เอสวีแอล กรุ๊ป สืบสานงานบุญ ถวาย “กฐินสามัคคี” 14 วัด ประจำปี 2568 อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ

ประจวบคีรีขันธ์ – เอสวีแอล กรุ๊ป สืบสานงานบุญ ถวาย “กฐินสามัคคี” 14 วัด ประจำปี 2568 อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ
   

เอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) โดยคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จาก 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอสวีแอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (SVL), บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด (LINE) และ บริษัท เอสวีแอล พร็อพเพอตี้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (SVLP) ร่วมถวายปัจจัยจำนวน 70,000 บาท เพื่อร่วมเทศกาล “ทอดกฐินสามัคคี” ประจำปี 2568 โดยร่วมถวายแก่ 14 วัด ในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ

โดยมีนายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด ในฐานะตัวแทนคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงาม ร่วมงานบุญต่อเนื่องทุกปีกับพี่น้องชาวบางสะพาน

SVL Group ให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรม และศาสนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการพัฒนาองค์กรควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

จังหวัดนครปฐม แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา ตามยุทธการ “ปิดเมือง สยบแว้นนครปฐม”

จังหวัดนครปฐม แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา ตามยุทธการ “ปิดเมือง สยบแว้นนคร ปฐม” หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีการรวมกลุ่มมั่วสุมแข่งขันรถในเส้นทางสาธารณะ บริเวณถนนศาลากลางตัดใหม่ ต.ถนนขาด อ.เมืองนครปฐม จำนวนหลายคัน พบเป็นเยาวชนโดยเรียกผู้ปกครองมาตักเตือน 24 คัน และยึดรถจักรยานยนต์เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม 14 คัน

วันที่ 20 ตุลาคม 2568 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม, พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม, พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรัง สรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม และนายสืบสกุล อุดมกิจ ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองนคร ปฐม ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา ตามยุทธการ “ปิดเมือง สยบแว้นนครปฐม” หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีการรวมกลุ่มมั่วสุมแข่งขันรถในเส้นทางสาธารณะ บริเวณถนนศาลากลางตัดใหม่ ต.ถนนขาด อ.เมืองนครปฐม จำนวนหลายคัน สามารถจับกุมผู้ต้องหา ตามยุทธ การ “ปิดเมือง สยบแว้นนครปฐม” จำนวน 7 ราย และพบเป็นเยาวชนโดยเรียกผู้ปกครองมาตักเตือน 24 คัน และยึดรถจักรยานยนต์เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม 14 คัน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากพลเมืองดี (ไม่ประสงค์ออกนาม) แจ้งเข้าศูนย์วิทยุ 191 นครปฐม เหตุมีการรวมกลุ่มมั่ว สุมแข่งขันรถในเส้นทาง ถนนสาธารณะเส้นทาง ถนนศาลากลางตัดใหม่ ต.ถนนขาด อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม จำนวนหลายคัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบวัยรุ่นกำลังรวมกลุ่มรถจักรยานยนต์ที่มีการดัดแปลงและปรับแต่งรถขับขี่รถจักรยานยนต์ ด้วยความเร็ว ประมาณ 30-40 คัน จากบริเวณแยกสัญญาณไฟจราจรหน้าศาลากลางไปจนถึงจุดกลับรถ ระยะทางประมาณ 2 ก.ม. แล้ววนกลับมาบริเวณแยกสัญญาณไฟถนนสาธารณะเส้นทาง ถนนศาลากลางตัดใหม่ ต.ถนนขาด อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางแผนปิดล้อม โดยแสดงตัวพร้อมเปิดสัญญาณไฟวับวาบ เมื่อกลุ่มรถจักรยานยนต์ดังกล่าวเห็นสัญญาณไฟวับวาบจากรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้เริ่มต้นขับขี่แยกย้ายกันหลบหนีไปคนละทิศละทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมซึ่งตั้งจุดสกัด บริเวณแยกโคกสวนหลวง ม.4 ต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม พอเห็นรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่หลบหนีมา เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้ชะลอความเร็วและหยุดรถ พร้อมทำการตรวจสอบและได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ทั้งหมดเป็นของกลาง

จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดต่างชักชวนกันออกมาเพื่อจะไปดูการรวมกลุ่มมั่วสุมแข่งรถในทางดังกล่าว เมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ขับขี่แยกย้ายหลบหนีกันไป จนกระทั่งถูกเรียกตรวจสอบและ ถูกจับกุมในเวลาต่อมา เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมสิทธิ์ตามกฎหมายให้ทราบ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันพยายามแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานจราจร”


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว

สภ.ห้วยยาง จัดกิจกรรม ทำบุญตักบาตร เนื่องในงานวันตำรวจ ประจำปี 2568

ประจวบคีรีขันธ์ – สภ.ห้วยยาง จัดกิจกรรม ทำบุญตักบาตร เนื่องในงานวันตำรวจ ประจำปี 2568

วันที่ 20 ต.ค. 2568 ที่สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป., พ.ต.ท. จตุพงษ์ แป้นเขียว รอง ผกก.สอบสวน, พ.ต.ท.ธัญญะ จิตรจารุวงศ์ รอง ผกก.สส. สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป., พ.ต.ต.พิเชษฐ์ วุฒาพานิชย์ สว.สส., พ.ต.ท.จักราวุธ กลางคาร, พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมี สว.อก.สภ.ห้วยยาง พร้อมด้วย นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง คณะกรรมการ กต.ตร. และข้าราชการตำรวจ สภ.ห้วยยาง พร้อมทั้งครอบครัว และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในงานวันตำรวจ ประจำปี 2568

โดยตั้งแต่เวลา 08.00 น. ข้าราชการตำรวจ สภ.ห้วยยาง ร่วมกันเข้าแถวเคารพธงชาติร่วมพิธีบูชาศาลพระภูมิ ศาลเจ้าที่ และอุทิศส่วนกุศลให้กับข้าราชการตำรวจ สภ.ห้วยยางที่เสียชีวิต จากนั้น ข้าราชการดำรวจ และครอบครัว พร้อมบุตร-ธิดา ได้ร่วม พิธีมอบทุนฯ การศึกษาจำนวน 29 ทุน รวมเป็นเงิน 41,500 บาท และร่วมทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นศิริมงคล และในช่วงบ่ายร่วมแข่งขันกีฬากระชับความสามัคคี

สืบเนื่องจาก วันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยาง ต้องเดินทางไปรับผลการประเมินโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ 2568 อันดับที่ 1 ของภาค 7 ( ดีเด่น) จาก พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 จึงได้มาดำเนินกิจกรรมในวันนี้


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดยุทธการปราบปรามต่อเนื่อง รวบ 2 ผู้ต้องหา พร้อมซาก “เม่นใหญ่” อาวุธปืน และพื้นที่บุกรุกปลูกพืชอาสิน

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเปิดยุทธการปราบปรามต่อเนื่อง! รวบ 2 ผู้ต้องหา พร้อมซาก “เม่นใหญ่” อาวุธปืน และพื้นที่บุกรุกปลูกพืชอาสิน

ตามนโยบายนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้สั่งการเน้นย้ำไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน เพื่อป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ป่าและตัดไม้ทำลายป่าอย่างเด็ดขาดนั้น

​นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า​ จากการเปิด “ยุทธ การปราบปรามผู้ล่าสัตว์ป่า” อย่างต่อเนื่องล่าสุดเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนแม่เสลียง ซึ่งปฏิบัติการลาดตระเวนในห้วงเวลา 12 – 19 ตุลาคม 2568 ในป่าลึกบริเวณ ผาใหญ่ – หุบเต่าดำ ได้ตรวจพบกลุ่มควันไฟลอยขึ้น จึงได้แกะรอยเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว​ เจ้าหน้าที่พบปางพักชั่วคราว มีบุคคล 2 คน เป็นหญิงและชาย โดยขณะนั้นพบว่าผู้หญิงกำลังชำแหละเนื้อสัตว์ป่า ซึ่งระบุว่าเป็น เม่นใหญ่ ส่วนผู้ชายนั่งสานไม้ไผ่อยู่ในปางพัก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น

​จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบซากเม่นใหญ่ถูกชำแหละเป็นชิ้นส่วนกองอยู่บนพื้นข้างกองไฟ และเมื่อตรวจค้นบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด ภายในปางพักซึ่งมุงด้วยใบตะคร้อ พบ ปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ดินปืน 1/2 ขวด ลูกตะกั่ว 46 เม็ด อุปกรณ์ดำรงชีพ และถังน้ำ 2 ใบ นอกจากนี้ยังพบ พื้นที่บุกรุกปลูกพืชผลอาสิน อยู่ติดกับปางพักด้วย

​เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนบุคคลทั้งสอง ทราบชื่อคือ นายเชออิ และ นางต่อ ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน โดยทั้งสองยอมรับว่าของกลางทั้งหมด ทั้งอุปกรณ์การกระทำผิดและซากสัตว์ป่าที่พบเจอเป็นของตนจริง​ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ทำบันทึกตรวจยึด/จับกุม และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

วัดสามง่าม จัดทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 โดยมีชาวอินโดนีเซีย เดินทางมาเป็นประธานองค์กฐิน

วัดสามง่าม จัดทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 โดยมีชาวอินโดนีเซีย เดินทางมาเป็นประธานองค์กฐิน

ณ วัดสามงาม (อรัญญิการาม) ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม จัดทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 สมทบทุนสนับสนุน การดำเนินงานด้านสาธารณูปการ งานการศึกษา งานเผยแผ่ งานสาธารณเคราะห์ของวัด โดย พระอธิการอนุชิต อนุชิโต เจ้าอาวาสวัดสามง่าม (อรัญญิการาม) ประธานฝ่ายสงฆ์, นายนภเดช เกลียวศิริกุล นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานฝ่ายฆารวาส ซึ่งในการทอดกฐินครั้งนี้ มี นายอัลเบิรด์ เค บูดีมาน เป็นประธานองค์กฐิน, นายสมรัก มีใจดี ประธานดำเนินการ พร้อมด้วย นายจิราวัฒน์ ปิงสุขสมบูรณ์ ประธานสภาเศบาลสามง่าม และ คณะกรรมการวัดสามง่ามและชาวบ้านใกล้เคียงร่วมกันจัดงานทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้ โดยมีสาธุชนร่วมบุญเป็นจำนวนมาก

พิธีการเริ่มด้วย นายอัลเบิรต์ เค บูดีมาน ประธานองค์กฐิน พร้อมด้วย นายนภเดช เกลียวศิริกุล นายอำเภอดอนตูมประธานฝ่ายฆารวาส และนายก สมรัก มีใจดี ประธานฝ่ายดำเนินการ จุดธูป เทียน บูชาพระรัตนตรัย ต่อด้วย บูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล พระสงฆ์จำนวน 4 รูป กล่าวอัปโลกนกรรม ต่อด้วย น้อมถวายผ้ากฐินแด่พระภิกษุผู้จำพรรษาถ้วนไตรมาส ต่อด้วยถวายจตุปัจจัย เครื่องไทยธรรม ต่อด้วย พระอธิการอนุชิต อนุชิโต เจ้าอาวาสวัดสามง่าม กล่าวสัมโมทนียกถา ต่อด้วยกรวดน้ำรับพร

หลังจากนั้น เจ้าอาวาสวัดสามง่าม ได้มอบของที่ระลึกให้กับประฐานองค์กฐิน และผู้ร่วมงานทุกท่านเป็นอันเสร็จสิ้นพิธี


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมและช่วยเหลือ ในช่วงเปิดฤดูท่องเที่ยว เน้นย้ำ สะดวก ปลอดภัย และความเป็นธรรม นทท.

ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมและช่วยเหลือ ในช่วงเปิดฤดูท่องเที่ยว เน้นย้ำ สะดวก ปลอดภัย และความเป็นธรรม นทท.

วันที่ 18 ต.ค. ที่บริเวณลานจุดชมวิวชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เป็นประธานปล่อยแถว เจ้าหหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว กองกำกับการ1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว3, ตำรวจ สภ.ชะอำ, เจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองชะอำ, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอชะอำ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเพชรบุรี, ตำรวจกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3, เจ้าหน้าที่กู้ภัย อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว ในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย และช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในช่วงเปิดฤดูท่องเที่ยว โดยมี พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง สว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3, นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ, ดร.ปณิดาภา สวนแก้ว ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี, นายธเนศ นาเมือง ปลัดอำเภอชะอำ, พ.ต.อ.อภิรัก เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำชะอำ, ผอ.ททท.เพชรบุรี และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า วันนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว ใน3มาตรการสำคัญ คือ ความสะดวก ปลอดภัย และความเป็นธรรม ตำรวจท่องเที่ยวมีมีศูนย์ 1155 และแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police Application (TPB App) ที่มีผู้ใช้งานกว่า 2 แสนคน ความปลอดภัยยังได้มีความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมบังคับใช้กฎหมายในคดีสำคัญที่กระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นความผิดที่ต้องมุ่งแน่นกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ความเป็นธรรมกรรีที่นักท่องเที่ยวประสบเหตุต่างๆ ต้องได้รับความเป้นธรรมข้อมูลดังกล่าวต้องรายงานถึงสถานทูตและกระทรวง สำหลังการเตรียมการในช่วงHigh Season ได้มีการอบรมอาสาสมัครทุกจังหวัดทั่วประเทศจำนวน 8,500 คน

นอกจากนี้ยังได้นำนวัตกรรมกล่องเอไอเข้ามาใช้ในแหล่งท่องเที่ยวเพื่อตรวจเช็คบุคลตามหมายจับตามแหล่งท่องเที่ยวต่างของไทย ที่ผ่านมาสามรารถจับกุมได้แล้ว 530 ราย เพื่อเป็นการสร้างพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวให้ปลอดภัย และภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้จะมีรถโมบายอีกจำนวน 10 คัน จะมาอยุ่ในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่เพื่อไว้ค่อยช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทุกกรณี ปัจจุบันสถิตินักท่องเที่ยวถือว่าดีขึ้น นโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเราแน่เรื่องของความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและแน่เรื่องการเป็นเจ้าบ้านที่ดี

ฝากถึงพี่น้องประชาชนควรเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพและเป็นเจ้าบ้านที่แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในบ้านของเรา ทุกจังหวัดมีการเตรียมความพร้อมเปิดศูนย์ปฏิบัติความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวมีการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานในพื้นที่ มีการลงพื้นที่ตรวจแหล่งท่องเที่ยว เตรียมความพร้อมในกรณีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น สายด่วน 01155 ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง บริการ 8 ภาษา ครอบคลุมทั่วประเทศ หากนักท่องเที่ยวไม่ได้รับความเป็นสามารถมาแจ้งได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 32 สถานีหรือสายด่วน 01155 เจ้าหน้าที่จะดูแลให้ความเป็นธรรมแก่นักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดน่าน พาคณะเจ้าหน้าที่ ร่วมเทศกาลกินเจอาหารศักดิ์สิทธิ์ ศาลปึงเถ่ากงน่านวันแรก

น่าน – ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดน่าน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ ร่วมเทศกาลกินเจวันแรกศักดิ์สิทธิ์ได้ อิ่มท้อง อิ่มใจ ได้บุญ วันแรกบรรยากาศคึกคัก ณ ศาลปึงเถ่ากงน่านอายุ 122 ปี

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ณ ศาลเจ้าปึงเท่ากงน่าน ถนนสุมนเทวราช อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายธนากร รัชตานนท์ ประธานศาลเจ้าปึงเถ่ากง พร้อมด้วยคณะกรรมการศาลเจ้าปึงเถ่าน่าน อายุ 122 ปี จัดเทศกาลกินเจอาหารศักดิ์สิทธิ์ บูชา 6 เทพเจ้า สวดเต็กก่าซิมเตี้ยงขอพรองค์จี้กง ให้ประชาชนผู้ที่มาร่วมกินเจได้อิ่มท้อง อิ่มใจ ได้บุญด้วย

อาหารเจผักผลไม้มงคล ได้แก่ ผักกวางตุ้ง (ความเจริญรุ่งเรือง), เห็ดหอม (ความสมหวัง), และมี่ซั่ว (อายุยืนยาว) ส่วนผลไม้มงคล ได้แก่ พุทราจีน (ร่ำรวย), แอปเปิ้ล (ความสงบสุข), ส้ม (โชคลาภ) และอาหารเจผักผลไม้มงคล ได้แก่ ผักกวางตุ้ง (ความเจริญรุ่งเรือง), เห็ดหอม (ความสมหวัง), และมี่สั้ว (อายุยืนยาว)

ส่วนผลไม้มงคล ได้แก่ พุทราจีน (ร่ำรวย), แอปเปิ้ล (ความสงบสุข), ส้ม (โชคลาภ) สับปะรด การนำสับปะรดมาใช้ในพิธีไหว้หรือเป็นส่วนประกอบในอาหาร เชื่อมโยงกับการอวยพรให้มีความเจริญรุ่งเรือง รูปลักษณ์ของสับปะรดที่ดูคล้ายดวงตาหลายดวง เชื่อกันว่าช่วยเสริมให้เกิดความรอบคอบ รอบรู้ และมองกาลไกล แก้วมังกร ชื่อว่านำความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ และความมั่งคั่งมาให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แก้วมังกรเนื้อสีแดง จะช่วยเสริมความเป็นมงคลได้เป็นสองเท่า นอกจากความหมายมงคลแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร (ความสมบูรณ์) นอกจากความหมายมงคลแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร เพื่อความเป็นสิริมงคลให้ชาวนันทบุรีนครน่านและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมกินเจ

วันแรกบรรยากาศคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเวลา 09.30 น.ทำพิธีไหว้ สืบสานวัฒนธรรม ขนบธรรม เนียมประเพณีเทศกาลกินเจของท้องถิ่นชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวนันทบุรีนครน่าน ให้ยั่งยืน เทศกาลกินเจอาหารศักดิ์สิทธิ์ ในปีนี้ ตรงกับวันที่ 20 – 29 ตุลาคม 2568 นับเป็นอีกหนึ่งเทศกาลงานบุญใหญ่ของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดน่านและชาวนันทบุรีนครน่าน มื้อกลางวัน โดยนางสาวภาธิณี บูรณะกิจไพบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดน่าน พร้อม คณะเจ้าหน้าที่ ประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมเทศกาลกินเจอาหารศักดิ์สิทธิ์ศาลเจ้าปึงเท่ากงน่าน เพื่อละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตและหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ ซึ่งที่โรงเจ ศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน ได้จัดปรุงอาหารคาวหวานและผลไม้มาให้บริการ อีกทั้งเป็นการรักษาศีลเจริญจิตภาวนา สร้างสมดุลให้ชีวิต ทำความดีละเว้นความชั่ว เสริมสิริมงคลให้ชีวิต การกินเจ ถือว่าเป็นการรักษาสุขภาพที่ดี เพราะอาหารเจช่วยปรับสภาพร่างกายให้สมดุล รวมถึงช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปกติคนเรามักทานเนื้อสัตว์มากกว่าการทานผักและผลไม้ การงดเว้นทานเนื้อสัตว์ จึงเป็นการปรับสมดุลมากยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ช่วงเทศกาลกินเจ ยังถือเป็นการทำบุญ เพื่อชำระล้างใจให้ใสสะอาด ไม่เบียดเบียนสัตว์โลกทำให้จิตใจผ่องใส จิตใจเบิกบานเป็นสุขยิ่งขึ้นอีกด้วย

พิธีไห้วพร้อมทั้งถวายน้ำชา หมี่ซั่ว ข้าวสวย ขนมถ้วยพู ซาลาเปา ขนมหวาน ผลไม้มงคล ฝักศดที่จะนำไปประกอบอาหาร เริ่มจากจุดที่ 1 ขอพรองค์ฟ้า-ดิน จุดที่2,3,4 ภายในศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน ประดิษฐานเทพเจ้าประจำศาลประกอบด้วย เทพเจ้าประธานคือ “องค์ปึงเถ่ากง” อยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นเทพเจ้าองค์สำคัญ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าที่คอยรักษาคุ้มครองให้ปลอด ภัยด้านทิศเหนือเป็น “องค์กวนกง – เจ้าพ่อกวนอู” เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ และด้านทิศใต้เป็น องค์ตี่จู๊เอี้ย” หรือเทพเจ้าที่ จุดที่ 5, 6 ที่ศาลด้านทิศใต้ ศาลคุณธรมมสถาน “เต็กก่า” จีน้ำเกาะ เป็นที่ประดิษฐาน องค์เทพเจ้าจี้กง และ องค์เซียนซือทั้ง 5 องค์ คณะกรรมการสวดมนต์ด้วยบทสวดเต็กก่าซิมเตี้ยงขอพรองค์จี้กง และองค์เซียนซือทั้ง 5 องค์ ให้อาหารเจเป็นอาหารมงคลเมื่อทุกคนได้กกินอาเจศักดิ์สิทธิ์แล้วได้ อิ่มท้อง อิ่มใจ ได้บุญ อายุยืนยาว เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครัว

โรงศาลเจ้าปึงเท่ากงน่านได้ ปรุงอาหารสุกรสอร่อยๆ ไว้ต้อนรับผู้กินเจทั้ง 3 มื้อ ตลอด 10 วัน ตั้งวันที่ 20 – 29 ตุลาคม 68 เมื่อวานนี้ วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม เป็นวันล้างท้อง วันนี้วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2568 เป็นวันแรก เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่สำคัญของคนไทยเชื้อสายจีนและชาวนันทบุรีนครน่าน และผู้ที่สนใจที่จะงดบริโภคเนื้อสัตว์และถือศีล เพื่อสร้างบุญจากการไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ ปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลบริสุทธิ์ ทั้งกายและใจ รวมทั้งไห้สุขภาพได้พักจากการกินอาหารเนื้อสัตว์ ได้สุขภาพที่ดีกลับมา เทศกาลกินเจ ส่วนจะถือศีลหรือไม่ ก็ไม่มีข้อบังคับ อยู่ที่แต่ละคนจะเลือกปฏิบัติ ในยุคปัจจุบัน ผู้กินเจส่วนใหญ่จะกินแต่อาหารเจ จะไม่ถือศีล

สำหรับเวลารับประทานอาหารมื้อเช้า เวลา 07.30 น. – 09.00 น., มื้อเที่ยง 11.30 น. – 13.30 น., มื้อเย็น 16.30 น.- 18.00 น.ผู้ที่จะนำกลับไปรับประทานที่บ้าน ต้องนำภาชนะมาใส่อาหารกลับบ้านเอง วันนี้ 21/10/68 มื้อเช้าข้าวต้มเครื่อง ถั่ว ใน เห็ดหอม เต้าหู้, กลางวัน แกงเขียวหวาน ขนมจีน ผัดหมี่ซั่ว ของหวาน สาคูข้าวโพด, เย็นผัดกะเพา ผัดถั่วฝักยาว น้ำพริกกะปี


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

มทบ.37 จัดกิจกรรม “เคาะประตู สู่ความห่วงใย เตือนภัยโรคไข้เลือดออก” ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน จัดกิจกรรม “เคาะประตู สู่ความห่วงใย เตือนภัยโรคไข้เลือดออก “ ด้วยการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนและกลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยไซ พร้อมกำลังพล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดกิจกรรม “เคาะประตู สู่ความห่วงใย เตือนภัยโรคไข้เลือดออก “ ด้วยการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนและกลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่ บ้านห้วยหญ้าไซ หมู่ 11 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ และเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารกับประชาชน เนื่อง จากห้วงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ ทำให้มีน้ำท่วมขัง เป็นบ่อเกิดของลูกน้ำยุงลาย อีกทั้งในพื้นที่มีการเกิดไข้เลือด จึงมีความห่วงใยต่อสุขภาพของประชาชน จึงได้ให้แนะนำและวิธีการกำจัดลูกน้ำยุงลายเช่น ปิดปากภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิดด้วยฝา ตาข่าย หรือผ้า เพื่อป้องกันยุงลายลงไปวางไข่ ไม่ว่าจะเป็นโอ่งหรือถังสำหรับเก็บน้ำกินน้ำใช้ และภาชนะอื่น ๆ หากเป็นภาชนะเก็บน้ำที่จำเป็นต้องเปิดโล่ง เช่น แจกันดอกไม้ น้ำในเล้าไก่ กระถางพลูด่าง ไม่สามารถปิดให้มิดชิดได้ แนะนำให้เปลี่ยนน้ำในภาชนะทุกๆ 7 วัน แทนกำจัดเศษวัสดุที่มีโอกาสเป็นแหล่งเก็บน้ำในบริเวณบ้านออกให้หมด ทั้งยางรถยนต์เก่า ขวด กระป๋อง เป็นต้น ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ #เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

กองทัพภาคที่ 3 ร่วมจัดกิจกรรมเนื่องใน “วันปิยมหาราช”

กองทัพภาคที่ 3 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 จัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องใน “วันปิยมหาราช” และกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธี น้อมรำลึกในพระมหา กรุณาธิคุณ เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2568 และกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณ ประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ซึ่งมีหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ได้จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทานเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานกองพลพัฒนาที่ 3, กอง พันทหารม้าที่ 9 กองพลทหารราบที่ 4, กองพันเสนารักษ์ที่ 4, กองพันทหารสื่อสารที่ 4, กองพลทหารราบที่ 4, กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 4, โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช, ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3, จิตอาสาพระราชทาน และจิตอาสา 904 ภาค 3 เป็นต้น เข้าร่วมกิจกรรมฯ

โอกาสนี้ พลตรี สมินท์ บุญลิขิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้จัดเจ้าหน้าที่พยาบาล พร้อมด้วย จิตอาสา 904 ร่วมอำนวยความสะดวกดูแลผู้เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อส่งเสริมให้กำลังพล และประชาชนจิตอาสา ได้ร่วมกันทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม อันสอดคล้องกับแนวทาง “รวมใจภักดิ์ รักพ่อ ทำความดี เพื่อแผ่นดิน” โดยมีกำลังพลจากหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ตลอดจนประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมและร่วมกันทำความสะอาดบริเวณโดยรอบวัดพระศรี รัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ วัดหลวงพ่อพระพุทธชินราช ซึ่งเป็นวัดสำคัญทางพระพุทธศาสนาและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของจังหวัดพิษณุโลก

ซึ่งกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในครั้งนี้ ประกอบด้วย การกวาดพื้นผิวการจราจร เก็บขยะและเศษวัสดุต่าง ๆ และฉีดล้างคราบสิ่งสกปรก เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสะอาด สวยงาม และเป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนเพื่อส่งเสริมให้พื้นที่ศาสนสถานเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองสองแคว


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดน เมียนมา – ไทย สั่งเข้มมาตรการดูแลความปลอดภัยชายแดน และให้กำลังใจราษฎร จังหวัดตาก

แม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดน เมียนมา – ไทย สั่งเข้มมาตรการดูแลความปลอดภัยชายแดน และให้กำลังใจราษฎร จังหวัดตาก

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่บ้านห้วยมหาวงก์ หมู่ที่ 9 ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์การสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังกลุ่มต่อต้าน ที่เกิดขึ้นบริเวณบ้านมินลาปั่น อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา

จากเหตุปะทะดังกล่าว มีกระสุนปืนเล็กยาวและกระสุนปืนกลขนาด 12.7 มิลลิเมตร ข้ามพรมแดนเข้ามาตกในฝั่งประเทศไทย ทำให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่เสียหายรวม 9 หลังคาเรือน ได้แก่ หมู่ที่ 9 จำนวน 6 หลัง หมู่ที่ 2 จำนวน 2 หลัง และหมู่ที่ 4 จำนวน 1 หลังคาเรือน โดยในช่วงเกิดเหตุ ราษฎรบางส่วนได้อพยพออกจากหมู่บ้านเพื่อความปลอดภัย

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเสียหายของบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้าง พร้อมพูดคุยให้กำลังใจกับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น พร้อมรับฟังปัญหาความต้องการจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้ หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ชายแดน ดำเนินการตรึงกำลัง เฝ้าระวัง และลาดตระเวนอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยของกองกำลังติดอาวุธจากต่างประเทศ และป้องกันมิให้สถานการณ์ลุกลามเข้าสู่พื้นที่ฝั่งไทย โดยได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ


นที มีเดช รายงาน