บารมี “หลวงพ่อสนิท” พุทธศาสนิกชนแห่ร่วมงานบุญทอดกฐินสามัคคีคับคั่ง

นครนายก – บารมี “หลวงพ่อสนิท” พุทธศาสนิกชนแห่ร่วมงานบุญทอดกฐินสามัคคีคับคั่ง

วันที่ 26 ต.ค. 2568 ที่วัดลำบัวลอย ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก พระปลัดประดิษฐ์ อนุตตโร เจ้าอาวาสวัดลำบัวลอย พร้อมด้วยคณะกรรมการ จัดพิธีทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 โดยมี พล.อ.อ.ชัยณรงค์ โพธิ์น้อย, น.อ.(พิเศษ)หญิง นิตยา โพธิ์น้อย ข้าราชการบำนาญ เป็นประธานในพิธีทอดกฐินสามัคคี พร้อมด้วย พุทธศาสนิกชนและชาวบ้าน ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี พร้อมทั้งมีคณะผู้มีจิตศรัทธานำอาหารต่างๆ ตั้งโรงทานจำนวนกว่า 50 โรงทาน

ซึ่งการประกอบพิธีทอดกฐินสามัคคี ประจำปี พ.ศ. 2568 จัดแบบเรียบง่ายมีคณะผู้มีจิตศรัทธาและประชาชนในพื้นที่ร่วมกันแห่ต้นกฐินและผ้าไตรรอบอุโบสถ 3 รอบ และนำมาประกอบพิธีทอดถวายผ้ากฐินแด่พระภิกษุสงฆ์ การทอดกฐินสามัคคีครั้งนี้เพื่อสมทบทุนในการขอขยายเขตติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส และปูกระเบื้องในศาสนสถานที่ชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา ซึ่งปัจจัยที่ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันทอดกฐินสามัคคีรวมทั้งสิ้น จำนวน 701,711 บาท หลังเสร็จพิธี ท่านเจ้าอาวาสก็ได้แจกวัตถุมงคล จระเข้โทนและเต่ากริ่ง สุดยอดของดีแห่งวัดลำบัวลอยให้กับผู้ที่ร่วมทำบุญทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

สืบสวนภูธรภาค 1 ทลายห้องพัก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สนองนโยบาย นรม./สร.1

ผบ.ตร./พิทักษ์1และ ผบช.ภ.1/เอราวัณ1 ผบก.สส.ภ.1 นำหมายค้นและกำลังชุดปฎิบัติการสืบสวนตำรวจภูธรภาค1 ทลายห้องพัก แก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบเอาเครื่องโทร simbox และอุปกรณ์โทรหลอกลวงประชาชน แบบอัตโนมัติไม่ต้องมีคนเฝ้า มาตั้งในห้องพักเช่าย่านชุมชน ในพื้นที่ จังหวัดนนทบุรี ประเทศไทย เป็นภัยต่อ ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ และเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ รูปแบบใหม่…”

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า ได้รับข่าวสาร เผยแพร่ข่าวสารนี้ให้กับประชาชนและข้าราชการตำรวจ และสังกัดพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อให้ได้รับทราบเป็นความรู้ข้อมูลในเรื่องต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อข้าราชการตำรวจและประชาชนในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค

สนองนโยบาย นรม./สร.1/ผบ.ตร./พิทักษ์1และ ผบช.ภ.1/เอราวัณ1 ผบก.สส.ภ.1 นำหมายค้นและกำลังชุดปฎิบัติการสืบสวนตำรวจภูธรภาค1 ทลายห้องพัก แก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบเอาเครื่องโทร simbox และอุปกรณ์โทรหลอกลวงประชาชน แบบอัตโนมัติไม่ต้องมีคนเฝ้า มาตั้งในห้องพักเช่าย่านชุมชน ในพื้นที่ จังหวัดนนทบุรี ประเทศไทย เป็นภัยต่อ ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ และเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ รูปแบบใหม่

วันนี้ (25 ตุลาคม 2568) เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส. ภ.1, พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.มณเทียร เบ้าทอง รอง ผบก.ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1 นำโดย พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1 พร้อมกับเจ้าพนักงานตำรวจ บก.สส.ภ.1, เจ้าพนักงานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ ค.903/2568 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เข้าทำการตรวจค้นห้องเลขที่ 99/134 สุปรีดา คอนโด ชั้น 4 ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ด้วยเจ้าพนักงานตำรวจ บก.สส. ภ.1 ได้รับแจ้งว่าหมายเลขโทรศัพท์ 0947305453 โทรมาหาเจ้าพนักงานตำรวจ โดยได้มีพฤติการณ์เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ และแจ้งว่าผู้รับสายได้เปิดเบอร์โทรศัพท์ในพื้นที่ หาดใหญ่ ซึ่งเบอร์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

โดยผลการตรวจค้นพบ 1.เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด (Sim box) จำนวน 1 เครื่อง ( ซึ่งสามารถใส่ซิมการ์ดได้ 32 ช่อง/เครื่อง ), 2.โมเด็มต่อสัญญาณอินเตอร์ เน็ต จำนวน 1 เครื่อง, 3.กล้องวงจรปิด จำนวน 1 ตัว, 4.เครื่องสำรองไฟ จึงได้ทำการตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ซึ่งจากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่าห้องดังกล่าว มี นางจิตติพรอายุ 76 ปี เป็นเจ้าของห้อง และห้องดังกล่าวได้ปล่อยเช่าให้กับ น.ส. รัชนี พักอยู่ ถ.ตอนการทาง ต.อรัญประเทศ อ.อรัญ ประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเชื่อว่าผู้เช่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ซึ่งผู้กระทำผิดที่เกี่ยว ข้องมีความผิดฐาน “ร่วมกันทำ มีใช้ นำเข้า นำออกหรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต, ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต” เจ้าพนักงานตำรวจชุดตรวจค้นจะได้ทำการสืบสวนขยายผลดำเนินคดี บุคคลที่เกี่ยวข้อง ตามกฎหมาย ต่อไป

#ความมั่นคง และเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ


“Super AI Engineer : The 5th National AI Exhibition” รวมพลังคนไทยด้านปัญญาประดิษฐ์ครั้งใหญ่ ฉลอง 5 ปี โครงการ Super AI Engineer และ 10 ปี สมาคม AIAT

“Super AI Engineer: The 5th National AI Exhibition” รวมพลังคนไทยด้านปัญญาประดิษฐ์ครั้งใหญ่ ฉลอง 5 ปีโครงการ Super AI Engineer และ 10 ปี สมาคม AIAT

เมื่อวันที่ 22-23 ตุลาคม 2568 สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) จัดงานใหญ่ Super AI Engineer: The 5th National AI Exhibition ภายใต้ธีมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปี โครงการ Super AI Engineer และครบรอบ 10 ปี สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9

ในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจากนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานผ่านวีดีทัศน์ โดยระบุว่า “โครงการ Super AI Engineer เป็นโครงการที่ดิฉันให้ความสนใจเป็นอย่างมากและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมมาโดยตลอด นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จวบจนถึงปัจจุบัน เพราะเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในการสร้างกำลังคนทักษะสูงด้าน AI สร้างนวัตกร วิศวกร และสร้างนักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ รองรับอุตสาหกรรมขั้นสูง อันจะนำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจใหม่และเม็ดเงินลงทุนอีกเป็นจำนวนมาก ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของโครงการและขอชื่นชมสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทยและภาคีเครือข่าย ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมในครั้งนี้”

บพค. ย้ำความสำคัญของกำลังคนคุณภาพสูงด้าน AI

ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของโครงการ Super AI Engineer ที่ก้าวสู่ปีที่ 5 และสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทยที่เดินหน้ามาอย่างมั่นคงถึง 10 ปี ซึ่งนับเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมพลังคนไทยด้าน AI ทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน และความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีจากสังคมและความมุ่งมั่นในการสร้างกำลังคนคุณภาพสูงด้าน AI ให้กับประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และกรอบนโยบายของ บพค. ในการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและงานวิจัยขั้นแนวหน้า เพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก โดย บพค. ได้สนับสนุนโครงการ Super AI Engineer อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ 1 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปีนี้ โครงการ Super AI Engineer ได้สร้างวิศวกร AI และผู้ใช้ AI Tools จำนวนมาก โครง การนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรด้าน AI อันเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศและการแข่งขันในเวทีโลก

AIAT สร้างระบบนิเวศ AI ของคนไทย

ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) กล่าวว่า “การสร้างบุคลากรด้าน AI ที่มีคุณภาพ เป็นรากฐานสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศ ให้เข้าสู่ยุค AI อย่างแท้จริง บุคลากรที่ผ่านการบ่มเพาะจากโครงการ Super AI Engineer นี้ ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันอุตสาหกรรมในประเทศ การยกระดับความรู้ความสามารถให้ประชาชน เนื่องจากไม่ใช่แค่การสร้างเครื่องมือ AI แต่ต้องยกระดับคนให้สามารถใช้เครื่องมือ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เราจึงมุ่งเน้นสร้างระบบนิเวศของการพัฒนากำลังคน โดยนำคนที่เก่งมาเป็นกำลังหลักของประเทศ และสร้างคนที่มีสามารถปรับตัว ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์”

Super AI Engineer Season 5: สร้างคน-สร้างนวัตกรรม-สร้างอนาคต

ผศ.ดร.นงนุช เกตุ้ย หัวหน้าโครงการ Super AI Engineer Season 5 / อุปนายกคนที่ 1 สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) ได้กล่าวถึงโครงการ Super AI Engineer ปีที่ 5 ว่า ปีนี้ได้มุ่งเน้นการสร้างคนที่นำเครื่องมือ AI ไปใช้ การสร้างคนที่พัฒนาแบบจำลองโมเดล และการสร้างคนที่คิดพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ โดยความร่วมมือของศูนย์ประสานงานเครือข่ายภูมิภาค หน่วยงานบ่มเพาะนวัตกร หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั่วประเทศมากกว่า 50 หน่วยงาน ทั้งนี้บุคลากรที่ได้รับการพัฒนาสามารถใช้เครื่องมือ AI และต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่นำไปใช้กับโจทย์จริง มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรม คิด พัฒนา ออกแบบ โมเดล ทั้งในเชิงวิศวกรรมและวิจัย โดยมีจำนวนผู้ลงทะเบียนในโครงการ 12,718 คน แยกเป็นกลุ่ม AI Innovator 4,576 คน AI Engineer 3,675 คน AI Researcher 1,003 คน โดยผ่านเข้ารับการบ่มเพาะอย่างเข้มข้นทั้ง 3 กลุ่ม มีจำนวน 1,304 คน 368 คน และ 28 คน ตามลำดับ ทั้งนี้มีผลงานนวัตกรรมที่เกิดขึ้นใน Track AI Innovator มากว่า 210 ผลงาน มีแบบจำลองโมเดล แพลตฟอร์ม หรือแอปพลิเคชัน ในช่วงของการแสดงฝีมือในหน่วยงาน สถานประกอบการต่าง ๆ มากกว่า 100 ผลงาน และยังมีการบ่มเพาะการเป็นวิสาหกิจเริ่มต้น AI Startup จำนวน 3-5 ทีม ใน Track AI Engineer ในขณะที่ Track AI Reseacher อยู่ในระหว่างการพัฒนาบทความวิจัย วิชาการ เพื่อเผยแพร่ผลงานในระดับสากล

เวทีรวมพลังคนไทยด้าน AI ครั้งใหญ่

ภายในงาน ยังมีพิธีมอบรางวัลเกียรติยศให้กับสุดยอดนักปัญญาประดิษฐ์แห่งอนาคต ทั้งรางวัลเหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง สำหรับผู้เข้าร่วม Track AI Engineer โดยพิจารณาจากผลคะแนนรวม และโล่รางวัลให้กับผู้ที่ได้รางวัลชนะเลิศจาก ศูนย์ประสานงานเครือข่ายภูมิภาคและหน่วยบ่มเพาะของ Track AI Innovator อีกด้วย

ซึ่งตลอดทั้ง 2 วันของการจัดงาน ยังมีการจัดแสดงสุดยอดผลงานนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ฝีมือคนไทยของผู้ร่วมโครงการ Super AI Engineer ทั้ง Track AI Innovator และ AI Engineer จากทั่วประเทศ และยังถือเป็นการรวมตัวกันของคนสาย AI ตัวจริงจากทั่วประเทศไทยครั้งประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม AI Researcher and AI Engineer Meetup นำเสนองานวิจัยด้าน AI ที่ได้รับความสนใจมีผู้เข้าฟังเป็นจำนวนมาก ถือเป็นจุดสำคัญของการผลักดันวงการวิจัยด้าน AI ของประเทศไทยที่สามารถสร้างความสนใจให้กับคนในวงการ และ Startup Pitching โดยเป็น Startup ที่เกิดขึ้นจากผู้เข้าร่วมโครงการ Super AI Engineer ใน Season ต่างๆ ชิงเงินรางวัลจากบริษัท Security Pitch และ computer notebook จากสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย พร้อมโอกาสได้รับการลงทุนจาก VC ต่อไปในอนาคต ซึ่งผู้คว้ารางวัลชนะเลิศได้แก่ Nerth.ai

งาน Super AI Engineer: The 5th National AI Exhibition ถือเป็น “การรวมตัวครั้งประวัติศาสตร์ของกำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์จากทั่วประเทศไทย” ซึ่งไม่เพียงแสดงให้เห็นศักยภาพของบุคลากรไทยในยุค AI แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเศรษฐกิจใหม่บนฐานความรู้และนวัตกรรม

5 ปี Super AI Engineer – 10 ปี AIAT

สำหรับโครงการ Super AI Engineer เป็นโครงการพัฒนาบุคลากรด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับแนวหน้าของประเทศไทย โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มกำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์ให้กับประเทศไทย ให้ประเทศไทยสามารถทัดเทียมและแข่งขันในระดับโลกได้ ซึ่งในปีที่ 5 นี้ ได้แบ่งออกเป็น 3 track คือ AI Innovator, AI Engineer และ AI Researcher โดยในปีที่ผ่าน ๆ มา ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ได้สร้างนักพัฒนา AI ระดับคุณภาพให้กับองค์กรต่าง ๆ และภาคอุตสาหกรรมแล้วอย่างมากมาย และดำเนินต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 ภายใต้ชื่อ Super AI Engineer Season 5 ที่ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก ร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างกำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์ให้กับประเทศไทยต่อไป และในปีนี้ ยังเป็นโอกาสพิเศษ ที่สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) ผู้ดำเนินโครงการ Super AI Engineer มีอายุ ครบ 10 ปี และโครงการ Super AI Engineer ครบรอบ 5 ปีอีกด้วย

สามารถติดตามเกี่ยวกับโครงการ Super AI Engineer ได้ทาง facebook page Super AI Engineer Development Program

“Super AI Engineer: The 5th National AI Exhibition” — A major gathering of Thailand’s AI talents, celebrating the 5th anniversary of the Super AI Engineer Program and the 10th anniversary of AIAT.

On October 22–23, 2025, the Artificial Intelligence Association of Thailand (AIAT) hosted “Super AI Engineer: The 5th National AI Exhibition” at Central Rama 9. The event was held under the theme of celebrating the 5th anniversary of the Super AI Engineer program and the 10th anniversary of AIAT, marking a significant milestone for Thailand’s AI ecosystem.

The opening ceremony was honored by a special video address from Ms. Supamas Isarabhakdi, Minister attached to the Prime Minister’s Office.

“The Super AI Engineer program is a project that I have closely followed and supported since my time as Minister of Higher Education, Science, Research and Innovation. I believe this initiative plays a crucial role in developing high-skilled AI talent, nurturing innovators, engineers, and researchers in artificial intelligence — laying a solid foundation for national development and supporting advanced industries. This will ultimately drive the creation of a new economy and attract substantial investment.

I would like to extend my heartfelt congratulations on the program’s success and express my appreciation to the Artificial Intelligence Association of Thailand and its partners for their dedication in driving this important initiative forward.”

PMU-B Emphasizes the Importance of High-Quality AI Talent

Dr. Rattapoom Tuchinda, Deputy Director of the Program Management Unit for Human Resources & Institutional Development, Research and Innovation (PMU-B), congratulated the Super AI Engineer program on reaching its 5th year and the Artificial Intelligence Association of Thailand (AIAT) on its 10th anniversary of steady growth. He emphasized that this milestone represents a vital platform uniting AI talent from all sectors across Thailand.

He noted that the program’s success reflects strong support from society and a shared determination to build a highly skilled AI workforce for the country. This vision aligns closely with PMU-B’s mission and strategic framework to develop advanced human resources and cutting-edge research, strengthening Thailand’s competitiveness on the global stage.

PMU-B has continuously supported the Super AI Engineer program since its first year. In 2025, the program has produced a large number of AI engineers and AI tool users — playing a crucial role in addressing the shortage of AI professionals, which forms a key foundation for national development and international competitiveness.

AIAT Builds Thailand’s AI Ecosystem

Thepchai Supnithi, Ph.D., President of Artificial Intelligence Association of Thailand, stated: “Developing high-quality AI talent is a crucial foundation for transforming the country and fully entering the AI era. Graduates of the Super AI Engineer program have played a key role in driving domestic industries and elevating public knowledge and skills. It’s not just about creating AI tools — it’s about empowering people to use those tools effectively. That’s why we focus on building a human capital development ecosystem: bringing together top talent to become the driving force of the nation, while also nurturing individuals who can adapt to the rapid changes brought by artificial intelligence.”

Super AI Engineer Season 5: Empowering People – Driving Innovation – Shaping the Future

Asst. Prof. Dr. Nongnuch Ketui, Head of the Super AI Engineer Season 5 project and First Vice President of the Artificial Intelligence Association of Thailand (AIAT), shared that this year’s program focuses


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พล.ต.ต.ชรินทร์ฯ รอง ผบช.น. นำสาธุชนญาติมิตรทอดกฐินสามัคคีวัดดาวบ้านเกิด

สุพรรณบุรี – พล.ต.ต.ชรินทร์รอง ผบช.น. นำสาธุชนญาติมิตรทอดกฐินสามัคคีวัดดาวบ้านเกิด

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พ.ต.อ. หญิง วันวิสาข์ โกพัฒน์ตา รองประธานชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล ได้เป็นประธานพิธีทอดกฐินสามัคคี ที่วัดดาว ตำบลวัดดาว อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับญาติมิตร สาธุชน ผู้นำชุมชน ประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพ นำองค์ผ้ากฐินมาร่วมทอดกันจำนวนมาก โดยมีพระครูศาสนกิจจาภิรม ธานี ธานิโย เจ้าอาวาสวัดดาว เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

วัดดาว ตั้งอยู่เลขที่ 73 บ้านวัดดาว หมู่ที่ 4 ตำบลวัดดาว อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณ บุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 34 ไร่ 2 งาน 64 ตารางวา มีปูชนีวัตถุ เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน คือพระพุทธรูปนามว่า หลวงพ่อแสงสว่างฟ้า ลักษณะเดิมมี 3 ท่อน คือ ท่อนบน ท่อนกลาง ท่อนล่าง เป็นเนื้อทราย ปางมารวิชัย รูปแบบศิลปสมัยอยูธยาตอนต้น ในราวพุทธศตวรรษที่ 20(อายุราว 200 ปี ) ตั้งกระจัดกระจายอยู่หลังโคกร้างวัดดาว พ.ศ. 2478 คุณพ่อหลี ซื้อประเสริฐ ได้อุปสมบท และจำพรรษาอยู่ที่วัดดาว ได้อัญเชิญชิ้นส่วนต่างๆของท่านนำมาประกอบเป็นองค์พระประดิษฐานไว้ที่หน้าอุโบสถ แล้วฉาบปูนปั้นครอบองค์เดิมไว้ มีหน้าตักกว้าง 3 ฟุต 4 นิ้ว สูง 4 ฟุต 6 นิ้ว

ความศักดิ์สิทธิ์ ของหลวงพ่อ ชาวบ้านที่มีเดือดร้อนมากราบไหว้ขอพรทางด้าน โชคลาภ สุขภาพ การค้าขาย หน้าที่การงาน ขอยศตำแหน่ง แล้วประสบความสำเร็จ ก็จะมีรำวง แก้บน ลิเก ไข่ต้ม ขนมจีนน้ำยา ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อที่ประทานให้กับผู้ที่มาขอพรจากท่าน จึงนำมาซึ่งความศรัทธาจากในพื้นที่ แล้วขยายวงกว้างไปทั่วสารทิศ ดังนั้นชาวบ้านวัดาวจึงพร้อมใจกันจัดงานปิดทองประจำทุกปีขึ้นระหว่างวันที่ 23-28 มีนาคม จนถึงปัจจุบัน งานบุญใหญ่ทอดกฐินสามัคคีปีนี้มีสาธุชนผู้ใจบุญที่เคารพศรัทธา หลวงพ่อแสงสว่างฟ้า และ พระครูศาสนกิจจาภิรม ธานี ธานิโย เจ้าอาวาสวัดดาว ต่างมาออกร้านนำอาหารหวานคาวเครื่องดื่มมาบริการให้กับผู้ที่มาร่วมงานกินฟรีดื่มฟรีกว่า 150 ร้าน

สำหรับยอดเงินกฐินที่ พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.อ. หญิง วันวิสาข์ โกพัฒน์ตา รองประธานชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล ได้เป็นประธานทอด ยอดเงิน 1,874,499 บาทและกฐินสามัคคี อีก 1,368,474 บาทยอดรวม 3,242,973 บาทซึ่งทางวัดจะนำไปสร้างกุฏิ พระสงฆ์และบูรณะซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดทรุดโทรมต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

พ่อเมืองเพชร นอภ.ชะอำ นำหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ ณ ศาลาราชประชาสมาคมวังไกลกังวล และที่ว่าการอำเภอชะอำ

พ่อเมืองเพชร นอภ.ชะอำ นำหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ ณ ศาลาราชประชาสมาคมวังไกลกังวล และที่ว่าการอำเภอชะอำ

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นางชนินันท์ วงศ์ไตรรัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี นายอำเภอทั้ง 8อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบุรี เหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน สมาชิกสภาเทศบาลนครหัวหิน และประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรีทุกหมู่เหล่า เดินทางเข้าร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ณ ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวลหิวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ต่อมาช่วงบ่อยของวันเดี่ยวกัน นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ พร้อมด้วย นายนุกูล พรสมบูณณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายอนุรักษ์ พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศบาลตำบลนายาง ได้นำหัวหน้าส่วนราชการอำเภอชะอำ องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ พนักงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนชาวเมืองชะอำทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมทำพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ณ ที่ว่าการอำเภอชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมกันแสดงความจงรักภักดี แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

นางรำ 250 ชีวิต รำบวงสรวงพ่อปู่พญาเพชรคีรีใหญ่ที่สุดในประเทศครบรอบ 4 ปี และกฐินโดยไม่รับเงินแม้แต่บาทเดี่ยว

วัดถ้ำแจง นางรำ 250 ชีวิตรำบวงสรวงพ่อปู่พญาเพชรคีรีใหญ่ที่สุดในประเทศครบรอบ 4 ปี และกฐินโดยไม่รับเงินแม้แต่บาทเดี่ยว

วันนี้ 23 ตค. 68 ที่วัดถ้ำแจง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พระมหา ดร.วิชัย เตชธมฺโม เจ้าอาวาสวัดถ้ำแจง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้จัดงานพิธีรำถวายมือบวงสรวงองค์พ่อปู่พญาเพชรคีรี มหามุนี ศรีสุทโธนาคราช พญานาคใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยมีพระราชวชิรธรรมวิมล เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดหนองจอก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายสุวิชัย เจนธนอรรถกิจ เจ้าของโรงแรม Best Western Plus Carapace Hua Hin หรู 5 ดาว หัวหิน นายสุชิน อินทวาด เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดโชคสุชินคอนสตรัคชั่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายอำเภอชะอำ นางรำ 250 ชีวิต นักท่องชาวไทย -ต่างชาติ เข้าร่วมงานนับ 1,000 คน

โดยภายในงาน พระมหา ดร.วิชัย เตชธมฺโม เจ้าอาวาสวัดถ้ำแจง ได้จัดพิธีทอดผ้ากฐินโดยไม่รับเงินแม้แต่บาทเดี่ยว แต่รับเป็นแพมเพิสผู้ใหญ่ จำนวน 3,800 ตัว ข้าวสารถุงละ 5 กระสอบจำนวน 10 ตัน อาหารแห้ง ปลากระป๋องและน้ำมันพืช เพื่อนำไปส่งต่อให้ผู้ยากไร้และผู้ป่วยในพื้นที่ 8 อำเภอของจังหวัดเพชรบุรี พร้อมกันนี้พระราชวชิรธรรมวิมล เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี ได้เป็นประธานในพิธียกช่อฟ้าพระอุโบสถ์หลังใหม่ของทางวัดถ้ำแจง โดยมี นางรำ นักท่องเที่ยว และประชาชนเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

โดยหลังจากพิธียกช่อฟ้าเสร็จนางรำนับ 100 ชีวิต ได้รำถวาย พร้อมแจกวัตถุมงคลเหรียญเจ้าสัวนาคารุ่นแรกเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ผู้มาร่วมพิธี ต่อมาในช่วงค่ำเจ้าอาวาสวัดถ้ำแจง ได้จัดพิธีบรวงสรวงพ่อปู่พญาเพชรคีรีเนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี ก่อนนางรำจำนวน 250 คน ร่วมกันรำบวงสรวงอย่างสวยงามและพร้อมเพรียงกัน จากนั้นจุดพลุจำนวน 109 นัด อย่างยิ่งใหญ่อลังการ


บรรณรต เพชรบุรี รายงาน

กองทัพบก จัดงานน้อมรำลึกครบรอบ 115 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

กองทัพบก จัดงานน้อมรำลึกครบรอบ 115 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2568

วันนี้ (23 ตุลาคม พ.ศ. 2568) เวลา 08.08 น. ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน กิจกรรมน้อมรำลึกครบรอบ 115 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2568 โดยมีผู้บังคับบัญชาชั้นสูง กำลังพล ชุมชนเขตพระนคร และผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ที่ตั้งภายในกองบัญชาการกองทัพบก เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ผู้บัญชาการทหารบก นำคณะถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ห้องพระบารมีปกเกล้า ชั้น 3 อาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ จากนั้นวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 กองบัญชาการกองทัพบก

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันอังคารที่ 20 กันยายน 2396 ตรงกับ เดือน 10 แรม 3 ค่ำ ปีฉลู เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี เสวยราชสมบัติ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 11 ขึ้น 15 ค่ำ ปีมะโรง พ.ศ. 2411 เสด็จสวรรคตเมื่อวันเสาร์เดือน 11 แรม 4 ค่ำ ปีจอ (23 ตุลาคม 2453) รวมพระชนมพรรษา 58 พรรษา

ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล กอปรด้วยพระปรีชาสามารถและทรงคำนึงถึงประโยชน์สุขของราษฎรของพระองค์ท่าน จึงทรงริเริ่มนำความเปลี่ยนแปลงในหลายด้านมาสู่สยามประเทศ พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย จนทรงได้รับพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” คือเหตุการณ์ที่พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการทรงยกเลิกระบบไพร่ นอกจากนี้ยังทรงป้องกันการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสและจักรวรรดิอังกฤษ นับเป็นที่มาของการเกิดระบบทหารอาชีพในประเทศไทย ทรงพัฒนาระบบการศึกษาวิชาทหารให้มีความเจริญก้าวหน้า ทัดทียมกับนานาอารยประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ให้เป็นสถาบันหลักที่ผลิตนายทหารรับใช้ประเทศชาติอย่างทรงเกียรติ

กองทัพบกในฐานะหน่วยงานที่พิทักษ์ปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันอันสูงสุด ที่เป็นศูนย์รวมของจิตใจปวงชนชาวไทย ขอสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม ในวาระคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

มทบ.37 ร่วมกอ.รมน.เชียงราย จัดพิธีวางพวงมาลา และถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2568

มทบ.37/กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย ร่วมพิธีวางพวงมาลา และถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2568 จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 23 ต.ค.68 เวลา 08.30 น. พันเอก สิงหนาท โลสุยะ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 /รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ฝ่ายทหาร พร้อมด้วย ผู้บังคับบัญชา มทบ.37, กำลังพล มทบ.37, สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มทบ.37 และกำลังพล กอ.รมน.จังหวัด ช.ร. ร่วมพิธีวางพวงมาลา และถวายราชสดุดี แด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ครบรอบ 115 ปี ประจำปี 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผวจ.ช.ร. เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ศาลากลางหลังแรก) ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร.

