แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลในพื้นที่ชายแดน จังหวัดอุบลราชธานี

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลในพื้นที่ชายแดน จังหวัดอุบล ราชธานี

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 เดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดน รับทราบสภาพการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่ รวมถึงติดตามความเป็นอยู่ของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันประเทศตามแนวชายแดน ไทย–กัมพูชา เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ความเข้มแข็ง และความอดทนภายใต้สภาพภูมิประเทศที่ทุรกันดาร และสภาพอากาศที่มีฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้การลำเลียงเสบียงและยุทโธปกรณ์บางส่วนเป็นไปด้วยความยากลำบาก

แม่ทัพภาคที่ 3 ได้มอบแนวทางการปฏิบัติให้กับกำลังพลในพื้นที่ ให้บริหารจัดการระบบส่งกำลังบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เสบียงและสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีพของกำลังพลมีความเพียงพอและเข้าถึงทุกพื้นที่โดยไม่ขาดแคลน พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับดูแลความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กำลังพลมีสภาพร่างกายและจิตใจที่พร้อมต่อการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มขีดความสามารถ

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ยังได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของกองทัพภาคที่ 3 ในการพิทักษ์รักษาอธิปไตย ความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดยย้ำให้ทุกนายยึดมั่นในหน้าที่ ความสามัคคี และความเสียสละ เพื่อให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี


นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก บูรณาการทุกภาคส่วน รับมือชาวต่างชาติกว่า 600 คน หนีข้ามแดนเข้า อ.แม่สอด จ.ตาก

กองทัพบกบูรณาการทุกภาคส่วน รับมือชาวต่างชาติกว่า 600 คน หนีข้ามแดนเข้าอำเภอแม่สอด จ.ตาก หลังทางการเมียนมาเข้าตรวจสอบโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจีน KK-Park อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง

วันนี้ (23 ตุลาคม 2568) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 โดยกองกำลังนเรศวร ได้รายงานสถานการณ์ชายแดนไทย–เมียนมา พื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ภายหลังทราบข่าวว่า ทหารเมียนมาควบคุมพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจีน KK-Park บ้านเองจีเมี่ยง อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา และเตรียมส่งเจ้าหน้าที่เมียนมาเข้าตรวจสอบภายในพื้นที่โครงการฯ ส่งผลให้กลุ่มทุนและพนักงานใน KK-Park รวมถึงชาวต่างชาติภายในโครงการฯ เกิดความหวาดกลัว และได้ลักลอบหลบหนีข้ามมายังฝั่งไทยจำนวนมาก

ต่อสถานการณ์ดังกล่าว หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ได้จัดกำลังร่วมกับ ร้อย ตชด.346, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด, เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก, ฝ่ายปก ครองอำเภอแม่สอด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการควบคุมตัวกลุ่มบุคคลต่างชาติที่ลักลอบข้ามแดนบริเวณช่องทาง/ท่าข้ามบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง หมู่ 9 ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จากนั้นได้ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยนำตัวเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง NRM (National Referral Mechanism) ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก และ ร้อย.ตชด.346

โดยปัจจุบัน ณ เวลา 07.00 น. ของวันนี้ (23 ตุลาคม 2568) พบว่ามีบุคคลต่างชาติที่ข้ามมายังฝั่งไทยบริเวณช่องทางบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง จำนวน 677 คน แยกเป็น ชาย 618 คน และหญิง 59 คน

ทั้งนี้ หน่วยความมั่นคงในพื้นที่ได้มีการเตรียมพื้นที่ควบคุมตัวสำรองเพิ่มเติม โดยจะใช้พื้นที่ของกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่สอด และวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในกรณีที่พื้นที่เดิมไม่สามารถรองรับผู้หลบหนีเข้าเมืองได้อย่างเพียงพอ

กองทัพบกยืนยันว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายและหลักมนุษยธรรม พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย–เมียนมาอย่างใกล้ชิด


นที มีเดช รายงาน

มทบ.32 ต้อนรับ คณะผู้จัดการและผู้เข้าประกวด 𝗠𝗶𝘀𝘀 𝗪𝗲𝗹𝗹𝗻𝗲𝘀𝘀 𝗪𝗼𝗿𝗹𝗱 𝟮𝟬𝟮𝟱

มณฑลทหารบกที่ 32 ต้อนรับ คณะผู้จัดการประกวด 𝗠𝗶𝘀𝘀 𝗪𝗲𝗹𝗹𝗻𝗲𝘀𝘀 𝗪𝗼𝗿𝗹𝗱 𝟮𝟬𝟮𝟱 และผู้เข้าประกวด 𝗠𝗶𝘀𝘀 𝗪𝗲𝗹𝗹𝗻𝗲𝘀𝘀 𝗪𝗼𝗿𝗹𝗱 𝟮𝟬𝟮𝟱 เยี่ยมชม ” บ้านป่องนัก ” พลับพลาที่ประทับแรมโรงทหารนครลำปาง ค่ายสุรศักดิ์มนตรี

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น. พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 มอบหมายให้ พันเอก สุกิจ ภิญโญ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32(1), พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 (2), พันเอก ทินกร วงค์ศรี หัวหน้ากองกำลังพลมณฑลทหารบกที่ 32 รักษาราชการแทน หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมด้วย คุณอัญชสา ภิญโญ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 32 และสมาชิกฯ ให้การต้อนรับ คณะผู้จัดการประกวด MISS WELLNESS WORLD 2025 และผู้เข้าประกวด MISS WELLNESS WORLD 2025 จำนวน 25 ชาติ ณ บ้านป่องนัก (พลับพลาที่ประทับแรมโรงทหารนครลำปาง) ค่ายสุรศักดิ์มนตรี อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ในโอกาสทำกิจกรรมก่อนการประกวด

ทั้งนี้หน่วยได้จัดมัคคุเทศก์ นำชมบ้านป่องนัก เพื่อให้ผู้จัดการประกวดฯและผู้เข้ารับการประกวด MISS WELLNESS WORLD 2025 ได้รับทราบถึงประวัติศาสตร์ ที่สำคัญของหน่วย ซึ่ง คณะผู้จัดการประกวด MISS WELLNESS WORLD 2025 และผู้เข้าประกวด MISS WELLNESS WORLD 2025 มีความประทับใจในการเยี่ยมชมบ้านป่องนักเป็นอย่างยิ่ง

มทบ.32 บ้านป่องนัก #ท่องเที่ยวทหาร #บ้านป่องนักลำปาง #แอ่วลำปาง


นที มีเดช รายงาน

ปล่อยขบวนยานพาหนะและเครื่องจักรกล เพื่อออกปฏิบัติงานตามแผนงาน ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

ปล่อยขบวนยานพาหนะและเครื่องจักรกล เพื่อออกปฏิบัติงานตามแผนงาน ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่


เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 68 บก.ทท. (นทพ.) โดย พ.อ. ราชพล ทองอารีย์ ผบ.นพค.36 สนภ.3 นทพ.ผบ.นพค.36 สนภ.3 นทพ. เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนยานพาหนะและเครื่องจักรกล เพื่อออกปฏิบัติงานตามแผนงานโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ตำบลเป้าหมายของจังหวัดแม่ฮ่องสอนพร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทแนวทางการปฏิบัติงาน โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจตามบทบาทหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย และยึดมั่นในจรรยาบรรณของผู้ปฏิบัติงานด้านพัฒนา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ

สำหรับพื้นที่เป้าหมายภารกิจในปี 2569 จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน โดยทำการสร้างถนน จัดหาน้ำกินน้ำใช้ และการพัฒนาช่วยเหลือตามแผนงานความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันทหารพัฒนา หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย จ.แม่ฮ่องสอน ได้เข้าไปช่วยเหลือพัฒนาพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่อง สอน เช่นทำถนนเชื่อมต่อพื้นที่ห่างไกล ทำให้การเดินทางและขนส่งสะดวกยิ่งขึ้น สร้างระบบประปา สร้างถังเก็บน้ำ ฝึกอบรมอาชีพเพื่อยกระดับชีวิตและเพิ่มรายได้ และงานพัฒนาช่วยเหลือด้านอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ประชาชนในพื้นที่กันดารจังหวัดแม่ฮ่อสอนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น



ภานุเดช ไชยสกูล/ จ.แม่ฮ่องสอน

น่าน จัดพิธีวันปิยมหาราช ยิ่งใหญ่ ครั้งแรกประวัติศาสตร์เมืองน่าน พิธีวางพวงมาลาและพิธีสวนสนามทหาร ตำรวจ นศท. อส. 300 นาย

จังหวัดน่านจัดพิธี “วันปิยมหาราช” อย่างยิ่งใหญ่ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมืองน่าน พิธีวางพวงมาลาถวายราชสดุดีเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 5 วันปิยมหาราช 2568 และพิธีสวนสนาม ของทหาร ตำรวจ นักศึกษาวิชาทหาร อาสาสมัครรักษาดินแดน 300 นาย

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ณ ลานหน้าอาคาร ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร (หอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน) แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดน่าน จังหวัดน่านจัดพิธีวางพวงมา ลา และพิธีสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่เนื่องในวันปิยมหาราช โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38., พลตำรวจตรี ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน, นายยศวริศ ศรีไพบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล, นางสาวภาธิณี บูรณะกิจไพบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดน่าน, นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ, ศาล, ทหาร, ตำรวจ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธี เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงวางรากฐานความมั่นคงของชาติไทย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจสำคัญนานัปการ เพื่อความผาสุกของราษฎรและความมั่นคงของประเทศ ทั้งการเลิกทาส การปรับปรุงการปกครอง การบริหารราชการแผ่นดิน การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเจริญรุ่งเรือง มั่นคง และเป็นที่ยอมรับในเวทีนานาชาติ

ในโอกาสนี้ ผู้เข้าร่วมพิธีต่างร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมตั้งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อสืบสานปณิธานแห่ง “พระปิยมหาราช” อันเป็นแบบอย่างของกษัตริย์นักปกครองผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตาธรรม เพื่อความเจริญมั่นคงของชาติสืบไป

สำหรับพิธีที่ยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมืองน่านที่ได้จัด พิธีวางพวงมาลาและพิธีสวนสนาม ของทหาร ตำรวจ นศท. อส. 300 นาย เริ่มต้นด้วยการถวายพวงมาลาแด่พระบรมราชานุสาวรีย์ ก่อนเข้าสู่ช่วงสวนสนามโดยกองผสม จากหมวดดุริยางค์ กำลังพล มณฑลทหารบกที่ 38 ตำรวจภูธรจังหวัดน่านวิ่งสวนสนาม นักศึกษาวิชาทหารโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน และ สมาชิกอาสารักษาดินแดน หรือ อส กว่า 300 นาย ซึ่งร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ผ่านภาพแห่งเกียรติยศที่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของเมืองน่าน

พิธีสำคัญครั้งนี้ยังถือเป็นการเปิดตัว “ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร” (หอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน) แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดน่าน ที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกแขนง ทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาระบบคิดของเยาวชนและผู้เยี่ยมชมให้ก้าวทันโลกอย่างสร้างสรรค์ อาคารศูนย์การเรียนรู้ฯ ได้รับการออกแบบอย่างประณีต โดยผสมผสานความงดงามของ ศิลปะล้านนา และ ศิลปะบาโรก เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองน่านควบคู่ไปกับความสง่างามในระดับสากล

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบเพื่อความเท่าเทียม โดยเปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ บุคคลทั่วไป หรือผู้พิการ พร้อมตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมด้วยแนวคิด “อาคารเขียว” ที่เน้นการอนุรักษ์พลังงานและลดผลกระทบต่อธรรมชาติประชาชนสามารถเข้าชมศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคารได้ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. หยุดทุกวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุบุตร NATION TV-NAN

ผู้การเมืองคอนคนใหม่ พร้อมด้วยผู้ว่าฯ แถลงผลกวาดล้าง 1-23 ต.ค.

ผู้การเมืองคอนคนใหม่ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช แถลงผลกวาดล้าง 1-23 ต.ค.

วันที่ 24 ต.ค. 68 เวลา 14.00 น. นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช เป็นประธานแถลงข่าว ร่วมกับ ปปส.ภ.8 และ กอ.รมน.จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ อาคารตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ นุ่นเกลี้ยง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พร้อมผู้บังคับบัญชาและหน.สภ. ร่วมแถลงข่าวผลการกวาดล้างอาชญากรรมช่วง 1-23 ต.ค. 68

ผลการจับกุมยาเสพติด: ผู้ต้องหา 701 ราย 706 คน ยาบ้า 279,275 เม็ด ไอซ์ 2.43 กก. เคตามีน 5 กรัม ทรัพย์สินเกี่ยวข้องยาเสพติดมูลค่า 23,015,193 บาท

จับกุมตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน: จำนวน 127 คดี ผู้ต้องหา 130 คน อาวุธปืน 99 กระบอก (มีทะเบียน 28, ไม่มีทะเบียน 71) เครื่องกระสุน 626 นัด วัตถุระเบิด 2 คดี (ดินปืน 25.9 กรัม, ระเบิดK75!!1ลูก


ธีรศักดิื อักษรกูล รายงาน

ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วย ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 ลงพื้นที่ซีลเข้มชายแดน ป้องกันสิ่งผิดกฏหมาย ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ กำลังป้องกันขายแดน ในพื้นที่ จ.มุกดาหาร

ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วย ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 ลงพื้นที่ซีลเข้มชายแดนป้องกันสิ่งผิดกฏหมาย ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ กำลังป้องกันขายแดน ในพื้นที่ จ.มุกดาหาร

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 1430 ที่กองบังคับการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บ้านบุ่งอุทัย ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร, ร้อยโทวันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 พร้อมกำลังพลให้การต้อนรับ, พลตรีมงคล หอทอง ผู้บัญชา การกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี) และพันเอกสุภัทร ชูตินันทน์ ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 (ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (ผบ.บก.ควบคุมที่ 1) เนื่องในโอกาสลงพื้นที่ ซีลเข้มชายแดนป้องกันสิ่งผิดกฏหมาย และตรวจเยี่ยมพบปะให้กำลังใจ กำลังป้องกันชายแดน พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงในทุกมิติและการปฏิบัติงานของหน่วยในห้วงที่ผ่านมา

โดยได้พบปะตรวจเยี่ยม สอบถาม ทุกข์สุข ความเป็นอยู่ โดยได้กล่าวขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ได้ทุ่มเทเสียสละ แรงกายแรงใจ ร่วมกันสกัดกั้น ป้องกันและปราบปราม การลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดน ปฏิบัติภารกิจในการเสริมสร้างความมั่นคงป้องกัน/ปราบปราม ต่อการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในทุกภารกิจในพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้ได้ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี) ได้ส่งมอบน้ำใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและสร้างความภูมิใจให้กับกำลังป้องกันชายแดนทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งอย่างไม่ย่อท้อเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไทยสืบไป


ภาพ/ข่าว : ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.37 ตรวจความพร้อมด้านบรรเทาสาธารณภัย เตรียมช่วยเหลือประชาชน ในห้วงวันหยุด

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37 ตรวจความพร้อมด้านบรรเทาสาธารณภัย เตรียมช่วยเหลือประชาชน ในห้วงวันหยุด

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37 ตรวจความพร้อมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมปฏิบัติหน้าที่ภายใน 1 ชม. ทั้งกำลังพล ยานพาหนะ และยุทโธปกรณ์ เพื่อเตรียมรับสถาน การณ์ ภัยพิบัติในพื้นที่ จว.ช.ร. ในห้วงวันหยุด พร้อมทั้ง เน้นย้ำมาตรการรักษาความปลอด ภัยในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ มีชุดปฏิบัติการเข้ารับการตรวจความพร้อม ประกอบด้วยกำลังพลของ รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช, ร้อย.มทบ.37, ร้อย.สห.มทบ.37, ผยย.มทบ.37 และ สขส. มทบ.37 รวมจำนวน 36 นาย และยานพาหนะ จำนวน 5 คัน ณ บก.มทบ.37 ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร.

ทั้งนี้การตรวจความพร้อมเพื่อช่วยเหลือประชาชนในวันหยุดคือ การที่หน่วยงาน เช่น กองทัพ ภาครัฐ และหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย จะมีการตรวจสอบความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์ และแผนการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุหรือปัญหาต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพในช่วงวันหยุดยาว โดยเน้นย้ำการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับขั้นตอนแผนเผชิญเหตุและมาตรการรักษาความปลอดภัย


“จิตอาสาทหารพราน 32 ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว” มอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชน ในพื้นที่อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน

“จิตอาสาทหารพราน 32 ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว” มอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชน ในพื้นที่อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 กองร้อยทหารพรานที่ 3205 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสนา กษัตริย์” ร่วมกับผู้นำชุมชน จัดกิจกรรม “ทหารพราน 32 ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว”

โดยลงพื้นที่มอบผ้าห่มกันหนาว และน้ำดื่มให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อย เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ในฤดูหนาว และเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป มีจำนวน 6 ราย ดังนี้

  1. นาง คู แซ่ว่าง อายุ 71 ปี และ นาย เสอ แซ่ว่าง อายุ 80 ปี บ้านเลขที่ 167 บ้านถ้ำเวียงแก หมู่ที่ 1 ตำบลนาไร่หลวง อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน
  2. นาง ไพ ใจปิง อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 189 และ นาย เริญ ใจปิง อายุ 58 ปี บ้านถ้ำเวียงแก หมู่ที่ 1 ตำบลนาไร่หลวง อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน
  3. นาง กนกพร แซ่ว่าง อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 208 บ้านถ้ำเวียงแก หมู่ที่ 1 ตำบลนาไร่หลวง อำเภอสองแควจังหวัดน่านน
  4. นาง จ๊ะ แซ่ท้าว อายุ 81 ปี บ้านเลขที่ 25 บ้านถ้ำเวียงแก หมู่ที่ 1 ตำบลนาไร่หลวง อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน

#ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส #กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน #กรมทหารพรานที่32สุภาพบุรุษชุดดำ #หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่32 #กองกำลังผาเมือง


นที มีเดช รายงาน

นพค.36 นำจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์วัดถ้ำพระ

24 ต.ค.68 บก.ทท. (นทพ.) โดย นพค.36 สนภ.3 นทพ. จิตอาสา 904 และกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน นพค.36 สนภ.3 นทพ. 20 นาย ร่วมกับ กรม ทพ.36 และ โรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” ประชาชน จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ปรับปรุงภูมิทัศน์ พัฒนาศาสนสถาน วัดถ้ำพระ ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จว.ม.ส.เพื่อเตรียมสถานที่ในการจัดงานผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิต ฉลองสมโภชอุโบสถ ทั้งนี้ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างหน่วยงานราชการ และประชาชนในพื้นที่

ข้อมูลจาก อบต.บ้านกาด อำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน วัดถ้ำพระ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย เดิมชื่อ สำนักสงฆ์ถ้ำพระโบราณ (ถ้ำเหง้า) เมื่อต้นปี 2541 อาจารย์จรัญ อภิชาโต พระภิกษุสายพระป่ากรรมฐาน ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่สิม พุทธจาโร วัดถ้ำผาปล่อง ได้เดินทางเข้ามาแม่สะเรียงเห็นว่าถ้ำแห่งนี้มีความวิเวก เหมาะแก่การอาศัยเจริญภาวนา จึงตัดสินใจอยู่จำพรรษาที่ถ้ำนี้จนถึงปัจจุบัน

ตั้งแต่พระอาจารย์จรัญ อภิชาโต มาพำนักอยู่ถ้ำแห่งนี้ ได้มีญาติโยม หลั่งไหลกันมาทำบุญ ท่านได้พัฒนาปรับปรุงหลายอย่างด้วยกัน คือ การปรับพื้น ขยายพื้นที่ภายในถ้ำ จัดหาพระพุทธรูปให้ผู้คนได้กราบไหว้บูชา ต่อน้ำประปาภูเขามาใช้ ปรับปรุงเสนาสนะให้น่าอยู่ น่าอาศัย สะอาด เรียบร้อย สร้างถนนขึ้นไปยังถ้ำ และได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ และเป็นวัดธรรมยุตอย่างถูกต้องแห่งแรกของอำเภอแม่สะเรียง โดยมี อาจารย์จรัญ อภิชาโต เป็นเจ้าอาวาส วัดถ้ำพระได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 อุโบสถศิลปะแบบล้านนา มีหลวงพ่อทันใจหินเขียว จากหินแม่น้ำโขง ประดิษฐานอยู่ ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากสาธุชนทั่วสารทิศ เดินทางมาเยี่ยมชม กราบไหว้หลวงพ่อทันใจหินเขียวอย่างไม่ขาดสาย



ภานุเดช ไชยสกูล/ จ.แม่ฮ่องสอน