มทบ.38 เปิด “ถนนคนเดินหน้าค่ายสุริยพงษ์” ประจำปี 2568 ร่วมกับจัดประเพณีลอยกระทง สืบสานวัฒนธรรมไทย พร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มทบ.38 เปิด “ถนนคนเดินหน้าค่ายสุริยพงษ์” ประจำปี 2568 ร่วมกับจัดประเพณีลอยกระทง สืบสานวัฒนธรรมไทย พร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.00 น. พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ถนนคนเดินหน้าค่ายสุริยพงษ์” ประจำปี 2568 และงานประเพณี ลอยกระทง โดยมี นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน พ่อค้าแม่ค้า และประชาชนชาวจังหวัดน่าน เข้าร่วมในพิธีอย่างคับคั่ง

โครงการถนนคนเดินหน้าค่ายสุริยพงษ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับชุมชน เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างหน่วยทหารกับประชาชน ส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้เสริมให้กับประชาชนในพื้นที่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดน่านให้เป็น “ห้องรับแขกแห่งที่สองของเมืองน่าน” โดยจะเปิดจำหน่ายสินค้าทุกวัน อังคาร – พุธ ของทุกสัปดาห์ บริเวณหน้าค่ายสุริยพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

สำหรับงานประเพณีลอยกระทงในปีนี้ มณฑลทหารบกที่ 38 ได้ปรับรูปแบบการจัดงานให้เหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งการถวายความอาลัย ต่อการสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยได้จัดนิทรรศการแสดงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่า เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ภายในงานยังมีกิจกรรมลอยกระทง เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของไทยที่แสดงถึงความกตัญญูต่อพระแม่คงคา และเป็นสัญลักษณ์ของการปล่อยเคราะห์ปล่อยทุกข์ พร้อมรับสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต ตลอดจนมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นเมือง สร้างสีสันและบรรยากาศแห่งความสุขให้กับผู้มาร่วมงาน โครงการ “ถนนคนเดินหน้าค่ายสุริยพงษ์” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับชุมชนแล้ว ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านให้โดดเด่นและยั่งยืนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ ทภ.2 ต่อเนื่อง เยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพล พร้อมให้กำลังใจครอบครัวทหารผู้เสียชีวิตและประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ลงพื้นที่ ทภ.2 ต่อเนื่อง เยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพล พร้อมให้กำลังใจครอบครัวทหารผู้เสียชีวิตและประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา

วานนี้ (6 พฤศจิกายน 2568) พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ยังคงลงพื้นที่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 อย่างต่อเนื่อง เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลและให้กำลังใจครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดน ตามนโยบายของ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชา การทหารบก ที่มุ่งเน้นการดูแลกำลังพล ครอบครัว และประชาชนในพื้นที่ชายแดน ทั้งด้านสวัสดิการ ความปลอดภัย และขวัญกำลังใจ

โดยในช่วงเช้า พลเอก อมฤต บุญสุยา พร้อมด้วย พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของ สิบเอก อัมรินทร์ ผาสุก ที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบล ราชธานี เพื่อพูดคุยกับมารดาของผู้เสียชีวิต สอบถามความเป็นอยู่และความต้องการเพิ่มเติม เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญและให้กำลังใจ โดยย้ำว่ากองทัพบกจะยังคงให้การดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และความเป็นอยู่

ต่อมาได้เดินทางไปยังกองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อพบปะและให้โอวาทกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ทั้งด้านที่พัก อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค และระบบสื่อสาร เพื่อให้กำลังพลสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับกำลังพล เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างใกล้ชิด สร้างบรรยากาศอบอุ่นและขวัญกำลังใจแก่ทหาร

ในช่วงบ่าย ได้เดินทางต่อไปยังฐานปฏิบัติการจุดตรวจสามแยก หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจเยี่ยมสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพล โดยเฉพาะสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เพื่อให้กำลังพลมีสุขภาพที่แข็งแรง ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลัง โอกาสนี้ ได้กล่าวมอบโอวาทให้แก่กำลังพล พร้อมกล่าวขอบคุณกำลังพลแทนคนไทยทั้งประเทศ ในการทุ่มเท เสียสละ ปกป้องแผ่นดินไทยด้วยชีวิต เน้นย้ำให้ทหารทุกนายไม่ประมาท หมั่นฝึกซ้อมทบทวนการปฏิบัติอยู่เสมอเพื่อให้พร้อมต่อทุกสถานการณ์

นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ในอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยพูดคุยสอบถามความเป็นอยู่และให้กำลังใจในการดำเนินชีวิต พร้อมยืนยันว่า กองทัพบกให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ และบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่มั่นคงและปลอดภัยให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข

จากนั้น ได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของสิบตรี ธีรยุทธ กระจ่างทอง ที่อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อมอบกำลังใจและติดตามการช่วยเหลือด้านสิทธิกำลังพล รวมทั้งความคืบหน้าในการก่อสร้างบ้านพระราชทาน ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระเมตตาห่วงใยต่อครอบครัวของทหารผู้เสียสละ โดยกองทัพบกได้มอบหมายให้มณฑลทหารบกที่ 26 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการก่อสร้าง ทั้งนี้ ได้จัดสร้างบ้านน็อคดาวน์ชั่วคราวให้ครอบครัวพักอาศัยเป็นการเบื้องต้น ขณะที่บ้านพระราชทานซึ่งเป็นบ้านถาวรมั่นคงอยู่ระหว่างการก่อสร้าง พร้อมติดตั้งระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

ล่าสุดวันนี้ (7 พ.ย.68) คณะฯ เดินทางไปยังกองบัญชาการกองกำลังสุรนารี จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งถือเป็นหน่วยหลักในการบังคับบัญชากำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 เพื่อติดตามและเน้นย้ำการดูแลกำลังพลให้เป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชา การทหารบก ทั้งด้านสวัสดิการและปัจจัยพื้นฐาน การเสริมสร้างขวัญกำลังใจ การดูแลสุขภาพร่างกายและสภาวะจิตใจ รวมทั้ง การดูแลสิทธิต่างๆ ให้ได้รับอย่างเหมาะสม ก่อนเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของ สิบเอก จิรายุ สิงห์อ้น ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะในพื้นที่อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อให้กำลังใจและติดตามการดูแลด้านสิทธิและสวัสดิการทดแทนอย่างใกล้ชิดต่อไป

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารบก ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลกำลังพลและครอบครัวอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยกองทัพบกยังคงมุ่งมั่นดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพล ครอบครัว และประชาชนในพื้นที่ชาย แดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนมีความมั่นคงในชีวิต และพร้อมเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง


นที มีเดช รายงาน

พ.อ. พิพัฒน์ฯ รอง ผบ.มทบ.37 ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายโรงเรียนทหารบกอุปถัมภ์ ค่ายเม็งรายมหาราช มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษา

พ.อ. พิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์ รอง ผบ.มทบ.37 ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายโรงเรียนทหารบกอุปถัมภ์ค่ายเม็งรายมหาราช มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษา

เชียงราย – เมื่อวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568 พันเอก พิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ตรวจเยี่ยมโรงเรียนทหารบกอุปถัมภ์ ค่ายเม็งรายมหาราช และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ค่ายเม็งรายมหาราช เพื่อรับทราบข้อมูลการดำเนินงาน รับฟังปัญหาข้อขัดข้อง รวมถึงมอบแนวทางการปฏิบัติแก่คณะครูและบุคลากร เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและการบริหารจัดการของสถานศึกษาในสังกัด

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพทั้งทางด้านการศึกษาและด้านต่างๆ ของโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด พันเอก พิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ การดูแลเอาใจใส่นักเรียนอย่างใกล้ชิด และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความไว้วางใจและเชื่อมั่นในการส่งบุตรหลานเข้าศึกษา ณ โรงเรียนทหารบกอุปถัมภ์ ค่ายเม็งรายมหาราช และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ค่ายเม็งรายมหาราช

รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ยังได้รับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาต่างๆ ที่คณะครูและผู้บริหารโรงเรียนประสบอยู่ เพื่อนำไปพิจารณาหาแนวทางแก้ไขและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อไป การมาเยือนในครั้งนี้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับคณะครูและบุคลากรเป็นอย่างมาก ในการมุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาเพื่ออนาคตที่ดีของเยาวชนในพื้นที่

กองทัพบก #มณฑลทหารบกที่37 #ค่ายเม็งรายมหาราช #โรงเรียนทหารบกอุปถัมภ์ #การศึกษา #เชียงราย


นที มีเดช รายงาน

ผบ.มทบ.37 เปิดการฝึกทหารใหม่ รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2

เชียงราย – ผบ.มทบ.37 เปิดการฝึกทหารใหม่ รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2

7 พฤศจิกายน 2568 พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ในฐานะผู้อำนวยการฝึก ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกทหารใหม่ รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2 อย่างเป็นทางการ ณ สนามฝึกของหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

ในพิธีอันทรงเกียรตินี้ พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ได้มอบธงประจำหน่วยฝึกทหารใหม่ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและสัญลักษณ์แห่งความพร้อมเพรียง ก่อนจะกล่าวให้โอวาทแก่กำลังพลของหน่วยฝึกทหารใหม่และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกทหารใหม่ทุกนาย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลเอาใจใส่ทหารใหม่ทุกนายเป็นอย่างดีเสมือนน้องคนเล็กของกองทัพบก

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ยังได้กำชับให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนแก่หน่วยฝึกทหารใหม่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและเป็นเกียรติแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ฝึกฝนทหารใหม่ทุกคน วัตถุประสงค์หลักของการฝึกครั้งนี้คือการบ่มเพาะทหารใหม่ให้เป็น “น้องคนเล็กของกองทัพบก” ที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องประเทศชาติต่อไปในอนาคต

การเปิดการฝึกในครั้งนี้ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นทหารอาชีพที่มีระเบียบวินัยและประสิทธิภาพสูงสุด

ฝึกทหารใหม่ #กองทัพบก #มทบ37 #ค่ายเม็งรายมหาราช #เชียงราย #พลตรีจักรวีร์ #ทหารไทย #น้องคนเล็กกองทัพบก


ศูนย์ประชาสัมพันธ์
มณฑลทหารบกที่³⁷

กอ.รมน.อุทัยธานี ร่วมขนย้ายสิ่งของพระราชทาน บรรจุถุงพระราชทาน เตรียมการส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดอุทัยธานี

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุทัยธานี มณฑลทหารบกที่ 31 กรมทหารราบที่ 4 จัดกำลังทหารและจิตอาสาพระราชทาน ขนย้ายสิ่งของพระราชทาน บรรจุถุงพระราชทาน เตรียมการส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัย อำเภอเมืองอุทัยธานี อำเภอบ้านไร่ และ อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี

เมื่อวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 15.20 น. ที่ หอประชุม ที่ว่า การอำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดส่งสิ่งของพระราชทาน (เพิ่มเติม)เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 793 ชุด ณ หอประชุมอำเภอเมืองอุทัยธานี

ในการนี้ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี มอบหมายให้นางสาวอังศนา ลุยจันทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี บูรณาการหน่วยงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุทัยธานี จัดเจ้าหน้าที่ และจิตอาสาพระราชทาน ตรวจรับสิ่งของพระทาน และ ขนย้ายสิ่งของพระราชทานลงจากรถบรรทุก จำนวน 2 คัน เพื่อจัดสิ่งของพระทาน นำไปบรรจุลงถุงพระราชทาน เพื่อเตรียมการส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัย โดยมีหน่วยงานร่วมปฏิบัติงาน ประกอบด้วย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุทัยธานี, มณฑลทหารบกที่ 31 กรมทหารราบที่ 4 ได้จัดกำลังทหารและจิตอาสาพระราช ทาน จำนวน 22 นาย สนับสนุน, เจ้าหน้าที่ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองอุทัยธานี, เจ้าหน้าที่จิตอาสาภัยพิบัติ, ตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี , สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุทัยธานี , สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี

ขณะที่กรมทหารราบที่ 4 ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองอุทัยธานี ดำเนินการขนย้าย เครื่องอุปโภคบริโภค และจัดทำถุงยังชีพ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี โดยได้ ดำเนินการบรรจุถุงยังชีพจำ นวน 700 ถุง เพื่อ นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป

โดยจังหวัดอุทัยธานี จะได้ส่งสิ่งของพระราชทาน จำนวน 793 ชุด ส่งมอบให้อำเภอ เพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จำนวน 656 ชุด, อำเภอบ้านไร่ จำนวน 87 ชุด และ อำเภอห้วยคต จำนวน 50 ชุด ต่อไป


ทบ.รับมอบความช่วยเหลือ เพื่อส่งกำลังใจให้ทหารและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

ทบ. รับมอบความช่วยเหลือ เพื่อส่งกำลังใจให้ทหารและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (7 พฤศจิกายน 68) เวลา 10.00 น. ณ ห้องรับรอง 321 กองบัญชาการกองทัพบก กอง ทัพบกดำเนินการรับมอบเงิน เพื่อช่วยเหลือทหารและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี พลเอก ไพศาล หนูสังข์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก (1) ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีฯ และผู้แทนกองทัพภาคที่ 1 เป็นผู้รับมอบเงินช่วยเหลือ ดังนี้

  1. คณะหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร (พสบ.4 เหล่าทัพ) นำโดย นายอุดมศักดิ์ อภิศักดิ์ศิริกุล ประธาน พสบ.4 เหล่าทัพ รุ่นที่ 24 และคณะ มอบเงิน 220,000 บาท ช่วยเหลือกำลังพลที่ทุพพลภาพ, กำลังพลที่บาดเจ็บสาหัส, กำลังพลที่บาดเจ็บมาก และกำลังพลที่บาดเจ็บเล็กน้อย
  2. ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก มวยไทยลุมพินี นำโดย พลโท พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก มวยไทยลุมพินี และคณะ มอบเงิน 629,000 บาท ช่วยเหลือครอบครัวของกำลังพลที่เสียชีวิต, กำลังพลที่ทุพพลภาพ, กำลังพลที่บาดเจ็บสาหัส, กำลังพลที่บาดเจ็บมาก และกำลังพลที่บาดเจ็บเล็กน้อย

ทั้งนี้ กองทัพบก ขอขอบคุณคณะหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร 4 เหล่าทัพ และศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก มวยไทยลุมพินี ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบกำลังใจช่วยเหลือทหารและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ถือเป็นพลังน้ำใจในความห่วงใยที่มีต่อทหารผู้กล้าให้พร้อมทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติอย่างดีที่สุดต่อไป



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

“แม่น้ำสาละวิน” ผลตรวจด้วยชุด Test Kit ค่าสารหนูไม่เกินมาตรฐาน รอผลตรวจซ้ำจากห้องปฏิบัติการ ส่วนปลาสาละวิน รอผลยืนยันภายใน 1-2 สัปดาห์

“แม่น้ำสาละวิน” ผลตรวจด้วยชุด Test Kit ค่าสารหนูไม่เกินมาตรฐาน รอผลตรวจซ้ำจากห้องปฏิบัติการ ส่วนปลาสาละวิน รอผลยืนยันภายใน 1-2 สัปดาห์

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ภายหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 เจ้าหน้าที่จากกรมประมง และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ เพื่อตรวจคุณภาพน้ำสาละวิน ตั้งแต่วันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ทาง คพ.ได้เผย ผลตรวจน้ำเบื้องต้นใน “แม่น้ำสาละวิน” ค่าสารหนูในจุดเก็บตัวอย่างยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ผลตรวจอย่างละเอียดต้องรอยืนยันซ้ำจากห้องปฏิบัติการ คาดผลไม่ตรงกับนักวิชาการตรวจก่อนหน้านี้ อาจมาจากสภาพน้ำที่เปลี่ยนไป ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำในแม่น้ำสาละวิน ทางด้านทิศใต้ของ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ ฮ่องสอน จำนวน 5 จุด เพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนเบื้องต้น ผลตรวจด้วยชุด Test Kit พบว่าทั้ง 5 จุดค่าสารหนูยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยจุดที่พบค่าสารหนูมากที่สุดคือ บริเวณท่าเรือหมู่บ้านแม่สามแลบ และบริเวณบ้านสบเมย พบการปนเปื้อนอยู่ที่ 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่วนผลการตรวจค่าน้ำประปาที่ชาวบ้านใช้งาน 3 จุดยังไม่พบการปนเปื้อน