วันปิยมหาราช คือ วันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคมของทุกปี กำหนดขึ้นเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอเนกประการ ทั้งในการปกครองบ้านเมืองและพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชนทุกหมู่เหล่า เรียกว่า “วันปิยมหาราช” กษัตริย์ที่เป็นที่เคารพรักของทวยราษฎร์ พระราชกรณียกิจสำคัญมากมายคือ การเลิกทาส, การปฏิรูประเบียบบริหารราชการ, การศึกษา, การศาล, การคมนาคม, การสุขาภิบาล, การต่างประเทศ, การศาสนา, การวรรณคดี


รองผู้บัญชาการ มทบ.32 ตรวจเยี่ยม โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง

รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ตรวจเยี่ยม โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง

เมื่อวันพุธที่ 22 ตุลาคม 2568 พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 มอบหมายให้ พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมด้วย พันเอก ทินกร วงค์ศรี หัวหน้ากองกำลังพลมณฑลทหารบกที่ 32 รักษาราชการแทน หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 32 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน และตรวจติดตามความก้าวหน้าของโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี

โดยมีหน่วยร่วมโครงการทหารพันธุ์ดีฯ ทั้ง 7 หน่วย ได้แก่ โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี, ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 32, กองพันทหารราบที่2 กรมทหารราบที่17, กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3, กองร้อยทหารช่างที่ 4 กองพันทหารช่างที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4, หมวดดุริยางค์มณฑลทหารบกที่ 32 และกองร้อยมณฑลทหารบกที่ 32 ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ได้ให้คำแนะนำเรื่องการปรับปรุงภูมิทัศน์ในบริเวณพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละหน่วย ให้มีความสวยงามและเหมาะสมต่อการดำเนินการเกษตร

ทั้งนี้ได้ให้แนวทางการดำเนินงานเพิ่มเติม เพื่อให้โครงการเป็นแหล่งเรียนรู้ และต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกำลังพล และประชาชนที่มีความสนใจด้านการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม และร่วมรับฟังปัญหา ข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของหน่วยร่วมโครงการทหารพันธุ์ดีฯ เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไข และพัฒนาโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นที มีเดช รายงาน

ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ร่วม แนะแนวการพัฒนาทักษะฝีมือ ความรู้ด้านภาษาเพื่อเตรียมตัวในการทำงานในประเทศ และต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ร่วมกับ สถานทดสอบฝีมือแรงงานพัฒนาอาชีพพิษณุโลก จัดบรรยายให้ความรู้ แนะแนวการพัฒนาทักษะฝีมือ ความรู้ด้านภาษาเพื่อเตรียมตัวในการทำงานในประเทศ และต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันพุธที่ 22 ตุลาคม 2568 ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อมด้วย พันเอก กฤติ พันธะสา รองผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (1) และหัวหน้ากองยุทธการและการข่าว กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ให้การต้อนรับ นางสาว สมัชญา อยู่คง ผู้อำนวยการสถานทดสอบฝีมือแรงงานพัฒนาอาชีพพิษณุโลก และคณะ พร้อมทั้งเข้าร่วมรับฟังการประชาสัมพันธ์การรับสมัครงาน เพื่อไปทำงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ การบรรยายให้ความรู้ แนะแนวการพัฒนาทักษะฝีมือ ความรู้ด้านภาษาเพื่อเตรียมตัวในการทำงานในประเทศ และต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

สถานทดสอบฝีมือแรงงานพัฒนาอาชีพพิษณุโลกได้รับอนุญาตก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์หน่วยงาน และการทดสอบฝีมือแรงงานในจังหวัดพิษณุโลก ให้ได้มาตรฐานแรงงานที่จะสามารถไปเป็นแรงงานได้ตรงตามความต้องการของต่างประเทศ ให้กับทหารกองประจำการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และกองพันหน่วยขึ้นตรงกองบัญชา การช่วยรบที่ 3 ที่จะครบกำหนดปลดออกจากกองประจำการ ณ อาคารอเนกประสงค์ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมีทหารกองประจำการที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 168 นาย ผลจากการบรรยายทหารกองประจำการมีความสนใจ และเป็นแนวทางสำหรับการประกอบอาชีพหลังจากปลดประจำการ


นที มีเดช รายงาน