กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 บูรณาการร่วมหลายหน่วยงาน ช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก 8 หมู่บ้าน ในอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก

กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 ระดมกำลังจิตอาสาภัยพิบัติ ชุดบรรเทาสาธารณภัย เครื่องมือยุทโธปกรณ์ บูรณาการร่วมหลายหน่วยงานช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก 8 หมู่บ้าน ในอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 ได้รับแจ้งจาก นายธวัชชัย ศรีใส กำนันตำบลทุ่งกระเชาะ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ถึงสถานการณ์ น้ำป่าไหลหลาก จากลำห้วยแม่ไขและห้วยตาก เนื่องจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มวลน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ในพื้นที่หมู่ที่ 1, 3, 4, 5, 7, 10, 11 และ 12 ตำบลทุ่งกระเชาะ ถนนบางจุดไม่สามารถสัญจรได้

ต่อมากองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 จัดกำลังพลจิตอาสาภัยภิบัติ, ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ และชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ พร้อมด้วยยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เรือยาง เสื้อชูชีพ และเครื่องมือที่จำเป็น เข้าพื้นที่ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตั้งแต่ 07.30 น.จนถึงปัจจุบัน ร่วมบูรณาการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก, องค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก, อำเภอบ้านตาก นายกเทศบาลทุ่งกระเชาะ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 8 หมู่บ้าน ตำบลทุ่งกระเชาะ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก โดยได้ทำการขนย้ายสิ่งของ ขนย้ายผู้ป่วยติดเตียง อพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย มอบถุงยังชีพสิ่งของอุปโภคบริโภค แจกข้าวกล่อง จำนวน 500 กล่อง) ให้กับประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในขั้นต้น

โดยในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 จะดำเนินการจัดกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน และชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย พร้อมจิตอาสาภัยพิบัติ เข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยดังกล่าวเพิ่มเติมต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กระทรวงกลาโหม ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย MOU ความร่วมมือทางวิชาการ

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนาด้านการศึกษา การวิจัย การพัฒนาความมั่นคงและป้องกันประเทศของบุคลากร และกำลังพลกระทรวงกลาโหม ระหว่าง กระทรวงกลาโหม กับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันนี้ (3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568) เวลา 13.00 น. พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ร่วมลงนามในฐานะพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้า ใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ ในการพัฒนาด้านการศึกษา การวิจัย การพัฒนาความมั่น คงและป้องกันประเทศของบุคลากร และกำลังพลกระทรวงกลาโหม ระหว่างกระทรวงกลาโหมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีพลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม และศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ สำหรับพิธีฯ ดังกล่าว พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นสักขีพยานการลงนาม ณ ห้อง 111 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือฯ ดังกล่าว เป็นการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในด้านการบริหารงานวิชาการ สนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศและความมั่นคงของชาติ การแลกเปลี่ยนผลงานวิจัยและเทคโนโลยีร่วมกัน ส่งเสริมการบริหารจัดการด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ยังสร้างความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพ โดยอาศัยทรัพยากรและความเชี่ยวชาญของกำลังพล ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรในด้านวิชาการและการปฎิบัติการ

โดยจัดฝึกอบรม สัมมนา และหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับความรู้และทักษะของบุคลากร สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันในโครงการต่างๆ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลและทรัพยากร สื่อการสอน และการใช้ประโยชน์จากห้องสมุด เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และทรัพยากรระหว่างกัน โดยมีการจัดทำระบบหรือช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบทหารกองประจำการแบบสมัครใจ รวมทั้งสร้างเสริมทักษะทางการศึกษาคู่ขนานกับการฝึกอบรมของกองทัพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กองทัพบก ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการพัฒนากำลังพลด้านการศึกษา และการฝึกอบรมให้แก่กำลังพลรวมถึงทหารกองประจำการ ซึ่งนำไปสู่ระบบทหารกองประจำการแบบสมัครใจ และสามารถนำไปต่อยอดการสอบคัดเลือกเข้าฝึกอบรมในโรงเรียนทหาร การบรรจุเข้ารับราชการในกองทัพบก หรือการประกอบอาชีพได้อย่างแท้จริง



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ผบ.มทบ. 32 ลุยเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบถุงยังชีพ บำรุงขวัญ บรรเทาทุกข์กลุ่มเปราะบาง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง

“ทหารห่วงใย” ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 นำจิตอาสาและชุดแพทย์โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี ลุยเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบถุงยังชีพ บำรุงขวัญ บรรเทาทุกข์กลุ่มเปราะบาง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 พลตรีกวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32/ ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 32/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมด้วย พันเอก จรัญวิชญ์ สุขชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี, คณะผู้บังคับบัญชา และ จิตอาสา 904 เดินทางเข้าพื้นที่ หมู่ที่ 4 บ้านแม่เชียงรายบน ตำบลพระบาทวังตวง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง นำถุงยังชีพ ปตท.สผ., ถุงยังชีพ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตสาขาแม่เมาะ น้ำดื่ม และข้าวสาร มอบให้กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน จำนวน 10 ราย พร้อมชุดหมอเดินเท้า จาก โรงพยาบาลพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี เพื่อช่วยเหลือและเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อน โดยทีมแพทย์ได้พบปะพูดคุย เพื่อ ให้รู้สึกผ่อนคลายความกังวลใจกับสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น สร้างรอยยิ้มและกำลังใจต่อครอบครัวผู้ประสบภัยเป็นอย่างมาก

ในการนี้ได้ประสานความร่วมมือกับ นายดำรงรัตน์ สุภาพัฒน์ ปลัดอำเภอแม่พริก รักษาราช การแทน นายอำเภอแม่พริก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องเพื่อพี่น้องประชาชนจะได้กลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็วต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ อุทัยธานี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจพื้นที่เกิดอุทกภัยจากภาวะฝนตกหนักในจังหวัดอุทัยธานี

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจพื้นที่เกิดอุทกภัยจากภาวะฝนตกหนักในจังหวัดอุทัยธานี

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 10.00 น. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจสอบพื้นที่เกิดอุทกภัย จากภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วยนายบรรพต พึ่งพัก หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ, นายกฤษดา ข้องพูน ผอ.โครงการชลประทานอุทัยธานี, นายนำโชค ไม้สนธิ์ รักษาราชการ นายอำเภอสว่างอารมณ์, นายสุชาติ สารีนนท์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไผ่เขียว, กำนันตำบลไผ่เขียว, ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง, ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่อำเภอสว่างอารมณ์, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภาพ.สว่างอารมณ์ ร่วมเป็นคณะท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ตามเส้นทางน้ำของลำแควตากแดด

โดยได้ลงพื้นที่ติดตามปริมาณน้ำที่เขื่อนวังร่มเกล้า ดูปริมาณน้ำจากตอนบนไหลมาสมทบและถามสอบการระบายน้ำ จากนั้นติดตามสถานการณ์ที่ตำบลโคกหม้อ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี ต่อมาเดินทางไปติดคามสถานการณ์น้ำลำแควตากแดด หน้าสำนักงานเทศบาลสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี และต่อจากนั้น ติดตามการเกิดเหตุอุกภัยจากคันคลองขาดที่ หมู่ที่ 3 บ้านหนองเข้ ตำบลไผ่เขียว ซึ่งมีมวลน้ำกระทบต่อความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่และได้สั่งการ องค์การบริหารส่วนตำบลไผ่เขียว ให้ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดทั่วถึง


พันตรีศิริชัยฯ นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลร่วมกิจกรรม “100 ปี ชาตกาล สมพร เทพสิทธา ชีวิตนี้เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

วันนี้ (3 พฤศจิกายน 2568) เวลา 10.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล นำโดย พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ และกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เข้าร่วมกิจกรรม “100 ปี ชาตกาล สมพร เทพสิทธา ชีวิตนี้เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ (3 พฤศจิกายน 2468–2568)” ณ วัดเสนหา ถนนรถไฟตะวันตก ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเทิดทูนและรำลึกถึงคุณูปการของ ท่านสมพร เทพสิทธา บุคคลผู้เป็นแบบอย่างแห่งความจงรักภักดี ความเสียสละ และความทุ่มเทเพื่อประเทศชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดระยะเวลาการทำงานและการดำเนินชีวิตอย่างทรงคุณค่า ภายในงานมีการประกอบพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล การกล่าวสดุดีเกียรติคุณ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้แนวทางแห่งความดีงาม และนำไปเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตและการทำงานเพื่อส่วนรวม

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ ในนามสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ได้กล่าวแสดงความรำลึกถึงท่านสมพร เทพสิทธา ว่าเป็น “แบบอย่างของผู้กล้า ผู้เสียสละ และผู้ไม่เคยหยุดทำความดี” พร้อมทั้งย้ำว่าการรำลึกถึงคุณงามความดีของบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดิน คือการสืบสานพลังแห่งความดีงามให้คงอยู่ในใจของคนไทยทุกคน

“แม้กาลเวลาจะผ่านไปครบหนึ่งศตวรรษ แต่แสงแห่งความดีของท่านสมพร เทพสิทธา ยังคงเปล่งประกายอยู่ในหัวใจของพวกเรา และจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยร่วมกันสานต่อเจตนารมณ์ เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดไป”

#สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ #สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล #ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1 #100ปีสมพรเทพสิทธา #ชีวิตนี้เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ #นครปฐม #แรงบันดาลใจแห่งความดี #แบบอย่างแห่งความเสียสละ #รวมพลังศรัทธา #สานต่อเจตนารมณ์เพื่อแผ่นดิน


นที มีเดช รายงาน

พรรค รทสช.จัดประชุมพบปะแกนนำและสมาชิกพรรคที่ จ.ลำพูน

ลำพูน – พรรค รทสช.จัดประชุมพบปะแกนนำและสมาชิกพรรคที่ จ.ลำพูน

วันนี้ (3 พ.ย. 68) เวลา 13:30 น. พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) นำโดย นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรคฯ และ นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรคฯ ได้จัดประชุมพบปะแกนนำและสมาชิกพรรคฯสมาชิกพรรคที่ จ.ลำพูน ที่โรงแรมแกรนด์ปาโฮเทล ต.เวียงยอง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน มีแกนนำและสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมฯจำนวนมาก โดยนายอาทร โยธา ผู้ดำเนินการประสานงานการประชุมฯ

มีสาระการประชุม คือ กล่าวถึงผลงานของพรรคในห้วงที่ผ่านมา อาทิ การขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะ การปฏิบัติภารกิจให้กับประเทศในการกำกับดูแลพลังงาน ทำให้ได้ทราบข้อเท็จจริงและปัญหาต่าง ๆ ในด้านพลังงาน จึงได้เร่งแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชน จนทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคการเมืองพรรคแรก ที่สามารถบริหารจัดการโครงสร้างพลังงานของประเทศให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม การลดค่าไฟฟ้าลงอย่างต่อเนื่อง และกล่าวถึงนโยบายของพรรรคฯ ที่พร้อมเข้าไปแก้ทุกปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความมั่นคงทางชายแดน ความมั่นคงทางพลังงาน และปัญหาความมั่นคงด้านอื่นๆ..


นที มีเดช รายงาน

นายก อบต.แม่สามแลบ เตือนนักท่องเที่ยวที่จะไปกลอเซโล ทางเละมาก

นายก อบต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ออกมาเตือนนักท่องเที่ยว หลังฟ้าฝนแปรปรวนขอให้ระมัดระวังในการสัญจร เผยมีรถนักท่องเที่ยวจำนวนมากติดโคลนเลนเส้นทางขึ้นแหล่งท่องเที่ยวกลอเซโล ต้องเร่งให้การช่วยเหลือ


เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ได้รับแจ้งมีเหตุรถของนักท่องเที่ยว จำนวนมากติดบนถนนทางขึ้นไปแหล่งท่องเที่ยวดอยกลอเซโล เนื่องจากเกิดฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ถนนเต็มไปด้วยโคลนเลนและร่องหลุมลึกทำให้รถนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ดอยกลอเซโลติดบนถนน จึงได้นำรถของ อบต.และระดมชาวบ้านเข้าไปให้การช่วยเหลือ

นายกอบต.แม่สามแลบ กล่าวต่อไปว่า นึกว่าฝนจะหยุดแล้ว ปรับเกลี่ยถนนพึ่งเสร็จ เพื่อเตรียมเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยว แต่มาเจอฝนหลงฤดู จนได้ ทำให้รถนักท่องเที่ยวติดกันเป็นแถว แต่ล่าสุดก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ จนนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางถึงดอยกลอเซโลอย่างปลอดภัย

ข้อมูลจาก ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน บอกว่า กลอเซโล เป็นจุดชมวิวบนเทือกเขาชายแดนไทย-เมียนมา ฝั่งแม่น้ำสาละวิน เทือกเขาแห่งนี้ ประกอบด้วย 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านกลอเซโล และหมู่บ้านบุญเลอ ด้วยตำแหน่งในลักษณะของหุบเขาและติดริมแม่น้ำสาละวินที่กว้างใหญ่ ที่นี่จึงเป็นแหล่งผลิตหมอกชั้นดีที่ไม่ต้องคอยลุ้นว่าในแต่ละวันจะมีหมอกหรือไม่เพราะ 90% หมอกปังสวยทุกวันคุ้มค่ากับการเดินทางแน่นอน และนอกจากจะเป็นจุดชมทะเลหมอกแบบอลังการแล้ว ยังเป็นจุดที่เห็นการบรรจบกันของแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำเมย เกิดเป็นชื่อแม่น้ำสบเมย ที่มาของชื่ออำเภอนั่นเอง จุดชมวิวทะเลหมอกสองแผ่นดิน จุดชมวิวพระธาตุบ้านบุญเลอ จุดชมวิวม่อนเดียวดาย จุดชมวิวม่อนชมดาว จุดชมวิวดอยโจโค๊ะ ช่วงนี้เข้าสู่หน้าหนาวจะมีนักท่องเที่ยวที่ชอบผจญภัย ชอบธรรมชาติ ชมทะเลหมอก มุ่งสู่กลอเซโล แต่ก็ขอให้ใช้ความระมัดวังในการเดินทาง ทั้งรถส่วนตัวหรือรถนำเที่ยว รถยนต์ มอเตอร์ไซด์ เนื่องจากยังมีฝนตก ถนนลื่น ถนนเละ การเดินทางต้องระมัดระวังให้มากที่สุด



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลา 02.55 น. ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพัฒนาจังหวัดอุทัยธานี ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก ในช่วงวันที่ 30 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ที่ อำเภอบ้านไร่ ได้เกิดฝนตกหนัก ในเขตพื้นที่อำเภอบ้านไร่ และอำเภอลานสัก ทำให้พื้นที่เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากจากคลองกระเสียว ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตชุมชน หมู่ที่ 2 และ หมู่ที่ 5 ต.คอกควาย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

ซึ่งเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 18.30 น. จนถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลา 00.30 น. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วย นางสาวอังศนา ลุยจันทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี ว่าที่ ร.ต.ทนงศักดิ์ สุวรรณเตมีย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุทัยธานี ผู้แทนปลัดจังหวัดอุทัยธานี และจิตอาสาภาคประชาชน ลงพื้นที่เพื่อประสานการปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก โดยมี นายสิรภพ นิยมเดช นายอำเภอบ้านไร่ ปลัดอำเภอบ้านไร่ และกำนัน ผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้านในเขตอำเภอบ้านไร่ ร่วมประสานการปฏิบัติ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ร่วมทั้งหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่

โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  1. แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ราบลุ่มริมคลองกระเสียว (ตำบลคอกควาย ตำบลเจ้าวัด ตำบลบ้านบึง และตำบลทัพหลวง) และประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ราบลุ่มริมคลองกระเวน (ตำบลบ้านไร่) ให้เตรียมความพร้อมรับสถานการอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ยกของขึ้นที่สูง โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุทัยธานี ได้ประสาน อำเภอบ้านไร่และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ผ่านระบบเซลล์บอร์ดแคส ในเขตอำเภอบ้านไร่ จำนวน 2 ครั้ง และอำเภอลานสัก จำนวน 1 ครั้ง
  2. ประสานการปฏิบัติในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ณ หมู่ที่ 2 และ หมู่ที่ 5 ตำบลคอกควาย อำเภอบ้านไร่

นอกจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี และคณะ ได้ตรวจดูสถานที่ที่มีความเสี่ยง ล่อแหลมต่อการเกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก โดยคณะฯได้ให้คำแนะนำ ผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือนประชาชน ในพื้นที่ประสบภัยหรือเสี่ยงประสบภัยพิบัติ จึงได้ตรวจดูพื้นที่ริมคลองกระเสียว บริเวณชุมชนเชิงสะพานวัดทัพคล้าย หมู่ที่ 2 ตำบลทัพหลวง ผลการตรวจระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 2- 3 เมตร

จากนั้นเดินทางไปตรวจดูพื้นที่ริมคลองกระเสียว บริเวณฝายทัพคล้าย หมู่ที่ 2 ตำบลทัพคล้าย ผลการตรวจระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 2 เมตร พร้อมทั้งตรวจดูพื้นที่ริมคลองกระเสียว หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านบึง ผลการตรวจมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนริมคลอง เนื่องจากคลองแคบ มีสิ่งกีดขวางทางน้ำ และท่อระบายน้ำมีขนาดเล็ก

ต่อจากนั้น ตรวจดูพื้นที่ริมคลองกระเวน ตำบลบ้านไร่ ผลการตรวจ น้ำไหลระบายได้ดี ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1.5 เมตร และ ตรวจดูพื้นที่ริมคลองกระเวน บริเวณสะพานในเขตเทศบาลตำบลบ้านไร่ ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1.5 เมตร ส่วนสถานการณ์ปัจจุบัน ระดับน้ำในคลองกระเวน และคลองกระเสียว มีระดับน้ำที่ต้องเฝ้าระวัง จากการรับรายงานมีผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากบางส่วน ในเขต หมู่ที่ 2 และ หมู่ที่ 5 ตำบลคอกควาย ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองกระเสียว สำหรับ การให้ความช่วยเหลือ อำเภอบ้านไร่มอบหมายให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสาภาคประชาชน เร่งสำรวจราษฎรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบราชการ ผลความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป


นที มีเดช รายงาน

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มุ่งมั่นให้บริการด้วยหัวใจ ใส่ใจทุกสุขภาพของกำลังพล ดูแลทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มุ่งมั่นให้บริการด้วยหัวใจ ใส่ใจทุกสุขภาพของกำลังพล ดูแลทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ลงพื้นที่ให้บริการตรวจสุขภาพเชิงรุกแก่กำลังพลในพื้นที่ห่างไกล ณ ค่ายเทพสิงห์ กรมทหารพรานที่ 36 อำเภอแม่ สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อส่งเสริมให้กำลังพลทุกนายได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

ภายในกิจกรรม จุดให้บริการแพทย์เคลื่อนที่ของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ ได้ให้บริการตรวจร่างกายทั่วไป วัดความดันโลหิต เจาะเลือดเพื่อตรวจคัดกรองความเสี่ยง ตรวจสมรรถภาพปอด ตรวจสุขภาพช่องปาก และประเมินสุขภาวะทางจิต พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคที่พบบ่อยในแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้ ทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ยังได้พูดคุยให้กำลังใจแก่กำลังพล เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายให้ทุกนายมีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ พร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจสำคัญในการรับใช้ประเทศชาติ

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ “บริการทางการแพทย์เชิงรุก” ของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ ที่มุ่งเน้นให้กำลังพลทุกนายสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้อย่างทั่วถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกลให้ดียิ่งขึ้น


นที มีเดช รายงาน

ทาสยา ฉายเดี่ยวในห้าง สบจังหวะพนักงานเผลอ ฉกเงินศูนย์บริการโทรศัพท์ค่ายดัง ตร.ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที รวบทันควันพร้อมของกลาง

ทาสยาฉายเดี่ยวในห้าง สบจังหวะพนักงานเผลอ ฉกเงินศูนย์บริการโทรศัพท์ค่ายดัง ตร.ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาทีรวบทันควันพร้อมของกลาง

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 14.00 น. ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งจากพนักงานศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือค่ายดัง ที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขานครพนม ว่า มีคนร้ายทำทีเข้ามาใช้บริการในศูนย์ อาศัยช่วงจังหวะพนักงานเผลอ ได้ฉกกระเป๋าถือที่วางไว้บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ ภายในมีเงินสดจำนวนหนึ่ง โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน บันทึกเหตุการณ์ขณะก่อเหตุไว้ได้ แต่ไม่ทราบว่าคนร้ายใช้อะไรเป็นพาหนะ และหลบหนีไปเส้นทางใด

ศูนย์วิทยุ 191 จึงประสาน พ.ต.ต.ศักดา ต้นจันทร์ สารวัตรปราบปราม (สวป.) สภ.เมืองนคร พนม พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุระชัย นครคำสิงห์ รอง สวป.ฯ เดินทางไปยังศูนย์บริการโทรศัพท์ถือดังกล่าว ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อแขนยาวสีดำ สวมทับเสื้อยืดโปโลสีแดง กางเกงสีดำ จึงวิทยุแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ รวมทั้งชุดสืบสวน สภ. เมืองนครพนม ออกติดตามบนถนนและซอยในเขตเทศบาลเมืองนครพนม

กระทั่งมาถึงหน้าโรงแรมลัคกี้ ในซอยกุหลาบทิพย์ ห่างจากห้างจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโล เมตร พบชายลักษณะการแต่งกาย ตำหนิรูปพรรณใกล้เคียงกับคนร้ายในกล้องวงจรปิด ต่างกันตรงที่ไม่ได้สวมเสื้อแขนยาวสีดำ ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบและตรวจค้น ปรากฏว่ามีกระเป๋าคาดเอวสีน้ำตาลอยู่ในถุงพลาสติกขาว ภายในมีเงินสดจำนวน 7,025 บาท จึงสอบถามที่มาที่ไปของเงินจำนวนดังกล่าว แต่ชายผู้ต้องสงสัยไม่สามารถบอกถึงเงินที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นเจอได้ จึงนำตัวไปสอบสวนที่โรงพัก พร้อมเรียกพนักงานในศูนย์มาดูตัว ก็ยืนยันว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันที่ทำทีเข้าไปใช้บริการ โดยนำภาพในวงจรปิดมาเปิดเพื่อยืนยัน ทำให้ชายดังกล่าวจนมุมด้วยหลักฐาน ยอมรับว่าเป็นคนร้ายที่ฉกเงินบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ไปจริง

ทราบต่อมาว่าชื่อนายฉัตรชัย อายุ 36 ปี เป็นคน ต.แพด อ.คำตากล้า จ.สกลนคร ให้การว่ามีอาชีพทำงานก่อสร้าง เหตุที่ขับรถจักรยานยนต์คู่ใจมาจากบ้าน ที่ไกลจากตัวจังหวัดนครพนมประมาณ 200 กิโลเมตร เพราะมีปากเสียงทะเลาะกับพ่อ จึงขับมาเรื่อยๆจนมาถึงเมืองนคร พนม บังเอิญเข้าแอพจีวอลเล็ต (G-Wallet) ไม่ได้จึงมาที่ศูนย์เพื่อขอซื้อซิมใหม่ ขณะยืนรอเห็นพนักงานกำลังวุ่นการทำงานอยู่ ก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าคาดเอววางอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จึงเขยิบเข้าไปใกล้ๆก่อนจะคว้ากระเป๋ายัดใส่ถุงพลาสติกสีขาวแล้วเดินออกไปอย่างหน้าตาเฉย ระหว่างขับรถจักรยานยนต์ก็ถอดเสื้อแขนยาวสีดำโยนลงถังขยะ และแวะซื้อเบียร์มาดื่ม 1 กระป๋อง ยังไม่ทันไรก็มาจ๊ะเอ๋รถสายตรวจกลางซอย ก่อนจะถูกควบคุมตัวดังกล่าว

ทางด้าน นางสาว วารุณี (สงวนนามสกุล) หรือมาย อายุ 40 ปี พนักงานให้รายละเอียดว่า นายฉัตรชัยเข้ามาขอซื้อซิมใหม่ เพราะเข้าแอพจีวอลเล็ตไม่ได้ แต่เนื่องจากหน้าจอโทรศัพท์ของนายฉัตรชัยแตก ไม่สามารถแสกนใบหน้ายืนยันตัวตนได้ ทางศูนย์จึงแนะนำให้เปลี่ยนเครื่องใหม่ โดยหาราคาเครื่องที่ถูกสุดประมาณ 7 พันบาท แต่นายมีเงินไม่พอก็พยายามหาโปรโมชั่นที่ลูกค้าจ่ายได้ ขณะกำลังหันหลังหาเครื่องให้อยู่นั้น นายฉัตรชัยก็ฉวยโอกาสตอนเผลอฉกเงินบนโต๊ะทำงานไป แต่คงรีบร้อนจนลืมหยิบบัตรประชาชนไปด้วย จึงกลายเป็นหลักฐานมัดตัว โดยรู้ตัวว่าโดนขโมยกระเป๋า เวลาก็ผ่านไปประมาณ 20 นาที ขณะจะทอนเงินให้ลูกค้าแต่หากระเป๋าไม่เจอ จึงตรวจสอบจากวงจรปิดพบคนร้ายคือชายที่มาขอซื้อซิม ที่เดินออกจากร้านโดยทิ้งบัตรประชาชนไว้ให้ติดตามตัว ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานได้รวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาทีก็สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้

นอกจากนี้นายฉัตรชัยยอมรับว่า ก่อนเข้าไปใช้บริการเพิ่งเสพยาเสพติดมา 2 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงตรวจหาสารเสพติดในร่างกายพบเป็นสีม่วง พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ลักทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือเพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับ กุม พ่วงด้วยข้อหาเสพยาเสพติดในขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โทรศัพท์ #มือถือ #ค่าย #ห้างสรรพสินค้า #เสื้อโปโล #จักรยานยนต์ #เบียร์


ฟร้องข่าวด่วน นครพนม รายงาน