กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึด ยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึด ยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด กลุ่มขบวนการเสียชีวิต 6 ราย ในพื้นที่ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 กองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ บ้านม่วงชุม หมู่ที่ 10 ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากสืบทราบมาว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านมายังบริเวณพื้นที่ดังกล่าว

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 06.49 นาฬิกา ได้ตรวจพบกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดเดินเข้ามาตามเส้นทางสะพานปางตอง หน่วยจึงจัดกำลัง จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ เข้าสกัดกั้นบริเวณเส้นทางดังกล่าว และเมื่อเวลาประมาณ 07.25 นาฬิกา ตรวจพบกลุ่มขบวนการฯ จำนวนประมาณ 8 – 9 คน แบกเป้สะพายหลังสีเขียว หน่วยจึงให้สัญญาณให้หยุด แต่กลุ่มขบวนการฯ ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดยิงมายังฝ่ายเรา จนเกิดการปะทะ ประมาณ 5 นาที ผลการปฏิบัติ ฝ่ายเราปลอดภัย กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต จำนวน 6 ราย พบกระเป๋าเป้สีเขียว จำนวน 8 เป้ ภายในบรรจุยาเสพติด ให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,200,000 เม็ด ปืนแก๊ปยาว 1 กระบอก ปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง

และเมื่อเวลา 13.00 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้ พันเอก มีชัย นิลศาสตร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พร้อมด้วย พลตรี สุชาติ พุ่มสุวรรณ ที่ปรึกษากองกำลังผาเมืองร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว และได้นำของกลางส่งให้กับสถานีตำรวจภูธรฝาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากเหตุการณ์ดังกล่าว พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง ได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่ ยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด อย่างต่อเนื่องต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 37 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 44 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 19,624,474 เม็ด, เฮโรอีน 1.2 กิโลกรัม, ไอซ์ 545 กิโลกรัม จากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ จำนวน 5 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 7 ราย ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 3,489.9 ล้านบาท (3,489,955,100 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.พิษณุโลก ร่วมเปิดนิทรรศการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ร่วมเปิดนิทรรศการให้ความรู้โรคหลอดเลือดสมอง “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11” เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 น. พันเอก วิชา อมระดิษฐ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ พันเอก หญิง พัชรี จันทร์โต หัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ร่วมเปิดนิทรรศการให้ความรู้เรื่องการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ภายใต้โครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ โดมเอนกประสงค์(ฝั่งทิศเหนือ) ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน มีนายแพทย์ไกรสุข เพชระบูรณิน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ก่อนเริ่มพิธีเปิด ได้มีพิธีกล่าวถวายอาลัยและยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นายแพทย์ไกรสุข เพชระบูรณิน กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ มีผู้ป่วยรายใหม่กว่า 250,000 คนต่อปี และประมาณร้อยละ 30 ของผู้ป่วยจะเกิดภาวะอัมพาต ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและภาระต่อระบบสาธารณสุข ทั้งนี้ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชปณิธานในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงได้จัดโครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต” อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “ออกกำลังกายเป็นนิสัย ห่างไกลสโตรค (No Stop No STROKE)”

สำหรับกิจกรรมในปีนี้ จังหวัดพิษณุโลกจัดนิทรรศการให้ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมอง ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2568 ภายในงานมีกิจกรรมตรวจสุขภาพและให้คำปรึกษา อาทิ ตรวจวัดความดันโลหิต น้ำตาลปลายนิ้ว คัดกรองความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD Risk) ตรวจ Body Scan คลินิกเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า การคัดกรองสุขภาพใจ การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และนวัตกรรมสุขภาพต่าง ๆ เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน

ทั้งนี้ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 จะมีการจัดกิจกรรม “เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต” พร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนออกกำลังกายเป็นประจำ ลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง และร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี


นที มีเดช รายงาน

รองผบ.มทบ.34 นำคณะ เยี่ยมบ้านให้กำลังใจ ครอบครัวทหารกองเกิน ก่อนเข้ากองประจำการ ที่อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา

ดูแลน้องคนเล็กของกองทัพบก รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 นำคณะ เยี่ยมบ้านให้กำลังใจ ครอบครัวของทหารกองเกิน ก่อนเข้ากองประจำการ ที่อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 มอบหมายให้ พันเอก อำนวย ฤทธิบาล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 พร้อมด้วย หัวหน้ากองยุทธการมณฑลทหารบกที่ 34, สัสดีอำเภอเชียงม่วน, ผู้บังคับกองร้อยกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34, จิตอาสาพระราชทาน และชุดแพทย์เคลื่อนที่ โรงพยาบาลค่ายขุนเจืองธรรมิกราช เยี่ยมบ้านและให้กำลังใจ ครอบครัวทหารกองเกิน ก่อนที่จะเข้าเป็นทหารกองประจำการ (ทหารใหม่) รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2 ของหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 34 เพื่อสร้างความเชื่อมั่น คลายความกังวลของครอบครัว ของนายนพณัฐ เมืองก้อน ณ บ้านเลขที่ 117 หมู่ที่ 7 ตำบลเชียงม่วน อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา สังกัด กองร้อยกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34

ในการนี้ พันเอก อำนวย ฤทธิบาล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 ได้มอบสิ่งของอุปโภค/บริโภคที่จำเป็น, ผ้าห่ม และ ยาสามัญประจำบ้าน รวมถึง ชุดแพทย์ฯ ได้ดำเนินการตรวจสุขภาพ และแนะนำการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ให้กับครอบครัวทหารกองเกินดังกล่าว

#น้องคนเล็กของกองทัพบก #มณฑลทหารบกที่34 #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

ผบช.ภ.5 ชื่นชม ตำรวจเชียงราย จับกุมผู้ต้องหา “ม้ากดเงิน” เพิ่มอีก 3 คน ขยายผลจากจับกุมม้ากดเงินชาวจีนพร้อมบัตร ATM 2,060 ใบ

ผบช.ภ.5 ชื่นชม ตำรวจเชียงราย จับกุมผู้ต้องหา “ม้ากดเงิน” เพิ่มอีก 3 คน ขยายผลจากจับกุมม้ากดเงินชาวจีนพร้อมบัตร ATM 2,060 ใบ

26 ต.ค.2568 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช. ภ.5 ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย กรณี สภ.เมืองเชียงราย ได้ร่วมกับ ภ.5 และ ภ.จว. เชียงราย ทำการสืบสวนขยายผลการจับกุมกลุ่มขบวนการ “ม้ากดเงิน” เพิ่มอีก 3 คน ขยายผลจากกรณีเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย ได้ทำการจับกุม Mr.Hu สัญชาติจีน พร้อมของกลางบัตรเอทีเอ็ม 2,060 ใบ, เงินสด ประมาณ 540,000 บาท คอมพิว เตอร์และโทรศัพท์ นั้น

ต่อมาโดยผู้บังคับบัญชาได้ให้ความสำคัญและได้มอบนโยบายให้ทำการสืบสวนติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยในวันที่ 25 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนสามารถพิสูจน์ทราบตัวผู้ร่วมกระทำความผิดได้ พบว่าเป็น น.ส.ศิรประภา อายุ 19 ปี ที่อยู่ ม.6 ต.หงส์หิน อ.จุน จ.พะเยา ได้พักอาศัยอยู่ที่แมนชั่น ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อเดินทางไปถึงได้เรียกให้บุคคลภายในห้องแสดงตัว ต่อมา น.ส.ศิรประภา แสดงตัวเป็นเจ้าของห้องดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจและแจ้งความประสงค์ขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบสมุดบัญชีธนาคารพร้อมบัตรเอทีเอ็ม จำนวน 16 ชุด จากนั้นได้ทำการตรวจสอบโทรศัพท์พบว่าได้มีการติดต่อกับผู้ใช้แอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก ซึ่งติดต่อมาจำนวนหลายครั้ง สอบถามให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าบุคคลดังกล่าวคือนายแมน ที่จะมารับตนไปดูบ้านเช่าที่จะนำบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มทั้งหมดไปซุกซ่อนไว้

ต่อมาในเวลา 14.00 น. ของวันที่ 25 ตุลาคม 2568 ได้มีรถยนต์เก๋งเข้ามาจอดภายในบริเวณหอพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมตัว น.ส.ศิรประภาฯ อยู่ได้ให้สัญญาณเจ้าหน้าที่ที่วางกำลังโดยรอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบ พบว่าผู้ขับขี่คือนายพัทธนันท์ ที่ อยู่ ม.13 ต.ป่าแงะ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย และผู้โดยสารคือ น.ส.นงคราญ ที่อยู่ ม.25 ต.เวียง อ.เทิง จ.เชียงราย

โดยผลการตรวจสอบพบบัตรเอทีเอ็มระบุชื่อคนอื่นอยู่ภายในช่องเก็บของประตูฝั่งคนขับที่นายพัทธนันท์ฯ ขับขี่มา และพบบัญชีธนาคาร และซิมการ์ดโทรศัพท์ 2 ซิม จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ สอบถามรับสารภาพว่าบัญชีธนาคารดังกล่าวได้รับการว่าจ้างจากนายพัทธนันท์ฯ และก่อนหน้านี้ได้เปิดบัญชีให้กับนายพัทธนันท์มาก่อนจำนวน 1 บัญชี โดยตนจะได้รับเงินตอบแทนรวม 40,000 บาท จากนั้นจึงได้เดินทางไปตรวจค้นห้องพักที่อยู่ ม.15 ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย บ้านพักของนายพัทธนันท์ฯ ผลการตรวจค้นพบเครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 16 นัด (โดยได้ตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ เพื่อให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป), บัตรเอทีเอ็ม 4 ใบ, สมุดบัญชี 3 เล่ม, ซิมการ์ดโทรศัพท์ 4 ซิม, คอมพิวเตอร์ 1 ชุด จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากนั้นควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในการปฏิบัติการขยายผลในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดีทั้งหมด 3 ราย คือ

  1. น.ส.ศิรประภา อายุ 19 ปี ดำเนินคดีข้อหา “มีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ผู้อื่นไว้เพื่อออกใช้โดยประการน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เป็นธุระจัดหา โฆษณา ไขข่าวด้วยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อขายบัญชีธนาคาร และซิมการ์ดโทรศัพท์ ตามมาตรา 10 และ 11 พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”
  2. นายพัทธนันท์ ดำเนินคดีฐาน “มีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ผู้อื่นไว้เพื่อออกใช้โดยประการน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เป็นธุระจัดหา โฆษณา ไขข่าวด้วยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อขายบัญชีธนาคาร และซิมการ์ดโทรศัพท์ ตามมาตรา 10 และ 11 พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”
  3. น.ส.นงคราญ ดำเนินคดีฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยประการที่ควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด ตาม ม.9 พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”

รวมของกลางทั้งหมดที่ได้จากการขยายผลการจับกุม 3 คดี
1.สมุดบัญชีธนาคารพร้อมบัตรเอทีเอ็ม 16 ชุด
2.บัตรเอทีเอ็ม 4 ใบ
3.สมุดบัญชี 4 เล่ม
4.ซิมการ์ดโทรศัพท์ 6 ซิม
5.คอมพิวเตอร์ 1 ชุด
6.เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 16 นัด

ในการนี้ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้ชื่นชมผลการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมซึ่งสามารถขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 3 รายดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้สั่งการให้ขยายผลจับกุมกลุ่มผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม และได้ขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนหากพบเบาะแสผู้ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย รับซื้อขายบัญชีม้า ม้ากดเงิน ตลอดจนอาชญากรรมทุกประเภท โปรดโทรแจ้งสายด่วน 191 หรือแจ้งส่งข้อมูลผ่านช่องทาง Line ไอดี@police5 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง


นที มีเดช รายงาน

แม่ฮ่องสอน ประกอบพิธีถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แม่ฮ่องสอน ประกอบพิธีถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเปิดให้ประชาชนทั่วไป เดินทางมาลงนามแสดงความไว้อาลัย ณ ห้องโถงชั้นล่างศาลากลางจังหวัด


26 ตุลาคม 2568 เวลา 0900 น. นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธีถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ และประชาชนทั่วไปร่วมพิธีสรงน้ำพระบรมศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ และร่วมลงนามแสดงความไว้ อาลัยท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอาลัย และความจงรักภักดีที่อบอวลอยู่ทั่วบริเวณพิธี ณ ศาลาสหศรัทธาสามัคคีอนุสรณ์ วัดพระธาตุดอยกองมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

ทั้งนี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขอเชิญชวนพสกนิกรชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมพิธีสรงน้ำพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.00 น. ณ วัดพระธาตุดอยกองมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และร่วมลงนามแสดงความไว้อาลัย เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป ณ ห้องโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเปิดโอกาสให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้ร่วมแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.68 เวลา 17.00 น เป็นต้นไป ประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลสวดพุทธมนต์ เป็นเวลา 30 วัน ณ วัดพระธาตุดอยกองมู สำหรับการแต่งกาย ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ชุดปกติขาวประดับแขนทุกข์ (ด้านซ้ายเหนือศอก) สำหรับประชาชนให้แต่งกายไว้ทุกข์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังได้จัดริ้วผ้าขาวดำ ไว้ที่หน้าสำนักงาน แสดงความไว้อาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกด้วย



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

รองผอ.รมน.จ.ลำปาง ร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง ฝ่ายทหาร พร้อมประชาชนชาวลำปาง ร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น. พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง ฝ่ายทหาร ร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และร่วมลงนามถวายความอาลัย ณ อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยมี นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธาน พร้อมด้วยนางสุดารัตน์ แววบัณฑิต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำปาง คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดลำปาง เข้าร่วมพิธีฯ

กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศจัดพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้ข้าราชการและประชาชนในส่วนภูมิภาคได้ร่วมแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ท่าน ที่ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรและความมั่นคงของประเทศชาติ

สำหรับจังหวัดลำปาง ได้จัดพิธีดังกล่าวขึ้น ณ อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง โดยบรรยา กาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ประชาชนต่างพร้อมใจเข้าร่วมพิธีฯ เพื่อร่วมแสดงความอาลัย


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานกำแพงเพชร อำนวยความสะดวกแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดกำแพงเพชร นำจิตอาสา 904 และจิตอาสาพระราชทานอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พร้อมทั้งลงนามแสดงความไว้อาลัยถวายแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง บริเวณศาลาธรรมจักรซันเดย์ วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร

โดยมีผู้แทนผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จังหวัดกำแพงเพชร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกำแพงเพชร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร ปลัดจังหวัดกำแพงเพ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ จิตอาสาพระราชทาน จิตอาสา 904 ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชน จิตอาสา รวมจำนวน 300 คน

ในการนี้ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดกำแพงเพชร นำจิตอาสาพระราชทาน และ จิตอาสา 904 หลักสูตรหลักประจำ รุ่นที่ 4/62, หลักสูตรพิ้นฐาน รุ่นที่ 4/63, หลักสูตรพื้นฐาน (ภาค 3) รุ่นที่ 1/65, หลักสูตรพื้นฐาน (ภาค 3) รุ่นที่ 2/65, หลักสูตรพื้นฐาน (ภาค 3) รุ่นที่ 3/66, หลักสูตรพื้นฐาน (ภาค 3) รุ่นที่ 5/68 ร่วมอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้เข้าร่วมพิธีฯ ด้วย


นที มีเดช รายงาน

พสกนิกรกว่า 3,000 คน ร่วมถวายน้ำสรงพระบรมศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ

พสกนิกรกว่า 3,000 คน ร่วมถวายน้ำสรงพระบรมศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ ด้วยความเรียบร้อย กทม. เตรียมพร้อมดูแลตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวนพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดเส้นทาง 10 กม. บ่ายวันนี้

(26 ต.ค. 68) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุม กับคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เพื่อสรุปการดำเนินการดูแลพื้นที่บริเวณท้องสนามหลวง และตรวจความเรียบร้อยการอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมาร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง ซึ่งภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประชาชน จำนวน 3,146 คน เข้าร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพฯ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 12.00 น.

ในช่วงบ่ายวันนี้ (26 ต.ค. 68) เวลา 16.00 น. กทม. ขอเชิญชวนประชาชน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปในการอัญเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวัง เส้นทาง : โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ – ถนนอังรีดูนังต์ – ถนนพระราม 4 – ถนนพญาไท – ถนนศรีอยุธยา – ถนนราชดำเนิน – ถนนหน้าพระลาน – ประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง (ระยะทาง 10 กม. ใช้เวลาประมาณ 20 นาที) ซึ่งขณะนี้มีประชาชนทยอยเข้ามาจับจองพื้นที่ตลอดเส้นทางเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว

กทม. ดูแลเต็มกำลัง ตลอดเส้นทางอัญเชิญพระบรมศพฯ

สำหรับการเตรียมความพร้อมในภาพรวมของเส้นทางเคลื่อนขบวนอัญเชิญพระบรมศพฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ ประดับตกแต่งต้นไม้ ดอกไม้ ตรวจสอบซ่อมแซมถนนตลอดเส้นทาง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับในช่วงบ่ายวันนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจช่วยดูแลอำนวยความสะดวกปลอดภัยและความเรียบร้อย พร้อมจัดจุดบริการน้ำดื่ม จุดบริการรถสุขา จุดดูแลคัดแยกขยะ อีกทั้งจัดทีมแพทย์พยาบาลพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอดเส้นทางจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ เพื่อให้การอัญเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และถวายพระเกียรติสูงสุด

พระพันปีหลวง #ขบวนอัญเชิญพระบรมศพ


นที มีเดช รายงาน

กทม.เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชน ที่เดินทางมาร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กทม.เตรียมความพร้อมทุกด้าน อำนวยความสะดวกประชาชน ที่เดินทางมาร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

(26 ต.ค.68) สำนักสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการอำนวยความสะดวกประชาชน ที่เดินทางมาร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระบรมมหาราชวัง และรองรับประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จในพิธีเคลื่อนพระบรมศพ โดยร่วมกับสำนักงานเขต จัดจุดทิ้งขยะแยกประเภท พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ดูแลจุดทิ้งขยะ เพื่อให้คำแนะนำประชาชนอย่างใกล้ชิด และวางแผนการจัดเก็บเพื่อไม่ให้มีขยะตกค้าง ป้องกันปัญหามลภาวะและกลิ่นไม่พึงประสงค์ พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่เทศกิจ ได้อำนวยความสะดวกดูแลการจราจร การบริหารจัดการแถวเพื่ออำนวยความสะดวกผู้ที่เดินทางมาร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพฯ ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและมีความปลอดภัย

สำนักพัฒนาสังคม จัดทำอาหารมาสมทบเพิ่ม 1,000 กล่อง เพื่อให้บริการประชาชนที่เดินทางมาร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระบรมมหาราชวัง นอกจากนี้ในเช้าวันนี้ สำนักอนามัย จัดทีมพยาบาลเพิ่มเติมและนำรถเข็น Wheelchair จากโรงพยาบาลกลางมาเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ต้องใช้ Wheelchair ในพื้นที่สนามหลวง นอกจากนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สนับสนุนน้ำดื่ม เบื้องต้นจำนวน 3,000 ขวด ให้บริการประชาชนอีกด้วย

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. มีประชาชนเดินทางมาร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระบรมมหาราชวัง ประมาณ 2,500 คน กทม.เตรียมความพร้อมทุกด้าน อำนวยความสะดวกประชาชน ที่เดินทางมาร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


นที มีเดช รายงาน

เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 นำหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ร่วมพิธีสรงน้ำพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 นำหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ร่วมพิธีสรงน้ำพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 เวลา 08.00 น. พลตรี เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ร่วมพิธีสรงน้ำพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก (หลังเก่า) ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน มีพลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พันเอก วิชา อมระดิษฐ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ฝ่ายทหาร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีด้วยความอาลัย

ทั้งนี้ จังหวัดพิษณุโลกได้จัดพิธีดังกล่าวขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการและประชาชนได้ร่วมถวายความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรและความมั่นคงของประเทศชาติ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 21.21 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริพระชนมายุ 92 พรรษา

จังหวัดพิษณุโลกกำหนดให้ประชาชนเข้าร่วมพิธีสรงน้ำพระบรมศพได้ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น. โดยแต่งกายไว้ทุกข์ ข้าราชการสวมเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ และประชาชนแต่งกายชุดสุภาพไว้ทุกข์ เพื่อร่วมแสดงความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ


นที มีเดช รายงาน