ทั้งนี้ผลการตรวจคุณภาพน้ำ ยังเป็นเพียงผลการตรวจเบื้องต้น ต้องรอผลตรวจอย่างละเอียดในห้องปฏิบัติการอีกครั้ง โดยมีแผนเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมทั้งหมด 10 จุด รวมถึงเก็บตัวอย่างตะกอนดินในสัปดาห์หน้า ส่วนกรณีที่ผลตรวจไม่ตรงกับผลตรวจของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจมาจากสภาพน้ำที่เปลี่ยนไป

กรมควบคุมมลพิษยังมีแผนตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างละเอียด โดยจะเก็บตัวอย่างน้ำจากจุดเดียวกับที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เก็บไปตรวจก่อนหน้านี้ เพื่อความชัดเจนและลดความกังวลของประชาชน พร้อมกับประสานขอข้อมูลจาก GISTDA ดูความเปลี่ยนแปลงของตะกอนในแม่น้ำสาละวิน เพื่อสืบหาสาเหตุการปนเปื้อน

ส่วนความกังวลเรื่องน้ำประปาหมู่บ้าน ขณะนี้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้สำรวจพื้นที่ขุดบ่อน้ำสำรองไว้แล้ว และปลาในแม่น้ำ กรมประมงได้เก็บตัวอย่างปลาไปตรวจสอบ คาดว่าจะทราบผลภายใน 1-2 สัปดาห์



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

กองทัพบก รับมอบทุนการศึกษาบุตรกำลังพลและงบจัดทำเสื้อกันหนาวจากธนาคาร ทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว

กองทัพบก รับมอบทุนการศึกษาบุตรกำลังพลและงบจัดทำเสื้อกันหนาวจากธนาคาร
ทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว

วันนี้ (7 พฤศจิกายน 2568) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์
ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีรับมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรของกำลังพลกองทัพบก ประจำปี 2568 โดยมีคุณปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนมอบเงินสนับสนุนจำนวน 5,000,000 บาท เพื่อสมทบเข้ากองทุนสวัสดิการกองทัพบก สำหรับใช้เป็นทุนการศึกษาบุตรของกำลังพล และสนับสนุนงบประมาณในการจัดทำเสื้อกันหนาวร่วมกับกองทัพบก จำนวน 300,000 บาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร รวมถึงรองรับภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ของกองทัพบก

ทั้งนี้ การมอบทุนการศึกษาและงบประมาณสนับสนุนการจัดทำเสื้อกันหนาวในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพบกและธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ที่ดำเนินการต่อเนื่องมายาวนานกว่า 35 ปี สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการส่งเสริมการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวกำลังพล ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกล
กองทัพบกจะนำเงินที่ได้รับไปใช้ในการจัดสรรทุนการศึกษาและสนับสนุนโครงการสง เคราะห์ด้านการศึกษา เช่น โครงการสอบเข้าศึกษาต่อของบุตรข้าราชการและลูกจ้างกองทัพบก เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา เสริมขวัญกำลังใจ และความมั่นคงทางครอบครัวของกำลังพลให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนในการจัดทำเสื้อกันหนาว ภายใต้โครงการ “กองทัพบก ร่วมใจต้านภัยหนาว” กองทัพบกจะนำไปผลิตและแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร รวมถึงพื้นที่ชายแดน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความอบอุ่นให้แก่พี่น้องประชาชนในช่วงฤดูหนาวนี้

ในโอกาสนี้ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวขอบคุณธนาคาร
ทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ที่ให้การสนับสนุนกองทัพบกมาโดยตลอด ทั้งในด้านสวัสดิการกำลังพล และการช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติ พร้อมยืนยันว่ากองทัพบกจะนำน้ำใจและความร่วมมือจากภาคเอกชนไปต่อยอดสู่การปฏิบัติภารกิจ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติต่อไป



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมประชุมการจัดตั้ง ศูนย์ฝึกจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6/69

แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ประชุม การจัดตั้ง ศูนย์ฝึกจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6/69 ร่วมกับ กองทัพอากาศ หน่วยงานด้านจิตอาสาระดับจังหวัด และหน่วยทหารในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน 2568 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 เป็นประธานประชุมกำหนดผังโครง สร้าง และการแบ่งมอบความรับผิดชอบ, การจัดตั้งศูนย์ฝึกจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6/69 ณ ห้องประชุม คชรัตน์ 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมี กองทัพอากาศ, ผู้แทนจากศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานระดับจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ, ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 /ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ,กองฝ่ายอำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้

โอกาสนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระ ราชทานภาค 3 รับการเยี่ยมคำนับจาก พลอากาศตรี สมบัติ วงสาโรจน์ ผู้อำนวยการสำนัก งานนโยบายและแผน กรมกิจการพลเรือนกองทัพอากาศ และคณะ ในโอกาสที่เดินทางมาร่วมการประชุมกำหนดผังโครงสร้าง และการแบ่งมอบความรับผิดชอบ, การจัดตั้ง ศูนย์ฝึกจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6/69 ณ ห้องรับรอง 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

โดย กองทัพภาคที่ 3 /ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 กำหนดจัดประชุมร่วมกำหนดผังโครงสร้างและการแบ่งมอบความรับผิดชอบ การจัดตั้งศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค 3 ในการฝึกจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6/69 ห้วงระหว่างวันที่ 4 – 21 กุมภา พันธ์ 2569 ร่วมกับ กองทัพอากาศ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดการฝึกและการรับสมัครบุคคลที่มีความประสงค์เข้าร่วมการฝึกจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6/69 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพตามที่ตั้งไว้


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสwติด ยึดยาu้า จำนวน 7,200,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสwติด ยึดยาu้า จำนวน 7,200,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เวลา 2200 นาฬิกา กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสwติด พ.ศ. 2564 และได้ปะทะกับกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด บริเวณ บ้านผาหมี ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ผลการปะทะ ฝ่ายเราปลอดภัย

ต่อมาเมื่อเวลา 22.30 นาฬิกา ได้มีบุคคลต้องสงสัย จำนวน 1 ราย (ชาย) ขับขี่รถยนต์ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น ปาเจโร่ สีดำ หมายเลขทะเบียน ฆณ 6623 กรุงเทพมหานคร เข้ามายังบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการขอตรวจค้น ทราบชื่อ นาย สุรพัฒน์ มาเยอะ อายุ 19 ปี เป็นผู้ขับขี่ ผลการตรวจค้น ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จากการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถยนต์คันดังกล่าว พบว่าข้อมูลรถยนต์ไม่ตรงกับแผ่นป้ายทะเบียนที่ใช้ (แผ่นป้ายทะเบียนปลอม) หน่วยได้นำตัว นาย สุรพัฒน์ฯ ส่ง สภ.แม่สาย ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่สาย อยู่ระหว่างทำการสอบสวนผู้ต้องสงสัย

ต่อมาเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.30 นาฬิกา หน่วยได้จัดกำลังพล ทำการ ลาดตระ เวนพิสูจน์ทราบ บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ผลการปฏิบัติ พบกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 30 กระสอบๆ ละ 240,000 เม็ด รวมประมาณ 7,200,000 เม็ด ไม่พบกลุ่มขบวนการฯ บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

และเมื่อเวลา 12.30 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง พร้อมด้วย พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ลงพื้นที่ตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลให้กับสื่อมวลชน บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่งสถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อดำเนินการตามกฎ หมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาlสwติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 59 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 68 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 36,323,549 เม็ด, เฮโรอีน 1.2 กิโลกรัม, ไอซ์ 745 กิโลกรัม และ ฝิ่น 1.54 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการ จำนวน 8 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 8 ราย ซึ่งหากยาlสwติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยา lสwติดที่จำหน่ายถึง 6,194.8 ล้านบาท (6,194,818,330 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน