“นบ.ยส.24” สกัดยาบ้าล๊อตใหญ่ จำนวน 3,200,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

“นบ.ยส.24” สกัดยาบ้าล๊อตใหญ่ จำนวน 3,200,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 68 เวลา 08.00 น. กองทัพบก โดย พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ มทภ.2/ผบ. นบ.ยส.24 อำนวยการให้ กกล.สุรศักดิ์มนตรี/สกัดกั้น ฯ ตอนบน/ บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) ร้อย. ฉก.ตชด.234 (หน่วยงานหลัก) ได้รับแจ้งว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ บ.แก่งกะเบา อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เพื่อนำมาซุกซ่อนไว้บริเวณเชิงเขา บ.ตาเปอะ ต.บ้านค้อ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร จนท. จึงรายงานให้ ผบช. ทราบตามลำดับชั้น และได้นำกำลังเข้าทำการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบในพื้นที่เป้าหมาย

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. จนท.ชุดปฏิบัติการตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัย ยี่ห้อ โตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ขน 9608 อุดรธานี จอดอยู่บริเวณเชิงเขา ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว จึงได้จัดกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์ เพื่อรอผู้มาแสดงตนเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว จนกระทั่งเวลา 1600 ยังไม่มีผู้ใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว จนท.ชุดปฏิบัติการจึงเข้าทำการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว พบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) อยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว จำนวน 3,200,000 เม็ด, แม็กกาซีนปืน จำนวน 1 ชิ้น และเครื่องกระสุนขนาด 11 มม. จำนวน 13 นัด (บรรจุในแม็กกาซีน) หลังจากตรวจยึดของกลางเรียบร้อยแล้ว ได้นำของกลางมายัง บก.ร้อย.ตชด.234 เพื่อดำเนินการตรวจนับอย่างละเอียด และจะนำส่ง สภ.บ้านค้อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว : วัชรา ยืนทน /พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร

ทบ. รับมอบพิธีรับมอบต้นแบบยุทธโธปกรณ์ 3 รายการ จาก สทป. เพื่อใช้ในราชการ สนับสนุนการพัฒนางานวิจัยด้านความมั่นคง

ทบ. รับมอบพิธีรับมอบต้นแบบยุทธโธปกรณ์ 3 รายการ จาก สทป. เพื่อใช้ในราชการ สนับสนุนการพัฒนางานวิจัยด้านความมั่นคง

วันนี้ (13 พ.ย. 68) ภายในงานแสดงนิทรรศการอุปกรณ์ป้องกันประเทศ Defense & Security 2025 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กองทัพบกได้เข้ารับมอบต้นแบบยุทโธปกรณ์จากโครงการร่วมวิจัยและพัฒนา โดยสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ซึ่งมอบให้กองทัพบก นำไปประจำการในหน่วยที่เกี่ยวข้อง

พิธีรับมอบครั้งนี้ พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก รับมอบจาก พลเอก นภนต์ สร้างสมวงษ์ ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ โดยมีคณะผู้บริหาร สทป. พร้อมด้วย พลโท ณัฐพร ขวัญแย้ม, พลตรี สมศักดิ์ นุตพันธุ์, พลตรี ระวี ตั้งพิทักษ์กุล และ พลตรี วรากร ฮุ่นตระกูล ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

สำหรับต้นแบบยุทโธปกรณ์จากโครงการร่วมวิจัยและพัฒนา มีจำนวนทั้งสิ้น 3 รายการ ได้แก่

  • ต้นแบบรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ (D11A)
  • ต้นแบบปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้งขนาด 105 มม. (CS/AH2) มอบให้ศูนย์การทหารปืนใหญ่ (ศป.)
  • ต้นแบบจรวดหลายลำกล้องนำวิถีแบบ DTI-1G มอบให้กองพลทหารปืนใหญ่ (พล.ป.)

การรับมอบยุทโธปกรณ์ดังกล่าว สะท้อนถึงความก้าวหน้าของงานวิจัยด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ที่สามารถพัฒนาต้นแบบได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมช่วยเสริมขีดความสามารถของกองทัพบกในหลายมิติ ทั้งด้านการยิงสนับสนุน การตรวจการณ์ การควบคุมระบบอาวุธ และการพัฒนากำลังรบให้เท่าทันภัยคุกคามรูปแบบใหม่

กองทัพบกขอขอบคุณสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ที่ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนางานวิจัยเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ พร้อมย้ำว่า จะนำยุทโธปกรณ์ต้นแบบดังกล่าวไปประเมินผล ทดลองใช้ และพัฒนาต่อยอด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ การพัฒนายุทโธปกรณ์ภายในประเทศ ไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า แต่ยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในระยะยาว เพื่อการพิทักษ์รักษาอธิปไตยของชาติอย่างมั่นคงและยั่งยืน



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

นักเดินทางท่องเที่ยวแสวงบุญในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน1 เข้าร่วมกิจกรรมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวแสวงบุญครูบาศรีวิชัย ในพื้นจังหวัดลำพูน

นักเดินทางท่องเที่ยวแสวงบุญในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน1 (จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและแม่ฮ่องสอน) เข้าร่วมกิจกรรมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวแสวงบุญครูบาศรีวิชัย ในพื้นจังหวัดลำพูน

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 น. นายธวัชชัย อุบล พิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูนพร้อมด้วยเครือข่ายสื่อมวลชน, บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว, Influencer, คณะศรัทธา, พุทธศาสนิกชน นักเดินทางท่องเที่ยวแสวงบุญ ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน) เข้าร่วมกิจกรรมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวแสวงบุญครูบาศรีวิชัย ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน1 ตามแผนงานโครงการส่งเสริมและพัฒนา Soft Power เพื่อเป็นต้นทุนพัฒนา ต่อยอดการท่องเที่ยวมูลค่าสูงกิจกรรมพัฒนาเส้นทางแสวงบุญ ครูบาศรีวิชัยนักบุญแห่งล้านนาตามแผนปฏิบัติราชการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2568 และกิจกรรมยกยอครูบาเจ้าศรีวิชัยนักบุญแห่งล้านนาเป็นบุคคลสำคัญของโลก ณ วัดบ้านปาง ตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน

จากนั้นเวลา 18.00 น. ณ ศาลา 150 ปี ชาตกาล ครูบาเจ้าศรีวิชัย วัดบ้านปาง ตำบลศรีวิชัย
อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน เป็นประธานฝ่ายฆราวาสพิธีเจริญ พระพุทธมนต์ สวดมนต์บารมี 30 ทัศครูบาศรีวิชัย และกิจกรรมยกยอ

ครูบาเจ้าศรีวิชัยนักบุญแห่งล้านนา เป็นบุคคลสำคัญของโลก พร้อมรับฟังพระธรรมเทศนาเกี่ยวกับอัตชีวประวัติ วัตรปฏิบัติ ผลงาน คำสอน บารมีของครูบาศรีวิชัย โดยมีพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน/เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดลำพูน พุทธศาสนิกชน คณะศรัทธาในพื้นที่จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอนรวมจำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ ลำพูน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลากลางจังหวัดลำพูน และเดินทางไปยังจังหวัด ลำปาง เพื่อดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯลำปาง

ผู้ว่าฯ ลำพูน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลากลางจังหวัดลำพูน และเดินทางไปยังจังหวัดลำปาง เพื่อดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯลำปาง

ช่วงบ่ายวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2568) นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลากลางจังหวัดลำพูน ต.ศรีบัวบาน อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน ได้แก่ พระเสตังคมณี อนุสาวรีย์, พระนางจามเทวี ศาลพระภูมิ ชัย มงคล ศาลตา – ยาย พระพุทธนวราชบพิตร กราบพระพุทธนวราชบพิตร แลพระเสตังคมณี (จำลอง) ณ ห้องคลังจังหวัดลำพูน และในห้องทำงาน ก่อนลงมาพร้อมกับนางสาวเด็บบี้ ดุสิตนานนท์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน เพื่อรับดอกกุหลาบจากข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานภายในศาลากลางจังหวัดลำพูน ที่มาร่วมแสดงความยินดีฯ

จากนั้น ได้ออกจากศาลากลางจังหวัดลำพูน เพื่อเดินทางไปศาลากลางจังหวัดลำปาง
นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ผู้ว่า ราชการจังหวัดลำพูน มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มาดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2567 เป็นต้นมา และเข้ามาปฏิบัติราชการที่จังหวัดลำพูนเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2567 โดยมีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ประมาณ 11 เดือน ก่อนราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสง ในสังกัดกระทราง 06:43 บริหารระดับสูง ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย จำนวน 45 ราย ในลำดับที่ 32

นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พ้นจากตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง สำนักงานปลัดกระทรวง มีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ชายแดน ตรวจเยี่ยมความพร้อมรบของกำลังพล ในพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อ ดำรงความพร้อมสูงสุดทุกสถานการณ์

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ชายแดน ตรวจเยี่ยมความพร้อมรบของกำลังพล ในพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อ ดำรงความพร้อมสูงสุดทุกสถานการณ์ ปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัย ของประชาชนให้มั่นคงอย่างยั่งยืน”

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 / ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติของกำลังพลในพื้นที่กองกำลังสุรนารี เพื่อประเมินสถานการณ์จริงในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เน้นย้ำให้หน่วยในพื้นที่เสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยทุกมิติ ทั้งการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ การวิเคราะห์ข่าวกรอง และการปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังภัยคุกคามทุกรูปแบบ พร้อมยกระดับความพร้อมรบของกำลังพล เพื่อป้องกันเหตุร้ายและรักษาเสถียรภาพพื้นที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญ ต่อการปกป้องชีวิตกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ โดยสั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และยึดมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด

โดยแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ได้เดินตรวจเยี่ยมการพัฒนาเส้นทางยุทธวิธีในพื้นที่ การปรับปรุงฐานที่มั่นให้มีความมั่นคงแข็งแรง และสอบถามสารทุกข์สุกดิบต่อกำลังพล ช่วยสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนให้มีกำลังใจในการปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก ทั้งยังได้ให้แนวทางการปฏิบัติ โดยเน้นย้ำให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ของทหาร ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ อดทน มีระเบียบวินัย และให้มีความพร้อมรบอยู่เสมอ สร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลผู้ปฏิบัติงานในแนวหน้า เพื่อดำรงความพร้อมสูงสุดทุกสถานการณ์ ปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัย ของประชาชนให้มั่นคงอย่างยั่งยืนต่อไป


นายกวินัย สั่งนิติกรฟ้องเอาผิด เพจดัง หลังลงข่าวพาดพิงถึงเทศบาลในทางเสื่อมเสียโดยไม่มีข้อเท็จจริง

นายกวินัย สั่งนิติกรฟ้องเอาผิด เพจดัง หลังลงข่าวพาดพิงถึงเทศบาลในทางเสื่อมเสียโดยไม่มีข้อเท็จจริง ส่งผลให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ด้านผู้บริหารลงพื้นที่พาไปดูถังเก็บน้ำ 2,500 ลิตร ที่เป็นประเด็น พบมีตรงตามที่เขียนโครงการทุกอย่าง วอนอย่าปั้นข่าวเพื่อเอายอดคนติดตามเพียงอย่างเดียว จริยธรรมในการนำเสนอข่าวต้องมีด้วย

13 พฤศจิกายน 2568 จากกรณีที่เพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้มีการโพสต์ข้อความเรื่องถังเก็บน้ำขนาด 2,500 ลิตร ของโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ที่ได้มีการเขียนโครง การเพื่อดำเนินการจัดซื้อถังเก็บน้ำ PE ขนาด 2,500 ลิตร 12 ถัง ราคาใบละ 10,000 บาท และปั๊มน้ำหอยโข่งใบพัดเดียว 4 เครื่อง เครื่องละ 20,000 บาท โดยทั้งหมดนี้ผ่านระบบการจัดซื้อโดยใช้วิธีเฉพาะเจาะจง งบประมาณรวม 200,000 บาท แต่ว่าหน้างานได้ถังน้ำขนาด 100 ลิตร มา 2 ใบ ไว้ในห้องน้ำชาย 1 ใบ และ ห้องน้ำหญิง 1 ใบ ไร้วี่แววปั๊มและถังเก็บน้ำ โดยคนได้งานเป็นคนสนิทของเจ้าหน้าที่กองคลังซึ่งอยู่ในสังกัดกองการศึกษา ซึ่งหลังจากที่เพจดังกล่าวได้เผยแพร่ข่าวนี้ไป พบว่าผู้ติดตามเพจได้แสดงความคิดเห็นในทางเสียหาย พร้อมว่ากล่าวการปฎิบัติงานเจ้าหน้าที่ภาครัฐในทางเสื่อมเสีย มีการพาดพิงถึงผู้บริหารเทศบาลเมืองหนองปรือด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย

นายวินัย อินทร์พพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องก็ได้ให้ทางกองการศึกษาชี้แจงถึงรายละเอียดโครงการ โดยพบว่าโครงการที่เป็นประเด็นนั้นเป็นโครงการของทางโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ใช้งบประมาณในการดำเนินการจากเงินสะสมของทางโรงเรียน ซึ่งทางคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานของทางโรงเรียนได้มีมติในการจัดซื้อถังขนาด 2,500 ลิตร จำนวน 12 ถัง และ ปั๊มน้ำอีก 4 ตัว เพื่อแก้ไขปัญหาแรงดันน้ำที่อ่อน เด็กนักเรียนที่อยู่บนตึกไม่สามารถใช้น้ำได้ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำประปาไม่ไหลขึ้นที่สูงในช่วงเวลากลางวันได้เป็นอย่างดี และได้เปิดดำเนินการใช้ไปแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงก็พบว่ามีจำนวนถังน้ำและปั๊มน้ำตามจำนวนที่เขียนไปในโครงการจริง นอกจากนี้พบว่าได้เดินระบบ เปิดใช้งานแล้วอีกด้วย ทั้งนี้หลังระบบเสร็จสิ้น โรงเรียนก็ไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอีกเลย

อย่างไรก็ตามสำหรับเพจข่าวดังกล่าวพบว่าได้มีการลงข่าวไม่มีมูลความจริง ทางเทศบาลได้ให้นิติกรของทางเทศบาลดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ส่วนผู้ที่มาแสดงความคิดเห็นในถ้อยคำที่หยาบคาย เสื่อมเสีย และทำให้บุคคลอื่นเสียชื่อเสียงก็จะมีการพิจารณาฟ้องเป็นรายๆไป และอยากฝากถึงเพจข่าวดังกล่าวในการลงข่าวควรสืบค้นข้อมูลความจริงมาก่อน อย่าเห็นแก่ยอดคนติดตาม ยอดคนกดไลค์ ยอดกดแชร์ ควรมีจรรยาบรรณในการนำเสนอข่าว เพราะไม่อย่างนั้นแล้วการลงข่าวโดยไม่มีข้อมูลความจริงและส่งผลให้ผู้อื่นสียหาย เข้าข่ายความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ ได้ โดยการดำเนินการฟ้องร้องครั้งนี้จะไม่มีการยอมความแต่อย่างใด ส่วนประชาชนที่มาร่วมแสดงความคิดเห็น ก็อยากจะให้มองในหลายมุม แสดงความเห็นได้แต่ความใช้ถ้อยคำที่สุภาพ การเชื่อในสิ่งที่เห็นเพียงแค่มุมเดียวอาจทำให้ผู้อื่นเสียหายได้ และอาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตได้เช่นเดียวกันหากถูกดำเนินคดี….


ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง หัวหน้าศูนย์ข่าว ภาคตะวันออก
รายงาน

ทหารปืนใหญ่ ประกอบพิธีอุทิศถวายพระราชกุศลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จังหวัดลพบุรี – ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ประกอบพิธีสวดพระอภิธรรม อุทิศถวายพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พลตรี สมศักดิ์ นุตพันธุ์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพลฯ จังหวัดลพบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีสวดพระอภิธรรมอุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดกวิศรารามราชวรวิหาร อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี โดยได้รับความเมตตาจาก พระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมี คณะสงฆ์จังหวัดลพบุรี ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

พลตรี สมศักดิ์ นุตพันธุ์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ในฐานะประธานในพิธี ได้จุดรูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนที่เครื่องนมัสการกระบะมุก หน้าตู้พระธรรม และจุดธูปเทียนที่เครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้น คณะสงฆ์ได้สวดพระอภิธรรมทำนองหลวง เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล ภายหลังการสวดพระอภิธรรมทำนองหลวง ประธานและคณะได้ร่วมถวายไทยธรรม พร้อมทอดผ้าไตรบังสุกลจำนวน 4 ผืน แด่พระสงฆ์ในการประกอบพิธีบังสุกุล หลังเสร็จสิ้นพิธีกรรมทางสงฆ์ ประธานกรวดน้ำ รับพร ก่อนกราบลาพระรัตนตรัย กราบลาพระสงฆ์และถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเป็นอันเสร็จพิธี

ทั้งนี้ จังหวัดลพบุรี ประกอบพิธีสวดพระอภิธรรม อุทิศถวายพระราชกุศล ตามเวลาที่เหมาะสมของแต่ละวัดและชุมชน ประจำทุกวันเป็นเวลา 30 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป โดยจะประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายพระราชกุศล เมื่อเสด็จสวรรคตครบสตมวาร (100 วัน) ในวันที่ 31 มกราคม 2569 พร้อมทั้งเชิญชวนพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา รักษาศีล ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล ตลอดระยะเวลาตามประกาศไว้ทุกข์ อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ชาวบ้านสุดทน แก๊งค้ายาบ้า แจ้งทหารพรานมุกดาหารเข้าตัดตอนเส้นทางลำเลียงยานรก ก่อนกระจายเข้าหมู่บ้าน

มุกดาหาร – ชาวบ้านสุดทนแก๊งค้ายาบ้า แจ้งทหารพรานมุกดาหารเข้าตัดตอนเส้นทางลำเลียงยานรก ก่อนกระจายเข้าหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.68 เวลา 09.00 น. ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร สุดทนแก๊งค้ายาบ้าในพื้นที่ ลักลอบขายาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน ซึ่งราคาเม็ดละ 40 บาท ซึ่งเป็นราคาเข้าถึงได้ง่าย จึงเข้าแจ้งเบาะแสให้กับ ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 จึงบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอเมืองมุกดาหาร ดำเนินการปฏิบัติการตามนโยบาย การป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ บังคับใช้กฎหมายเข้าปิดล้อมตรวจค้นต่อผู้กระทำผิดกฎหมาย ตาม พรบ.ยาเสพติด ตัดตอนเส้นทางลำเลียงยานรก ก่อนกระจายเข้าหมู่บ้าน บ้านเลขที่ 215 หมู่ที่ 8 ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยใช้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.หมายเลขบัตร 6702245 ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว่า มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด(ยาบ้า)ให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ สร้างความวิตกกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งแหล่งข่าว

เมื่อเดินทางถึง ชุดปฏิบัติร่วมได้ตรวจพบนางสมเพียร พิมพ์เครื่อง อายุ 54 ปี อาศัยอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้น พบยาบ้าบรรจุอยู่ในซองพลาสติก ใสจำนวนหลายถุง ซุกซ่อนอยู่ในถุงเท้าที่ยัดไว้ในกระสอบเสื้อผ้าเก่าข้างตู้เสื้อผ้าภายในบ้าน และพบเงินสดในการจำหน่ายยาเสพติด(ยาบ้า) จำนวนหนึ่งอยู่ภายในกระเป๋าสะพายข้างสีขาวที่อยู่กับนางสมเพียร พิมพ์เครื่อง (ทราบชื่อภายหลัง) เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมายัง กองบังคับการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม ตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) เม็ดสีแดง จำนวน 61 เม็ด เงินสด จำนวน 9,460 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง หน่วย จึงได้ทำการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะที่จับกุม จนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนตาม มาตรา 22 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว : ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21

ตรวจน้ำสาละวินปนเปื้อน ! ยังไม่ยืนยันผล เก็บตัวอย่างน้ำซ้ำ ร่วมกับ มช. คาด 25 พ.ย ยืนยันผลร่วมกัน

สาละวินปนเปื้อนสารพิษ! ยังไม่ยืนยันผล คาด 25 พ.ย.นี้ จะได้ผลสรุปร่วมกัน หลังลงพื้นที่ล่องเรือระยะทาง 127 กม. เก็บน้ำ-ตะกอนดิน สัตว์น้ำ พืชผักส่งตรวจซ้ำ


วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการประชุมหารือร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอนกรมพรานที่ 36 ปกครองสบเมย อบต.แม่สามแลบ เทศบาลตำบลแม่ยวม สำนักงานประมงจังหวัดแม่ฮ่อง สอน สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สนทช. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภายหลังจากที่เมื่อวานนี้ ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำ ตะกอนดิน พืชผัก และ ปลา ส่งตรวจเพื่อหาผลสรุปร่วมกัน ภายหลังจากมีกระแสข่าวพบสารเคมีปนเปื้อนในลำน้ำ “สาละวิน” เกิน 5 เท่า บริเวณพื้นที่แนวชายแดนด้านอำเภอแม่สะเรียง และสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้สร้างความกังวลอย่างกว้างขวาง ทั้งในหมู่ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำและผู้ติดตามสถานการณ์ ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงตลอดจนถึงผลการทดสอบที่ถูกต้องเชื่อถือได้ สำหรับการตรวจสอบรอบแรก ระหว่างวันที่ 4–7 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งใช้ ชุดทดสอบ Test Kit ตรวจสารหนู ผลการตรวจพบสารหนูในระดับที่ยังอยู่ใน เกณฑ์มาตรฐาน แต่เพื่อความมั่นใจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเพิ่มเติม เพื่อส่งไปยังศูนย์วิเคราะห์ของกรมควบคุมมลพิษ เพื่อให้ได้ผลชัดเจนยิ่งขึ้น

ด้าน นางสาวปิยนุช ทรวงคำ ผอ.ส่วนการจัดการคุณภาพน้ำอากาศและเสียง ศกพ.1 เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ร่วมกับคณะหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์และร่วมสังเกตการณ์การเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดินในลำน้ำสาละวิน ดำเนินการเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 12–13 พฤศจิกายน 2568 การเก็บตัวอย่างดำเนินการโดยครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ ตำบลแม่คง ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง ไปจนถึง ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครอบคลุมลำน้ำ 127 กิโลเมตร ก่อนที่ลำน้ำสาละวินจะไหลออกสู่เขตประเทศเมียนมาร์ รวมจำนวนจุดเก็บตัวอย่างทั้งหมด 18 จุด ประกอบด้วย ลำน้ำสาละวิน 13 จุด ลำน้ำสาขา 5 จุด

นอกจากนี้ยังพบชาวบ้านที่อาศัยอยู่เรือนแพ ที่ใช้น้ำสาละวินอุปโภคบริโภคโดยตรง ผลตรวจเบื้องต้น : ชุดทดสอบ Test Kits ไม่พบสารหนู-เจ้าหน้าที่ได้สุ่มตรวจตัวอย่างน้ำจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่บน เรือแพจำนวน 2 หลัง บริเวณฐานทหารพรานโกแกระ ซึ่งใช้น้ำจากลำน้ำสาละวินเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยชาวบ้านใช้วิธีกรองน้ำและตกตะกอนด้วยสารส้ม และ นำไปต้มก่อนดื่มและบริโภค ผลการตรวจสอบด้วย ชุดทดสอบ Test Kits พบว่า ไม่พบสารหนู ในน้ำที่ชาวบ้านใช้ในชีวิตประจำวัน และ ไม่พบสารหนู ในน้ำตัวอย่างหลังผ่านการตกตะกอนด้วยสารส้มและการต้ม

การตรวจคุณภาพน้ำสาละวิน จะดำเนินการตรวจหาค่าโลหะหนักรวม 9 ชนิด ได้แก่ สารหนู แคดเมียมตะกั่ว แมงกานีส โครเมียม รวมถึงโลหะหนักอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สำหรับเหตุการณ์การตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำสาละวิน ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อราษฎรไทยที่อาศัยอยู่ติดแม่น้ำสาละวิน ที่ต้องอาศัยน้ำในแม่น้ำสายดังกล่าวในการบริโภค อุปโภค การเกษตร เลี้ยงสัตว์ และอาศัยการประมงจับปลาในแม่น้ำสาละวินมากินและจำหน่ายตามร้านอาหารต่าง ๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเมื่อมีข่าวออกมาทำให้ประชาชนกังวลใจอย่างมาก รวมไปถึงร้านอาหารที่จำหน่ายปลาสาละวินต้องได้รับผลกระทบตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตามผลการยืนยันต้องรอผลจากห้องปฏิบัติการซึ่งคาดว่าจะได้ผลที่ชัดเจน ในวันที่ 25 พฤศจิกายน นี้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนชะลอในการใช้น้ำสาละวินในชีวิตประจำวัน และ งดสัตว์น้ำ พืชผักที่ปลูกในพื้นที่ริมน้ำไปก่อน ในช่วงของการรอผลยืนยันอย่างเป็นทางการของค่ามาตรฐานและสารปนเปื้อนต่าง ๆ



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

มทบ.37 ร่วมรำลึก 7 ปี กู้ภัยถ้ำหลวงฯ รวมใจเป็นหนึ่งเดียว

เชียงราย – มทบ.37 ร่วมรำลึก 7 ปี กู้ภัยถ้ำหลวงฯ รวมใจเป็นหนึ่งเดียว

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย พ.อ.สิงหนาท โลสุยะ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 (รอง ผบ.มทบ.37) ได้เข้าร่วมพิธี “รำลึก 7 ปี กู้ภัยถ้ำหลวง รวมใจเป็นหนึ่งเดียว”

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว โดยเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูและขอบคุณในความเสียสละของทุกท่านที่เคยให้ความช่วยเหลือในภารกิจอันยากลำบากนั้น รวมถึงการรำลึกถึงผู้เสียสละและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านจากเหตุการณ์ดังกล่าว

พิธีรำลึกได้รับเกียรติจาก นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมรำลึกถึงพลังแห่งความร่วมมือและความเสียสละที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นอีกครั้ง

รำลึก7ปีกู้ภัยถ้ำหลวง #ถ้ำหลวง #รวมใจเป็นหนึ่งเดียว #มทบ37 #แม่สาย #เชียงราย #ภารกิจกู้ภัย #ThamLuang #WeAreOne #ขุนน้ำนางนอน


ศูนย์ประชาสัมพันธ์
มณฑลทหารบกที่³⁷