ยายปลาบปลื้ม พระกรดพระราชทาน

คุณยายชาวไทใหญ่แม่ฮ่องสอนปลาบปลื้มที่ได้รับพระราชทานพระกลด จากพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีคุณยายท่านหนึ่งชื่อ นางเสาวนีย์ วรรณศิริ อายุ 82 ปี เป็นคนไทย เชื้อสายไทใหญ่ ที่เคยได้มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเมื่อปี พ.ศ. 2506 ที่พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งขณะนั้นคุณยายมีอายุ 17 ปีและได้ติดตามคุณพ่อไปส่งเสด็จพระองค์ที่สนามบินแม่ ฮ่องสอน หลังจากพระองค์เสร็จจากการทรงงานที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างที่พระองค์ได้มีพระราชปฏิสันถารกับพสกนิกรที่เฝ้าส่งเสด็จ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้สอบถามว่าคุณยายว่า “ปกติพูดภาษาอะไร คุณยายตอบว่าคนแม่ฮ่องสอนจะพูดภาษาไทใหญ่กัน พระองค์ลองให้พูดคำว่า “วันนี้ท้องฟ้าสว่างดี “ เป็นภาษาไทใหญ่ให้ฟัง

และจากนั้นพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก็ได้ให้ท่านขวัญแก้ว วัชโรทัย ซึ่งติดตามเสด็จนำพระกลดที่ใช้ขณะเสด็จทรงงานที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมาให้กับคุณยาย สร้างความปิติกับตนเองและครอบครัวเป็นอย่างมาก โดยหลังได้รับพระกลดพระราชทาน คุณยายเก็บไว้ในตู้อย่างดีไม่จำเป็นไม่ออกมาจากตู้และมีวิธีป้องกันแมลงสาบอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะผ่านมาแล้ว 63 ปี พระกลดยังคงมีสภาพที่ใหม่และสมบูรณ์ทุกอย่าง โดยคุณยายนำพระกลดออกจากตู้ก็ต่อเมื่อมีกรณีพิเศษหรือสำคัญ ๆ โดยเฉพาะคู่บ่าวสาวที่เข้าพิธีมงคลสมรสมักจะมีมาขอพระกลดพระราชทานจากคุณยาย ไปประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย



ภานุเดช ไชยสกูล / จ.แม่ฮ่องสอน

คึกสนั่นเขาค้อ ! เทศบาลแคมป์สนผนึกเอกชน จัด ‘แกะดำ มิวสิกเฟส 2025’ ดึงนักท่องเที่ยวทะลัก พร้อมมอบกีฬาเติมพลังให้เยาวชน

เพชรบูรณ์ – คึกสนั่นเขาค้อ! เทศบาลแคมป์สนผนึกเอกชน จัด ‘แกะดำ มิวสิกเฟส 2025’ ดึงนักท่องเที่ยวทะลัก พร้อมมอบกีฬาเติมพลังให้เยาวชน

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 บรรยากาศที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลแคมป์สนเต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อ นายมงคล อุทัยอ่วม นายกเทศมนตรีตำบลแคมป์สน เป็นประธานประชุมร่วมกับคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานภาครัฐ และทีมผู้จัดงาน “แกะดำ Music Festival 2025” เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการจัดเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศหลั่งไหลขึ้นเขาค้อ

ที่ประชุมได้หารือถึงการบริหารจัดการสถานที่ ระบบการจราจร การรักษาความปลอดภัย การจัดโซนกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้เทศกาลครั้งนี้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ ทีมผู้จัดงานยังได้มอบ อุปกรณ์กีฬา ให้กับเทศบาลตำบลแคมป์สน เพื่อส่งต่อให้เยาวชนในพื้นที่ใช้ในการออกกำลังกายและทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด CSR เพื่อสังคม สร้างโอกาส เสริมสุขภาพ และปลูกฝังการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

สำหรับงาน “แกะดำ Music Festival 2025” กำหนดจัดขึ้นวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ณ ไร่ BN เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเทศกาลดนตรีกลางขุนเขาที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สร้างสีสันให้การท่องเที่ยวเพชรบูรณ์กลับมาคึกคัก ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้หมุนเวียนตลอดฤดูท่องเที่ยว

ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้
📍 ที่ร้าน 7-Eleven ทุกสาขา
📍 หรือทางเพจ “แกะดำ Music Festival”

KaedamMusicFestival2025 #เขาค้อ #เพชรบูรณ์ #MusicFestival #เฟสติวัลกลางขุนเขา


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

สนองพระราชปณิธานพระพันปีหลวง นำช้างคืนสู่ป่าซับลังกา

จังหวัดลพบุรี – เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาและหน่วยงานต่าง ๆ สนองพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยดูแลช้างเร่ร่อนและช้างที่มาปล่อยคืนสู่ป่

จากพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการอนุรักษ์ช้างไทย ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์ประชากรช้างป่าที่ลดจำนวนลงอย่างเพราะถูกล่าและผืนป่าที่เป็นที่อาศัยของช้างถูกทำลายทำให้ป่าไม้ลดลง ซึ่งป่าไม้เป็นที่อยู่อาศัยของช้างตามธรรมชาติ รวมทั้งช้างที่คนนำมาเลี้ยงจำนวนมากกลายเป็นช้างเร่ร่อนและช้างขอทานในเมืองใหญ่ด้วยทรงห่วงใยถึงวิถีชีวิตที่ผิดธรรมชาติของช้าง ซึ่งถือว่าเป็นเหตุแห่งการสูญพันธุ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพระราชทานพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาช้างไทย โดยเฉพาะปัญหาช้างเร่ร่อนทำให้เกิด

สำหรับ “โครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ” ในพระราชดำริ เพื่อสนองพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ช้างไทย ทางมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติได้มีมติเห็นชอบเลือกพื้นที่ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ตำบลกุดตาเพชน อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีพื้นที่เป็นที่ราบล้อมรอบด้วยเทือกเขาเป็นรูปก้ามปูเนื้อที่ประมาณ 155 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 96,875 ไร่ในการปล่อยช้างคืนสู่ธรรมชาติ โดยจะสามารถรองรับช้างได้และในปล่อยครั้งแรกมีการจัดเตรียมช้างจำนวน 6 เชือก เพื่อถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากลักษณะภูมิประเทศถือว่าเหมาะอย่างยิ่งต่อการปล่อยช้างคืนสู่ธรรมชาติ รวมทั้งลักษณะภูมิประเทศที่ง่ายต่อการติดตามช้าง เนื่องจากเทือกเขาทั้งสองด้านจะเป็นรั้วกั้นแบบธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีแหล่งอาหารที่เพียงพอสำหรับจำนวนช้างที่จะนำมาปล่อย

จากโครงการดังกล่าว นายอรรณพ บัวนวล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ได้เปิดเผยถึงโครงการดังกล่าวว่า การดำเนินการเป็นการร่วมกันระหว่าง กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเป็นการสนองพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งพระองค์เห็นว่าช้างเร่ร่อนควรที่จะกลับมาสู่ป่าเริ่มในปี 2547 ปัจจุบันมีช้างที่อยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาก็ได้มีการขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นประมาณ 70 ตัว โดยช้างจะได้อยู่ตามธรรมชาติด้วยระบบนิเวศน์และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ช่วยกันสร้างแหล่งอาหาร ทั้งในการสร้างโป่ง สร้างแหล่งน้ำ และแนวป้องกันด้วยการสร้างรั้วไฟฟ้าเป็นแนวป้องกันระยะทาง 50 กิโลเมตรที่ยังขาดอยู่อีกประมาณ 10 กิโลเมตรก็จะรอบ แต่อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ทุกคนก็มีความภาคภูมิใจที่ได้สนองพระราชปณิธาน รวมทั้งพระองค์ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ทุกคนในการทำงาน ขณะเดียวกันทางมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติได้จัดตั้งสำนักงานมูลนิธิฯ เพิ่มอีก 1 แห่งในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ทั้งนี้เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงานโครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติและเป็นแหล่งให้กับผู้ที่สนใจได้ศึกษาหาความรู้

ส่วนผลที่ตามมาของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาก็คือเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า รวมทั้งเป็นแหล่งที่มีป่าไม้นานาพันธุ์ที่มีความอุดมสมบูรณ์อีกแห่งในพื้นที่ภาคกลาง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่จะให้ผู้เที่สนใจในการอนุรักษ์ป่าไม้ สัตว์ป่า และสัตว์ต่าง ๆ ได้มาเที่ยวชม ทั้งในเรื่องของการดูนก ส่องสัตว์ในเวลากลางวันและกลางคืนที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่นำไปด้วย โดยเชื่อว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาแห่งนี้จะเป็นการร่วมกันของชาวจังหวัดลพบุรี และประชาชนคนไทยที่จะช่วยกันอนุรักษ์ให้เป็นป่าที่สมบูรณ์ของประเทศไทย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ‘พระพันปีหลวง’

วันนี้ (๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๘) เวลา ๑๙.๑๔ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ในการนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน ทรงรอรับเสด็จ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ประดิษฐานพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ

ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังมุขหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระแท่นเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ด้านตะวันออก และด้านตะวันตก ทรงคม แล้วประทับพระราชอาสน์ เมื่อพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าไตรพระราชาคณะ ๑ รูปที่ถวายอดิเรก และพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ๘ รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าพระโกศ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

#ทรงพระเจริญ#สืบสานรักษาต่อยอด#บำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ#สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง#พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท


พระลาน

นายชวนินทร์ฯ รก.ผู้ว่าฯ อ่างทอง เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันนี้ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 16.30 น. นายชวนินทร์ วงสถิตจิรกาล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยรักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้เข้าร่วมพิธีฯ ประกอบด้วย พล.ต.ต.กิตติ สกุลณี ผบก.ภ.จว.อ่าง ทอง, หัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงานรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง /ประชาชน ณ ศาลาการเปรียญ วัดอ่างทองวรวิหาร อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง


ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของตำรวจภูธรภาค 1ในห้วงวันที่ 27 ต.ค. 68 จำนวน 2 เรื่อง

วันที่ 27 ต.ค. 68 งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 2 เรื่อง คือ

1.) สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมภารกิจถวายความปลอดภัย ถวายพระเกียรติ ขบวนเชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

#สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์ #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ #ตำรวจภูธรภาค1 #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #Royalthaipolice

2.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติตีแผ่ 4 พฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบตั้งฐานปฏิบัติการ หากพบขอให้รีบแจ้ง

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมักใช้กลอุบายหลอกลวงประชาชนให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานต่าง ๆ

ที่ผ่านมาพบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์บางกลุ่มได้แฝงตัวตั้ง “ฐานปฏิบัติการ” ภายในที่พักอาศัย เช่น คอนโดมิเนียม หมู่บ้านจัดสรร หรือบ้านเช่า เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ และใช้โทรศัพท์หรือสื่อสังคมออนไลน์ในการหลอกเหยื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะกวาดล้างจับกุมทุกราย ไม่ให้สามารถมาตั้งฐานในไทยได้อย่างเด็ดขาด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอตีแผ่ 4 พฤติกรรมต้องสงสัยของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างชาติ เพื่อให้ประชาชนสามารถช่วยกันสอดส่องและแจ้งเบาะแสได้อย่างทันท่วงที ดังนี้

  1. มีกลุ่มชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่ร่วมกันโดยไม่ปรากฏอาชีพชัดเจน มักมาเป็นกลุ่ม 3–6 คน เช่าที่พักระยะสั้น และไม่สุงสิงกับคนในชุมชน และมีพฤติกรรมเข้า – ออกไม่เป็นเวลา ซึ่งอาจเป็นการรวมกลุ่มทำงานภายในห้องเพื่อปฏิบัติการหลอกลวงทางโทรศัพท์
  2. มีเสียงพูดโทรศัพท์ภาษาต่างประเทศตลอดเวลา มักได้ยินเสียงสนทนาภาษาต่างประเทศดังออกมาจากห้องเกือบตลอดทั้งวัน โดยมีลักษณะเหมือนการอ่านสคริปต์ซ้ำ ๆ ในการโทรหลอกเหยื่อ
  3. ปิดม่านตลอดเวลา ไม่เปิดไฟในตอนกลางวัน แต่เปิดไฟตลอดทั้งคืน เพราะมักทำงานในช่วงกลางคืนตามเวลาประเทศต้นทางของเหยื่อ และปิดม่านเพื่อป้องกันไม่ให้คนภายนอกมองเห็นการทำงานภายในห้อง
  4. มีอุปกรณ์สายไฟหรือเครื่องมือสื่อสารจำนวนมาก บางห้องมีปลั๊กพ่วงหรือสายไฟพาดหลายเส้น มีคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือเราเตอร์หลายเครื่อง และมักมีคนมาซ่อมหรือขนของเข้าออกบ่อยครั้ง

หากพี่น้องประชาชนพบเห็นพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว ขอให้อย่านิ่งนอนใจ เพราะอาจเป็น “ฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้บ้านคุณ โดยสามารถแจ้งเบาะแสพฤติกรรมต้องสงสัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบได้ทันที ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

#ปราบสแกมเมอร์ #ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #Royalthaipolice


พล.ต.ท.วัฒนาฯ ผบช.ภ.1 เป็นประธานฯ การประชุมบริหาร ภ.1 ประจำเดือน ต.ค. 68

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลง ข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า ได้รับข่าวสาร เผยแพร่ข่าวสารนี้ให้กับประชาชนและข้าราชการตำรวจ และสังกัดพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อให้ได้รับทราบเป็นความรู้ข้อมูลในเรื่องต่างๆที่มีประโยชน์ต่อข้าราชการตำรวจและประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศและในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1

วันที่ 27 ต.ค.68 เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ประธานฯ, พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ภาณุเดช สุขวงศ์ รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ ภ.1, พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ ภ.1 ร่วมประชุมบริหาร ภ.1 ประจำเดือน ต.ค. 68

โดยก่อนวาระการประชุมได้มีพิธีการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พล.ต.ท.สุรจิต ชิงนวรรณ์ จตร. และคณะ ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.1 โดยมี ผบก., รอง ผบก., ผกก/หัวหน้า สภ. ในสังกัด ภ.1, ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.1 เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1


รพ.นครปฐม จัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนยุทธศาตร์ ปี 2569

โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนยุทธศาตร์ โรงพยาบาลนครปฐม ปี 2569

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานเปิดโครง การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ โรงพยาบาลนครปฐม ปี 2569 พร้อมด้วย นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา, แพทย์หญิงอุษณีย์ พูลวิวัฒน์ชัยการ รองผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร, แพทย์, พยาบาล และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมประชุม มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้บุคลากรทุกฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดทิศทางของโรงพยาบาล สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงสาธารณ สุข มุ่งมั่นนำแผนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมพลังผู้มีจิตศรัทธานับพัน จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมพลังผู้มีจิตศรัทธานับพัน จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในเทศ กาลกินเจ ประจำปี 2568 ตั้งจิตอธิษฐานถวายเป็นพระราชกุศล แด่ สมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เสด็จสู่สวรรคา ลัย รวมทั้งขอพรให้ทั่วทุกผืนแผ่นดินไทยผ่านพ้นโพยภัยพิบัติ ทุกแนวชายแดนไทยปลอดภัยจากการรุกราน ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับ พลาไชย

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2568 เวลา 18.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ, นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการฯ, คณะกรรมการ, ผู้ช่วยกรรมการฯ และผู้บริหารมูลนิธิฯ ร่วมในพิธี “เวียนธูปศักดิ์สิทธิ์” เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรจากเทพเจ้า เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง โดยมี เจ้าหน้าที่ และ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมทั้งศิษยานุศิษย์ และสาธุชน ร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่น ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

“พิธีเวียนธูป ในเทศกาลกินเจ” เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ เป็นการสรรเสริญและรับพรจากเทพเจ้า 9 พระองค์ อันเป็นภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ และพระโพธิสัตว์ 2 พระองค์ โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบานผ่องแผ้ว มีแต่ความสุข ความเจริญ โดยในแต่ละปี ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จะมีศิษยานุศิษย์และสาธุชน นุ่งขาว ห่มขาว ถือศีล กินเจ มาร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์กันอย่างเนืองแน่นขบวนแห่เวียนธูปของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดซุ้มประตูมังกร เพื่อให้ขบวนต่างๆ ผ่านด้านหน้าศาลเจ้าไต้ฮงกง แต่ละขบวนตกแต่งสวยงาม นำด้วยกองธงชาติ ธงธรรมจักร และธงมูลนิธิฯ ตามด้วยขบวนป้ายผ้าเทศกาลกินเจ ชุดตั่วล่อโก้ว (ชุดขบวนกลองใหญ่) ชุดกระถางธูป และขบวนพระผู้ประกอบพิธี ตามด้วยผู้แสวงบุญหลายพันคนตามขบวน

โดยในปีนี้ มูลนิธิฯ และ ผู้ร่วมขบวนแห่เวียนธูป 3 รอบ จะตั้งจิตอธิษฐานต่อเทพยดาฟ้าดิน ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลวงปู่ไต้ฮง ดังนี้

  • รอบที่ 1 ตั้งจิตอธิษฐาน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
  • รอบที่ 2 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรให้ ทั่วทุกผืนแผ่นดินไทยผ่านพ้นโพยภัยพิบัติ ทุกแนวชายแดนไทยปลอดภัยจากการรุกราน
  • รอบที่ 3 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรให้ตนเอง บิดา มารดา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ผู้มีพระคุณ และครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป และอุทิศส่วนกุศลให้ทุกดวงวิญญาณและสรรพสัตว์ผู้ล่วงลับ ให้สู่สุคติ

เทศกาลกินเจ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถือเป็นงานเทศกาลหลักซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจะมีพิธีสำคัญต่างๆ ได้แก่ พิธีอัญเชิญ “กิ้วอ๊วงฮุกโจ้ว” หรือเทพเจ้า 9 พระองค์ พิธีสวดพระพุทธมนต์ ชัยมงคลคาถา พิธีเวียนธูปภายในศาลเจ้าพิธีเบิกเนตรองค์ยมทูต พิธีลอยกระทง โปรยทาน และพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้า เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมทั้งจัดให้มีบริการอาหารเจฟรีแก่ประชาชนตลอดช่วงเทศกาล พร้อมจัดการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) ณ บริเวณลานสำนักงานมูลนิธิฯ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบ.ทบ. นำผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงร่วมพิธีถวายความอาลัย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ผบ.ทบ. นำผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงร่วมพิธีถวายความอาลัย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมสนับสนุนส่วนราชการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างสมพระเกียรติ ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำผู้บังคับการกรม สานต่อนโยบาย เตรียมกำลังให้พร้อมรองรับภัยคุกคามอย่างรอบด้าน

วันนี้ (27 ต.ค.68) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี เลขานุการกองทัพบก/โฆษกกองทัพบกได้เปิดเผยถึงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้งที่ 1/2569 วาระพิเศษ ที่มีการเชิญผู้บังคับหน่วยระดับผู้บังคับการกรมทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม โดยมี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานฯ ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกในปีงบประมาณ 2569

โดยวาระก่อนการประชุม ผู้บัญชาการทหารบกได้นำคณะผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ประกอบพิธีถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประกอบด้วย การรับชมวิดีทัศน์เฉลิมพระเกียรติ “น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท” และการกล่าวน้อมสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อประเทศชาติและปวงพสกนิกรไทยมาโดยตลอด

จากนั้นกรมฝ่ายเสนาธิการได้ชี้แจงนโยบายการปฏิบัติงานของกองทัพบกเพิ่มเติมในปี 2569 ซึ่งเป็นนโยบายที่ต่อเนื่องจากปี 2568 และได้ปรับพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ประกอบด้วย การกำกับดูแลและพัฒนากำลังพล รวมทั้งการพัฒนากระบวนการสอบสวนต่อข้อร้องเรียนต่างๆ ให้มีประ สิทธิภาพ รวดเร็ว เป็นธรรมและมีมาตรฐาน, การยกระดับคุณภาพการผลิตข่าวกรองให้สอดรับกับงานด้านยุทธศาสตร์และยุทธวิธี รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาประยุกต์เสริมประสิทธิภาพการทำงาน, การปรับและพัฒนาการจัดหน่วยเพื่อรองรับภารกิจ สามารถรับมือกับภัยคุกคามรอบด้าน ทั้งในส่วนกองกำลังป้องกันชายแดน และจังหวัดชายแดนภาคใต้, การสำรวจและซ่อมบำรุง เตรียมความพร้อมของสิ่งอุปกรณ์เพื่อให้พร้อมต่อทุกภารกิจ รวมทั้งงานด้านกิจการพลเรือน น้อมนำโครงการจิตอาสาพระราชทานมาเป็นหลักในการทำงาน พร้อมบูรณาการร่วมกับส่วนต่างๆ ดูแลช่วยเหลือประชาชน และแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเต็มที่

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า “ขอขอบคุณผู้บังคับหน่วยทุกนาย ซึ่งถือเป็นบุคคลหลักในการขับเคลื่อนงานของกองทัพบก ที่ได้กำกับดูแลกำลังพลและภารกิจของหน่วยให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีในห้วงที่ผ่านมา ขอให้ทบทวนนโยบายที่ได้รับ และสานต่อภารกิจต่างๆ ด้วยความต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศอย่างรอบด้าน ขอให้หน่วยเฝ้าติดตามประเด็นต่างๆ อย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมกำลังให้มีความพร้อมอยู่เสมอ ตามแนวทางที่กองทัพบกได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อรักษาความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ

และในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ในวันที่ 24 ตุลาคม 2568 กองทัพบกขอน้อมนำหลักการทรงงานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และยึดมั่นตามรอยพระยุคลบาท พร้อมสืบสานพระราชปณิธาน 5 ประการ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน ขณะเดียวกันผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้หน่วยขึ้นตรงกอง ทัพบกทุกพื้นที่ ร่วมกับส่วนราชการต่างๆ จัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ รวมถึงให้จัดกำลังพลเข้าสนับสนุนในพระราชพิธีต่างๆ อย่างเต็มความสามารถ เพื่อร่วมแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีในฐานะข้าราชการและปวงพสกนิกรไทยของพระองค์ท่าน”



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก