์ออนไลน์ “ศรีเทพเมืองมรดกโลก”

จังหวัดเพชรบูรณ์เชื่อว่า งาน “สืบสาน ศาสตร์ ศิลป์ เมืองโบราณศรีเทพ” จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับ “เมืองโบราณศรีเทพ” ให้เป็นต้นแบบเมืองมรดกโลกเชิงวัฒนธรรม ที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ ศิลปะ ชุมชน และการท่องเที่ยวได้อย่างกลมกลืน พร้อมสร้างรายได้ กระจายเศรษฐกิจสู่ท้องถิ่น และเสริมความภาคภูมิใจให้ประชาชนเพชรบูรณ์อย่างยั่งยืน


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีเสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม

วันนี้ (17 ตุลาคม 2568) เวลา 17.52 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมารโดยเสด็จในการนี้ด้วย


รองผอ.รมน.พิษณุโลก ฝ่ายทหาร เข้าร่วมประชุมเตรียมการรับผู้แทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานผ้าพระกฐินและพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปี 2568

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ฝ่ายทหาร เข้าร่วมประชุมเตรียมการรับผู้แทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานผ้าพระกฐินและพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น. พันเอก วิชา อมระดิษฐ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ฝ่ายทหาร เข้าร่วมการประชุมเตรียมการรับผู้แทนพระ องค์ โดยมีนายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พระสงฆ์ผู้แทนเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ห้อง 772 ชั้น 7 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกหลังใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน

ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาและเตรียมความพร้อมใน 2 หัวข้อสำคัญ ได้แก่

  1. การรับผู้แทนพระองค์ในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี พร้อมด้วยคณะองคมนตรี เชิญผ้าพระกฐินไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ในวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น.
  2. การรับผู้แทนพระองค์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏในเขตภาคเหนือตอนล่าง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ ห้องประชุมศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ในวันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2568

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเตรียมการในทุกด้าน ทั้งสถานที่ บุคลากร และการอำนวยความสะดวก เพื่อให้การรับผู้แทนพระองค์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ


นที มีเดช รายงาน

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.35 สนับสนุนจัดตั้งโรงครัวพระราชทานประกอบอาหารแจกจ่ายประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย จังหวัดอุตรดิตถ์

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 35 สนับสนุนจัดตั้งโรงครัวพระราชทานประกอบอาหารแจกจ่ายประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย พร้อมบูรณาการจัดกำลังพลวางกระสอบทรายถุงบิ๊กแบ็คขนาดใหญ่ปิดกั้นทางน้ำคอสะพานชำรุดที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทานโดยเสด็จพระราชกุศล เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ อำเภอน้ำปาด ตำบลน้ำไคร้ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ โดย ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 35 ได้สนับสนุนรถครัวสนาม (โรงครัวพระราชทาน) จัดตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2568 เรียบร้อยแล้ว โดยได้ดำเนินการประกอบอาหารปรุงสุกใหม่แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและเจ้าหน้าที่ เครือข่ายจิตอาสาที่ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์

ขณะที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 35 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนและจิตอาสาภัยพิบัติ จาก กองพันทหารม้าที่ 7 กรมทหารม้าที่ 2 ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ หมู่ที่ 8 และหมู่ที่ 2 บ้านนากล่ำ ตำบลน้ำไคร้ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยได้ดำเนินการร่วมกับ กองพลพัฒนาที่ 3 บรรจุดินลงในถุงขนาดใหญ่ (big bag) เพื่อนำไปใช้ปิดกั้นทางน้ำและถมกลบบริเวณคอสะพานที่ชำรุด

จากนั้น ชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนและจิตอาสาภัยพิบัติ จาก กองพันทหารม้าที่ 7 กรมทหารม้าที่ 2 ร่วมกับ กองพลพัฒนาที่ 3 นำรถบรรทุกน้ำของหน่วย ฉีดพ่นล้างทำความสะอาดถนน ภายในหมู่บ้าน ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร โดยใช้รถบรรทุกน้ำของหน่วย นำน้ำไปแจกจ่ายให้กับประชาชน จำนวน 1 ราย


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 แถลงยึดยาบ้า 4,000,000 เม็ด ในพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่

แม่ทัพภาคที่ 3 แถลงยึดยาบ้า 4,000,000 เม็ด ในพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 17 ตุลาคม 2568 พล.ท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือแถลงข่าวกรณีหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ โดย กองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมืองตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติดจากแนวชายแดน จำนวน 18 กระสอบ ซึ่งภายในบรรจุ ยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) รวม 4,000,000 เม็ด ในพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายศิวะ ธมิกานนท์ รอง ผวจ.ชม , นายธันวา ผุดผ่อง ผอ.ปปส.ภาค 5 ,พล.ต.ต. ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 ตลอดจน พล.ต.ต. ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.ชม. เข้าร่วม

แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ กล่าวว่า ตามนโยบายในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล โดย นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกได้มอบนโยบาย/สั่งการให้หน่วยป้องกันชายแดน สกัดกั้นยาเสพติดตลอดแนวชายแดนที่รับผิดชอบ ปฏิบัติตามมาตรการสกัดกั้น และปราบปราม ยาเสพติด ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องนั้น
ส่งผลให้เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 เวลา 19.00 นาฬิกา หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ โดย กองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพล จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้องกัน และสกัดกั้นการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ บ้านห้วยหก ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย หน่วยจึงแสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจ แต่เมื่อคนขับรถดังกล่าวพบเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้จอดรถและวิ่งหลบหนี โดยอาศัยห้วงทัศนวิสัยจำกัด และความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไป หน่วยจึงได้ทำการตรวจสอบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ยน 727 เชียงใหม่ คันดังกล่าว บริเวณท้ายกระบะตรวจพบกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง จำนวน 18 กระสอบ ซึ่งภายในบรรจุ ยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) รวม 4,000,000 เม็ด ส่วนมาก เป็นตรา Y -1 (สีเขียว) และ ตรา 999 (สีน้ำเงิน)

ทั้งนี้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 – ปัจจุบัน หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) มีผลการสกัดกั้นและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง โดยมีการปะทะกับกลุ่มขบวนการในพื้นที่ชายแดน จำนวน 4 เหตุการณ์ ตรวจยึดจับกุม 8เหตุการณ์ ส่วนใหญ่ อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดน่าน ตามลำดับ สามารถตรวจยึด จับกุม ยาบ้า ได้กว่า 14.8 ล้านเม็ดเศษ ไอซ์ 570 กิโลกรัม เฮโรอีน 1 กิโลกรัม สถานการณ์ยาเสพติดเดือนตุลาคม 2568 ยังคงรุนแรง โดยมีการจับกุมมากในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ขบวนการค้ายาเสพติดได้ปรับวิธีลำเลียงโดยใช้รถยนต์ขนจากแนวชายแดนมาพักในพื้นที่ชั้นใน เช่น อำเภอเมืองและเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย และอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนส่งต่อไปยังภาคเหนือ ตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ โดยใช้วิธีอำพรางซุกซ่อนในเครื่องอุปโภคบริโภค หรือลำเลียงยาเสพติดผ่านการขนส่งพัสดุภัณฑ์ และรถโดยสารประจำทาง คาดว่าสถานการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงฤดูท่องเที่ยว ซึ่งนบ.ยส.35 ดำเนินการตาม 5 มาตรการหลัก โดยมุ่งบริหารจัดการให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการ เสริมการข่าวเชิงรุกเพื่อนำไปสู่การจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด จัดกำลังลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน ดำเนินการปราบปรามและขยายผลถึงนายทุนผู้สั่งการ รวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนชายแดนร่วมต้านและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน ในช่วงฤดูหนาวที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นได้เตรียมแผนรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จัดกำลังลาดตระเวนแนวชายแดน เส้นทางหลักและเส้นทางท่องเที่ยว เสริมการข่าวทางอากาศและภาคพื้นดิน พร้อมประสานงานกับฝ่ายปกครองและตำรวจในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแจ้งเตือนสถานการณ์อย่างรวดเร็ว โดยเน้นการปฏิบัติด้วยความรอบคอบและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ


นที มีเดช รายงาน