น้ำขึ้นไม่หยุด บ่อเลี้ยงกุ้งสองพี่น้องจมบาดาลกว่า 200 ไร่

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ว่าปัจจุบันมีการระบายน้ำเข้าสู่แม่น้ำท่าจีน ผ่านประตูพลเทพที่อัตรา 150.23 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การระบายน้ำลดลง 0.40 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระบายผ่านประตูระบายน้ำโพธิ์พระยาในอัตรา 149.77 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การระบายน้ำเพิ่มขึ้น 0.11 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือประตู +6.45 ม.รทก. ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 3 เซนติเมตร ระดับน้ำท้ายประตู +5.58 ม.รทก. ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 5 เซนติเมตร ต่ำกว่าระดับถนนพระพันวษา 2 เซนติเมตร (ระดับต่ำสุดในเขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี 5.60 เมตร) ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนเพิ่มขึ้น 5 เซนติเมตร คลองจระเข้สามพัน ระบายน้ำในอัตรา 43.24 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีการระบายน้ำลดลง 6.34 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คลองระบายใหญ่สองพี่น้อง ระบายน้ำในอัตรา 70.19 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีการระบายน้ำเพิ่มขึ้น 8.38 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปริมาณน้ำรวมสถานี T 13 บริเวณสะพานวัดท่าเจดีย์ระบายน้ำในอัตรา 451.83 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การระบายน้ำเพิ่มขึ้น 9.46 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำ 7.36 เมตร คงที่ สูงกว่าระดับตลิ่ง 0.96 เมตร (ระดับตลิ่ง 6.40 เมตร) อ่างเก็บน้ำกระเสียวมีปริมาณน้ำ 242 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 3 ล้านลูกบาศก์เมตร (ปริมาณความจุอ่าง 299 ล้านลูกบาศก์เมตร) คิดเป็น 80.97 % ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยได้แผ่ขยายวงกว้างมากขึ้นทำให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 5 อำเภอ 64 ตำบล 31 ชุมชน 477 หมู่บ้าน 21,153 ครัวเรือน

ด้านที่อยู่อาศัย บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 10 อำเภอ 2 เทศบาลเมือง 78 ตำบล 31 ชุมชน 554 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 21,963 ครัวเรือน โดยได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว

ด้านพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รวบรวมความเสียหาย และการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ (อุทกภัย) ด้านพืช ในพื้นที่ช่วงการเกิดภัยตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ถึงวันที่ยังไม่สิ้นสุด ในพื้นที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอดอนเจดีย์ อำเภอสองพี่น้อง อำเภอสามชุก และอำเภอหนองหญ้าไซ ที่ขอรับความช่วยเหลือมายังจังหวัดสุพรรณบุรี เกษตรกรรวม จำนวน 190 ราย พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายรวม จำนวน 1,226.50 ไร่ วงเงินช่วยเหลือรวม จำนวน 1,891,190 บาท (หนึ่งล้านแปดแสนเก้าหมื่นหนึ่งพันหนึ่งร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) ซึ่งที่ประชุม ก.ช.ภ.จ. มีมติให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ (อุทกภัย) ด้านพืช เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568

ปัจจุบันมีพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัย และได้รับผลกระทบ จำนวน 5 อำเภอ 64 ตำบล 31 ชุมชน 477 หมู่บ้าน 21,153 ครัวเรือน ประกอบด้วย อำเภอบางปลาม้า อำเภอสองพี่น้อง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภออู่ทอง และอำเภอศรีประจันต์

ทางด้านนายวันชัย ทิตยวงศ์ อายุ 61 ปีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาว และกุ้งก้ามกราม ตำบลบาง ตาเถร อำเภอสองพี่น้อง เปิดเผยว่าปีนี้น้ำมาเร็วและเยอะมากสองรอบก่อนหน้าไม่แรงเท่าไหร่แต่รอบที่สามนี่ขึ้นเยอะและเร็วมากจนป้องกันไม่ทันทำให้บ่อกุ้งเสียหายจับกุ้งยังไม่ทันหมดน้ำก็มาท่วมแบบกระทันหันจนตั้งตัวไม่ทันป้องกันไม่ได้ ทำให้เกิดความเสียหายบางส่วนคิดเป็นเงินก็หลายแสนบาท ตนเลี้ยงกุ้งขาวปนกุ้งก้ามกรามไว้ประมาณ 10 ไร่ลงทุนไร่ละ สองหมื่นกว่าบาท ราคากุ้งก็ไม่ดียังมาเจอภัยธรรมชาติอีก พื้นที่ใกล้เคียงกับยังมีน้องชายและเพื่อนบ้านที่เลี้ยงกุ้งขาวกุ้งก้ามกรามอีกหลายราย บางรายไม่ทันได้จับกุ้งแม่แต่ตัวเดียวก็มาถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด แต่ละรายลงทุนกันหลักหลายแสนถึงหลักล้าน อยากจะฝากถึงรัฐบาลขอให้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งด้วยถึงแม้ไม่ได้เงินแต่ก็ขอให้ช่วยเป็นพันธุ์กุ้งก็ได้

นอกจากนี้การใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านทั้ง 5 อำเภอที่ถูกน้ำท่วมบ้าน ถนนในหมู่บ้านรถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ต้องใช้เรือ ภายในบ้านต้องของขึ้นที่สูงบางบ้านแทบจะไม่มีที่ นอน หลายรายต้องอพยพขนย้ายรถราทรัพย์สินต่างๆออกมากางเต็นท์นอนอยู่ริมถนนได้รับความเดือดร้อนลำบาก


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

จิตอาสาสร้างฝายชะลอน้ำ สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระพันปีหลวง

สุพรรณบุรี – จิตอาสาสร้างฝายชะลอน้ำสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระพันปีหลวง

ที่บริเวณพื้นที่ป่าต้นน้ำ เขาถ้ำเสือ ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี นางดวงพร คุณากรวงศ์ นายอำเภออู่ทอง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมโครงการสร้างฝายชะลอน้ำ โดยมีนายยุทธจักร์ เปรียบยอดยิ่ง ประธานเครือข่าย CSR-DPIM นายวิทูร ปทุมสูติ นายกเทศมนตรีตำบลจรเข้สามพัน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาเข้าร่วมกว่า 300 คน

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ กลุ่มจิตอาสา ประชาชนทั่วไป เครือข่ายความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหมืองแร่ (CSR DPIM) ตัวแทนเหมืองแร่ทั่วประเทศ ร่วมกับ บริษัทนครหลวงคอนกรีต จำกัด โรงโม่อินทรีย์สุพรรณบุรี องค์การสวนพฤกษศาสตร์ เทศบาลตำบลจรเข้สามพัน สมาชิกชมรมผู้สูงอายุเพชรน้ำหนึ่ง ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลจรเข้สามพัน กลุ่มสตรีแม่บ้านจรเข้สามพัน และวนอุทยานพุม่วง

วัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมสร้างฝายทดน้ำเพื่อ ฟื้นฟูระบบนิเวศ เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผืนป่า และสร้างแหล่งกักเก็บน้ำให้แก่สัตว์ป่าและชุมชนโดยรอบ อีกทั้งยังเป็นการ น้อมนำพระราชดำรัสอันทรงคุณค่าของสมเด็จพระพันปีหลวง มาสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้คนไทยอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน

โครงการสร้างฝายชะลอน้ำแห่งนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน ที่มีหัวใจเดียวกันในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการฟื้นฟูผืนป่าและต้นน้ำ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตและสิ่งแวดล้อม ขอชื่นชมในความเสียสละและจิตอาสาของทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจในครั้งนี้ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวง ให้ผืนป่ากลับมาชุ่มชื่นเขียวขจีตลอดไป

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยพลังแห่งความร่วมมือ ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันจัดทำฝายชะลอน้ำด้วยมือของตนเอง พร้อมร่วมปลูกต้นไม้ลอยฟ้า (ใช้หนังสติ๊ก) ยิงลูกมะค่า เข้าไปในป่า เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับผืนป่าเขาถ้ำเสือ สร้างความประทับใจและความภาคภูมิใจแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งพลังแห่งความสามัคคีของชาวอู่ทอง ที่ร่วมกันสืบสานแนวพระราชดำริในการอนุรักษ์ป่าไม้และแหล่งน้ำ เพื่อให้ผืนแผ่นดินไทยคงความอุดมสมบูรณ์และเป็นมรดกทางธรรมชาติที่ยั่งยืนสืบไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ทต.บางเลน เร่งทำแนวเขื่อนกันน้ำทะลักเข้าท่วมแหล่งชุมชนและสถานที่ราชการ

เทศบาลตำบลบางเลน เร่งทำแนวเขื่อนกันน้ำทะลักเข้าท่วมแหล่งชุมชนและสถานที่ราชการ

วันที่ 14 /11/68 นายประจิม เสืองามเอี่ยม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางเลน อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ลงพื้นที่หลังโรงเรียนศูนย์เด็กเล็ก และสระว่ายน้ำเทศบาลตำบลบางเลน พร้อมเครื่องมือหนัก รถแบ็คโฮ เพื่อเร่งรัดการสร้างแนวเขื่อนกันน้ำทักลักจากคลองบางเลนเข้าท่วมสถานที่สำคัญ สระว่ายน้ำ และศูนย์เด็กเล็กเทศบาลฯ ระยะทางยาวตลอดแนวประมาณ 800 เมตร


นาย ประยูร น้อยบัวงาม ผู้สื่อข่าว นครปฐม

นายสุชาติฯ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบนโยบายเน้นย้ำให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

ตามนโยบายนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายราชันย์ บัวตรี เป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้าน โป่ง) ได้มอบนโยบายเน้นย้ำให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการบุกรุกพื้นที่ ทำไม้และล่าสัตว์ป่า และให้เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนเพื่อพิทักษ์ผืนป่าอย่างจริงจัง อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) รายงานสถานการณ์

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 20.00 น. นายคุณากร บุญเกื้อสง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ได้สั่งการให้นายอำพล ไหลยิ้ม ตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจส่วนกลางประจำอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ได้ร่วมกันปฏิบัติงานออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ โดยใช้รถจักรยานยนต์ในการลาดตระเวน ขณะตรวจมาถึงบริเวณป่าพุตะแบก ท้องที่หมู่ 1 ตำบลแม่กระบุง อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี พิกัดที่ 0499177 E 1604577 N เจ้าหน้าที่ได้ทำการดักซุ่มอยู่บริเวณดังกล่าวจนกระทั่งเวลาประมาณ 04.40 น. ของวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ได้สังเกตุเห็นแสงไฟส่องเป็นระยะออกมาจากชายไร่จนกระทั่งแสงไฟเข้ามาใกล้บริเวณจุดที่ดักซุ่ม คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ส่องสัญญาณไฟและแสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าทำการตรวจสอบพบบุคคลชาย จำนวน 1 คน เดินสะพายอาวุธปืนยาว จำนวน 2 กระบอก และกระเป๋าสะพายหลัง 1 ใบ คณะพนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบุคคลชายดังกล่าว

จากการตรวจสอบ ปรากฏผลดังนี้

  1. อาวุธปืนยาวลูกซอง 5 นัด ตรวจสอบในรังเพลิงพบกระสุนปืนคาอยู่ในรังเพลิงจำนวน 1 นัดและอยู่ใน หลอดบรรจุกระสุนจำนวน 4 นัด ลักษณะพร้อมใช้งาน ไม่ปรากฎยี่ห้อ ไม่ปรากฎหมายเลขทะเบียนปืน ความยาว ลำกล้อง 59 ซม. ความยาวพานท้ายถึงปากลำกล้อง 112 ซม. จำนวน 1 กระบอก รวมกระสุนปืน ลูกซองขนาด 12 เกจ จำนวน 5 นัด
  2. อาวุธปืนยาวเดี่ยวลูกกรด ตรวจสอบในรังเพลิงพบกระสุนปืนคาขนาด .22 LR อยู่ในรังเพลิงจำนวน 1 นัดและอยู่ในหลอดบรรจุกระสุนจำนวน 8 นัด ลักษณะพร้อมใช้งาน ไม่ปรากฎยี่ห้อ ไม่ปรากฎหมายเลขทะเบียนปืน ความยาวลำกล้องยาว 52 ซม. ความยาวพานท้ายถึงลำกล้องยาว 98 ซม. จำนวน 1 กระบอก รวมกระสุนปืนขนาด .22 LR จำนวน 9 นัด
  3. เปล จำนวน 1 ผืน
  4. ไฟฉายคาดหัว จำนวน 2 อัน
  5. มีดปลายแหลม จำนวน 1 เล่ม
  6. กระสุนปืนขนาด .22 LR จำนวน 35 นัด

คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จึงได้แจ้งให้บุคคลดังกล่าวทราบว่ามีความผิดตาม ฐานนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรืออาวุธใดๆเข้าไป ในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามความในมาตรา 19(7) ประกอบมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 (ตามความในมาตรา 19(7) คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งคำสั่งปรับตามพระราชบัญญัติปรับพินัย พ.ศ. 2565 เป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท ซึ่งนายคมสันต์ แต้มสีคาม ยังมิได้ชำระเงิน โดยมีกำหนดให้นายคมสันต์ แต้มสีคาม ต้องมาชำระเงินเปรียบเทียบปรับ ภายใน 30 วัน), ฐาน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว คณะเจ้าหน้าที่ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามบทกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

จึงจัดทำบันทึกเรื่องราวพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องนำตัวผู้กระทำผิดส่งพนัก งานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรศรีสวัสดิ์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


#/// กัมพล ทันเวลา //ทีมข่าวภาคตะวันตก

นายก อบจ.นครปฐม ได้ลงตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อ.นครชัยศรี

นายก อบจ.นครปฐม ได้ลงตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อ. นครชัยศรี

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2568 นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม ลงพื้นที่ รพ.สต.โคกพระเจดีย์ พร้อมด้วย รองประธานสภา, สมาชิกสภา, รก.ปลัด อบจ., รก.ผอ.กองสาธารณสุข, เจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม เพื่อให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ รพ.สต., อสม., ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ในการนำวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรจาก อบจ.นครปฐม มาฉีดให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ และได้นำแบรนด์ซุปไก่มามอบให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้ที่มารับบริการฉีดวัคซีนด้วย จากนั้นได้ลงตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนบ้านผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 2 ราย ในพื้นที่ตำบลโคกพระเจดีย์ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

โดย นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม มีความห่วงใย จึงได้ตั้งงบประมาณ เพื่อจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ จำนวนกว่า 17,000 โดส ให้แก่ รพ.สต. เพื่อฉีดให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว จังหวัด นครปฐม

ส.ส.อนุชา สะสมทรัพย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.นครชัยศรี

ส.ส.อนุชา สะสมทรัพย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรี

วันนี้ ส.ส. อนุชาสะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขพร้อมด้วยสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี จำนวน 150 หลังคาเรือน เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชน พร้อมพูดคุยและอธิบายถึงสถานการณ์อุทกภัยในขณะนี้
ทั้งนี้ ยังได้มอบยาสามัญประจำบ้านและถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยหลายครัวเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นด้วย ขอขอบคุณบริษัท อ้วยอันโอสถ จำกัด ที่ได้นำยา และเวชภัณฑ์ มาช่วยผู้ประสบภัยในครั้งนี้ด้วย

#พรรคชาติไทยพัฒนา #พบง่ายติดดินไม่ทิ้งประชาชน


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

แสดงความยินดีกับการได้เลื่อนยศตำแหน่ง ในอัตรา “พันเอก” ของ พันเอก เสรี ทองคู่ และพันตรี วุฒิชัย นาพุก

ขอแสดงความยินดีกับการได้เลื่อนยศตำแหน่ง ในอัตรา ” พันเอก ” ของ พันเอก เสรี ทองคู่ ที่แวดวงสื่อสารมวลชนและสื่อวิทยุทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี ผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย อีกทั้งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและชิ้นงานมากมายในด้านสื่อสารองค์กร การตลาด วิทยุกระจายเสียง การผลิตสื่อมัลติมีเดีย การพากย์ สปอร์ตโฆษณา และอื่นๆอีกมากมาย และแสดงความยินดับ พันตรี วุฒิชัย นาพุก นายทหารกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 นายทหารอีกคนที่มากด้วยความสามารถโดยเฉพาะงานด้านออกแบบ กราฟฟิค ขั้นเทพ ในโอกาสที่ได้รับแต่งตั้งยศสูงขึ้น ด้วย

ซึ่งเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานพิธีประดับเครื่องหมายยศ ให้กับ พันเอก เสรี ทองคู่ นายทหารประจำสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมณฑลทหารบกที่ 31 และ พันตรี วุฒิชัย นาพุก นายทหารกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 ณ ห้องรับรอง 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

นอกจากนี้ พันเอก เสรี ทองคู่ ยังมีบทบาทที่ยาวนานในการเป็นพิธีกรในพิธีการสำคัญ ทั้งในรัฐพิธี พิธีการทางทหาร พิธีการทางศาสนา พิธีกรร่วมในภารกิจของจังหวัด องค์กร หน่วยงานภาคประชาสังคม และเป็นนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง ประจำสถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพภาคที่ 3 มาอย่างยาวนาน รวมถึงดำรงตำแหน่งสำคัญในสมาคมองค์กรวิชาชีพด้านสื่อมวลชนและวิทยุกระจายเสียงของประเทศไทย

และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังในฐานะ รองหัวหน้าฝ่ายประชา สัมพันธ์ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และปัจจุบันในปีงบประมาณ 2569 ดำรงตำแหน่ง ” หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ” ขับเคลื่อนงานประชาสัมพันธ์ด้านจิตอาสาการช่วยเหลือประชาชน การบูรณาการหน่วยงานด้านข่าวสารเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่หลากหลายคนอาจจะไม่รู้

เหลือเวลาอีกเพียง 2 ปี ที่ D.J. นก เสรี หรือ พันเอก เสรี ทองคู่ ที่จะโลดแล่นทำงานรับใช้ประชาชน ตอบแทนคุณแผ่นดิน และสนองงานนโยบายของกองทัพบก ก่อนที่จะครบกำหนดเกษียณอายุราชการ และจะยังคงทุ่มเทกำลังกาย กำลังสมองสติปัญญา หลังจากเกษียณอายุราชการทำคุณประโยชน์ให้กับประชาชนและแผ่นดินไทยต่อไป


นที มีเดช รายงาน

มทบ.37 ผนึกกำลังคณะกรรมการ ม.ท.ศ. ลงพื้นที่เชียงราย เยี่ยมเยียน “นักเรียนทุนพระราชทาน” ติดตามผลการเรียน-ชีวิตความเป็นอยู่

เชียงราย – มทบ.37 ผนึกกำลังคณะกรรมการ ม.ท.ศ. ลงพื้นที่เชียงราย เยี่ยมเยียน “นักเรียนทุนพระราชทาน” ติดตามผลการเรียน-ชีวิตความเป็นอยู่

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 พันเอก สิงหนาท โลสุยะ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 (รอง ผบ.มทบ.37) ได้ร่วมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2568, หัวหน้าส่วนราชการ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ และตัวแทนจากโรงเรียนบ้านปล้องวิทยาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านของ นายชุติศรณ์ ชัยชนะ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนปล้องวิทยาคม ซึ่งเป็นนักเรียนทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ของจังหวัดเชียงราย

การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการเรียน, ความประพฤติ, และการใช้จ่ายเงินทุนพระราชทานของนักเรียนทุน ม.ท.ศ. รวมถึงการให้การสนับสนุนและช่วยเหลือในกรณีที่นักเรียนทุนฯ ประสบปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน, การเจ็บป่วย, หรือการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในการตรวจเยี่ยม ณ บ้านเลขที่ 91 หมู่ที่ 6 ตำบลปล้อง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากทุกภาคส่วน เพื่อให้นักเรียนทุนพระราชทานสามารถศึกษาเล่าเรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ และเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป.

มทบ37 #กองทัพภาคที่3 #ทุนการศึกษาพระราชทาน #มทศ #นักเรียนทุน #เชียงราย #บ้านปล้องวิทยาคม #การศึกษา #สนับสนุนการศึกษา #ข่าวเชียงราย #รองผู้ว่าราชการจังหวัด


ศูนย์ประชาสัมพันธ์
มณฑลทหารบกที่³⁷

ตำรวจภูธร ภาค 5 แถลงจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ภายใน 24 ชั่วโมง ยึดยาบ้าได้กว่า 13 ล้านเม็ด

ตำรวจภูธร ภาค 5 แถลงจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ภายใน 24 ชั่วโมง ยึดยาบ้าได้กว่า 13 ล้านเม็ด

วันนี้ (12 พ.ย. 68) ที่ ตำรวจภูธร ภาค 5 พลตำรวจโท กฤตพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยภาคที่ 3 , นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ , นายชัยณรงค์ นันตาสาย ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ , ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และแพร่ , ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แพร่ และลำปาง โดยสามารถยึดของกลางยาบ้าได้รวมทั้งสิ้น 13,268,000 เม็ด และจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 คน ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติตามนโยบายรัฐบาล

คดีที่ 1 ที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ปปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันนำกำลังเข้าตรวจค้นโกดังเลขที่ 393/76 ม.3 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย เพื่อจับกุมกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดของ นายกฤชร์ณชัย หรือเท่ (ผู้ควบคุมสั่งการ) โดยพบยาบ้าจำนวน 66 กระสอบ รวม 10,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในโซฟาจำนวน 34 ตัว และสามารถจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาได้ 5 คน จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 2 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีกลุ่มขบวนการค้ายาบ้าลำเลียงยาบ้าผ่านพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยใช้รถเก๋งเป็นรถนำทางและใช้รถกระบะในการลำเลียงขนส่งยาบ้า เจ้าหน้าที่จึงได้สกัดจับรถทั้ง 2 คัน ได้ที่บริเวณ อ.สารภี และ อ.เมืองเชียงใหม่ ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 2,570,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในกระบะบรรทุก ซึ่งใช้ผลผลิตทางการเกษตรทับไว้ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ นายโชคชัย หรือโชค และนายอภิเชษฐ์ หรือต้น

คดีที่ 3 ที่จังหวัดแพร่ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน เจ้าหน้าตำรวจ สภ.ห้วยไร่ ได้ทำการตั้งด่านตรวจเพื่อตรวจค้นสิ่งของกฎหมาย และได้พบรถต้องสงสัย จึงได้เรียกตรวจค้น แต่คนขับรถได้พยามหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการไล่ล่า จนพบรถคันดังกล่าวจอดทิ้งไว้ห่างจากด่านสกัดประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อตรวจค้นภายในรถจึงพบของกลางยาบ้าซุกซ่อนอยู่ท้ายกระโปรงรถ แต่ไม่พบผู้ขับ คาดว่าน่าจะหลบหนี อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวได้ภายหลัง 1 คน คือ นายเจ๊ะ ดาโอ๊ะ

และ คดีที่ 4 ที่จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ ได้ตั้งด่านตรวจยาเสพติด ต่อมามีรถเก๋งต้องสงสัยผ่านมายังด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอทำการตรวจค้น โดยระหว่างสอบสวนผู้ขับรถและผู้ที่ติดตามมาด้วยมีท่าทีพิรุธ จึงได้ขอทำการตรวจค้นอย่างละเอียด จนพบยาบ้าจำนวน 200,000 เม็ด พร้อมอาวุธปืนสั้นแบบไทยประดิษฐ์ จากนั้นจึงได้จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือ นายราชันย์ และ น.ส.มยุรา พร้อมของกลาง ไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

โดย พลตำรวจโท กฤตพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า การจับกุมขบวน การค้ายาบ้าในครั้งนี้ ผู้ต้องหาได้อาศัยช่วงเทศกาลยี่เป็ง ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนพลุกพล่าน เป็นช่วงเวลาในการขนยาเข้ามาตามเขตชายแดน แล้วมาพักไว้ในแต่ละจังหวัด โดยทั้ง 4 คดีที่เกิดขึ้นสามารถจับกุมได้ภายในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงเท่านั้น โดยห้วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 11 พฤศจิกายน 2568 รวม 42 วัน สามารถตรวจยึดยาบ้าได้แล้วเกือบ 50 ล้านเม็ด มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมากว่า 1 เท่าตัว


นที มีเดช รายงาน

นบ.ยส.24 แถลงข่าวเปิดยุทธการ พิทักษ์ริมน้ำโขง ยึดยาบ้า 3.2 ล้านเม็ด ในพื้นที่ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

นบ.ยส.24 แถลงข่าวเปิดยุทธการ พิทักษ์ริมน้ำโขง ยึดยาบ้า 3.2 ล้านเม็ด ในพื้นที่ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.68 เวลา 11.00 น. ตามนโยบายการป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ ” พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 ได้บูรณาการร่วมกับ พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผบก.ตชด.ภาค 2 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.มุกดาหาร และ พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด.23 จึงได้สนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เปิดปฏิบัติการพิทักษ์ริมน้ำโขง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

มอบหมายให้ พ.อ.คมศักดิ์ พราวศรี รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24(4) ร่วมแถลงข่าว กรณี ร้อย.ฉก.ตชด.234 ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 3,232,000 เม็ด, รถยนต์กระบะ 1 คัน, แมกกาซีนปืนและกระสุนขนาด 11 มม. จำนวน 13 นัด เมื่อวันที่ 13 พ.ย.68 ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จ.มุกดาหาร โดยมี นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธาน ณ ร้อย.ฉก.ตชด.234 อ.เมือง จ.มุกดาหาร


ภาพ/ข่าว : วัชรา ยืนทน /พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร