ดอกเบี้ยบานฉ่ำ! ปิดตำนานหนี้ BTS กทม.เคลียร์ครบ

หลังจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ค้างชำระหนี้ให้บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC มาเป็นเวลานานตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ในที่สุด “ตำนานหนี้รถไฟฟ้า” ก็ปิดฉากลงเมื่อ กทม.สามารถล้างหนี้ได้ครบทุกบาททุกสตางค์!

วันนี้ กทม.ล้างหนี้ BTSC ได้หมดเกลี้ยง แต่เส้นทาง “อิสรภาพทางราง” เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เพราะการ “จ่ายครบ” อาจยังไม่พอ… ต้อง “คิดครบ” เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด!

1. หนี้ 3 ก้อนใหญ่ที่จ่ายจบ

(1) ค่าขบวนรถไฟฟ้า อาณัติสัญญาณ สื่อสาร และระบบตั๋ว (Electrical and Mechanical หรือ E&M) ระหว่างปี 2559 – 2564 เป็นเงิน 23,312 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 19,214 ล้านบาท และดอกเบี้ย 4,098 ล้านบาท ชำระเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2567

(2) ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงรักษา (Operation and Maintenance หรือ O&M) ระหว่างเดือนเมษายน 2560 – เดือนพฤษภาคม 2564 เป็นเงิน 14,476 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 11,755 ล้านบาท และดอกเบี้ย 2,721 ล้านบาท ชำระเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567

(3) ค่า O&M ระหว่างเดือนมิถุนายน 2564 – เดือนกันยายน 2568 เป็นเงิน 36,444 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 31,482 ล้านบาท และดอกเบี้ย 4,962 ล้านบาท ชำระเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 รวมเป็นเงินทั้งหมด 74,232 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 62,451 ล้านบาท และดอกเบี้ย 11,781 ล้านบาท

ถ้า กทม.ไม่ค้างจ่ายตั้งแต่ต้น จะสามารถประหยัดค่าดอกเบี้ยได้ถึงกว่า 1 หมื่นล้านบาท! น่าเสียดายสุดๆ… แค่ดอกเบี้ยก็สร้างรถไฟฟ้าได้หลายสถานี

2. หลังจ่ายหนี้ครบ… ชีวิตยังไม่อิสระเต็มตัว

สัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก (ช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน) ระหว่าง กทม. กับ BTSC จะสิ้นสุดลงในปี 2572 เมื่อหนี้หมด กทม.จึงไม่มีความจำเป็นต้องขยายสัมปทานให้ BTSC

แต่! กทม.ยังไม่เป็นอิสระเต็มตัว เพราะยังมีสัญญาจ้างให้ BTSC เดินรถและซ่อมบำรุงรักษาทั้งส่วนหลักและส่วนต่อขยาย (ส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และสะพานตากสิน-บางหว้า และส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-คูคต) ไปจนถึงปี 2585

กล่าวได้ว่า หลังหมดสัญญาสัมปทานในปี 2572 แล้ว BTSC ยังมีสิทธิ์ที่จะเดินรถต่อลากยาวไปอีก 13 ปีเต็ม!

นี่คือความไม่เป็นอิสระเต็มตัวหลังปี 2572 จะเปิดประมูลใหม่ก็ไม่ได้ เพราะติดสัญญาจ้าง BTSC

3. แล้ว กทม.จะทำอย่างไร?

แม้ไม่มีอิสระเต็มตัวก็ตาม แต่ กทม.จะมีอำนาจกำหนดอัตราค่าโดยสารให้ถูกลงได้ เพื่อลดค่าครองชีพของผู้โดยสาร โดยไม่ต้องยึดตามเงื่อนไขในสัญญาสัมปทานที่ได้ตกลงไว้กับ BTSC

ด้วยเหตุนี้ กทม.จึงควรกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้เหมาะสม ไม่เป็นภาระหนักของทั้งผู้โดยสาร และ ของ กทม.ที่จะต้องมีรายได้เพียงพอต่อการชำระค่าจ้าง BTSC ตลอดสัญญาจ้างถึงปี 2585

4. บทเรียนสำคัญจากกรณีนี้

“การไม่ต่อสัญญาสัมปทานให้เอกชน” ช่วยให้รัฐมีอิสระในการบริหารจัดการได้มากขึ้น ไม่ต้องผูกพันกับเงื่อนไขระยะยาว และสามารถกำหนดนโยบายค่าโดยสารที่ตอบโจทย์ประชาชนได้จริง

นี่คือ บทเรียนที่หน่วยงานรัฐอื่นควรนำไปใช้เป็นแบบอย่าง… ล้างหนี้ให้จบและอย่าสร้างหนี้ใหม่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน!

ขอฝากทิ้งท้าย… ถ้า “ไม่ค้างจ่าย” ก็ไม่ต้อง “เสียดอกบาน” ถ้า “ไม่ต่อสัมปทาน” ก็ “ลดค่าโดยสาร” ได้จริง


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

เลี้ยงยินดี พ.อ.หญิงเกษมณี จุลไสย รอง ผอ.กทก.กกส. กรมการสรรพกำลังกลาโหม ในโอกาสได้รับเลื่อนยศ-ตำแหน่ง

เมื่อวันพฤหัสที่ 23 ตุลาคม เวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา กฤตพัฒน์ จุลไสย (ไมค์ ณ ชุมพร ) ผอ.สำนักข่าว นสพ.ชัยสมรภูมิ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการการทหาร และความมั่นคงของรัฐ-วุฒิสภา เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงแสดงความยินดีให้ พ.อ.หญิงเกษมณี จุลไสย รอง ผอ.กทก.กกส.กรมการสรรพกำลังกลาโหม โอกาสได้รับเลื่อนยศ-ตำแหน่งสูงขึ้น ที่สวนอาหารระเบียงบัว ถนนศรีสมาน

โดยมี กริชสุวรรณ ดีสุข ประธานบริหารสำนักข่าวความมั่นคง /ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ-วุฒิสภา, อ.ณพวุฒิ จุลไสย เลขานุการประจำกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร และอนุกรรมาธิการคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม-วุฒิสภา, บอย-ชุติภาส เรืองอัสรานนท์,
พ.อ.ประภาส บุญทับ, นาวาอากาศเอก ธเรศ สิทธิวงศ์, นาวาอากาศเอกหญิง ธิดาอัปสร หาญหล้า, พ.อ.นพรัตน์ ศุภวัชระ, พ.อ.หญิง จิรวรรณ อะหมัดจุฬา, พ.อ.หญิง ณัฐยา ศศินมานพ, พ.อ.หญิง กาญจนา จุณณะภาต, นาวาโท รวิ กิจค้างพลู ร.น., พ.ต.ต.พีระพัฒน์ สัมฤทธิ์ดีงาม และฯลฯ

โอกาสเดียวกัน กฤตพัฒน์ จุลไสย ได้มอบ “หนังสือทรงคุณค่าสุดยอดพระเบญจภาคี” ให้ ปวริศร์ อมรพิชญ์ปรัชญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกมาลีนชาเตอร์ฯ และพิธีกร-นักแสดงกิตติมศักดิ์ ว่าที่ ร.ต.ธนัท ชัชวาล ร่วมสร้างสีสัน ณ สวนอาหารระเบียงบัว ถนนศรีสมาน ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี


พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา พร้อมคณะรับมอบกระจกตราสัญลักษณ์ “คชสีห์” โครงการปืนไทย..สู่ปืนโลก

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ-วุฒิสภา, สมบูรณ์ หนูนวล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 1, ไชยยง มณีรุ่งสกุล เลขาฯและโฆษกคณะกรรมาธิการฯ พร้อมคณะ กมธ.รับมอบกระจกตราสัญลักษณ์ “คชสีห์” โครงการปืนไทย..สู่ปืนโลก โดยมีพลเอก สุรพล เจียรณัย เจ้าของสโลแกน “ยิงปืนแม่นไม่ใช่ของยาก หากรู้วิธีฝึกยิงปืนที่ถูกต้องยิงปืนแม่นจะสร้างทหาร สร้างกองทัพให้แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพน่าเกรงขาม” เป็นผู้มอบ ในงานเสวนาทางวิชาการเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เรื่อง “เทคโนโลยีในศตวรรษที่21กับมิติความมั่นคงภายใต้บทเรียน CLASS” ณ อาคารรัฐภา แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จ ฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ในหลวง – พระราชินี เสด็จ ฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระพิธีธรรมสวดพระอภิ ธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพัน ปีหลวง

วันนี้ (๕ พ.ย. ๒๕๖๘) เวลา ๑๙.๑๓ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระ ที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณีโดยเสด็จในการนี้ด้วย

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร

ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระแท่นเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ด้านตะวันออก และด้านตะวันตก ณ มุขเหนือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แล้วประทับพระราชอาสน์ เมื่อพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมครบ ๔ จบแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าไตรพระราชาคณะ ๑ รูป ที่ถวายอดิเรก และพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ๘ รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าพระโกศพระบรมศพ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ


รองประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วางพวงมาลาถวายสักการะ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อร่วมแสดงความอาลัยในฐานะมิตรประเทศ

รองประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วางพวงมาลาถวายสักการะ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อร่วมแสดงความอาลัยในฐานะมิตรประเทศ

วันนี้ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.33 น. นางปานี ยาท่อตู้ รองประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และคณะผู้ติดตาม ไปวางพวงมาลาถวายสักการะเบื้องหน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายความอาลัย และพระเกียรติสูงสุด ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมหาราชวัง
ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมมิตรภาพ เสริมสร้างความร่วมมือ และความสัมพันธ์ทวิภาคี อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมทั้งประชาชนทั้งสองประเทศอีกด้วย

โอกาสนี้ รองประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และคณะผู้ติดตาม ได้ลงนามแสดงความอาลัย ณ อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ด้วย


ฝนตกน้ำเอ่อล้นท่วม วัดโบราณสถาน ริมแม่น้ำสะแกกรัง

อุทัยธานี – ฝนตกน้ำเอ่อล้นกระทบท่วม วัดโบราณสถานริมแม่น้ำสะแกกรัง

ผู้สื่อข่าวรายงาน สภาพอากาศแปรปรวนจนทำให้ฝนตกติดต่อในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีช่วงหลายวันที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำป่าในหลายพื้นที่อำเภอและส่งผลให้น้ำในแม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำสายหลักของจังหวัดเพิ่มสูงขึ้น ได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมวัดอุโปสถาราม โบราณสถานสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดอุทัยธานี ถูกน้ำท่วมสูง รวมถึงพื้นที่ด้านหน้าวัดซึ่งติดกับแม่น้ำสะแกกรังถูกน้ำท่วม ส่งผลให้กิจในวัด กิจกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงร้านค้าที่ค้าขายในพื้นที่วัดอุโบสถารามทั้งหมดต้องหยุดชะงัก ชาวบ้านระบุว่า ในรอบปีนี้วัดถูกน้ำเอ่อเข้าท่วมมาแล้ว 4 ครั้ง แต่ครั้งนี้นับว่าเอ่อท่วมระดับสูงกว่าก่อนหน้า โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมาน้ำท่วมสูงกว่า 20 เซนติเมตร

นอกจากนี้ชุมชนที่ตั้งริมแม่น้ำสะแกกรัง บ้านเรือนราษฎร ในพื้นที่ตำบลสะแกกรัง ตำบลท่าซุง และชุมชนพื้นที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ตำบลหาดทนง ตำบลเกาเทโพ ก็ถูกน้ำเอ่อท่วมเป็นบริเวณกว้าง ประชาชนได้รับผลกระทบนับร้อยครัวเรือน เช่นกัน


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ยิม 5 ชาติ ดาหน้าล่าแชมป์ ล้วงตับสาวไทยก่อนซีเกมส์

นักกีฬายิมนาสติกลีลา 5 ชาติพาเหรดเดินทางมาล่าแชมป์ที่เมืองไทย “น.ต. ศรายุทธ” ให้เรียนรู้จาก ญี่ปุ่น และ รัสเซีย พร้อมเก็บรายละเอียดคู่แข่ง “สิงคโปร์” มั่นใจ ซีเกมส์ ปลายปีนี้ผลงานต้องดีกว่าทุกปี

น.ต.ศรายุทธ พัฒนศักดิ์ กรรมการบริหารสหพันธ์กีฬายิมนาสติกนานาชาติ (FIG) และ นายกสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันยิมนาสติกลีลา ราย การ JRC ยิมนาสติกลีลา สตาร์ แชมเปี้ยนชิพ 2025 ครั้งที่ 4 กำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2568 ณ ยิมเนเซี่ยม สปอร์ตคอมเพล็กซ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา จังหวัดนครปฐม

ในพิธีเปิดการแข่งขัน ดำเนินการอย่างสุภาพ เรียบง่าย และสวยงาม ซึ่งก่อนเริ่มผู้บริหาร, กรรมการ, นักกีฬา, ผู้ปกครอง และ ผู้ชม จำนวนหลายร้อยคน ร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นจึงเป็นการแสดงของเหล่าบรรดานักกีฬายิมนาสติกแดนซ์ ระดับยุวชน, ระดับเยาวชน และ รุ่นประชาชน จากทุกชาติ สร้างความสวยงามและประทับใจแก่ผู้ชมรอบสนาม

สำหรับการแข่งขันปีนี้ มีนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 5 ชาติ ประกอบด้วย ไชนีสไทเป (ไต้หวัน), ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, รัสเซีย และ ไทย จำนวน 24 สโมสร แบ่งเป็นรุ่นยุวชน (5-12 ปี ) / รุ่นเยาวชน อายุ 13-15 ปี และ รุ่นประชาชน รวมทั้งสิ้น 250 คน แยกเป็น ยิมนาสติกลีลากรุ๊ป และ ยิมนาสติกลีลาแด๊นซ์ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานนักกีฬาเพิ่มพูนประสบการณ์ เรียนรู้พัฒนาทักษะยิมนาสติกลีลา ให้ทัดเทียมกับนักกีฬายิมนาสติกระดับนานาชาติ

น.ต.ศรายุทธ พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า เป็นความโชคดีของนักกีฬายิมลีลาไทย เนื่องจาก มีทั้ง ญี่ปุ่น,รัสเซีย ที่เคยผ่านเวทีระดับโลกเดินทางมาแข่งขันส่งผลดีกับนักกีฬายิมนาสติกของไทยอย่างมาก ขณะที่ “สิงคโปร์” ส่งนักกีฬาชุดเตรียมซีเกมส์ เดินทางหยั่งเชิงทีมสาวไทย ทำให้เราได้เห็น ได้เรียนรู้ ได้พัฒนาจากคู่แข่งชาวญี่ปุ่น กับ รัสเซีย และได้ รับรู้การพัฒนาของนักยิมนาสติกสิงคโปร์ อย่างน้อย ซีเกมส์ ครั้งนี้เราต้องดีกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

สำหรับในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 จะมีการแข่งขันตลอดทั้งวัน เริ่มช่วงเช้าเป็นรุ่นเยาวชน ส่วนช่วงบ่าย จะเป็นการแข่งขันรุ่นประชาชน เฉพาะอุปกรณ์ (ห่วง-คฑา-บอล–ริบบิ้น) จากนักกีฬา 5 ชาติ ผู้สนใจเข้าชมได้ฟรี ที่ยิมเนเซี่ยม สปอร์ตคอมเพล็กซ์ มหาวิทยาลัยเทคโน โลยี ราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา จังหวัดนครปฐม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วยหน่วยงานในเครือ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วยหน่วยงานในเครือ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินให้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โรงพยาบาลหัวเฉียว มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว น้อมนำผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี 2568 ไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ในวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพ มหานคร

โดยมี นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการฯ, นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯ, คณะกรรมการฯ, ผู้ช่วยกรรมการฯ และผู้บริหารมูลนิธิฯ, คณะผู้บริหารจากโรงพยาบาลหัวเฉียว, มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว เป็นประธานร่วมในพิธี โดยมี ดร.นรเทพ ชูพูล ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน พร้อมด้วย ดร.เมธาวี ธารดำรงค์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (เขตปทุมวัน) นายปสิทธิ์พงษ์ ชินประเสริฐ ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนวัดบรมนิวาส นายเจริญ วณิชเจริญพงษ์ ไวยาวัจกรวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร ร่วมในพิธี

ทั้งนี้ ได้มีผู้มีจิตกุศลร่วมถวายจตุปัจจัย บำรุงและบูรณะพระอาราม ทำบุญกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 2,182,514.44 บาท (สองล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นสองพันห้าร้อยสิบสี่บาทสี่สิบสี่สตางค์)

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบ.ตร.ส่งกำลังใจครอบครัว 2 ตำรวจกล้า “สารวัตรสอบสวน สภ.เชียงคำ – ผบ.หมู่ สน.มักกะสัน” เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่

ผบ.ตร.ส่งกำลังใจครอบครัว 2 ตำรวจกล้า “สารวัตรสอบสวน สภ.เชียงคำ – ผบ.หมู่ สน.มักกะสัน“ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ตร.มอบเงินช่วยเหลือ ปูนบำเหน็จ กำชับดูแลตำรวจนราธิวาสถูกลอบยิง สั่งเข้มด้านความปลอดภัย

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 : พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติสูญเสียข้าราชการตำรวจระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ถึง 2 นาย และได้รับบาดเจ็บอีก 1 นาย จากการปฏิบัติงานต่างหน้าที่และต่างพื้นที่กัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเสียใจ ในนามสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความอาลัย และแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวตำรวจทั้ง 2 นาย โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้แสดงความเสียใจ ส่งกำลังใจให้ครอบครัว พร้อมกำชับให้ดูแลด้านสิทธิประโยชน์ สวัสดิการต่างๆ อย่างเต็มที่ กำชับผู้บังคับบัญชาให้ดูแลครอบครัว และจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ

สำหรับข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ 2 นาย ประกอบด้วย

  1. พ.ต.ท.ธมน คิดอ่าน สารวัตร (สอบสวน) ทำหน้าที่พนักงานสอบสวน สภ.เชียงคำ จ.พะเยา เสียชีวิตระหว่างขับขี่รถยนต์นำตัวอย่างดีเอ็นเอในคดียาเสพติดไปส่งตรวจที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 จ.ลำปาง รถยนต์ได้เกิดเสียการควบคุมจนเสียหลักลงร่องกลางถนนแล้วข้ามขึ้นไปเฉี่ยวชนกับรถบรรทุกสิบล้อ เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.ธมนฯ เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 15.00 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นประมาณ 2,360,000 บาท พร้อมเสนอ ความชอบพิเศษ เลื่อนเงินเดือนไม่เกิน 3 ขั้น เลื่อนยศเป็น พล.ต.ท.
  2. จ.ส.ต.อนุรักษ์ โคตรพงษ์ ผู้บังคับหมู่ งานป้องกันปราบปรามสน.มักกะสัน ปฏิบัติราชการฝ่ายสืบสวน ได้ออกสืบสวนภายในพื้นที่รับผิดชอบในห้วงระดมกวาดล้างอาชญากรรม ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ของทางราชการออกหาข่าวต่อเนื่องถึงบริเวณเขตติดต่อ สน.คลองตัน เกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกกะทันหัน ล้มลง หมดสติ ถูกช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลสุขุมวิทเพื่อทำการรักษา และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 22.30 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นประมาณ 486,000 บาท พร้อมเสนอความชอบพิเศษ เลื่อนเงินเดือนไม่เกิน 1 ขั้น เลื่อนยศเป็น ด.ต.

ขณะที่ในวันเดียวกันเวลาประมาณ 17.00 น.ที่ จ.นราธิวาส ขณะที่ ส.ต.ต.ภาณุวัฒน์ ทองโอ ผู้บังคับหมู่ งานป้องกันปราบปราม สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส ปฏิบัติหน้าที่ประจำฐานปฏิบัติการ นปพ.41 ในพื้นที่ ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ และได้ออกไปปิดแผงกั้นหน้าประตูฐานปฏิบัติการ ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงเข้าใส่ ทำให้ ส.ต.ต.ภาณุวัฒน์ฯ ได้รับบาดเจ็บ

กรณีของ ส.ต.ต.ภาณุวัฒน์ฯ ที่ได้รับบาดเจ็บ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบเป็นเงินสวัสดิ การช่วยเหลือเบื้องต้น 267,000 บาท โดย ผบ.ตร.กำชับให้ดูแลรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ พร้อมฝากให้กำลังใจให้ทั้งตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ และตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานดังกล่าว รวมถึงตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกนาย ให้ผู้บังคับบัญชาไปดูแลขวัญกำลังใจ และเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยของกำลังพลให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ตำรวจนั้น ในทุกๆ สายงานต้องอาศัยความทุ่มเท เสียสละทั้งกำลังกายใจ และเวลา หลายภารกิจเสี่ยงภัยอันตรายจากการต่อสู้ ปะทะ ลอบทำร้าย รวมไปถึงเสี่ยงอุบัติเหตุ เสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ตำรวจที่เสียชีวิตทั้ง 2 นาย ได้ปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างเต็มกำลังความสามารถจนวาระสุดท้ายของชีวิต ขอยกย่องในคุณงามความดีที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มภาคภูมิ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตำรวจท่องเที่ยว รวบ 3 บัญชีม้ารายสำคัญ เปิดเพจทริปท่องเที่ยวปลอม มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

ตำรวจท่องเที่ยว!! รวบ 3 บัญชีม้ารายสำคัญ เปิดเพจทริปท่องเที่ยวปลอม สร้างโปรไฟล์สวยหรู หลอกลวงนักท่องเที่ยวให้หลงเชื่อและเข้าไปจอง สุดท้ายสูญทั้งเงิน เสียทั้งความรู้สึก มีมูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

กองบัญชาการตำรวจ ท่องเที่ยวเปิดปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้นระดมกวาดล้างอาชญากรรมในฐานความผิด 10 กลุ่มต้องห้าม ที่ทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม พร้อมกันทั่วประเทศในช่วง High Season ตามนโยบายรัฐบาล

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จึงสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ทั่วประเทศ ระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่ส่งกระทบต่อนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกลวง ฉ้อโกง เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและ สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว

ผลการปฏิบัติเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ บัญชีม้าได้ 3 ราย จากเพจปลอมหลอกลวงนักท่องเที่ยวรับจอง “ทริปดำน้ำ” ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” และ “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ดังนี้ คือ 1.น.ส.ปิ่นแก้วฯ อายุ 20 ปี (หมายจับศาลจังหวัดนครปฐม) จับกุมได้ที่ จ.ลพบุรี, 2.นายฤทธิชัยฯ อายุ 29 ปี (หมายจับศาลอาญาธนบุรี) จับกุมได้ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และ 3.นายณรงวิทย์ฯ อายุ 31 ปี (หมายจับศาลจังหวัดพิมาย) จับกุมจากระบบกล้อง AI จ.นครราชสีมา

จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องทั้ง 3 ราย เป็นกลุ่มที่เปิดบัญชีม้าให้แก่มิจฉาชีพที่สร้าง เพจเฟซบุ๊กปลอมเลียนแบบผู้ประกอบการทัวร์ดำน้ำ ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ชื่อ “เจ้นันโฮมสเตย์แสม สาร ที่พักติดทะเล พร้อมทริป ดำน้ำตกหมึก ตกปลา” และ เพจ De’ Mer รีสอร์ท ในพื้นที่ จ.ระยอง โดยใช้ภาพที่สวยงามและเสนอแพ็กเกจดำน้ำในราคาถูกกว่าปกติหรือโปรโมชั่นพิเศษเพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและติดต่อจองทริปคนร้ายจะส่งเลขบัญชีธนาคารให้โอนเงินค่ามัดจำหรือค่าทริปเต็มจำนวน ซึ่งเป็นบัญชีม้าที่จ้างมาเปิด เมื่อผู้เสียหายโอนเงินไปแล้ว กลุ่มมิจฉาชีพจะตัดการติดต่อไปทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถเดินทางไปดำน้ำได้จริง และต้องสูญเสียเงินไปจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท ชุดสืบสวนได้สืบสวนขยายผลทราบว่า กลุ่มคนร้ายได้ปลอมเพจ เจ้นันโฮมสเตย์ฯ 2 เพจ และ De’Mer รีสอร์ท จำนวน 5 เพจ สร้างความเสียหายจำนวนมาก และพบว่า บัญชีม้าของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มีผู้เสียหายรวม 16 ราย และเกี่ยวข้องกับเพจปลอมอื่นๆ กว่า 12 เพจเช่น หลอกจองที่พัก หลอกขายบัตรคอนเสิร์ต หลอกขายโทรศัพท์ อิ่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำส่ง พงส.ท้องที่ตามหมายจับ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนไปยังประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่มีความประสงค์จะจองทริปท่องเที่ยวต่างๆ หรือสนใจซื้อโปรแกรมนำเทึ่ยวผ่านเพจ หรือช่องทางออนไลน์ เพื่อไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ให้ตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อนว่า บริษัทหรือเพจนั้น ได้จดทะเบียนกับกรมการท่องเที่ยวฯ ถูกต้องหรือไม่ ผ่านเว็ปไซน์กรมการท่องเที่ยวฯ หากมีข้อสงสัย ให้สอบถามได้ที่ สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 หรือ ผ่านทางแอพพลิเคชั่น Thailand Tourst Police ตลอด 24 ชั่วโมง

#ตำรวจท่องเที่ยว #TouristPolice #1155 สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน